วช. โชว์ผลิตภัณฑ์งานวิจัยนวัตกรรม Innovation Thailand พร้อมด้วยคุณภาพและมาตรฐานเตรียมนำสู่งาน World Expo 2025 เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น

วช. โชว์ผลิตภัณฑ์งานวิจัยนวัตกรรม Innovation Thailand พร้อมด้วยคุณภาพและมาตรฐานเตรียมนำสู่งาน World Expo 2025 เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น

วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดกิจกรรมแถลงข่าว “NRCT Talk : Innovation Thailand เปิดอนาคตไทยใน World Expo 2025” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะนักวิจัยและผู้ประกอบการ ที่เตรียมนำผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมนำเสนอและจำหน่ายในงาน World Expo 2025 เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ที่จัดขึ้นระหว่างเดือนเมษายน ถึงเดือนตุลาคม 2025 ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ (วช.)

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า (วช.) ได้รับเชิญจากกระทรวงสาธารณสุข โดย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าภาพของประเทศไทยในงาน World Expo 2025 เพื่อนำผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยและนวัตกรรม ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) เข้าร่วมจัดแสดงผลงานและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ Thailand Pavilion ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม 2568

การเข้าร่วมงาน World Expo 2025 ในครั้งนี้ (วช.) ได้นำนักวิจัยและผู้ประกอบการเข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใน Thailand Pavillion ณ World Expo 2025 มาร่วมเสวนาในการแถลงข่าว “NRCT Talk : Innovation Thailand เปิดอนาคตไทยใน World Expo 2025“ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต่างๆที่จะนำไปงาน World Expo 2025 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ด้านอาหารหลากหลายรายการ อาทิ กลุ่มการเพิ่มมูลค่าจากข้าวไทย ได้แก่ “เครื่องดื่มไรซ์ ไบโอ” โดย คณะเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และ บริษัท อินโนเวทีฟ ฟาร์ม่า เฮิร์บส์ จำกัด, “โคจิข้าวหอมมะลิ” โดยบริษัท อิชิคิว ฟูด (ประเทศไทย) จำกัด และ ผู้ประสานงาน Innovation House ร่วมสนับสนุน นอกจากนี้ ยังมีผลงานในกลุ่มขนมขบเคี้ยว ได้แก่ “สแนคปลาข้างเหลือง” โดย บริษัท เซาท์เทอร์น ซีฟูด โปรดักซ์ จำกัด,“กล้วยหอมทองป๊อป” โดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร,“บราวนี่อบกรอบ 4 รสชาติ” โดยคณะโรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในช่วงท้ายของงานยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยเด่น เรื่อง “มะม่วงกัมมี่มหาชนก” โดย รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร อีกด้วย

ภายในพื้นที่ Thailand Pavillion ณ World Expo 2025 วช.ยังได้เตรียมจัดแสดงนิทรรศการ พร้อมโชว์ผลงานวิจัยนวัตกรรมในรูปแบบที่สามารถสัมผัสได้จริง เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เยี่ยมชม และซื้อผลิตภัณฑ์ ที่เป็นผลผลิตจากความร่วมมือกันระหว่างภาคการวิจัยและภาคเอกชน โดยการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมจาก (วช.)


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผลิตภัณฑ์ แบรนด์ “นกไทย” แต่งตั้ง DKSH เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพิ่มช่องทางการตลาดและเข้าถึงคนรักสุขภาพ

ผลิตภัณฑ์ แบรนด์ “นกไทย” แต่งตั้ง DKSH เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพิ่มช่องทางการตลาดและเข้าถึงคนรักสุขภาพ

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา : ดร.รณิดา นกไทยเจริญ ประธานกรรมการบริหาร “บริษัท สยามนกไทย 54 จำกัด” ผู้ผลิตยาสีฟันสมุนไทยคุณภาพรายใหญ่ของไทย ได้ประกาศแต่งตั้ง บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางด้านการตลาด พร้อมรองรับการเติบโตของผลิตภัณฑ์ในเครือที่หลากหลาย

โดยภายใต้การร่วมมือครั้งนี้ ทาง DKSH จะดูแลด้านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นกไทยในช่องทางค้าปลีกแบบดั้งเดิม และช่องทางแบบโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ โดยเน้นความรวดเร็วในการกระจายสินค้า และเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ “สมุนไพรไทย” ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยที่กำลังถูกผลักดันให้เป็น Soft Power ของประเทศไทย เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย ทั้งยังเพิ่มมูลค่าในตลาดโลก ภายใต้การผลักดันของ “กรมพัฒนาธุรกิจ” เพื่อเพิ่มช่องทางทางการตลาดและเข้าถึงคนรักสุขภาพ

“ยาสีฟันนกไทย” จึงนับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสานระหว่างสมุนไพรไทยแท้ ที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อดูแลสุขภาพช่องปากอย่างครบถ้วน และได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมาอย่างยาวนาน

การร่วมมือกับ DKSH จึงถือว่าเป็นการขับเคลื่อนแบรนด์ “นกไทย” ให้ก้าวไกลเติบโตอย่างมั่นคงและเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น โดยยังคงคุณภาพในการผลิต และมีจุดยืนโดดเด่นในเรื่องสมุนไพรไทยที่กำลังได้รับการผลักดันให้เป็นซอล์ฟเพาเวอร์ประจำชาติในอนาคตอันใกล้นี้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 ลงพื้นที่แม่สาย เร่งช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัย

ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 ลงพื้นที่แม่สาย เร่งช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัย

เมื่อวันที่ 24–25 พฤษภาคม 2568 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตามข้อสั่งการของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้แสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการฯ ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง

ทั้งนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ได้มีการดำเนินการช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างเข้มข้นใน 2 มิติหลัก คือ เชิงรับและเชิงรุก

ในด้านมาตรการเชิงรับ ได้มีการเปิดช่องทางรับแจ้งเหตุสำหรับผู้เจ็บป่วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง และกลุ่มเปราะบาง ขณะเดียวกันโรงพยาบาลแม่สายได้จัดตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง รองรับได้เบื้องต้น 8 เตียง และสามารถขยายเพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 24 เตียง พร้อมจัดตั้งจุดประสานรับยา สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังในกรณียาหมดหรือยาสูญหาย โดยตลอดช่วงเกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บรวม 9 ราย ในจำนวนนี้ 1 รายได้รับบาดเจ็บเอ็นฉีก ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ด้านมาตรการเชิงรุก มีการประชาสัมพันธ์แนวทางดูแลสุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อมในช่วงน้ำท่วม ขณะที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ลงพื้นที่ติดตามผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางจำนวน 94 ราย และกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงอีก 7 ราย ซึ่งขณะนี้ได้รับการเคลื่อนย้ายกลับไปอยู่กับญาติแล้ว นอกจากนี้ ทีม MCAT ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยพบผู้เข้าพัก 2 ราย ซึ่งปัจจุบันได้เดินทางกลับภูมิลำเนาแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้มีการตรวจเยี่ยมด้านสุขภาพจิต การให้คำปรึกษา และสนับสนุนด้านสุขาภิบาลในพื้นที่ศูนย์พักพิง

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข ระบุว่า ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมอย่างครอบคลุม ทั้งด้านการดูแลรักษาผู้ป่วย การส่งต่อ การสนับสนุนเวชภัณฑ์ การป้องกันโรค ตลอดจนการสื่อสารความเสี่ยงกับประชาชน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อภาวะวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง

สำหรับมาตรการเร่งด่วนที่ได้ดำเนินการแล้ว ประกอบด้วยการเตรียมหอผู้ป่วยสำหรับกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง การจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยเปราะบางที่โรงพยาบาลแม่สาย การสนับสนุนยา เวชภัณฑ์ และชุดปฐมพยาบาล การประสานงานกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำ รวมถึงการเปิดศูนย์รับแจ้ง “ยาขาด ยาหมด ยาหาย” เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยขาดยาในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน

ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายยังคงเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง


นที มีเดช รายงาน

คำพูดที่ว่า …. ” น้ำท่วมเมื่อไหร่ เมื่อประชาชน เห็นทหารทำให้อุ่นใจ ” ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ

คำพูดที่ว่า …. ” น้ำท่วมเมื่อไหร่ เมื่อประชาชน เห็นทหารทำให้อุ่นใจ ” ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ

มณฑลทหารบกที่ 37 เผย ภาพประทับใจ ประชาชนชาวแม่สายนำเครื่องดื่ม ผ้าเช็ดหน้า ใส่ถุงหิ้วแจกมอบให้ทหารและจิตอาสา นั่งพักเหนื่อยกินข้าว ก่อนลุยช่วยน้ำท่วม ต่อ

ทุกคนหรือใครๆ ก็รู้ว่าบรรดาทหารนั้น ถือเป็น ‘รั้วของชาติ’ เพราะหน้าที่หลักของพวกเขาก็คือการปกป้องอธิปไตยของประเทศ เรียกได้ว่าเมื่อใดก็ตามที่มีศัตรูมารุกราน ทหารหาญทั้ง 3 เหล่าทัพก็จะเป็นด่านแรกที่ป้องกันภัยให้แก่แผ่นดินเกิด ประชาชนทุกคนบนแผ่นดินไทย

แต่บทบาทของกองทัพก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเท่านั้น เพราะนับตั้งแต่อดีตกาลที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับภยันตรายที่เกิดขึ้นภายใน กองทัพก็ดูเหมือนจะเป็นที่พึ่งที่ไว้ใจได้มากที่สุด

ดังเช่นในปัจจุบัน ที่ประเทศไทยต้องประสบกับอุทกภัยที่เรื้อรังและร้ายแรงเป็นประจำทุกปี ซึ่งนั่นก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ศักยภาพและน้ำจิตน้ำใจของเหล่าทหารที่มีต่อประชาชนชาวไทย จริงอยู่ที่งานเหล่านี้ไม่ใช่งานหลักของพวกเขา แต่ภาพของทหารจากกองทัพบก ตั้งแต่พลทหารวัยรุ่นจนถึงผู้บังคับบัญชาที่ออกมาช่วยเหลือและบริการประชาชน กลับเป็นภาพที่พบเห็นได้มากที่สุด

ล่าสุด มณฑลทหารบกที่ 37 เปิดเผย!! ภาพน่าประทับใจ เพราะ…..กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เปิดภาพทหารจิตอาสาภัยพิบัติ มณฑลทหารบกที่ 37 และหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงราย หยุดพักกินข้าว ภายหลังภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เติมพลังก่อนลุยช่วยประชาชน…ต่อ

อีกหนึ่งสิ่ง ที่แสดงให้เห็นถึงความรักและความสัมพันธ์ที่ประชาชนมีต่อทหาร คือประชาชนต่างนำเครื่องดื่ม ขนม คาวหวาน ผ้าเช็ดหน้า มามอบให้ทหาร และจิตอาสา ที่นั่งพักให้หายเหนื่อย กินข้าวกินน้ำ ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมอำเภอแม่สาย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2568

การทำงานสู้น้ำท่วมของทหารและจิตอาสาภัยพิบัติ ครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเมื่อย้อนกลับไปมองในอดีต พื้นที่จังหวัดเชียงรายก็ได้ผ่านอุทกภัยครั้งใหญ่น้อยมาแล้วก็หลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งประชาชนก็มักจะเห็นภาพของเหล่าทหารและจิตอาสา ไปลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอยู่เสมอ


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพข้าราชการตำรวจกองบินตำรวจ ที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ยืนยันดูแลสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่

ผบ.ตร.เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพข้าราชการตำรวจกองบินตำรวจ ที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ยืนยันดูแลสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่

วันนี้ (25 พฤษภาคม 2568) เวลา 17.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “ร.ต.อ.ทรงพล บุญชัย” นักบิน (สบ 1) กลุ่มงานการบิน กองบินตำรวจ และ “ร.ต.ท.ทินกฤต สุวรรณน้อย” รอง สว.(อก.) กลุ่มงานช่างอากาศยาน กองบินตำรวจ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รุ่น BELL 212 ตกบริเวณพื้นที่บ้านหนองกก ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร., พล.ต.ท.ศิริพงษ์ ติมุลา ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, พล.ต.ต.อำนาจ เดชบุณเหลือง ผู้บังคับการกองบินตำรวจ, ข้าราชการตำรวจ และครอบครัว ร่วมพิธีฯ ณ วัดนวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร สำหรับ พ.ต.ต.ประเทือง ชูเลิศ นักบิน (สบ 2) กลุ่มงานการบิน กองบินตำรวจ บำเพ็ญกุศลที่ศาลาวัชโรทัย วัดทองผาภูมิ ต.ท่าขนุน อ.ทอง ผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้มอบเงินกองทุนสวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมได้สั่งการกำชับให้ดูแลสวัสดิการและสิทธิประโยชน์กับครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ โดยเบื้องต้นสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับมีดังนี้

  • พ.ต.ต.ประเทือง ชูเลิศ นักบิน (สบ 2) กลุ่มงานการบิน กองบินตำรวจ ได้รับเงินช่วยเหลือตามสิทธิประโยชน์ จำนวน 1,434,560 บาท ได้รับความชอบพิเศษ เลื่อนเงินเดือนไม่เกิน 4 ขั้น และเลื่อนยศสูงขึ้นเป็น พล.ต.ต.
  • ร.ต.อ.ทรงพล บุญชัย นักบิน (สบ 1) กลุ่มงานการบิน กองบินตำรวจ ได้รับเงินช่วยเหลือตามสิทธิประโยชน์ จำนวน 1,424,870 บาท ได้รับความชอบพิเศษ เลื่อนเงินเดือนไม่เกิน 4 ขั้น และเลื่อนยศสูงขึ้นเป็น พ.ต.อ.
  • ร.ต.ท.ทินกฤต สุวรรณน้อย รอง สว.(อก.) กลุ่มงานช่างอากาศยาน กองบินตำรวจ ได้รับเงินช่วยเหลือตามสิทธิประโยชน์ จำนวน 1,970,400 บาท ได้รับความชอบพิเศษ เลื่อนเงินเดือนไม่เกิน 4 ขั้น และเลื่อนยศสูงขึ้นเป็น พ.ต.ท.

มท.1 มอบนโยบาย ผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ เตรียมรับมือสภานการณ์อุทกภัย ย้ำต้องพร้อมช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที

มท.1 มอบนโยบาย ผู้ว่าราชการ 17 จังหวัดภาคเหนือ เตรียมรับมือสภานการณ์อุทกภัย ย้ำต้องพร้อมช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที

วันนี้ (24 พ.ค. 68) ที่ โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซต์ จังหวัดเชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับผู้ว่าราชการ 17 จังหวัดภาคเหนือ ในเรื่องของการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย หลังจากมีฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ และเริ่มมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือ ส่งผลให้บางพื้นที่มีน้ำท่วมฉับพลันและมีน้ำท่วมขัง จึงได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือทุกจังหวัด เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและอุทกภัย เบื้องต้นให้เตรียมพื้นที่ปลอดภัยสำหรับอพยพประชาชนเมื่อเกิดอุทกภัย ที่จะต้องไม่แออัด สะอาด และเหมาะสมสำหรับการอยู่พักอาศัย และต้องตั้งศูนย์ประสานงานส่วนหน้าตามแผนเผชิญเหตุ และหากต้องประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามจุดต่างๆ ก็ให้ทำได้ทันที เพื่อที่จะได้นำงบประมาณมาช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกันได้ให้แต่ละจังหวัดไปทำความเข้าใจกับองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งให้ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ โดยใช้งบประมาณที่มีอยู่นำไปช่วยเหลือให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยไม่ต้องกังวลกับการถูกตรวจสอบ เพียงแต่ใช้ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ แล้วเร่งรัดขั้นตอนและระยะเวลาในการเบิกจ่ายงบในการช่วยเหลือเยียวยาให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนให้มากที่สุด

โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือได้นำเสนอแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละพื้นที่ โดยในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ชี้แจงถึงการเตรียมความพร้อมกับสถานการณ์น้ำในครั้งนี้ว่า เชียงใหม่ได้ประเมินและติดตามสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาภัย พร้อมกำชับให้มีการแจ้งเหตุทันทีภายใน 1 ชั่วโมง ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่คอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และต้องพร้อมที่จะแก้ไขสถานการณ์ในทันทีโดยไม่มีวันหยุด ส่วนการเตรียมพื้นที่ได้กำชับให้มีการเคลียร์อุปสรรคที่จะมากีดขวางทางน้ำ อย่าให้มีต้นไม้ กิ่งไม้ หรือขยะมาเป็นสิ่งกีดขวาง พร่องท่อระบายน้ำตลอดทั้งปี โดยให้ทำงานเป็นทีม ไม่ถือว่าถนนเป็นเขตของพื้นที่ใคร

โดยขณะนี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้รับอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินการขุดลอกน้ำปิง เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยในเชิงโครงสร้างแล้ว ซึ่งจะเริ่มขุดลอกน้ำปิงอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ มีเรือกว่า 20 ลำ ที่ใช้ในการขุดและดูดตะกอนจากใต้น้ำปิง เบื้องต้น จะดำเนินการขุดในระยะแรก 41 กิโลเมตร ในเขตพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ก่อน และจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายนนี้


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ.สั่งการ ศอ.จอส.มทบ.37 เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย อ.แม่สาย จ.เชียงราย อย่างเร่งด่วน

ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการจิตอาสาพระราชทานกองทัพบก สั่งการ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย อย่างเร่งด่วน เน้นย้ำการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ ย้ำ “ประชาชนต้องมาก่อน เพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้”

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการจิตอาสาพระราชทานกองทัพบก (ผอ.ศปง.จิตอาสาพระราชทาน ทบ.) ติดตามสถานการณ์พิบัติภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ทั้งสถาน การณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม รวมทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้น ความเสียหาย และความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุพิบัติภัยที่เกิดขึ้นในขณะนี้

ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการจิตอาสาพระราชทานกองทัพบก ได้สั่งการและเน้นย้ำแนวทางการดำเนินการช่วยเหลือประชาชน ขับเคลื่อนผ่านศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 และ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดเชียงราย และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 /ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 ตามนโนบายสำคัญของ กอง ทัพบก ”พร้อมทุกยามเมื่อเกิดพิบัติภัย“ พร้อมน้อมนำแนวทางพระราชทาน ในการบรรเทาทุกข์ของประชาชน ต้องทำทันที ความทุกข์และความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้

ทั้งนี้ พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 ได้สั่งการให้ กำลังพลในพื้นที่ เข้าช่วยเหลือประชาชนในส่วนพื้นที่ที่เกิดเหตุพิบัติภัยแล้ว ให้ดำเนินการตามแผนการช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้กำลังพล ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือประชาชน และจิตอาสาภัยพิบัติ ศูนย์บรรเทาสาธารณมณฑลทหารบกที่ 37 จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ พร้อมชุดแพทย์เดินเท้า จาก โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช และ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์ฯ ร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ได้เข้าพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชน พื้นที่ถูกน้ำท่วม ชุมชนเกาะทราย ชุมชนเหมืองแดง ชุมชนไม้ลุงขน, และตลาดสายลมจอย ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ขณะรายงานการปฎิบัติยังคงให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ กองบังคับการผาทมิฬ หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ร่วมกับกองร้อยทหารม้าที่ 3 และกองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลังพล ชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติจำนวน 5 ชุดปฏิบัติการ พร้อมด้วยยานพาหนะ รถยนต์บรรทุก 2 1/2 ตัน (fts) จำนวน 3 คัน รถยนต์บรรทุก 1/4 ตัน. จำนวน 3 คัน และอุปกรณ์ช่วยเหลือน้ำท่วม ร่วมกับชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 313, ส่วนราชการฝ่ายปกครอง อำเภอแม่สาย, หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ในพื้นที่อำเภอแม่สาย, กองพันทหารช่างที่ 602 กรมทหารช่างที่ 11 และมณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมทำการบรรจุทรายลงในถุงบิ๊กแบ็ค เพื่อนำไปกั้นช่องทางน้ำ บริเวณ หน้าด่านพรมแดนแม่สาย แห่งที่ 1 และบริสวนสาธารณะบ้านไม้ลุงขน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ปัจจุบันฝนหยุดตก ระดับน้ำอยู่ในระดับต่ำกว่าตลิ่งป้องกันน้ำ หน่วยได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอพยพขนย้ายสิ่งของขึ้นสูงที่สูง และขนย้ายยานพาหนะของประชาชนออกจากบริเวณที่น้ำท่วมขัง ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนฉีดล้างทำความสะอาดฟื้นฟูบ้านเรือน ณ ชุมชนบ้านเกาะทราย, ชุมชนบ้านไม้ลุงขน, และตลาดสายลมจอย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เดินทางมาอำนวยการและกำกับการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่และเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ประสบภัย พร้อมถามถึงความต้องการของประชาชนเพื่อให้ความข่วยเหลือในเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน

#ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

พระครูอ๊อด – พ่อหนานหล้า นำผักผลไม้ แจกจ่ายประชาชน บรรเทาค่าครองชีพช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

พระครูอ๊อด – พ่อหนานหล้า นำผักผลไม้กว่า 10,000 กิโลกรัม แจกจ่ายประชาชน บรรเทาค่าครองชีพช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

วันที่ 24 พฤษภาคม 2568 พระครูอ๊อด แห่งวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับพ่อหนานหล้า ผู้นำชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงจากอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ นำผักและผลไม้จากพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน รวมปริมาณกว่า 10,000 กิโลกรัม แจกจ่ายให้แก่ประชาชน ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ สำนัก งานประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์

พืชผลที่นำมาแจกจ่ายในครั้งนี้ ได้แก่ มะม่วงพันธุ์มหาชนก มะเขือเทศ และพริกแดง โดยมีประชาชนในพื้นที่ตำบลช้างคลานและใกล้เคียงเดินทางมารับของแจกเป็นจำนวนมาก ท่าม กลางบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมด้วยน้ำใจประชาชนต่างแสดงความดีใจที่ได้รับผักผลไม้สดไปประกอบอาหาร ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง

พระครูอ๊อด กล่าวแสดงความขอบคุณพ่อหนานหล้าที่ทำหน้าที่เป็น “สะพานบุญ” ในการรับซื้อพืชผลจากเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล แม้จะไม่ได้กำไรจากการดำเนินการดังกล่าว แต่ก็ตั้งใจนำมาบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์ พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนและแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรอย่างจริงจัง

ด้านพ่อหนานหล้า เปิดเผยว่า ได้รับซื้อพริกแดงจากเกษตรกรในราคา 5 บาทต่อกิโลกรัม และมะเขือเทศในราคาตะกร้าละ 50–70 บาท ขณะที่มะม่วงพันธุ์มหาชนกได้รับการบริจาคจากสวนในจังหวัดลำพูน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยชาวสวนระบายผลผลิต พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการแบ่งปันให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ พ่อหนานหล้า ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในโอกาสต่อไป จะมีการนำผักและผลไม้ไปแจกจ่ายให้กับประชาชน ณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลสวนปรุง เพื่อขยายผลของกิจกรรมการแบ่งปันสู่ชุมชนในวงกว้างยิ่งขึ้น.


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์ ฝนถล่ม เชียงใหม่ เกิดน้ำท่วมและน้ำรอระบาย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์ ฝนถล่ม! จังหวัดเชียงใหม่เกิดน้ำท่วมและน้ำรอระบาย หลายหน่วยงานเร่งเปิดเครื่องสูบน้ำด่วน

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดย เวลา 09.15 น. เรดาร์กรมอุตุนิยมวิทยารายงาน พบกลุ่มฝนขนาดใหญ่เคลื่อนตัวเข้าสู่เขต “เมืองเชียงใหม่” ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ ชุมชนกาดก้อม ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมาก จนน้ำเริ่มเอ่อล้นและรอการระบาย ชาวบ้านในพื้นที่ ขอความร่วมมือกันงดการฝืนขี่แรงน้ำ ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งเปิดเครื่องสูบน้ำ ทำการระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาสถานการณ์

ส่วน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ได้เกิดขึ้นฝนตกหนักในพื้นที่ในเขตอำเภอเมืองเชียง ใหม่ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบาย โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เช่น กาดก้อม ศรีปิงเมือง เป็นต้นเบื้องต้น ในพื้นที่เทศบาลตำบลช้างเผือก เกิดน้ำท่วมขังรอการระบายหน้าชุมชนช่างเคี่ยน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ป้องกันของ เทศบาลตำบลชัางเผือก กำลังติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เข้ารับการช่วยเหลือเบื้องต้น ขณะที่ เทศบาลเมืองสูเทพ ได้แจ้งว่าขณะนี้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบายในซอยหมู่ที่ 5 บ้านร่ำเปิง ตำบลสุเทพ ขณะนี้ทางป้องกันเมืองสุเทพ กำลังเร่งดำเนินการระบายน้ำให้ลงสู่คลองชลประทานโดยเร็ว

ขณะที่ เมื่อเวลา 09.45 น. ในพื้นที่เมืองเชียงใหม่ ฝนตกหนัก มีน้ำท่วมขังรอการระบาย ใต้สะพานทางลอด แยกศาลเด็ก ทั้งขาเข้า-ขาออก รถติดยาวมาก เจ้าหน้าที่รุดเคลียร์เส้นทาง เร่งระบายน้ำ ด้านน้ำป่ากำลังไหลลงบริเวณดอยผ่านวัดผาลาด บนดอยสุเทพ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย อ.เมือง จ.เชียงใหม่

ซึ่งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เช้านี้ฝนตกหนัก ส่งผลให้น้ำระบายไม่ทันในช่วงบริเวณกาดงัว (ตลาดนัดทุ่งฟ้าบด) อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าได้รับผลกระทบหนัก ตอนนี้กลายสภาพเป็นตลาดน้ำไปแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือ


นที มีเดช รายงาน

ชบภ.มทบ.37 ระดมชุดปฏิบัติการและจิตอาสาภัยพิบัติ เข้าช่วยเหลือประชาชน แม่สาย เชียงราย

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 ระดมชุดปฏิบัติการและจิตอาสาภัยพิบัติ เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณ ภัย มณฑลทหารบกที่ 37 ได้สั่งการเร่งด่วนให้ พันเอก ไพศาล อุปพรรณ์ รองเสนาธิการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 ได้นำกำลังพลชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือประชาชน และจิตอาสาภัยพิบัติจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ พร้อมชุดแพทย์เดินเท้าจากโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช และ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย เข้ารวมพลพร้อมรับฟังคำชี้แจงจากนายอำเภอแม่สาย ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อประสานการปฏิบัติส่วนราชการและส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ อำเภอแม่สาย ในภารกิจเข้าพื้นที่เพื่อช่วยประชาชน ขนของขึ้นที่สูง และฟื้นฟูพื้นที่ถูน้ำท่วม ในพื้นที่ อำเภอแม่สาย โดยมอบความรับผิดชอบพื้นที่ชุมชน บ้านเกาะทราย ให้กับชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน และจิตอาสาภัยพิบัติจากกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 และบ้านไม้ลุงขน, บ้านเหมืองแดง ให้กับชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชา ชน และจิตอาสาภัยพิบัติ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37

ซึ่งตั้งแต่เวลา 07.30 น. กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยและจิตอาสาภัยพิบัติ เข้าช่วยเหลือประชาชน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จากกรณีฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา และน้ำป่าไหลหลาก ทำให้บ้านเรือนของประชาชนหลายหลังคาเรือน ถูกน้ำท่วม ต้องยกของหนีน้ำขึ้นไว้บนพื้นที่สูง จึงขอกำลังจากทหาร เข้า ไปช่วยเหลือในพื้นที่ดังกล่าว รายละเอียดการช่วยเหลือจะแจ้งให้ทราบต่อไป

นอกจากนี้ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดย เวลา 11.00 น. หน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อม สมาคมสิริกรเชียงรายบรรเทาสาธารณภัย ยังคงจัดกำลังเดินเท้าเข้าช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์ล่าสุด ระดับน้ำลดลงเรื่อยเรื่อย บางจุดเข้าสู่ภาวะปกติ แต่มีดินโคลนทับถมปริมาณมาก

โดยเมื่อเวลา 10.25 น. ภาพมุมสูง น้ำท่วมแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก เจ้าหน้าที่ทหาร จิตอาสา กู้ภัย ฝ่ายปกครอง กำลังเร่งนำบิ๊กแบ็คปิดรอยรั่วรอบเทศบาลตำบลแม่สาย และมีการแจ้งเตือนบริเวณเส้นทางหลวง สาย แม่จัน-แม่อาย ช่วงบ้านสันติสุข เกิดทรุดตัว แจ้งเตือนผู้ใช้เส้นทางโปรดใช้ความระมัดระวัง


นที มีเดช รายงาน