เริ่มแล้ว ! แข่งขันวัวเทียมเกวียน และบ้านลาด 108 ปี ประเพณีเมืองเพชรบุรีหนึ่งเดียวในโลก

เริ่มแล้ว ! แข่งขันวัวเทียมเกวียน และบ้านลาด 108 ปี ประเพณีเมืองเพชรบุรีหนึ่งเดียวในโลก

วันที่ 28 พ.ค.68 นางวัญเพ็ญ มั่งศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี, นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี, นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี, นายชัยยะ อังกินันทน์ นายกอบจ.เพชรบุรี, นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี, จอ.อภิชาติ แก้วโกศล สส.เพชรบุรี, หัวหน้าส่วนราชการ, แขกผู้มีเกียรติ ร่วมกันเปิดการแข่งขันวัวเทียมเกวียนชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ และงานบ้านลาด 108 ปี ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก ณ ศูนย์วิสาหกิจชุมชน บ้านโป่งสลอด หมู่ 6 ตำบลหนองกะปุ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี

จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับ อำเภอบ้านลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเพชรบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี และภาคีเครือข่าย จัดการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี ขึ้น เพื่อสืบสานประเพณีไทยที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก สานต่อประเพณีที่สำคัญไม่ให้เลือนหายไป ทั้งยังเป็นการประชา สัมพันธ์การท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ภายในงานตลอด 5 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 28 พค.- 1 มิย.

นักท่องเที่ยวจะพบกับกิจกรรมที่น่าสนใจ ชมการแข่งขันวัวเทียมเกวียน ทั้งประเภทความเร็วและประเภทสวยงาม การแข่งขันวัววิ่งลู่ การแข่งขันล้มวัวด้วยมือเปล่า สนุกกับการแข่งขันพื้นบ้าน อย่างเช่น การจับหมู การเฉาะตาล และการกินตาล พร้อมรับชมการประกวดทะลายตาล เยี่ยมชมซุ้มแสดงศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตบ้านลาด รวมถึง ลานของ กิน ของดีบ้านลาด ที่รวบรวมสินค้าและอาหารอร่อยๆ จากชุมชนมาให้ได้เลือกซื้อ และการแสดงพื้นบ้าน “ไทยทรงดำ” ที่สวยงาม รวมถึงนิทรรศการมรดกภูมิปัญญาวัวเทียมเกวียนให้ได้เรียนรู้กันด้วย การแข่งขัน วัวลาน การรำวงย้อนยุค การแสดงดนตรี และมหรสพต่างๆ อีกมากมาย ตั้งแต่วันที่28 พค.- 1มิย.68 ไปร่วมสืบสานประเพณีไทยอันล้ำค่า


บรรณรต

อพท.อู่ทอง และ TERO MUSIC ร่วมขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี

จังหวัดสุพรรณบุรี – องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)อู่ทอง และ TERO MUSIC ร่วมขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(องค์การมหาชน) อู่ทอง และ TERO MUSIC ร่วมขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี เชิญศิลปินคลื่นลูกใหม่จากค่ายเทโรมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนสุพรรณบุรี ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ พร้อมรับชมมินิคอนเสริต จากศิลปิน AernAver (น้องเอิน -ปรายดาว สิทธิวงศ์) และวง Mercury Goldfish (น้องจอนปรอท วงษ์เทศ และน้องมาอิ ณัฐชานันท์ เนติกรวิชร) อพท.อู่ทองพร้อมปั้นเยาวชนสุพรรณก้าวสู่เส้นทางศิลปิน เตรียมจัดกิจกรรมความร่วมมือต่อไปในอนาคต

#ปั้นศิลปิน #Teromusic #สุพรรณบุรีเมืองดนตรี #อพท #สุพรรณบุรี #cityofmusic


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์

นครนายก – พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์

วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.00 น. ที่ศาลาเอนกประสงค์ วัดส้มป่อย ตำบลนครนายก อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ประจำปี 2568 โดยมี พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระเถรานุเถระ เจ้าคณะพระสังฆาธิการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนคร นายก ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล อัยการ นายอำเภอเมือง หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน นักเรียน และประชาชน เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง

ด้วยคณะสงฆ์จังหวัดนครนายก ร่วมกับส่วนราชการทุกภาคส่วน จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 27/2567 มติที่ 834/2567 มีมติเห็นชอบกำหนดให้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล ทุกวันที่ 28 ของทุกเดือน ประจำปี 2568 รวม 12 ครั้ง เพื่อเป็น การรวมใจของพสกนิกรชาวจังหวัดนครนายก ในการแสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และร่วมถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ตลอดจนเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ด้วยการน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นแนวคิด แล้วนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และส่งผลให้เกิดความสงบสุขต่อคนในชาติสืบไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ตชด.437 รวมพลังบูรณาการร่วมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ รับมอบตัวผู้ต้องหา “ปริกโมเดล” ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

สะเดา/สงขลา – ตชด.437 รวมพลังบูรณาการร่วมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ รับมอบตัวผู้ต้องหา “ปริกโมเดล” ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

วันนี้ 28 พ.ค.68 ที่กองร้อย ตำรวจตระเวนชายแดน 437 โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชาย แดน 437 ชุดช้างศึกสองเล นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท. บารเมษฐ์ ยอดแดง ผบ.ร้อย ตชด.437 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา ทหารกองร้อยทหารราบที่5021 ตำรวจพนักงานตำรวจศาล ตำรวจภูธรสะเดา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต.ปริก ได้ร่วมกันรับมอบตัวผู้ต้องหาที่หนีหมายจับ จำนวน 4 ราย รวม 5หมายจับ ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลาโดยมีหมายจับคดียาเสพติด พรบ.อาวุธปืน และคดีล้มละลาย

ซึ่งการมอบตัวของผู้ต้องหาทั้ง 4 รายนี้ เป็นความสมัครใจของตัวผู้ต้องหาเอง เพราะมั่นใจและเชื่อใจเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะชุด ช้างศึกสองเล ของตชด.437 เพราะได้เห็นผลงานในสื่อโชเซียล อีกทั้งผู้นำชุมชนในพื้นที่ได้ร่วมกันมือร่วมใจพลักดันให้ชุมชนปลอดบุคคลตามหมายจับ และอาชญากรรมอื่นๆ

โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 รายนี้ ก็จะถูกนำตัวส่งศาลจังหวัดทุ่งสง ศาลจังหวัดนาทวี ศาลแขวงสงขลา และสำนักบังคับคดี สาขานาทวี ตามที่มีหมายจับอยู่ เช่น

  1. นายวิโรจน์ หมายจับพรบ.ยาเสพติด พรบ.จราจร (ขับเสพ) ส่งศาลจังหวัดทุ่งสง นครศรีฯ
  2. นายสุทธิรักษ์ (หมายจับ เสพยา) ส่งศาลแขวงจังหวัดสงขลา จำนวน 2 หมาย
  3. นายสมพร หมายจับ พรบ.ยาเสพติด พรบ.จราจร พรบ.อาวุธปืน (ขับเสพ/พกพาอาวุธปืน) ส่งศาลแขวงจังหวัดสงขลา
  4. นางสาวนันทิยา หมายจับ ขัดขืนหมายเรียกของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ส่งศาลล้มละลาย /สำนักงานบังคับคดี สาขานาทวี

ด้านว่าที่ พ.ต.ท. บารเมษฐ์ ยอดแดง ผบ.ร้อย ตชด.437 ยังกล่าวอีกว่า ในการรับมอบตัวผู้ต้องหาด้วยความสมัครใจในครั้งนี้ เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้น โดยประสานความร่วมมือฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน กำลังทหารในพื้นที่ และตำรวจ สภ.สะเดา เพื่อที่จะให้ผู้ต้องหากลับตัวกลับใจและมั่นใจกับเจ้าหน้าที่ ว่าไม่มีการขู่เข็ญทำร้ายแต่อย่างใด และ คิดว่าโครงการนี้จะได้ผลมากกว่า 80% และ ขอให้ประชาชนเชื่อใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนบุคคลที่ยังหลบหนีไม่ติดต่อเข้ามามอบตัว ทางเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ให้ ต.ปริก อ.สะเดา ปลอดบุคคลตามหมายจับ ตามแนวความคิด “ปริก โมเดล”ตำบลต้นแบบปลอดหมายจับ

หากใครมีที่หมายจับอยู่ หรือทราบข้อมูลบุคคลตามหม่ยจับ สามารถติดต่อมอบตัวหรือแจ้งข้อมูลได้ที่ กองร้อย ตชด.437 หรือ ติดต่อผ่านเพจ ช้างศึกสองเล ได้ 24 ชม. ยืนยันว่าจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีดุจญาติมิตร ยุติธรรม ไม่มีการทำร้ายร่างกายอย่างแน่นอน


ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

ทหารกวาดบ้านตัวเอง ทลายคลังค้าส่งอาวุธปืนสงคราม-ปืนเถื่อนออนไลน์ล็อตมหึมา อึ้งยึดของกลางเพียบ

นครศรีธรรมราช – ทหารกวาดบ้านตัวเอง ทลายคลังค้าส่งอาวุธปื-นสง คราม-ปืนเถื่อนออนไลน์ล็อตมหึมา อึ้งยึดของกลางเพียบเร่งขยายผลครั้งใหญ่ ก่อนส่งตำรวจดำเนินคดี

ที่นครศรีธรรมราช นี่เป็นของกลางอาวุธสงครามนานาชนิดจำนวนมาก จากการปฏิบัติการครั้งใหญ่ของทีมปฏิบัติการทางทหาร มีรายงานว่าตั้งแต่แต่ช่วงบ่ายของวานนี้ นายทหารชั้นผู้ ใหญ่ และทีมปฏิบัติการลับทางทหารจากหลายหน่วยทั้งจากกองทัพบก และนอกหน่วย ได้เข้าร่วมกันเข้าจับกุมแหล่งค้าอาวุธออนไลน์ในร้านพลเรือนมาเช่าพื้นที่ในร้าน PX สำหรับสวัสดิการทหารตรงข้ามกองบัญชาการกองทัพภาค 4 หลังจากมีการสืบสวนขยายผลติดตามการค้าอาวุธผ่านออนไลน์มาจากจังหวัดเชียงใหม่ จนพบว่าต้นทางมาจากนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งค้าโดยสืบสวนมาจนถึงจุดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าประชิดและแสดงตัวก่อนเข้าคุมตัวพลเรือนรายนี้คือ นายวิสุทธิ์ -อายุ 41 ปี ชาวตำบลโพธิ์ทอง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนคร ศรีธรรมราช

จากการค้นพบหลักฐานส่วนประกอบอาวุธปืนในร้านของนายวิสุทธิ์ ส่วนหนึ่ง จากนั้นเจ้าหน้า ที่ได้นำตัวไปยังบ้านพักของทางราชการภายในค่ายวชิราวุธ ของหน่วยทหารแห่งหนึ่งที่ภรรยาของนายวิสุทธิ์รับราชการอยู่ในหน่วยแห่งนั้น พบหลักฐานอีกจำนวนหนึ่ง ถัดมาด้านตัวนายวิสุทธิ์ไปยังบ้านเดิมในตำบลโพธิ์ทอง อำเภอท่าศาลา นครศรีธรรมราช พบของกลางอีกจำนวนมาก และเมื่อนำมานับรวมพบว่ามีอาวุธปืนนานาชนิดพร้อมใช้งานรวม 50 กระบอก อุปกรณ์อะไหล่สำหรับประกอบอาวุธปืนเอ็ม 16 และกลไกต่างๆพานท้ายปืน อีกจำนวนมาก เครื่องกระสุนนานาชนิดอีกร่วม 20,000 นัด


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

พระไม่ห่มจีวร เดินไม่สำรวม ชาวบ้านแจ้งตรวจสอบพบเมายาอย่างหนัก

จังหวัดลพบุรี – เป็นพระไม่ห่มจีวร เดินไม่สำรวม ชาวบ้านแจ้งตรวจสอบ สารภาพผมพระจริง ถึงจับผมติดคุก จับสึกผมก็ยอมเดี๋ยวก็กลับมาบวชใหม่ได้ เพราะผมชอบเสพยา กินยาบ้า เพราะหาง่ายราคาถูก บวชพระเงินไม่ขามือ ยังไงผมก็จะไม่เลิกมันเพราะยาบ้ามันดี

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 พ.ค. 68 ฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองลพบุรี ได้รับแจ้งจากเพจ ”แจ้งเหตุพลบุรี” โดยคุณกัณฑิกา (หรือกอก้อย น้ำแข็งซิ่ง) อายุ 31 ปี แม่ค้าและเป็นผู้โพสต์ ว่ามีพระภิกษุนอนอยู่ภายในสวนสุขภาพ ต.ป่าตาล ลักษณะต้องสงสัยแต่งกายคล้ายพระภิกษุสงฆ์ขอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วย ไม่นานได้มีสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลพบุรี, จนท. ฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองลพบุรี และผู้นำท้องถิ่นลงพื้นที่ตรวจสอบ

ที่บริเวณฝั่งตรงข้าม รร.พลร่มอนุสรณ์ พบชายแต่งกายคล้ายพระ เดินวนเวียนไปมาจึงได้เรียกสอบ ทราบชื่อนายสมมาตร มิ่งสกุล อายุ 47 ปี ชาวบ้าน ต.บางขันหมาก อ.เมือง ลพบุรี เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมได้สอบถึงว่าเป็นพระจริงไหม นายสมมาตรพยักหน้า เจ้าหน้าที่ถามทำไมไม่ห่มจีวร นายสมมาตรไม่ตอบ ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะสอบถามต่อ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ จึงได้นำตัวมาเพื่อสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่อำเภอเมืองลพบุรี โดยได้นิมนต์พระมาทำการเปล่งวาจาสึกเพื่อแสดงเจตนาออกจากความเป็นพระ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่านายสมมาตร เป็นพระจริงหรือพระปลอมเพราะจากการตรวจสอบไม่มีใบสุทธิ

นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี สำนักงานพระพุทธศาสนาได้ทำการสอบสวน ในเบื้องต้นนายสมมาตรให้การวกวน กัดกราม จึงนำตัวไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด พบปัสสาวะเป็นสีม่วง จึงได้ยอมเปิดปากสารภาพว่าเพิ่งเสพยามา 2 เม็ด กินอีก 2 เม็ด ตนเองเดิมทำงานอยู่ จ.สมุทรสงคราม ติดพนันเป็นหนีพนันล้นตัวจึงหนีมาบวชที่วัดแห่งหนึ่ง ต.ท่าแค นานกว่า 1 ปี จนมีเพื่อนร่วมเสพพระชวนมาอยู่ที่วัดใน ต.กกโก เลยไม่กลับวัดเดิม เพราะที่ ต.กกโก ยาบ้าหาง่าย ราคาถูก ตนเองเสพวันละ 2 เม็ด กินอีก 2 เม็ดต่อวันติดยามานานกว่า 6 เดือน จนเดินมาแบบไม่รู้ตัวเอง และไม่รู้ด้วยว่าตนเองต้องห่มจีวร จะติดคุกหรือเอาผมไปบำบัดรักษา ผมก็จะไม่เลิกเสพยา เพราะเสพแล้วดี

เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายสมมาตร ส่งตัวทำการบำบัดรักษา และจะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ หาหลักฐานเอาผิดกับพระที่ชักชวนกันมาเสพยา ซึ่งในเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นได้รับคำชม คำขอบคุณจากนายนายรัฐพล ธุระพันธ์นายอำเภอเมืองลพบุรี และสำนักงานพระพุทธศาสนาลพบุรี ที่มีประชาชนให้ความสนใจช่วยกันสอดส่องดูแลถึงความไม่ชอบมาพากล ความไม่เหมาะสมโดยเฉพาะเกี่ยวกับพระภิกษุสงฆ์


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

“ป.21 พัน.20” ตรวจความพร้อมชุดบรรเทาบรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือประชาชน

“ป.21 พัน.20” ตรวจความพร้อมชุดบรรเทาบรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือประชาชน

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 35 โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ตรวจความพร้อมชุดบรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพล ยุทโธปกรณ์และยานพาหนะ ให้พร้อมในการออกปฏิบัติหน้าที่ให้ทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุการณ์อุทกภัยหรือการช่วยเหลือประชาชนเมื่อได้รับการประสาน/ร้องขอ โดยมี พันโท วานิช เงินดวง ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 เป็นประธานฯ ณ บริเวณด้านหน้ากองบังคับการกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์


เพชรบูรณ์ จัดโครงการอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลกร่วมใจ ขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมไทยยั่งยืน

เพชรบูรณ์ – จัดโครงการอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลกร่วมใจ ขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมไทยยั่งยืน

วันที่ 28 พ.ค.68 ณ หอประชุมชมพูภูพิงค์ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ (วังชมภูวิทยาคม) อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ นายศรัณยู มีทองคำ ผวจ.เพชรบูรณ์ เปิดโครงการอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลกร่วมใจ ขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมไทยยั่งยืนจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ เพื่อส่งเสริมให้ความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยในชุมชน รวมถึงการปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย

กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน อาทิ อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) เจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน ประชาชน นักเรียน นักศึกษา เสริมสร้างจิตสำนึก กระบวนการเรียนรู้ และการพึ่งตนเอง รวมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอย การป้องกันและรักษาสิ่งแวดล้อมในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประสานความร่วมมือในการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย ให้อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการร่วมกันผลักดันการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย การป้องกันและรักษาสิ่งแวดล้อมให้เกิดความเข้มเข็งและยั่งยืนในการนำขยะรีไซเคิลดัดแปลงเป็นสิ่งประดิษฐ์ เพื่อลดปริมาณขยะ เพิ่มมูลค่าขยะ และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์

โดยการจัดโครงการอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลกร่วมใจ ขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมไทยยังยืนครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการอบรมจํานวนทั้งสิ้น ๗๒๑ คน ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ, เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ประชาชน, นักเรียน, นักศึกษา และอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก มีการจัดนิทรรศการบริหารจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน การมอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติแก่อาสาสมัคร การบรรยายให้ความรู้ การเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การประกวดชุดรีไซเคิลสิ่งประดิษฐ์จากขยะมูลฝอย


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

เปิดตลาดดีมีมาตฐาน เป็นแหล่งสร้างงาน สร้างอาชีพ ดึงดูดท่องเที่ยว

จังหวัดลพบุรี – เปิดตลาดดีมีมาตฐานเป็นแหล่งสร้างงาน สร้างอาชีพ ดึงดูดท่องเที่ยว อำเภอบ้านหมี่เปิดตลาดดี มีมาตรฐานขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ชุมชน เป็นแหล่งรวมอาหารดีมีคุณภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ดึงดูดผู้บริโภคนักท่องเที่ยวมาเยือน

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 68 ว่าที่ร้อยตรี ทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการ จังหวัดลพบุรี พร้อมคณะกรรมการตรวจประเมินลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลเมืองบ้านหมี่ ในการขับเคลื่อน “ตลาดดี มีมาตราฐานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อพัฒนา มาตราฐานการดำเนินงานของตลาด ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน และดึงดูดนักท่องเที่ยว เข้ามาใช้บริการในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ โดยมีนางสาวสุพัตรา เพียงเกษ รองปลัดเทศบาลเมืองบ้านหมี่ และเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองบ้านหมี่ให้การต้อนรับและเข้าร่วมดำเนินการด้วย

สิ่งสำคัญยังเป็นแหล่งสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับ พี่น้องประชาชนในท้องถิ่น เป็นการดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย การรักษาความสะอาดของตลาด ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อ ประชาชนผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ตำรวจภูธรภาค 3 ภ.จว.นครราชสีมา แถลงผลการสืบสวนจับกุมคดียาเสพติด ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 198,000 เม็ด

ตำรวจภูธรภาค 3 ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา แถลงผลการสืบสวนจับกุมคดียาเสพติด ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 198,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2568 เวลา 10.00 น. ณ สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง จังหวัดนครราชสีมา ต. ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตำรวจภูธรนครราชสีมา สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลางจังหวัดนครราชสีมา และ ปปส.ภาค 3 ร่วมแถลงผลการสืบสวนจับกุมคดียาเสพติด โดยมีพล.ต.ต. ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ. จว.นคร ราชสีมา, พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง, พ.ต.ท.สมาน เชาว์มะเริง รอง ผกก.สส. สภ.โพธิ์กลาง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จว.นครราชสีมา นำโดย พ.ต.ท.ชัยพล คงขุนทด สว.สส.สภ.โพธิ์กลาง, ร.ต.อ.ภาคิน พิทักษ์ศุภกร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.โพธิ์กลาง

ร่วมสืบสวนจับกุมตัว
๑. นายเสือ (นามสมมุติ) อายุ ๒๔ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ ๑)
๒. นายยุทธ (นามสมมุติ) อายุ ๒๔ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ ๒)
๓. นายมอล (นามสมมุติ) อายุ ๓๒ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ ๓)
๔. นางสาวพลอย (นามสมุติ) อายุ ๒๑ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ ๔)
พร้อมด้วยของกลาง
๑. ยาบ้า จํานวน ๒ เม็ด
๒. ยาบ้าที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล จำนวน ๓๓ หมอน หมอนละ ๓ มัด รวม ๙๙ มัด มัดละ ๒,๐๐๐ เม็ด ซุกซ่อนอยู่ถุงพลาสติกสีดำ รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ ๑๙๘,๐๐๐ เม็ด
๓. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน รุ่น ๑๑ สีดำ จำนวน ๑ เครื่อง
๔. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นเอ ๒๔ จำนวน ๑ เครื่อง
๕. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นเอ๕๘ จำนวน ๑ เครื่อง
๖. น้ำปัสสาวะบรรจุขวดพลาสติก จำนวน ๔ ขวด

โดยเมื่อวันที่ ๒๓ พ.ค.๖๘ เวลาประมาณ 00.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลางได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมและลำเลียงยาเสพติดที่ถนนมิตรภาพ ต.โคกกรวด อ.เมือง จว.นครราชสีมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.โพธิ์กลางได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ชุดสนับสนุน จึงได้ทำการออกตรวจในบริเวณก่อนถึงจุดตรวจจุดสกัดฯ ดังกล่าว

ต่อมาเวลา ๐๐.๒๐ น. พบว่ามีรถยนต์กลับรถก่อนถึงจุดตั้งจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถติดตามไปจนถึงถนนหมายเลข ๒๙๐ บ้านหนองกุ้ง หมู่ที่ ๑๓ ต.โคกกรวด อ.เมืองนครราช สีมา พบรถยนต์กระบะแค๊ปสีเขียว ยี่ห้ออีซูซุ จังหวัดบุรีรัมย์ เลี้ยวเข้าไปจอดที่บริเวณอยู่หน้าสนามชนไก่แก้ว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบ พบบุคคลชาย ๒ คน คือนายเสือ (ผู้ต้องหาที่ ๑) เป็นคนขับรถ และนายยุทธ (ผู้ต้องหาที่ ๒) นั่งอยู่ฝั่งผู้โดยสาร ท่าทางมีพิรุธสงสัย จึงได้ทำการสอบ ทั้งสองแจ้งว่ารถยนต์เสีย แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ จึงได้สอบถามจนทั้งสองคนยอมรับว่าได้เสพยาบ้ามาและเป็นคนขับรถนำทางหรือสเก้าท์หน้ารถที่ขนยาบ้า แต่ระหว่างขับรถมาทราบว่ามีการตั้งจุดตรวจอยู่ด้านหน้า จึงเลี้ยวกลับรถก่อนถึงจุดตรวจแล้วมาจอดรถรอเพื่อให้จุดตรวจเลิกก่อนจึงจะเดินทางต่อ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอทำการตรวจค้นภายในรถยนต์ดังกล่าวพบยาบ้าจำนวน ๒ เม็ด ของกลางลำดับที่ ๑) จึงได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท ๑ (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและแจ้งผู้ต้องหาที่ ๑ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพยาเสพ ติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” และสิทธิ์ให้ผู้ต้องหาทั้งสองทราบ

นายเสือฯ และนายยุทธฯ ทราบสิทธิดังกล่าวดีโดยละเอียดแล้วได้สมัครใจช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้การว่าได้เป็นคนขับรถนำทางหรือสเก้าท์หน้ารถคันที่ขนยาบ้า จะขับรถนำทางห่างกันประมาณ ๔-๕ กิโลเมตร ซึ่งรถขนยาบ้ามีจำนวน ๓ คน ชื่อนายต้า (คนขับรถ), นายมอล และ น.ส.พลอย ใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว กทม. เดินทางไปรับยาบ้ามาจาก อ.พระพุทธบาท จว.สระบุรี ซึ่งจะติดต่อกันผ่านแอฟพลิเคชั่นเฟสบุ๊คของนายต้า ตลอดเวลาที่เดินทาง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้วางแผนจับกุมโดยให้ผู้ต้องหาทั้งสอง ติดต่อกับรถคันที่ขนยาบ้าให้มาพบที่จุดที่ตนเองอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังซุ่มดูอยู่บริเวณใกล้ๆจุดนัดหมาย ต่อมาเวลาประมาณ ๐๑.๐๐ น. รถยนต์เป้าหมายได้มาจอดที่จุดนัดหมาย โดยไม่ดับเครื่องและไม่ลงจากรถยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่า เป้าหมายจะหลบหนีจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าทำการจับกุม แต่รถยนต์เป้าหมายได้ขับ หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการติดตามไปอย่างกระชั้นชิด มุ่งหน้าผ่านสวนสัตว์นครราชสีมา จนมาถึงจุดสร้างสะพานแห่งใหม่บ้านหนองบัวศาลา ต.หนองบัวศาลา อ.เมืองนครราชสีมา รถยนต์เป้าหมายได้เสียหลักไปชนเสาไฟฟ้าข้างถนนไม่สามารถขับต่อไปได้ คนภายในรถทั้ง ๓ คน ได้ลงจากรถแล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในป่ามันสำปะหลังข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวิ่งไล่ติดตามจับกุมตัวมาได้ จำนวน ๒ คน คือนายมอล (ผู้ต้องหาที่ ๓) และ น.ส.พลอย (ผู้ต้องหาที่ ๔) ส่วนผู้ชายอีก ๑ คน (นายต้า) หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนมาตรวจค้นรถยนต์คันที่ผู้ต้องหาทั้งสองนั่งมา ผลการตรวจค้นพบยาบ้าที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล จำนวน ๓๓ หมอน หมอนละ ๓ มัด รวม ๙๙ มัด มัดละ ๒,๐๐๐ เม็ด ซุกซ่อนอยู่ ถุงพลาสติกสีดำ รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ ๑๙๘,๐๐๐ เม็ด

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามมอล (ผู้ต้องหาที่ ๓) และ น.ส.พลอย (ผู้ต้องหาที่ ๔) ให้การว่าเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. นายต้าฯ ขับรถยนต์คันดังกล่าว มาพบและชวนให้นั่งรถไปเป็นเพื่อนที่ จว.สระบุรี โดยนายมอล (ผู้ต้องหาที่ ๓) นั่งข้างคนขับ ส่วน น.ส.พลอยฯ (ผู้ต้องหาที่ ๔) นั่งที่เบาะหลัง เวลาประมาณ ๒๐.๐๐น. ได้จอดรถริมทางบริเวณทุ่งนาที่ ต.หนองแก อ.พระพุทธบาท จว.สระบุรี นายต้าฯ ก็ได้ให้นายมอลฯ ลงไปเอาถุงสีดำที่วางไว้ข้างทางขึ้นมาเก็บบนรถ จำนวน ๑ ถุง แล้วเดินทางกลับ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ โดยให้รถยนต์ของนายเสือฯ (ผู้ต้องหาที่ ๑) เป็นรถนำเพื่อคอยดูเส้นทางว่ามีด่านตำรวจหรือไม่ จนมาถึงที่เกิดเหตุแล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับกุมตัวได้พร้อมของกลางดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) โดยมีไว้ เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ซึ่งก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่ม ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย” ซึ่งผู้ต้องหาทราบสิทธิ์และข้อกล่าวหาดีโดยละเอียดแล้ว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง ส่ง พงส.สภ.โพธิ์กลาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน
.