รัฐมนตรีกระทรวง อว. กล่าวสุนทรพจน์และเข้าร่วมประชุม BRST ครั้งที่ 2 สร้างเส้นทางสายไหมนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน ณ Tianfu International Convention Center เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน

รัฐมนตรีกระทรวง อว. กล่าวสุนทรพจน์และเข้าร่วมประชุม BRST ครั้งที่ 2 สร้างเส้นทางสายไหมนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน ณ Tianfu International Convention Center เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดม ศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำทีมผู้บริหารกระทรวง (อว.) ประกอบด้วย นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ, ผศ.ดร. วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย, ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม และ รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) เข้าร่วมงาน The 2nd Belt and Belt and Road Conference on Science and Technology Exchange ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2568 ณ Tianfu International Convention Center เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน

ในพิธีเปิดการประชุมฯ ได้รับเกียรติจาก H.E.Ding Xuexiang ซึ่งดำรงตำแหน่ง Member of the Standing Committee of the CPC Central Committee Political Bureau และ รองนายกรัฐมนตรีของจีน เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม และนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีกระทรวง อว. ได้ร่วมกล่าวสุทรพจน์ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดม ศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของประเทศไทย ร่วมกับผู้แทนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของต่างประเทศ และผู้บริหารขององค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ Mr.Amando Rodriguez Batista,Minister of Science, Technology and Environment of Cuba, Mr. Lih Kang Chang,Minister of Science, Technology and Innovative of Malaysia, และ Mr. Daren Tang, Director General of the World Intellectual Property Organization (WIPO) โดยมี Mr. Li Wenqing, vice Governor of the People’s Government of Sichuan Province เป็นผู้ดำเนินรายการ (host)

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีกระทรวง อว. ได้กล่าวว่า ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางได้สร้างการเปลี่ยนแปลงสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศด้านโครง สร้างพื้นฐานทางกายภาพและดิจิทัล ที่เชื่อมโยงประเทศต่างๆ และประชาชนเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกัน ได้ส่งเสริมการร่วมเป็นหุ้นส่วนในการทำงานร่วมกันด้านการศึกษา การวิจัย และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และปัจจุบัน ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มีบทบาทอย่างยิ่งต่อความก้าวหน้าในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

สำหรับมนุษยชาติและรับมือกับความท้าทายของโลก นับตั้งแต่ การรับรองความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน เป็นต้น ดังนั้น ในการทำงานข้ามพรหมแดนร่วมกันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง พร้อมนี้ วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมยังสามารถเสริมพลังให้ชุมชน เสริมสร้างความยืดหยุ่น และยกระดับชีวิตของประชาชนของประเทศในแถบหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน

การจัดประชุม Belt and Road Conference on Science and Technology Exchange ครั้งที่ 2 มีผู้นำประเทศรัฐมนตรีกว่า 15 ประเทศ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่กว่า 70 ประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมงานหลายพันคน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ชพด.ร่วมถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนม์พรรษา 28 กรกฎาคม 2568

ชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด.) ร่วมเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

เนื่องในวันที่ 28 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทางชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด.) นำโดย พลโทชุมพร อินทร์ทองน้อย ประธานอำนวยการคณะกรรมการที่ปรึกษา พร้อมด้วย นางมนัสวี พยัคฆนันทน์ ประธานชมรมผู้บริหาร และคณะกรรมการบริหาร สมาชิก ชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด.) ร่วมเทิดพระเกียรติ และบันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 สนามเป้า เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568

โครงการ “เทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” เป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ของชมรมฯ เพื่อให้สมาชิกชมรมฯ ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในกิจกรรมน้อมเกล้า น้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล แสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อให้สมาชิกส่งเสริมสนับสนุน ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง กับชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ในเทศกาลต่างๆ ตามกาลเวลาและโอกาสที่เหมาะสม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงณ์ เรียกร้อง ให้ทีมติดตาม สร.1 หยุดพฤติกรรมที่เข้าข่ายคุกคามต่อสื่อมวลชน

สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงณ์ เรียกร้อง ให้ทีมติดตาม สร.1 หยุดพฤติกรรมที่เข้าข่ายคุกคามต่อสื่อมวลชน

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มีหนังสือแถลงการณ์สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เรื่อง การกระทำที่เข้าข่ายคุกคามสื่อมวลชน ประจำทำทำเนียบรัฐบาล สมาคมนักข่าวฯ แถลงการณ์ เตือนทีมงานนายกฯ กรณีถ่ายภาพและเผยแพร์ใบหน้าสื่อมวลชนที่ตั้งคำถามถามปมพิพาท’ไทย-กัมพูชา’ อาจเข้าข่ายคุกคาม สร้างบรรยากาศแห่งความกลัว หวังให้รัฐบาล เคารพเสร็ภาพสื่อ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำหน้าที่อย่างปลอดภัยสืบเนื่องจากกรณีที่มีข่าวว่า ทีมงานด้านภาพลักษณ์และสื่อสังคมออนไลน์ของนายกรัฐมนตรีได้บันทึกภาสื่อมวลชนขณะปฏิบัติหน้าที่ตั้งคำถามต่อน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568 ภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ

โดยต่อมา ภาพใบหน้าของผู้สื่อข่าวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ และปรากฏว่าถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากกลุ่มผู้สนับสนุนนายกรัฐมนตรี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่นายกรัฐมนตรีแสดงปฏิกิริยาไม่พึงพอใจต่อคำถามของสื่อ มวลชนเกี่ยวกับประเด็นเดียวกัน ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดความกังวลใจต่อบรรยากาศในการทำหน้าที่ของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล

สมาคมนักข่าวฯ ขอแสดงความไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตระหนักถึกถึงผลกระทบของการกระทำที่อาจเป็นการคุกคามต่อเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยมีข้อสังเกต ดังนี้

  1. การบันทึกภาพสื่อมวลชนเฉพาะเจาะจงระหว่างการตั้งคำถามต่อผู้บริหารประเทศ และการเผยแพร่ภาพดังกล่าวต่อสาธารณะ อาจถูกมองว่าเป็นการกดดันหรือข่มขู่ ซึ่งกระทบต่อบรรยากาศการทำงานของสื่อมวลชน และบันทอนหลักเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารและการตั้งคำถามอันเป็นหัวใจของวิชาชีพในระบอบประชาธิปไตย
  2. พฤติกรรมดังกล่าวก่อให้เกิดบรรยากาศความหวาดกลัวในการปฏิบัติหน้าที่ของสือ โดยเฉพาะในการสอบถามประเด็นอ่อนไหวที่ประชาชนให้ความสนใจและต้องการคำชี้แจงจากรัฐบาล
  3. สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้ทีมงานนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หยุดพฤติกรรมที่อาจถูกตีความว่าเป็นการคุกคามสื่อมวลชน และขอให้รัฐบาลส่งเสริมเสรีภาพสื่อโดยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นอิสระในการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน

สมาคมนักข่าวฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับบทบาทของสื่อในฐานะกลไกตรวจสอบและกระบอกเสียงของประชาชน พร้อมทั้งขอให้ทุกฝ่ายเคารพเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงานของสื่อมวลชนอย่างมีคุณภาพและเป็นอิสระ “แถลงการณ์สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ระบุ”

คลิกอ่าน..!!!แถลงการณ์สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
https://share.google/Q0rJq1H5ysVZpsFVR


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รพ.ตำรวจ ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง-ให้ออกจากราชการไว้ก่อน กรณีแพทย์หญิงยศ พ.ต.อ. แอบอ้างคลินิกสั่งยานอนหลับ

โรงพยาบาลตำรวจตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง-ให้ออกจากราชการไว้ก่อน กรณีแพทย์หญิงยศ พ.ต.อ. แอบอ้างคลินิกสั่งยานอนหลับ

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 พลตำรวจตรีหญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีแพทย์หญิง ยศ พ.ต.อ. สังกัดโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งถูกจับกุมในข้อหาแอบอ้างคลินิกสั่งซื้อยานอนหลับ โดยมีเงินหมุนเวียนกว่า 80 ล้านบาท และตรวจยึดยาของกลางจำนวนมากจากห้องพักภายในแฟลตตำรวจ

หลังได้รับแจ้งจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ให้ตรวจสอบสถาน ภาพและแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับข้าราชการตำรวจผู้ต้องหาคดีอาญา พลตำรวจโท ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) ได้พิจารณาข้อมูลจากการสืบสวนและพฤติการณ์ทางคดีแล้วพบว่า ข้าราชการตำรวจรายนี้ดำรงตำแหน่งนายแพทย์ (สบ 5) มีหน้าที่ตามกฎหมาย และมีความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ประเภทต่างๆ แต่กลับเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดด้วยตนเอง

จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 105 มาตรา 119 และมาตรา 179 ประกอบกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ. 2547 มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และอาศัยอำนาจตามมาตรา 105 มาตรา 131 และมาตรา 179 ประกอบกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการให้ออกจากราชการ พ.ศ. 2547 ข้อ 3(1) และข้อ 8 มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างดำเนินการสอบสวน

โฆษกโรงพยาบาลตำรวจย้ำว่า หน่วยงานให้ความสำคัญกับจริยธรรมและความประพฤติของข้าราชการตำรวจ โดยเฉพาะบุคลากรด้านการแพทย์ที่ต้องเป็นแบบอย่างของวิชาชีพ พร้อมดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“รมว.ยุติธรรม” ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ นำหน่วยงานด้านความมั่นคงและยาเสพติด ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการแบบบูรณาการ เน้นจิตอาสาและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน

“รมว.ยุติธรรม” ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ นำหน่วยงานด้านความมั่นคงและยาเสพติด ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการแบบบูรณาการ เน้นจิตอาสาและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานด้านความมั่นคงและการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ได้แก่ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.), อธิบดีกรมคุมประพฤติ, รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และ ผอ.ปปส.ภาค 9 ร่วมภารกิจลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ภายใต้กรอบแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้แบบบูรณาการทุกมิติ พ.ศ.2568-2570 ซึ่งเป็นกรอบแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและคณะ ได้เข้าร่วมการประชุมหารือเพื่อประสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนแผน “รวมพลังจิตอาสา เอาชนะยาเสพติดในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ณ ห้องประชุมค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกลุ่มจิตอาสา เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง การหารือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ สร้างกลไกการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในทุกระดับ และเสริมสร้างพลังทางสังคมในการต่อต้านยาเสพติด อันเป็นรากฐานสำคัญของการฟื้นฟูสันติสุขในพื้นที่

ต่อมา ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม “บ้านอุ่นไอรัก” ตำบลตันหยงดาลอ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในระดับชุมชน ที่มุ่งเน้นกระบวนการบำบัดแบบสมัครใจในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการฟื้นฟูด้านจิตใจและสังคม พร้อมทั้งได้มอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่ผู้เข้ารับการบำบัด เพื่อส่งเสริมสุขภาวะและแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อีกทั้งยังได้กล่าวให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานและผู้เข้ารับการฟื้นฟู ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของภาครัฐต่อกระบวนการบำบัดฟื้นฟูที่ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการคืนคนดีสู่สังคม

ในช่วงบ่าย ได้เข้าร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศเจ้าหน้าที่และจิตอาสา ภายใต้แผนปฏิบัติการเอา ชนะยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการจัดตั้ง “ชุดมวลชนเอาชนะยาเสพติด” จำนวน 150 ชุด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเข้าถึงชุมชนระดับพื้นที่ เพื่อดำเนินการเชิงรุกด้านการป้องกัน เฝ้าระวัง และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในโอกาสดังกล่าว เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ และเสริมสร้างพลังใจแก่เจ้าหน้าที่และจิตอาสาในการร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจอย่างต่อเนื่อง

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการดำเนินงานเชิงนโยบายที่เน้นการบูรณาการอย่างรอบด้าน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขจัดปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งด้านการป้องกัน ปราบปราม การบำบัดฟื้นฟู และการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และมุ่งหวังให้เกิดความสงบสุขและความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแท้จริง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

191 บุกทลายรัง “แก๊งคอลเซนเตอร์” ข้ามชาติ จับเวียดนาม 27 ราย ตั้งฐานหมู่บ้านหรูย่านชานเมือง มูลค่าความเสียหาย 39 ล้านบาท

191 บุกทลายรัง “แก๊งคอลเซนเตอร์” ข้ามชาติ จับเวียดนาม 27 ราย ตั้งฐานหมู่บ้านหรูย่านชานเมือง มูลค่าความเสียหาย 39 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 เนื่องจากนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเดินหน้าปราบปรามขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบัญชีม้าอย่างเข้มข้น ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท. สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ., พ.ต.อ. วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก.สายตรวจฯ, พ.ต.ท.ไพบูลย์ สอโส รอง ผกก.สายตรวจฯ นำกำลังตำรวจ 191 บุกทลายรังแก๊งคอลเซนเตอร์ชาวเวียดนาม 27 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก ตั้งฐานหลอกลวงเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย มูลค่าเสียหายหลายล้านบาท

พล.ต.ต.นพศิลป์ฯ กล่าวว่า ตำรวจ 191 ได้รับร้องเรียกจากประชาชนว่าพบกลุ่มชาวต่างชาติจับกลุ่มมั่วสุมกันเป็นจำนวนมาก ตำรวจสายตรวจ 191 จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสืบสวนพบว่ามีบุคคลต่างด้าวเช่าบ้านจำนวน 2 หลัง ในหมู่บ้านหรูย่านชานเมือง และมีพฤติกรรมน่าสงสัยจึงได้ทำการขอหมายค้นเพื่อทำการเข้าตรวจสอบ โดยหลังแรกพบบุคคลต่างด้าว 18 ราย และ หลังที่สองอีก 9 ราย เป็นหญิง 5 ราย และ ชาย 22 ราย รวมทั้งสิ้น 27 ราย พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ 116 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 45 เครื่อง และยาเสพติด (เคตามีน) 5 กรัม

พฤติการณ์กลุ่มชาวเวียดนามดังกล่าวได้เดินทางมาจากเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม และเข้ามายังประเทศไทยช่วงเดือนตุลาคม 2567 โดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถอยู่ในราชอาณาจักรไทยได้เพียง 60 วัน และส่วนใหญ่จะเดินทางเข้าผ่านด่านคลองลึก จังหวัดสระแก้ว ก่อนที่จะจับกลุ่มกันเพื่อมาทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย

รูปแบบการหลอกลวงใช้แผนประทุษกรรมเดียวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ Romance Scam โดยเลือกกลุ่มเหยื่อเป็นชาวเวียดนาม สร้างโปรไฟล์ใช้รูปหน้าตาดี เป็นคนร่ำรวย ต้องการซื้อที่ ดิน และประกอบอาชีพ ให้เหยื่อหลงเชื่อก่อนจะใช้คำหวานหว่านล้อมให้ตกหลุมรัก ก่อนจะหลอกให้โอนเงินตามภารกิจต่างๆ ที่วางไว้ ออกกลอุบาย อาทิ มีหนี้สินต้องชำระเพื่อให้เหยื่อเกิดความเห็นใจและโอนเงินให้การช่วยเหลือ สำหรับช่องทางที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อผ่านแอปพลิเคชัน “Zalo” ซึ่งเป็นแชทไลน์ในประเทศเวียดนาม

จากการตรวจสอบพบว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำงานแต่ละเครื่องจะมีผู้ต้องหานั่งประจำทุกเครื่องและมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำงานโดยทั้งหมด 27 เครื่อง ซึ่งตรวจสอบข้อมูลพบว่าตั้งแต่ช่วงมีนาคม-ปัจจุบัน แต่ละเครื่องสามารถหลอกลวงได้ประมาณ 1,200 ล้านดองต่อเดือน ทั้งหมด 27 เครื่องอยู่ที่ 36,000 ล้านดองต่อเดือน รวมเป็นมูลค่าความเสียหายตีเป็นเงินไทยจำนวน 39 ล้านบาท

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามีการเช่าบ้านตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม โดยทั้ง 2 หลัง เช่าหลังละ 30,000-40,000 บาท ซึ่งคนงานจะเข้ามาทำงานช่วงเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีรายได้อยู่ที่ 12,000 บาทต่อเดือน และหากหลอกได้สำเร็จจะได้เงินเพิ่มเติมประมาณ 25,000 บาท ต่อเดือนซึ่งผู้ต้องหาแต่ละคนจะแบ่งหน้าที่กันทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเชฟทำอาหาร ช่างไฟ ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์เมื่อเกิดปัญหาทันทีซึ่งจะมีการขยายผลต่อไป

อย่างไรก็ตามทางตำรวจได้มีการประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และ ศูนย์ปราบปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ เป็น ผอ.ศูนย์ฯ เบื้องต้นตำรวจจึงนำตัวและของกลางทั้งหมดส่งให้ พนักงานสอบสวน สน.ลำผักชี เพื่อดำเนินดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

DSI จับแอดมินเว็บพนันเครือข่ายแม่มนต์ เพิ่มอีก 1 ราย

DSI จับแอดมินเว็บพนันเครือข่ายแม่มนต์ เพิ่มอีก 1 ราย

วันพุธที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 07.50 น. ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้จับกุม นายชัยสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาเครือข่าย “แม่มนต์” ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1910/2567 ลงวันที่ 26 เมษายน 2567 ซึ่งต้องหาว่า กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันเข้าถึงบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ของตน ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ร่วมกันฟอกเงิน” โดยเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณหน้าบ้าน ตำบลประดู่งาม อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา และสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รวมถึงแจ้งว่า ต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษให้ผู้ต้องหาได้รับทราบ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา
นำตัวมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบคดีเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 76/2566 ของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ โดยนายชัยสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) มีพฤติการณ์เป็นแอดมินให้กับเว็บพนันออนไลน์ เครือข่ายแม่มนต์ที่มีเงินหมุนเวียนกว่า 2,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชาจัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

บิณฑ์-เอกพันธ์ ร่วมเป็นตัวแทนคนไทยมอบสิ่งของส่งกำลังใจให้ทหารที่ประสาทตาเมืองธม

บิณฑ์-เอกพันธ์ ร่วมเป็นตัวแทนคนไทยมอบสิ่งของส่งกำลังใจให้ทหารที่ประสาทตาเมืองธม

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 15.00 น. บิณฑ์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์ พร้อมด้วย น้องทับทิม อัญรินทร์ และ ทีมงาน มูลนิธิร่วมกตัญญู ใช้ว้นที่หยุดพักการวิ่ง เดินทางมายังประสาทตาเมืองธม ตำบลตาเมือง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อนำเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมยาสามัญประจำบ้าน มาร่วมมอบให้กับทางเหล่าทหารกล้า ที่ดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่ในพื้น

โดยมี พันเอก จิรัฎฐ์ ช่วงฉ่ำ รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 และ นายเอกอนันต์ ตรีอินทร์ นายอำเภอพนมดงรัก และ พี่น้องเหล่าทหาร ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งกล่าวคำขอบคุณ ที่คนไทยทุกคนมีความห่วงใย และ ให้กำลังใจ ทหารที่ดูแลความสงบเรียบร้อย

จากนั้นจึงพากันเข้าเยี่ยมชมความงดงาม และ ฟังการบรรยายประวัติความเป็นมาของประสาทตาเมืองธม จากตัวแทนของทหารไทย

#ไทยนี้รักสงบแต่ก็รบไม่ขาด #ประสาทตาเมืองธม #สุรินทร์ #ส่งกำลังใจให้ทหาร #บิณฑ์เอกพันบรรลือฤทธิ์ #น้องทับทิม


อบจ.นครปฐม ดำเนินการทดสอบเส้นทางตามโครงการส่งเสริมสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว

อบจ.นครปฐม ดำเนินการทดสอบเส้นทางตามโครงการส่งเสริมสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว

“ไหว้พระอิ่มบุญ พาเที่ยวชุมชน ยลวิถี กินของดีเมืองนครปฐม” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในเส้นทางสายอำเภอสามพราน โดย นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ อบจ. มาอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน โดยมี ผู้แทนสมาชิกสภาฯ ในพื้นที่ อ.สามพราน, รักษาการปลัด อบจ. และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม มาร่วมต้อนรับ และอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนในครั้งนี้

อบจ.นครปฐม ขอขอบพระคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้การดำเนินโครงการในวันนี้ลุล่วงไปด้วยดี และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการกับ อบจ.นครปฐม ในครั้งนี้

แล้วอย่าลืมกดติดตามเพจเฟซบุ๊คของ อบจ.นครปฐมไว้ด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดข่าวสาร กิจกรรม หรือโครงการที่ อบจ.จะจัดในโอกาสต่อไป


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครฐม

อาถรรพ์วันศุกร์ 13 คุมประพฤติประจวบฯ ร่วมกับ ตร.สืบจังหวัดประจวบฯ รวมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล

ประจวบคีรีขันธ์ – อาถรรพ์วันศุกร์ 13 คุมประพฤติประจวบฯ ร่วมกับ ตร.สืบจังหวัดประจวบฯ รวมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล

วันที่ 14 มิ.ย.68 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ครรชิต โชวัฒนชัย ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบ คีรีขันธ์ สั่งการให้ พ.ต.ท.มานิตย์ ปลอดโปร่ง สว.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์, ร.ต.อ.สุเทพ เขียวประชุม, ร.ต.ท.สรรชัย ประเสริฐสุข รอง สว.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์, จ.ส.ต.รัชตะ กรุดจันทร์ ผบ.หมู่ งานสืบสวน ภ.จว.ประจวบ ร่วมบูรณาการประสานงานกับ นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมอบหมายให้ นายปิยชาติ ไฮ้คง พนัก งานคุมประพฤติชำนาญการ นายวรวุฒิ ใบแย้ม พนักงานขับรถยนต์ และนายณัฐธภพ พันสาย อาสาสมัครคุมประพฤติ จ.ประจวบฯ

ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ค.220/ 2568 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2568 เพื่อค้นบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 5 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประ จวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีบุคคลที่มีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พักอาศัยอยู่ เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวไม่พบนายบี ( นามสมมุติ ) แต่ได้ พบบุคคลในครอบครัวให้ถ้อยคำว่าบุคคลดังกล่าวได้อุปสมบทอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหาตามหมายจับอยู่ในบริเวณวัดดังกล่าวจริง ในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สีดำ เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงหมายค้น และหมายจับ ของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้บุคคลดังกล่าวดูซึ่งรับว่าเป็นบุคคลตามหมายนี้จริงและยังไม่เคยถูกจับกลุ่มในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบว่าจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 322/ 2566 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 คดีอาญาหมายเลขดำที่ย2023/2566 คดีอาญาหมาย เลขแดงที่ ย2086 / 2566 ในความผิด ฐาน ต้องหาว่ากระทำผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนตามกฎหมาย จากนั้นนำตัวผู้ถูกจับกุมไปแจ้งต่อเจ้าอาวาส พร้อมนำตัวไปฝากควบคุมไว้ที่สถานีสถานีตำรวจภูธรทับสะแก และ ได้ดำเนินการตรวจสารเสพติดให้โทษในปัสสาวะบุคคลดังกล่าว พบสารเสพติดประเภทแอมเฟตามีนในร่างกายพบเป็นสีม่วง

จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้เสพยาบ้าในคืนวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568 ภายหลังจากได้ลาสิขาบทในวันเดียวกัน ทั้งนี้ได้ดำเนินการนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอทับสะแกเพื่อควบคุมตัวไว้ เนื่องจากเป็นวันที่ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ปิดทำ การและจะทำการนำตัวผู้ถูกจับกุมส่งศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในวันจันทร์ที่ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เปิดทำการเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป


ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443