ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับ อธิการบดีแห่งประเทศไทย ร่วมประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในการจัดอบรมนิสิตนักศึกษาเป็น “ยุวทูตอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว”

ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับ อธิการบดีแห่งประเทศไทย ร่วมประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในการจัดอบรมนิสิตนักศึกษาเป็น “ยุวทูตอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว”

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2568 เวลา 14.30 น.ณ ห้องประชุมชั้น 2 กระทรวง อว. กรุงเทพฯ : ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ประธาน ทปอ. ร่วมหารือกับ พล.ต.ท. ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. และคณะอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายเยาวชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยพร้อมนำเสนอการดูแลนักท่องเที่ยว และประชาสัมพันธ์แอปพลิเคชัน TPB App–Thailand Tourist Police

ตำรวจท่องเที่ยว #ยุวทูตอาสาสมัคร TPBApp #YourFirstFriend #ปลอดภัยทั่วไทยไปกับตำรวจท่องเที่ยว #TouristPoliceThailand #1155 ทปอ #มหาวิทยาลัยไทย #เที่ยวไทยมั่นใจมีเพื่อนเดินทาง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“พล.ต.อ.ประจวบฯ” ตรวจติดตามผลการดำเนินการตามโครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในระดับสถานีตำรวจ

“พล.ต.อ.ประจวบฯ” ตรวจติดตามผลการดำเนินการตามโครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในระดับสถานีตำรวจ เพื่อสนับสนุนการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม (Stronger Together) พื้นที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา

วันนี้ (7 มิถุนายน 2568) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานตรวจติดตามผลการดำเนินการงานชุมชนสัมพันธ์ งานการมีส่วนร่วมของประชา ชน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการตรวจติดตามผลการดำเนินการตาม “โครง การสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชา ชนในระดับสถานีตำรวจ เพื่อสนับสนุนการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม (Stronger Together)” ณ อาคารเอนกประสงค์วัดหัวทุ่ง ต.ทุ่งผาสุก อ.เชียงคำ จ.พะเยา พื้นที่ สภ. เชียงคำ

โดยมี พระครูสุภัทรพรหมคุณ รองเจ้าคณะจังหวัดพะเยา, ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ที่ปรึกษาโครงการฯ, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, พล.ต.ต. พงษ์ สวัสดิ์ ไชยบาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา, พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3/คณะทำงานฯ พร้อมผู้แทนสาธารณสุขอำเภอเชียงคำ, พัฒนาการอำเภอ, โรงพยาบาลสาธารณสุขตำบลทุ่งผาสุข, อบต.ทุ่งผาสุข, กต.ตร.สภ.เชียงคำ, อสม., อาสาสมัครตำรวจ, ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน, ภาคีเครือข่ายประชาชนในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมกว่า 200 คน ร่วมการตรวจติดตาม

พล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า ได้มาได้พบปะเยี่ยมเยียน พูดคุยกับเครือข่ายประชาชน ซึ่งโครง การนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้กำหนดให้มีการบูรณาการความร่วมมือของส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านความขัดแย้ง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ให้ความสำคัญ และขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยสั่งการให้ทุกหน่วยดำเนินการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอและแก้ไขปัญหาชุมชนสังคมมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อความผาสุกของประชาชนอย่างยั่งยืน

สำหรับโครงการนี้ได้ริเริ่มตั้งขึ้นแต่ปี 2562 ขณะ พล.ต.อ.ประจวบฯ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชา การตำรวจภูธรภาค 5 ได้ขับเคลื่อนโครงการทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีเครือข่ายภาคประชาชนทุกจังหวัดเข้าร่วมโครงการ และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ต่อมาปี 2564 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้นำแนวทางของโครงการดังกล่าวมาขับเคลื่อนทั้ง 1,483 สถานีทั่วประเทศ ปัจจุบันได้ขับเคลื่อนโครงการมาเป็นปีที่ 6 มีเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 591,921 คน ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 (1 ตุลาคม 2567 ถึง 31 พฤษภาคม 2568) สภ.เชียงคำ มีปัญหาที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และมีความต้องการให้เจ้าหน้าที่ช่วยแก้ไข รวม 211 เรื่อง ได้รับการดำเนินการแก้ไขไปแล้วทั้งหมด ซึ่งแยกเป็นปัญหาด้านสังคม 192 เรื่อง , ปัญหาด้านเศษฐกิจ 2 เรื่อง , ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม 11 เรื่อง และปัญหาด้านความขัดแย้ง 6 เรื่อง

หลังจากนั้นคณะทำงานได้เดินทางไปติดตามดูผลการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านสังคมของ สภ.เชียงคำ จ.พะเยา บริเวณถนนด้านหน้าวัดสลาบ ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ จ.พะเยา ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้เสนอความต้องการให้ปรับปรุงพื้นถนนซึ่งเป็นหลุมเป็นบ่อ และต่อมาได้รับการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อย ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพี่น้องประชาชนในชุมชน

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ประจวบฯ ได้กล่าวขอบคุณทุกส่วนราชการในพื้นที่ ตลอดจนพี่น้องเครือข่ายประชาชนที่เสียสละเวลา เป็นผู้แทนประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐรับทราบปัญหาและความต้องการ นำสู่การแก้ไข หรือตอบสนองความต้องการของชุมชนได้ ทุกปัญหาไม่ว่าจะเป็นปัญหาความเห็นแตกแยกทางการเมือง สภาพเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ความเป็นอยู่ ฝนแล้ง น้ำไม่พอสำหรับบริโภคหรือการเกษตร น้ำไม่ไหล ไฟฟ้าดับ ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด วัยรุ่นมั่วสุม หรือทุกปัญหา ซึ่งเป็นการสนับสนุนการทำงานของตำรวจ นอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ในงานของตำรวจในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เป็นการเสริมสร้างความเข้าใจในด้านต่าง ๆ รวมทั้งได้มารู้จักพี่น้องเครือข่ายในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อรวมกันเป็นเครือข่ายประชาชนที่มีพลังในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ร่วมกับหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมในแต่ละพื้นที่ อันจะทำให้ทุกปัญหาได้รับการแก้ไขความเดือดร้อนความต้องการของพี่น้องประชาชน จะได้รับการแก้ไขและตอบสนองโดยทันที ชุมชนสังคมก็จะมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อความผาสุกของประชาชนอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

มูลนิธิโครงการหลวง ต้อนรับคณะดูงานหลักสูตร วกส. รุ่นที่ 6 พร้อมรับฟังบรรยายพิเศษจากองคมนตรี

มูลนิธิโครงการหลวงต้อนรับคณะดูงานหลักสูตร วกส. รุ่นที่ 6 พร้อมรับฟังบรรยายพิเศษจากองคมนตรี

วันนี้ (6 มิถุนายน 2568) มูลนิธิโครงการหลวงให้การต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จำนวน 130 คน ซึ่งเข้าร่วมการฝึกอบรมหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่นที่ 6 โดยในโอกาสนี้ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ได้ให้เกียรติบรรยายพิเศษในหัวข้อ “โครงการหลวง การพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน” ณ ห้องประชุม ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวงชนกาธิเบศรดำริ จังหวัดเชียงใหม่

การทำงานของมูลนิธิโครงการหลวง ยืดตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด น้อมนำแนวทางพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของคนบนพื้นที่สูงขยายสู่พื้นที่ราบสูง นับเป็นแบบอย่างที่ทั่วโลกยอมรับ ซึ่งองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน สามารถนำแนวคิดและแนวทาง ไปขับเคลื่อนภาคการเกษตรของไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำไปสู่ความสมดุล ความมั่นคง และความยั่งยืนของภาคการเกษตรและระบบเศรษฐกิจไทย

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิโครงการหลวงได้ดำเนินโครงการวิจัยมากกว่า 1,621 โครง การ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยผลลัพธ์จากการวิจัยถูกนำไปใช้จริงในพื้นที่ศูนย์ สถานี และพื้นที่ขยายผลของโครงการหลวง ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม คิดเป็นมูลค่าผลประโยชน์รวมมากกว่า 1,296.42 ล้านบาท

หลังการบรรยาย คณะผู้เข้าร่วมยังได้เยี่ยมชมกิจกรรมดำเนินงานของโครงการหลวง ณ ร้านรอยัล โปรเจค ที เฮาส์ แอนด์ คอฟฟี และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการหลวง สาขาแม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดแสดงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ชา กาแฟ และผลผลิตจากพื้นที่สูงที่ผ่านกระบวนการพัฒนาอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

รพ.ค่ายกาวิละ จัดโครงการ Mission Strong ภารกิจพิชิตสุขภาพ เพื่อส่งเสริมให้กำลังพลมีสุขภาพที่ดี

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ จัดโครงการ Mission Strong ภารกิจพิชิตสุขภาพ เพื่อส่งเสริมให้กำลังพลมีสุขภาพที่ดี

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 พันเอก สรารักษ์ ชูสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณ ฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานเปิดโครงการ Mission Strong ภารกิจพิชิตสุขภาพแกร่ง ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมให้กำลังพลมีสุขภาพที่ดี สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดน้ำหนักได้ และเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรค NCDs ในกำลังพล อีกด้วย ณ ค่ายกาวิละ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

โดยแผนกส่งเสริมสุขภาพและเวชกรรมป้องกัน รพ.ค่ายกาวิละ ได้จัดทำโครงการ Mission Strong ภารกิจพิชิตสุขภาพแกร่ง ให้แก่กำลังพลกลุ่มดังกล่าวเพื่อกระตุ้นให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการกระตุ้นและสร้างความเข้าใจวิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง การรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้พฤติกรรมกลุ่มเพื่อนและ การแข่งขัน โดยใช้ระบบติดตามประเมินที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ สร้างการมีส่วนร่วมการรับผิดชอบของกำลังพลในการส่งการบ้าน บันทึกข้อมูล ลงใน Application Thaisook

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้สามารถช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรค NCDs ได้ และมีอบรมให้ความรู้ เรื่องหลักวิธีการสร้างกำลังใจในการลดน้ำหนัก ตามหลัก 3 อ. 2 ส. พร้อมทั้ง ชั่งน้ำหนักเริ่มต้น ให้กำลังพลทำกิจกรรม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยตนเอง และแผนกส่งเสริมสุขภาพและเวชกรรมป้องกัน รพ.ค่ายกาวิละ จะมีการติดตาม ชั่งน้ำหนัก, BMI และวัดรอบเอว ทุกสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน และบันทึกข้อมูลลงใน Application Thaisook


นที มีเดช รายงาน

91 ปีแม่โจ้ ก้าวสู่อันดับโลก

91 ปีแม่โจ้ ก้าวสู่อันดับโลก 7 มิถุนายน วันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมภาคเหนือ (มหาวิทยาลัยแม่โจ้)

91 ปีแม่โจ้ จากโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมภาคเหนือ ก้าวสู่สถาบันการศึกษาที่ติดอันดับโลก จากการบุกเบิกและพัฒนาแผ่นดินแม่โจ้ โดย “พระช่วงเกษตรศิลปการ” จนมีคำกล่าว “ไม่มีพระช่วงฯ ไม่มีแม่โจ้”

14 สิงหาคม 2476 พระช่วงเกษตรศิลปการ ยืมม้าจากนายอำเภอสันทราย บุกเข้าดงแม่โจ้ พร้อมคนนำทางมุ่งหน้าต่อไปตามทางเกวียนใช้เวลาชั่วโมงกว่าถึงดงไม้และป่าโปร่งที่เรียกว่า “ดงแม่โจ้” มีพื้นที่ประมาณ 800 ไร่ มีหมู่บ้านเล็กๆอยู่ชายป่าประมาณ 10 หลังคาเรือน ถึงแม้ผืนดินแห่งนี้จะมีสภาพเป็นดินเลว แต่มีแหล่งน้ำเพียงพอที่สามารถปรับแก้ไขสภาพดินให้ดีขึ้นได้ ท่านจึงสร้างสถานีกสิกรรมภาคพายัพขึ้นบนผืนดินแห่งนี้

ต้นเดือนเมษายน 2477 เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี รมต.กระทรวงธรรมการ(สมัยนั้น) มีบัญชาให้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมประจำภาคเหนือขึ้นที่ ดงแม่โจ้ ติดพื้นที่ด้านทิศใต้ของสถานีทดลองกสิกรรมภาคพายัพ แต่งตั้งให้ พระช่วงเกษตรศิลปการ ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่

17 พฤษภาคม 2477 นักเรียนรุ่นแรกเดินทางมารายงานตัวครบทั้ง 46 คน (ภายหลังมาอีก 2 คน รวมเป็น 48 คน)

7 มิถุนายน 2477 เปิดการเรียนการสอนครั้งแรก โดยพระช่วงเกษตรศิลปการ บิดาเกษตรแม่โจ้ ผู้บุกเบิกและก่อตั้งแม่โจ้ พร้อมทั้งจัดให้มีพิธีไหว้ครูขึ้นในวันนี้ ได้เชิญข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ข้าหลวงประจำจังหวัดและธรรมการจังหวัดมาร่วมให้โอวาท ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ถูกจารึกเป็นประวัติศาสตร์อันสำคัญของแม่โจ้ ถือเป็นจุดกำเนิดแม่โจ้และพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน

DCIM\100MEDIA\DJI_0358.JPG

ในปี 2567 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้รับการจัดอันดับโลกโดย World University Rankings เป็นอันดับ 9 ของประเทศไทยโดยเป็นอันดับที่ 3 จาก 10 มหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพด้านการวิจัยที่ดีที่สุดในประเทศ ซึ่งเกิดจากผลงานโดดเด่นของ 5 ตัวชี้วัดในการจัดอันดับมหาวิทยา ลัย ได้แก่ การเรียนการสอน การจัดการระบบนิเวศการวิจัย คุณภาพการวิจัย รายได้จากผลงานลิขสิทธิ์นวัตกรรม และความเป็นสากลนานาชาติ

ล่าสุด SCImago Institutions Rankings จัดอันดัมหาวิทยาลัยแม่โจ้อยู่ในอันดับ 13 จาก 15 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในไทย และเป็นอันดับที่ 11 จาก 15 มหาวิทยาลัยไทยที่โดดเด่นด้าน Chemistry ซึ่งบ่งบอกถึงความก้าวหน้าและการพัฒนาด้านการวิจัย ซึ่งเป็นประโยชน์ เกิดการต่อยอดไปสู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับสังคม

นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ยังติดอันดับ 12 ของมหาวิทยาลัยไทย อันดับ top 401 – 600 ของโลก มหาวิทยาลัยที่มีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) หรือ “THE Impact Rankings” ปี 2024 อีกทั้ง ได้รับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียว เป็นอันดับที่ 11 ของประเทศและอันดับที่ 143 ของโลก และยังอยู่ในระดับ Top 10 ของมหาวิทยาลัยรัฐที่มีผู้สนใจเข้าศึกษาต่อมาโดยตลอด

7 มิถุนายน 2568 แม่โจ้ครบ 91 ปี มหาวิทยาลัยจัดให้มีพิธีทำบุญวันคล้ายสถาปนาโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม ภาคเหนือ ประจำปี 2568 โดยจะมีกิจกรรมดังนี้

  • เวลา 07.09 น. พิธีบวงสรวงพระพิรุณทรงนาค นำโดยนายกสภามหาวิทยาลัย นายกสมาคมศิษย์เก่า อธิการบดีพร้อมคณะผู้บริหาร ณ ประติมากรรมพระพิรุณทรงนาค
  • เวลา 07.59 น. พิธีทำบุญทางศาสนาและพิธีเปิดป้ายอาคารสำนักงานสภามหาวิทยาลัย ณ อาคารพระช่วงเกษตรศิลป์
  • เวลา 08.59 น. เป็นต้นไป พิธีวางพวงมาลาอนุสาวรีย์พระช่วงเกษตรศิลปการ “บิดาเกษตรแม่โจ้” ผู้บุกเบิกก่อตั้งแม่โจ้ และได้รับเกียรติจาก ทายาทพระช่วงเกษตรศิลปการ เข้าร่วมพิธี

ขอเชิญชาวแม่โจ้พร้อมใจกัน เข้าร่วมกิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนา โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม ภาคเหนือ ประจำปี 2568 ในวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 07.59 น.เป็นต้นไป มาร่วมกันแสดงพลังสามัคคี ร่วมรำลึกถึงปูชณียบุคคลสำคัญ และเส้นทางการเติบโตของแม่โจ้ที่มุ่งสู่สากลได้อย่างภาคภูมิ

“แม่โจ้: มหาวิทยาลัยแห่งชีวิต”


นที มีเดช รายงาน

กองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าปราบยาเสพติดสร้างความมั่นคงภายใน มอบนโยบายทุกพื้นที่เน้นทำงานเป็นทีมเดียวกัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อม รองแม่ทัพภาคที่ 3 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ผนึกกำลังมอบนโยบายให้ทีมเชียงใหม่เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดสร้างความมั่นคงภายในจังหวัด กำชับทุกหน่วยให้ทำงานเป็นทีมเดียวกัน

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่อาคารห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พลตรี ชายแดน กฤษณสุวรรณ รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พลตำรวจตรี ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นายดนุชา ไชยวงค์ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการและบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ปปส.ภาค 5 และนายแพทย์ดิเรก อภิญจนานนท์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ได้ร่วมกันมอบนโยบายในการปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและความมั่นคงภายในให้กับ “ทีมเชียงใหม่” เพื่อสร้างความมั่นคง ความสงบสุขเรียบร้อย และความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว นำไปสู่การพัฒนาให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว และน่าลงทุน โดยมี นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ ผู้กำกับสถานีตำรวจทั้ง 38 สถานี เข้าร่วมรับมอบนโยบาย

โดย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานร่วมกัน แลกเปลี่ยนข้อมูล ผนึกกำลังทำงานเป็นทีมเดียวอย่างเหนียวแน่น โดยผลการทำงานที่ผ่านมาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรื่องการปราบปรามยาเสพติด ทำให้จังหวัดเชียงใหม่สามารถสกัดกั้นและจับกุมยาเสพติดได้มากที่สุดในประเทศ รวมถึงการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ด้วย นอกจากนี้ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยราชการในพื้นที่สอดส่องดูแลพี่น้องประชาชนและสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนได้รับทราบถึงภัยในรูปแบบต่างๆโดยเฉพาะภัยทางออนไลน์ที่จะนำมาซึ่งการถูกหลอกให้เสียทรัพย์ได้

ขณะที่ พลตรี ชายแดน กฤษณสุวรรณ รองแม่ทัพภาคที่ 3 และ พลตำรวจตรี ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การดำเนินกรป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานยังคงปฏิบัติการด้วยความเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ผู้กระทำผิดลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายโดยเฉพาะยาเสพติดลำเลียงเข้ามายังพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยภายหลังจากการเข้าจับกุมได้แล้วเจ้าหน้าที่ยังมีการขยายผลเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถจับกุมผู้ค้าและเครือข่ายต่างๆเพิ่มมากขึ้น เพื่อตัดวงจรยาเสพติดให้ได้มากที่สุด ให้ประเทศชาติมีความมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาล

ทั้งนี้ นายดนุชา ไชยวงค์ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการและบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ได้เปิดเผยให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจริงในทุกพื้นที่ทราบว่า ปัจจุบันการลักลอบขนเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ มักจะปรับเปลี่ยนกลวิธีเป็นการส่งผ่านทางพัสดุค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายน้อยและสามารถส่งถึงมือผู้ซื้อได้อย่างรวดเร็วที่สุด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบในช่องทางโลจิสติกให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อปิดช่องทางการลักลอบส่งยาเสพติดทั้งรายใหญ่และรายย่อยไม่ให้กระทำผิดได้


นที มีเดช รายงาน

เชียงใหม่ ดูแลประชาชนต่อเนื่องกรณีพบสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก ล่าสุดเปิดศูนย์เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาแล้ว

เชียงใหม่ ดูแลประชาชนต่อเนื่องกรณีพบสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก ล่าสุดเปิดศูนย์เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาแล้ว

วันนี้ 6 มิ.ย.68 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายปิยะพงษ์ ประพันธ์วัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่, สำนักงานควบคุมมลพิษที่ 1, ปกครองอำเภอแม่อาย, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่, สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่, สำนักงานประมงจังหวัดเชียงใหม่ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์สารปนเปื้อนในแม่น้ำกก พร้อมเปิดศูนย์เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อน เกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกก เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำและสารปนเปื้อนในพื้นที่ ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลอย่างทันท่วงที และเฝ้าระวังและติดตามคุณภาพน้ำในแม่น้ำกกอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ สั่งการให้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่อาย และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน สนับสนุนรถผลิตน้ำดื่ม RO และฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลตเพื่อผลิตน้ำดื่มสะอาดให้กับพี่น้องประชาชน ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน โดยแจกจ่ายไปแล้วจำนวนมากกว่า 20,000 ขวด

นอกจากนี้ ยังได้ให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาวาง และผู้นำชุมชน ได้ออกเยี่ยมประชาชนที่ได้ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพน้ำแม่น้ำกก พื้นที่ตำบลท่าตอน ตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และได้ประสาน อพม. คอยลงพื้นที่ติดตาม เยี่ยมกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน เวลา 10.30 น. นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำทุกหน่วยงานเข้าร่วมการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ (ส่วนหน้า) ในพื้นที่แม่น้ำกก และแม่น้ำสาย เพื่อพิจารณาการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านวิชาการในด้านต่าง ๆ การเตรียมรับมือกับสถานการณ์กรณีมีข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ผ่านระบบการประชุมทางไกล Video Conference โดยมีนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุม

ต่อมาในเวลา 13.30 น. ได้เข้าประชุมร่วมกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านระบบประชุมทางไกล Video Conference เพื่อติดตามการดำเนินงานของศูนย์เฝ้าระวังฯ การสร้างกระบวนการรับรู้และสื่อสารข้อมูลให้กับประชาชน/ชุมชน รับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำกก และแม่น้ำสาขาจากชุมชน รวมทั้งการตรวจวัดคุณภาพน้ำและคุณภาพสิ่งแวดล้อม ณ ศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ (จุดที่ 1 แม่กก) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศาลาท่าเรือบริเวณริมแม่น้ำกก สะพานท่าตอน อำเภอแม่อาย


นที มีเดช รายงาน

“พล.ต.อ.ประจวบฯ” ประชุมขับเคลื่อนงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สรุปผลการปฏิบัติงานที่สำคัญในรอบ 8 เดือน เข้มปราบยาเสพติด และดูแลนักท่องเที่ยว

“พล.ต.อ.ประจวบฯ” ประชุมขับเคลื่อนงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สรุปผลการปฏิบัติงานที่สำคัญในรอบ 8 เดือน เข้มปราบยาเสพติด และดูแลนักท่องเที่ยว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานป้อง กันปราบปรามอาชญากรรม ในฐานะศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปปง.ตร.), ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และผู้ร้ายสำคัญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอร.ตร.), ศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปทท.ตร.), ประธานอนุกรรมการป้องกัน ปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่ภาคใต้ และหัวหน้าคณะทำงานปราบปรามความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทั่วประเทศ

โดยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 พล.ต.อ.ประจวบฯ พร้อมด้วย พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ,พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทั่วประเทศ ในห้วง 8 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ถึงเดือนพฤษภาคม 2568

สรุปผลการปฏิบัติในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนี้

  1. ผลการดำเนินงานตัวชี้วัดแผนปฏิบัติราชการ ประจำปี พ.ศ.2568 : ด้านการควบคุมอัตราการเกิดคดีกลุ่มชีวิตร่างกาย เพศ และทรัพย์ ในภาพรวม ผ่านเกณฑ์ ทั้ง 4 ตัวชี้วัด ถือได้ว่าภาพรวมอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมอัตราการเกิดคดีกลุ่มชีวิต ร่างกาย เพศ และทรัพย์ได้
  2. ผลการดำเนินงานของศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปปง.ตร.) : ผลการดำเนินคดีอาญาฟอกเงิน มีสัดส่วนการดำเนินคดีที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยในปี 2568 มีการดำเนินคดีความผิด 29 มูลฐาน จำนวน 161,194 คดี คดีอาญาฟอกเงิน 352 คดี คิดเป็นสัดส่วนคดีอาญาฟอกเงิน 0.218% เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 28.23% และมีผลการดำเนินงานตามโครงการ “สืบสวนสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568” โดยในภาพรวมทั้งประเทศสามารถสืบทรัพย์ได้ 419 เป้าหมาย ทรัพย์สินรวม1,178,097,883 บาท
  3. ผลการดำเนินการของศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล คนร้ายสำคัญ และมือปืนรับจ้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอร.ตร.) : ในห้วง 4 เดือนที่ผ่านมา (กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 2568) มีผลการจับกุม 137 คดี ผู้ต้องหา 239 ราย จำแนกเป็น คดียาเสพติด 68 ราย , คดีเรียกรับผลประโยชน์เส้นทางสาธารณะ 2 ราย , บุกรุกที่ดินสาธารณะ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ 3 ราย , ลักลอบค้าอาวุธสงคราม 11 ราย , มือปืนรับจ้าง 11 ราย , ลักลอบนำคนเข้าออกประเทศโดยผิดกฎหมาย 78 ราย , เปิดบ่อนการพนัน 6 ราย และนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ 38 ราย นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 เปิดปฏิบัติการ “ธรณีนี้มีขื่อ มีแป” ผลการตรวจค้น 653 เป้าหมาย 667 จุดตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหา 218 คน ตรวจยึดอาวุธปืน 236 กระบอก , เครื่องกระสุนปืน 5,314 นัด และวัตถุระเบิด 9 ลูก , ยาบ้า 17,397 เม็ด , ไอซ์ 113.15 กรัม และยานพาหนะ 314 คัน
  4. ผลการดำเนินการของคณะทำงานปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ : ในห้วง 3 เดือนที่ผ่านมา (26 กุมภาพันธ์ – 5 มิถุนายน 2568) จับกุม 2,594 คดี ผู้ต้องหา 2,707 ราย ยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้ารวม 1,591,570 ชิ้น มูลค่ารวม 405,755,746 บาท
  5. ผลการดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปทท.ตร.) : ในห้วง 5 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม – พฤษภาคม 2568) มีการตั้งจุดตรวจรวมทั้งประเทศ 108,022 จุด เป็นจุดตรวจแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ (จุดตรวจ 007) 14,128 จุด โดยในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา มีผลการตรวจรวม 446,613 ครั้ง สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวในห้วง 5 เดือนที่ผ่านมา รวม 13,156,354 คน เกิดเหตุกับนักเที่ยวชาวต่างชาติ รวม 178 คดี ซึ่งลดลงถึง 7.19 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
  6. ผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการป้องกัน ปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ : ในห้วง 4 เดือนที่ผ่านมา (กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 2568) มีการจับกุมรวม 82,448 คดี ผู้ต้องหา 82,410 คน ตรวจยึดของกลาง ยาบ้า 367,024,741 เม็ด , ไอซ์ 17,747 กิโลกรัม , เฮโรอีน 483 กิโลกรัม และยาอี 161,112 เม็ด

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า ได้กำชับสถานีตำรวจทั่วประเทศในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตลอดจนอาชญากรรมอื่นที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน การปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ การปราบปรามความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งมาทำลายสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน และการปราบปรามยาเสพติดซึ่งแพร่ระบาดไปยังชุมชน หมู่บ้าน ไปทั่วประเทศ เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชน


โจรนินจา งัดตู้บริจาควัดกลางดึก กวาดเงินแบงค์เกลี้ยงตู้ เหลือทิ้งไว้แต่เหรียญ

โจรนินจา งัดตู้บริจาควัดกลางดึก กวาดเงินแบงค์เกลี้ยงตู้ เหลือทิ้งไว้แต่เหรียญ

จากกรณี เพจ วัดโสธรนิมิตต์ – หลวงพ่อน้อย ได้โพส คลิปจากกล้องวงจรปิดปิดที่สามารถจับภาพ คนร้ายสวมหมวกคลุมหัวสีดำ เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เดินปรี่เข้าหาตู้บริจาคอย่างมั่นใจ ก่อนจะลงมือลากตู้บริจาคไปที่ลับตาคน ลงมืองัดกุญแจด้วยความคล่องแคล่ว รวบเงินบริจาคไปโดยเอาไปแต่แบงค์ เหลือทิ้งไว้แค่เพียงเหรียญหนีหายไปหมด พร้อมระบุ ข้อความ นินจามาขโมยตู้บริจาค

ล่าสุด เมื่อช่วงเที่ยง วันที่ 6 มิถุนายน 2568 ทีมข่าวเราได้เดินทางไปยัง วัดโสธรนิมิตต์ ซอยเทศบาลบางปู 51 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พบกับ พระครูใบฎีกาวิบูลย์ เหรัญญิกของวัด ท่านได้พาทีมข่าวเราเดินไปยังจุดที่ตั้งตู้รับบริจาค พร้อมชี้ให้ดูรองรอยการงัดแงะที่ตู้รับบริจาค โดยหลังเกิดเหตุทางวัดได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งในวัดและตามเส้นทางที่คาดคนร้ายจะใช้หลบหนี เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายรายนี้

พระครูใบฎีกาวิบูลย์ เหรัญญิกของวัด เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุฝนตกหนัก สุนัขที่อยู่ในวัดก็ไปหลบฝนหมด จึงไม่มีใครรู้ว่าโจรเข้ามาตอนไหน ตู้ใบนี้เคยถูกงัดมาแล้ว 3 ครั้งในปีเดียว เหมือนเป็นเป้าหมายประจำไปแล้ว แต่โชคดีที่ทางวัดเก็บเงินออกจากตู้ทุกสัปดาห์ เลยเสียหายไม่มากนัก แค่หลักพันบาท สุดท้ายพระครูฯ ฝากถึงคนร้ายว่า “อย่ามาเอาเงินของวัดเลย ทางวัดก็ลำบากเหมือนกัน ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ


ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ

สุพรรณบุรี จัดกิจกรรมมหกรรมวัฒนธรรมดนตรีนานาชาติ “เมืองเหน่อเฟสติวัล” ท่าช้าง

สุพรรณบุรี – กิจกรรม Suphanburi Music Crafts & Folk Art Festival ภายใต้ งานมหกรรมวัฒนธรรมดนตรีนานาชาติ “เมืองเหน่อ เฟสติวัล”(Suphanburi International Music Cultural) ณ ถนนคนเดินท่าช้างเดินเพลิน อำเภอเดิมบาง นางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ศิลปินมากมายอาทิเช่น ต้นตาล แชมป์ไมค์ทองคำซีซั่น10, วง Horror Cat และ จ่อย ไมค์ทองคำ

นางสาวนิษฐกานต์ คุณวัชระกิจ วัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี, นางสาวลัภพร มงคลทิพย์วาที นายกเทศมนตรีตำบลเขาพระ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนข้าราชการ และประชาชนจำนวนมาก ร่วมกิจกรรม Suphanburi Music Crafts & Folk Art Festival ภายใต้งานมหกรรมวัฒนธรรมดนตรีนานาชาติ “เมืองเหน่อ เฟสติวัล” (Suphanbun International Music Cultural) ณ ถนนคนเดินท่าช้างเดินเพลิน อำเภอเดิมบางนางบวช ซึ่งจัดเป็นอำเภอที่ 5 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Geative Cty of Music) สู่การเป็น “ศูนย์กลางด้านดนตรี” ของประเทศไทย และการสร้างพื้นที่ในการบ่มเพาะด้านดนตรี (Music Space) การแสดงศักย ภาพของคนดนตรี (Music People) หลากหลายช่วงวัย

ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ ตลาดนัดสร้างสรรค์ (POP Market) มีสินค้าจัดจำหน่ายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร, เสื้อผ้า หรืองานฝีมือ, มีอาหารคาว หวาน รสเด็ด มาจำหน่ายให้ได้เลือกซื้อ ชม, การแสดงทางวัฒนธรรมดนตรี จากพี่น้องชาวสุพรรณ, การแสดงคอนเสิร์ตเบญจภาคีดนตรีสุพรรณ, การแสดงจากนักร้องศิลปิน นำโดย ต้นตาล แชมป์ไมค์ทองคำซีซั่น 10, วง Horror Cat และ จ่อย ไมค์ทองคำ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเล่นเกมแจกของรางวัลบนเวที และร่วมสนุก กับกิจกรรมต่างๆมากมาย

จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับวัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สำนักงานพื้นที่พิเศษ 7 สุพรรณบุรี จัดกิจกรรม Suphanburi Music Crafts & Folk Art Festival ภายใต้โครงการงานมหกรรมวัฒนธรรมดนตรีนานาชาติ “เมืองเหน่อ เฟสต์วัล” (Suphanburi Intemational Music Cultural) สำหรับการจัดกิจกรรม Suphanburi Music Crafts & Folk Art Festival ครั้งนี้เป็นครั้งที่5 ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมมาแล้วสี่ 4 อำเภอได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอสองพี่น้อง อำเภออู่ทอง อำเภอดอนเจดีย์ และปิดท้ายที่อำเภอเดิมบางนางบวช ซึ่งได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนสนใจร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี