นักวิ่งกว่า 7,000 คนร่วมกิจกรรมเดิน วิ่ง “OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025”

สุพรรณบุรี – กระทรวง พม. ร่วมกับ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระ บรมราชูปถัมภ์ และจังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอก ชน เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025 มีผู้เข้าร่วมกว่า 7,000 คน

ที่บริเวณสนามกีฬากลางจังหวัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ช่วยศาสตรา จารย์พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเดิน-วิ่ง OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025 มี นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมในพิธีมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม เข้าร่วมจำนวนมากกว่า 7,000 คน

กิจกรรมเดิน – วิ่ง “OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025” ระยะทาง 5.8 กม. และ 12.5 กม. โดยเส้นทางการวิ่งจะผ่านแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี ได้แก่ สนามกีฬากลางจังหวัด ประตูเมืองสุพรรณบุรี อุทยานมังกรสวรรค์ หอนาฬิกาบรรหาร-แจ่มใส หอคอยบรรหาร-แจ่มใส พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร
สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ 7,000 คน จะได้รับประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (E-Certificate) เสื้อวิ่ง และเหรียญที่ระลึก และมีพิธีมอบโล่รางวัล Overall ทั้ง 2 ระยะ บนเวที พิธีมอบโล่หน่วยงาน และสถาบันต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม การให้บริการวิทยาศาสตร์การกีฬา เช่น บริการนวด กิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมกีฬาโอลิมปิก เพื่อให้ความรู้กิจกรรมโอลิมปิก การสรรสร้างสิ่งประดิษฐ์ คบเพลิงวิ่ง กิจกรรมวาดภาพเกี่ยวกับกีฬาโอลิมปิก กิจกรรมค่านิยมโอลิมปิก มินิโอลิมปิกเกม นอกจากนี้ ในงานจะมีร้านค้า OLYMPIC DAY FAIR 2025 เปิดให้บริการด้วย

ทั้งนี้ กิจกรรมเดิน-วิ่ง “OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025” ครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้ปรัชญาของ ปิแอร์ เดอ กูแบร์แต็ง ผู้ก่อตั้งโอลิมปิกสมัยใหม่คือ สิ่งสำคัญในโอลิมปิกเกมส์ไม่ใช่แค่การเอาชนะ แต่คือการมีส่วนร่วม จึงได้ใช้พลังของกีฬาเชื่อมโยงผู้คน และสื่อถึงจิตวิญญาณโอลิมปิก (Excellence, Friendship, Respect) ผสมผสานกับจุดเด่นของจังหวัดสุพรรณ บุรี โดยมีจุดเช็คอินประวัติศาสตร์โอลิมปิก ที่วิ่งผ่านแลนด์มาร์กสำคัญในจังหวัดสุพรรณบุรี เชื่อมโยงกับการเป็นจังหวัดเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีของยูเนสโก ด้วยการนำเสนอการเดินทางของการกีฬา บนเส้นทางแห่งความสุข ‘IT’S NOT THE GOAL , BUT THE JOURNEY’ เพราะเป้าหมายของการวิ่งที่ไม่ใด้อยู่ที่เส้นชัย แต่อยู่ที่การมีส่วนร่วม


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

พร้อมแล้ว กิจกรรม “OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025”

สุพรรณบุรี – พร้อมแล้ว กิจกรรม “OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025”

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานการจัดกิจกรรม OLYMPIC DAY 2025 นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตรวจความพร้อมการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง “OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–14 มิถุนายน 2568 ณ สนามกีฬากลาง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันโอลิมปิกสากล (Olympic Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 23 มิถุนายนของทุกปี ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรม เดิน-วิ่ง “OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025” รับเสื้อและBib สำหรับผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่ง OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025 กิจกรรมกีฬาสร้างแรงบันดาลใจ และกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม

โดยจัดให้มีการแสดงจากผู้ชนะ กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ การแสดงวงตนตรีร่วมสมัย จากโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี การแสดงเพลงพื้นบ้าน จาก วิทยาลัยนาฏศิลปะสุพรรณบุรี การเสวนากิจกรรม OLYMPIC DAY SUPHANBURI 2025 จากประธานคณะกรรมการจัดกิจกรรม, ผู้แทนจาก UN (องค์การสหประชาชาติ) ประจำประเทศไทย, กรรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
การเสวนาจาก นักกีฬาฮีโร่โอลิมปิก ได้แก่ เล็ก ชนาธิป ซ้อนขำ, โค้ชเช, เทวินทร์ หาญปราบ แวว สายสุนีย์ จ๊ะนะ, ไก่ ปวีณา ทองสุก, ขาวผ่อง สิทธิชูชัย และนักกีฬาโอลิมปิกชาวสุพรรณบุรี, ลูกหมุน ทองผาภูมิ วงศ์สุขดี, เอ้ โกเมศ พร้อมมอบโล่ให้หน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดสุพรรถบุรี ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรม ชมการแสดงจากศิลปิน กัน นภัทร อินทร์ใจเอื้อ การแสดงจากศิลปิน NOT’TOY ภายในงานมีร้านค้า OLYMPIC DAY FAIR 2025 ให้บริการจำนวนมาก

ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินการจัดงาน Olympic Day 2025 ในการร่วมเฉลิมฉลองวาระสถาปนาของคณะกรรมการโอลิมปิคระหว่างประเทศ หรือ International Olympic Committee ในวันที่ 23 มิถุนายนของทุกปี โดยกำหนดจัดงาน Olympic Day 2025 ระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2568 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เพื่อเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้คนทุกเพศ ทุกวัย หันมาใส่ใจการดูแลรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย

โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยกิจกรรมวิ่ง Mini Marathon ระยะทาง 11.5 กิโลเมตร กิจกรรม Fun Run ระยะทาง 5.8 กิโลเมตร พิธีมอบเหรียญ และโล่รางวัล การเสวนากิจกรรมฯ จากประธานคณะกรรมการจัดกิจกรรม และผู้แทน UN กิจกรรมกีฬาสร้างแรงบันดาลใจ กิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมกีฬาโอลิมปิค กิจกรรมเบญจภาคีดนตรี การออกร้านค้า Olympic Day Fair 2025 กิจกรรมสันทนาการ รวมทั้ง การแสดงจากศิลปิน อาทิ กัน นภัทร อินทร์ใจเอื้อ เป็นต้น


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ชาวบ้านขอโชคศาลเจ้าพ่อขุนทอง ของขลังประจำกาย ได้เลขเด็ด เลขเสากลางหมู่บ้านเสี่ยงดวง

อุทัยธานี – ชาวบ้านขอโชคศาลเจ้าพ่อขุนทอง ของขลังประจำกาย ได้เลขเด็ด เลขเสากลางหมู่บ้านเสี่ยงดวง

เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 15 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านเพชรเจริญ ม.5 ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ใกล้กับวันหวยออก ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ ต่างเดินทางนำน้ำแดง ดอกไม้ ธูปเทียน มากราบไหว้ขอโชคขอลาภกับเจ้าพ่อขุนทอง ที่ชาวบ้านนับถือมาแต่โบราณ

หนึ่งในนั้นได้พบกับชาวบ้านชื่อนางมิ่ง คำอินทร์ อายุ 72 ปี ได้เปิดเผยว่า หนึ่งปี จะมีการทำ บุญกราบไหว้ให้กับเจ้าพ่อขุนทองทุกปี ซึ่งก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะมีศาลเจ้าพ่อขุนทอง ได้มีต้นไม้ใหญ่อยู่บริเวณนี้ หลังจากนั้นเจ้าพ่อได้ไปเข้าฝันผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน ว่าขอมาอาศัยอยู่จุดๆนี้ จนเป็นที่เล่าขานต่อกันมา จนมาล่าสุดชาวบ้านได้มากราบไหว้ขอโชคลาภกับเจ้าพ่อขุนทองมาเรื่อย จนทำให้ชาวบ้านได้โชค จึงได้มาร่วมแรงร่วมใจมาตั้งศาลให้เจ้าพ่อขุนทองเพื่อกันแดดกันฝน ถึงเวลางานประจำปี ชาวบ้านก็จะประดิษฐ์ของที่ทำจากไม้ มาถวายให้เจ้าพ่อทุกปี เช่น มีดดาบ ปืน ปลัดขิก รูปปั้นช้าง ม้า วัวเนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่าเป็นของขลังประจำกายของเจ้าพ่อขุนทอง ที่คอยปกป้องรักษาเก็บเอาไว้ และทุกครั้งที่มีชาวบ้านมากราบไหว้ ก็จะนำมีดดาบ ปลัดขิก และอื่นๆ มาเช็ดถูทำความสะอาดให้ทุกครั้ง และที่ผ่านมาชาวบ้านก็ได้โชคลาภมานักต่อนัก โดยนำเสื้อผ้า น้ำแดง สิ่งของมาราบไหว้ให้เจ้าพ่อขุนทอง

ทั้งนี้ ชาวบ้านได้นำธูปจีนมาจุดได้เลข 680 และเลข 514 ชาวบ้านบางคนก็เห็นเลข 544 พร้อมกับเห็นเลขที่เสาศักดิ์สิทธิ์กลางหมู่บ้านที่ชาวบ้านให้ความเคารพได้เลข 372 ชาวบ้านจะนำเลขที่ได้ ไปเสี่ยงดวงในวันหวยออก


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

“บางละมุงโมเดล” จุดพลังท้องถิ่นสนธยา คุณปลื้ม นำทีมรวมใจวางจิ๊กซอแห่งความร่วมมือ ขับเคลื่อนพัฒนาท้องถิ่นไร้รอยต่อ

“บางละมุงโมเดล” จุดพลังท้องถิ่น! สนธยา คุณปลื้ม นำทีมรวมใจวางจิ๊กซอแห่งความร่วมมือ ขับเคลื่อนพัฒนาท้องถิ่นไร้รอยต่อ

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 14 มิถุนายน 2568 ที่โรงแรมทรีซิกตี้ไฟว์ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และอดีตนายกเมืองพัทยา ให้เกียรติเป็นประธานในงาน “รวมใจเป็นหนึ่ง เป็นที่พึ่งประชาชน” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อแสดงความยินดีกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่อำเภอบางละมุง ที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรม การการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ภายหลังการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่น โดยมีนายกเทศมนตรีจากทั้ง 6 พื้นที่หลักในเขตอำเภอบางละมุงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย

• นายไพรัตน์ ไตรศุภโชค (เทศบาลเมืองห้วยใหญ่)
• นายยศพงศ์ ลินทอง (เทศบาลตำบลหนองปลาไหล)
• นายอนุชา เพียรใจ (เทศบาลตำบลโป่ง)
• นายนราธิป ฟักฤกษ์ (เทศบาลตำบลบางละมุง)
• นายมิตชัย ประกอบธรรม (เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย)
• นายวินัย อินทร์พิทักษ์ (เทศบาลเมืองหนองปรือ)

พร้อมด้วยตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมด้วยผู้นำชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายสนธยา คุณปลื้ม ได้กล่าวในพิธีเปิดงานว่า การรวมพลังของผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอำเภอบางละมุง ผ่านการทำงานแบบบูรณาการในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบริการสาธารณะ การศึกษา สาธารณสุข และการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการพัฒนาท้องถิ่นให้ “ไร้รอยต่อ” อย่างแท้จริง

เขายังชี้ให้เห็นว่า “บางละมุงโมเดล” ซึ่งกำลังเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมในครั้งนี้ จะเป็นกลไกกลางที่เชื่อมโยงการวางแผน การใช้งบประมาณ และการขับเคลื่อนโครงการในแต่ละพื้นที่อย่างเป็นระบบ มีทิศทางร่วม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเน้นหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอน

ไฮไลต์ของงาน อยู่ที่กิจกรรม “ต่อจิ๊กซอ รวมใจบางละมุง” ซึ่งเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความสามัคคีและความร่วมมือของแต่ละเขตพื้นที่ โดยมีการนำจิ๊กซอขนาดใหญ่ซึ่งแต่ละชิ้นแทนแต่ละเขตในอำเภอบางละมุง มาต่อเข้าด้วยกันทีละชิ้น ท่ามกลางเสียงปรบมือและความตื่นเต้นของผู้ร่วมงาน และในช่วงสุดท้าย นายสนธยา คุณปลื้ม ได้วางจิ๊กซอชิ้นสุดท้ายลงในตำแหน่งที่ขาดหายไป คือ อำเภอบางละมุง เปรียบเสมือนการรวมพลังอย่างสมบูรณ์ สะท้อนถึงการมุ่งหน้าสู่อนาคตร่วมกันของคนบางละมุงอย่างแน่วแน่

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยพลังบวก ความหวัง และแรงบันดาลใจ ผู้เข้าร่วมหลายรายกล่าวตรงกันว่า งานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแห่งการเฉลิมฉลองชัยชนะทางการเมืองของผู้นำท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังถือเป็น “การเริ่มต้นใหม่” ของความร่วมมือที่แท้จริง และเป็นจุดกำเนิดของการพัฒนาท้องถิ่นรูปแบบใหม่ ที่ประชาชนจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมในไม่ช้า

ทั้งนี้ แนวคิด “บางละมุงโมเดล” ได้รับการจับตามองว่าอาจกลายเป็นต้นแบบของการบริหารราชการระดับท้องถิ่นในอนาคต ที่สามารถขยายผลสู่ระดับจังหวัด และระดับภูมิภาคได้ หากสามารถพิสูจน์ความสำเร็จจากการลงมือทำร่วมกันในครั้งนี้


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าว อาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

สสว.จัดงาน “Recharge Market 2025” ยกขบวนสินค้าท้องถิ่นกว่า 200 ร้านค้า บุกตลาดเซฟวัน โคราช

สสว.จัดงาน “Recharge Market 2025” ยกขบวนสินค้าท้องถิ่นกว่า 200 ร้านค้า บุกตลาดเซฟวัน โคราช

สสว. ร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เดินหน้าสนับสนุนและฟื้นฟูเศรษฐกิจของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงปี 2567 จัดงานแสดงสินค้า Recharge Market 2025 ระหว่าง 13 -15 มิ.ย. 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ลานกิจกรรมตลาดเซฟวัน เมืองย่าโม คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2568 งานแถลงข่าวและพิธีเปิดงาน Recharge Market 2025 อย่างเป็นทางการ โดย นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต้อนรับ และได้รับเกียรติจาก นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

นายกิตติศักดิ์ รอง ผวจ.นครราชสีมา เผยว่า นครราชสีมา เป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดมีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะผู้ประกอบการกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 นครราชสีมาได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยในหลายพื้นที่ ด้วยเหตุนี้ การจัดงาน Recharge Market 2025 จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น ผู้ประกอบการในพื้นที่

นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทน ผอ.สสว. เผยว่างาน Recharge Market 2025 ที่ สสว. จัดขึ้น ตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่งดำเนินการจัดไปแล้วสามครั้ง ที่ภาคเหนือจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ และภาคตะวันออกจังหวัดระยอง โดยครั้งนี้ ถือว่า เป็นครั้งที่สี่ของการจัดงาน ที่จัดขึ้นที่ลานกิจกรรมตลาดเซฟวัน มีผู้ประกอบการจากทั่วประเทศเข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าทั้งหมด กว่า 1,000 ร้านค้า ครอบคลุมสินค้าและบริการหลากหลายประเภท อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ งานฝีมือ ของใช้ภายในบ้าน สิน ค้านวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ตลอดจนกิจกรรมบนเวทีและบรรยากาศความบันเทิงที่พร้อมสร้างความคึกคักตลอดทั้งงาน

รักษาการแทน ผอ.สสว. เผยอีกว่า ภายในงานยังพบกับกิจกรรมความบันเทิงมากมาย อาทิ การแสดงดนตรีสด การแสดงพื้นบ้าน และโชว์พิเศษจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง “แอน อรดี ” ซึ่งจะมาร่วมสร้างสีสันและความสนุกให้กับผู้เข้าร่วมงานในค่ำคืนพิเศษ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย การแจกของรางวัล และโซนกิจกรรมครอบครัวที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถร่วมสนุกได้อย่างเต็มที่

“สสว. และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เชื่อมั่นว่า การจัดงาน Recharge Market 2025 จะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติซึ่งจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูทั้งในด้านรายได้และโอกาสทางธุรกิจ คาดว่า งานนี้จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท”

นางสาวปณิตา เผยอีกว่า งานครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของความต่อเนื่องในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเชิงรุกที่ สสว.และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยได้ดำเนินการในหลายจังหวัดทั่วประเทศเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้สามารถยืนหยัด สร้างรายได้ และขยายตลาดได้อย่างยั่งยืน จึงขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปและผู้สนใจเข้าร่วมงาน Recharge Market 2025 ณ บริเวณลานกิจกรรมตลาดเซฟวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อร่วมเติมพลัง SME ไทย และร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน

สอบถามเพิ่มเติม
นายจานันท์ ศรีเกตุ นักวิชาการ SMEs 4 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โทร. 021-429228
นางสาวอภิญญา มีธรรม ฝ่ายประสานงานโครงการสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย 061-5561990

สสว. เคียงข้าง SME คู่คิดที่ดีผู้ประกอบการไทย


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

“บรอ.12” บุกนอร์เวย์–เดนมาร์ก ศึกษาความมั่นคง–สัมพันธ์ 400 ปี

รองผบ.ตร. นำคณะ “บรอ.12” ดูงานยุโรป เสริมแกร่งผู้นำภาครัฐ–เอกชน เจาะลึกนโยบายโลก–สายสัมพันธ์ไทย–เดนมาร์กอันแน่นแฟ้น

ระหว่างวันที่ 7–13 มิถุนายน 2568 พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ได้นำนักศึกษา หลักสูตรการบริหารการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมภาครัฐร่วมเอกชน รุ่นที่ 12 (บรอ.12) จำนวน 38 คน เดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศ นอร์เวย์และเดนมาร์ก เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านความมั่นคง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

โดยมีข้าราชการตำรวจ ภารรัฐ เอกชน ประกอบด้วย พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง รองผบช.ศ. /รองหัวหน้าคณะ, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (รองผบ.ตชด.), พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รองจเรตำรวจ (สบ.7), พล.ต.ต.คธา เกษรมาลา ผู้บังคับการอำนวยการ บช.ส., พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผู้บังคับการ ปส.2, พล.ต.ต.กัปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.7, พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผบก.อก.บช.ก., พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1, พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง เลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายทรงชัย อันนานนท์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานอัยการภาค 2, นายสุรเชษฐ ณ กาฬสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานงบประมาณที่ 12, นายสุบิน เนตรสว่าง ผู้อำนวยการเขื่อนรัชชประภา, นายธีรพงศ์ เพชรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 สุราษฎร์ธานี, นางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย, นายพินิจ ตันติวิญญูพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

นางสาวณัชพร วรรณเอี่ยมพิกุล รองประธานกรรมการ บริษัทไพลินเลเซอร์ เมทเทิล จำกัด, ดร.รัตนาภรณ์ มั่นศรีจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสพีพีทรานสปอร์ต จำกัด, นายสุพิชช์ อังศวานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทจักรวาลคอมมิวนิเคชั่น ซีสเท็ม, นายพัฒนา สุคนธรักษ์ กรรมการ บริษัทสัมมากรพลัส จำกัด, นายพัชรพงษ์ ธะนะปัด รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เป็นต้น

ซึ่งการเดินทางเยือน เดนมาร์ก เริ่มต้นที่ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน โดยได้รับเกียรติจาก นายภูวิศ วิสารทสกุล อุปทูต ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปพิเศษในหัวข้อ “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สถานการณ์การเมือง–เศรษฐกิจระหว่างไทยกับเดนมาร์ก” ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือที่มีมายาวนานกว่า 400 ปี

โดยเฉพาะในมิติความสัมพันธ์ระดับราชวงศ์ ซึ่งเริ่มตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5 ที่เสด็จประพาสยุโรปสองครั้งในปี 2440 และ 2450 และต่อเนื่องจนถึงปี 2531 เมื่อ สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

คณะฯ ยังได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญเพื่อศึกษาระบบการปกครอง เช่น พระราชวัง Rosenborg, จัตุรัส Christiansborg, และ ศาลาว่าการกรุงโคเปนเฮเกน (City Hall) ที่เปิดเผยถึงโครงสร้างทางการเมือง และวิถีชีวิตของประชาชนในประเทศที่ได้รับการยกย่องว่ามีระดับความสุขสูงสุดในโลก

จากนั้น คณะได้เดินทางต่อไปยัง ประเทศนอร์เวย์ เพื่อดูงานด้านศิลปะ วัฒนธรรม และการบริหารจัดการเมือง โดยเข้าชมสถานที่สำคัญ เช่น Oslo Opera House อาคารทรงเรขาคณิตสมัยใหม่ที่สะท้อนแนวคิดการออกแบบร่วมกับธรรมชาติ , พิพิธภัณฑ์ Norsk Folke Museum แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้านและประวัติศาสตร์นอร์เวย์ , ป้อม Aker Brygge ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแหล่งรวมศิลปะ-ธุรกิจสุดทันสมัยริมอ่าว

การศึกษาดูงานในครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับนโยบายต่างประเทศในแนวทาง Pragmatic Idealism ซึ่งหมายถึงการดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบมีอุดมคติ แต่ยังคงความยืดหยุ่น ยึดผลประโยชน์ร่วมเป็นหลัก ซึ่งเป็นแนวทางที่เดนมาร์กกำลังจับตาไทยอย่างใกล้ชิด

การดูงานในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของหลักสูตร บรอ.12 ที่มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจประเด็นระดับมหภาค ทั้งด้านความมั่นคง การปกครอง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงพลวัตทางเศรษฐกิจและสังคมของโลก

ภารกิจนี้ตอกย้ำว่า “ผู้นำในยุคใหม่” ต้องพร้อมทั้งความรู้ ความสัมพันธ์ และวิสัยทัศน์ระดับนานาชาติ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพรในโอกาสวันชาติของสหพันธรัฐรัสเซีย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพรไปยังประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ในโอกาสวันชาติของสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งตรงกับวันที่ 12 มิถุนายน 2568

ฯพณฯ นายวลาดิมีร์ ปูติน
ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย
กรุงมอสโก

ในโอกาสวันชาติของสหพันธรัฐรัสเซีย ข้าพเจ้าขอส่งคำอำนวยพรและความปรารถนาดี ด้วยใจจริง เพื่อพลานามัยที่สมบูรณ์และความสุขสวัสดีของท่านประธานาธิบดี ทั้งเพื่อความผาสุกสงบและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศและประชาชนชาวรัสเซีย

ประเทศไทยและรัสเซีย ในฐานะมิตรประเทศที่ยาวนานกว่าศตวรรษ ต่างดำเนินความสัมพันธ์ ฉันมิตรด้วยความเข้าใจอันดีและความปรารถนาดีต่อกันเสมอมา ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ประเทศของเราทั้งสอง จะยังคงร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างเสริมความร่วมมืออันยังประโยชน์ร่วมกันในกิจการด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในด้านการค้า การท่องเที่ยว การเกษตร และเทคโน โลยี อันจะก่อเกิดประโยชน์สุขร่วมกันแก่ประเทศและประชาชนทั้งสองฝ่ายต่อไปในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพรในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพรไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งตรงกับวันที่ 12 มิถุนายน 2568

ฯพณฯ นายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์
ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์
กรุงมะนิลา

ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ข้าพเจ้ามีความยินดีที่จะขอส่งคำอำนวยพรและความปรารถนาดีด้วยใจจริง เพื่อพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงและความสุขสวัสดีของท่านประธานาธิบดี ทั้งเพื่อความผาสุกร่มเย็นและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศและประชาชน
ชาวฟิลิปปินส์

ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้เห็นสัมพันธไมตรีอันดีและใกล้ชิดระหว่างประเทศและประชาชนของเราทั้งสอง ที่ดำเนินมากว่าเจ็ดทศวรรษของความสัมพันธ์ทางการทูตที่มีต่อกัน ได้พัฒนาและเจริญงอกงามมาเป็นลำดับ สัมพันธภาพดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานอันมั่นคงในการส่งเสริมความร่วมมือในกิจการทุกด้านที่ประสบผลสำเร็จร่วมกัน

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ด้วยความสัมพันธ์อันดีดังกล่าว เราจะยังคงร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างเสริมความเป็นหุ้นส่วนอย่างกว้างขวางให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งในระดับทวิภาคีและภายใต้กรอบอาเซียน โดยเฉพาะในด้านการค้าและการลงทุน การท่องเที่ยว เทคโนโลยี และการพัฒนาอย่างยั่งยืน อันจะนำมาซึ่งประโยชน์สุขและอนาคตอันรุ่งเรืองแก่ประเทศทั้งสองในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว


ไมค์ ณ ชุมพร นำคณะเข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ-วุฒิสภา และให้กำลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ-วุฒิสภา รับมอบกระเช้าขวัญจาก กฤตพัฒน์ จุลไสย (ไมค์ ณ ชุมพร) ผอ.สำนักข่าว นสพ.ชัยสมรภูมิ, ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน (ประเทศไทย) อดีตกรรมการที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (พลเอก เชษฐา ฐานะจาโร) โอกาสนำคณะเข้าเยี่ยมคารวะให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงฐานะ “ประธานกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ-วุฒิสภา” พร้อมร่วมหารือและให้กำลังใจในการแก้ปัญหาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

ซึ่งมีคุณภูเบศ ภักดีบดินทร์ ประธานกรรมการที่ปรึกษา โรงเรียนมวยไทยลุมพินี/ประธานที่ปรึกษาองค์การสืบสวนการทุจริต (เอฟ ไอ โอ), คุณสมใจ สัตบุศย์ ประธาน กต.ตร.สน. ประชาชื่น, คุณกริชสุวรรณ ดีสุข ประธานบริหารสำนักข่าวความมั่นคง, ที่ปรึกษาองค์การสืบสวนการทุจริต(เอฟ ไอ โอ), อาจารย์ ณพวุฒิ จุลไสย อนุกรรมาธิการศึกษากฎหมายด้านการสื่อสารการโทรคมนาคมและดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม-วุฒิสภา ร่วมด้วย โดยมีคุณสุวภาคย์ ทัศนา ให้เกียรติต้อนรับ ที่ครัวพระราม 2 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพฯ

นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ตามโครงการเสริมสร้างพันธมิตรและพัฒนาเครือข่ายเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านประกันภัยท้่วประเทศ ปี 2568

นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ตามโครงการเสริมสร้างพันธมิตรและพัฒนาเครือข่ายเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านประกันภัยท้่วประเทศ ปี 2568

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เวลา 10.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพง แสน เป็นประธานเปิดงานการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ตามโครงการเสริมสร้างพันธมิตรและพัฒนาเครือข่าย เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านประกันภัยทั่วประเทศ ปี 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการส่งเสริมการประกันภัยในระดับจังหวัด ร่วมกับพันธมิตรและพัฒนาเครือข่าย สร้างความตระหนักรู้ของผู้เอาประกันภัยในการใช้มาตรการเชิงป้องกันความเสียหาย ส่งเสริมการนำผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตรงความต้องการประชาชน ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ในวงกว้างเพื่อผลักดันระบบประกันภัยเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารความเสี่ยงของประชาชน สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายภาครัฐ และสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคม ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม