ทหารช่างจาก กองทัพภาคที่ 3 และกรมการทหารช่าง เร่งทำแนวพนังกั้นน้ำ พัฒนาพื้นที่เพื่อลดผลกระทบจากดินโคลนน้ำหลาก พื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ให้ทันก่อน อุทกภัยมาถึง แม้ฝนจะตก ทำทั้งกลางวัน จนถึงกลางคืน
ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันจากฝนที่ตกหนักและน้ำสายล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่อำเภอแม่สาย และตลาดสายลมจอย พ่อค้าแม่ค้าตลาดการค้าชายแดนสายลมจอย ซึ่งตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำสายชายแดนไทย-เมียนมา ฝั่งทิศตะวันตกของสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เริ่มปิดตลาดเป็นการชั่วคราว
หลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าทางทหารจากกรมการทหารช่าง จะทำการสร้างพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรและชั่วคราวบริเวณติดกับตลาดดังกล่าว เนื่องจากฝ่ายปกครอง อำเภอแม่สาย ได้เจรจากับเจ้าของอาคารต่างๆ ที่อยู่ริมฝั่งให้รื้อถอนออกไปได้สำเร็จ
เจ้าหน้าที่ทหารช่างจากกรมการทหารช่าง กองทัพบก จึงต้องใช้พื้นที่ในการปรับดินและฝั่งเสาเข็มขนาด 7 เมตร ให้ลึกลงไป 3 เมตร เพื่อติดตั้งพนังกั้นในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ชุมชนหัวฝายไปจนถึงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งหากก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะช่วยป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วมชุมชนและจะสามารถเปิดตลาดการค้าชายแดนต่อไปได้
สำหรับการค้าขายนั้นทาง จังหวัดเชียงราย ได้จัดสถานที่ใหม่ให้พ่อค้าแม่ค้านำสินค้าไปวางจำหน่ายบริเวณโรงแรมปิยะพรฮิลล์ หลัง สถานีตำรวจภูธรแม่สาย และใกล้กับการประปาส่วนภูมิภาคสาขาแม่สาย ได้กว่า 80 ล็อก
ล่าสุด ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถไปใช้บริการภายในสโลแกน “คิดถึงตลาดสายลมจอย คิดถึงบรรยากาศคึกคักแบบเดิม” โดยตลาดแห่งใหม่จะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ส่วนตลาดแห่งเดิมคาดว่าจะกลับมาเปิดได้หลังก่อสร้างพนังแล้วเสร็จแล้ว
สำหรับการก่อสร้างพนังกั้นแม่น้ำสายระยะทาง 3 กิโลเมตรดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อเดือน กันยายน – ตุลาคม 2567 ฝ่ายไทยและเมียนมาจึงตกลงให้มีการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2568 เป็นต้นไปและมีกำหนดแล้วเสร็จวันที่ 20 มิถุนายน 2568
นอกจากนี้มีข้อตกลงให้ฝ่ายไทย ขุดลอกแม่น้ำรวก ตั้งแต่เขต ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย ลงไปจนถึงสามเหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ตามข้อตกลงไทย-เมียนมา โดยจะมีหน่วยงานทหารต่างๆ ทั้งกรมการทหารช่าง กองกำลังผาเมือง และมณฑลทหารบกที่ 37 การขุดมีการดำเนินการเป็นช่วงๆ ช่วงละ 50-100 เมตร เพื่อลดความดันของน้ำและดิน ลดตลิ่งทรุดพร้อมมีระบบป้องกันชั่วคราวเป็นเสาเข็มไม้เส้นผ่านศูนย์กลาง 6-8 นิ้ว ตอกเป็นแนวชิดกันเพื่อไม่ให้ดินทะลักลงแม่น้ำเพิ่มเติมด้วย ขณะที่ฝ่ายเมียนมา จะขุดลอกตั้งแต่ทิศทางต้นแม่น้ำสายตลอดแนวจนถึงแม่น้ำรวก.
สำหรับ โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อลดผลกระทบจากดินโคลนน้ำหลาก พื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยกรมการทหารช่าง กองทัพบก เมื่อเดือนธันวาคม 2567 รัฐบาลได้มอบให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ดูแลแก้ไขปัญหาแม่น้ำสาย โดย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ประสานกระทรวงกลาโหม โดย ทหารช่างกองทัพบก เพื่อจัดทำโครงการลดผลกระทบจาก ดินโคลนน้ำหลาก อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยได้รับอนุมัติเห็นชอบงบประมาณเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2568
โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อลดผลกระทบจากดินโคลนน้ำหลาก อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประกอบด้วย
- งานขุดลอกแม่น้ำรวก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ (โดยฝ่ายเมียนมารับผิดชอบแม่น้ำสาย)
1.1 กองทัพภาคที่ 3 รับผิดชอบ 14 กิโลเมตร
1.2 กรมการทหารช่าง รับผิดชอบ 18 กิโลเมตร - งานอุดป้องกันน้ำ แบบประสมประสานบนสิ่งก่อสร้างที่มีอยู่เดิม เพื่อเป็นแนวป้องกัน ชั่วคราว กึ่งถาวรในชุมชนเมืองแม่สาย
มีระยะเวลาดำเนินการ 90 วัน งานขุดแม่น้ำรวก ได้เริ่มเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 และ งานอุดสร้างแนวป้องกันชั่วคราว กึ่งถาวร ได้เริ่มดำเนินการ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 โดยจะเร่งรัดทำให้เสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 เพื่อให้ทันน้ำหลาก
งานขุดลอกแม่น้ำรวกโดยฝ่ายไทย ซึ่งดำเนินการโดย ทหารช่างจาก กองทัพภาคที่ 3 และกรมการทหารช่าง กองทัพบก งานขุดลอกแม่น้ำรวกโดยฝ่ายไทย (ทหารช่างกองทัพบก) ความยาวรวม 32 กิโลเมตรส่วน การขุดลอกของฝ่ายไทย จะขุดลอกดินตะกอนขึ้นมากองข้างตลิ่งฝั่งไทยตลอดแนวลำน้ำรวก
ขณะที่ งานอุดป้องกันน้ำ แบบประสมประสาน บนสิ่งก่อสร้างที่มีอยู่เดิมเพื่อเป็นแนวป้องกัน ชั่วคราว กึ่งถาวร ครอบคลุมความยาว 2.3 กิโลเมตร ใน 6 ชุมชน ของ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย แนวป้องกันชั่วคราวนี้เป็นงานอุดประสมประสาน 5 รูปแบบบนสิ่งก่อสร้างที่มีอยู่ในปัจจุบัน (ทั้งที่รุกล้ำและไม่รุกล้ำ) โดยไม่ทำพนังกั้นน้ำแต่อย่างเดียว เพราะจะทำให้แคบ โดยมุ่งเพื่อทำให้ลำน้ำกว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ ทั้งนี้การอุดด้วย 5 รูปแบบผสมกันนี้ จะแยกคนละส่วนกับการจัดการกับสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำซึ่งเป็นหน้าที่ฝ่ายปกครองและธนารักษ์ดำเนินการ
นที มีเดช รายงาน