พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีโปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๘

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สุขอนามัยพื้นฐาน และโภชนาการที่ดีของเด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสในสถานสงเคราะห์ ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่เด็ก ผู้พิการ และเจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๘

วันนี้ (๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ) เวลา ๐๙.๓๔ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่ผู้พิการด้านจิตเวช และเจ้าหน้าที่ สถานสงเคราะห์ จำนวน ๒ แห่ง ดังนี้

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอก วีระศักดิ์ อ๊อกกังวาน เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทาน ไปมอบแก่เด็กในความอุปการะ และเจ้าหน้าที่ จำนวน ๗๑๑ คน ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (ชาย) จังหวัดนนทบุรี

สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (ชาย) จังหวัดนนทบุรี สังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้การอุปการะเด็กพิการ ทางสมองและปัญญา เพศชาย อายุระหว่าง ๗ – ๑๘ ปี ที่ครอบครัวประสบปัญหาเดือดร้อนด้านเศรษฐกิจ หรือขาดผู้อุปการะดูแล โดยส่งเสริมให้การคุ้มครองสวัสดิภาพ จัดสวัสดิการสังคม ฟื้นฟู และดูแลคนพิการอย่างมีมาตรฐาน ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ และอยู่ร่วมกับบุคคลในสังคมได้ตามปกติสุข

และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพิธาน เหี้ยมโท้ เชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่เด็กในความอุปการะ และเจ้าหน้าที่ จำนวน ๕๓๔ คน ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (หญิง) จังหวัดนนทบุรี

สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (หญิง) จังหวัดนนทบุรี สังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้การคุ้มครอง ดูแล ฟื้นฟู พัฒนาสมรรถภาพทางร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม ให้แก่ผู้พิการที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา การเรียนรู้ร่วมกับผู้มีความพิการซ้ำซ้อน ออทิสติก และจิตเวช เพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปรกติสุขกับครอบครัว และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็น
พระราชภารกิจสำคัญ ในการดูแลให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่าง ๆ มาโดยตลอด

การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิ คุณอย่างหาที่สุดมิได้


แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนา สัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 6

แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนา สัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 6 ชวนผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ร่วมกันสร้างเครือข่ายเพื่อสนับสนุนความมั่นคงของประเทศ แก้ไขปัญหาภัยคุกคาม ภัยธรรมชาติ ช่วยเหลือประชาชน

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 6 (พสบ.ทภ.3 รุ่นที่ 6) ณ โรงแรมท็อปแลนด์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีผู้เข้ารับการอบรมจากข้าราชการทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์กรของรัฐ และนักธุรกิจภาคเอกชน รวมจำนวน 82 คน ประกอบด้วย ข้าราชการทหาร/ตำรวจ 20 นาย, ข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์กรของรัฐ 17 คน และนักธุรกิจภาคเอกชน 45 คน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์อันจัดส่งผลให้เกิดการสนับสนุน ส่งเสริมพลังมวลชนในระดับผู้บริหาร และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาของชาติ และการพัฒนาประเทศ ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของกองทัพบก พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ภัยคุกคาม ช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ด้านความมั่นคงของประเทศ ต่อไป

โดยมีการบรรยายการสร้างอุดมการณ์ความรักชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ ภารกิจ และการดำเนินงานของกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 3 ปัญหาภัยคุกคาม ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ การเดินตามศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาประเทศและความยั่งยืนรวมทั้งการสื่อสารดิจิทัล ภาคปฏิบัติประกอบด้วย การจัดเวทีเสวนา การเสวนาระดมความคิดเห็น การทัศนศึกษา กิจกรรมพัฒนาสัมพันธ์และการดำเนินงานจิตอาสา ทั้งนี้ผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้ร่วมเป็นเครือข่ายและสนับสนุนงานด้านความ มั่นคงของชาติ และร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาอย่างสร้างสรรค์ ในนามของ สมาชิก ชมรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 หรือ พสบ.ทภ.3 ต่อไป

สำหรับการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 6 ครั้งนี้ มี พลตรี วรเทพ บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 พันเอก นพดล วัชรจิตบวร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายทหาร พันเอก ธนะพันธ์ ขำทวี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 นาวาเอก เขมชาติ ทองมา เสนาธิการกองบิน 46 พันตำรวจเอก อภิปรัชญ์ พัฒนาดี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก พันตำรวจเอก ชัชวาล เมืองดี ผู้กำกับการอำนวยการภาค จังหวัดสุโขทัย พันตำรวจตรี จตุพร อรุณฤกษ์ถวิล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดตาก ดร. พนาวัน เปรมศรี หัวหน้าสำนักงานผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พิษณุโลก นาย สมพงษ์ ชมชัย นายอำเภอเมืองสุโขทัย นายสุเมธ คูหเพ็ญแสง อัยการจังหวัดสุโขทัย คุณปภัสสร์ เจริญสุกาญจน์ ผู้จัดการบริษัท ทีทีเอช 2020 จำกัด คุณ อารีภัทร ชวรางกูร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.สโตน จำกัด คุณ กมลเนตร สุขสด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ห้าแยก กรุ๊ป (2559) จำกัด คุณ บุญชัย กิจถาวรสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเค ออโต้ โมบิล จำกัด คุณสุวรรณ ศรวณีย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สอดอินเตอร์เนชั่นแนล และกรรมการ บริษัท มหานครแม่สอดเวชการ จำกัด คุณ เพิ่มยศ เสนาะดนตรี ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและการตลาดเบียร์สด ห้างหุ้นส่วนจำกัดจิตต์พานิช คุณ นรินทร แก้วแจ้ง เจ้าของกิจการ House 65 จังหวัดพิษณุโลก คุณ พิเชษฐ์ สว่างโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี.เอ็ม.ฟูดส์แอนด์พอร์ค โพรดักส์ จำกัด และนักธุรกิจ ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ อีกมากมาย


นที มีเดช รายงาน

สวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดบ้านใหม่คาปิบารา พร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ 5 ชนิด

สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดบ้านใหม่คาปิบารา พร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ 5 ชนิด

วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 สวนสัตว์เชียงใหม่จัดกิจกรรม “เปิดบ้านใหม่คาปิบารา” เปิดพื้นที่จัดแสดงใหม่ที่กว้างขวาง ร่มรื่น และได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมตามธรรมชาติของคาปิบารา พร้อมเปิดตัวสมาชิกใหม่ล่าสุด ลูกคาปิบารา สุดน่ารักจำนวน 5 ตัว ที่พร้อมออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด จัดเต็มชุดขันโตกอาหารโปรดภายในบ้านใหม่อย่างอบอุ่น และยังมีการเปิดตัวลูกสัตว์เกิดใหม่อีก 5 ชนิด พร้อมเชิญชวนร่วมกิจกรรม “ตามล่าหาลูกสัตว์ตัวน้อย เบบี้ Five New Babies cm zoo”

นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยต้องการมอบประสบการณ์ความสุข สนุกสนาน และเป็นความทรงจำที่ดีให้กับทุกครอบครัวที่มาเยี่ยมชม ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ แต่ยังเป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถเชื่อมโยงกับสัตว์ เรียนรู้ และใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุข”

และในโอกาสนี้ สวนสัตว์เชียงใหม่เชิญชวนประชาชนทุกท่านร่วมกิจกรรม ระหว่างช่วงวันที่ 31 พฤษภาคมถึง 16 มิถุนายน 2568 เพื่อส่งมอบความสุข ความอบอุ่น และความทรงจำดีๆ ให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน ลุ้นรับรางวัลพิเศษมากมายจากทางสวนสัตว์เชียงใหม่ 48 ชิ้นต่อวัน สำหรับผู้สะสมแต้มครบ 48 ท่านแรก กับกิจกรรม “ตามล่าหาลูกสัตว์ตัวน้อย เบบี้ Five New Babies cm zoo” นักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมผ่าน LINE Official Account ของ สวนสัตว์เชียงใหม่ ด้วยการสแกน QR Code สะสมแต้มจาก 5 จุด ได้แก่ 1.แพะแคระ, 2. คาปิบารา, 3 ค่างห้าสี, 4.เพนกวิน และ 5.จิงโจ้แดง เมื่อสะสมครบแล้ว สามารถนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับของรางวัลพิเศษภายในงาน และ ยังมีกิจกรรมสุดพิเศษ อีกมากมาย เช่น

  • เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี เข้าสวนสัตว์ฟรี (เฉพาะบัตรผ่านประตูสวนสัตว์ 3 มิ.ย. 68 เท่านั้น)
  • ป้อนอาหารฮิปโปโปเตมัส กวาง และช้างเอเชีย
  • ถ่ายภาพกับนกแก้วซันคอนัวร์ และม้าแคระเชทแลนด์
  • เพลิดเพลินกับอาหารจากโซน Food Truck
  • เรียนรู้กับกิจกรรม Plearn to Play
  • ทัวร์หลังบ้าน Feeding เพนกวิน

และ พิเศษสุดกับกิจกรรมใหม่ล่าสุด ทัวร์หลังบ้าน Feeding ลีเมอร์ เริ่ม 3 มิ.ย. นี้ ทุกวันอังคารถึงวันศุกร์ เวลา 10.30 – 11.30 น.

สวนสัตว์เชียงใหม่ไม่เพียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและแหล่งเรียนรู้สำคัญของภาคเหนือ แต่ยังเป็นสถานที่แห่งความทรงจำของผู้คนทุกเพศทุกวัย ในปีนี้ สวนสัตว์ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นบทใหม่แห่งความสุข รอยยิ้ม และความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์อีกครั้ง และมาใช้เวลาร่วมกันในวันเกิดของสวนสัตว์เชียงใหม่…สวนสัตว์แห่งความสุข : Zoo of Happiness


นที มีเดช รายงาน

เผยผลการเจรจา ผบ.ทบ.ไทย-กัมพูชา สามารถบรรลุข้อตกลงในการถอนกำลังออกจากพื้นที่ขัดแย้ง พร้อมใช้กลไก JBC ในระดับรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาในพื้นที่ชายแดน

เผยผลการเจรจา ผบ.ทบ.ไทย-กัมพูชา สามารถบรรลุข้อตกลงในการถอนกำลังออกจากพื้นที่ขัดแย้ง พร้อมใช้กลไก JBC ในระดับรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาในพื้นที่ชายแดน

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า วันนี้ (29 พฤษภาคม 2568) เวลา 15.30 น. พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และคณะ เดินทางไปยังจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อพบปะหารือกับ พลเอก เมา โซะพัน ผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา และคณะฝ่ายกัมพูชา ในประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งในวันนี้เป็นการพบปะเจรจาต่อเนื่อง หลังจากที่ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชาได้พูดคุยผ่านทางระบบ VTC เมื่อวานนี้ (28 พ.ค. 68)

โดยผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียกำลังพลจากเหตุการณ์ปะทะ และเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญต่อเจตนารมณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ ที่ต้องการให้มีการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง พร้อมแสดงจุดยืนสนับ สนุนการพูดคุยเจรจาด้วยสันติวิธี ในการหาข้อตกลงร่วมกัน และขอยืนยันว่าจะไม่มีการรุกรานอธิปไตย หรือการหยิบยกประเด็นข้อขัดแย้งในอธิปไตยของกัมพูชาโดยเด็ดขาด การเจรจาครั้งนี้จะส่งผลดีต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ

ส่วนกรณีข้อขัดแย้งบริเวณช่องบก กองทัพบกไทยและกัมพูชา มีความเห็นร่วมกันในการใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ Joint Boundary Committee (JBC) ซึ่งเป็นกลไกในระดับรัฐบาลในการเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งผลการประชุม JBC คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในอีก 2 สัปดาห์ โดยปัจจุบันกำลังทั้งสองฝ่ายที่เคยปะทะได้เคลื่อนออกจากพื้นที่แล้ว ถือเป็นการคลี่คลายความตรึงเครียดระหว่างกัน ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นพ้องในการใช้กลไกคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน หรือ Regional Border Committee (RBC) เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยที่อาจค้างคา และส่งเสริมกลไก JBC ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ผู้บังคับบัญชาทั้งสองฝ่ายได้ระบุว่าจะกำกับดูแลกำลังพลให้อยู่ภายใต้กรอบการเจรจาอย่างเคร่งครัด โดยผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา ย้ำว่า ในส่วนของกัมพูชา หากมีผู้ใดฝ่าฝืนข้อตกลงที่ได้ร่วมกันวางไว้ในวันนี้ จะดำเนินการย้ายกำลังออกจากพื้นที่ทันที และยืนยันว่าฝ่ายกัมพูชาสามารถควบคุมและสั่งการหน่วยงานทุกหน่วยได้อย่างเด็ดขาด

การพบปะเจรจาระหว่างผู้บัญชาการทหารบกไทยและกัมพูชาในครั้งนี้ บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี สามารถบรรลุข้อตกลงในการถอนกำลังออกจากพื้นที่ขัดแย้ง และคงกำลังอยู่ในที่ตั้งเดิม รอผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม JBC ในระหว่างนี้ ผู้บังคับบัญชาทั้งสองฝ่ายจะกำกับดูแลกำลังพลให้อยู่ภายใต้กรอบการเจรจาอย่างเคร่งครัด โดยกองทัพบกจะยังคงติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนต่อไป



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ตำรวจลุยตรวจตู้คีบตุ๊กตา เกลื่อนเมือง ป้องกันแฝงพนัน มั่วสุมเด็ก

จังหวัดเชียงราย – สภ.เมืองเชียงราย ผนึกกำลังฝ่ายปกครอง ลุยตรวจเข้ม “ตู้คีบตุ๊กตา” ในพื้นที่รับผิดชอบ ป้องกันการพนันแฝง และเป็นแหล่งมั่วสุมของเด็กและเยาวชน

วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ฝ่ายสืบสวน -ป้องกันปราบปราม สภ.เมืองเชียงราย, ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองเชียงราย, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมือง, พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา ระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบกิจการตู้คีบตุ๊กตา และตู้เกมลักษณะคล้ายกัน ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวด

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และเพื่อตอบสนองต่อข้อร้องเรียนและความกังวลของประชาชน เกี่ยวกับลักษณะการประกอบกิจการของตู้คีบตุ๊กตาบางแห่ง ที่อาจเข้าข่ายเป็นการพนันแฝง หรือมีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน และเป็นแหล่งมั่วสุม รวมถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม

เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าตรวจสอบตามห้างสรรพสินค้า ร้านค้าสะดวกซื้อ และแหล่งชุมชนต่างๆ ที่มีการติดตั้งตู้คีบตุ๊กตาโดยเน้นตรวจสอบในประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • ใบอนุญาตประกอบกิจการ : ตรวจสอบว่าผู้ประกอบการมีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
  • ลักษณะการทำงานของตู้: พิจารณากลไกการทำงานของตู้คีบ ว่าเป็นการใช้ทักษะความสามารถของผู้เล่นเป็นหลัก หรือมีองค์ประกอบของโชคและการเสี่ยงโชคเข้ามาเกี่ยวข้องจนอาจเข้าข่ายการพนัน
  • มูลค่าของรางวัล: ตรวจสอบมูลค่าของรางวัลภายในตู้ เทียบกับจำนวนเงินที่ใช้ในการเล่นแต่ละครั้ง
  • การเข้าถึงของเด็กและเยาวชน: ตรวจสอบมาตรการป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการเล่นในลักษณะที่อาจเป็นการมอมเมา

เบื้องต้น จากการตรวจสอบในหลายพื้นที่พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลและเอกสารเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามหากพบการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เช่น ไม่มีใบอนุญาต หรือมีลักษณะเป็นการพนัน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจรวมถึงการตักเตือน, สั่งให้ปรับปรุงแก้ไข, หรือดำเนินการจับกุมและยึดของกลาง แล้วแต่กรณี

พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย กล่าวว่า “การตรวจสอบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระเบียบและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน หากพบตู้ใดที่เข้าข่ายการพนัน หรือดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกรายให้ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด, ห้ามไม่ให้นักเรียนในเครื่องแบบเข้ามาเล่นหรือใช้บริการ และห้ามไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้ามาเล่นหรือใช้บริการในช่วงเวลาเรียนหรือหลังจากเวลา 20.00 น. โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสังคมและมั่วสุมตามมา”

ทั้งนี้ สภ.เมืองเชียงราย, กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย จะยังคงดำเนินการตรวจสอบตู้คีบตุ๊กตาและกิจการในลักษณะคล้ายกันอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนมีเบาะแสหรือพบเห็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สภ.เมืองเชียงราย หมายเลขโทรศัพท์ 0 5374 4571-2, สายด่วน 191 หรือศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมืองเชียงราย สายด่วน 1567 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตรวจสอบต่อไป

ลุยตรวจตู้คีบตุ๊กตา #ตำรวจเชียงราย #ถนนคนข่าว


นที มีเดช รายงาน

วช. จับมือโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เปิดตัวบอร์ดเกม “นักการเมืองแห่งสารขัณฑ์” เสริมมโนสำนึกต้านทุจริต

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จัดงานประชุมเผยแพร่ผลการวิจัย “การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกมเพื่อเสริมสร้างมโนสำนึกต้านการทุจริตแก่ผู้เรียน” ณ โรงแรมรอยัล ซิตี้ กรุงเทพมหานคร

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) ได้มอบหมายให้ ศ.พล.ต.ต.หญิง พัชรา สินลอยมา ประธานคณะผู้ตรวจสอบวิชาการ แผนงานเสริมสร้างธรรมาภิบาลและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน และ ว่าที่ ร้อยโท ดร.เจนรบ พละเดช กรรมการผู้ตรวจสอบทางวิชาการของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุม โดยมี ศ.พล.ต.ต.ดร.ชัชนันท์ ลีระเติมพงษ์ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวเปิดการประชุม โดยได้กล่าวถึงความสำคัญในการต่อต้านการทุจริตในสังคมไทย การพัฒนาแนวทาง และเครื่องมือ กลไก เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริต รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกมเพื่อเสริมสร้างมโนสำนึกต้านการทุจริต เพื่อบูรณาการสอนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา พร้อมมีพิธีส่งมอบบอร์ดเกม “นักการเมืองแห่งสารขัณฑ์” สำหรับการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ให้แก่ สำนักต้านทุจริตศึกษา สำนักงาน ป.ป.ช.,กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น

ภายในงาน นายณัฐปกรณ์ ประเสริฐสุข เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้นำเสนอผลการวิจัยโครงการ “พัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกมเพื่อเสริมสร้างมโนสำนึกต้านการทุจริตแก่ผู้เรียน“ เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างกลไกที่สามารถป้อง กันและปราบปรามการทุจริตและพฤติกรรมมิชอบ โดยพัฒนาด้วยการปลูกและปลุกจิตสำนึกการเป็นพลเมืองที่มีวัฒนธรรมสุจริต

ต่อมา พ.ต.ท.วิชิต อาษากิจ อาจารย์ คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ได้แนะนำและร่วมสาธิตการเล่นบอร์ดเกม “นักการเมืองแห่งสารขัณฑ์” สำหรับการจัดการเรียนรู้แก่ผู้ร่วมการประชุม ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ (วช.) ในการส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย โดยเฉพาะการใช้เกมเป็นฐานการจัดการเรียนรู้ในการเสริมสร้างจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริตในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และองค์กรภาคประชาสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. จัดแถลงข่าว “50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน: Shaping the Future ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม”

วช. จัดแถลงข่าว “50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน: Shaping the Future ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม”

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดแถลงข่าว “50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน: Shaping the Future ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) เป็นประธาน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ กรรมการกํากับและติดตามการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางด้านความรู้ (Hub of Knowledge) (วช.),นางสาวขวัญศิริ ชนยุทธ ผู้อำนวยการกลุ่มวิเทศสัมพันธ์ (วช.) และนักวิจัย ดร.ทัฏพงศ์ ตุลยานนท์ คณะวิทยาศาสตร์ มหา วิทยาลัยมหิดล เข้าร่วมแถลงข่าว การจัดงานครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อแสดงถึงทิศทางในอนาคตของความร่วมมือกันระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนจากการเข้าร่วม ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (วช.)

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า งานแถลงข่าว “50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน: Shaping the Future ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” ในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้เจตนารมณ์แห่งความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน และในโอกาสการฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านวิชาการ ระหว่าง (วช.) กับ สถาบันสังคมศาสตร์จีน (Chinese Academy of Social Sciences – CASS) เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา (วช.) และ CASS ได้ร่วมกันจัดการสัมมนาวิชาการไทย-จีน ครั้งที่ 5 (The Fifth China–Thailand Think Tank Forum) ขึ้น ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้หัวข้อ “การผลักดันความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน และสร้างชุมชนไทย–จีนที่มีอนาคตร่วมกัน เพื่อความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง และความยั่งยืนที่เพิ่มมากขึ้น” โดยมีสถาบันวิจัยกลยุทธ์ระหว่างประเทศแห่งชาติ (National Institute of International Strategy, NIIS) ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันสังคมศาสตร์จีน (Chinese Academy of Social Sciences,CASS) เป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนา

โดยการสัมมนาวิชาการที่ผ่านมานั้น มีการนำเสนอผลงานวิชาการของนักวิจัยไทยและจีน ภายใต้ 3 หัวข้อย่อย ดังนี้

  1. ครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย : บททบทวนและความสําเร็จ”
  2. การสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน: การเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเชื่อมต่อ เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี”
  3. การเชื่อมโยงความคิด แบ่งปันความก้าวหน้า: การเรียนรู้ร่วมกันและเน้นที่ผู้คน

เพื่อให้นักวิชาการและนักวิจัยไทย-จีนได้แลกเปลี่ยนความรู้ ทัศนะ ประสบการณ์และข้อคิดเห็น ผ่านการนำเสนอผลงานทางวิชาการและการวิจัยในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไทย-จีน สนับสนุนให้นักวิชาการและนักวิจัยไทย-จีน ได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาองค์ความรู้ด้านสังคมศาสตร์ร่วมกัน และนำองค์ความรู้จากการสัมมนาฯ ไปพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางความร่วมมือไทย-จีน ต่อไปในอนาคต

ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ กรรมการกํากับและติดตามการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางด้านความรู้ (Hub of Knowledge) กล่าวว่า การพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางความรู้ (Hub of Knowledge) เป็นกลไกสำคัญในการสร้างฐานความรู้และทรัพยากรมนุษย์คุณภาพสูง ความร่วมมือกับประเทศจีนถือเป็นต้นแบบของความสำเร็จในการสร้างนวัตกรรมร่วมกัน ซึ่งเรามุ่งหวังว่าจะขยายผลความร่วมมือนี้ไปยังมิติใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์โลกยุคอนาคต

นางสาวขวัญศิริ ชนยุทธ ผู้อำนวยการกลุ่มวิเทศสัมพันธ์ (วช.) กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นความร่วมมือที่แน่นแฟ้น โดยเฉพาะในด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิชาการ ซึ่ง วช. และ CASS ได้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยของทั้งสองประเทศ ผ่านศูนย์วิจัยจีน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ – สถาบันสังคมศาสตร์จีน ซึ่งตั้งอยู่ที่ (วช.)

ดร.ทัฏพงศ์ ตุลยานนท์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในฐานะนักวิจัยการมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับนักวิจัยจากประเทศจีน เป็นโอกาสที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ทั้งทางวิชาการและวัฒนธรรม ความร่วมมือนี้ ไม่ใช่แค่การทำวิจัยร่วมกันเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีในการเรียนรู้ การสร้างเครือข่าย และการต่อยอดนวัตกรรมให้เกิดผลกระทบเชิงบวกที่เป็นรูปธรรมต่อสังคมทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

การจัดงานแถลงข่าว “50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน: Shaping the Future ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” ในครั้งนี้ (วช. )ในฐานะกลไกกลางที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ระหว่างไทยและจีน ผ่านความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง (วช.) กับหน่วยงานวิจัยชั้นนำของจีนด้านสังคมศาสตร์ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองจากการประชุมสัมมนาวิชาการไทย–จีน ครั้งที่ 5 (The Fifth China–Thailand Think Tank Forum) ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ มุ่งสู่การสร้างประชาคมไทย–จีน ที่มีอนาคตร่วมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พล.ต.อ.ธนาฯ เป็นประธานการประชุม “ขับเคลื่อนการบริหารราชการงานสืบสวนสอบสวน ของ ตร.” ครั้งที่ 5/2568 ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 29 พ.ค.68) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.(สส) เป็นประธานการประชุม “ขับเคลื่อนการบริหารราชการงานสืบสวนสอบสวน ของ ตร. ครั้งที่ 5/2568“ ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting

พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.(สส1), พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส3), พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส5) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ศปก.ตร. ชั้น 20 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร


พลเอก วสุ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ตท.25 (จปร. 36) เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ มารดา พล.ท.กานต์ ทองอารีย์ อดีตรองเจ้ากรม เทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม ณ วัดโสมนัสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบ กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 เวลา 18.00 น. พลเอก วสุ เจียมสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ตท.25 (จปร. 36) เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ คุณแม่ประพิณ ทองอารีย์ (มารดา)พล.ท.กานต์ ทองอารีย์ อดีตรองเจ้ากรม เทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม
พร้อมร่วมรุ่น จปร. 36 (ตท.25) พล.อ.ศานติ สกุลตนาค หน.คณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา, พล.อ.เริงฤทธิ์ บัญญัติ ที่ปรึกษาสำนักงานนโยบายและแผนกลาโหม, พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผอ..องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, พล.อ.ทวีพูล ริมสาคร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก, พล.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รอง ผอ.สนง.ปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่งคงภายในกองทัพบก, พลตรี มงคล บุตรดาวงษ์ เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก และฯ

โดยมี กฤตพัฒน์ จุลไสย (ไมค์ ณ ชุมพร)ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่งคงของรัฐ-วุฒิสภา, กริชสุวรรณ ดีสุข ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่งคงของรัฐ-วุฒิสภา, อาจารย์ณพวุฒิ จุลไสย ร่วมด้วย ณ ศาลา 8 วัดโสมนัสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบ กรุงเทพฯ


โรงพยาบาลนครปฐม จัดกิจกรรมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2568

โรงพยาบาลนครปฐม จัดกิจกรรมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2568

วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.30 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม มอบหมายให้ นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา รองผู้อำนวยการ ฝ่ายกาแพทย์ เป็นประธานเปิด โครงการรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2568 โดย พญ.พรรณนภา อุดมโชติพฤทธิ์ กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมกิจกรรมวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรและประชาชนทั่วไปตระหนักถึงโทษและพิษภัย จากการใช้บุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรโรงพยาบาลนครปฐมเป็นบุคคลต้นแบบในการ ดูแลส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล นครปฐม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม คณาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ ณ หน้าอาคารอำนวยผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม