ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดศาลาปฏิบัติธรรมพระธรรมจาริก เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดศาลาปฏิบัติธรรมพระธรรมจาริก เฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์

วันนี้ 25 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.45 น. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดศาลาปฏิบัติธรรมพระธรรมจาริก เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ณ ที่พักสงฆ์พระธรรมจาริกปางแก หมู่ที่ 7 บ้านปางแก ตำบลทุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมพิธี

ทั้งนี้ จังหวัดน่าน ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่อาศรมที่พักสงฆ์พระธรรมจาริกปางแก หมู่ที่ 7 บ้านปางแก ตำบลทุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน เรียบร้อยแล้ว เห็นว่ามีความเหมาะสมในการดำเนินงานโครงการ “สร้างศาลาปฏิบัติธรรม” เฉลิมพระเกียรติพระเกียรติบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2567 เนื่องจากอาศรมที่พักสงฆ์พระธรรมจาริกปางแก ยังขาดแคลนศาลาสำหรับปฏิบัติ และใช้เป็นสถานที่ในการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนแก่กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียง

“ศาลาปฏิบัติธรรม” เป็นสถานที่ที่พระธรรมจาริกใช้เผยแผ่พระพุทธธรรมคำสั่งสอน ประกอบศาสนกิจทางพระพุทธศาสนา เป็นศูนย์กลางของชุมชน เป็นที่พึ่งทางจิตใจของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนเป็นสถานที่หารือร่วมกันในการป้องกันเพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชนและประชาชนบางส่วนที่มีบ้านอยู่ใกล้ๆ

โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ได้ขอความอนุเคราะห์จากกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ช่วยดำเนินการออกแบบอาคารและควบคุมการก่อสร้าง เป็นแบบอาคารทรงไทยล้านนาประยุกต์ ชั้น แบบยกพื้นสูง ใต้ถุนโล่ง ขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 14 เมตร และมีระเบียงทางเดินรอบอาคาร กว้าง 2.20 เมตร พื้นสำเร็จรูป หลังคาเมทัลชีทใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น จำนวน 2,039,843.23 บาท อาคารห้องน้ำ โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดน่าน ได้รูปแบบอาคารห้องน้ำ เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยม ขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 5.70 เมตร จำนวน 4 ห้อง มีทางเดินรอบอาคาร กว้าง 1 เมตร และบนหลังคาอาคารมีแทงก์น้ำ ขนาดบรรจุ 1,600 ลิตร จำนวน 1 ใบ ใช้งประมาณในการก่อสร้าง เป็นเงิน 556,119.29 บาท

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร และวัดศรีโสดา พระอารามหลวง ได้ดำเนินการจัดส่งพระภิกษุสามเณรไปปฏิบัติศาสนานกิจโดยทำหน้าที่เผยแผ่หลักธรรมคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ราษฎรและกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในพื้นที่สูงของประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 จนมาถึงปัจจุบัน เพื่อให้ราษฎรและกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ราบสูงได้นำหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง และเกิดความสงบสุขแก่ชุมชนตลอดไป

อาศรมพระธรรมจาริกปางแก ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2551 มีประชากรเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง มีจำนวน 167 ครัวเรือน 459 ครอบครัว 2,114 คน ส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาและนับถือบรรพบุรุษ ประมาณ 90 % ชาวบ้านร่วมกันสร้างศาลาบำเพ็ญบุญแบบชั่วคราวด้วยหญ้าคา ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 8 เมตร จำนวน 1 หลัง เพื่อใช้เป็นสถานที่อบรมศีลธรรมให้กับเยาวชนและราษฎรในพื้นที่ และประกอบพิธีกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทั้งนี้เนื่องจากอาศรมตั้งอยู่บนดอยสูงมีลมพัดผ่านค่อนข้างแรงทำให้ศาลาได้รับความเสียหาย ต่อมาจึงมีการก่อสร้างอาคารด้วยปูนแทนอาคารหลังเดิม จำนวน 2 หลัง พร้อมอาคารห้องน้ำ จำนวน 4 ห้อง


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ. ย้ำหน่วยดูแลกำลังพล เตรียมพร้อมต่อทุกภารกิจ ทั้งงานด้านความมั่นคง การสนับสนุนนโยบายรัฐบาล และการช่วยเหลือประชาชนเหตุภัยพิบัติ

ผบ.ทบ. ย้ำหน่วยดูแลกำลังพล เตรียมพร้อมต่อทุกภารกิจ ทั้งงานด้านความมั่นคง
การสนับสนุนนโยบายรัฐบาล และการช่วยเหลือประชาชนเหตุภัยพิบัติ

วันนี้ (26 พ.ค.68) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 8/2568 โดยมี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุม ซึ่งวาระก่อนการประชุม ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบรางวัลและใบประกาศให้กำลังพลในโอกาสต่างๆ ประกอบด้วย กรณีปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุแผ่นดินไหว รวม 16 หน่วย , พิธีมอบเงินให้แก่บุพการีของกำลังพลที่พิการทุพพลภาพ, พิธีมอบเสื้อ “SMART Virtual run” ให้กำลังพลที่เข้าร่วมกิจกรรมและสะสมระยะทางวิ่งรวม 120 กม. และพิธีมอบรางวัล ให้แก่ทีมที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต (E-Sport) ของกระทรวงกลาโหม ปี 2568

โดยผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวขอบคุณและชื่นชมทุกส่วน ทั้งการบูรณาการร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในการช่วยเหลือประชาชนจากเหตุแผ่นดินไหว จนสามารถช่วยเหลือและค้นหาผู้ประสบภัย และส่งคืนพื้นที่ เป็นเรียบร้อย รวมถึงได้สร้างชื่อเสียงให้กับกองทัพบก ผ่านการเข้าร่วมแข่งขันกีฬา E-Sport โดยขอให้รักษามาตรฐาน และพัฒนาในด้านดังกล่าวต่อไป ตลอดจนกำลังพลที่เข้าร่วมออกกำลังกายตามโครงการ Smart Virtual run ที่ถือเป็นการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้มีความพร้อมต่อการปฏิบัติในทุกภารกิจ

จากนั้นกรมฝ่ายเสนาธิการและหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกได้รายงานผลการปฏิบัติงานที่สำคัญในเดือนที่ผ่านมา อาทิ ผลการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายของกองกำลังป้องกันชายแดน สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 188 คน ยึดยาบ้า 31,934,363 เม็ด, ไอซ์ 2,724 กิโลกรัม, เฮโรอีน 89 กิโลกรัม, คีตามีน 240 กิโลกรัม และยาอี 137,000 เม็ด ขณะเดียวกันได้จับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายรวม 664 คน ควบคู่กับสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าเลี่ยงภาษี โดยสามารถยึดบุหรี่ 146,246 ซอง, น้ำมันดีเซล 21,690 ลิตร, น้ำมันเบนซิน 2,800 ลิตร และยางพาราเลี่ยงภาษี จำนวน 7,645 กิโลกรัม

สำหรับการช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีหน่วยทหารในพื้นที่ ได้แก่ มณฑลทหารบกที่ 37, กรมการทหารช่าง, กองกำลังผาเมือง, กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์เร่งช่วยเหลือและคลี่คลายสถานการณ์ในทันทีที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกันกองทัพภาคที่ 3 และกรมการทหารช่างได้ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ดำเนินงานตาม “โครงการงานพัฒนาพื้นที่ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติ” ในการขุดลอกแม่น้ำรวก และสร้างแนวป้องกันชั่วคราว – กึ่งถาวร ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 35.16 % และจะเร่งให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 30 มิ.ย.68 เพื่อเตรียมการดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จากเหตุอุทกภัยในระยะยาว

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการประชุม ผู้บัญชาการทหารบก ได้กำชับให้ผู้บังคับหน่วยกำกับดูแลกำลังพล โดยเฉพาะทหารกองประจำการและนายทหารชั้นประทวน ที่ถือเป็นส่วนสำคัญและเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนทุกภารกิจของกองทัพบก ซึ่งนอกจากภารกิจที่มอบหมายให้ปฏิบัติภายในหน่วยแล้ว ผู้บังคับหน่วยต้องใส่ใจในเรื่องของสิทธิสวัสดิการและความเป็นอยู่ของกำลังพลและครอบครัวอย่างดีที่สุดควบคู่กันไปด้วย ขณะเดียวกันต้องเป็นที่ปรึกษา ลดช่องว่างของการบังคับบัญชา เพื่อให้กำลังพลที่เดือดร้อนและมีความประสงค์ในการร้องเรียน ร้องทุกข์ในเรื่องต่างๆ สามารถเข้าถึงหรือใช้ช่องทางการติดต่อได้อย่างถูกต้องเป็นไปตามระเบียบและกระบวนการที่กองทัพบกได้กำหนด เพื่อเร่งคลายข้อกังวลใจของกำลังพล บรรเทาความเดือดร้อนและป้องกันผลกระทบในด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น

ในส่วนของการปฏิบัติงานด้านความมั่นคง ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำในเรื่องการเตรียมกำลังพลของหน่วยกองกำลังป้องกันชายแดน และหน่วยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งด้านกำลังพล ด้านแผนการปฏิบัติ และด้านยุทโธปกรณ์ที่ทุกหน่วยต้องให้ความสำคัญในการสำรวจสิ่งอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์ภายในหน่วยตามวงรอบ เพื่อให้มีความพร้อมต่อภารกิจเสมอ สามารถใช้กำลังได้จริงหากเกิดเหตุต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เดินทางไปติดตามการปฏิบัติงานและมอบนโยบายเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นขอให้หน่วยที่เกี่ยวข้องนำข้อสั่งการและแนวทางที่ได้รับมาปรับใช้ในการทำงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ประชาชนมีความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ผบ.มทบ.33 พร้อม ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ทำพิธีบวงสรวงก่อนดำเนินโครงการขุดลอกลำน้ำแม่ปิง เพื่อความเป็นสิริมงคล

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 พร้อม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำทีมเชียง ใหม่ทำพิธีบวงสรวงก่อนดำเนินโครงการขุดลอกลำน้ำแม่ปิง เพื่อความเป็นสิริมงคล

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 ที่ อนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ ค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พลตรี ธีระ ผดุงสุนทร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และหน่วยงานที่เกี่ยว ทำพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนการดำเนินงานโครงการขุดลอกลำน้ำแม่น้ำปิงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน

สำหรับการดำเนินการโครงการขุดลอกลำน้ำแม่น้ำปิงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น จะดำเนินการ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การขุดลอกตะกอนดิน ที่สะสมในลำน้ำออกไปทิ้งยังพื้นที่สาธารณะที่กำหนดไว้ ไม่วางไว้ริมแม่น้ำ การขยายหน้าตัดแม่น้ำปิง เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงน้ำเอ่อล้น และการปรับปรุงฝายหินทั้ง 3 แห่ง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านการรับฟังความคิดเห็น

ทั้งนี้ โครงการขุดลอก มีกำหนดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3-4 เดือน ( พฤษภาคม – สิงหาคม ) ก่อนที่ฝนจะตกหนักในช่วงกันยายน-ตุลาคม หากทำสำเร็จ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการรองรับน้ำของแม่น้ำปิงได้มากขึ้น ลดระดับน้ำท่วมในเขตเมืองจาก 5.30 เมตร เหลือประมาณ 4.30 เมตร ซึ่งยังอยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้


นที มีเดช รายงาน

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กำชับจังหวัดเร่งบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในทุกมิติ

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กำชับจังหวัดเร่งบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในทุกมิติ ย้ำนายอำเภอต้องตื่นตัวตลอด เพราะสาธารณภัยเกิดขึ้น ไม่เลือกเวลา

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมอูหลง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย พันเอก ภาณุมาศ จีนานุรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ฝ่ายทหาร ร่วมการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมี นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธาน มี นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัย ผู้บริหารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอำเภอทั้ง 18 อำเภอ หัวหน้าส่วนราช การ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบการประชุมทางไกล

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร มีความห่วงใยความปลอดภัยของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จึงได้สั่งการให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่า การกระทรวงมหาดไทย ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว ซึ่งกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำการแจ้งเตือนประชาชนอย่างทันท่วงที รวมถึงสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่เกิดภัย เพื่อปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตามข้อสั่งการฯ

จากการลงพื้นที่อำเภอแม่สาย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2568 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทก ภัยที่เกิดขึ้น พบว่าระดับน้ำลดลง และสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เหลือเพียงคราบดินโคลนที่ยังต้องเร่งทำความสะอาด และขอให้นายอำเภอทุกอำเภอให้ความสำคัญกับการติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และระดับน้ำในแหล่งน้ำอย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ทราบอย่างต่อเนื่องผ่านทุกช่องทางการสื่อสารของจังหวัด เพราะสถานการณ์ภัยเกิดขึ้นได้โดยไม่เลือกเวลา และหากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ประเมินแล้วพบว่าเข้าเกณฑ์การแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินด้วย Cell Broadcast ปภ. จะทำการแจ้งเตือนภัยด้วย Cell Broadcast ไปยังประชาชนที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทันที

สำหรับสถานการณ์การปนเปื้อนโลหะหนักสารหนูในแม่น้ำกก ที่ประชุมได้หารือในเบื้องต้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางการแก้ไขที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพที่สุด โดยคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ และขอให้ กรมควบคุมมลพิษช่วยสนับสนุนให้คำแนะนำกับทางจังหวัดด้วย ว่าต้องให้คำแนะนำกับพี่น้องประชาชนในการปฏิบัติตนอย่างไร และขอให้ทุกภาคส่วนผนึกกำลังกันในการทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

ทั้งนี้ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 จังหวัดเชียงราย ได้ส่งเครื่องจักรไปไว้ในจังหวัดต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.จ.สุโขทัย ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการน้ำโครงข่ายระบายน้ำแม่น้ำยม – แม่น้ำน่าน ในช่วงฤดูฝน ปี 2568

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการน้ำโครงข่ายระบายน้ำแม่น้ำยม – แม่น้ำน่าน ในช่วงฤดูฝน ปี 2568

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย ฝ่ายทหาร ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการน้ำโครงข่ายระบายน้ำแม่น้ำยม – แม่น้ำน่าน ในช่วงฤดูฝน ปี 2568 เพื่อบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณที่ไหลผ่านพื้นที่เศรษฐกิจ จังหวัดสุโขทัย ให้อยู่ในเกณฑ์ที่รับน้ำได้ จึงมีความจำเป็นต้องระบายน้ำส่วนเกินจากแม่น้ำยมเข้าสู่คลองหกบาทด้านเหนือน้ำของประตูระบายน้ำแม่น้ำยม (บ้านหาดสะพานจันทร์) และระบายผ่านคลองยม-น่าน เพื่อระบายลงสู่แม่น้ำน่าน เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและระบายน้ำผ่านคลองยม-น่าน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในการประชุมฯ ณ ห้องประชุมชั่วคราวโครงการปรับปรุงคลงยม-น่าน ตำบลคลองยาง อำเภอควรคโลก จังหวัดสุโขทัย

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจัดหวัดสุโขทัยได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติดังนี้

  1. ให้สำนักงานจังหวัดสุโขทัย ดำเนินการของบประมาณจากผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เพื่อปรับปรุงคอสะพานแม่ย่าที่ถูกกระแลน้ำกัดเซาะจนชำรุดเสียหาย
  2. ให้อำเภอบูรณาการการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการเตรียมเครื่องจักรกล ยานพาหนะ ให้มีความพร้อมในการรับสถานการณ์อุทกภัย
  3. ให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เฝ้าระวังและติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที
  4. ให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับแขวงทางหลวงสุโขทัย แขวงทางหลวงชนบทสุโขทัย เทศบาลตำบลเมืองเก่า และเทศบาลตำบลบ้านกลัวย บูรณาการวางแผนและออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อบริหารจัดการและตัดยอดปริมาณน้ำจากคลองแม่รำพัน ก่อนที่จะไหลเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองสุโขทัย
  5. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานผลการปฏิบัติงานผ่านไลน์กลุ่ม “ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จังหวัดสุโขทัย”

มทบ.33 ร่วมรับคณะ สำรวจพื้นที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่

มณฑลทหารบกที่ 33 ร่วมรับคณะ สำรวจพื้นที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานา ชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรม “ปูทาง .. สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา วัง“ (ภาคประชาชน) รุ่นที่ 4 ในส่วนของพื้นที่ภาคเหนือ

สำนักพระราชวัง กำหนดจัดกิจกรรม “ปูทาง .. สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา วัง“ (ภาคประชาชน) รุ่นที่ 4 พื้นที่ภาคเหนือ ที่ จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 13 กรกฎาคม 2568 นี้

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 พลตรี ธีระ ผดุงสุนทร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 มอบหมายให้ พันเอก สันติสุข ศรีเมือง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ให้การต้อนรับ พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวัง ในโอกาสที่เดินทางมาประชุมหารือร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ และสำรวจพื้นที่ภายในศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรม “ปูทาง .. สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา วัง“ (ภาคประชาชน) รุ่นที่ 4 ในส่วนของพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งสำนักพระราชวังได้กำหนดจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

โดยในวันนี้เป็นการหารือร่วมกันถึงแนวทางการจัดงาน และมอบหมายภารกิจให้กับหน่วยงานต่างๆ ตามบทบาทหน้าที่ เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

สำหรับกิจกรรม “ปูทาง .. สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา วัง“ (ภาคประชาชน) จะหมุนเวียนจัดขึ้นครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยการจัดงานที่จะมีขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่จะจัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 4 ในส่วนของภาคเหนือ ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 และจะใช้ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษาเป็นสถานที่จัดงาน เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางและมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน สำหรับเป้าหมายของประชาชนที่มาร่วมงานในครั้งนี้ตั้งไว้ที่จำนวน 5,000 คน เน้นประชาชนที่มีความสมัครใจร่วมงานเป็นหลัก โดยจะเปิดโอกาสให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งจะมีการเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้โดยเร็วและทั่วถึงผ่านการสื่อสารทุกช่องทาง ครอบคลุมผู้ร่วมงานไปยังจังหวัดใกล้เคียงที่อยู่รอบข้างจังหวัดเชียงใหม่ด้วย โดยเฉพาะใน 5 จังหวัดใกล้เคียง คือ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา และแพร่ จะมีการจัดรถบริการนำพาประชาชนเข้ามาร่วมงานที่จังหวัดเชียงใหม่ให้ด้วย

ทั้งนี้ ด้วยความที่จังหวัดเชียงใหม่มีความเพียบพร้อมในด้านสถานที่ มีศักยภาพการจัดงานที่มากกว่าจังหวัดอื่นๆ และยังมีประชาชนในบางจังหวัดที่อยากเข้าร่วมงานเพิ่ม แต่ไม่มีโอกาสด้วยข้อจำกัดในด้านสถานที่ ดังนั้น ในอนาคตจึงอาจกำหนดให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์รวมในการกิจกรรมภาพรวมในระดับประเทศ โดยอาจจะสามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้มากถึง 20,000 คน ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมอีกครั้ง


นที มีเดช รายงาน

ผบช.ภ.5 เป็นประธานพิธีเปิด “โครงการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพด้านยุทธวิธี (Small Unit)” ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

ผบช.ภ.5 เป็นประธานพิธีเปิด “โครงการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพด้านยุทธวิธี (Small Unit)” ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานพิธีเปิด “โครงการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพด้านยุทธวิธี (Small Unit)” ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

โดยมี พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.มนิต มณีตระกูลทอง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร., พล.ต.ต.พรชัย พักตร์ผ่องศรี รองประธานสหกรณ์ ออมทรัพย์ตำรวจเชียงใหม่ จำกัด, กต.ตร.ภ.จว.เชียงใหม่, รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, ผกก.หน.สภ.ในสังกัด ภ.จว.เชียงใหม่ และผู้เข้ารับการฝึก จากสถานีตำรวจในสังกัด ภ.จว.เชียงใหม่ จำนวน 200 นาย

โครงการฝึกอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างทักษะและขีดความสามารถด้านยุทธวิธีในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มีความพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และยุทธวิธีเฉพาะทาง รองรับภารกิจในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในทุกสถานการณ์ ณ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ อ.สันกำแพง จว.เชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

พล.ต.อ.ธนายุตม์ เป็นประธาน “การประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อสืบสวนสอบสวนคดีอาญาที่ 5/2568 ของ กก.6 บก.ป.

ตามคำสั่ง ตร. ที่ 287/2568 ลง 22 พ.ค.68 เรื่องแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อรับผิดชอบทำการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาที่ 5/2568 ของ กก.6 บก.ป. คดีระหว่าง ด.ต.นิสาธิต คงเทพ (เจ้าพนักงาน) ผู้กล่าวหา กับ นายสิรดนัยหรือกอล์ฟ พลายด้วง กับพวก

วันนี้ (วันจันทร์ ที่ 26 พ.ค.68) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ. ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.(สส) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./หัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน เป็นประธาน “การประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบ สวน ตามคำสั่ง ตร. ที่ 287/2568 ลง 22 พ.ค.68 เพื่อสืบสวนสอบสวนคดีอาญาที่ 5/2568 ของ กก.6 บก.ป. คดีระหว่าง ด.ต.นิสาธิต คงเทพ (เจ้าพนักงาน) ผู้กล่าวหา กับ นายสิรดนัยหรือกอล์ฟ พลายด้วง กับพวก”

โดยมี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท./รองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน, พล.ต.ต. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.กมค., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประ เสริฐภาพ, ผบก.ป./เลขานุการ, พล.ต.ต.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ ผบก.ภ.จว.สงขลา, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พล.ต.ต.เลิศชาย จำปาทอง ผบก.สส.ภ.8, พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผบก.สส.ภ.9, พล.ต.ต.นิพล เหมสลาหมาด ผบก.กค.ภ.9, พล.ต.ต.ประสงค์  อานมณี
ผบก.ปส.4 พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมชัยจินดา ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ บก.ป. แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร


ลุ้นเลขเด็ดวัดเดิมบางแจกแตงโมชาวบ้านช่วยเกษตรหลังราคาตกต่ำ

สุพรรณบุรี – ลุ้นเลขเด็ดวัดเดิมบางแจกแตงโมชาวบ้านช่วยเกษตรหลังราคาตกต่ำ

ที่วัดเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จจังหวัดสุพรรณบุรี พระครูสุวรรณปญญารักษ์ เจ้าอาวาสวัดเดิมบาง และพระครูบาวชิริล พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ได้ช่วยเกษตรกรชาวไร่แตงโม หลังเกษตรกรประสบปัญหาราคาแตงโมตกต่ำ โดยได้เหมาแตงโมจากเกษตรกร น้ำหนัก 5,000 กิโล ซึ่งเกษตรกรเจ้าของไร่แตงโมและพ่อค้าที่ซื้อขายแตงโม ได้ร่วมสมทบให้มาอีก 1,000 กิโล รวม 6,000 กิโล โดยทางวัดเดิมบางนำมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านและสาธุชนที่ มาร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพุทธบูชา ในพิธีอัญเชิญองค์พระนารายณ์ทรงครุฑ ซึ่งเป็นมหาเทพศักดิ์สิทธิ์ มาให้พุทธศาสนิกชนร่วมสักการะถวายพวงมาลัยดาวเรืองขอพรเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจเป็นสิริมงคลในการประกอบอาชีพ ทั้งยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย

นายเต็ม แจ้งประจักษ์ หรือเฮีย เล็กดอนเจดีย์ เกษตรกรทำไร่แตงโมและเป็นพ่อค้าซื้อขายแตงโม กล่าวว่า หลังจากราคาแตงโมตกต่ำ เกษตรกรขายไม่ได้ ทำให้แตงโมล้นตลาด เกษตรกรบางรายต้องนำแตงโมไปทิ้ง ต้องเป็นขยะเน่าเสีย ทางวัดเดิมบาง ได้ติดต่อขอเหมาแตงโมจากตน นำมาแจกให้บรรดาสาธุชน ที่มาทำบุญ จำนวน 5,000 กิโล ซึ่งตนสมทบเพิ่มอีก 1,000 กิโล รวมกว่า 2,000 ลูก เป็นแตงโมเกรดพิเศษ ลูกใหญ่ ลูกละประมาณ 3-6 กิโล ต้องใช้รถกระบะบรรทุกมา 3 คันรถ ซึ่งมีคนตาดี มองเห็นตัวเลขที่ลูกแตงโมท้ายรถ เห็นเป็นเลข 198 ต่างนำไปเสี่ยงโชคกันในงวดนี้

default

ซึ่งพระครูบาวชิริล พระเกจิอาจารย์ดังนำพาพุทธศาสนิกชน เจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตภาวนา และสวดมนต์คาถาชัยชนะ เพื่อขอพรพระนารายณ์ทรงครุฑ เพื่อขอพรเสริมสร้างสิริมงคล และ ถวายดอกดาวเรืองเพื่อความเป็นสิริมงคล ได้มีการจุดธูปตัวเลขในพิธีบวงสรวง ปรากฏว่าได้เลข 141 โดยพระครูบาวชิริล ได้เจิมมือเปิดดวงเศรษฐีให้กับผู้ที่มาร่วมพิธีและรับแจงแตงโมเพื่อความเป็นสิริมงคล บางคนได้นำโฉนดที่ดินมาให้เจิมด้วย

ขณะที่ นางราตรี โคแล อายุ 52 ปี ชาวจังหวัดสมุทรสาคร มาแก้บนด้วยการนำนางรำมาถวาย 6 ยอด เนื่องจากได้มาบนกับท้าวเวสสุวรรณหน้าทอง และ พระนารายณ์ทรงครุฑ เนื่องจากขายบ้านราคาเกือบ1ล้านบาท ได้สำเร็จ ภายในเวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น หลังประสบความสำเร็จตามที่ได้บอกกล่าวเอาไว้วันนี้จึงนำนางรำมารำถวายแก้บน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

สลด 2 หนุ่ม ขับรถอีแต๊กพลาดตกคลอง ถูกไฟดูดซ้ำเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

นครนายก – สลด 2 หนุ่ม ขับรถอีแต๊กพลาดตกคลอง ถูกไฟดูดซ้ำเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ของวันที่ 26 พ.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากพลี ได้รับแจ้งเหตุมี ผู้ถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิต 2 ราย ที่บริเวณบ้านเลขที่ 108 หมู่ 5 ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก จึงได้ประสานกู้ภัยร่วมกตัญญูและแพทย์เวรไปในที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบร่างชายผู้เสียชีวิต 2 คน ขับรถอีแต๊กตกลงไปริมคลอง และได้ถูกรถอีแต๊กทับร่าง นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณด้านล่าง ทราบชื่อ นายพรเทพ พลรักษา อายุ 32 ปี และนายนิธิพล สงวนศรี อายุ 34 ปี ต่อมาทางญาติได้มาเจอผู้เสียชีวิตจึงรีบลงไปช่วยแต่ถูกไฟฟ้าดูดและรีบออกห่างจากบริเวณนั้น จากนั้นจึงได้รีบประสานไปยังการไฟฟ้าเพื่อขอตัดไฟ เนื่องจากได้ลงไปช่วยผู้เสียชีวิตและมีกระแสไฟฟ้าอยู่ที่ตัวผู้เสียชีวิต เมื่อได้ตัดกระแสไฟฟ้าแล้ว จึงได้นำรถแบ็กโฮมาเคลียร์ทางเพื่อนำรถอีแต๊กขึ้นมาด้านบน

จากการสอบถาม นายพิรุณ พลรักษา พี่ชายผู้เสียชีวิต ได้เล่าให้ฟังว่า ตนเองออกตามหาน้องชายตั้งแต่เวลาประมาณเที่ยง เห็นหายไปตั้งนานนึกว่าออกไปซื้อของจนเวลาประมาณ 6 โมงเย็น ตนเองก็เดินออกมาให้อาหารปลาที่บ่อ ก็ได้สังเกตเห็นน้องชายกับเพื่อนอีกคน ขับรถอีแต๊กตกลงไปบริเวณริมคลองที่อยู่อีกฝั่งนึง เมื่อตนเองเห็นน้องชายตกลงไป จึงรีบกระโดดลงไปช่วย แต่เมื่อได้จับตัวน้อง ตนเองรู้สึกว่าเหมือนมีไฟดูดตน ตนเองจึงรีบขึ้นมาด้านบนก่อนจะแจ้งให้การไฟฟ้ารีบมาตัดไฟเพื่อที่จะช่วยน้องแต่ก็ไม่ทันแล้ว ซึ่งตนเองเคยแจ้งไปทางการไฟฟ้าไปนานแล้ว ถึงเสาไฟต้นนี้ที่เอนลงมาจนสายไฟแทบจะติดน้ำ มีหญ้าขึ้นปกคลุมสายไฟจนแทบมองไม่เห็น ซึ่งถ้ามีการแก้ไขคงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งทางน้องตนเองอาจจะประมาทไปเรื่องการขับรถอีแต๊กตกริมทาง แต่ถ้าไม่โดนสายไฟที่เอนมาจนจะติดพื้นคงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น อาจจะแค่บาดเจ็บเล็กน้อยหรือแค่แขนขาหักก็ยังรักษาหาย อาจจะไม่ต้องมาตายตรงที่เกิดเหตุแบบนี้ ซึ่งทางญาติจะนำร่างของที้ง 2 คน ไปชันสูจน์และบำเพ็ญกุศลต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน