ชาวบ้านแหลมฉบัง ยื่นหนังสือร้อง สำนักนายกรัฐมนตรี โวยตลาด 5 แห่ง ในพื้นที่เทศบาลนครแหลมฉบัง สร้างความเดือดร้อนมานานแรมปี

ชาวบ้านแหลมฉบัง ยื่นหนังสือร้อง สำนักนายกรัฐมนตรี โวยตลาด 5 แห่ง ในพื้นที่เทศบาลนครแหลมฉบัง สร้างความเดือดร้อนมานานแรมปี เคยไปยื่นหนังสือร้องเรียนให้เทศบาลฯแหลมฉบังมาแล้ว แต่เรื่องกลับเงียบหาย สุดท้ายต้องไปพึ่งสำนักนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากเรื่องตีกลับมายังผู้ว่าฯชลบุรี แจ้งให้ดำเนินการ ทางเทศบาลนครแหลมฉบัง ถึงร่อนหนังสือเรียกผู้ประกอบการ เจ้าของตลาดมาประชุม

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 มิถุนายน 2568 ที่ห้องประชุมเมืองใหม่ 2 ชั้น 4 สำนักงานเทศ บาลนครแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นางสาวน้ำทิพย์ สิงห์ตาก้อง ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ได้ออกหนังสือแจ้งผู้ประกอบการตลาด ให้มาร่วมประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินการกิจการตลาด โดยมอบหมายให้นางมยุรีย์ เสนะโลหิต ผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม เพื่อกำหนดสุขลักษณะของตลาด สุขลักษณะในการดำเนินกิจการตลาด รวมทั้งสุขลักษณะของผู้ขายและผู้ช่วยขายของในตลาด เนื่องจากพบว่ายังมีสถานประกอบการตลาดบางแห่งยังมีการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามเทศบัญญัติฯ

ทั้งนี้ ในการประชุมดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 นายอุดมเกียรติ ศิลาเอกวิจิตร์ พร้อมด้วยชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากผู้ประกอบกิจการตลาดจำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย 1.ตลาดภิรมย์, 2.ตลาดเจ้น้อง, 3. ตลาดพิชัยเคหะ, 4. ตลาดมนัส และ 5.ตลาดนัดบ่อยาง ได้นำหลักฐานภาพถ่ายและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร้องเรียนต่อทางเทศบาลนครแหลมฉบัง โดยขอให้ทางเทศบาลฯดำเนินการตรวจสอบว่ามีการขออนุญาตถูกต้องตามเทศบัญญัติหรือไม่ รวมไปถึงผลกระทบด้านต่างๆที่ได้รับ แต่ปรากฏว่าเรื่องกลับเงียบ โดยไม่มีการเข้ามาดำเนินการใดๆทั้งสิ้น

ต่อมา นายอุดมเกียรติ ศิลาเอกวิจิตร์ พร้อมด้วยชาวบ้าน เดินทางไปยื่นหนังสือต่อศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 ภายหลังรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว ทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือที่ นร 0105.3/42531 แจ้งกลับมายังนายอุดมเกียรติ ศิลาเอกวิจิตร์ ให้ทราบว่า ทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ดำเนินการในกรณีดังกล่าว จนนำไปสู่การเรียกประชุมผู้ประกอบการในครั้งนี้ เพื่อหาแนวทางคลี่คลายปัญหาของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากผู้ประกอบกิจการตลาด


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าว อาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

อยุธยาซิตี้พาร์ค ปันน้ำใจเพื่อผู้พิการทางสายตา

ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ปันน้ำใจสู่สังคมแก่น้องๆ ผู้พิการทางสายตา มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำปฏิทินเก่าที่ได้รับบริจาคจากผู้ที่มาใช้บริการกว่า 6,000 เล่ม ส่งต่อให้มูลนิธิฯ จัดทำหนังสืออักษรเบรลล์ พร้อมมอบเงินบริจาค 55,000 บาท และร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันน้องๆ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ นำโดย ดร.สมพล รัชตพิมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด ผู้จัดการและเจ้าหน้าที่ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ได้รับเกียรติจากคุณจรัสศรี ศรีมณี ผู้อำนวยการสำนักบริหารมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบและให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

จังหวัดลพบุรี จัดแถลงข่าว เทศกาลกระท้อนหวาน สินค้า GI และของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 32

จังหวัดลพบุรี 110668 จัดแถลงข่าว เทศกาลกระท้อนหวาน สินค้า GI และของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 32

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 น. นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ตลอดจน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกัน แถลงข่าวเทศกาลกระท้อนหวานและของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 32 ณ สวนกระท้อนผู้ใหญ่อนุวัชร โตสวัสดิ์ (ผู้ใหญ่หนึ่ง) หมู่ที่ 7 ตำบลตะลุง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ซึ่งในงานแถลงข่าวยังได้มีการเปิดตัว การแปรรูปผลผลิตกระท้อน มากมาย รวมถึง เมนูใหม่ การทำยำกระท้อนทอดกรอบ ซึ่งมีรสชาติที่อร่อย และ สีสันชวนน่ารับประทาน ให้แก่ผู้ร่วมงานได้ลิ้มรส ด้วย

สำหรับการจัดงานเทศกาลกระท้อนหวานและของดีเมืองลพบุรี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 32 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ ระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2568 ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ภายในงานจะมีผลกระท้อนสด จากชาวสวนกระท้อน มาจำหน่าย หลากหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์ปุยฝ้าย พันธุ์อีล่า พันธุ์นิ่มนวล พันธุ์ทองกำมะหยี่ พันธุ์ทับทิม ซึ่งเป็นสินค้า GI ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดลพบุรี และยังมีกระท้อนแปรรูป ได้แก่ กระท้อนลอยแก้ว กระท้อนกวน กระท้อนทรงเครื่อง มาวางจำหน่าย เพื่อให้เลือกซื้อหาไปรับประทาน และเป็นของฝากจากลพบุรี ให้ได้เลือก ชิม ช้อป ด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “รำวงย้อนยุค” โดยชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน การแสดงของชาติพันธุ์ การแสดงดนตรี ลูกทุ่ง และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึง การแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP จังหวัดลพบุรี การจัดแสดงพันธุ์ไม้ และสินค้าของดีเมืองลพบุรี

สำหรับ กระท้อนของลพบุรี เป็นกระท้อน ที่มีชื่อเสียงจะอยู่ใน 3 ตำบลของอำเภอเมืองลพบุรี ได้แก่ ตำบลตะลุง ตำบลโพธิ์เก้าต้น และตำบลงิ้วราย ของอำเภอเมืองลพบุรี มีลักษณะภูมิประเทศที่พิเศษไม่เหมือนที่ใด คือ เป็นพื้นที่น้ำไหลทรายมูล เพราะอยู่ใกล้แม่น้ำลพบุรี เหมาะสมกับการผลิตกระท้อนคุณภาพดี จนกระท้อนจังหวัดลพบุรี ได้รับการรับรองเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ในชื่อ “กระท้อนตะลุง” จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจาก กระท้อนมีคุณภาพดี รสชาติหวาน อมเปรี้ยว อร่อย ถูกใจผู้บริโภค แตกต่างจากระท้อนที่อื่น ซึ่งจะมีผลผลิตในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกรกฎาคม แต่จะมีผลผลิตมากสุดในเดือนมิถุนายน

จังหวัดลพบุรีมีเกษตรกรผู้ปลูกกระท้อนจำนวน 154 ราย ในพื้นที่ 464 ไร่เศษ ทั้งนี้ กระท้อนลพบุรีได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI ) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน 66 ราย ในพื้นที่ 271 ไร่ ซึ่งปีนี้จะมีผลผลิตออกมาจำหน่ายอยู่ที่ ประมาณ 425,090 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมา สำหรับ ราคากระท้อนสดจะจำหน่าย 35-100 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับขนาดของผล โดยจะมีช่องทางการจำหน่ายผ่านตลาดออนไลน์ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรี สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี และชาวสวนกระท้อนเอง นอกจากนี้ยังเปิดจำหน่ายที่บริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรีและริมทางถนนลพบุรี-บ้านแพรก ซึ่งกระท้อนลพบุรีมีลักษณะพิเศษคือ กลมแป้น เปลือกบาง รสหวาน เนื้อปุย หวานสะดุ้ง กระท้อนตะลุงลพบุรี


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ร่วมทอล์คเรื่องโดนใจกับคนรู้จริง “ไทย – กัมพูชา เสี่ยงปะทะซ้ำ ปมดินแดน–เกมการเมือง” ทางททบ.5 HD

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้ร่วมรายการ The People Show ทอล์คเรื่องโดนใจกับคนรู้จริง ในวันเสาร์ 7 มิถุนายน 2568 เวลา 07.00 น. – 08.00 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ททบ.5 HD โดยพูดคุยในหัวข้อ “ไทย – กัมพูชา เสี่ยงปะทะซ้ำ ปมดินแดน–เกมการเมือง”

ท่านสามารถรับชมรายการ https://www.youtube.com/watch?v=oLxk-47L8GM


ส.ส. อนุชา สะสมทรัพย์ พร้อมด้วยสมาชิกสภาอบจ.นครปฐม (กลุ่มชาวบ้าน)นำอาหารมาเลี้ยงประชาชนที่ใช้บริการกับทางรพ.

ส.ส. อนุชา สะสมทรัพย์ พร้อมด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม (กลุ่มชาวบ้าน) ได้นำอาหารมาเลี้ยงประชาชนที่มาใช้บริการกับทางโรงพยาบาล

วันนี้ทางด้านผู้นำส่วนท้องถิ่น กลุ่ม “คนรักอนุชา” และทีมงานคุณหนิงชัยศรี ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มให้กับพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น ซึ่งในวันนี้มีประชาชนจำนวนมากมารอรับบริการทางการแพทย์ และทางด้านผู้นำได้ขอขอบคุณโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น ที่อำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประชาชน


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศพร้อมจัดกิจกรรม “เดิน-วิ่ง ปิ่นหทัยรัน” เพื่อหารายได้ปรับปรุงระบบไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศ ในห้องสมุด ม.ล.ปิ่น มาลากุล

สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศพร้อมจัดกิจกรรม “เดิน-วิ่ง ปิ่นหทัยรัน” เพื่อจัดหารายได้กว่า ๑ ล้านบาท ปรับปรุงระบบไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศ ในห้องสมุด ม.ล.ปิ่น มาลากุล ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา พร้อมขออภัยให้หลีกเลี่ยงการจราจรในเส้นทางวิ่ง

สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์  ขออภัยผู้ใช้ถนนเส้นทาง พญาไท – พระราม4 – อังรีดูนังต์ ในความไม่สะดวกของการจราจรวันที่ ๑๕ มิ.ย.๖๘ ช่วง ๐๕.๐๐ – ๐๗.๐๐ น.  เนื่องจากจะมีการจัดกิจกรรม “เดิน-วิ่ง ปิ่นหทัยรัน CONNECT & FUN”  

รศ.นพ. ดิลก ภิยโยทัย นายกสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ วาระปี ๒๕๖๗ – ๒๕๖๘ กล่าวว่า “ในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มิถุนายน ระหว่างเวลา ๐๕.๐๐-๐๗.๐๐ น. จะมีการจัดงานเดิน-วิ่ง ปิ่นหทัยรัน ครั้งที่ ๒๓  ซึ่งเป็นกิจกรรม จัดโดยสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนตอ.) โดยมีการใช้เส้นทางการเดินรถ ๑ ช่องทางซ้ายสุดของถนนพญาไท-ขาเข้า มุ่งไปแยกสามย่าน  เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม ๔ ผ่านหน้าจามจุรีสแควร์  แล้วเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกอังรีดูนังต์   เลี้ยวเข้าประตูคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  หลังจากวิ่งภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว  จะออกจากประตูคณะอักษรศาสตร์เข้าถนนอังรีดูนังต์อีกครั้ง  ก่อนจะเลี้ยวเข้าประตูโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน  ซึ่งเจ้าหน้าที่จะวางกรวยและป้ายบอกเส้นทางในเวลา ๐๓.๐๐ น.ของวันนั้น  ทางสมาคมฯ ต้องขออภัยในความไม่สะดวกต่อผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณดังกล่าวมา ณ ที่นี้”              

“สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษาฯ มุ่งมั่นจัดกิจกรรมที่มีประโยชน์ เช่น มอบเงินผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบทุนการศึกษา ร่วมพัฒนาสิ่งแวดล้อม สร้างเสริมคุณภาพการเรียนการสอน เพื่อนักเรียนปัจจุบันและรุ่นต่อๆไป รวมถึงสนับสนุนความก้าวหน้าของนักเรียนเตรียมอุดม ศึกษา พร้อมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพกายใจ สานสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนเก่า ปัจจุบัน อาจารย์ รวมถึงผู้ปกครอง ตลอดวาระปี ๒๕๖๗-๒๕๖๘ ”

“ล่าสุดกิจกรรมใหญ่ครั้งสุดท้ายของวาระนี้ จะเน้นส่งเสริมสุขภาพ ของพี่น้องนักเรียนเก่า ปัจจุบัน คณาจารย์ รวมถึงครอบครัว ๓๐๐๐ คน ร่วมงาน “เดิน-วิ่ง ปิ่นหทัยรัน CONNECT & FUN”  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเดินระยะ ๘๗ ก้าวสำหรับอาจารย์อาวุโส  งานจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๕.๐๐ น. –  ๑๐.๐๐ น. ณ สนามฟุตบอลโรงเรียน รวมถึงกิจกรรมวิ่ง Virtual Run สะสมระยะทาง ๘๗ กิโลเมตร ภายในเวลา ๘๗ วัน ก็จะประกาศผลในวันเดียวกัน”

“สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษาฯ อาสาเป็นสื่อกลางจัดกิจกรรมที่ไม่เพียงส่งเสริมสุขภาพกายและใจ แต่ยังเชื่อมโยงหัวใจของชาวเตรียมอุดมศึกษาทุกรุ่นให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว “ภายใต้แนวคิด Once Triam Udom, Always Connected” กลับมาสานสัมพันธ์กันอีกครั้งพบปะเชื่อมโยงความทรงจำเก่าๆ ร่วมกับครูอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้  เปรียบได้กับการเชื่อมโยง “จุด” แต่ละ “จุด” ของชาว ต.อ. เข้าด้วยกันจนเกิดเป็นเครือข่ายที่แข็งแกร่ง  อันมีพลังแห่งความร่วมมือในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนานักเรียนและโรงเรียน นอกจากนี้สนตอ. ยังได้มีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมชมรมอาจารย์เก่าฯตลอดทั้งปีอีกด้วย” รศ.นพ. ดิลก  กล่าวปิดท้าย

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ สามารถติดตามชมบรรยากาศงาน ได้ที่:  https://www.triamudom-alumni.com/  และFacebook, YouTube, X, IG, TikTok ชื่อ Cupsaa  รวมถึง Line: @dektriam

227 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ๑๐๓๓๐
อีเมล์: cupsaa@triamudom-alumni.com , X: Cupsaa2495, IG: Cupsaa2495, YouTube: @CUPSAA ,
Facebook: Cupsaa, TikTok: Cupsaa2024TH, LINE: @Dektriam
โทรศัพท์ :๐๒-๒๕๒-๒๓๒๕, ๐๒-๒๕๕-๕๘๘๐, ๐๘๕-๓๒๖-๖๙๙๖
(พัชราภรณ์ ชมกลิ่น ประธานฝ่ายปชส. โทรฯ ๐๙๐-๙๗๒-๙๙๖๕, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล  โทรฯ ๐๘๑-๘๔๒-๓๕๓๕,
ดร.ปฏิภาณ เหตระกูล โทรฯ  ๐๙๗-๒๓๙-๔๔๘๐)



กรมวิทย์ฯ บริการ ล่องใต้–สมุทรสงคราม เร่งยกระดับ “ภาชนะกาบหมาก” สู่ตลาดโลก

กรมวิทย์ฯ บริการ ล่องใต้–สมุทรสงคราม เร่งยกระดับ “ภาชนะกาบหมาก” สู่ตลาดโลก ปลุกพลังท้องถิ่น เดินหน้าสู่มาตรฐานสากลด้วยวัสดุธรรมชาติที่ยั่งยืน

ในโลกที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทุกวัน ภาชนะ “กาบหมาก” วัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ กลายเป็นทางเลือกสำคัญของอนาคต กรมวิทย์ฯ บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์ตรวจและรับรองคุณภาพผลิต ภัณฑ์ (ศรผ.) สถาบันพัฒนามาตรฐานและตรวจสอบรับรอง (สมต.) จึงไม่รอช้า เร่งเดินหน้าลงพื้นที่ให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการที่ผลิตภาชนะกาบหมากทั่วประเทศ เพื่อผลักดันผลิต ภัณฑ์วัสดุจากธรรมชาติของไทยให้ก้าวสู่ตลาดโลกอย่างมั่นคง

เส้นทางเริ่มต้นในวันที่ 27 พฤษภาคม ที่วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพเกษตรกรชาวสวนยาง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อเนื่องในวันที่ 28 พฤษภาคม ช่วงเช้า ศรผ. ได้เข้าพบวิสาหกิจชุมชนพรุควนเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน เข้าพบผู้ประกอบการจานกาบหมากบ้านวังช้าง อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ปิดท้ายในวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ “ปัญญาปลูกฟาร์มสุข” ศูนย์การเรียนรู้สำหรับบุคคลพิเศษ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม

ภายในกิจกรรม ศรผ.สมต. ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของวัสดุสัมผัสอาหารจากธรรมชาติ และแนวทางการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการแต่ละพื้นที่สะท้อนปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะที่พบในกระบวนการผลิต และการรับรองมาตรฐาน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะนำไปสู่การปรับ ปรุงกระบวนการให้บริการของภาครัฐให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกอบการได้ดียิ่งขึ้น และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ภาชนะกาบหมากในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“เรามองว่าผลิตภัณฑ์จากกาบหมากไม่ใช่แค่ภาชนะ แต่คือโอกาสใหม่ของชุมชน” ศรผ. สมต. ยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้จากทรัพยากรที่มีในท้องถิ่น พร้อมกับช่วยยกระดับชีวิตและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รัฐมนตรี อว. ร่วมพิธีลงนาม MOU สานต่อความร่วมมือการใช้ Big Earth data ระหว่าง วช. และ DBAR ณ เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน

รัฐมนตรี อว. ร่วมพิธีลงนาม MOU สานต่อความร่วมมือการใช้ Big Earth data ระหว่าง วช. และ DBAR ณ เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนาม MOU ในระหว่างการประชุม The 9th Digital Belt and Road Conference (DBAR2025) ซึ่งเป็นการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือภายใต้โครงการดิจิทัลหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ระหว่าง สำนัก งานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ ศูนย์วิจัยนานาชาติด้านข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน โดย Prof. Guo Huadong,DBAR Chair และ Director General of CBAS

พร้อมกันนี้ การลงนามร่วมด้วยเครือข่ายศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติ ดิจิทัลหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง กรุงเทพฯ (DBAR-ICoE-Bangkok) โดย ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ผู้อำนวยการศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติ ดิจิทัลหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง กรุงเทพฯ วช., ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ,ผศ.ดร. Xue Wenchao สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย และ ผศ.ดร.จิรสรณ์ สันติสิริสมบูรณ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ร่วมเป็นพยานในการลงนาม ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรม DoubleTree by Hilton Chengdu Xinglong Lake เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน

การลงนาม MOU ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนากรอบความร่วมมือและความเข้าใจ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันระหว่าง วช. โดยศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติ ดิจิทัลหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง กรุงเทพฯ (DBAR-ICoE-Bangkok) ในการส่งเสริมเป้าหมายและวัตถุประสงค์ร่วมกันในบริบทของโครงการดิจิทัลหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (DBAR) โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับคลังข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งรวมถึงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การแบ่งปันความรู้ การเสริมสร้างศักยภาพเพื่อแก้ไขช่องว่างของความรู้ การอำนวยความสะดวกในการตัดสินใจ และการสร้างความร่วมมือและเครือข่ายการวิจัย

อนึ่ง ประเทศไทยได้จัดตั้ง “ศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติ ดิจิทัลหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง กรุงเทพฯ (DBAR-ICoE-Bangkok)” ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กับ The Digital Belt and Road (DBAR) Program สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences) เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและการแลกเปลี่ยนความ เชี่ยวชาญและเทคโนโลยี โดยร่วมมือกับกลุ่มงาน DBAR เพื่อพัฒนาและนำข้อมูลโลกขนาดใหญ่ระดับภูมิภาคไปประยุกต์ใช้เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยง ความมั่นคงด้านอาหาร การพัฒนาเมือง และการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งและแหล่งมรดกโลก โดยเชื่อมั่นว่าการลงนาม MOU ในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทยและภูมิภาคให้ชัดเจนยิ่งขึ้น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ปรมาณูเพื่อสันติ อว. ยกระดับความปลอดภัยรังสีในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ปูทางสู่การกำกับดูแล อย่างยั่งยืน

ปรมาณูเพื่อสันติ อว. ยกระดับความปลอดภัยรังสีในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ปูทางสู่การกำกับดูแล อย่างยั่งยืน

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รรท. เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กล่าวว่า ภายใต้นโยบายของนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถของประเทศด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยทางรังสี พร้อมผลักดันการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์อย่างปลอดภัยและยั่งยืน เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนและการพัฒนาประเทศ ปส. จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “Expert Mission to Create Awareness of NORM among NORM Industry (Mining) and Public” ระหว่างวันที่ 9–13 มิถุนายน 2568 ณ ห้องประชุมแอลฟา อาคาร 60 ปี ปส. และโรงแรมแอทที บูทีค จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เปิดเผยว่า การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นโดยการสนับสนุนจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency: IAEA) ภายใต้โครงการเทคนิค “Enhancing National Capacities in Managing Radioactive Waste and Naturally Occurring Radioactive Material (NORM)” ซึ่งมุ่งส่งเสริมขีดความสามารถของประเทศสมาชิกในการจัดการวัสดุกัมมันตรังสีตามธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตามแนวทางสากล โดยกิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงจาก NORM รวมถึงแนวทางการกำกับดูแลในภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่และกระบวนการแต่งแร่ ให้กับผู้เข้าร่วมทั้ง 38 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ และสถานประกอบการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ปส. โดยมีการจัดกิจกรรมบรรยายทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การอภิปรายเชิงกลุ่ม รวมถึงการลงพื้นที่ศึกษาดูงานกระบวนการแต่งแร่จริงในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการ เตรียมความพร้อมด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยจาก NORM ในระดับประเทศ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับภูมิภาค ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางรังสีของประเทศไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมวิทย์ฯ บริการ ผนึก 3 หน่วยรับรอง จัดงานวันรับรองระบบงานโลก 2025 หนุน SMEs ไทยก้าวไกลด้วยระบบรับรองสากล

กรมวิทย์ฯ บริการ ผนึก 3 หน่วยรับรอง จัดงานวันรับรองระบบงานโลก 2025 หนุน SMEs ไทยก้าวไกลด้วยระบบรับรองสากล

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ ร่วมกับสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ จัดงานสัมมนาเชิงวิชาการเนื่องในวันรับรองระบบงานโลก ประจำปี 2568 ในหัวข้อ “Accreditation : Empowering Small and Medium Enterprises (SMEs)” โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหาร 4 หน่วยงานหลักร่วมกล่าวเปิดงาน ได้แก่ นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดีรักษาการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ, นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, นายพงศ์ไท ไทโยธิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กล่าวรายงาน โดย นพ.วัชรพงศ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอน สไตลิช คอนเวชั่น จังหวัดนนทบุรี และผ่านระบบการประชุมออนไลน์ เพื่อสร้างความตระหนักในบทบาทของการรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการ ที่มีต่อการส่งเสริมและสนับสนุนศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ดร.พจมานฯ รองอธิบดี รักษาราชการแทน อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับสภาวะการชะลอตัว การแข่งขันอย่างเข้มข้นตลาดการค้าเสรี การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างก้าวกระโดด และภาวะการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความต้องการสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัยสูงขึ้น ประเทศไทยจึงมีความต้องการในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพตามความผันผวนของเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยีดังกล่าว

ปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs เป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย ในปี 2567 ประเทศ ไทยมี SMEs มากกว่า 3.25 ล้านราย และในเชิงระบบเศรษฐกิจ SMEs มีบทบาทอย่างมากโดยสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ได้กว่า 1.69 ล้านล้านบาท ในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 คิดเป็นสัดส่วน 35.2 % ของ GDP ของประเทศ แต่ SMEs ยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เช่น ข้อจำกัดด้านเงินทุน การเข้าถึงตลาด และการปฏิบัติตามกฏระเบียบที่ซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยการสนับสนุนเชิงนโยบายและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพเพื่อให้ SMEs เติบโตได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals, SDG) โดยเฉพาะใน SDG 8 Decent work and economic growth–งานที่ดีและเศรษฐกิจที่เติบโต และ SDG 9 Industry, Innovation and infrastructure–อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งกรมวิทย์ฯบริการ มีความพร้อม และมีนโยบายที่จะขับเคลื่อนและยกระดับศักยภาพ SMEs ไทยอย่างเป็นระบบด้วยการรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ภายในงานสัมมนาฯ ได้จัดเวทีอภิปรายในประเด็นต่างๆ โดยมีผู้แทนกรมวิทย์ ฯ บริการ ได้แก่ นางจันทรัตน์ วรสรรพวิทย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ ร่วมอภิปรายในหัวข้อ “Empowering Small and Medium Enterprises (SMEs)” นายสาโรจน์ สดแสงสุก หัวหน้าส่วนงานระบบเพื่อขอรับบริการภาครัฐฝ่ายสนับสนุนองค์ความรู้และระบบให้บริการSMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้ร่วมอธิปรายในหัวข้อ “ประโยชน์ของการรับรองระบบงานสำหรับการขึ้นทะเบียนอนุญาตสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ (SMEs)” และนายมณฑล เกียรติกมลวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตรสมบูรณ์ จำกัด ได้ร่วมอภิปรายในหัวข้อ “การพัฒนาและธำรงรักษาระบบคุณภาพหน่วยตรวจสอบและรับรองในภาคธุรกิจ SMEs”

ทั้งนี้ กรมวิทย์ฯ บริการ จะทำหน้าที่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนและเชื่อมต่อความสามารถของห้องปฏิบัติการ SMEs ไทย เข้าสู่ระบบคุณภาพของโลก และส่งเสริมให้ SMEs มีความสามาถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนในตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพที่มั่นคง

กรมวิทยาศาสตร์บริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #กรมวิทย์ฯบริการ #DSS #MHESI #รับรองระบบงานโลก #บร.


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน