นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เปิดงานแข่งขันเกมกีฬาโรงเรียนผู้สูงอายุบ้านดอนแก้วและชมรมผู้สูงอายุบ้านหัวเวียงใต้ ประจำปี 2568

น่าน – นายกเทศมนตรีเมืองน่าน สมัยที่ 4 ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน เปิดงานการแข่งขันเกมกีฬาโรงเรียนผู้สูงอายุบ้านดอนแก้วและชุมรมผู้สูงอายุบ้านหัวเวียงใต้ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ มีความสุข ประจำปี 2568

วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ที่โรงเรียนผู้สูงอายุบ้านดอนแก้ว เทศบาลเมืองน่าน ณ ศาลาเอนกประสงค์วัดดอนแก้ว นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน สมัยที่ 4 ตั้งแต่สมัยแรก ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน 17 ปี พร้อม นายวิสุทธิ์ ไชยวงศ์ ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน นายนิคม บริบูรณ์ สมาชิกสภาองค์บริหารส่วนจังหวัดน่าน สมาชิกสภาเทศบาล นางบัวผา แก้วมงคล ผอ. กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน เปิดการแข่งขันเกมกีฬา โรงเรียนผู้สูงอายุบ้านดอนแก้วและชมรมผู้สูงบ้านหัวเวียงใต้ ประปี 2568 พร้อมขอบคุณชุมชนที่ได้ออกมาใช้สิทธิ์เลือก นายกเทศมนตรีเมืองน่าน และสมาชิกเทศบาลเมืองน่าน ทั้ง 3 เขต

โดยมี นางทัศนีย์ นันทสว่าง สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน เขต 2 ผู้อำนวยการโรงเรียนผู้สูงอายุบ้านดอนแก้ว นางกัญญารัตน์ พรมแสนปัง ประธานชมรมผู้สูงอายุบ้านหัวเวียงใต้ นักเรียนผู้สูงอายุโรงเรียนผู้สูงอายุบ้านดอนแก้ว เทศบาลเมืองน่าน ผู้สูงอายุชมรมผู้สูงอายุบ้านหัวเวียงใต้นำสมาชิกมาร่วมแข่งขันเกมกีฬาโรงเรียนผู้สูงอายุบ้านดอนแก้วและชมรมผู้สูงอายุบ้านหัวเวียงใต้ 8 ประเภท ประจำปี 2568 กว่า 70 คน

นางทัศนีย์ นันทสว่าง ผอ.รร.ผู้สูงอายุบ้านดอนแก้ว กล่าวรายงาน การจักเกมกีฬาในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ จัดไว้ในหลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีการทำกิจกรรมร่วมกัน ส่งเสริมสุขภาพพลานามัยที่ดีของผู้สูงอายุ ทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างความสามัคคี ในหมู่คณะ สร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมในการเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ สร้างระเบียบวินัยและปลูกจิตรสำนึกในการมีจิตใจเป็นนักกีฬาให้รู้จัก แพ้-ชนะ กระตุ้นให้ผู้สูงอายุได้แสดงความสามารถและเพื่อให้ผู้สูงอายุมีขวัญและกำลังใจและเห็นคุณค่าของตนเอง ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ทำให้ผู้สูงอายุได้มีความสุข


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

กองกำลังนเรศวร ร่วมสกัดยาบ้า กว่า 100,000 เม็ด ชายแดน อ.แม่สอด ตาก

สกัดยาบ้า กว่า 100,000 เม็ด ชายแดน อ.แม่สอด ตาก จากการขับเคลื่อนมาตรการ SEAL ชายแดน อย่างเข้มข้นในห้วงที่ผ่านมา

เมื่อ 14 มิ.ย. 68 เวลา 09.30 หน่วยเฉพสะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ร่วมกับ ด่านศุลกากรแม่สอด, ฝ่ายปกครอง อ.แม่สอด, หน่วยเฝ้าตรวจชายแดนที่ 31 , กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 และ จนท.ตร.สภ.แม่สอด จัดกำลังร่วมตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางข้ามแดน ที่ จุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา แห่งที่ 1 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในการคัดกรองบุคคลและสัมภาระตรวจพบลังพัสดุต้องสงสัยจึงได้ทำ การตรวจสอบ ตรวจพบยาเสพติดประเภทที่ 1(สารแอมเฟตามีน) อยู่ในลังกระดาษ จำนวน 1 ลัง โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1.ผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย ได้แก่ ชาย อายุ 50 ปี สัญชาติ เมียนมา ที่อยู่ บ.ห้วยส้าน จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สมม.(ผู้จัดส่งพัสดุในฝั่งเมียนมา) และชาย อายุ 50 ปี สัญชาติ ไทย บ้านอยู่ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก(ผู้รับพัสดุในฝั่งไทย)

2.ยานพาหนะ จำนวน 2 คัน รถยนต์(ประเทศไทย) ยี่ห้อ CHEVEROLET รุ่น ALLROADER สีดำ ทะเบียน กทม.(รถผู้รับพัสดุในฝั่งไทย), รถกระบะ(ประเทศเมียนมา) ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น DYNA สีขาว ทะเบียน เมียนมา(รถรับพัสดุในฝั่งเมียนมา)

3.ยาเสพติดประเภทที่ 1 ยาบ้า(สารแอมเฟตามีน) ตัวอักษร WY จำนวน 10 ก้อน(ก้อนละ 5 มัด มัดละ 2,000 เม็ด รวมประมาณ 100,000 เม็ด) บรรจุอยู่ในลังกระดาษ

โดย ชายชาวเมียนมา ให้การว่า ได้รับลังพัสดุดังกล่าวจาก ร้านโบนัส(ขายของชำ) ในพื้นที่ บ.แม่กะไน จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สมม. เพื่อนำมาส่งให้กับ ชายชาวไทย ในฝั่งไทย โดยได้รับค่าจ้าง จำนวน 10,000 จ๊าด(75 บาท) โดยพัสดุดังกล่าว จ่าหน้าซองถึงปลายทาง ซ.เยาว พานิช ถ.เยาวพานิช แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กทม.

และจากการสอบถาม ชายชาวไทยทำอาชีพรับขนส่งพัสดุในประเทศไทย ให้กับบริษัท BONUS STORE 2015 โดยตนเป็นเจ้าของ และเมื่อรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว ตนจะนำพัสดุดังกล่าวไปส่งไปรษณีย์ไทยหรือบริษัทขนส่งเอกชนต่อไป หน่วยฯ จึงได้ควบคุมตัวทั้ง 2 ราย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปครับ

SEALชายแดน #กองกำลังนเรศวร #ราชมนู พิทักษ์ชายแดนตาก


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยม ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.22 รับฟังแผนรองรับสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุอุทกภัย ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี

ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยม ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.22 รับฟังแผนรองรับสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุอุทกภัย ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี

วันนี้ (14 มิ.ย.68) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ยังคงปฏิบัติภารกิจตรวจเยี่ยมหน่วยทหาร ในพื้นที่ จ. อุบลราชธานี ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยได้เดินทางไปยัง สถานีวัดระดับน้ำ (M.7) อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เพื่อตรวจการเตรียมความพร้อมในภารกิจการช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาสาธารณภัยเมื่อเกิดสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่รับผิดชอบของ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 22 โดยมี พลตรี อัครพนธ์ มูลประดับ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22, ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับ

ซึ่งจากสถิติการวัดระดับแม่น้ำมูลที่สถานี M.7 พบว่า จ.อุบลราชธานี เกิดสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงใน ปี พ.ศ. 2521 (ระดับน้ำสูง 117.76 ม.), พ.ศ. 2565 (ระดับน้ำสูง 116.76 ม.) และ พ.ศ. 2562 (ระดับน้ำสูง 115.97 ม.) ตามลำดับ มีพื้นที่เสี่ยงใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง และ อ.วารินชำราบ โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 22 ได้มีแผนการปฏิบัติงานที่สำคัญ ตั้งแต่ ขั้นเตรียมการ คือ การฝึกซักซ้อมและเตรียมความพร้อม ทั้งระดับมณฑลทหารบกและระดับจังหวัด, ขั้นปฏิบัติการ คือ การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย และขั้นการฟื้นฟูบูรณะ คือ การทำความสะอาด รื้อถอนซาก ซ่อมแซมบ้านเรือน และการอพยพประชาชนกลับ นอกจากนี้ ได้มีแผนการจัดตั้งศูนย์พักพิง และจุดอพยพประชาชนใน จ.อุบลราชธานี ทั้งในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.วารินชำราบ รวม 56 แห่ง สามารถรองรับได้ประมาณกว่า 4,000 คน นอกจากนี้ยังมีแผนการจัดตั้งจุดอพยพประชาชน ในพื้นที่อำเภออื่น ๆ อีก 98 แห่ง

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย โดยกำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลความปลอดภัยของกำลังพลในระหว่างปฏิบัติภารกิจ ขณะเดียวกัน ต้องมีการเตรียมความพร้อมของยานพาหนะและอุปกรณ์ให้มีความพร้อมในการร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ในทันทีที่เกิดเหตุ



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 อำนวยความสะดวกดูแลประชาชนเดินทางมา เฝ้าชื่นชมพระบารมี รับเสด็จ กรมสมเด็จพระเทพฯ

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 นำจิตอาสา 904 รด.จิตอา จิตอาสาพระราชทาน อำนวยความสะดวกดูแลประชาชนเดินทางมา เฝ้าชื่นชมพระบารมี รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิด “อาคารสิริวรารักษ์” โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อม จิตอาสา 904 จังหวัดสุโขทัย ร่วมกับ รด.จิตอาสา และจิตอาสาภาคประชาชน ดูแลอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ในการเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ทรงเปิด “อาคารสิริวรารักษ์” ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนาคุณภาพด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้มีมาตรฐาน รองรับผู้ป่วยในจังหวัดสุโขทัย ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียมกัน ได้รับพระราชทานนามอาคาร หมายถึง “อาคารซึ่งเป็นสถานที่รักษาอันยอดเยี่ยมและเป็นมงคล” และพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย “ส.ธ.” ประดับที่ป้ายชื่ออาคาร ณ โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย

โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของจังหวัด เปิดเมื่อปี 2491 ปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลทั่วไป ขนาด 307 เตียง ดูแลประชาชนด้านสาธารณสุข ครอบคลุม 5 อำเภอของจังหวัดสุโขทัย รับ-ส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลชุมชนภายในจังหวัด มีแพทย์เฉพาะทางครบทุกสาขา นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว พัฒนาบุคลากรของโรงพยาบาลให้มีคุณภาพ คุณธรรม จริยธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของประเทศชาติ

โอกาสนี้ พระราชทานสิ่งของแก่ผู้แทนผู้ป่วยชาย-หญิง และทอดพระเนตรการขับร้องเพลง “น้ำพระทัยดั่งแสงอรุณ” ใช้ทำนองเพลง “ระบำสุโขทัย” แต่งเนื้อร้องขึ้นใหม่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ขับร้องเป็นพยาบาลวิชาชีพ ส่วนนักดนตรี เป็นครอบครัวเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฯ


นที มีเดช รายงาน

“รองแม่ทัพภาคที่ 3” ติดตามการดำเนินงานโครงการ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 1 ล้านไร่ เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน ตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“รองแม่ทัพภาคที่ 3” ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามการดำเนินงานโครงการ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 1 ล้านไร่ เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน ตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเยี่ยมชมแปลงต้นแบบระดับตำบล

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2568 พลตรี ชายแดน กฤษณสุวรรณ รองแม่ทัพภาคที่ 3 /รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และคณะฯ เดินทางไปติดตามความก้าวหน้า และประชุมรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 1 ล้านไร่ เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน ตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดน่าน จิตอาสา 904 และจิตอาสาพระราชทาน ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ อ.เมืองน่าน จ.น่าน

สำหรับ โครงการ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 1 ล้านไร่ เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน ตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการขยายผล อำเภอในพื้นที่ 15 อำเภอของ จังหวัดน่าน มีเป้าหมาย วิธีการดำเนินการของโครงการฯ เป็นไปในทิศทางเดียว สามารถนำไปสู่เป้าหมายการฟื้นฟูป่า โดยน้อมนำแนวทางพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ไปสู่การปฏิบัติ การบริหารจัดการดิน น้ำ ป่า ได้ และอยู่รอดปลอดภัยเมื่อมีภัยพิบัติ

จากนั้น รองแม่ทัพภาคที่ 3 /รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และคณะฯ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงต้นแบบระดับตำบล ณ แปลงศูนย์การเรียนรู้ห้วยผาม่าน “โคก หนองนา โมเดล” ของ นายวิฑูร วรัญสิรภพ ราษฎร บ้านสบยาว ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องสำคัญของโครงการฯ เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนงานฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศและความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

ในโอกาสนี้ รองแม่ทัพภาคที่ 3 /รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และคณะฯ ได้ร่วมกิจกรรมปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างสมดุลตามแนวทาง “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” อีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

ลพ.3 เปิดปฏิบัติการ “ปิดเมือง สยบโจร โค่นอิทธิพล“ ในพื้นที่ จว.ลำพูน

ลพ.3 เปิดปฏิบัติการ “ปิดเมือง สยบโจร โค่นอิทธิพล“ ในพื้นที่ จว.ลำพูน

วันนี้ 14 มิ.ย.68 เวลา 06.00 น. พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน มอบหมาย พ.ต.อ.พงศกร รัศมีโรจน์สกุล รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน เป็นประธานเปิดปฏิบัติการ “ปิดเมือง สยบโจร โค่นอิทธิพล“ ในพื้นที่ จว.ลำพูน ระดมกวาดล้าง อาชญากรรมเป้าหมายผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ โดยมี พ.ต.อ.ดนัย ใจกล่ำ ผกก.สส.ภ.จว.ลำพูน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปริญญา ชัยเวลา ผกก.สภ.นิคมอุตสาหกรรม นำกำลังข้าราชการตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ลำพูน, ชุด นปพ., สภ.เมืองลำพูน, สภ.เหมืองจี้, สภ.นิคมอุตสาหกรรม รวมกว่า 80 นาย เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้

ในการระดมกวาดล้าง อาชญากรรมเป้าหมายผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับในครั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนงานสืบสวนสอบสวนเป็นไปตามนโยบายของ ตร. ดำเนินการเกี่ยวกับผู้กระทำผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนทั้งกรณีทั่วไปและทางออนไลน์ และสืบสวนบุคคลตามหมายจับ กวาดล้างผู้มีอิทธิ พลในพื้นที่ จ.ลำพูน พร้อมเน้นย้ำในทุก สภ.ในสังกัด ภ.จว.ลำพูน ปฏิบัติการอย่างจริงจังและเข้มข้น

หากประชาชนมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิดสามารถแจ้งได้ที่ 191 ได้ตลอด 24 ชม.


นที มีเดช รายงาน

กรมวิทย์ฯ บริการ ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เดินหน้า “ยกระดับห้องปฏิบัติการภูมิภาค” หนุนการพัฒนาทุเรียนไทยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กรมวิทย์ฯบริการ ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เดินหน้า “ยกระดับห้องปฏิบัติการภูมิภาค” หนุนการพัฒนาทุเรียนไทยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เมื่อวันที่ 11–12 มิถุนายน 2568 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดยนางจันทรัตน์ วรสรรพวิทย์ ผู้อำนวยการสำนักวิทยาศาสตร์บริการ เขต 11 ซึ่งรับผิดชอบภารกิจนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ ครอบคลุมจังหวัดชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ ธานี, นครศรีธรรมราช, พังงา, กระบี่ และภูเก็ต พร้อมด้วย นายเดช บัวคลี่ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาเครือข่ายวิทยาศาสตร์บริการ และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อขับเคลื่อนโครงการ “พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบของหน่วยงานภาครัฐส่วนภูมิภาค” ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยมีนายธราพงษ์ มีมุสิทธิ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร, รศ.ดร.คำรณวิทย์ ทิพย์มณี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์, ว่าที่ร้อยตรีสุระศักดิ์ ชัยตาแสง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร และ ดร.ฐิระ ทองเหลือ คณบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร

จังหวัดชุมพรถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของการผลิตทุเรียนคุณภาพของประเทศไทย การส่งเสริมให้มีห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจวิเคราะห์สารตกค้างและประเมินคุณภาพทุเรียนได้อย่างแม่นยำตามมาตรฐานสากล จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนการส่งตรวจนอกพื้นที่ เสริมความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรและผู้ประกอบการในท้องถิ่น

กิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อจัดทำแผนการสร้างห้องปฏิบัติการทดสอบสารตกค้างในทุเรียน ในพื้นที่จังหวัดชุมพรของสถาบันการศึกษา 3 แห่ง ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์, วิทยา ลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร, มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ห้องปฏิบัติการของสถาบันเหล่านี้สามารถพัฒนาไปสู่ระดับที่สามารถรองรับการทดสอบทุเรียนและผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่บทบาทของกรมวิทยาศาสตร์บริการในฐานะหน่วยงานหลักด้านการส่งเสริมมาตรฐานห้องปฏิบัติการของประเทศ พร้อมเน้นย้ำการทำงานเชิงรุกร่วมกับพื้นที่ เพื่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ (National Quality Infrastructure: NQI) ที่เข้มแข็งจากรากฐานของชุมชน

การลงพื้นที่จังหวัดชุมพรในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการพัฒนาห้องปฏิบัติการในเชิงเทคนิคเท่า นั้น หากยังเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก นำไปสู่ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น

กรมวิทยาศาสตร์บริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กรมวิทย์ฯบริการ #MHESI #DSS #กระทรวงอว #มาตรฐานห้องปฏิบัติการ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ปรมาณูเพื่อสันติ อว. ยืนยันความพร้อมในการกำกับดูแลความปลอดภัย โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR เสริมความเชื่อมั่นหากประเทศไทยเดินหน้าพลังงานนิวเคลียร์

ปรมาณูเพื่อสันติ อว. ยืนยันความพร้อมในการกำกับดูแลความปลอดภัย โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR เสริมความเชื่อมั่นหากประเทศไทยเดินหน้าพลังงานนิวเคลียร์

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รรท. เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายของนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง (อว.) ที่มุ่งผลักดัน งานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ Go Green พอเพียง ความยั่งยืน ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการใช้พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions และสร้างอนาคตด้านพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน (ปส.) จึงยืนยันความพร้อมในบทบาทการกำกับดูแลความปลอดภัย หากประเทศไทยมีการดำเนินโครงการหรือเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor : SMR) มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และทุกภาคส่วน ผ่านการดำเนินงานที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 มิถุนายน 2568 นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รรท. เลขาธิการ (ปส.) เป็นประธานเปิดงานเสวนาหัวข้อ “ไทยพร้อมสำหรับ SMR (Thailand Readiness for Utilizing SMR)” ซึ่งจัดโดยสภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สสวทท) ร่วมกับ สมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย (สนท.) ณ ห้อง AMBER 3 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา โดยงานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยี Small Modular Reactor (SMR) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์สมัยใหม่ที่ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ และกำลังเป็นที่จับตามองว่าอาจเป็นทางเลือกด้านพลังงานของประเทศไทยในอนาคต

ซึ่งในการเสวนา มีผู้แทนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย

  • ดร.ปานทิพย์ อัมพรรัตน์ ผู้แทนสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
  • ดร.นทีกูล เกรียงชัยพร ผู้แทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
  • ดร.เอกรินทร์ วาสนาส่ง ผู้แทนจากภาคเอกชน และสื่อสารมวลชน
  • นางวราภรณ์ วัชรสุรกุล ผู้แทนจากสมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย และภาคเอกชน โดยมี ดร. ฐิติทิพย์ ทิพยมนตรี กรรมการ สนท. เป็นผู้ดำเนินรายการ

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เปิดเผยว่า SMR ถือเป็นเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์สมัยใหม่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ ซึ่งถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นโมดูลาร์ คือ มีการผลิตชิ้นส่วนสำเร็จจากโรงงาน แล้วนำไปประกอบในพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้า ทำให้ลดความเสี่ยงในกระบวนการก่อสร้างและควบคุมคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น หากประเทศไทยมีความจำเป็นหรือมีนโยบายในการเดินหน้าใช้พลังงานนิวเคลียร์ในรูปแบบของ SMR ผู้ประกอบการต้องยื่นขออนุญาตจาก (ปส.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางในการกำกับดูแลทางนิวเคลียร์โดยตรง ที่พร้อมจะตรวจสอบสถานที่ ระบบงาน เทคโนโลยี และบุคลากรอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ การกำกับดูแลความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (เครื่องปฏิกรณ์ นิว เคลียร์วิจัย โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และสถานประกอบการประเภทอื่นๆ) จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 ที่กำหนดให้ต้องได้รับใบอนุญาตเป็นขั้นๆ ไป (step-by-step licensing) ได้แก่
1.ใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (Site License)
2.ใบอนุญาตก่อสร้าง (Construction License)
3.ใบอนุญาตดำเนินการ (Operating License) และ
4.ใบอนุญาตเลิกดำเนินการ (Decommissioning License)

นอกจากนี้ ก่อนจะได้รับใบอนุญาตดำเนินการได้ ผู้ประกอบการยังต้องขออนุญาตทดสอบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกด้วย โดย ปส. จะดำเนินการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยในทุกขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ กล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์แตกต่างจากพลังงานรูปแบบอื่น คือ รังสีและกากกัมมันตรังสี ที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินการ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดผลกระทบได้หากไม่มีมาตรการควบคุมอย่างเหมาะสม และกากกัมมันตรังสีเองก็มีค่าครึ่งชีวิตยาวนานจนกว่าอันตรายจากรังสีจากตัวมันเองจะหมดไป ดังนั้น เทคโนโลยีนิวเคลียร์สมัยใหม่อย่าง SMR จึงถูกออกแบบมาให้ป้องกันการรั่วไหลหรือการแพร่กระจายของรังสีได้ในทุกสถานการณ์และลดการเกิดกากกัมมันตรังสีลงได้มากเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ทั่วไป โดย (ปส.) จะทำหน้าที่กำกับดูแลตั้งแต่การออกใบอนุญาต การตรวจสอบในทุกขั้นตอนตลอดช่วงอายุการดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในทุกมิติ รวมทั้งการตรวจติดตามการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่ได้มาตรฐาน

ทั้งนี้ (ปส.) ได้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งด้านกำลังคน การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักแก่ประชาชน รวมทั้งการศึกษาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และปรับปรุงกฎหมายรองรับการใช้พลังงานนิวเคลียร์ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทของประเทศ หากไทยพร้อมนำนวัตกรรมใหม่อย่าง SMR มาช่วยให้ประเทศก้าวสู่พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Bangna จัดงาน “MID YEAR PRIDE RIDE SALE 2025” ยกขบวนเบนซ์มือสองคุณภาพเยี่ยมกว่า 150 คัน มาพร้อมข้อเสนอพิเศษตลอดเดือนนี้!

Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Bangna จัดงาน “MID YEAR PRIDE RIDE SALE 2025” ยกขบวนเบนซ์มือสองคุณภาพเยี่ยมกว่า 150 คัน มาพร้อมข้อเสนอพิเศษตลอดเดือนนี้!

กรุงเทพมหานคร – Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Bangna ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองอย่างเป็นทางการ จัดแคมเปญใหญ่กลางปี “MID YEAR PRIDE RIDE SALE 2025” ตลอดเดือนมิถุนายน 2568 มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์หรูสภาพเยี่ยม ภายใต้การรับรองคุณภาพมาตรฐาน Mercedes-Benz Certified

ในงานพบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์คุณภาพเยี่ยม ทั้งรถผู้บริหารป้ายแดง,รถเดโม่ และรถใช้งานน้อย สภาพนางฟ้าจำนวนกว่า 150 คัน หลากหลายรุ่น ครบทุกเซ็กเมนต์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้ที่มองหาความคุ้มค่าสูงสุด ไฮไลต์ของแคมเปญนี้ พบกับส่วนลดสูงสุดกว่า 3 ล้านบาท พร้อมข้อเสนอทางการเงินที่คุ้มค่า และโปรโมชั่นสุดพิเศษ โดยเริ่มต้นเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ในราคาเพียง 729,000- บาท อัตราดอกเบี้ยต่ำ 2.49%* มั่นใจในรถทุกคันด้วยการรับประกันคุณภาพนาน 1 ปี และหากนำรถเก่ามาเทิร์น รับส่วนลดเพิ่มทันที 50,000.- อีกด้วย

พิเศษสุด! ลูกค้าจองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ภายในงาน ระหว่างวันที่ 12–15 มิถุนายน 2568 รับฟรี! บัตรชมภาพยนตร์ “F1 Movie” เฟิร์สคลาส 2 ที่นั่ง* สัมผัสความตื่นเต้นของการแข่งขันฟอร์มูล่าวันในรูปแบบภาพยนตร์ระดับโลก

-Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Bangna พร้อมมอบประสบการณ์การครอบครองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยบริการครบวงจรที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น การรับซื้อ–ขายรถยนต์,การตรวจเช็กคุณภาพ,การซ่อมบำรุง ไปจนถึงบริการทางการเงินที่ออกแบบเฉพาะสำหรับลูกค้า Benz BKK รถยนต์ทุกคันได้รับการรับรองคุณภาพ ผ่านกระบวนการตรวจสอบ Multi-Point Check กว่า 200 รายการ พร้อมการดูแลและซ่อมบำรุงด้วย อะไหล่แท้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายใต้ความเชี่ยวชาญของทีมช่างมืออาชีพ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในมาตรฐานและความปลอดภัยในทุกการขับขี่ สัมผัสการบริการเหนือระดับ ณ โชว์รูมและศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ใหญ่ที่สุด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ VIP Lounge สำหรับการพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว ห้องส่งมอบรถแบบ 360 องศา เพื่อช่วงเวลาพิเศษของคุณ บริการอาหารและเครื่องดื่ม
บริการนวดออฟฟิศซินโดรม โดยเทอราปิสมืออาชีพ Co-working Space และห้องประชุมส่วนตัว จำนวน 4 ห้อง รองรับการทำงานและการนัดหมายอย่างมีระดับ

นอกจากนี้ เรายังมีโปรแกรมจัดหาสินเชื่อเฉพาะบุคคล เพื่อเพิ่มความสะดวกและยืดหยุ่นสูงสุด พร้อมมอบเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับลูกค้าในเครือ BENZ BKK GROUP เท่านั้น

พบกับงาน Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Bangna “MID YEAR PRIDE RIDE SALE 2025” พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ และรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์คุณภาพเยี่ยมกว่า 150 คัน คัดสรรมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ! ไฮไลท์ภายในงาน : ส่วนลดสูงสุดกว่า 3,000,000 บาท เริ่มต้นเป็นเจ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในราคาเพียง 729,000 บาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษต่ำเพียง 2.49%* รับประกันคุณภาพนาน 1 ปี ฟรีทุกคัน นำรถเก่ามาเทิร์น รับส่วนลดเพิ่มทันที 50,000 บาท

รถยนต์ไฮไลท์ภายในงาน MID YEAR PRIDE RIDE SALE 2025 -Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Bangna

พิเศษ!!! ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 1 ล้านบาท

  • Mercedes-Benz C 350 e Avantgarde ปี 2016 ระยะไมล์ 127,xxx กิโลเมตร ราคาเพียง 729,000 บาท
  • Mercedes-Benz C 300 Bluetec Hybrid AMG Dynamic ปี 2015 ระยะไมล์ 69,xxx กิโลเมตร ราคาเพียง 859,000 บาท
  • Mercedes-Benz CLA 250 AMG Dynamic ปี 2017 ระยะไมล์ 94,xxx กิโลเมตร ราคาเพียง 899,000 บาท

พิเศษ!!! ดอกเบี้ยพิเศษ 2.49%* กับรถยนต์ Mercedes-Benz (พร้อมการรับประกัน 1 ปี)

  • Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic ปี 2019 ระยะไมล์ 50,xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 1,190,000 บาท
  • Mercedes-Benz E 350 e Avantgarde ปี 2018 ระยะไมล์ 47,xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 1,290,000 บาท
  • Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ปี 2019 ระยะไมล์ 55,xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 1,250,000 บาท
  • Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ปี 2021 ระยะไมล์ 49,xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 1,350,000 บาท
  • Mercedes-Benz GLA 35 4MATIC ปี 2021 ระยะไมล์ 49,xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 2,090,000 บาท
  • Mercedes-AMG S 560 e AMG Premium ปี 2019 ระยะไมล์ 77,xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 2,890,000 บาท
  • Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Premium ปี 2022 ระยะไมล์ 19,xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 3,790,000 บาท
  • Mercedes-Benz EQE 350 4MATIC SUV AMG Line ปี 2023 ระยะไมล์ 5,xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 3,990,000 บาท และพบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นอื่นๆ อีกมากมายกว่า 150 คันภายในงาน

สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การเลือกซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองอย่างเหนือระดับ พร้อมข้อเสนอสุดคุ้มและบริการระดับพรีเมียม อาหารและเครื่องดื่มเสิร์ฟ ฟรีตลอดงาน* ลงทะเบียนร่วมงานวันนี้ รับฟรี! BKK Goodie Bag “Radiant Unity” ดีไซน์รับ Pride Month สุดคูล! พบกันได้ที่โชว์รูม Mercedes-Benz Certified ชั้น3 Benz BKK Bangna Hotline: 0 888 111 888 I FB : Mercedes-Benz Certified by Benz BKK I Line : @BenzBKKCertified

BenzBKKGroup #BenzBKKBangna #BenzBKKGroupbangna #BenzBKKCertified #รถเบนซ์มือสอง #รถมือสอง

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ ที่ปรึกษาฝ่ายประชาสัมพันธ์ คุณนวัสนันท์ มุกดาพิทักษ์ (บี) โทร.065-626-5949


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ศุภมาส” มอบรางวัล NRCT Special Award Competition ให้ 25 ผลงานนักประดิษฐ์ไทย

“ศุภมาส” มอบรางวัล NRCT Special Award Competition ให้ 25 ผลงานนักประดิษฐ์ไทยได้รางวัลจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์ในงาน “The 8th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2025” ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมชื่นชมศักยภาพและความสามารถของนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยให้นำไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2568 : น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานมอบรางวัล NRCT Special Award Competition และเหรียญรางวัลแก่คณะนักประดิษฐ์จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์ในงาน “The 8th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2025” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 มิ..ย.2568 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน นอกจากนี้ ยังมี ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศ ไทย, ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม,น.ส.พสุภา ชินวรโสภาค อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมในงานดังกล่าวด้วย

น.ส.ศุภมาสฯ กล่าวหลังการมอบรางวัลว่า ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับรางวัล ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมของประเทศไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานา ชาติ ความสำเร็จในครั้งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาต่อยอดผลงานให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน กระทรวง (อว.) พร้อมให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนกับนักประดิษฐ์และนักวิจัยอย่างต่อเนื่องด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทย

ด้าน ดร.วิภารัตน์ฯ กล่าวว่า การจัดกิจกรรม NRCT Special Award Competition แสดงให้เห็นความมุ่งมั่น ในการสร้างแสดงศักยภาพของคณะนักประดิษฐ์ รางวัลนี้จึงถือเป็นขวัญและกำลังใจแก่นักประดิษฐ์นักวิจัยไทยที่ (วช.) มอบให้กับผลงานคุณภาพ โดยในปีนี้มีผลงานที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือก มาประกวดแข่งขัน จำนวน 62 ผลงาน จาก 34 หน่วยงาน ตลอดระยะเวลาของการจัดงาน นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทย ได้มีโอกาสจัดแสดงผลงานประดิษฐ์และงานวิจัยที่เต็มไปด้วยคุณภาพและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้เข้าชมและผู้ร่วมงานทุกท่าน นอกจากนี้ยังมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่สำคัญระหว่างนักวิจัย นักประดิษฐ์ และหน่วยงานต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาและแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัล NRCT Special Award ได้แก่

  1. สารสกัดเมทอกซีฟลาโวนเข้มข้นจากกระชายดำที่มีกลไกยับยั้งการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต โดย รศ.ภญ.ร.ท.หญิง ดร.ภัสราภา โตวิวัฒน์ และคณะ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. นวัตกรรมเคมีไฟฟ้าขั้นสูงร่วมระบบนาโนบับเบิ้ลสำหรับธุรกิจขนส่งอาหารทะเล โดย นายวัชรพงษ์ นารีจันทร์และคณะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
  3. สัดส่วนทองคำของสารทรงฤทธิ์จากพืชสกุลพลับพลึงที่ยับยั้งการอักเสบของโรคต่อมลูกหมากโต โดย ศ.ภญ.ร.ต.อ.หญิง ดร.สุชาดา สุขหร่องและคณะจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  4. ทังพลัส ระบบฝึกกล้ามเนื้อช่องปาก โดย ดร.ธนิฏฐา ไพโรจน์ และคณะ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  5. วีลแชร์แอนด์วอล์คเกอร์ โดย ว่าที่พันตรี ดร.วัชรพล ลักษณลม้าย และคณะจากวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา
  6. นวัตกรรมสเปรย์ฟิล์มเคลือบผิวโซลาร์เซลล์สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าสู่แหล่งพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนด้วยอนุภาคนาโนคาร์บอนดอทจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยผศ.ดร.พูนทวี แซ่เตีย และคณะ จาก มหาวิทยาลัยมหิดล
  7. “นอนแซ่บ” เครื่องมือลดการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น โดย ผศ.ทพญ.ดร.สุพรรณิการ์ เรืองศรี และคณะ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  8. ผิวหนังเทียมจากการพิมพ์ชีวภาพด้วยเจลาตินปลา โดย รศ.ดร.ณัฐพล ถนัดช่างแสง และคณะ จากมหาวิทยาลัยรังสิต.Innovative triple-action anti-aging facial scrub, mask and serum incorperating Golden flower extract beads prepared by synergistic Niosome and Fluid-bed coating technologies โดย รศ.ดร.กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์ จาก บริษัท ริชโกลด์บิวตี้ แอนด์ เฮลธ์ จำกัด
  9. นวัตกรรมชุดตรวจแถบสีความไวสูงสำหรับตรวจการติดเชื้อ TiLV ในปลา โดย รศ.ดร.ศิวาพร ลงยันต์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  10. พอลิแคท : ตัวเร่งปฏิกิริยาที่สามารถใช้ซ้ำได้สำหรับการปรับปรุงคุณภาพไบโอออยล์ โดย รศ.ดร.ปรียาภรณ์ ไชยสัตย์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
  11. “เคอร์มาเพียว โกล” เคอร์คูมินอยด์ออร์แกนิกละลายน้ำ จากระบบปลูกขมิ้นชันพรีเมียมร่วมกับนวัตกรรมสกัดด้วยเทคโนโลยีสะอาด โดย ผศ.ดร.ณวงศ์ บุนนาค และคณะ จากมหาวิทยาลัยทักษิณ
  12. 13.ฟองน้ำชีวภาพดูดซับไมโครพลาสติก โดย นายฤทธิ์ศักดิ์ พัฒนะ และคณะ จาก โรงเรียนธัญบุรี
  13. 14.ก๊อก ก๊อก ก๊อก ใครมาบอกหนูที โดย เด็กหญิงธนธรณ์ คูเกียรติ และคณะ จาก โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ
  14. แอนติแบคดอทฟิล์ม : ฟิล์มพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ผสมคาร์บอนดอทจากน้ำตาลทราย สำหรับเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารต้านเชื้อแบคทีเรีย โดย ผศ.ดร.กนกอร เวชกรณ์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
  15. เครื่องหยอดขนมกึ่งอัตโนมัติพร้อมระบบไล่ความชื้น โดย นายเกียรติศักดิ์ กลิ่นด้วง และคณะจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า
  16. การประยุกต์ใช้อัลกอริทึมการวิเคราะห์ภาพในทันตกรรมเพื่อตรวจจับฟันผุ โดย นางสาวนะห์ดีนา ลายู และคณะ จาก โรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล
  17. ครีมบำรุงผิวหน้าสูตรกลางวันจากสารสกัดกุหลาบออร์แกนิก โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ดุสิต อธินุวัฒน์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  18. กล่องปลูกพืชอัจฉริยะสำหรับพื้นที่จำกัด โดย นายพิมพ์พันธุ์ หอมแก่นจัน และคณะจากโรงเรียนสายปัญญารังสิต
  19. เนื้อเยื่อจำลองเพื่อการแทงเข็มแบบนำด้วยอัลตราซาวด์ โดย รศ.ดร. อนรรฆ ขันธะชวนะ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  20. ระบบจำลองการจัดการคลังสินค้าอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์คาร์ทีเชียน โดย นายอดิศักดิ์ แสนทิพย์ และคณะ จากโรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล
  21. รติ มัลติเพอร์โพส ดราย ออยล์ โดย นางรติรส จุลชาต จาก บริษัท สยาม ประทิน จำกัด
  22. ศานาสถานม : น้ำยาเซลลูโลส-ปูนขาวสำหรับการอนุรักษ์โบราณสถาน โดย รศ.ดร.คเณศ วงษ์ระวี และคณะ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  23. เบิด : การพัฒนาหินสังเคราะห์ด้วยวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติ โดย นายธิปก ตั้งศิริพัฒน์ และคณะ จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม
  24. อุปกรณ์วิเคราะห์ความผิดปกติการลงน้ำหนักเท้าด้วยภาพกราฟิก ออกแบบเพื่อช่วยป้องกันการล้ม โดย รศ.ดร.เกษรา รักษ์พงษ์สิริ และคณะ จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน