อำเภอปากพลี จัดโครงการ “อำเภอยิ้มเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ครั้งที่ 6 ประจำปีงบประมาณ 2568

นครนายก – อำเภอปากพลี จัดโครงการ “อำเภอยิ้มเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ครั้งที่ 6 ประจำปีงบประมาณ 2568

วันที่ 5 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่โดมเอนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก นายสรรเสริญ คำทอง นายอำเภอปากพลี เป็นประธานเปิดโครงการ “อำเภอยิ้มเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ครั้งที่ 6 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ พรมสวัสดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมโครงการฯ

ภายในกิจกรรมโครงการ “อำเภอยิ้มเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ได้มีการมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการ การออกหน่วยให้บริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน, บริการตรวจและแนะนำเรื่องสุขภาพ, บริการนวดแผนไทย, ห้องสมุดเคลื่อนที่, แจกเวชภัณฑ์สำหรับกำจัดศัตรูพืชและสัตว์, แจกพันธุ์สัตว์น้ำ ปลานิลและกบ, แนะ นำการเลี้ยงกบในขวดน้ำ ประหยัดพื้นที่ ต้นทุนต่ำ เลี้ยงง่ายสร้างรายได้เสริม ซึ่งมีประชาชนสนใจเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ การจัดโครงการอำเภอยิ้ม เคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่อให้ส่วนราชการนำหน่วยบริการด้านต่างๆ ลงถึงพื้นที่ หมู่บ้าน/ชุมชน สามารถให้ประชาชนเข้าถึงการบริการและข้อมูลข่าวสารของภาครัฐได้อย่างทั่วถึง และเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ที่จะต้องเดินทางมาติดต่อราชการยังหน่วยงานต่างๆ รวมถึงเพื่อรับทราบปัญหา ความเดือดร้อนและความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ รวมถึงได้นำข้อมูลมาจัดทำเป็นแผนพัฒนาต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

บ.ไทยคาลิ จำกัด ร่วม รร.ด่านขุนทด จัดกิจกรรมสร้างจิตสำนึก วันสิ่งแวดล้อมโลก

บ.ไทยคาลิ จำกัด ร่วม รร.ด่านขุนทด จัดกิจกรรมสร้างจิตสำนึก วันสิ่งแวดล้อมโลก

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ณ บริษัทไทยคาลิ จำกัด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน นายเฉลิมยศ พุทธา ผอ.รร.ด่านขุนทด นำนักเรียน ม.5 และ ม.6 จำนวน 330 คน เข้าร่วมศึกษา เรียนรู้การทำเหมืองแร่ใต้ดิน ของทางบริษัท ฯ เพื่อจะได้เรียนรู้การทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างประโยชน์ ต่อชุมชนและประเทศชาติ บริษัท ฯ ได้จัดทำกิจกรรมเพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับเด็กเยาวชน และ พนักงานบริษัท ฯ ได้มีความรัก และ เอาใจใส่ต่อสิ่งแวดล้อมอยู่เป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ ได้ร่วมกับโรงเรียนด่านขุนทด

ในโอกาสนี้ นายวุฒิชัย สงวนวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยคาลิ จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่บริษัท ฯ ได้เริ่มโครงการ ได้ให้การสนับสนุนสิทธิ์ของบุคคลและชุมชน โดยตระหนักถึงสิทธิ์ การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น และให้การคุ้มครองสิทธิ์ดำรงชีวิตในสังคมอย่างสงบสุข และดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อม รอบพื้นที่โครงการมาตลอด ขะเห็นได้ว่า พื้นที่ตั้งของบริษัท ฯ มีพื้นที่สีเขียวเป็นจำนวนมาก ปัญหาดินเค็ม สร้างผลกระทบต่อเกษตรกร บริษัท ฯ ได้เข้าดูแลช่วยเหลือ เพื่อปรับปรุง ฟื้นฟู จนประสบผลสำเร็จ หลายร้อยไร่ บริษัท ฯ มีมาตรฐานระดับโลก โดยการทำงานร่วมกับ DMT Gmbh & Co.

บริษัท ฯ ที่ปรึกษาด้านเหมืองแร่จากเยอรมนี ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการทำเหมืองแร่ใต้ดินกว่า 150 ปี นอกจากนี้ บริษัทฯ มีความปลอดภัยสูงในด้านจัดการของเสีย นำแนวทาง Zero Discharge มาใช้งาน ซึ่งเป็นการนำน้ำไปใช้หมุนเวียน ไม่มีการปล่อยน้ำทิ้ง หรือของเสียออกนอกโครงการ เพื่อให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับประเทศไทย มีศักยภาพพัฒนาแหล่งแร่โพแทช เพื่อนำมาผลิตเป็นปุ๋ย ซึ่งจะช่วยลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้า ทั้งนี้ ไทยมีการนำเข้าปุ๋ย โพแทซเฉลี่ยปีละ 800,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี การพัฒนาเหมืองแร่โพแทซ ครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญของบริษัท ไทยคาลิ จำกัด ในการสนับสนุนความมั่นคงทางการเกษตรกรรมของประเทศและลดการพึ่งพา การนำเข้า ในระยะยาว


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

นอภ.บิ๊ก จัดงานกาชาดปากเกร็ดยิ่งใหญ่ ชิงช้าสวรรค์สูงที่สุดในประเทศ แสงสีเสียงตระการตา ของรางวัลเพียบ

นอภ.บิ๊ก จัดงานกาชาดปากเกร็ดยิ่งใหญ่ ชิงช้าสวรรค์สูงที่สุดในประเทศ แสงสีเสียงตระการตา ของรางวัลเพียบ

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 5 มิ.ย.68 ที่หน้าอาคารอิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี อ.ปาก เกร็ด จ.นนทบุรี น.ส.ญาณิพัชร์ ศรีโคตร นายอำเภอปากเกร็ด, พ.ต.อ.อภิศักดิ์ โชติกเสถียร ผกก.สภ.ปากเกร็ด, นางปริญดา เชาว์อรัญ รองปลัดเทศบาล รักษาราชการแทนปลัดเทศบาล ปฎิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด, นายทรงพล คำพันธ์ คณะกรรมการและที่ปรึกษาสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “Pak Kret Fest Fair และงานกาชาดปากเกร็ดครั้งที่1 ประจำปี 2568 โดยจัดขึ้นที่บริเวณลานหน้าอาคารอิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

น.ส.ญาณิพัชญ์ ศรีโคตร นายอำเภอปากเกร็ด กล่าวว่า งาน “Pak Kret Fest Fair และงานกาชาดครั้งที่1 จัดขึ้นเพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายมัจฉากาชาด ไปเป็นทุนการศึกษา สร้างบ้านผู้ยากไร้ ดูแลผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ยากไร้ โดยภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ เชิญหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง องค์จำลอง มาให้ประชาชนสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ยังมีชิงช้าสวรรค์สูง 48 ฟุต ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ สามารถมองเห็นวิวของอำเภอปากเกร็ดและเห็นรถไฟฟ้าสายสีชมพูด้วย และยังมีรางวัลอีกมากมาย เช่น รถจักรยานยนต์ 3 คัน, สร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง 1 รางวัล, จักรยานไฟฟ้า, ตู้เย็น, โทรทัศน์, เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก มากกว่า 400 รางวัล ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านมาเดินเที่ยวงาน “ “Pak Kret Fest Fair และงานกาชาดปากเกร็ด”ครั้งที่1 ประจำปี 2568 เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 -15 มิถุนายน 68


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

มูลนิธิกาญจนบารมี ร่วมกับสาธารณสุขลพบุรี ออกหน่วยเมมโมแกรม เคลื่อนที่ลพบุรีลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม

จังหวัดลพบุรี – มูลนิธิกาญจนบารมีร่วมกับสาธารณสุขลพบุรี ออกหน่วยเมมโมแกรม เคลื่อนที่ลพบุรีลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน 2568 ที่วัดป่าธรรมวิสุทธิมงคล ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี ศาสตราจารย์พิเศษภัทรศักดิ์ วรรณแสง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ (Mammogram) ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส 4 หน่วย 4 ภาค ทั่วประเทศ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และโครงการ ”หน่วยคัดกรองมะเร็งนรีเวช” จังหวัดลพบุรี ประจำปี 2568 ซึ่งมูลนิธิกาญจนบารมี ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช องค์การบริหารส่วนจัง หวัดลพบุรี เทศบาลตำบลเขาพระงาม และวัดป่าธรรมวิสุทธิมงคล

จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 และรณรงค์ประชา สัมพันธ์ให้สตรีที่อยู่ห่างไกลและด้อยโอกาสที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการป่วยจากมะเร็งเต้านม ให้ได้รับการตรวจค้นหามะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรกด้วยการตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) รวมทั้งมะเร็งนรีเวช หรือมะเร็งปากมดลูก โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งให้ประชาชนมีความรู้และตระหนัก โดยการอบรมและฝึกปฏิบัติวิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ตลอดจนการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านมในสตรีที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง โดยมี พระเอกชัย ฐานวโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าธรรมวิสุทธิมงคล, ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี ประธานมูลนิธิภาญจนบารมี, นพ.ปิยะเดช วลีพิทักษ์เดช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลพบุรี, นายพูลสวัสดิ์ ถือคง นายกเทศมนตรีตำบลเขาพระงาม, นางน้ำฝน ถือคง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี, กรรมการมูลนิธิ, บุคลากรและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข, อสม. และประชาชนร่วมพิธี

ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิกาญจนบารมี นำหน่วยคัดกรองฯ มาให้บริการกับประชาชน ซึ่งภายในขบวนรถหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ขบวนภาคกลางและภาคใต้ ประกอบด้วยรถ 4 คัน ดังนี้ รถเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ระบบสามมิติ, รถเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ระบบสองมิติ, รถนิทรรศการโรคมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ และรถตรวจมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ เพื่อคัดกรองด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านมที่มีประสิทธิภาพสูง ให้แก่สตรี ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปี ขึ้นไปในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ระหว่างวันที่ 5-6 มิ.ย.68 ตั้งแต่เวลา 08.00 น.-16.00 น. วันละ 150-200 คน พร้อมให้ความรู้โรคมะเร็งเต้านมและสาธิตการตรวจมะเร็งเต้านม รวมทั้งมะเร็งนรีเวชโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ จากนั้นจะออกหน่วยเคลื่อนที่ไปยัง อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี ต่อไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

หนุ่มป่วยซึมเศร้า จ่อขมับยิงตัวเอง ญาติปั๊มหัวใจหามส่งโรงพยาบาล อาการสาหัส

หนุ่มป่วยซึมเศร้า จ่อขมับยิงตัวเอง ญาติปั๊มหัวใจหามส่งโรงพยาบาล อาการสาหัส

เมื่อเวลา 12.34 น. วันที่ 5 มิ.ย.68 พ.ต.ท.ประเสริฐศักดิ์ นวลบัตร พนักงานสอบสวน สภ.ธาตุ พนม ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ว่า มีเหตุใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่ ม.10 ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อถึงที่เกิดเหตุทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหนึ่งราย คือนายปริญ มีระหงส์ อายุ 34 ปี ใช้อาวุธปืนยิงขมับขวา ตัวเอง ได้รับบาดเจ็บ สาหัส ญาติได้ลำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนมไปก่อนหน้าแล้ว ส่วนสาเหตุในการก่อเหตุยิงตัวเองได้รับแจ้งจากญาติของผู้ก่อเหตุว่า ผู้ก่อเหตุป่วยเป็นโรคซึมเศร้าไม่พบปะพูดคุยกับผู้คนขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง หลายวันก่อนจะก่อเหตุดังกล่าวซึ่งหลังจากญาตินำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลแล้วผู้บาดเจ็บมีบาดแผลสาหัสเนื่องจากถูกกระสุนเจาะเข้าที่ขมับทางรพ.ธาตุ พนม จึงได้ส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลนครพนม ทันที

จากการสอบถามนางจารุวรรณ อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า หลังจากได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจากชั้นบนของบ้านจึงรีบขึ้นไปดู เห็นผู้ก่อเหตุ ล้มลงนอน กับพื้นบ้านแล้ว และเห็นมีเลือดไหลนองเต็มพื้น เห็นผู้บาดเจ็บ ยังหายใจอยู่ แต่ขยับตัวไม่ได้ จึงเรียกน้องสาว ซึ่งเป็นเป็นพยาบาล เรียก 1669 มารับ เพื่อนำส่งยังโรงพยาบาล ทันที

ส่วนสาเหตุญาติไม่ติดใจ เพราะหลานกินยาจิตเวช มานานสิบกว่าปีแล้ว โดยชอบบ่นอยากฆ่าตัวตายบ่อย ๆ อยู่ไปไม่มีประโยชน์ ทำอะไรก็ไม่ได้ เหนื่อย โดยผู้ก่อเหตุมีร่างกายอ่อนแรง ขี่มอเตอร์ไซด์ก็ล้ม ไม่เคยป่วยเป็นอย่างอื่น มีแต่โรคจิตเวช ไปรับยาจิตเวชมาทาน หมอบอกว่าเป็นโรคไบโพล่าร์ กับซึมเศร้า ซึ่งก่อนหน้านี้พ่อแม่ของผู้ก่อเหตุแยกทางกันนานแล้ว โดยผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่กับป้าและแม่ และมักจะบ่นน้อยใจพ่อที่ไม่สนใจตัวเองทิ้งไปไม่เหลียวแล โดยก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุเคยมีแฟนและทำงานด้วยกันที่ กทม.แต่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและจิตเวช ญาติจึงชวนมารักษาโรคจิตเวชที่บ้าน ที่จังหวัดนครพนม ก่อนเกิดเหตุประมาณชั่วโมงหนึ่งผู้ก่อเหตุบ่นว่าอยากตาย ซึ่งตนไม่คิดว่าจะทำจริง ๆ ส่วนปืนที่เอามาก่อเหตุ ตนไม่รู้ว่าเอามาจากไหนนางจารุวรรณ กล่าวในที่สุด


ฟร้อง เทพ โอ๋ นครพนม รายงาน

กระท้อนหวาน ของดีเมืองลพบุรีเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตวางจำหน่ายให้นักชิม

จังหวัดลพบุรี – นายก อบต.ตำบลตะลุง อ.เมือง ลพบุรี เกษตรกร เจ้าของสวนแหล่งผลิตกระท้อนหวานของดีเมืองลพบุรี นำสื่อมวลชน ลุยสวนกระท้อน ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวงานกระท้อนหวานสินค้า GI ของดีลพบุรี ราคามาตรฐานเหมือนกันทุกสวน ยืนยันผลผลิตกระท้อนปีนี้ เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคแน่นอน

“กลมแป้น เปลือกบาง รสหวาน เนื้อปุย หวานสะดุ้ง กระท้อนตะลุง ลพบุรี ” นี่ก็คือ สโลแกน ของผลไม้ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดลพบุรี โดยล่าสุด…นายประยุทธ โพธิ์ยิ้ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะลุงพาสื่อมวลชน ลงพื้นที่ แปลงกระท้อน หมู่ที่ 7 ตำบลตะลุง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โดยมีนายอนุวัชร โตสวัสดิ์ เจ้าของสวนกระท้อน พาเดินชมสวน ซึ่งขณะนี้กระท้อนพันธุ์ต่างๆ เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยเฉพาะพันธุ์นิ่มนวลซึ่งจะออกสู่ตลาดให้นักชิมกระท้อนได้ลิ้มลองเป็นพันธุ์แรก ต่อด้วยปุยฝ้าย ทับทิม อีล่า และด้วยต่อพันธุ์เกษตร ซึ่งปีนี้ชาวสวนทุกสวน ยืนยันกระท้อนหวานของดีเมืองลพบุรีมีเพียงพอต่อความต้องการของผู้ที่ชอบทานกระท้อนแน่นอน

นายอนุวัชร โตสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมูที่ 7 ต.ตะลุง เจ้าของสวน ซึ่งปีนี้ได้บริหารจัดการดูแลกระท้อนทุกต้น ทุกสายพันธุ์อย่างดี เพื่อชื่อเสียงของผลไม้ของดีจังหวัดลพบุรี โดยได้ฝากสื่อมวลชนประชาสัมพันธ์ และโปรโมท “การท่องเที่ยวเทศกาล กระท้อนหวาน ของดี จังหวัดลพบุรี “ ให้ด้วยอีกทางเพื่อพี่น้องชาวเกษตรกรพื้นที่ ที่ตั้งใจเพื่อนักชิม

นายไพศาล บุญรอด รองฯ นายก อบต.ได้กล่าวว่าสำหรับปัญหาของเกษตรกรชาวสวนกระท้อนในช่วงนี้นั้นก็คือฝน เนื่องจากหากแกะออกจากห่อ โดนฝนจะทำให้กระท้อนผลแตก คืนตัว รสชาติจะเปลี่ยน ซึ่งชาวสวนกระท้อนต้องพิจารณา และรับฟังข่าวสารจากกรมอุตุ นิยมวิทยาวันต่อวัน และต้องเก็บกระท้อนไม่ให้โดนฝนเพื่อได้รสชาติที่แท้จริง ส่วนกระท้อนที่ ต.ตะลุง และใกล้เคียง จะปลูกแบบไม่ใช้สารเคมี โดยจะใช้ ชีวะวิธี หรือ การใช้จุลินทรีย์ ชนิดต่างๆ มาปรับใช้ในสวน ทั้งการบำรุ่งต้น ตัดแต่งกิ่ง เร่งดอก เร่งผล และกำจัดศัตรูพืช

ซึ่งนายประยุทธ โพธิ์ยิ้ม นายก.อบต.ตำบลตะลุงกล่าวว่า “กระท้อนหวาน” ที่เป็นของดีขึ้นชื่อจะอยู่ใน 3 ตำบลของอำเภอเมืองลพบุรี ได้แก่ ตำบลตะลุง ตำบลโพธิ์เก้าต้น และตำบลงิ้วราย ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำไหลทรายมูล เป็นภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกับการผลิตกระท้อนคุณภาพดี และได้รับรองจากGI เรียบร้อยแล้วจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาตั้งแต่ปี 2561 สำหรับกระท้อนลพบุรี จะมีลักษณะเป็นกระท้อนกลมแป้น เปลือกบาง รสหวาน เนื้อปุยหวานละมุนลิ้น ใครไล้ชิมลิ้มลองจะต้องติดใจ

จากนั้น นายก อบต. ยังได้พาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ซึ่งเป็นบ้านของผู้ใหญ่ฉลวย บุญจันทร์ สถานที่รับซื้อผลกระท้อนนอกห่อ ละในห่อ โดยทางผู้ใหญ่ฉลวยได้นำกระท้อนมาแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าเป็นสินค้าอื่นๆ ได้ เช่น กระท้อนแช่อิ่ม กระท้อนลอยแก้ว กระท้อนกวน กระท้อนหยีคลุกบ๊วย ลูกอมกระท้อน และกระท้อนแซ่บ ซึ่งจะออกจำหน่ายให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลงานกระท้อนเช่นกัน โดยผู้ใหญ่ฉลวยได้สต๊อกกระท้อนแปรรูปไว้เพียงพอต่อนักชิมเช่นกัน

ด้านป้านทองสุข เจ้าของสวนทองสุข และอีกหลายสวน ซึ่งได้นำกระท้อนสายพันธุ์ต่างๆ มาวางจำหน่ายริมทางในพื้นที่สายลพบุรี-บ้านแพรก สายลพบุรี-ท่าวุ้ง และที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยว ประชาชนที่สัญจรไปมา โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบกระท้อน ต่างรีบมาซื้อไปฝากครอบครัว เพื่อนบ้านเนื่องจากเกรงกระท้อนลพบุรีจะหมดก่อน ป้าสุขกล่าวว่าในสวนยังมีกระท้อนมากพอต่อความต้องการแน่นอนเช่นกัน โดยปีนี้ราคากระท้อนเมตั้งแต่ 2 กิโลกรัม 100 บาท ผลใหญ่กิโลกรัมละ 60 บาทขึ้นไปตามไซส์และขนาดแต่ละสายพันธุ์ ซึ่งถือว่าเป็นราคามาตรฐานตามที่จังหวัดได้กำหนด

สำหรับปีนี้ จังหวัดลพบุรี ได้กำหนดจัดงาน “เทศกาลกระท้อนหวานและของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 32 ประจำปี 2568” ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2568 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและเผยแพร่ผลผลิตกระท้อนจังหวัดลพบุรี ให้อยู่ในความนิยมของตลาด ส่งเสริมให้เกษตรกรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปลูกไม้ผล ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรี อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

พล.ต.อ.ธนายุตม์ เป็นประธาน “การประชุมคณะกรรมการบริหารและประเมินผลคัดเลือกศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน191 ดีเด่น”

วันนี้ (วันพุธที่ 4 มิ.ย.68) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร.(บร) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธาน “การประชุมคณะกรรมการบริหารและประเมินผลคัดเลือกศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน191 ดีเด่น” โดยมี พล.ต.ท.ศิริพงษ์ ติมุลา ผบช.สทส., พล.ต.ต.จักรกฤษ เครือสุนทรวานิช รอง ผบช. สกพ., พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบซ.ภ.1, พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง รองผบซ.ภ.2, พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ท.เนติพงศ์ ธาตุทำเล ผทค.พิเศษ ตร.รรท.รอง ผบซ.ภ.4, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต. ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.พิพัฒน์ ชุ่มมณีกูล รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ รอง ผบซ.ภ.8, พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ณรงค์เดชศ์ ศักดิ์สมบูรณ์ ผบก.สส., พล.ต.ต.ธนู พวงมณี ผบก.สยศ.ตร., พล.ต.ต.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผบก.อก.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและผ่านทางระบบออนไลน์(Zoom) ณ ห้องประชุม พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 8 ตร. แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม.


พล.ต.ต.ยุทธนา ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจ ร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพและส่งเสริมสุขภาพจิตตำรวจปทุมธานี Screen & Strong คัดกรองใจให้เข้มแข็ง

วันที่ 30 พ.ค.68 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ รอง ผบก.ฯ, พ.ต.อ.นิรันดร ฟักสุบัน รอง ผบก.ฯ, พ.ต.อ.ธนโชติ ฤกษ์ดี ผกก. ฝอ.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.หฤษฎ์ คำจุมพล ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี ร่วมตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ พงส. ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานที่คอย สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของ พงส. ที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพและส่งเสริมสุขภาพจิตตำรวจปทุมธานี Screen & Strong คัดกรองใจให้เข้มแข็ง โดยเจ้าหน้าที่ทีมสุขภาพจิต จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลศรีธัญญา โดยมีการตรวจคัดกรองสุขภาพจิตด้วยเครื่องคัดกรองสุขภาพจิต ไบโอฟีดแบ็ค (Biofeedback) ซึ่งสามารถ ช่วยประเมินระดับความเครียดและสมรรถภาพทางจิตได้อย่างแม่นยำ และรับฟังบรรยายหัวข้อ “แบกคดีแต่ไม่แบกใจ เสริมแรงใจ พัฒนางาน ลดเสี่ยงซึมเศร้า”

นอกจากนี้ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อม ตร.ในสังกัด ร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษโดย ดร.จตุพล ชมภูนิช วิทยากร ในหัวข้อ ร้อยเวรในยุคคดีล้นมือ จากความเหนื่อยใจ สู่การฟื้นพลังใจ
ทั้งนี้ เพื่อดูแลสุขภาพจิตของพงส. ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานที่คอย สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของ พงส.ฯ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ภาระ งานสูง ต้องรับมือกับแรงกดดัน ที่หลากหลาย และทำ งานภายใต้เงื่อนไขที่เร่งรัด ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิต ทั้ง ความเครียด ภาวะหมดไฟ อันส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและการปฏิบัติโดยรวม


พล.ต.ต.ยุทธนาฯ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฯ อบรมให้ความรู้ผู้ประกอบการร้านค้าทองในพื้นที่

วันนี้ (29 พ.ค.68) เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ประธานพิธีเปิดโครงการฯ, พ.ต.อ.วิษณุรักษ์ พรหมเมศร์ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรู้ผู้ประกอบการร้านค้าทองในพื้นที่ โดย มี รอง ผกก ป. , สวป.ฯ ในสังกัด , ผู้ประกอบการร้านค้าทอง และ หัวหน้า รปภ.ฯ รวมจำนวนทั้งสิ้น 150 ท่าน เข้าร่วมอบรมโครงการฯ ดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้น, มีทักษะในการสังเกต วิเคราะห์ และรับมือกับสถานการณ์เสี่ยงได้อย่างเหมาะสม, ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ประกอบการร้านค้าทองในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร และการเฝ้าระวังภัย และ เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการร้านค้าทองในพื้นที่ที่มีความเข้มแข็ง สามารถแจ้งเหตุได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ณ BUI Auditorium อาคารหอสมุดสุรัตน์ ชั้น 5 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ตำรวจทางหลวงด่านช้าง จับหนุ่มรับจ้างเสพยาบ้าเพิ่มพลัง

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ขณะที่ ร.ต.อ.ณัฐ ปิ่นกระจัน หัวหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงด่าน ช้าง ร.ต.อ.ปณิธาน ใจชื้น ร.ต.ต.วีระ แถมสุข รอง สว.(ป.) ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. จ.ส.ต. ยมงคล คล้ายทอง, จ.ส.ต.ธงชัย ศรีเรือนงาม ผบ.หมู่ ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบไปตามถนนทางหลวง หมายเลข 3502 เพื่อป้องกันผู้กระทำผิดกฎหมาย จราจรทางบก ถึงบริเวณ กิโลเมตรที่ 24 – 25 ตำบลหนองมะค่าโมง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณ บุรี พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขงย 528 พิจิตร ขับขี่ซ้อนท้ายกันมาท่าทางมีพิรุธน่าสงสัย จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สัญญาณไฟไซเรน และใช้สัญญาณเสียงให้รถคันดังกล่าวหยุดและเพื่อจะได้ทำการตรวจค้น

เมื่อรถคันดังกล่าวเห็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้หยุดรถเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ ขอตรวจสอบทราบชื่อคนขับคือนายนพดล คงกะพันธ์ อายุ 19 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงได้ ตรวจค้นตัว ผลการตรวจค้นพบยาเสพยาบ้า จำนวน 10 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ ของผู้ถูกจับ บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สังเกตอาการของนายนพดลฯ มีลักษณะตาลอยๆ ไม่มีสมาธิเหมือนคนเสพยาเสพติดมา จึงได้ขอตรวจปัสสาวะของ นายนพดลฯ ผลการตรวจเบื้องต้นพบสารเสพติดในปัสสาวะของนายนพดลฯ จริง

สอบถามนายนพดล คงกะพันธ์ รับว่าตนได้เสพยาบ้ามาจริง เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.68 โดยได้ซื้อยาบ้ามาจากพ่อค้ายาย้าไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ไม่ทราบอายุ ในพื้นที่ ตำบลหนองขาม อำเภอหนองหญ้าไซ โดยซื้อมาเมื่อเช้าของวันที่ 3 มิ.ย.68 ราคาเม็ดละ 30 บาท ตนซื้อมา 10 เม็ด ก่อนถูกจับตนกำลังจะไปทำงาน กับพ่อ เจ้าหน้าที่จึงถามพ่อนายนพดล ว่ารู้หรือไม่ว่าลูกชายเสพยาเสพติด พ่อนายนพดล ตอบว่ารู้ เจ้าหน้าที่ถามว่ารู้แล้วทำไมไม่ห้าม พ่อนายนพดลตอบว่า เห็นลูกทำงานหนักและเหนื่อย ต้องแบกต้องหาม เลยไม่ได้ว่าอะไร เพราะเขาจะได้มีแรงทำงาน เจ้าหน้าที่จึงได้ตักเตือนพ่อนายนพดล

จากนั้นได้ควบคุมตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ด่านช้าง โดยกล่าวหาว่า 1. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย 2. เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษ โดยผิดกฎหมาย 3. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย

ทางด้าน พ.ต.ท.โจ เสาร์ประโคน สารวัตรตำรวจทางหลวงกาญจนบุรี-สุพรรณบุรี ได้เอนทางมาสอบสวนผู้ต้องหาด้วยตัวเองเพื่อจะได้ขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ พร้อมแสดงความห่วงใยผู้ต้องหา เพราะอายุยังน้อย อนาคต ยังมีโอกาส ที่จะก้าวหน้าจึงได้อบรมให้ปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรมของตัวผู้ต้องหาซึ่งเปรียบเสมือนเป็นญาติของตนเอง


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี