กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกือบพันคน รวมพลังสนับสนุนรัฐบาลและกองทัพไทย แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกือบพันคนรวมพลังสนับสนุนรัฐบาลและกองทัพไทย แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

เวลา 15.00 น.วันที่ 9 มิ.ย.68 ที่ลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรี นายพนม พึ่งสุขแดง (กำนันแวน) นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดนนทบุรีและประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอบางใหญ่, นายทรัพย์ พึ่งมา ประธานชมรมอำเภอปากเกร็ด, นายธนะเมศฐ์ ดิลกโสวัฒน์ ประธานชมรมอำเภอไทรน้อย, นายวิศิษย์ศักดิ์ ปานเกตุ ประธานชมรมอำเภอบางกรวย, นางสาวสุธีรา ชาตินักรบ ประธานชมรมอำเภอเมือง และนายสุพจน์ ทองอำนาจ ประธานชมรมอำเภอบางบัวทอง พร้อมด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล ประมาณ 1,000 คน ร่วมกันอ่านคำแถลงการณ์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านจังหวัดนนทบุรี ขอสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล และกองทัพไทยในการแก้ไขปัญหา ชายแดนไทย – กัมพูชา

โดยแถลงการณ์ระบุว่า “พี่น้อง กำนันผู้ใหญ่บ้าน ส่วนราชการและพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน ตามที่ปรากฏเหตุการณ์ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ได้เกิดความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติขึ้น ตามแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา โดยกองกำลังติดอาวุธของฝ่ายกัมพูชา ได้รุกล้ำแนวชาย แดนไทย-กัมพูชา ข้ามเข้ามาในราชอาณาจักรไทยหลายครั้ง อย่างต่อเนื่อง และยังได้แสดงท่าทีที่พยายามจะก่อให้เกิดความเข้าใจว่า ในพื้นที่ที่ตน รุกล้ำเข้ามานั้น เป็นอธิปไตยของกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงเคารพธงชาติ การติดอาวุธเข้ามาในพื้นที่ ทั้งที่ชัดเจนว่าดินแดนที่รุกล้ำเข้ามานั้น เป็นเขตอธิปไตย ของราชอาณาจักรไทยโดยสมบูรณ์ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สั่งการให้ กองทัพไทยพร้อมกำลังพลเข้าระงับเหตุโดยการเจรจา ชี้แจงเหตุผลให้ทราบ และให้ผลักดันให้กองกำลังดังกล่าวออกไปเสียให้พ้นจากราชอาณาจักรไทย ตามหลักสันติวิธี ด้วยความอดทน อดกลั้น ต่อการยั่วยุของฝ่ายตรงข้าม แต่กองกำลัง ติดอาวุธของฝ่ายกัมพูชาก็ยังคงพยายามที่จะรุกล้ำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย และแสดงท่าทีที่ยั่วยุ โดยไม่หยุดยั้ง และทำอย่างเปิดเผย ทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้น ตลอดบริเวณแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา และต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ จนกระทั่ง กองทัพบกมีความจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการที่เข้มข้น โดยการประกาศ กฎอัยการศึก เพิ่มมาตราการในการผลักดันผู้รุกรานให้พ้นไปเสียจากราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะที่บริเวณช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ที่ไม่อาจยอมรับได้ และเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งต่ออธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรไทย

นายพนม พึ่งสุขแดง (กำนันแวน) นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดนนทบุรีและประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอบางใหญ่ กล่าวว่า วันนี้พี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดนนทบุรี ทุกคน ในฐานะรั้วของหมู่บ้าน ผู้มีหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้กับราษฎรในหมู่บ้าน จึงขอร่วมกันแสดงพลัง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล กองทัพไทย และหน่วยงานด้านความมั่นคง ในการใช้อำนาจตามกฎหมาย หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่จำเป็นและเหมาะสม ในการแก้ไขปัญหา เหตุชายแดน ไทย – กัมพูชา ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยพี่น้องกำนันผู้ใหญ่บ้าน ของจังหวัดนนทบุรี ทุกคน ขอให้กำลังใจ และขอเป็นแนวหลังที่พร้อมจะให้การสนับสนุนในการส่งเสริม ให้ความช่วยเหลือทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้าในทุกรูปแบบ ตามที่มีการร้องขอหรือเห็นเป็นการ สมควร ตามความเหมาะสมในห้วงเวลาและสถานการณ์ ในทุกช่วงเวลา และยินดี ที่จะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนที่จะร่วมต่อสู้และปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทย ไว้ให้คงอยู่เป็นอธิปไตยของลูกหลานไทยตลอดไป

จากนั้นนายพนม พึ่งสุขแดง ได้กล่าวนำ กำนันผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดนนทบุรีทุกท่าน ได้กล่าวคำปฏิญาณ ตามข้าพเจ้าไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด และร้องเพลงชาติ ร่วมกัน

จากนั้นได้ยื่นแถลงการณ์ ให้นายชุ้น ณัฐเดช กังสุกุล ปลัดจังหวัดนนทบุรี และ พ.อ.อาณัติ ดำนงค์ รอง ผอ.กอ.รมน.นนทบุรี เพื่อส่งต่อให้กองทัพและรัฐบาลต่อไป


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

ชุดปฎิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอ.โพนสวรรค์ จับกุมยาเสพติดผู้เสพ ขยายผลต่อเนื่อง

นครพนม – ชุดปฎิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอโพนสวรรค์ จับกุมยาเสพติดผู้เสพ ขยายผลต่อเนื่องผู้ค้า…

เมื่อ 9 มิถุนายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ นายณัฐวุฒิ ชัยสิทธิ์ นายอำเภอโพนสวรรค์ /ผอ.ศป.ปส.อ.โพนสวรรค์ มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง(จพง.ป.ป.ส.)นำกำลังสมาชิก อส.ร้อย.อส.อ.โพนสวรรค์ 7 ชุดปฏิบัติการพิเศษโพนสวรรค์ ดำเนินการจับกุม เป้าหมายด้านยาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งได้จับกุม ชายไทย อายุ 29 ปี ราษฎร ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 138 เม็ด จากนั้นได้ ขยายผลต่อเนื่อง จับกุมบุคคลที่2 ชายไทย อายุ 54 ปี ราษฎร ต.นาหัวบ่อ อ.โพนสวรรค์ พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 1,010 เม็ดรวมยาบ้า ทั้งสิ้น จำนวน 1,148 เม็ด

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทำบันทึกจับกุม และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.โพนสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ ฟร้อง สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

กมธ.การทหารฯ วุฒิสภา ออกแถลงการณ์ประณามกัมพูชา รุกล้ำดินแดนของไทย เตรียมลงพื้นที่ให้กำลังใจทหารและประชาชนตามแนวชายแดน

กมธ.การทหารฯ วุฒิสภา ออกแถลงการณ์ประณามกัมพูชา รุกล้ำดินแดนของไทย เตรียมลงพื้นที่ให้กำลังใจทหารและประชาชนตามแนวชายแดน

วันที่ 6 มิถุนายน 2568 เวลา 11.00 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง สส.) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ ออกแถลงการณ์ประกาศจุดยืนของคณะกรรมาธิการต่อสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุจากเหตุการณ์กระทบกระทั่งบริเวณแนวชาย แดนไทย – กัมพูชา อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของประชาชน และฝ่ายกัมพูชาได้ดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เปรียบประเทศไทยนั้น

คณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ในฐานะประชาชนคนไทยขอประณามการกระทำอันไร้ความจริงใจและความพยายามเอารัดเอาเปรียบของฝ่ายกัมพูชา และมีความคิดเห็นต่อเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

  1. รัฐบาลต้องดำเนินการทุกหนทางเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทยอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก และควรแสดงความไม่พอใจในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ฝ่ายกัมพูชากระทำแทนประชาชนคนไทยให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  2. คณะกรรมาธิการฯ สนับสนุนให้มีการเจรจาเพื่อหาทางออกและแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และใช้กลไกทวิภาคี
  3. คณะกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญต่อการปกป้องผลประโยชน์ของชาติในทุกมิติ อีกทั้งจะติดตามและตรวจสอบความคืบหน้าของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
  4. คณะกรรมาธิการฯ ขอยกย่องและให้กำลังใจทหารทุกนาย เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวทุกระดับในความเสียสละ อดทน อดกลั้นต่อการยั่วยุ ยึดมั่นในหลักสันติวิธี เพื่อปกป้องอธิป ไตยและความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ
  5. คณะกรรมาธิการฯ ขอแสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่อาศัยตามพื้นที่แนวชายแดนไทย – กัมพูชา ที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามจากฝ่ายกัมพูชาตลอดเวลา
  6. คณะกรรมาธิการฯ ขอเน้นย้ำว่า ความร่วมมือในการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนไทยทุกฝ่ายพูดจาเป็นเสียงเดียวกัน เป็นความร่วมมือในทิศทางเดียวกันจากทุกภาคส่วน คือ รัฐบาล รัฐสภา ประชาชน กองทัพ สื่อมวลชน ฯลฯ

ประธาน กมธ.การทหารฯ วุฒิสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้รวบรวมเงินเพื่อนำไปมอบเป็นกำลังใจให้แก่ทหารในพื้นที่ โดยมอบหมายให้ พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ลงพื้นที่พร้อมกับ กมธ.การทหารฯ และคณะกรรม การขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง) เพื่อติดตามสถานการณ์และเยี่ยมเยียนให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ และแสดงความห่วงใยดูแลประชาชนในพื้นที่ตามแนวชายแดน ในวันที่ 9-10 มิถุนายนนี้

จากนั้น กมธ.จะประชุมเพื่อสรุปสถานการณ์จากการลงพื้นที่ พร้อมทั้งจัดรายการ “ถกแถลงเพื่อรักษาแผ่นดินไทย” ในวันที่ 13 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุม 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) โดยได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ที่เป็นปัญหาบริเวณแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ประกอบด้วย

  1. นายวีรพันฎ์ มาไลยพันธุ์ อดีตคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งได้ศึกษาเรื่องราวของปราสาททั้งหลายในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา มาเป็นเวลานาน
  2. นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติหลายสมัย ในฐานะผู้ที่ศึกษาเรื่องของศาลโลกอย่างละเอียดและสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ
  3. อาจารย์ดุลยภาค ปรีชาเวชช์ รองศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญปัญหาชาย แดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ

ทั้งนี้ ก่อนการแถลงข่าว ได้มีกลุ่มประชาชนนำโดย นายอรรถภูมิ บุณยเกียรติ จากบริษัท บ้านพระครูติ จำกัด นำวัตถุมงคลมามอบให้แก่ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธาน กมธ.การทหารฯ วุฒิสภา เพื่อให้นำไปแจกจ่ายให้กับทหารในพื้นที่ รวมทั้งยังได้มอบพระกริ่งไพรีพินาศฝากให้กับ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และพลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ด้วย


พล.ต.อ.ธนายุตม์ เดินทางส่งมอบกำลังใจให้ เจ้าหน้าที่ ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่

ตามนโยบายเน้นหนักของ ผบ.ตร.ข้อ 15 เรื่องสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ ตามคำสั่ง ตร. ที่ 225/2568 ลง 9 เม.ย.68 ประกอบบันทึกสั่งการ ผบ.ตร. ลง 11 เม.ย.2568 ท้ายหนังสือ สง.รอง ผบ.ตร.(บร) ที่ 0001(บร)/79 ลง 11 เม.ย.2568 เรื่อง การมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในงานบริหาร มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร 1) รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการ สกพ. รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ในลักษณะงานสวัสดิการ ตร. และตามนโยบายของสมาคมแม่บ้านตำรวจ โดยคุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้ดำเนินโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” (ด้านตำรวจบาดเจ็บ ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่) ประจำปี 2568 โดยให้ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังใจ ข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ จากการปฏิบัติหน้าที่

วันนี้(วันศุกร์ ที่ 6 มิ.ย.68) เวลา 12.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ, พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร.(บร) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., คุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์
อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ/ประธานที่ปรึกษาโครงการฯ เดินทางไปส่งมอบกำลังใจให้ ด.ต.อรรถพล แช่มพุดซา ผบ.หมู่ ป.สภ.เทพารักษ์ ภ.จว.นครราชสีมา ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุขณะปฏิบัติหน้าที่สืบสวนหาข่าวผู้ต้องหาตามหมายจับ เมื่อ 14 พ.ย.51

พร้อมด้วย พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.ภ. จว.นครราชสีมา, พ.ต.อ.ฉัฐวัชร วงศ์วาสน์ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.อ.เสกสรร บุญยรัชนิกร ผกก.สภ.ด่านขุนทด, คุณเนาวรัตน์ ยี่จีน ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 3, คุณพัชรพร สุขไพบูลย์ รองประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 3, คุณญาณินี ขุนหมื่น ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนคร ราชสีมา, คุณศุภลักษณ์ เสตะปุตตะ รองประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, คุณ สรินรัตม์ วงศ์วาสน์ รองประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, ดร.นุชประวีณ์ ลิขิตศรัณย์ ผู้ช่วยเลขานุการสมาคมแม่บ้านตำรวจ, คุณพรนิภา เอื้อบุญยะนันท์ ผู้ประสานงานสมาคมแม่บ้านตำรวจ, คุณภาคิตา ธงชัยภูมิ ผู้ประสานงานสมาคมแม่บ้านตำรวจ, คณะ กต.ตร.สภ.ด่านขุนทด พร้อมคณะแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 3 และคณะแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมตรวจเยี่ยม

โดยในการนี้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และคุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้เป็นตัวแทน สมาคมแม่บ้านตำรวจ มอบเงินจำนวน 5,000 บาท พร้อมทั้งได้มอบเงินส่วนตัว จำนวน 10,000 บาท ทั้งนี้ชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 3 และชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกันมอบเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือครอบครัวข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ อันเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน และส่งเสริมขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจ ที่ได้อุทิศตนเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่

ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสมาคมแม่บ้านตำรวจ ขอขอบคุณและชื่นชมข้าราชการตำรวจ, แม่บ้านตำรวจภูธรภาค 3 และแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ที่ดำเนินการตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” และดูแลขวัญกำลังใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างดีและขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป ณ บ้านเลขที่ 332 ม.13 ต.หนองกราด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา


รมช.คมนาคม สั่งกรมเจ้าท่า ตั้งศูนย์ประสานงาน แก้ไขปัญหา และควบคุม สถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลจากเรือ Phoenix Jamnagar บริเวณท่าเรือบ.ไทยออยล์ จก. (มหาชน) ศรีราชา จ.ชลบุรี

ดร.มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม สั่งกรมเจ้าท่า ตั้งศูนย์ประสานงาน แก้ไขปัญหา และควบคุม สถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลจากเรือ Phoenix Jamnagar บริเวณท่าเรือบ.ไทยออยล์ จก. (มหาชน) ศรีราชา จ.ชลบุรี

ดร.มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้ นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ประสานงานป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน เพื่อระงับเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลจากเรือ Phoenix Jamnagar ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันดิบสัญชาติสิงคโปร์ หมายเลข IMO 9828962 โดยเหตุเกิดบริเวณทุ่นรับน้ำมันกลางทะเล (SBM2) ของบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ในเขตพื้นที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.54 น. โดยมีสาเหตุมาจากท่อส่งน้ำมันที่ชำรุด ส่งผลให้น้ำมันดิบรั่วไหลลงสู่ทะเลในปริมาณประมาณ 20 คิว หรือราว 20 ตัน

กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการประเมินสถานการณ์โดยเร่งดำเนินการจัดตั้งศูนย์ประสานงานฯ ณ โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทไทยออยล์ จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นศูนย์กลางในการควบคุมเหตุ การณ์ ทั้งนี้กรมเจ้าท่าในฐานะเลขานุการศูนย์ประสานงาน ได้ประสานกองทัพเรือจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในการขจัดคราบน้ำมัน

จากการสำรวจพื้นที่ พบว่าลักษณะของคราบน้ำมันเป็นคราบสีดำหรือน้ำตาลบาง ๆ กระจายเป็นหย่อม ๆ บนผิวน้ำ ทั่วบริเวณพื้นที่ประมาณ 10 คูณ 10 เมตร และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศใต้ด้วยความเร็วกระแสน้ำประมาณ 1 นอต ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีลมพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

นอกจากนี้กรมเจ้าท่ายังได้จัดส่งเรือชลธารานุรักษ์พร้อมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์สำหรับการขจัดคราบน้ำมัน ซึ่งประกอบด้วยบูมความยาว 200 เมตร น้ำยาขจัดคราบน้ำมันจำนวน 800 ลิตร ชุดแขนฉีดน้ำยา (Spray Arm) และเครื่องแยกน้ำมัน (Skimmer) โดยได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อควบคุมสถานการณ์และลดการแพร่กระจายของคราบน้ำมันให้ได้มากที่สุด

ในขณะเดียวกัน ได้มีการประสานความร่วมมือกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานทั้งทางบกและทางทะเล โดยเฉพาะด้านกำลังพลและยานพาหนะทางน้ำและอากาศ ซึ่งรวมถึงระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ชุดอากาศยานและเฮลิคอปเตอร์ที่ประจำอยู่ที่แหลมฉบัง เรือหลวงตาชัยที่ออกเดินทางจากฐานในช่วงเช้า และเครื่องบินลาดตระเวนทะเลแบบ Do 228 ที่พร้อมให้การสนับสนุนทันทีหากได้รับการร้องขอจากบริษัทไทยออยล์

ด้านบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุของบริษัทโดยทันที โดยสามารถหยุดการรั่วไหลได้แล้ว และดำเนินการล้อมพื้นที่ด้วยบูมจำนวน 3 เส้น พร้อมฉีดน้ำยาขจัดคราบน้ำมันในเบื้องต้นเพื่อควบคุมการกระจายตัวของคราบน้ำมัน

ทั้งนี้กรมเจ้าท่า จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และจะรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การขจัดคราบน้ำมันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลให้ได้มากที่สุด หากพบเหตุไม่ปลอดภัยทางน้ำ แจ้งสายด่วน 1199 เจ้าท่า ได้ตลอด 24 ชม.


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตม.จ.กาญจนบุรี บุกรวบต่างด้าวชาวเมียนมา แอบเปิดร้านเสริมสวย แย่งอาชีพคนไทย

ตม.จ.กาญจนบุรี บุกรวบต่างด้าวชาวเมียนมา แอบเปิดร้านเสริมสวย แย่งอาชีพคนไทย

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช./ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่เพื่อก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

วันที่ 8 มิ.ย.2568 เวลา 14.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จ.กาญจนบุรี, ว่าที่ พ.ต.ต.ธนพงษ์ พลายเพชร สว.ตม.จ.กาญจนบุรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จ.กาญจน บุรี ตรวจสอบร้านเสริมสวยบริเวณ ต.อุโลกสี่หมื่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียนทางโซเชียล พบร้านเสริมสวย ภายในร้านมีบุคคลสัญชาติเมียนมากำลังทำผมให้ลูกค้า จึงได้แสดงตัวจับกุม Mr. HTAT MUANG อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับกุมที่ 1 และ Mrs.MA THAN อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับกุมที่ 2

จากนั้นได้ไปตรวจสอบร้านเสริมสวยอีกร้านซึ่งอยู่ใกล้กัน มีชื่อร้านเป็นภาษาเมียนมา มีบุคคลสัญชาติเมียนมากำลังสระผมให้ลูกค้า จึงได้แสดงตัวจับกุม Mr. THET PAING อายุ 30 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมของกลางสมุดจดบันทึกรายรับ สถานที่จับกุม ร้านเสริมสวย บริเวณ ม.4 ต.อุโลกสี่หมื่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี โดยกล่าวหาว่าเป็นบุคคลต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ (งานตัดผม/เสริมสวย)

ในชั้นจับกุม ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวไปยัง ตม.จ.กาญจนบุรี ทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าเรือ เพื่อดำเนินคดีต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ทช.ที่3 เพชรบุรี จัดงานวันทะเลโลก “ดูแลทะเลที่หล่อเลี้ยงเรา” ปล่อยพันธ์สัตว์ทะเล 1 แสนตัว ร่อนทรายทำความสะอาดเก็บขยะชายหาด

ทช.ที่3 เพชรบุรี จัดงานวันทะเลโลก”ดูแลทะเลที่หล่อเลี้ยงเรา”ปล่อยพันธ์สัตว์ทะเล1แสนตัว ร่อนทรายทำความสะอาดเก็บขยะชายหาด

วันที่ 8 มิ.ย. 68 นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นายสืบสกุล หนูไชยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 เพชรบุรี นายทัศนัย พวงบุผา ปลัดอำเภอชะอำ เทศบาลเมืองชะอำ หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และพี่น้องอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลเพชรบุรี กว่า 300คนร่วมกันเปิดงานวันทะเลโลก(World Ocean Day) ภายใต้หัวข้อ “WONDER : SUSTAINING WHAT SUSTAINS US” “ดูแลทะเลที่หล่อเลี้ยงเรา” ประจำปี2568 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี

เนื่องจากวันที่ 8 มิ.ย.ของทุกปี เป็นวันทะเลโลก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 เพชรบุรี จึงจัดงาน วันทะเลโลก(World Ocean Day) โดยปีนี้กำหนดหัวข้อสากล “WONDER : SUSTAINING WHAT SUSTAINS US” “ดูแลทะเลที่หล่อเลี้ยงเรา” เพื่อเป็นการแสดงบทบาทของประเทศไทยในระดับสากลรณรงค์ปลูกจิตสำนึกคนไทยให้หันมาใสใจอนุรักษ์ทะเลไทย แก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ฟื้นฟูพลิกฟื้นคืนชีวิตให้กับสัตว์ทะเลและมหาสมุทรอย่างยั้งยื่น

ภายในงานได้มีพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเพชรบุรี-ประจวบ มอบใบประกาศนียบัตรผู้ให้การสนับสนุนกิจกรรมวันทะเลโลก ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์กุ้งทะเล และปูม้ากว่า1แสนตัว กิจกรรมฟอกทรายทำความสะอาดชายหาด กิจกรรมเก็บขยะริมชายหาด กิจกรรมคัดแยกขยะ เพื่อร่วมกันดูแลรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งให้คงอยู่สืบไป


บรรณรต จ.เพชรบุรี

กู้ภัยบางแก้วสุโขทัย เตรียมความพร้อมกำลังพลและอุปกรณ์ รับมือสถานการณ์น้ำท่วม

กู้ภัยบางแก้วสุโขทัย เตรียมความพร้อมกำลังพลและอุปกรณ์ รับมือสถานการณ์น้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.68 ที่ เกาะกลางรูปหัวใจทุ่งทะเลหลวง ม.5 ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.สุโขทัย นายพฤฒิพันธุ์ จันตรี นายกสมาคมกู้ภัยบางแก้วสุโขทัย พร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยบางแก้วสุโขทัย นำกำลังพลและเรือท้องแบนจำนวน 3 ลำ พารามอเตอร์ จำนวน 1 ลำ เจ็ทสกีจำนวน 1ลำ อุปกรณ์ประดาน้ำ ฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มประจำปี 2568

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมพร้อมยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ และกำลังพล ในการแจ้งเตือนภัย การอพยพประชาชน การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และลดความสูญเสียที่เกิดจากภัยพิบัติให้เหลือน้อยที่สุด รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเตรียมพร้อมรับมือกับสาธารณภัยให้แกเจ้าหน้าที่กู้ภัยบางแก้วสุโขทัยอีกด้วย


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

หลวงพี่ต่อ ร่วมส่งกำลังใจให้ทหาร นำสิ่งของมอบสนับสนุนในการปกป้องอธิปไตย

นครนายก – หลวงพี่ต่อ ร่วมส่งกำลังใจให้ทหาร นำสิ่งของมอบสนับสนุนในการปกป้องอธิปไตย

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดมณีวงศ์ ต.ดงละคร อ.เมือง จ.นครนายก พระครูปิยรัตนานุกูล (หลวงพี่ต่อ) เจ้าอาวาสวัดมณีวงศ์ พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์ ร่วมกันนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค เดินทางไปส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยเขตชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อ 1 คัน, รถบรรทุก 10 ล้อ 1 คัน, สิ่งของก็จะเป็นข้าวสารถุง 5 กก. จำนวน 500 ถุง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 300 ลัง, น้ำดื่ม 800 แพ็ค, เครื่องดื่มชูกำลัง 1,000 แพ็ค, ปลากระป๋อง 150 แพ็ค, ขนมปี๊บ, ลูกอม และสิ่งของจำเป็นที่จะต้องใช้ ได้แก่ เต็นท์สนาม, เปลสนาม, ผ้าห่ม, เสื้อยืด, กางเกงในชาย, ยากันยุง, ไฟฉายและอุปกรณ์สายไฟปลั๊กพ่วง

ทั้งนี้ เพื่อสนับเป็นขวัญกำลังใจให้กับทหารที่ปกป้องอธิปไตยไทย กำหนดการเดินทางถึงยังจุดมอบสิ่งของที่วัดภูพลาญปะปัง ต.โซง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ในเช้าวันที่ 9 มิถุนายน และจะทำการส่งมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับทหาร 6 หน่วย ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

การนี้ “หลวงพี่ต่อ” ได้เมตตามอบวัตถุมงคล เหรียญหลวงปู่บุดดา ปญฺญาธโร วัดป่าใต้พัฒนาราม จำนวน 500 องค์ ให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติไว้ติดตัว เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจให้กับทหารไทย ผู้เสียสละปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตย อย่างเข้มแข็ง


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ขอเชิญเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๕๑ “SEA OF LOVE”

ขอเชิญเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๕๑ “SEA OF LOVE” วันอังคารที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๙.๓๐ น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

การแสดง “SEA OF LOVE” สื่อความหมายถึง ทะเลที่ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี และความภาคภูมิ อันเกิดมาจากความกล้าหาญของลูกทะเลแห่งราชนาวีไทย บรรเลงโดยวงซิมโฟนีออร์เคสตรา วงดุริยางค์ราชนาวี

ศิลปินรับเชิญ อาทิ อัญชลี จงคดีกิจ ,ธงไชย แมคอินไตย์ ,นันทิดา แก้วบัวสาย ,จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม และศรัณย์ คุ้งบรรพต พร้อมด้วยนักร้องจากวงดุริยางค์ราชนาวี

ผู้บริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนสภากาชาดไทยในครั้งนี้ จะได้รับสิทธิประโยชน์จากสภา กาชาดไทย สามารถนำใบเสร็จรับเงินจากสภากาชาดไทยไปลดหย่อนภาษีได้ โดยสภากาชาดไทยนำส่งข้อมูลผ่านระบบ E – Donation ของกรมสรรพากร หากผู้บริจาคมีความประสงค์ให้การบริจาคเงิน สามารถลดหย่อนภาษีได้ ๒ เท่า โปรดแจ้งหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน (สำหรับบุคคลธรรมดา) หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (สำหรับนิติบุคคล) แต่หากไม่ประสงค์แจ้งข้อมูลดังกล่าว การบริจาคจะสามารถลดหย่อนภาษีได้ ๑ เท่า

ทั้งนี้ สามารถร่วมบริจาคเงินโอนเงินผ่านบัญชี ธนาคารทหารไทยธนชาต หมายเลขบัญชี ๑๑๕ – ๑ – ๐๗๕๔๗ – ๘ ชื่อบัญชี “กาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๕๑“ และ บัญชีธนาคารกรุงไทย หมายเลขบัญชี ๖๖๔ – ๓ – ๓๑๕๐๖ – ๙ ชื่อบัญชี “กาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๕๑”

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่กรมการเงินทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๖๘๓

#การแสดงกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่๕๑#SEAOFLOVE


พระลาน