พิธีรับมอบแพะพระราชทาน จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

พิธีรับมอบแพะพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 0900 โครงการผลิตแพะพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” พื้นที่ภาคเหนือ โดยกองพันส่งกำลังและบริการที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ได้มีการจัดพิธีรับพระราชทานแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้แก่หน่วยงานราชการ และประชาชนกลุ่มเครือข่ายผู้เลี้ยงแพะ จำนวน 13 ราย รวมจำนวนแพะทั้งสิ้น 33 ตัว ณ พลับพลาทรงงาน โครงการผลิตแพะพระราชทาน “ เพื่อนช่วยเพื่อน” พื้นที่ภาคเหนือ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

โดยมี พลตรี นพดล ยงพาณิชย์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 เป็นประธานในพิธีดังกล่าว ซึ่ง พันเอก ประภาส กลางหน ผู้บังคับกองพันส่งกำลังและบริการที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดพิธีรับพระราชทานแพะฯโดยกิจกรรมภายในพิธีประกอบไปด้วย พิธีมอบสูจิบัตรแพะพระราชทาน, พิธีกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณของผู้รับพระราชทานแพะฯ รวมถึงการอบรมให้ความรู้แก่เครือข่ายผู้เลี้ยงแพะพระราชทาน เพื่อส่งเสริมความรู้และการพัฒนาการเลี้ยงแพะอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมพิธีจากหลากหลายภาคส่วน เช่น กำลังพลจากหน่วยทหาร หน่วยงานราชการ รวมถึง บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับ สนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และการขยายผลโครงการพระราชทานสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมเกิดเป็นอาชีพและแหล่งอาหารที่มั่นคงสืบต่อไป

3โครงการเลี้ยงแพะพระราชทาน #โครงการทหารพันธุ์ดี #กองพันส่งกำลังและบริการที่23 #กองบัญชาการช่วยรบที่ 3


นที มีเดช รายงาน

มทบ.37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมปล่อยพันธุ์ปลา เพื่อรักษาระบบนิเวศ ณ สถานีพัฒนาการเกษตรพื้นที่สูง

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมปล่อยพันธุ์ปลา เพื่อรัก ษาระบบนิเวศ ณ สถานีพัฒนาการเกษตรพื้นที่สูง ตามพระราชดำริ บ้านธารทอง ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานงานคุ้มครองป้องกันชุมชน สถานีพัฒนาการเกษตรพื้นที่สูง ตามพระราชดำริ บ้านธารทอง พร้อมกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชีนี 3 มิถุนายน 2568

โดยจัดกิจกรรม “ปล่อยพันธุ์ปลาเพื่อรักษาระบบนิเวศ” ร่วมกับ นายวิทยา มะสะ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง นักวิชาการประมงชำนาญการ พร้อมเจ้าหน้าที่ นำพันธุ์ปลานิลและปลาทับทิมมามอบให้กับหัวหน้าสถานีพัฒนาการเกษตรพื้นที่สูง ตามพระราชดำริบ้านธารทอง เพื่อปล่อยกลับคืนสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติในพื้นที่ของโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ เป็นการรักษาระบบนิเวศและธรรมชาติสิ่งแวดล้อม การปล่อยปลาคืนสู่ธรรมชาติ อีกทั้งเป็นการสร้างบุญและเสริมความเป็นสิริมงคล รวมทั้งเป็นการสร้างระบบนิเวศให้อยู่ในสภาพที่เหมาะ รวมทั้งเป็นอาหารให้กับประชาชนที่ปฏิบัติงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โดยการปล่อยปลาครั้งนี้มีจำนวน 3000 ตัว มีหัวหน้า เจ้าหน้าที่และคนงาน สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราชดำริ บ้านธารทอง และเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเชียงราย รวมปล่อยด้วย ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

นที มีเดช รายงาน

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำ จ.ลำพูน มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ต.ทาแม่ลอบ อ.แม่ทา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำรงชีวิตต่อไป

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดลำพูน มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ตำบลทาแม่ลอบ อำเภอแม่ทา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำรงชีวิตต่อไป

วันนี้ วันที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 น. ที่บ้านเลขที่ 25 หมู่ที่ 4 ตำบลทาแม่ลอบ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ในฐานะผู้แทนประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดลำพูน เป็นประธานในการมอบเงินพระราชทานสงเคราะห์ แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย จำนวนเงิน 20,000 บาท แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยมีหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน ผู้แทนนายอำเภอแม่ทา ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรทากาศ คณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดลำพูน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทาแม่ลอบ รวมถึง ครอบครัวผู้เสียชีวิต ร่วมพิธี

นางลักษณา อิศรางกูร ณ อยุธยา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดลำพูน ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัยน้ำป่าไหลหลากซึ่งเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568 ในพื้นที่บ้านห้วยฮ่อมนอก หมู่ที่ 4 และบ้านห้วยฮ่อมใน หมู่ที่ 5 ตำบลทาแม่ลอบ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายยุทธชัย โคะก๋า และนางสาวหวัน โคะก๋า ซึ่งทั้งสองเป็นพี่น้องกัน และอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ที่ 4 ตำบลทาแม่ลอบ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน

โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน ได้ลงพื้นทีเยี่ยมบ้านผู้เสียชีวิตเพื่อให้กำลังใจและสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความช่วยเหลือในระยะฟื้นฟู โดยคณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดลำพูน ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ กรณีเสียชีวิตรายละ 10,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 20,000 บาท โดยจ่ายให้แก่นายแซ โคะก๋า เกี่ยวข้องเป็นพี่ชายของผู้เสียชีวิตทั้งสองราย

ด้าน นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ผู้แทนประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดลำพูน กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสองราย จากเหตุอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากในครั้งนี้ ที่ต้องสูญเสียบุคคล อันเป็นที่รักยิ่ง ซึ่งเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันโดยไม่มีผู้ใดคาดคิด นับเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของครอบครัว และสร้างความเสียหายอย่างมากต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน บ้านเรือน พื้นที่การ เกษตร ประมง ปศุสัตว์ และสาธารณูปโภคต่าง ๆ อันส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงก่อตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในปี พ.ศ. 2505 โดยทรงพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ และทรงรับมูลนิธิไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานกรรมการมูลนิธิด้วยพระองค์เอง เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ อย่างทันท่วงที

ในวันนี้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มอบเงินสงเคราะห์จำนวนเงิน 20,000 บาท แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำรงชีวิตต่อไป ในฐานะผู้แทนประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดลำพูน ขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวในการดำรงชีวิต และขอขอบคุณ ทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง.


นที มีเดช รายงาน

รองกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ และคณะฯ ลงพื้นที่จ.ลำพูน ตามโครงการสนับสนุนท้องถิ่นของไทย วางระบบการกำจัดขยะชุมชน

รองกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ และคณะฯ ลงพื้นที่จังหวัดลำพูน ตามโครงการสนับสนุนท้องถิ่นของไทยวางระบบการกำจัดขยะชุมชนผ่านการเรียมรู้แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของจังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 8-14 มิถุนายน 2568 ณ จังหวัดลำพูน

วันที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 13.30 น. ที่ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ชั้น 2 ศาลากลาวงจังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ให้การต้อนรับ นางสาวกนกวรรณ เกตุชัยมาศ รองกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ และคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการขยะจากจังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ตามโครงการสนับสนุนท้องถิ่นของไทยวางระบบการกำจัดขยะชุมชนผ่านการเรียมรู้แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของจังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 8-14 มิถุนายน 2568 ณ จังหวัดลำพูน โดยมี นายรุ่งโรจน์ สุนทร ท้องถิ่นจังหวัดลำพูน นางอภันตรี เชื้อชม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำพูน ส่วนราชการ ผู้บริหารเทศบาลตำบลป่าสัก เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้นำรองกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ และคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการขยะจากจังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ไปยังหอประชุมจังหวัดลำพูน เพื่อเข้าเยี่ยมชมบูธการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน อีกด้วย.


นที มีเดช รายงาน

สมาคมแม่บ้าน ทบ. สาขา มทบ.37 จัดการประชุมครั้งที่ 1/2568

สมาคมแม่บ้าน ทบ. สาขา มทบ.37 จัดการประชุมครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมพญามังราย บก.มทบ.37 และเยี่ยมชมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของสมาคมแม่บ้าน ทบ. สาขา มทบ.37

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 68 เวลา 0900 พ.ท.หญิง เยาวเรศ ชูก้าน ปฏิบัติหน้าที่ ประธานสมาคมแม่บ้าน ทบ. สาขา มทบ.37 เป็นประธานการประชุมพบปะสมาชิกสมาคมแม่บ้านทบ. สาขา มทบ.37 ครั้งที่ 1/2568 เพื่อแนะนำตัวสมาชิกสมาคมแม่บ้านฯ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการปฏิบัติภารกิจในโอกาสต่อไป โดยได้เน้นย้ำหลักการดำเนินงานของสมาคมแม่บ้าน ทบ. สาขา มทบ.37 ให้เป็นไปตามนโยบายของสมาคมแม่บ้าน ทบ. และก่อให้เกิดความสามัคคีของสมาชิกแม่บ้านฯ ณ ห้องประชุมพญามังราย บก.มทบ.37

หลังจากนั้น เยี่ยมชมการจัดแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ตามโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และอาชีพเสริม ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ของครอบครัวกำลังพล โดยให้ข้อแนะนำในการหาช่องทางจัดจำหน่ายทางสื่อ social media และแอปพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น รวมทั้งผลิตสินค้าตามสมัยนิยม เพื่อเพิ่มยอดขาย ณ มุมกาแฟ บก.มทบ.37


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ.รับมอบเงินสนับสนุน 1 ล้าน และผลิตภัณฑ์ S&P จากคณะ วปอ.ร่นที่ 65 รวมพลังคนไทยส่งมอบกำลังใจให้ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา

ผบ.ทบ.รับมอบเงินสนับสนุน 1 ล้าน และผลิตภัณฑ์ S&P จากคณะ วปอ.ร่นที่ 65 รวมพลังคนไทยส่งมอบกำลังใจให้ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (12 มิ.ย.68) เวลา 09.00 น. ณ ห้องรับรอง 321 กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก รับมอบเงินสนับสนุน จำนวน 1,000,000 บาท จากคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 65 โดยมี คุณศุภชัย เจียรวรนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธาน วปอ.รุ่น ที่ 65 และบริษัท เอสแอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) มอบผลิตภัณฑ์ ของเอส แอนด์ พี มูลค่า 225,000 บาท ให้กับกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบกที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา เพื่อส่งมอบกำลังใจให้กับทหารชายแดนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง

โดยประธาน วปอ.รุ่น ที่ 65 ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการมอบเงินสนับสนุน เพื่อแสดงถึงธารน้ำใจในฐานะคนไทย ให้กับทหารซึ่งทำหน้าที่ด้วยความเสียสละ เปรียบเสมือนรั้วของชาติ เป็นเสาหลักที่สำคัญในการปกป้องประเทศ ทำให้รู้สึกเชื่อมั่นถึงความปลอดภัยและความมั่นคงของชาติ ทั้งนี้ตระหนักดีว่าภารกิจของกองทัพนั้น มิได้รับผิดชอบเพียงแค่สถานการณ์ที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเท่านั้น ยังมีภารกิจอีกมากมายที่กองทัพต้องรับผิดชอบเพื่อความมั่นคงของชาติ ขอเป็นส่วนหนึ่งของคนไทยในการให้กำลังใจกับกองทัพบก ในการทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประเทศชาติและประชาชนคนไทยทุกคน

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวขอบคุณคณะ วปอ.รุ่นที่ 65 มีใจความสำคัญว่า “ในนามกองทัพบก ขอขอบคุณที่ให้กำลังใจกับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ทั้งในส่วนของ กกล.สุรนารี ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 และ กกล.บูรพา ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 การสนับสนุนในครั้งนี้ กองทัพบกจะนำไปมอบให้กับ กกล.สุรนารีและกกล.บูรพา เพื่อใช้ในการสนับสนุนภารกิจและดูแลพี่น้องทหารทุกนายให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามวัตถุประสงค์ของคณะ วปอ.รุ่นที่ 65 ต่อไป”


แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

กรมการทหารช่าง เร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแม่น้ำสาย เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยเชียงราย

กรมการทหารช่าง เร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแม่น้ำสาย เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยเชียงราย

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 กรมการทหารช่าง ร่วมมือกับฝ่ายปกครองอำเภอแม่สาย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ดำเนินการรื้อถอนอาคารทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น จำนวน 9 ห้อง บริเวณด้านหลังตลาดสายลมจอย แม่น้ำสาย ติดตลาดการค้าชายแดนไทย-เมียนมา สายลมจอย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ภายหลังมีการเจรจากับทางชาวบ้านและผู้ประกอบการที่มีที่อยู่อาศัยและมีร้านค้าที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำสายซึ่งกรีดขวางทางน้ำ จนทุกฝ่ายยินยอมให้มีการรื้อถอนได้ ทั้งนี้เพื่อเปิดทางเตรียมพื้นที่สำหรับให้ทางทหารกรมการทหารช่างดำเนินการก่อ สร้างพนังกันโคลนและน้ำสายทะลักในฤดูฝน 2568 ที่จะถึงนี้ การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดทางน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ป้องกันปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่

อาคารดังกล่าวมีความกว้าง 36 เมตร และยาวกว่า 14 เมตร ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการรุกล้ำทางน้ำสาย ส่งผลให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างไม่สะดวก เจ้าของอาคารได้แสดงความยินดีในการให้ความร่วมมือกับการรื้อถอนในครั้งนี้ โดยภายหลังจากการรื้อถอนแล้วเสร็จ จะมีการก่อสร้างพนังกั้นน้ำท่วมสูง 3 เมตร ให้เชื่อมต่อกันตามแผน ตั้งแต่ชุมชนหัวฝ่ายไปจนถึงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แม่น้ำสายแห่งที่ 1 ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าของโครงการแล้วกว่าร้อยละ 50

ในส่วนของภารกิจการขุดลอกแม่น้ำสายและแม่น้ำรวก ซึ่งฝ่ายไทยรับผิดชอบระยะทางรวม 32 กิโลเมตร ได้มีการแบ่งความรับผิดชอบออกเป็นสองส่วนหลัก คือ กองทัพภาคที่ 3 รับผิดชอบในระยะ 14 กิโลเมตรแรก และกรมการทหารช่างรับผิดชอบในระยะที่เหลืออีก 18 กิโลเมตร ขณะที่ความคืบหน้าการสร้างแนวป้องกันชั่วคราว-กึ่งถาวร โดยกรมการทหารช่าง มีความคืบหน้าโดยรวม ไปแล้วกว่าร้อยละ 51.39% ในส่วนของการขุดลอกแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวกนั้น ทางประเทศไทยรับผิดชอบในการขุดลอกแม่น้ำรวก ระยะทางรวม 32 กิโลเมตร แบ่งเป็นกองทัพภาคที่ 3 รับผิดชอบ14 กิโลเมตรแรก และกรมการทหารช่างรับผิดชอบ 18 กิโล เมตรหลัง ภาพรวมของโครงการก่อสร้างพนังป้องกันดินโคลนและน้ำหลาก ชั่วคราวกึ่งถาวร โดย กรมการทหารช่าง มีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 59 คาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผน 30 มิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นการดำเนินการที่สำคัญในการเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำและป้องกันอุทกภัยในระยะยาว

โดยโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันไม่ให้กระแสน้ำจากลำน้ำสายและโคลนถล่มเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองแม่สายซึ่งเคยประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในช่วงฤดูฝนของทุกปีพนังป้องกันน้ำและโคลนนี้จะถูกก่อสร้างโดยกรมการทหารช่าง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มงานภายในเดือนมิถุนายน 2568 เพื่อให้พร้อมรับมือน้ำหลากในฤดูฝนที่จะมาถึง พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ให้หลีกเลี่ยงการสัญจรหรือทำกิจกรรมใกล้จุดก่อสร้าง เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินโครงการ ทั้งนี้จะมีการแจ้งความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กรมการทหารช่างยังได้เสนอแนะให้จังหวัดเชียงรายและอำเภอแม่สายเตรียมจัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างเป็นระบบ เพื่อรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงแผนการเข้าแก้ไขจุดเกิดเหตุเพื่ออุดน้ำ ณ จุดน้ำทะลุเข้าแนวป้องกันที่เสียหาย, แผนการจัดการต่อน้ำที่ทะลักข้ามแนวป้องกันด้วยการตรวจสอบระบบการระบายน้ำและการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขัง, และแผนการบริหารจัดการอาสาสมัครจากภาคส่วนต่างๆ ที่เข้ามาช่วยเหลือในช่วงวิกฤต การวางแผนและการซ้อมที่ครอบคลุมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความสับสนและทับซ้อนของการปฏิบัติงานในห้วงเวลาวิกฤต โดยฝ่ายปกครองได้รับเรื่องไว้เพื่อดำเนินการต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ผบช.ภ.5 ต้อนรับ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยและคณะ ในโอกาสส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน

วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 11.30 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ให้การต้อนรับ นายโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, คุณลิสา แอล บูเจนนาส กงสุลใหญ่อเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ และคณะเนื่องในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมคาราวะ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสถานเอกอัคร ราชทูต สหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และตำรวจภูธรภาค 5 ณ ห้องรับรองตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ โดยมี พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.พงษ์นคร นครสันติภาพ ผบก. อก.ภ.5, รอง ผบกอก.ภ.5, รอง ผบก.สส.ภ.5 และ รอง ผบก.(สอบสวน) บก.กค.ภ.5 ให้การต้อนรับ

โดยได้หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสวงหาความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญา กรรมแก๊ง Call Center, การปราบปรามยาเสพติด และอาชญากรรมข้ามชาติ, การแสวงหาประโยชน์จากเด็กและค้ามนุษย์ และการอำนวยความสะดวกในการดูแลบุคคลสัญชาติอเมริกา หรือบุคคลผู้ถือ 2 สัญชาติ ที่เป็นผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือตายโดยผิดธรรมชาติ ให้เป็นไปตามนโยบายของ ตร.


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธาน “วันสถาปนา พล.ร.9” ครบรอบ 54 ปี ณ กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี

เมื่อวันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เดินทางมาเป็นประธาน ”วันสถาปนา พล.ร.9 ครบรอบ 54 ปี” ณ กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีอดีต ผบ.พล.ร.9 ให้เกียรติร่วมพิธี อาทิ พลเอก วัฒนา สรรพานิช, พลเอก พรชัย เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา, พลเอก สมเกียรติ สุทธิไวยกิจ, พลเอก อุดมเดช สีตบุตร, พลเอก อุทิศ สุนทร, พลเอก ภาณุวัชร นาควงษม์, พลเอกณัฐ อิทรเจริญ, พลเอก ฐกัด หลอดศิริ, พลตรี วุทธยา จันทมาศ โดยมี พลตรี อัษฎาวุธ ปัญยารชุน ให้การต้อนรับ พร้อมมอบของที่ระลึกให้กับแม่ทัพภาคที่ 1 ณ มหาสุรสิงหนาท ต่อมาเวลา 11.05 น.พลโท อมฤต บุญสุยา มทภ.1 เป็นประธานในพิธีสงฆ์ 11.45 น.เสร็จพิธี แขกผู้มีเกียรติร่วมรับประทานอาหาร ณ ห้องเสือดำ พล.ร.9 ในบรรยากาศอบอุ่น

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา และเยี่ยมกำลังพลของกองกำลังสุรนารี พร้อมทั้งมอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

เมื่อวันอังคารที่ 10 มิถุนายน 2568 คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา และเยี่ยมกำลังพลของกองกำลังสุรนารี พร้อมทั้งมอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ณ ผามออีแดง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ทำการ อบต.โดมประดิษฐ์ และฐานปฏิบัติการอนุพงศ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

ช่วงเวลา 11.00 น. ถึง 12.00 น. พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยกรรมาธิการ ได้แก่ นายสมบูรณ์ หนูนวล, ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ, ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์, นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล, นางสาวนวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ พร้อมด้วยนักวิชาการ เลขา นุการประจำคณะกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานเพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา และเยี่ยมกำลังพลของกองร้อยหทารพราน 2307 ผู้บังคับกองร้อยทหารพราน 2307 ให้การต้อนรับ โดยคณะกรรมาธิการได้รับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และข้อเสนอะแนวทางการแก้ไขปัญหา และนอกจากนี้ คณะกรรมาธิการได้เดินทางไปติดตามสถาน การณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา บริเวณผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน ไทย – กัมพูชา รวมทั้งมอบสิ่งของจำเป็น และพระเครื่องเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจ

ทั้งนี้คณะกรรมาธิการได้รับทราบปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในเรื่องของระบบการสื่อสาร การขาดอุปกรณ์ที่ทันสมัย ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และรักษาความมั่นคง ปัญหาการขาดยุทธศาสตร์ระดับชาติในการผลักดันส่งกลับชาวกัมพูชาในพื้นที่ที่รุกล้ำแผ่นดินไทย ปัญหาการขาดแคลนสาธารณูปโภคที่สำคัญ เช่น ไฟฟ้าและประปา เป็นต้น

ช่วงบ่ายเวลา 13.30 นาฬิกา พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ผู้แทนประธานวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการทหารฯ และ พลตำรวจตรี ฉัตรวรรษ แสงเพชร ประธานกรรมการโครงการ สว.พบประชาชนฯ อิสานตอนล่าง พร้อมด้วยคณะสมาชิกวุฒิสภา และ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พลตรี วีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 (1) พลตรี นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 (2) และพลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญขาการกองกำลังสุรนารี พร้อมด้วยคณะของแม่ทัทพภาคที่ 2 และกองกำลังสุรานรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ ณ ที่ทำการ อบต.โดมประดิษฐ์

โดยรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับรายงานสถานการณ์ปัจจุบันจากแม่ทัพภาคที่ 2 สรุปได้ว่าในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 จะมีกำหนดการเจรจาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งผลการเจรจาจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางสถานการณ์ ในส่วนของฝ่ายทหารยืนยันจะไม่ถอนกำลังออกจากพื้นที่จนกว่าจะได้ข้อยุติจากการเจรจาอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากผลเจรจาไม่เป็นประโยชน์ของฝ่ายไทย จะมีการเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการเต็มรูปแบบ 100% จากรายงานสถานการณ์ในปัจจุบันพบว่าท่าทีของฝ่ายตรงข้ามมีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นที่เคยมีลักษณะก้าวร้าวหรือยุยงยั่วยุ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไม่ต้องการให้เกิดการปะทะ แต่เรียกร้องให้มีการใช้การเจรจาต่อรองเป็นหลัก รวมถึงที่ประชุมยังมีการเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการทหารฯ จะได้นำข้อมูลและข้อเท็จจริงตามที่ได้รับทราบ รับรู้ และติดตามสถานการณ์ตามชายแดนไทย – กัมพูชา มาประกอบการพิจารณาเรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดนเพื่อเสนอแนะต่อรัฐบาลตามบทบาท ภารกิจ หน้าที่และอำนาจที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติต่อไป