DSI จับกุมพ่อค้าขายส้มตำ รับจ๊อบเปิดบัญชีม้ารับโอน – ถอนเงินกว่า 5 ล้านบาท ให้เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์

DSI จับกุมพ่อค้าขายส้มตำ รับจ๊อบเปิดบัญชีม้ารับโอน – ถอนเงินกว่า 5 ล้านบาทให้เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน 2568 ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้จับกุม นายประสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1048/2568 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งกระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณหน้าบ้าน ซอยงามวงศ์วาน 43 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รวมถึงแจ้งว่า ต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษให้ผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 เรียบร้อยแล้ว จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหานำตัวมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบคดีเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 128/2566 ของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ โดย นายประสิทธิ์ฯ (ผู้ต้องหา) มีอาชีพเป็นพ่อค้าขายส้มตำได้เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อรับโอนและถอนเงินจากบัญชีให้กับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ จำนวน 20 ครั้ง จำนวน 5,286,000 บาท

ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชาจัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พล.ต.อ.อัคราเดช ประชุมคณะทำงานช่วยเหลือการดำเนินโครงการสนับสนุน เสริมสร้างศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง

พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ประชุมคณะทำงานช่วยเหลือการดำเนินโครงการสนับ สนุน เสริมสร้างศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง

วันที่ 5 มิ.ย.2568 เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ. อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ผอ.ศนรด.ตร.เป็นประธานการประชุมคณะทำงานช่วยเหลือการดำเนินโครงการสนับสนุน เสริมสร้างศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง โดยมี นายณัฐวัชร์ วรนพกุล รอง ผอ.สำนักงานพัฒนารัฐดิจิทัล (องค์การมหาชน), พล.ต.ต.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผบก.กต.2 จต.,พล.ต.ต.ทิฆัมพร ศรีสังข์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร., พ.ต.อ.ศราวุธ สวัสดิชัย รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี /หน.สง.ฯ, พ.ต.อ.สาธิต มิตรรัก รอง ผบก. ผอ.,นายโสวัฒน์ อยู่คงดี ผู้ช่วย ผอ.สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ,นายจีรศักดิ์ คล้ายศรี ผอ.ฝ่ายพัฒนากองทุนหมู่บ้านและเสริมสร้างศักยภาพชุมชน, ว่าที่ ร.ท.ดร. มนัส ชยาพัฒน์ ผอ.ฝ่ายกฎหมาย และคณะทำงาน เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

ในการประชุมครั้งนี้ มีการแจ้งคำสั่งคณะอนุกรรมการฯ เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานช่วยเหลือการดำเนินโครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง ที่ 2/2568 ลงวันที่ 21 พ.ค.2568,แจ้งการดำเนินงานโครงการฯ อาทิ ระเบียบ คู่มือ และสถานะการดำเนินโครงการฯ,ข้อมูลรายละเอียด กองทุนหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง ในฐานข้อมูลของ สทบ.ที่ยังไม่มีการจัดประชุมประชาคม

จากนั้นที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางในการดำเนินงานของคณะทำงานช่วยเหลือฯ ตามกรอบอำนาจและหน้าที่ตามคำสั่งฯ,การเตรียมข้อมูล รายละเอียดแบ่งพื้นที่ เพื่อลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูลจากการประชุมประชาคมของกองทุนหมู่บ้าน/กองทุนชมชนเมือง (สทบ.), การจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงเก็บขัอมูลการประชุมประชาคม,การใช้เครื่องมือที่ใช้จัดเก็บข้อมูลการประชุมประชาคม ติดตามผล และการสรุปผลการจัดประชุมประชาคม และวิธีพิจารณาตรวจสอบ (สทบ.) เพื่อความถูกต้องของการจัดประชุมประชาคมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในระเบียบ,ความถูกต้องเอกสารคำขอโครงการของ สทบ. และความถูกต้องของการบันทึกเข้าสู่ระบบตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ตลอดจนการใช้งบประมาณในการดำเนินงานของคณะทำงาน เพื่อให้การดำเนินการเกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ป.ป.ส. ผนึก UNODC และศิลปินชื่อดัง แถลงข่าวจัด “Music Against Drugs 2025” ดึงพลังดนตรี สร้างพลังใจ หยุดภัยยาเสพติด

ป.ป.ส. ผนึก UNODC และศิลปินชื่อดัง แถลงข่าวจัด “Music Against Drugs 2025” ดึงพลังดนตรี สร้างพลังใจ หยุดภัยยาเสพติด

วันที่ 6 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 น. : พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) พร้อมด้วย นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส., นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส., นายเบเนดิกต์ ฮอฟมันน์ (Mr. Benedikt Hofmann) ผู้แทนสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime : UNODC) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก, นายฮันเตอร์ แมคจี (Mr. Hunter McGee) รองประธาน FANC และคณะเจ้าหน้าที่ประสานงานยาเสพติดต่างประเทศประจำประเทศไทย (Foreign Anti-Narcotics Community-FANC) แถลงข่าวกิจกรรมรณรงค์และประชา สัมพันธ์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก (26 มิถุนายน) ประจำปี 2568 คอนเสิร์ตต่อต้านยาเสพติด Music Against Drugs 2025 ภายใต้คำขวัญ “Stop Drugs, Start Power สร้างพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด” อีกทั้ง 2 ศิลปินชื่อดัง แพท พาวเวอร์แพท และ Indigo ร่วมเสวนาหัวข้อ “ดนตรีสร้างพลังใจ หยุดภัยยาเสพติด” ณ ห้องประชุมชิดชัยฯ สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง)

ช่วงต้น นายเบเนดิกต์ ฮอฟมันน์ ได้แสดงมุมมองต่อปัญหายาเสพติดว่า เป็นความท้าทายร่วมกันของประชาคมโลกโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งยังคงเผชิญกับภัยคุกคามจากยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับสำนักงาน ป.ป.ส. ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก เพื่อเสริมสร้างระบบป้องกันที่ยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนข้อริเริ่มและกิจกรรมสร้างสรรค์ ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเปราะบางได้จริง และร่วมกันตัดวงจรอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม

ในเวทีเสวนา พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เผยถึงที่มาของกิจกรรมคอนเสิร์ตต่อต้าน ยาเสพติด Music Against Drugs 2025 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องจากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริม ให้เยาวชนมีพื้นที่ในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และลดความเสี่ยงต่อการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดย ป.ป.ส. เลือกใช้ “ดนตรี” เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้กับประชาชน เพราะดนตรีเปิดพื้นที่ ในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ลดความเครียด และสร้างคุณค่าในตัวเอง ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับ จากประชาชนกว่า 10,000 คน โดยผู้เข้าร่วมไม่เพียงแค่ได้ฟังเพลงหรือชมการแสดงเท่านั้น แต่ยังได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องการป้องกันยาเสพติดผ่านกิจกรรมหลากหลาย สะท้อนให้เห็นว่า “พลังบวก” จากดนตรีสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติได้อย่างแท้จริง

สำหรับปีนี้ กิจกรรม Music Against Drugs 2025 ยังคงความเข้มข้นและต่อยอดความสำเร็จ โดยเพิ่มความหลากหลายของแนวดนตรีและศิลปิน อาทิ คณะหมอลำคำผุนร่วมมิตร และศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง เบิ้ล ปทุมราช ซึ่งจะแสดงในวันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายนนี้ ณ ลานข้างสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ส่วนสายวัยรุ่น ก็ไม่น้อยหน้าพบกับวง JasmineNika, Perses และ Indigo ซึ่งจะแสดงในวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายนนี้ ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยภายในงานยังมีการแทรกเนื้อหาความรู้เรื่องยาเสพติด ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ เช่น การแสดงบทละครจากคณะหมอลำ ซุ้มเกมในสไตล์งานวัด และกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ ที่ออกแบบมาเพื่อการเรียนรู้และความสนุกควบคู่กัน พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ฯ กล่าว

ด้าน 2 ศิลปินชื่อดัง ได้ร่วมแบ่งปันเรื่องราว ถ่ายทอดมุมมองที่สะท้อนถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยแพท พาวเวอร์แพท ได้เล่าถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เปลี่ยนชีวิตอย่างสิ้นเชิงว่า การตัดสินใจผิดพลาดในวัยรุ่นทำให้เขาต้องสูญเสียเวลาในชีวิตกว่า 17 ปีในเรือนจำ แต่เขาไม่ยอมแพ้ ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวในการเรียนรู้ พัฒนาตัวเอง และกลับมาเริ่มต้นใหม่ โดยมีดนตรีเป็นแรงผลักดันสำคัญ สำหรับ Indigo ได้ถ่ายทอดมุมมองในฐานะไอดอล ของเยาวชน โดยย้ำถึงบทบาทของศิลปินที่ไม่ใช่แค่สร้างความบันเทิง แต่ยังสามารถเป็นกระบอกเสียงเพื่อ สร้างพลังบวกให้กับสังคม

ส่งท้ายเวที ทุกคนต่างย้ำตรงกันว่า การยอมรับความผิดพลาดในอดีต คือ จุดเริ่มต้นของการเติบโต อย่างมีคุณภาพ ทั้งครอบครัว เพื่อน หรือชุมชน ล้วนเป็นแรงสนับสนุนและเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและเริ่มต้นใหม่ เพราะ “ครอบครัวอบอุ่นและชุมชนเข้มแข็ง” คือ เกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยให้ประชาชนห่างไกลจากยาเสพติด และย้ำอีกครั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 15 และวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายนนี้ บอกเลยห้ามพลาด มาฟังเพลงเพราะๆ จากศิลปินแบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมกิจกรรมดีๆ รวมถึงซุ้มเกมให้ได้ร่วมสนุกและลุ้นรับของรางวัลมากมาย ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมแสดงพลังและเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและแก้ไขยาเสพติดไปด้วยกัน และหากพบเบาะแสยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ฟรี 24 ชั่วโมง

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.oncb.go.th และช่องทางโซเชียลมีเดียของสำนักงาน ป.ป.ส.ทุกแพลตฟอร์ม : Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สวทช. เปิดตัว “NPV หนอนเจาะฝักถั่ว” นวัตกรรมชีวภาพปราบหนอนร้ายในถั่วฝักยาว หนุนพืชเศรษฐกิจไทย ส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืน

สวทช. เปิดตัว “NPV หนอนเจาะฝักถั่ว” นวัตกรรมชีวภาพปราบหนอนร้ายในถั่วฝักยาว หนุนพืชเศรษฐกิจไทย ส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืน

วันที่ 6 มิถุนายน 2568 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี : ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรม NSTDA x Press Interviews กิจกรรมพิเศษเพื่อให้นักวิจัยได้พบปะพูดคุยกับสื่อมวลชนในประเด็น: การค้นพบไวรัส NPV ใหม่ที่ช่วยแก้ไขปัญหาหนอนเจาะฝักถั่วในพืชตะกูลถั่ว โดยไบโอเทค สวทช. ได้พัฒนานวัตกรรมชีวภาพชนิดใหม่คือ ไวรัส เอ็นพีวี (NPV) เพื่อใช้ในการปราบ “หนอนเจาะฝักถั่ว หรือหนอนเจาะฝักลายจุด” ซึ่งเป็นศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายอย่างมากต่อพืชตระกูลถั่ว โดยเฉพาะถั่วฝักยาวซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย จุดเด่นของ NPV ชนิดใหม่นี้คือ มีความปลอดภัยสูง มีความเฉพาะเจาะจงต่อแมลงเป้าหมาย (หนอนเจาะฝักถั่ว) ทำให้ปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อม ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างในผลผลิต เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืนกว่าการใช้สารเคมี ลดปัญหาการดื้อยา ลดต้นทุนการผลิต ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง รวมถึงยังควบคุมศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหนุนพืชเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน นับเป็นนวัตกรรมการพัฒนาสารชีวภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคเกษตรกรรมไทย สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมการลดการใช้สารเคมีและหันมาใช้ชีวภัณฑ์ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชมากขึ้น

นายสัมฤทธิ์ เกียววงษ์ นักวิชาการอาวุโส ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ (ABCT) ไบโอเทค (สวทช.) ให้ข้อมูลว่า ถั่วฝักยาวถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย และคนไทยนิยมบริโภคมากเป็นอันดับ 3 แต่การปลูกถั่วฝักยาวกลับเผชิญปัญหาใหญ่จาก “หนอนเจาะฝักถั่ว” ซึ่งเป็นศัตรูพืชที่สร้างความเสียหายอย่างมากต่อผลผลิต หนอนเจาะฝักถั่วจะกัดกินดอกและเมล็ดในฝัก ทำให้ผลผลิตลดลงถึง 20-25% ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร เพื่อแก้ปัญหานี้ เกษตรกรส่วนใหญ่มักใช้สารเคมีกำจัดแมลง แต่การใช้สารเคมีนี้นำมาซึ่งปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย เช่น แมลงศัตรูพืชดื้อยา นอกจากนี้ ยังมีสารพิษตกค้างในผลผลิตซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ปัญหาสารพิษตกค้างในถั่วฝักยาวได้รับการยืนยันจากข้อมูลของ ThaiPan (เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช) ในปี 2559 พบว่า ถั่วฝักยาวมีสารพิษตกค้างสูงเป็นอันดับ 3 หรือพบมากถึง 66.7% ของตัวอย่างที่สุ่มตรวจ ปัญหานี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกถั่วฝักยาวได้อย่างยั่งยืน และที่สำคัญคือเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประทานผลผลิตที่ปลอดภัย

จากปัญหาหนอนเจาะฝักถั่วที่เป็นภัยคุกคามสำคัญต่อผลผลิตถั่วฝักยาว ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ (ABCT) ไบโอเทค สวทช. ได้พัฒนานวัตกรรมชีวภาพชื่อว่า “NPV หนอนเจาะฝักถั่ว” (MaviMNPV, Maruca vitrata multi-nucleopolyhedrovirus) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมศัตรูพืชอย่างหนอนเจาะฝักถั่วหรือหนอนเจาะฝักลายจุด โดยมีกลไกการทำงานและความปลอดภัยคือ NPV หนอนเจาะฝักถั่วเป็นไวรัสที่ก่อโรคในแมลงศัตรูพืชโดยเฉพาะ และมีความจำเพาะเจาะจงกับหนอนเจาะฝักถั่ว (Bean pod borer) หรือหนอนเจาะฝักลายจุด (Spotted pod borer) เท่านั้น ทำให้มั่นใจได้ว่า ไม่เป็นอันตรายต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เมื่อหนอนเจาะฝักถั่วกินไวรัส NPV นี้เข้าไป จะแสดงอาการติดเชื้อภายใน 3-4 วัน โดยหนอนจะกินอาหารน้อยลง เคลื่อนไหวช้าลง ลำตัวจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้ม และสุดท้ายจะตายลงในที่สุด

ด้าน ดร.เกรียงไกร โมสาลียานนท์ นักวิจัยไบโอเทค และผู้แทนผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการจัดการแบบบูรณาการ ไบโอเทค (สวทช.) กล่าวเสริมว่า ภาคการเกษตรไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากศัตรูพืช ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรโดยตรง การพึ่งพาสารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชนั้น แม้จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่กลับสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภคในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความยั่งยืนให้ทั้งภาคการเกษตรและสิ่งแวดล้อม การค้นพบ NPV หนอนเจาะฝักถั่วถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำว่าเทคโนโลยีชีวภาพสามารถแก้ไขปัญหาการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดร.เกรียงไกร เน้นย้ำว่า “การควบคุมทางชีวภาพไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่คือหนทางสู่การเกษตรที่ปลอดภัยและยั่งยืน สวทช. มุ่งมั่นที่จะวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อเป็นทางออกที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทยต่อไป”

ทั้งนี้ ไบโอเทค-สวทช. โดยโรงงานต้นแบบผลิตไวรัสเอ็นพีวีเพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืช ซึ่งเป็นโรงงานต้นแบบผลิตไวรัส NPV ในระดับกึ่งอุตสาหกรรม ได้พัฒนาและผลิตไวรัส NPV จำเพาะกับหนอน มาแล้ว 3 ชนิด ได้แก่ NPV หนอนกระทู้หอม NPV หนอนกระทู้ผัก และ NPV หนอนเจาะสมอฝ้าย โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพและการทดลองตลาดร่วมกับภาคเอกชน และเป็นผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัยที่มีจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ และล่าสุดคือ NPV หนอนเจาะฝักถั่ว จะเป็นผลิตภัณฑ์ลำดับที่ 4 ของโรงงานต้นแบบฯ เพื่อป้องกันและกำจัดหนอนเจาะฝักถั่ว ซึ่งเป็นแมลงศัตรูพืชสำคัญของพืชตระกูลถั่วในประเทศไทย โอกาสดีสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกถั่วฝักยาว ขณะนี้ไบโอเทคอยู่ระหว่างเปิดรับเกษตรกรผู้ปลูกถั่วฝักยาวที่สนใจเข้าร่วมทำแปลงทดสอบการใช้สารชีวภัณฑ์ NPV หนอนเจาะฝักถั่ว เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับการผลิตถั่วฝักยาวให้ปลอดภัยและยั่งยืน

หากสนใจเข้าร่วมสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โรงงานต้นแบบฯ โทรศัพท์ 0 2564 7000 ต่อ 3781 หรือฝ่ายพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ ไบโอเทค โทรศัพท์ 0 2564 7000 ต่อ 3310


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมวิทย์ฯ บริการ เสริมศักยภาพบุคลากร จัดอบรม “ยกระดับการเรียนรู้ดิจิทัลตามมาตรฐานสากล”

กรมวิทย์ฯ บริการ เสริมศักยภาพบุคลากร จัดอบรม “ยกระดับการเรียนรู้ดิจิทัลตามมาตรฐานสากล”

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสถาบันพัฒนาศักยภาพนัวิทยาศาสตร์ ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การผลิตสื่อและนำเข้าระบบ LMS ตามมาตรฐาน xAPI” ณ ห้องฝึกอบรม 320 อาคารสถาบันพัฒนานักวิทยาศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับสมรรถนะของบุคลากรในการพัฒนาและจัดการสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลที่มีคุณภาพ พร้อมสามารถนำเข้าสู่ระบบบริหารจัดการเรียนรู้ (Learning Management System – LMS) ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน xAPI (Experience API) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลที่สามารถติดตาม วิเคราะห์ และประเมินผลพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ใช้งานได้อย่างรอบด้าน

โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ การจัดอบรมในครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งเน้นการเพิ่มทักษะในการออกแบบสื่อการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาระบบการเรียนรู้ในองค์กรอย่างยั่งยืน ถือเป็นก้าวสำคัญของสถาบันพัฒนานักวิทยา ศาสตร์ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสนับสนุนทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศในยุคดิจิทัล

กรมวิทยาศาสตร์บริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #กรมวิทย์ฯบริการ #DSS #MHESI


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

สสส.สานพลัง จุฬาฯ เร่งเดินหน้าสร้างความเข้าใจการใช้ยาอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงโรคไต พร้อมชวนคนไทยมา ฮีลใจ ใช้ยาให้ชัวร์

สสส. สานพลัง จุฬาฯ เร่งเดินหน้าสร้างความเข้าใจการใช้ยาอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงโรคไต พร้อมชวนคนไทยมา ฮีลใจ ใช้ยาให้ชัวร์

กลางปี ฮีลใจ ใช้ยาให้ชัวร์ สสส. สานพลัง จุฬาฯ ชวนประชาชนมารีเซ็ตสุขภาพกายใจ หลังเปิดตัวโครงการการสื่อสารเรื่องการใช้ยาเพื่อลดความเสี่ยงโรคไต คาดหวังให้ประชาชนมีความเข้าใจมากขึ้น พร้อมเตรียมให้ความรู้ในการใช้ยาอย่างปลอดภัย ห่วงคนไทยไตพัง จากยาเอ็นเสด ยาชุด สมุนไพร หวังสร้างสังคมตระหนักรู้การใช้ยาอย่างถูกต้อง ผ่านกิจกรรม Communication Training เครือข่ายทั่วประเทศ เน้นย่อยงานวิชาการเป็นเรื่องเข้าใจง่ายๆ พร้อมฝึกปฏิบัติ ทำบ่อยๆ ให้เป็น Routine

วันที่ 6 มิ.ย.2568 เวลา 10.00 น. ที่ โรงแรมทริปเปิ้ล วาย : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานแถลงข่าว กลางปี ฮีลใจ ใช้ยาให้ชัวร์ Mid-Year Reset : Right Meds,Right Mind ภายใต้โครง การการสื่อสารเรื่องการใช้ยาเพื่อลดความเสี่ยงโรคไต เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้ยาและส่งเสริมพฤติกรรมการใช้ยาที่ถูกต้อง

รศ.ดร.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า สถาน การณ์ของการใช้ยาไม่สมเหตุผลยังคงเป็นปัญหาสำคัญ จากการสำรวจความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในบุคลากรด้านสาธารณสุขและประชาชน ปี 2567 โดยกองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ภาพรวมประชาชนมีระดับความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลเพียง 64.9% ส่วนใหญ่มีระดับความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลที่เพียงพอระดับดี 43.9% ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีโรคประจำตัวจากการวินิจฉัยของแพทย์ 52.5% และมีการซื้อยาใช้เอง 50.6%

“ปัญหาการใช้ยาไม่เหมาะสม ทั้งการใช้ยามากเกินความจำเป็น และการใช้ยาอย่างไม่ถูกต้อง ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของผู้ใช้ยา โดยเฉพาะเกิดอาการแพ้ยาปฏิชีวนะ มีอาการไม่พึงประสงค์ เพิ่มโอกาสในการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้ ยากลุ่มต้านการอักเสบ (NSAIDs) ยาชุด ยาสมุนไพรบางชนิด อาจมีฤทธิ์หรือคุณสมบัติทำให้ไตทำงานได้ลดลง จากรายงานภาวะสังคมไตรมาสที่ 3/2567 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า คนไทยมีการป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังและมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น จากจำนวนผู้ป่วย 0.98 ล้านคน ในปีงบประมาณ 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 1.13 ล้านคน ในปี 2567 ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิต ปี 2560 จำนวน 9,644 คน เป็น 11,850 คน ในปี 2564 โดยเพิ่มขึ้นถึง 22.8% ซึ่งการบริโภคยาที่ไม่ถูกต้องและเกินความจำเป็น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคไตเรื้อรังมากขึ้น หากประชาชนซื้อยามากินยาเอง โดยขาดความรู้หรือความระมัดระวัง ไม่ได้ปรึกษาแพทย์ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ สสส. จึงร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินโครงการ “การสื่อสารเรื่องการใช้ยาเพื่อลดความเสี่ยงโรคไต” เพื่อสื่อสารเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาในกลุ่มคนวัยทำงาน และส่งเสริมพฤติกรรมการใช้ยาที่ถูกต้อง” รศ.ดร.ภก.วิทยาฯ กล่าว

ผศ.ดร.ธีรดา จงกลรัตนาภรณ์ หัวหน้าภาควิชาการประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลง กรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าโครงการการสื่อสารเรื่องการใช้ยาเพื่อลดความเสี่ยงโรคไต กล่าวว่า พฤติกรรมการรับสื่อของประชาชนเริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่นิยมรับข่าวสารผ่านโทรทัศน์ กลายมาเป็นการติดตามผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น และมีแนวโน้มเชื่อถือข้อมูลสุขภาพที่มาจากช่องทางออนไลน์มากขึ้น จึงได้พัฒนาโครงการฯ พัฒนาชุดข้อมูลสื่อสารสร้างความตระหนักรู้เรื่องการใช้ยาอย่างถูกต้องในรูปแบบคลิปวิดีโอสั้น 6 ตอน ตอนละ 1-3 นาที เผยแพร่ผ่าน Facebook Page “กินยาสมเหตุ หายโรคสมผล ทุกคนสมใจ” และ TikTok “@pillproperly” มียอดเข้าชมมากกว่า 675,000 ครั้ง โดยผู้ชมส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าคลิปมีความสนุก ภาษาที่เข้าใจง่าย และช่วยให้เรียนรู้เรื่องการใช้ยาได้โดยไม่รู้สึกเครียด นอกจากนี้ มีการลงพื้นที่จัดกิจกรรมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งผลการประเมินระหว่างก่อนและหลังรับชมสื่อ พบว่า ความเข้าใจเรื่องการใช้ยาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการตระหนักรู้ถึงอันตรายของยา NSAIDs และยาชุด

รศ.ดร.ปรีดา อัครจันทโชติ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โครงการฯ จะมีการขยายผลในการจัดอบรมพัฒนาทักษะการสื่อสาร (Communication Training) ให้แก่กลุ่มคนทำงานใกล้ชิดกับประชาชน อาทิ นักสื่อสารสุขภาพในชุมชน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ประกอบการในพื้นที่ และองค์กรภาคีเครือข่ายที่มีบทบาทในการให้ข้อมูลสุขภาพแก่ประชาชน ทั้งในระดับปฐมภูมิและระดับชุมชน ภายในเดือนมิถุนายน นี้ โดยเริ่มอบรมครั้งแรกในวันที่ 9 มิ.ย.2568 จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไตและความเสี่ยงจากการใช้ยาอย่างไม่เหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มยา NSAIDs ยาชุด และสมุนไพร และส่งเสริมการเลือกใช้สื่อในการสื่อสารอย่างเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่วงวัย และสนับสนุนการสื่อสารแบบตัวต่อตัวในการสร้างความเข้าใจและกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ยา โดยแนวทางการสื่อสารที่ใช้ในการอบรมครั้งนี้ มุ่งเน้นไปพูดเรื่องง่ายๆ ให้เป็น Routine จนทำให้เกิดเป็นพฤติกรรมระยะยาว และมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำไปปรับใช้ในหน้างานของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างแรงกระเพื่อมในการสื่อสารเรื่องความเสี่ยงของการใช้ยาในระดับชุมชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ผู้สนใจติดต่อที่ Facebook Page “กินยาสมเหตุ หายโรคสมผล ทุกคนสมใจ”

คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 254 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ช่องทางการติดตาม Facebook Page: กินยาสมเหตุ หายโรคสมผล ทุกคนสมใจ
TikTok: @pillproperly


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ทบ. รับมอบสิ่งของ-อุปกรณ์ สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร จากกลุ่มพลังใจไทยแลนด์ ส่งมอบเป็นกำลังใจให้ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา

ทบ.รับมอบสิ่งของ-อุปกรณ์ สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร จากกลุ่มพลังใจไทยแลนด์ ส่งมอบเป็นกำลังใจให้ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (6 มิ.ย.68) เวลา 13.30 น. ณ ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก กลุ่มพลังใจไทยแลนด์ โดย คุณจุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ และคุณอาภาพรรณ โจโควิดจาจา เป็นผู้แทน มอบตาข่ายไนล่อนสีเขียวและผ้าใบกันฝนให้กับกองทัพบก โดยมี พล.ท.อานุภาพ ศิริมณฑล รองเสนาธิการทหารบก (5) เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ในการรับมอบสิ่งของ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์เสริมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของทหารกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก ในพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา ของ กกล.สุรศักดิ์มนตรี และกกล.สุรนารี นำไปใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสม

กองทัพบกจะส่งมอบให้กับกองทัพภาคที่ 2 ดำเนินการแจกจ่ายตามความประสงค์ของกลุ่มพลังใจไทยแลนด์ ซึ่งถือเป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่สนับสนุนภารกิจของกองทัพบกมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้หากผู้ที่ประสงค์จะส่งมอบกำลังใจให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดน สามารถประสานข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองทัพภาคที่ 2

ทั้งนี้ กองทัพบกขอขอบคุณที่ทุกภาคส่วนที่ส่งมอบกำลังใจให้ทหารในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง ขอให้เชื่อมั่นว่าทหารจะปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยของไทยอย่างเต็มความสามารถ เพื่อดำรงไว้ซึ่ง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน


แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ตำรวจ PCT ภาค 5 บุกจับ “หลาม แช่ช้าง” คาบ้านพักย่านสันกำแพง เปิดบ้านรับทำปืนเถื่อนขายผ่านสื่อออนไลน์

ตำรวจ PCT ภาค 5 บุกจับ “หลาม แช่ช้าง” คาบ้านพักย่านสันกำแพงเปิดบ้านรับทำปืนเถื่อนขายผ่านสื่อออนไลน์

โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช. ภ.๕, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่

ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งว่า มีบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดเชียง ใหม่ ที่ จ.983/2568 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ทำ ประกอบ มี หรือจำหน่ายอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต” พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอหมายค้น ต่อมาศาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้อนุมัติหมายค้น ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ ค.289/2568 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ให้ค้นสถานที่ดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ไปถึงบ้าน พบนายวิศรุต (สงวนนามสกุล) ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้าน จึงแสดงตัวพร้อมหมายจับ เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจริงจึงควบคุมตัวส่ง สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

จากการสอบถามเบื้องต้น นายวิศรุต (สงวนนามสกุล) ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวในการโพสต์ประกาศ รับผลิตและจำหน่ายอาวุธปืนเถื่อน ผ่านช่องทางออนไลน์โดยรับทำอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน เช่น ลำกล้องปืนแบบขึ้นเกลียว, แม็กกาซีน, ปืนแปลงพร้อมใช้งาน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ได้ใช้บ้านพักของตนเองเป็นสถานที่ผลิตอาวุธเถื่อนเหล่านี้และเมื่อมีลูกค้าติดต่อสั่งซื้อ จะให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารจากนั้นจึงจัดส่งสินค้าให้ทางบริการขนส่งเอกชนทั่วไป


นที มีเดช รายงาน

ศปอส.ภ.5 ร่วม ศตคม.ภ.5 และ บก.สส.ภ.5 รวบ “ก้านตอง” สาวสองจอมลวงโลก ฉกรูปโปรไฟล์เพื่อนในเฟสบุ๊ก ปลอมแอคเค้าท์โพสต์ขายคลิปสยิวว่อนทวิตเตอร์

ศปอส.ภ.5 ร่วม ศตคม.ภ.5 และ บก.สส.ภ.5 รวบ “ก้านตอง” สาวสองจอมลวงโลก ฉกรูปโปรไฟล์เพื่อนในเฟสบุ๊ก ปลอมแอคเค้าท์โพสต์ขายคลิปสยิวว่อนทวิตเตอร์

ด้วย ศปอส.ภ.5, ศตคม.ภ.5 และ บก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ว่ามี บุคคลไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ได้นำรูปโปรไฟล์ Facebook ของตนไปสร้างบัญชี X หรือทวิตเตอร์ แล้วนำไปลงรูปสื่อลามกอนาจารเพื่อเสนอขาย โดยทำให้คนเข้าใจว่ารูปลามกอนาจารเป็นรูปของตนเอง ซึ่งทำให้ได้รับความอับอายและเสียหาย จึงได้แจ้งความร้องทุกข์เพื่อประสงค์ดำเนินคดีต่อผู้ก่อเหตุไปส่วนหนึ่งแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้คือ นายเมทินี ขอสงวนนามสกุล หรือ ก้านตอง สาวประเภทสอง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับ ต่อมาศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้อนุมัติหมายจับที่ จ.982/2568 ฐานความผิด “ร่วมกันนำเข้า เผยแพร่ หรือส่งต่อ ข้อมูล คอมพิวเตอร์ ที่มีลักษณะอันลามก เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบ บันทึกเสียง แถบบันทึกภาพหรือสิ่งอื่นใดอันลามก ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยว ข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชา ชน หรือให้เช่าวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้น เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดตามมาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าวัตถุ หรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด ”

และสืบทราบว่า นายเมทินี หรือก้านตอง ได้พักอาศัยอยู่หอพักแห่งหนึ่งในอำเภอสันทราย จึงได้ขอศาลอนุมัติหมายค้น ต่อมาศาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้อนุมัติหมายค้นที่ ค.266/2568 จึงได้เข้าทำการตรวจค้น เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 พบ นายเมทินี หรือก้านตอง พักอยู่ในหอดังกล่าว จึงได้แสดงหมายค้น และหมายจับให้ทราบ นายเมทินี หรือก้านตอง รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและได้ก่อเหตุนำรูปโปรไฟล์ของผู้เสียหายไปสร้างแอคล็อคแล้วเก็บค่าเข้าชมคลิปลามกจริง โดยทำมาแล้วประมาณ 1 ปี มีรายได้เฉลี่ย 10,000 บาทต่อเดือน

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Apple รุ่น Iphone12 Promax จำนวน 1 เครื่อง เมื่อตรวจสอบพบสื่อลามกอนาจาร ทั้งภาพนิ่งและคลิปภาพเคลื่อนไหวกว่า 3,000 ไฟล์ จึงได้จับกุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และจะได้ทำการขยายผลซึ่งอาจจะมีผู้เสียหายรายอื่นในลักษณะเดียวกัน


นที มีเดช รายงาน

ชุดปะฉะดะ สภ.ชะอำ รวบพ่อค้าลักลอบขายยาบ้าในชุมชน

วันที่ 6 มิย. พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ พร้อมด้วย พ.ต.ท.บรรจบ สิงห์สรศรี รอง ผกก.ป.สภ.ชะอำ, พ.ต.ต.กฤษฎา ยอดเมฆ สวป., ร.ต.อ.อิศรายุทธ ศิริเรือง, ร.ต.อ.นัทพล จีนทอนพร และจนท.ชุดปฏิบัติการ ปะฉะดะ และสายตรวจหุบกระพง ร่วมกันจับกุมตัว นายฐิติชัย ขอสงวนนามสกุล อายุ 42 ปี ชาวชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนยี่ห้อโคล์ท ขนาด.45 จำนวน 1 กระบอก, Magazine จำนวน 2 อัน, ซองปืนหนัง 1ซอง, เครื่องกระสุนปืนขนาด 11 มม. จำนวน 16 นัด, ยาบ้าจำนวน 71 เม็ด, ปัสสาวะที่มีสารเสพติดจำนวน 1 ขวด ได้ที่บริเวณคอกเลี้ยงวัว ภายในซอยวัดเขาหนอกวัว ในพื้นที่หมู่ 10 ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”, “พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต”, “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1ยาบ้า ไว้ในครอบครอง”, “เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่1 โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย”

ต่อมาได้ขยายผลจับกุมตัวนายชัยชนะ ขอสงวนนามสกุล อายุ 46 ปี ชาวชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 48 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีน้ำเงินชนิดรูดเปิดกดปิด จำนวน 2 ถุง, โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อซัมซุงสีดำ 1 เครื่อง, น้ำปัสสาวะมีสารเสพติด 1 ขวดจับกุมได้บริเวณคอกเลี้ยงวัว ถนนชลประทานบ่อแขม(ตรงข้ามโรงสูบ) อำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมแจ้งข้อหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ยาบ้า ไว้ในครอบครอง”, “เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่1 โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายพร้อมของกลาง นำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


บรรณรต เพชรบุรี รายงาน