ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจทหารแนวหน้าในพื้นที่ กองกำลังสุรนารี จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจทหารแนวหน้าในพื้นที่ กองกำลังสุรนารี จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี

วันนี้ (13 มิ.ย. 68) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน และให้กำลังใจกำลังพลที่ประจำการในพื้นที่แนวหน้าของกองกำลังสุรนารี จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี โดยเดินทางไปยัง กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปมาตรการสำคัญต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2, พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี และผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงเข้าร่วมการประชุม

โดยในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปยัง ฐานปฏิบัติการฯ ในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เข้าฟังการบรรยายสรุปภารกิจและตรวจภูมิประเทศสำคัญ ก่อนจะเดินทางไปสำรวจความพร้อมของบังเกอร์หลบภัย เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์สำหรับดูแลความปลอดภัยของประชาชน และมอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่นักเรียนโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา เพื่อสนับสนุนกิจกรรมเสริมสร้าง การเรียนรู้

ในพื้นที่ จ. อุบลราชธานี ผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางไปให้กำลังใจกลุ่ม รด.จิตอาสา ที่กำลังบรรจุทรายใส่กระสอบเพื่อทำบังเกอร์หลบภัยให้แก่ประชาชน พร้อมกับมอบสิ่งของเครื่องใช้และน้ำดื่มให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านแปดอุ้ม นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่เดียวกัน จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกได้เดินทางต่อไปยังฐานปฏิบัติการฯ ในพื้นที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ พร้อมกับเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลในฐานปฏิบัติการฯ

การตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการฯ ของผู้บัญชาการทหารบกในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเข้าพบปะ ให้กำลังใจ และมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่กำลังพลกองกำลังป้องกันชายแดนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทหารคงความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจทางทหารตามแผนเผชิญเหตุอย่างรัดกุมและเข้มงวดในการดำเนินการควบคุมจุดผ่านแดนประเภทต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด ในฐานะที่กองทัพบกเป็นผู้ขับเคลื่อนกลไกหลักด้านการทหาร เพื่อสนับสนุนกลไกด้านการทูตและการต่างประเทศของรัฐบาล ในการปกป้องและรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิแห่งเอกราชและอธิปไตยของชาติไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

รองแม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมการอบรม โครงการ “ฮีโร่ ฟื้นป่าน่าน” ภายใต้โครงการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 1 ล้านไร่

รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ตรวจเยี่ยมการอบรม โครงการ “ฮีโร่ ฟื้นป่าน่าน” ภายใต้โครงการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 1 ล้านไร่ เพื่อฟื้นฟูป่าต้น น้ำน่าน ตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติชุมชนต้นน้ำน่าน

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 พลตรี ชายแดน กฤษณสุวรรณ รองแม่ทัพภาคที่ 3 /รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และคณะฝ่ายอำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 เดินทางมาตรวจเยี่ยมการอบรมปฐมนิเทศวิทยากร โครงการ “ฮีโร่ ฟื้นป่าน่าน” ภายใต้โครงการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 1 ล้านไร่ เพื่อฟื้นฟูป่าต้น น้ำน่าน ตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมฯ เข้าใจวัตถุประสงค์ กระบวนการ เป้าหมาย วิธีการดำเนินการของโครงการฯ เป็นไปในทิศทางเดียว สามารถนำไปสู่เป้าหมายการฟื้นฟูป่า โดยน้อมนำแนวทางพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ไปสู่การปฏิบัติ การบริหารจัดการดิน น้ำ ป่า ได้

รวมทั้งในการออกแบบพื้นที่ หลักการเสริมสร้างด้วยหลักกสิกรรมธรรมชาติ ป่า 3 อย่างได้ประโยชน์ 4 อย่าง สร้างความยั่งยืนด้วยอารยธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอยู่รอดปลอดภัยเมื่อมีภัยพิบัติ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติชุมชนต้นน้ำน่าน โดยมี ผู้ร่วมอบรมของทีมระดับอำเภอ แบ่งเป็น 4 โซน จำนวน 142 คน และจะนำไปขยายผลในทีมระดับตำบล ในห้วงเดือน กรกฎาคม 2568 ต่อไป

โดย มณฑลทหารบกที่ 38 /ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 38 และหน่วยทหารในพื้นที่ ได้สนับสนุนการเตรียมการอบรม จัดสถานที่ จัดรถครัวสนามกองทัพบก ตั้ง โรงครัวพระราชทาน บริการอาหารตลอดการอบรม และได้กระทำพิธีปิดการอบรมฯ โดยมี พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 38 นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติชุมชนต้นน้ำน่าน อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน


นที มีเดช รายงาน

ทหาร พร้อม รด.จิตอาสา ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เมืองเชียงใหม่

หลังการฝึกพร้อมรบและการเดินทางไกล ประจำปี 2568 มณฑลทหารบกที่ 33 จับมือนักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน โรงเรียนนวมินทราชูทิศพายัพ เชียง ใหม่ ปลูกต้นไม้ 1,072 ต้น เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 มณฑลทหารบกที่ 33 พร้อมด้วย นักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน โรงเรียนนวมินทราชูทิศพายัพ ได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 1,072 ต้น โดยกิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังพล มณฑลทหารบกที่ 33 และนักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน โรงเรียนนวมินทราชูทิศพายัพ เชียงใหม่ ได้ร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งได้มีโอกาสในการปลูกต้นไม้ อาทิเช่น ต้นขนุน, ต้นหว้า, ต้น มะขามป้อม, ต้นมะไฟ, ต้นทุเรียน และต้นเงาะ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในหน่วยทหาร ยังเป็นการช่วยลดสภาวะอากาศที่เป็นพิษให้กลับมาสะอาด ให้คนเชียงใหม่ ได้สุขภาพแข็งแรง ภายหลังจากการดำเนินการตรวจสภาพพร้อมรบและการฝึกเดินทางไกล ประจำปี 2568 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โดยมี พลตรี ธีระ ผดุงสุนทร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานการจัดกิจกรรม ในครั้งนี้ มีกำลังพล มณฑลทหารบกที่ 33 หน่วยขึ้นตรงมณฑลทหารบกที่ 33 รวมถึงนักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน จากโรงเรียนนวมินทราชูทิศพายัพ ร่วมกิจกรรม รวม 350 คน ณ บริเวณพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

“หนึ่งหยดโลหิต…ต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์”

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 34 นำจิตอาสา ร่วมบริจาคโลหิต เนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก ประจำปี 2568 (World Blood Donor Day)

เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 34 จัดกำลังพลร่วมบริจาคโลหิต เรื่องไหนวันบริจาคโลหิตโลก ประจำปี 2568 ณ อาคารโดม ที่ว่าการอำเภอภูกามยาว อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธาน มีนายอำเภอภูกามยาว และ นางวิยะดา นราดิศร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพะเยา นำเหล่ากาชาดจังหวัดพะเยา โรงพยาบาลพะเยา อำเภอภูกามยาว กิ่งกาชาดอำเภอภูกามยาว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกิจกรรมฯ โดยกำลังพลสามารถบริจาคโลหิตได้ จำนวน 9 นาย ได้ปริมาณโลหิต จำนวน 4,050 ซีซี

โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) สหพันธ์สภากาชาด และสภาเสี้ยววงเดือนแดง ระหว่างประเทศ (IFRC) สหพันธ์ผู้บริจาค โลหิตระหว่างประเทศ (FIODS) และสมาคมบริการโลหิตระหว่างประเทศ (ISBT) ได้กำหนดให้วันที่ 14 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันผู้บริจาคโลหิตโลก เพื่อให้เป็นวันที่ระลึกถึง ดร.คาร์ล แลนด์สไตเนอร์ ผู้ค้นพบหมู่โลหิต ระบบเอบีโอ ถือว่าเป็น การค้นพบ ที่มีความสำคัญยิ่งต่องานบริการโลหิต ทั่วโลก จึงสมควรอย่างยิ่งที่สภากาชาดทั่วโลก จะได้ร่วมกันจัดกิจกรรม เพื่อเป็นการส่งเสริมงานด้านบริการโลหิต และเพื่อเป็นการขอบ คุณ ผู้บริจาคโลหิตทั่วโลก ที่ได้มอบของขวัญที่มีค่าต่อชีวิต คือ การที่บริจาคโลหิต ด้วยความสมัครใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย และการสร้างความตระหนัก ในเรื่องความจำเป็น ของการบริจาคโลหิต ประจำสม่ำเสมอ โลหิตที่ได้รับบริจาคในแต่ละปีทั่วโลก สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้นับล้าน และยังเป็นสิ่งสำคัญ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

ซึ่งการจัดงานในครั้ง เพื่อจัดหาโลหิตสำรองไว้ สำหรับผู้ป่วย หรือผู้บาดเจ็บที่ต้องได้รับโลหิต ในการช่วยชีวิต อย่างทันท่วงที และนอกจากจะนำโลหิต ที่ได้เก็บเข้าคลังโลหิต เพื่อไว้ใช้ กับผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด เสียเลือดมากแล้ว ยังเป็นการเตรียมเก็บโลหิต ที่ได้ไว้ใช้กับผู้ป่วยจากอุบัติเหตุ ซึ่งมักจะ ขาดแคลนไม่เพียงพอต่อผู้ป่วย เป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ถือเป็นพันธกิจ ที่สำคัญประการหนึ่ง คือ รับบริจาคโลหิต ดวงตาและอวัยวะ โดยออกรับ บริจาคโลหิต ดวงตา และอวัยวะ จากผู้ที่มีจิตอันเป็นกุศล ในพื้นที่ จังหวัดพะเยา

#จิตอาสาพระราชทาน #มณฑลทหารบกที่34 #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

“แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก กองทัพภาคที่ 3” มอบรางวัลชนะเลิศ ประกวดสุนทรพจน์ “ใต้ร่มพระบารมี ทุกชีวีมีสุข”

“แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก กองทัพภาคที่ 3” มอบรางวัลชนะเลิศ ประกวดสุนทรพจน์ “ใต้ร่มพระบารมี ทุกชีวีมีสุข”

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 13.00 น. ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลโทกิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่3 พร้อมด้วย พันเอก หญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานและมอบโล่รางวัล พร้อมใบประกาศเกียรติคุณกิจกรรมการประกวดการกล่าวสุนทรพจน์เทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎา มหามงคล ภายใต้หัวข้อ “ใต้ร่มพระบารมี ทุกชีวีมีสุข” รอบชิงชนะเลิศ ของเยาวชน ระดับมัธยมปลาย

โดยมีพันเอก นพดล วัชรจิตบวร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายทหาร พันเอก วันปิย แก้วเกษ รองหัวหน้าฝ่ายกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก คณะครูและเด็กนักเรียนโรงเรียนและสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมฯ เพื่อสรรหาตัวแทนของจังหวัดพิษณุโลก ไปชิงชัยต่อในระดับประเทศ ซึ่งมีเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก ทั้งสิ้น 17 คน ภายในกิจกรรมการประกวดฯ ยังมีการแสดงละครเทิดพระเกียรติประกอบดนตรี และการแสดง แสง เสียง โดยชุดขุนศึกร่วมกับน้องๆจากโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ปลุกจิตสำนึก ความรักชาติ รักแผ่นดินให้กับผู้ร่วมกิจกรรมฯ และผู้รับชมภายในงาน

ซึ่งโครงการเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ กิจกรรมประกวดสุนทรพจน์ เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎามหามงคล “ใต้ร่มพระบารมี ทุกชีวีมีสุข” ในครั้งนี้ กอ.รมน.จังหวัดพิษณุโลก จัดขึ้นเพื่อให้เยาวชนเห็นความสำคัญหลักของชาติคือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังความรักและความภูมิใจในสถาบันหลักของชาติให้กับเยาวชน เพื่อใช้เป็นสื่อสร้างความเข้าใจให้เยาวชนแสดงความคิดเห็นต่อปัญหา ข้อสงสัย ประเด็นขัดแย้ง ในสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอย่างสร้างสรรค์มีเหตุผล ไม่หลงไปตามกระแสสังคมหรือตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ

สำหรับการประกวดสุนทรพจน์ “ใต้ร่มพระบารมี ทุกชีวีมีสุข” ในครั้งนี้ มีนักเรียนจากโรงเรียนในจังหวัดพิษณุโลกที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบมาจำนวน 17 คน โดยการประกวดสุนทรพจน์จะสลับกับการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ โดยวงดนตรีมณฑลทหารบกที่ 39 ผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณ และเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมเป็นตัวแทนจังหวัดเข้าไปประกวดระดับประเทศต่อไป รางวัลรองชนะเลิศ รับโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณ พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท และรางวัลชมเชย รับใบประกาศเกียรติคุณ พร้อมเงินรางวัล 3,000 บาท

ผลการประกวดสุนทรพจน์ เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎามหามงคล “ใต้ร่มพระบารมี ทุกชีวีมีสุข” ชนะเลิศได้แก่ นางสาวเบญญาภา ฮาวกันทะ จากโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี รับโล่และเงินรางวัล 10,000 บาท จาก พลโท กิตติพงศ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3, รองชนะเลิศ นางสาวสุรภา พลกง จากโรงเรียนประชาสงเคราะห์วิทยา รับโล่และเงินรางวัล 5,000 บาท และรางวัลชมเชย นางสาวกัญญาภัค จันทร์เกิด จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก /นางสาวกานต์พิชชา ปิจมิตร จากโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี และ นางสาวนภัทร มีสมใจ โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี เป็นกิจกรรมที่สร้างความประทับใจกับทุกฝ่ายที่ได้เข้าร่วมในงานดังกล่าวเป็นอย่างมาก

ซึ่งมีสถาบันการเรียนการศึกษาหลายแห่งในจังหวัดพิษณุโลก ส่งเข้าประกวด อาทิ โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี, โรงเรียนคันโช้งพิทยพิทยาคม, โรงเรียนหนองพระพิทยา, โรง เรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก, โรงเรียนประชาสงเคราะห์วิทยา, โรงเรียนพุทธชินราชพิทยา และ โรงเรียนผดุงราษฎร์ เป็นต้น


นที มีเดช รายงาน

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน สมัยที่ 4 แถลง 7 นโยบาย เพื่อทำให้ เทศบาลเมืองน่าน เป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน ของ 31 ชุมชน

น่าน – นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน สมัยที่ 4 แถลง 7 นโยบายสำคัญต่อสภาเทศบาลเมืองน่าน เพื่อทำให้เทศบาลเมืองน่าน เป็นประโยชน์สุขสู่ประชาชนและบูรณาการความร่วมมือเพื่อทำให้ “เทศบาล เมืองน่าน เป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน” เพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรและอุปกรณ์ ระบบเตือนภัยต้องแม่นยำ รวดเร็ว ปลอดภัย แก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมือง ปรับปรุงระบบเตือนภัยให้ ข้อมูลถูกต้อง แม่นยำรวดเร็ว ทั่วถึง

12 มิถุนายน 2568 เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองน่าน นายวิสุทธิ์ ไชยวงศ์ ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน เป็นประธานการประชุมสภาเทศบาลเมืองน่าน สมัยที่ 2 ครั้งที่ 1/2568 พร้อมด้วย นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน 3 เขต 18 คน โดยมี นายปกฤษณ์ คำเหลือง ปลัดเทศบาลเมืองน่าน, นายศิวลักษณ์ อุ่มมี, นายเอกฉันท์ มูลศรี หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลเมืองน่าน, นางสาวศณัญญ์สา จารุพิพัฒน์บุตร นักจัดการงานทั่วไปสำนักปลัดเทศบาลเมืองน่าน, หัวหน้าส่วนราชการเทศบาลเมืองน่าน เข้าร่วมการประชุม

การประชุมสภาฯ ในครั้งนี้ มีวาระสำคัญคือ การแถลงนโยบายของนายกเทศมนตรี เมืองน่านต่อสภาเทศบาลเมืองน่าน ตามที่ได้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองน่าน ไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จนถึง ฉบับที่ 14 พ.ศ. 2562 กำหนดให้นายกเทศมนตรีแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาล โดยไม่มีการ ลงมติก่อนเข้ารับหน้าที่

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน แถลง 7 นโยบายสำคัญ ต่อสภาเทศบาลเมืองน่าน เพื่อประโยชน์สุขสู่ประชาชนมุ่งเน้นบูรณาการความร่วมมือ เพื่อทำให้ “เทศบาล เมืองน่านเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน” ประกอบด้วย นโยบายเทศบาลของประชาชน ด้วยการบริหารจัดการที่ดี โปร่งใสและมีส่วนร่วม นโยบายด้านสาธารณสุข สร้างสังคมสุขภาวะ เทศบาลเมืองน่านยังคงวิสัยทัศน์ต่อเนื่องจากวิสัยทัศน์เดิมต่อไป เพื่อเป็นแนวทางการทำงานที่ยั่งยืน เทศบาลเมืองน่าน เมืองแห่งคนอายุยืน คืนถิ่นเอกลักษณ์เมืองเก่า เรามุ่งเป็นชุมชนแห่งปัญญา ปรารถนาสู่สังคมคุณภาพ

  1. นโยบายเทศบาลของประชาชน โดยการบริหารจัดการที่ดี โปร่งใส และมีส่วนร่วม ให้ประชาชนรับรู้ในการทำงานของเทศบาลเมืองน่าน
  2. นโยบายด้านสาธารณสุข ด้วยนโยบายเมืองแห่งคนอายุยืน เพิ่มความรู้ด้านการสาธารณสุขแก่ประชาชน อย่างเข้มข้นทั่วถึง โดยการสื่อสารหลายทาง การบริการด้านวัคซีนเพื่อป้องกันโรคต่างๆ การบริหารจัดการสุนัขจรจัด และแมวจรจัด ควบคุมทำหมันจัดให้มีศูนย์พักพิง ให้เป็นระเบียบปลอดภัยต่อประชาชน
  3. นโยบายด้านเศรษฐกิจ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก ทำเทศบาลเมืองน่านให้เป็นห้องรับแขกของเมืองน่าน คืนถิ่นเอกลักษณ์เมืองเก่า โดยสืบค้นประวัติเมือง รักษาขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิมมิให้สูญหาย ให้การอนุรักษ์สามารถสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน สามารถนำวัฒนธรรมและเมืองเก่า เป็นต้นทุนการหารายได้จากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
  4. นโยบายด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มุ่งเป็นชุมชนแห่งปัญญาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ให้โอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชน เยาวชน และนักเรียนในเขตเทศบาลเมืองน่าน อบรมด้านภาษาต่างประเทศ (จีน อังกฤษ) โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สอนภาษาอังกฤษ แบบ MEP ฟรี
  5. นโยบายด้านคุณภาพชีวิตและสังคมคุณภาพ จัดตั้งศูนย์สารพัดกีฬา เพื่อสนับสนุนการออกกำลังกาย การแข่งขันกีฬา การฝึกฝน กีฬาเพื่อความเป็นเลิศและเพื่อสุขภาพ เร่งสร้างฝีพายเรือแข่งรุ่นใหม่ผ่านโครงการเรือสเก๊ตน่าน ระบบการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้พร้อมเพรียงด้วยเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรและอุปกรณ์ ระบบเตือนภัยต้องแม่นยำ รวดเร็ว ปลอดภัยเปิดอบรมการสอนให้เยาวชนว่ายน้ำเป็น โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย การฝึกสอนเพิ่มความปลอดภัยทางน้ำ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมือง ปรับปรุงระบบเตือนภัยให้ ข้อมูลถูกต้อง แม่นยำ ทั่วถึง ปรับปรุงวางระบบจราจร และติดตั้งสัญญาณไฟจราจรในจุดสำคัญ เพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
  6. นโยบายด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้สนองตอบต่อการแก้ปัญหาของชุมชนและทำตามอำนาจหน้าที่ที่ต้องทำ ปรับปรุงระบบเส้นทางคมนาคมและระบบระบายน้ำ ในพื้นที่ที่จำเป็นเร่งด่วน อาทิ 3 หมู่บ้านในตำบลผาสิงห์ จัดให้มีแสงสว่างในที่สาธารณะอย่างพอเพียงต่อความปลอดภัย มีน้ำใช้อย่างพอเพียง แก้ไขปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม แหล่งมลภาวะเป็นพิษ และแหล่งกำเนิดโรคระบาด ทำเมืองให้ปลอดภัยตามเกณฑ์ พัฒนาแหล่งริมแม่น้ำน่าน ถนนริมแม่น้ำ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ พัฒนาเส้นทางจักรยานทางเดินเท้าร่วมกับจังหวัดน่าน และหน่วยงานอื่นเพื่อพัฒนาเชื่อมสองเมืองเก่าน่าน-เวียงภูเพียง
  7. นโยบายด้านเมืองอัจฉริยะ Smart City “ชีวิตอัจฉริยะเพื่อน่านนครแห่งความสุข เมืองเก่าที่มีชีวิต”ใน 7 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) Smart People พลเมืองอัจฉริยะ 2) Smart Living การดำรงชีวิตอัจฉริยะ 3) Smart Environment สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ 4) Smart Energy พลังงานอัจฉริยะ 5) Smart Economy เศรษฐกิจอัจฉริยะ 6) Smart Governance การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ 7) Smart Mobility การเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ

นโยบายดังกล่าวและนโยบายที่ได้ออกหาเสียงต่อประชาชนทั้งหมดจะเป็นแนวทางปฏิบัติในการบริหารพัฒนาเทศบาลเมืองน่าน ภายใต้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลา 4 ปี แห่งวาระการดำรงตำแหน่ง เพื่อนำประโยชน์สุขสู่ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองน่าน และทำให้ “เทศบาลเมืองน่านเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน”

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวว่า ขอรายงานให้ประชาชนชาวเมืองในเขตเทศบาลเมืองน่าน ทั้ง 31 ชุมชนได้ทราบ วันนี้ได้แถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลเมืองน่าน เป็นโยบายที่ต้องทำก่อนดำเนินการในฐานะ นายยกเทศมนตรีเมืองน่าน นโยบายที่แถลงทั้งหมด 7 นโยบายสำคัญส่วนใหญ่ เป็นกรอบอำนาจกฎหมายจัดตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะเทศบาล และกฎหมายขั้นตอนกระจายอำนาจ อันนี้เป็นหน้าที่และก็เป็นนโยบายต่าง ๆ ที่เราเห็นว่าสามารถที่จะพัฒนานำมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับชุมชนได้ และนโยบายที่ได้ลงหาเสียงไว้กับประชาชนก่อนได้รับการเลือกตั้ง ที่จะต้องทำ อีกส่วนหนึ่งคือนโยบายเร่งด่วนที่ได้ออกไปพบปะพี่น้องประชาชนที่ช่วยหาเสียงให้ เราได้เห็นประชาชนมีความเดือดร้อนมีความจำเป็นในเรื่องอะไร โดยเฉพาะหลาย ๆ โครงการ เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม เรื่องของโครงการพัฒนาชุมชน ต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งในหลาย ๆ โครงการไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกเทศมนตรีเมืองน่านโดยตรง เป็นพื้นทีที่คาบเกี่ยวเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกเขตเทศบาลเมืองน่าน แต่มีผลกระทบกับเทศบาล อันนี้จะต้องไปประสานงานกับหน่วยงานอื่น ถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องรีบทำ

โดยเฉพาะปัญหาเรื่อง น้ำท่วม ปัญหาเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชน ปัญหาเรื่องการประสานงานการติดต่อของเทศบาล เรื่อง Smart City ปัญหาทุกข์ของประชาชนเรื่องหมาเรื่องแมว สุนัขจรจัดต่าง ๆ เราพยายามรวบรวมเรื่องไว้ ในช่วงที่ทำการหาเสียง ส่วนเรื่องนโยบายที่สำคัญ ๆ ที่เราได้เสนอไป ซี่งเป็นความต้องการของประชาชนที่ได้รวบรวมมาทั้งหมดนี้ จะพยายามทำให้จบภายในสิ้นปีนี้

สำหรับนโยบายการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคี โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะทำให้ “เทศบาล เมืองน่าน เป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน” ฝากถึงนักท่องเที่ยว มาช่วยดูแลเมืองน่านเพื่อสร้างเมืองน่าน ให้เมืองน่าน เป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ และแผนขั้นตอน ที่ได้เสนอไป สิ่งที่สำคัญ เช่นนโยบาย “คอมแพค” ของจังหวัดน่าน “เมืองเก่าที่มีชีวิต เมืองน่านน่าอยู่” สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแสวงหาความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน แสวงหาจากภาคีเครือข่าย เราเชื่อว่าเป็นที่เปิดกว้าง เทศบาลเมืองน่านของประชาชนไม่ได้หมายความเทศบาลที่ท่านได้เลือกผู้บริหารแล้ว เลือกสมาชิกสภาแล้ว มีหน้าที่ไปทำงานอย่างเดี่ยว แต่มีหน้าที่ที่จะต้องแสวงหาความร่วมมือและต้องการความร่วมมือความช่วยเหลือจากทุกภาคีเครือข่ายซึ่งมีโอกาสที่จะเข้ามาช่วยเหลือพวกเราในการทำงานเพื่อให้เกิประสิทธิภาพประสิทธิผล


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

ลำพูน เตรียมจัดงาน วันต่อต้านยาเสพติดโลก และ TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2568

ลำพูน เตรียมจัดงาน วันต่อต้านยาเสพติดโลก และ TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2568 ในวันที่ 26 มิถุนายน 2568 ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน

วันที่ 13 มิถุนายน 2568 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมทองอุไร องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน นายไพรัช ยะสง่า รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมโครงการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายใต้กิจกรรม “วันต่อต้านยาเสพติดโลก และ TO BE NUMBER ONE ” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ ผู้แทนหน่วยงาน เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน (ศป.ปส.อบจ.ลพ) จัดโครงการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ภายใต้กิจกรรม “วันต่อต้านยาเสพติดโลก และ TO BE NUMBER ONE 26 มิถุนายน เป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปี 2568 นี้ ได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ เนื่องในวัน ต่อต้านยาเสพติดโลก (26 มิถุนายน 2568) เพื่อให้ประชาชนในระดับพื้นที่ได้ร่วมแสดงพลัง และเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และร่วมปลูกกระแสแสดงพลังต่อต้านยาเสพติด ภายใต้กรอบแนวคิด “Stop Drugs, Start Power สร้างพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด” เพื่อประชาชน หมู่บ้าน ชุมชน และประเทศชาติ ปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน

กิจกรรมในงานประกอยด้วย การแข่งขันการประกวดชมรม TO BE NUMBER ONE (ประเภทสถานศึกษา), การประกวดชมรม TO BE NUMBER ONE (ประเภทชุมชน), การประกวดชมรม TO BE NUMBER ONE (ประเภทสถานประกอบการ), การประกวดดนตรีโฟล์คซอง (ระดับมัธยมศึกษา หรือ ปวช.), การประกวด Cover Dance (ระดับมัธยมศึกษา หรือ ปวช.) และการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE Idol.

ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวน ชมรม TO BE NUMBER ONE จากสถานศึกษา ชุมชน สถานประกอบการ สมัครเข้าร่วมการประกวดในกิจกรรมต่างๆ ภายในงานวันต่อต้านยาเสพติดโลก และ TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2568 สามารถติดตามรายละเอีดยรับสมัครการประกวด TO BE NUMBER ONE ได้ที่ เพจ. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน และ เพจ. อบจ.ลำพูน ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ประธานอนุกรรมการฯ นำคณะเข้าตรวจประเมินและคัดเลือก “จังหวัดสะอาด” ประจำปี พ.ศ. 2568 กลุ่มจังหวัดต้นแบบ

ประธานอนุกรรมการฯ ลงพื้นที่จังหวัดลำพูน เพื่อนำคณะเข้าตรวจประเมินและคัดเลือกจังหวัดที่มีการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ประจำปี พ.ศ. 2568 กลุ่มจังหวัดต้นแบบ

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568) เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมจังหวัดลำพูน ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ให้การต้อนรับ นายกริชชัย ศิลปรายะ ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประธานอนุกรรมการฯ และคณะอนุกรรมการฯ 8 คน ในการเข้าตรวจประเมินและคัดเลือกจังหวัดที่มีการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ประจำปี พ.ศ. 2568 กลุ่มจังหวัดต้นแบบ โดยมีพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน นายรุ่งโรจน์ สุนทร ท้องถิ่นจังหวัดลำพูน ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในจังหวัดลำพูน ร่วมให้ข้อมูล

ในห้วงที่ผ่านมา จังหวัดลำพูนได้มีการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ผ่านแผนปฎิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “ จังหวัดสะอาด” ในปี 2567 ต่อเนื่องถึงปี 2568 ซึ่งจังหวัดลำพูนได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการลำพูนเมืองสะอาดสู่ความยั่งยืน โดยให้กำหนดกิจกรรมเพื่อขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติในบริบทของจังหวัดลำพูน อีกทั้งยังมุ่งเน้นการจัดการขยะแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อรักษามาตรฐาน และต่อยอดความสำเร็จของการจัดการขยะไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต ประกอบกับจังหวัดมีนโยบาย “ผู้นำต้องทำก่อน” โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการและพนักงานของหน่วยงานรัฐ ต้องมีการคัดแยกขยะในสำนักงานและที่บ้านของตนเอง เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่พี่น้องประชาชนด้วย

จังหวัดลำพูนสามารถบริหารจัดการขยะประสบความสำเร็จ เป็นแชมป์จังหวัดสะอาด 5 สมัย และได้รับการยกย่องเป็นจังหวัดต้นแบบการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนยั่งยืน คือการบริหารจัดการขยะแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งจังหวัดลำพูนได้กำหนดให้ส่วนราชการร่วมรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อน ได้แก่สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำพูน รับผิดชอบการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 58 แห่ง สำนักงาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำพูน รับผิดชอบการดำเนินงานของส่วนราชการ 68 แห่ง สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำพูน รับผิดชอบการดำเนินงานของวัด 460 แห่ง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำพูน รับผิดชอบการดำเนินงานของสถานศึกษาทุกประเภททุกสังกัด 410 แห่ง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน รับผิดชอบการจัดการมูลฝอยติดเชื้อของโรงพยาบาลสถานพยาบาลคลินิกต่างๆทั้งรัฐและเอกชน 278 แห่ง สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน รับผิดชอบขับเคลื่อนสถานประกอบการ/โรงงานที่เข้าร่วมโครงการ 40 แห่ง และที่ทำการปกครองจังหวัดลำพูนรับผิดชอบการมีส่วนร่วมของฝ่ายปกครองผ่านชุดสายตรวจขยะประจำตำบล 51 ชุด

ในการนี้ จังหวัดลำพูน ยังมีการนำแนวคิดมาใช้ในการสร้างการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะภายในจังหวัด ผ่านแผนปฏิบัติการลำพูนเมืองสะอาดสู่ความยั่งยืน โดยมีกิจกรรมที่สามารถนำแผนสู่การปฏิบัติในปี 2567 ต่อเนื่องปี 2568 ดังนี้

  1. การต่อยอดโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน
  2. การต่อยอดโครงการลำพูนเมืองสะอาดปราศจากโฟม
  3. การต่อยอดโครงการคนลำพูนร่วมใจใส่ใจสิ่งแวดล้อม ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและหลอดพลาสติก
  4. การต่อยอดการขับเคลื่อนโครงการลำพูนเมืองน่าเยือนบ้านเฮือนน่าอยู่
  5. การต่อยอดการขับเคลื่อนธนาคารขยะ 1 อปท. 1 ธนาคารขยะ
  6. การต่อยอดการจัดทำโมเดล “ ศูนย์คัดแยกขยะ ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน”

ซึ่งหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น ได้มีการซักถามแต่ละหน่วยงานและเยี่ยมชมบูธนิทรรศการการจัดการขยะมูลฝอยชุมชสของจังหวัดลำพูน จำนวน 9 บูธ และตรวจประเมินเยี่ยมชม ศูนย์คัดแยกขยะ ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูนด้วย

จากนั้น เวลา 13.00 น. คณะอนุกรรมการฯ ได้ออกเดินทางไปยังสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านโฮ่ง (หลังเก่า) อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เพื่อรับฟังการนำเสนอผลงาน กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จในระดับพื้นที่ “โครงการกองทุนเปลี่ยนขยะไร้ค่าให้ต่อชีวาผู้ป่วย” เครือข่ายขยะอัดก้อน ลดภาวะโลกร้อน ลดการเผา โดยการมีส่วนร่วมเครือข่ายสุขภาพอำเภอบ้านโฮ่ง เทศบาลตำบลบ้านโฮ่ง โรงพยาบาลบ้านโฮ่ง และศูนย์มิตรภาพบำบัดจิตอาสาเครือข่ายสุขภาพอำเภอบ้านโฮ่ง


นที มีเดช รายงาน

คณะสงฆ์เชียงใหม่ เตรียมจัดงานพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนเหนือ ประจำปี 2568

คณะสงฆ์เชียงใหม่ ประชุมเตรียมความพร้อมจัดงานพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนเหนือ ประจำปี 2568 ในวันที่ 27 มิถุ นายน 2568 ณ วัดลัฏฐิวัน อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นไปด้วยความเรียบ ร้อย

วันนี้ (13 มิ.ย. 68) ที่วัดลัฏฐิวัน ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พระเทพมังคลาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ และพระเทพสิงหวราจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประชุมร่วมกับคณะสงฆ์ และส่วนราชการ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงานพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนเหนือ ประจำปี 2568 ในวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2568 เวลา 13.30 น. ณ วัดลัฏฐิวัน ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

เนื่องด้วยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระบัญชา ให้ประกอบพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร แก่พระสงฆ์ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนเหนือและมีพระบัญชาให้สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กรรม การมหาเถรสมาคม เป็นประธานพิธีฯ คณะสงฆ์และส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ร่วมกันประชุมหารือเตรียมความพร้อมร่วมกัน

ทั้งนี้ ที่ประชุม ได้มีการชี้แจงและมอบหมายภารกิจให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องการดูแลความสงบเรียบร้อยภายในงาน การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การจัดเตรียมสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ศาสนพิธี การพยาบาล การประชาสัมพันธ์ และการลำดับพิธีการตลอดการดำเนินงาน เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยสมพระเกียรติ


นที มีเดช รายงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานน้ำสรง องค์พระนอนขอนตาล และพระเจดีย์ ณ วัดลัฎฐิวัน จังหวัดเชียงใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรง อัญเชิญไปสรงน้ำองค์พระนอนขอนตาล และพระเจดีย์ ณ วัดลัฎฐิวัน (วัดพระนอนขอนตาล) อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า เนื่องในงานประเพณีสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และพระเจดีย์ ประจำปี 2568

เย็นวันนี้ (14 มิ.ย. 68) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประกอบพิธีสรงน้ำพระราชทานองค์พระนอนขอนตาลและพระเจดีย์ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน และถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดลัฎฐิวัน (วัดพระนอนขอนตาล) ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานน้ำสรง เพื่ออัญเชิญมาในงานประเพณีสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และพระเจดีย์ ประจำปี 2568 โดยมีนายอำเภอแม่ริม ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี

ในการนี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประธานในพิธี ได้จุดเทียนธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เพื่อประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา จากนั้นได้เปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายสักการะ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ก่อนเริ่มพิธีสรงน้ำพระราชทาน โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการลั่นฆ้อง จำนวน 3 ครั้ง เพื่อเป็นปฐมฤกษ์ในการสรงน้ำพระราชทานแก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด จำนวน 9 จุด ประกอบด้วย องค์พระพุทธรูปพระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์, พระพุทธเจ้าสมปราถนา(บนวิหาร), พระพุทธรูปพระร่วงอัมฤทธิ์, พระสารีบุตร, พระมหาโมคัลลานะ, พระพุทธเจ้าทันใจ, พระพุทธรูปพระเจ้าทันใจสวัสดิสิทธิรัตน์นพบุรี 720 ปี, พระพุทธเจ้าสมปราถนา(ล่างวิหาร) และพระเจดีย์

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้อัญเชิญผ้าไตรพระราชทาน ไปถวายแด่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ที่ร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ในครั้งนี้ด้วย


นที มีเดช รายงาน