ดีเดย์ 1 มิย. เดินเครื่องเร่งขุดลอกแม่น้ำปิง

ดีเดย์ 1 มิถุนายน เดินเครื่องเร่งขุดลอกแม่น้ำปิง เคาะแล้ว 9 มิ.ย. รับฟังความคิดเห็น ในเขตเมือง และบันทึกข้อตกลง MOU 3 ฝาย ก่อนลงมือปรับปรุง ทุกหน่วยพร้อมลงเรือตรวจการณ์ จุดลงเรือขุดเพิ่มสัปดาห์หน้า

(1 มิถุนายน 2568) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มอบหมายให้ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ติดตามความคืบหน้าการขุดลอกน้ำปิง โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ฝ่ายปกครอง ปภ.เชียงใหม่ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 1 ชลประทานเชียงใหม่โยธาธิการและผังเมือง เทศบาลนครเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง โดยการดำเนินการในวันนี้เป็นช่วงแรกที่ทางหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาจะดำเนินการเข้มข้นในเขตเมืองก่อน เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ จากการสำรวจตรวจสอบพบว่ามีดินตะกอนเป็นจำนวนมากกว่าที่อื่นๆ ทั้งนี้จะดำเนินการควบคู่กันไป ก่อนที่จะขยายการขุดลอกไปยังตอนเหนือและตอนใต้ของเมือง รวมระยะทางทั้งหมด 41 กิโลเมตร ขณะนี้ได้เตรียมพร้อมทุกส่วนไว้ทั้งหมดแล้ว

ภายหลังจากการเอาเรือลงในพื้นที่ มีข้อจำกัด เรื่อง จุดที่เรือจะลง ซึ่งมีเพียงท่าเรือสำนักงานแขวงนครพิงค์ ทำให้การนำเรือแต่ละลำต้องใช้ระยะเวลาในการเอาเรือลง ขณะนี้มีเรืออยู่ในลำน้ำรวม 10 ลำ แล้ว รวมทั้งจะเร่งดำเนินการปรับปรุงฝาย เพื่อให้เรือล่องไปในลำน้ำได้สะดวก ทั้ง41 กิโลเมตร เนื่องจากท้องเรือไม่สามารถข้ามฝายเหล่านั้นได้ โดยปัจจุบันเร่งดำเนินการขุดลอกได้ตั้งแต่ฝ่ายพญาคำ ถึงแขวงนครพิงค์ ระยะทาง 3 กิโล ใช้เรือทั้งหมด 6 ลำ สำหรับแผนการดำเนินการจะมีเรือไม่ต่ำกว่า 20 ลำ ในการขุดลอก 41 กิโลเมตร

สำหรับความคืบหน้าในการประชุมรับฟังความคิดเห็น เพื่อให้ประชาชนเกิดการมีส่วนร่วมในการดำเนินการขุดลอกแม่น้ำปิง และขยายผลไปยังผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วน จึงนับเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของชาวเชียงใหม่ ที่จะร่วมกัน จึงกำหนดจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในเขตเมืองขึ้น ในวันจันทร์ ที่ 9 มิถุนายน 2568 ก่อนที่จะมีการทำบันทึกข้อตกลงในการปรับปรุงฝายและการจัดการน้ำปิงอย่างยั่งยืนต่อไป เพื่อความปลอดภัยของประชาชนชาวเชียงใหม่กว่า 2 ล้านคน


นที มีเดช รายงาน

เคเอ็นยูยึดค่ายพม่า 5 ค่ายในหนึ่งสัปดาห์

กองกำลังกะเหรี่ยง KNLA , PDF และ KNDO เปิดคลิปยึดค่ายบุเรงนองของทหารเมียนมาซึ่งเป็นค่ายใหญ่ที่สุดติดแนวชายแดนไทยในรัฐกะเหรี่ยง ล่าสุดฐานที่มั่นของทหารเมียนมา ตั้งแต่ ตรงข้าม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ไปถึง พื้นที่ตรงข้ามจ.ตาก ถูกกะเหรี่ยงยึดไว้เรียบทุกฐานคงเหลือฐานตรงข้าม อ.อุ้มผาง จ.ตาก ในเขตพื้นที่กองพลน้อยที่ 4 KNU มีแนวโน้มจะถูกเข้าโจมตีต่อไปในเร็ว ๆนี้

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์กองทัพ KNU ได้เผยแพร่คลิปขณะเข้าเคลียร์ฐานบุเรงนองของ กองทัพบกเมียนมา ตรงข้าม บ้านพะดี หมู่ 2 ต.รวมไทยพัฒนา อ.พบพระ จ.ตาก โดยในคลิปดังกล่าวได้มีการปักธงชาติของทหารกะเหรี่ยง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการยึดฐานที่มั่นของทหารเมียนมาได้สำเร็จ ก่อนหน้านั้นทหารกะเหรี่ยง KNLA สนธิกำลังทหารกับกองกำลังพิทักษ์ประชาชนหรือพีดีเอฟ (PDF) และทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นดีโอ (KNDO) ก็ใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินทิ้งระเบิดโจมตีฐานตั้งทหารเมียนมา ฐานบุเรงนอง ซึ่งฐานดังกล่าวตั้งอยู่บนยอดเขาจนมีการยิงปะทะด้วยอาวุธนานาชนิดโดย หลังสิ้นเสียงปืนปะทะ ทหารกะเหรี่ยงสามารถเข้ายึดฐานบุเรงนองได้สำเร็จ

การสู้รบทำให้มีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาอพยพเข้ามาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ในพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก จำนวน 4 แห่ง พักอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวดังนี้ 1. พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราววัดมอเกอร์ไทย ม.1 ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก จำนวน 361 คน, 2. พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราววัดบ้านหมื่นฤาชัย ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก จำนวน 20 คน, 3. พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวคริสตจักรบ้านหมื่นฤาชัย ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก จำนวน 36 คน และ 4. พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวโกดังเอกพันธ์บ้านมอเกอร์ไทย หมู่ที่ 1 ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก จำนวน 116 คน รวมทั้งหมด 533 คน โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง อ.พบพระ จ.ตาก เข้าไปดูแลผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาทุกคน ตามหลักสากล เมื่อสถานการณ์สงบก็จะส่งกลับสู่ภูมิลำเนาต่อไป

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2568 กองกำลังกะเหรี่ยง KNLA ใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ทิ้งระเบิดเป็นระยะๆ โจมตีที่ตั้งทหารเมียนมา พัน.ร.32, พัน.คร.555 และ ร้อย.ป.315 ฐานคะเนเร บ.คะเนเร อ.วาเลย์ใหม่ จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สหภาพเมียนมา ซึ่งอยู่ด้านตรงข้าม บ.ทหารผ่านศึก ม.4 ต.รวมไทยพัฒนา อ.พบพระ จ.ตาก ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 3 กม. โดยฐานดังกล่าวมีอาวุธหนัก ค.120 มม.ซึ่งเป็นฐานคุ้มกันฐานบุเรงนอง ซึ่งเมื่อฐานดังกล่าวแตกพ่ายและถูกยึดไว้ได้ ทำให้ ฐานบุเรงนองขาดการสนับสนุนอาวุธหนัก ทำให้ต้องแตกพ่ายไป

ปัจจุบัน ฐานที่มั่นของทหารเมียนมา ตั้งแต่ ตรงข้าม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ไปถึง พื้นที่ตรงข้าม จ.ตาก ถูกทหารกะเหรี่ยงยึดไว้เรียบทุกฐานคงเหลือฐานตรงข้าม อ.อุ้มผาง จ.ตาก ในเขตพื้นที่กองพลน้อยที่ 4 KNU มีแนวโน้มจะถูกเข้าโจมตีต่อไปในเร็ว ๆ นี้


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบกฯ มอบผ้าไตรพระราชทาน โครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ 110 รูป เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ที่ วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน)

แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 มอบผ้าไตรพระราชทาน โครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ 110 รูป เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ที่ วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน)

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2568 พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พันเอก หญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีมอบผ้าไตรพระราชทาน โครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ 110 รูป เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 โดยมีกำลังพลของหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 10 นาย ณ วัดหิรัญญาราม อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ซึ่งจัดขึ้นโดยวัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน) มูลนิธิหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน และมูลนิธิศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2568

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เสริมสร้างความสามัคคี และความสมานฉันท์ในหมู่พี่น้องชาวไทยทุกคน เป็นกิจกรรมแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนคนรุ่นหลัง ให้กุลบุตรทั้งหลายได้มีโอกาสใกล้ชิด และซึมซับหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา และสร้างบุญกุศล สั่งสมเป็นบารมีสืบต่อไป ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าไตร 1 ไตร และโดยเสด็จพระราชกุศล 110 ไตร ให้แก่ผู้อุปสมบทในโครงการบรรพชาอุปสมบทดังกล่าวด้วย โดยมีผู้เข้าร่วมอุปสมบท จำนวน 135 คน

ทั้งนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ได้จัดประกอบพิธีแห่อัญเชิญผ้าโตรพระราชทาน แห่นาค พิธีมอบผ้าไตรพระราชทาน พิธีบรรพชาสามเณรและอุปสมบทพระสงฆ์ และวันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน 2568 พิธีตักบาตรพระอุปสมบทใหม่ โครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติฯ

โดยก่อนหน้านี้ วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 พลตรี ฐาวิรัตน์ ยังน้อย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36, นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร, พลตำรวจตรี ฐเดช กล่อมเกลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร, พันเอก สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร (ฝ่ายทหาร) หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน ทำพิธีตัดปอยผมนาค โครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ 110 รูป เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ณ วัดหิรัญญาราม อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร


นที มีเดช รายงาน

ตำรวจภูธรภาค5 เข้าร่วมโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

ตำรวจภูธรภาค 5 เข้าร่วมโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 47 พรรษา 3 มิถุนายน 2568

วันที่ 1 มิถุนายน 2568 เวลา 16.30 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 มอบหมายให้ พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.5 ร่วมพิธีบรรพชาอุปสมบท ตามโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 47 พรรษา 3 มิถุนายน 2568 ณ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ซึ่งมีข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.5 จำนวน 5 นาย เข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบท โดยมี พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.สกพ. เป็นประธานในพิธี

โครงการอุปสมบทหมู่ ฯ ในครั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2568 รวมทั้งสิ้น 20 วัน โดยมีข้าราชการตำรวจผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมโครงการ จำนวน 48 นาย ซึ่งหลังจากอุปสมบทแล้ว วันที่ 3-15 มิถุนายน 2568 จะไปศึกษาพระปริยัติธรรมและปฏิบัติธรรม
ณ ศาลาปฏิบัติธรรมเตชะอิทธิพร วัดโบสถ์ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี นับเป็นโอกาสมหามงคลที่สำคัญอีกวาระหนึ่งที่ข้าราชการตำรวจและพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าจะได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยการบำเพ็ญคุณงามความดีและปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล และสืบทอดพระพุทธศาสนารักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย


นที มีเดช รายงาน

สตช.เปิดรายชื่อถนน 94 จุดทั่วประเทศ เข้มงวดบังคับใช้กฎหมายจราจร ตาม “โครงการถนนปลอดภัย” คิกออฟวันนี้พร้อมกันทั่วประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดรายชื่อถนน 94 จุดทั่วประเทศ เข้มงวดบังคับใช้กฎ หมายจราจร ตาม “โครงการถนนปลอดภัย” คิกออฟวันนี้พร้อมกันทั่วประเทศ

วันนี้ (1 มิถุนายน 2568) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยจัดทำ “โครงการถนนปลอดภัย” ให้ดำเนินการเสริมสร้างวินัยจราจรและสร้างความปลอดภัยทางถนน เพื่อให้การบริหารงานจราจรเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยให้บังคับใช้กฎหมายจราจรทางบกและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรถหรือการใช้ทางบนถนนดังกล่าวอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยในการสัญจร โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ กองบังคับการ/ตำรวจภูธรจังหวัด ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ได้พิจารณาเลือกถนนสายสำคัญในพื้นที่ หรือถนนที่มีการฝ่าฝืนกฎจราจรจำนวนมาก หรือถนนที่มีอุบัติเหตุในเส้นทางบ่อยครั้ง หรือถนนที่มีที่ตั้งของสถานศึกษาอยู่หลายแห่ง เพื่อรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องปฏิบัติตามกฎหมายจราจรในทุกมิติ รวมจำนวนถนนที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 94 จุด ทั่วประเทศ แบ่งเป็น พื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวน 11 จุด, ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 9 จุด, ตำรวจภูธรภาค 2 จำนวน 9 จุด, ตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 10 จุด, ตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 13 จุด, ตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 8 จุด, ตำรวจภูธรภาค 6 จำนวน 9 จุด, ตำรวจภูธรภาค 7 จำนวน 9 จุด, ตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 8 จุด และตำรวจภูธรภาค 9 จำนวน 8 จุด

นอกจากนี้ พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า วันนี้ได้เริ่มดำเนิน “โครงการถนนปลอดภัย” พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโครงการที่ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง มุ่งเป้าลดการเกิดอุบัติเหตุจราจร สร้างความปลอดภัยให้แก่ทุกคนที่ใช้รถใช้ถนน พร้อมขอเชิญชวนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ร่วมกันปฏิบัติตามกฎจราจร ไม่ฝ่าฝืนกฎจราจรในถนนเส้นดังกล่าวในทุกมิติ เพราะหากพบการกระทำผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะกวดขันดำเนินคดีอย่างเข้มงวดทุกกรณี

หากประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนพบเหตุต้องสงสัย หรือสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม แจ้งอุบัติเหตุจราจร และขอความช่วยเหลือด้านการจราจร สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกองบังคับ การตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


นที มีเดช รายงาน

ตำรวจเชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า 19 กระสอบ รวม 3,800,000 เม็ด

ตำรวจเชียงรายจับกุม ผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลางยาบ้า 19 กระสอบ รวม 3,800,000 เม็ด และ รถยนต์ 1 คัน เหตุเกิดพื้นที่ สภ.บ้านดู่ จ.เชียงราย

31 พ.ค.2568 เวลา 11.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส. ภ.จว.เชียงราย ร่วมกับ สภ.เมืองเชียงราย, สภ.บ้านดู่, สภ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายอาโซ อายุ 26 ปี ที่อยู่ หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย และนายอาตือ ไม่ทราบนามสกุล สัญชาติเมียนมา ( บาดเจ็บ) พร้อมของกลาง
1 ยาบ้า จำนวน 19 กระสอบ รวม 3,800,000 เม็ด, 2 รถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า CRV สีดำ ทะเบียรน เชียงราย บรรทุกยาเสพติด ถนนหลังสนามบินแม่ฟ้าหลวง หมู่ที่ 10 บ้านปางลาว ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย

โดยเจ้าหน้าตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการส่งมอบยาเสพติดบริเวณถนนข้างสนามบินแม่ฟ้าหลวง ต.บ้านดู่ อ.เมือง จว.เชียงราย โดยใช้รถยนต์สีดำ จึงออกสืบสวนติดตามจับกุมต่อมาตามวันเวลาเกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ เลขทะเบียน เชียง ราย จอดอยู่บริเวณถนนหลังสนามบินแม่ฟ้าหลวง ฯ จึงแสดงตนขอทำการตรวจค้น แต่รถ ยนต์คันดังกล่าวได้ขับหลบหนีและได้ประสบอุบัติเหตุตกร่องน้ำ พบผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 2 อยู่ในรถ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ โดยนายอาตือ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้รับบาดเจ็บจึงนำตัวส่งรักษาตัวที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ตรวจค้นในรถพบยาบ้า จำนวน 19 กระสอบ รวม 3,800,000 เม็ด จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


นที มีเดช รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการฯ,นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการฯ,นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิกฯ,นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการฯ และนายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการฯ นำคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สมาคมฝึกการพูด แห่งประเทศไทย “The Speech Training Association of Thailand”

สมาคมฝึกการพูด แห่งประเทศไทย “The Speech Training Association of Thailand”

พ.อ.พิเศษ เกษม รัตนปราณี (นายกสมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย)ชวนมาฝึกทักษะ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเอง ด้วยการฝึกพูดที่สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย!

วัตถุประสงค์และจุดเด่น
-พัฒนาทักษะการพูด ให้ตรงประเด็น กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ
-พูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ และปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
-ควบคุมความประหม่า และความตื่นเต้นขณะพูด
-ปรับปรุงบุคลิกภาพ สร้างความมั่นใจในการแสดงความคิดเห็น
-มีไหวพริบในการโต้ตอบ พร้อมรับฟังความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

สถานที่ฝึกอบรม: สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย ทุกวันเสาร์ (1pm–5pm) ณ อาคารมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย (ถนนสุขุมวิท ซอยทองหล่อ 25) กรุงเทพฯ

เริ่มต้นพัฒนาตัวเองได้แล้ววันนี้! เพิ่มมูลค่าให้ตัวคุณ ด้วยทักษะการพูดอย่างมืออาชีพ !

สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย อาคารมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล (สุขุมวิท ซอยทองหล่อ 25) กรุงเทพฯ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช.ชู “2 ทศวรรษ มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ”

ความสำเร็จจากความร่วมมือของเครือข่ายระบบวิจัยทั่วประเทศพร้อมเดินหน้าจัด “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568″ ยกทัพงานวิจัยกว่า 1000 ผลงาน กว่า 200 หน่วยงานร่วมจัดแสดงภายใต้แนวคิด “Research for All เชื่อมต่ออนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ แถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025)” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Research for All เชื่อมต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม”

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า ปีนี้ครบ 2 ทศวรรษของงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ โดยเป็นปีที่ 20 นับจากการจัดงานครั้งแรกตั้งแต่ปี 2549 งานดังกล่าวได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพัฒนารูปแบบ นวัตกรรมและการจัดการต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งความเข้มแข็งที่เกิดขึ้นจากการจัดงาน คือ ประชาคมวิจัยซึ่งเป็นพันธมิตรที่มาจากทุกหน่วยงานในระบบวิจัย ทั้งนี้ (วช.) คาดหวังตั้งแต่ในปีแรกของการจัดกิจกรรมที่จะให้งานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติเป็น “งานของทุกคนในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัต กรรม” ที่จะได้นำผลงานที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ งานวิจัยและนวัตกรรมของนักวิจัยไทยที่ได้มีการสะสมองค์ความรู้ ทั้งเรื่องของเทคโนโลยี ความพร้อมของตัวชุดข้อมูล และระบบต่างๆ ที่เป็นความสำเร็จของการทำงานมานำเสนอผ่านเวทีระดับชาติ

“สำหรับมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติในปีนี้ เราไม่ได้มองเฉพาะการทำงานในระบบ ววน.หรือภาคระบบวิจัยและนวัตกรรมเท่านั้น แต่กระทรวง (อว.) โดย นางสาวศุภมาส อิสรภักดี รมว.อว ยังให้ความสำคัญในการทำงานกับทุกภาคส่วน ทิศทางของการทำงานในธีมหลักของงานจึงเป็น“Research for All เชื่อมต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม” รวมถึงมีธีมสำคัญๆ ในหลายๆเรื่อง และที่สำคัญได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสม เด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ในภาคบ่ายของวันที่ 20 มิ.ย.นี้”

ดร.วิภารัตน์ฯ กล่าวอีกว่า ในฐานะที่เติบโตมาพร้อมกับการจัดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ได้เห็นถึงโอกาสและความสามารถของนักวิจัยไทย ที่สอดคล้องกับความเข้มแข็งของประเทศเช่น เกษตรสมัยใหม่ หรือในสถานการณ์ที่มีความจำเป็นในเรื่องของการดูแลสุขภาวะของประชาชนเรื่องของสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และพลังงานในมิติต่างๆ ปัจจุบันหน่วยงานที่เข้าร่วมงานไม่ได้จำกัดอยู่แค่นักวิจัย หรือสถาบันวิจัย แต่วช. ได้ส่งต่อความสำเร็จตั้งแต่ระดับเยาวชน ซึ่งจะเห็นความหลายหลากของผู้เข้าเยี่ยมชม มีการแลกเปลี่ยนร่วมกัน ทำให้เห็นภาพของพลังงานวิจัย และ เห็นการนำไปใช้ประโยชน์

“ประเทศไทยจะก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืนต้องมีงานวิจัยที่ใช่ เพื่อสังคม เศรษฐกิจไทย มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 หรือ Thailand Research Expo 2025 ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 20 นับเป็น 2 ทศวรรษแห่งความร่วมมือที่กระทรวง (อว.) โดย (วช.) พร้อมด้วยหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศได้ร่วมสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ทำให้งานวิจัยได้ส่งต่อไปสู่ผู้ใช้ประโยชน์ในวงกว้าง เปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นพลังพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

การจัดงานในปีนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึง “งานวิจัยเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน” เปิดโอกาสเพื่อให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม และได้รับประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม ซึ่งการผนวกความร่วมมือระหว่างองค์กรเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ ปีนี้มีหน่วยงานเข้าร่วมกว่า 200 แห่ง ภาคการประชุมกว่า 150 หัวข้อ และรวบรวมผลงานกว่า 1,000 ผลงาน ครอบคลุมการใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ ภายใต้ 6 ธีมหลัก คือ งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างพลังสร้างสรรค์ Soft Power ของประเทศ งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อยกระดับสังคมอย่างยั่งยืน งานวิจัยและนวัต กรรมสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมศักยภาพวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)

ทั้งนี้มีผลงานวิจัยที่น่าสนใจ อาทิ งานวิจัยการพัฒนาสายพันธุ์หมูดำ ของกรมปศุสัตว์ ที่นำเครื่องหมายพันธุกรรมและเทคโนโลยีจีโนมมาใช้ เพื่อประโยชน์แก่เกษตรกรรายย่อยเกษตร กรหมูหลุมและเกษตรกรชาวเขาบนพื้นที่สูงเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร สถาบัน วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ สดร. จัดแสดง อุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอากาศที่จะร่วมติดตั้งไปกับยานสำรวจอวกาศ ฉางเอ๋อ สำหรับสำรวจสภาพอวกาศโดยรอบดวงจันทร์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเห็นความสำคัญเกี่ยวกับการแพ้ยารุนแรงของผู้ป่วย นำเสนอ “ผูกพันธุ์” แพลต ฟอร์มดิจิทัลรายงานผลการตรวจทางพันธุกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จัดแสดง นวัตกรรมรองเท้าอิเล็กทรอนิกส์และระบบต้นแบบ สำหรับระบบแพทย์ระยะไกลในผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวและผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จัดแสดงงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างพลัง สร้างสรรค์ Soft Power มวยไทยสู่สากล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การพัฒนาการท่องเที่ยวสัตว์ป่าเพื่อส่งเสริมการจัดการพื้นที่ กันชนมรดกโลกห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นวัตกรรมการสกัดสารจากสมุนไพรด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข จัดแสดงการบูรณาการฟื้นฟูขากรรไกรและใบหน้าแบบครอบคลุม โดยการใช้ตำแหน่งฟันเทียมร่วมในการวางแผนผ่าตัดเสมือนจริงด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ช่วยผ่าตัดเฉพาะบุคคล

นอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมผลงาน จากเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศแล้ว ภายในงานยังได้มีการนำเสนอนิทรรศการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนารถบพิตร รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการวิจัยไทย”, นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10, นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ เจริญพระชนมายุ 70 พรรษา วันที่ 2 เมษายน 2568, นิทรรศการผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา, นิทรรศการเครือข่ายวิจัยภูมิภาค, Research Festival, นิทรรศการศาสตร์และศิลป์งานวิจัย และนิทรรศการ Thailand Research Expo & Symposium 2025 The National RGJ & RRI Conference 2025

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025)” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เวลา 09.00 – 17.00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ https://researchexporegistration.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0-2579-1370-9 ต่อ 263, 264 และ 265 (ภาคการประชุม) หรือ 0-2579-1390 ต่อ 516 517 (ภาคนิทรรศการ)


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ควันหลงงานกระชับมิตร “สุทิน บัวตูม” ผู้จัดการฟุตซอล ทีมชาติไทย

ควันหลงงานกระชับมิตร “สุทิน บัวตูม” ผู้จัดการฟุตซอล ทีมชาติไทย

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2568 ณ ห้อง V.3 ร้านอาหารเพลิน วิภาวดีรังสิต เต็มไปด้วยบรรดาเพื่อนมิตร ผู้รักใคร่ของ “สุทิน บัวตูม” ผู้จัดการฟุตซอลทีมชาติไทย มาให้กำลังใจ ร่วมงานคล้ายวันเกิด “กระชับมิตร” อย่างหนาแน่น

เจ้าของฉายา “บิ๊กทิน” ในแวดวงกีฬา ผู้มุ่งมั่นพัฒนากีฬาฟุตซอลทีมชาติไทย ให้ก้าวไกล เคียงคู่กับอารยะประเทศ นำนักกีฬาไทย ไปแข่งขันสร้างชื่อ ให้เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก สร้างนักกีฬาพัฒนา ผงาดขึ้นมา อย่างโดดเด่น

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บรรดาเพื่อนมิตร ได้ร่วมจัดงานคล้ายวันเกิด ให้ “บิ๊กทิน” ได้สังสรรค์ กับเพื่อนมิตรผู้ใกล้ชิด อย่างอบอุ่น โดยมีแขกผู้มีเกียรติ มาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ “ท่านไสว จันทรศรี” อดีตรองประธานศาลฏีกา, “ท่านอดิศร ไชยคุปต์” รองอัยการสูงสุด, “ท่านปรีชา พงษ์พานิช” อธิบดีอัยการ, “ณัฐวุธ จุลกะเศียน” ผู้เชี่ยวชาญ สส.และเลขา กมธ., “อัยการศุภกิจ”, นายตำรวจ, นักการเมือง, กรรมการปปช., ผู้พิพากษา, นักกฏหมาย, นักธุรกิจ, สื่อมวลชนหลายแขนง และแวดวงกีฬา ฯลฯ มีศิลปินดัง “วินัย พันธุรักษ์” มาขับกล่อม สร้างสีสัน ความบันเทิงอย่างสุนทรีย์ บรรยากาศ เต็มไปด้วยความอบอุ่น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน