โจรแสบ ใส่ชุดยูนิฟอร์มขโมยลังน้ำอัดลม ในร้านขายข้าวแกง

นครนายก – คลิปเหตุการณ์ โจรแสบใส่ชุดยูนิฟอร์ม เข้ามาขโมยลังน้ำอัดลมในร้านขายข้าวแกง ใส่พ่วงท้ายจักรยานยนต์กลางดึก

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังที่เกิดเหตุ บนถนนสุวรรณศร นครนายก-ปราจีนบุรี เส้นเก่า ฝั่งขาเข้าปราจีนบุรี บริเวณหมู่ที่ 1 ต.ปากพลี อ.ปากพลี จ.นครนายก พบเป็นเพิงโครงเหล็กหลังคาสังกะสีเปิดเป็นร้านขายข้าวแกง ชื่อร้านยายแป๊ด ข้าวราดแกง อาหารป่า ปักษ์ใต้ ก๋วยเตี๋ยวหมู ภายในร้านเปิดโล่งไม่มีประตู ภายในมีตู้เย็นแช่น้ำอัดลมด้านหลังเป็นที่เก็บลังใส่ขวดน้ำอัดลม(ขวดเปล่า)ได้หายไปประมาณ 7 ลัง เจ้าของร้านจึงได้เปิดไล่กล้องวงจรปิดดู ถึงได้รู้ว่ามีโจรเข้ามาขโมยลังน้ำอัดลมไป ในกล้องจะเห็นว่าเป็นผู้ชาย ขับรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและสี มีรถเข็นพ่วงท้ายมาด้วย ขับมาจอดหน้าร้านและได้เข้าไปยกลังน้ำอัดลมมาใส่รถเข็นที่เตรียมมา และได้ขับรถออกไป เหตุเกิดตอนตี 2 กว่าๆ ของเช้าวันอาทิตย์ คาดว่าคน ร้ายน่าจะเคยมาดูลาดเลาไว้ก่อนแล้วถึงได้รู้ว่าด้านในร้านมีลังน้ำอัดลมเก็บไว้ตรงนั้น

จากการสอบถาม คุณโซดา หลวงศรีโยธา อายุ 40 ปี เป็นญาติเจ้าของร้าน เล่าว่า โจรมันมาประมาณตอนตี 2 กว่าๆ เอาลังน้ำอัดลมพร้อมขวดเปล่าไปประมาณ 7 ลัง ใส่รถเข็นแล้วมันก็ขับรถย้อนศรขึ้นไปแล้วหายไปเลย ลักษณะใส่ชุดคล้ายยูนิฟอร์มพนักงาน สวมหมวกกันน็อค ใส่ปลอกแขนสีดำ ผู้เสียหายเล่าต่อว่า วันๆนึงเราขายของคนเข้า-ออกร้านเยอะ เราไม่ได้จำใครเลย ตอนนี้ได้แจ้งความไว้แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังแกะรอยตามกล้องวงจรปิด คาดว่าคงได้ตัวมาดำเนินคดีในไม่ช้านี้


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ทัพเรือ ปิดอบรมการป้องกันนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี โฆษกหมี ร่วมรับประกาศนียบัตร

ทัพเรือปิดอบรมการป้องกันนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี โฆษกหมีร่วมรับประกาศนียบัตร

เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๘ พลเรือตรี วชิรวิชญ์ ขาวคม เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ เป็นประธานในพิธีปิดหลักสูตรการป้องกันนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี ชั้นสัญญาบัตร รุ่นที่ ๑๓ ณ ห้อง วศ.สัมพันธ์ ชั้น ๒ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ โดยหลักสูตรนี้ดำเนินเปิดฝึกอบรม ระหว่างวันที่ ๒๑ เม.ย. – ๑๓ มิ.ย.๖๘ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษา มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสงครามนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี และการต่อต้านการก่อการร้ายที่มีการใช้อาวุธทำลายล้างสูง รวมทั้งสามารถปฏิบัติหน้าที่นายทหารสัญญาบัตร ฝ่ายอำนวยการของหน่วย ในการดำเนินการป้องกันและลดอันตราย จากอาวุธนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในรุ่นนี้มี พ.ต.ท.ดร.ศักดิ์สุนทร เปรมานนท์ โฆษกพิเศษศรชล.เข้ารับการอบรมด้วย


ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ เป็นประธาน “การประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ครั้งที่ 2/2568

ตามคำสั่ง ตร. ที่ 287/2568 ลง 22 พ.ค.68 เรื่องแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อรับผิดชอบทำการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาที่ 5/2568 ของ กก.6 บก.ป. คดีระหว่าง ด.ต.นิสาธิต คงเทพ (เจ้าพนักงาน) ผู้กล่าวหา กับนายสิรดนัยหรือกอล์ฟ พลายด้วง กับพวก

วันนี้(วันจันทร์ ที่ 16 มิ.ย.68) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ. ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.(สส) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./หัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน เป็นประธาน “การประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ครั้งที่ 2/2568 ตามคำสั่ง ตร. ที่ 287/2568 ลง 22 พ.ค.68 เพื่อสืบสวนสอบสวนคดีอาญาที่ 5/2568 ของ กก.6 บก.ป. คดีระหว่าง ด.ต.นิสาธิต คงเทพ (เจ้าพนักงาน) ผู้กล่าวหา กับ นายสิรดนัยหรือกอล์ฟ พลายด้วง กับพวก”

โดยมี พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ รอง ผบช.ภ.9, พล. ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป./เลขานุการ,
พล.ต.ต.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ ผบก.ภ.จว.สงขลา, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พล. ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผบก.สส.ภ.9, พล.ต.ต.นิพล เหมสลาหมาด ผบก.กค.ภ.9, พล.ต.ต. ประสงค์ อานมณี ผบก.ปส.4 พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมรังสิพราหมณกุล ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ บก.ป. แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร


กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เปิดเวทีถกแถลงสถานการณ์ทางทหารและความมั่นคงบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ประเด็น “เราจะรักษาแผ่นดินไทยอย่างไร” เพื่อเสนอแนวทางรัฐบาลเป็นข้อมูลในการแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เปิดเวทีถกแถลงสถานการณ์ทางทหารและความมั่นคงบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ประเด็น “เราจะรักษาแผ่นดินไทยอย่างไร” เพื่อเสนอแนวทางรัฐบาลเป็นข้อมูลในการแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ

วันที่ 13 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุม หมายเลข 406-407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง สว.) คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ จัดประชุมถกแถลงอภิปรายเกี่ยวกับสถาน การณ์ทางทหารและความมั่นคงบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ประเด็น “เราจะรักษาแผ่นดินไทยอย่างไร” เพื่อแสวงหาข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับให้รัฐบาลนำไปใช้แก้ไขสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ที่เกิดกรณีข้อพิพาทอยู่ในขณะนี้ โดยมีกรรมาธิการ นักวิชาการ และสื่อมวลชน เข้าร่วม

การแถลงอภิปรายและแสดงความคิดเห็นหัวข้อ “เราจะรักษาแผ่นดินไทยอย่างไร” มีคณาจารย์ และผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความรู้และแสดงความคิดเห็นในขอบข่ายความเชี่ยวชาญ ประกอบด้วย

  1. นายวีรพันธุ์ มาไลยพันธุ์ อดีตคณบดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ประเด็น” ปราสาททั้งหลายในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา”
  2. นายคำนูญ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ประเด็น “มุมมองข้อกฎหมายและกระบวนการของศาลโลก” และ
  3. รองศาสตราจารย์ ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์สาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประเด็น “ปัญหาและการแก้ไขปัญหาชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน”

โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ดำเนินรายการถกแถลง การอภิปราย และแสดงความคิดเห็น สำหรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อาทิ ไทยควรเตรียมข้อมูลให้พร้อมในการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ซึ่งต้องอาศัยความชัดเจนและความหนักแน่นบนโต๊ะเจรจา

ฝากรัฐบาล วุฒิสภา หรือรัฐสภา ว่าจะต้องร่วมมือกันตอบโต้กัมพูชาเท่าที่ทรัพยากรของเราและความตั้งใจของเราที่มีอยู่ เพราะโจทก์วันนี้คือกัมพูชาใช้ยุทธศาสตร์กดดันไทยในหลายมิติ แนวรบการต่อสู้ไม่ใช่สถานที่เพียงอย่างเดียวแต่คือการปฏิบัติการทางวัฒนธรรม การช่วงชิงความหมายเชิงสัญลักษณ์ความเป็นชาตินิยมที่เข้มข้นเกินไปของกัมพูชา

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา แถลงว่า คณะกรรมาธิการได้ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มาตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยประณามการกระทำอันไร้ความจริงใจในฐานะเพื่อนบ้านของกัมพูชา และเรียกร้องให้รัฐบาลต้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย ต่อมาในวันที่ 9-10 มิถุนายน 2568 ได้เดินทางไปพื้นที่ปฏิบัติการของกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ที่เคยเกิดกรณีพิพาทในเขตจังหวัดสุรินทร์ และอุบลราชธานี เพื่อรับทราบข้อมูลแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจพี่น้องทหารหาญที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง อดทน

โดยหลังจากที่พิจารณารอบด้านแล้วพบว่า สถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนและสะสมความตึงเครียดมาเป็นระยะเวลายาวนาน จึงได้เชิญคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความรู้ ด้วยการถกแถลงและแสดงความคิดเห็นมุมมองในประเด็นที่อยู่ในความเชี่ยวชาญของแต่ละท่าน โดยการจัดกิจกรรมในวันนี้เป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและเป็นข้อมูลสำหรับรัฐบาลสำหรับนำไปใช้แก้ไขปัญหาสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ต่อไป


กาญจนบุรี จัดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน”

จังหวัดกาญจนบุรี – จัดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ในพื้นที่อำเภอบ่อพลอย พร้อมนำหน่วยบริการด้านต่าง ๆ ไปให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ให้สามารถเข้าถึงการบริการและข้อมูลข่าวสารของภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

วันนี้ (16 มิถุนายน 2568) เวลา 09.30 น. ณ โรงเรียบบ้านหนองรีประชานิมิต หมู่ที่ 2 ตำบลหนองรี อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานเปิดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ครั้งที่ 6 ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี นายฑรัท เหลืองสอาด ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ฯ นายสุรสิทธิ์ จันอุทา นายอำเภอบ่อพลอย ให้การต้อนรับและรายงานปัญหาความต้องการในพื้นที่ พร้อมด้วย นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี เขต4 นางสาวกิตติยา จึงรุ่งเจริญกิจ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ คณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ นักเรียนและประชาชนอำเภอบ่อพลอยเข้าร่วมโครงการ ฯ

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้พบปะพูดคุยกับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่น และประชาชน ที่มาร่วมโครงการ ฯ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีและนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี มอบทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาเด็กชนบท ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทุนละ 2,000 บาท ต่อจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรีพร้อมด้วย สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี และอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี มอบน้ำตาลทราย เพื่อสมทบโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนในพื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 50 กิโลกรัม และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรีจำนวน 50 กิโลกรัม อีกทั้งยังมอบสิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภค(ถุงยังชีพ) แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาส จำนวน 200 ชุด ต่อมาได้เยี่ยมชมหน่วยให้บริการประชาชนของส่วนราชการและองค์กรต่าง ๆ ที่ได้นำหน่วยบริการเคลื่อนที่มาให้บริการประชาชน

ทั้งนี้ การจัดโครงการฯ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการบริการและข้อมูลข่าวสารของภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ตลอดจนประชาชน ได้รับทราบนโยบายสำคัญของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการอื่น ๆที่จะขับเคลื่อนสู่พื้นที่ รวมถึงเพื่อให้หน่วยงานราชการได้มารับทราบปัญหา ความเดือดร้อนและความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ รวมถึงได้นำข้อมูลมาจัดทำเป็นแผนพัฒนาจังหวัดฯ ในปีต่อไป

สภาพทั่วไปของอำเภอบ่อพลอย มีระยะทางห่างจากจังหวัดกาญจนบุรี 40 กิโลเมตร พื้นที่ประมาณ 967.2 ตารางกิโลเมตรแบ่งการปกครองเป็น 6 ตำบล 80 หมู่บ้าน และมีองค์กรปกศรองส่วนท้องถิ่นจำนวน 8 แห่ง ประชากรทั้งสิ้น 57,090 คน 23,270 ครัวเรือน ลักษณะภูมิประเทศ เป็นที่ราบเชิงเขาสลับกับเนินเตี้ย ๆ โดยบริเวณตอนใต้ของอำเภอมีลักษณะเป็นที่ราบเชิงเขา มีแหล่งน้ำลำห้วยลำตะเพิน ฝ่ายทดน้ำและอ่างเก็บน้ำจะมีน้ำเฉพาะช่วงฤดูฝน ไม่มีระบบชลประทาน การประอาชีพของประชากรส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีการปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย ข้าว สับปะรด และข้าวโพด


กัมพล ทันเวลา & ปชส. จ.กาญจนบุรี : ภาพ /ข่าว

นายก ทต.สามง่าม พร้อมคณะ นำพวงมาลัยสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลสามง่ามและมณฑป หลวงพ่อเต๋ คงทอง เพื่อเป็นสิริมงคล

นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม พร้อมคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาล นำพวงมาลัยสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลสามง่ามและมณฑป หลวงพ่อเต๋ คงทอง เพื่อเป็นสิริมงคล

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 09.09 น. เนื่องในโอกาส เข้ารับตำแหน่งวันแรก หลังจาก กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสามง่าม นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม พร้อมด้วย นาย จิราวัฒน์ ปึงสุขสมบูรณ์ ประธานสภาเทศบาลสามง่ามพร้อม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล นำพวงมาลัยมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บริเวณด้านหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลสามง่าม และมณฑปหลวงพ่อเต๋ คงทอง บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอดอนตูม เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในวันแรก


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

วิถีชาวประมงบ้านหนองข้าวเหนียว “หาปูใบ้ในซั้งไม้ไผ่” สู่อาหารพื้นบ้านรสเด็ด “ปูใบ้แกงกะทิขลุกขลิก”

ประจวบคีรีขันธ์ – วิถีชาวประมงบ้านหนองข้าวเหนียว “หาปูใบ้ในซั้งไม้ไผ่” สู่อาหารพื้นบ้านรสเด็ด “ปูใบ้แกงกะทิขลุกขลิก”
 

16 มิ.ย.68 ที่ทะเลบ้านหนองข้าวเหนียว อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 “คุณลุงกลิ้ง” ชายวัย 74 ปี อาชีพชาวประมงพื้นบ้าน ชวนผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ร่วมสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนที่ผูกพันกับธรรมชาติมานาน พาเดินลุยน้ำทะเลตื้น ๆ ไปยังแหล่งที่เรียกว่า “ซั้งไม้ไผ่”ที่ชาวบ้านช่วยกันปักไว้ในทะเล เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและเพาะพันธุ์ของ หอยแมลงภู่ และสัตว์น้ำทะเลหลากหลายชนิด เมื่อถึงฤดูหอยแมลงภู่โตเต็มวัยก็จะเก็บมาขายเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัว ไม่เพียงแต่หอยแมลงภู่ แต่ยังเป็นที่ซ่อนตัวของ ปูใบ้ และสัตว์ทะเลขนาดเล็ก ส่วนการจับปูใบ้ และดักปลาเป็นกิจกรรมที่ทำควบคู่เพื่อยังชีพ

ซึ่งลุงกลิ้งและครอบครัวก็ยึดถือวิถีชีวิตเช่นนี้มายาวนานอยู่อย่างพอเพียง กินอยู่กับสิ่งที่ธรรมชาติมีให้ ระหว่างช่วงที่น้ำทะเลลด ลานดินโคลนที่เคยจมอยู่ใต้น้ำจะเผยให้เห็นซั้งไม้ไผ่นับร้อยกระบอกโผล่ขึ้นเหนือน้ำ คุณวาสนา ลูกสาวของลุงกลิ้ง พาผู้สื่อข่าวลุยน้ำเดินตามแนวไม้ไผ่เพื่อสาธิตการหาปูใบ้ อุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงแค่ ถุงมือ กับ เหล็กเส้นดัดเป็นตะขอเกี่ยว โดยวิธีหาคือค่อย ๆ สอดตะขอลงไปในรูไม้ไผ่ทีละกระบอก หากมีปูใบ้อาศัยอยู่ในนั้น เมื่อสัมผัสตะขอ ปูก็จะหนีบตะขอไว้แน่น ก่อนจะถูกดึงออกมาอย่างชำนาญ ส่วนลุงกลิ้งก็นำลอบดักปลาไปวางอีกด้านหนึ่ง
 

ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเข้าครัวกับครอบครัวลุงกลิ้ง ที่เตรียมจะปรุงเมนูพิเศษขึ้นชื่อ“ ปูใบ้แกงกะทิขลุกขลิก” เป็นเมนูพื้นบ้านหากินอยู่ในปัจจุบัน โดยเริ่มจากการนำปูใบ้มาล้างให้สะอาด จากนั้นสับปูครึ่งตัวพอให้เครื่องแกงเข้าเนื้อ เตรียมกระทะตั้งไฟกลาง เท หัวกะทิสด ที่คั้นเองลงไปพอประมาณ แล้วใส่ พริกแกงเผ็ดตำเอง สูตรเฉพาะของครอบครัว ค่อย ๆ คนให้ละลายทั่วกระทะ ใส่กะปินิดหน่อย เมื่อน้ำกะทิเดือดและเริ่มแตกมันสาดกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน ก็นำปูใบ้ลงผัดคลุกเคล้าให้ทั่ว ราดด้วยน้ำใข่เพิ่มความเข้มข้น ปรุงรสตามใจชอบ เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนน้ำแกงขลุกขลิก ไม่แห้งเกินและไม่ชุ่มจนเกินไป ก่อนยกขึ้นจากเตา ซอย ใบมะกรูดบาง ๆ โรยหน้าเพิ่มกลิ่นหอม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ หรือรับประท่านกับเส้นขนมจีนอร่อยสุด ๆ
 

ถึงแม้เมนู “ปูใบ้แกงกะทิขลุกขลิก” จะดูเรียบง่าย แต่สิ่งที่เติมเต็มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งกว่าคือ บรรยากาศของความอบอุ่นในครอบครัว ที่ช่วยกันลงแรง ตั้งแต่จับปูจนถึงปรุงเสร็จ และล้อมวงรับประทานอาหารร่วมกันบนพื้นบ้านอย่างเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น จนทำให้ผู้สื่อข่าวสัมผัสได้ว่า ชีวิตที่ผูกพันกับทะเลนั้นไม่ใช่แค่การหาเลี้ยงชีพ แต่คือการดำรงอยู่ของวัฒนธรรม การส่งต่อองค์ความรู้ และการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพและพอเพียง


นัคริน/รายงานข่าว

แม่สุดทน !! ลูกชายทาสยา คลั่งอาละวาด แจ้งฝ่ายปกครองบุกรวบ

นครพนม – แม่สุดทนลูกชายทาสยาคลั่งอาละวาด แจ้งฝ่ายปกครองบุกรวบ

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. นางสาวกรณ์กาญจน์ แก้วดี นายอำเภอศรีสง คราม มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ปลัดอำเภอศูนย์ดำรงธรรม นำกำลังสมาชิก อส. ผรส. ลงพื้นุที่ต.บ้านเอื้อง นำตัวผู้ป่วยจิตเวชที่ใช้ยาเสพติด ที่มีแนวโน้มที่จะก่อเหตุรุนเเรง หลังจากได้รับร้องเรียนจากมารดาว่า บุตรชายอายุ 50 ปี เสพยาเสพติด มีอาการก้าวร้าว รุนแรง ทำลายสิ่งของภายในบ้าน ทำให้คนในครอบครัวและประชาชนในหมู่บ้านเกิดความหวาดกลัว เกรงว่าจะเกิดอันตราย ในชีวิตและทรัพย์สิน มารดาให้การว่า บุตรชายเสพยาบ้าอยู่เป็นประจำ ทำให้อาการกำเริบ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลศรีสงคราม (มินิธัญญารักษ์) เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ
สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

นายอำเภอนครหลวง เป็นประธาน การประชุม เปิดประชุมเปิดสภา ครั้งแรก

เปิดประชุมเปิดสภา ครั้งแรก วันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลอำเภอนครหลวง ประธาน นางสรวงสุดา ปิติเสรี นายอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเป็นประธาน การประชุมครั้งแรก เทศบาลอำเภอนครหลวง โดยมี นาย บุญส่ง กลิ่นสวาทหอม นายกเทศมนตรี มอบกระเช้า ให้ท่านนายอำเภอ อำเภอนครหลวง ให้การต้อนรับ และสมาชิกสภา เทศบาล ได้ประกาศรับรอง ผลการเลือกตั้งสมาชิกเทศบาลอำเภอนครหลวง จำนวน 12 คน ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

เพชรบูรณ์ เชิญเที่ยวงาน “เทศกาลทุเรียนทองคำและผลไม้ชาววัง” ของดีชาววังโป่ง

เพชรบูรณ์ – เชิญเที่ยวงาน “เทศกาลทุเรียนทองคำและผลไม้ชาววัง” ของดีชาววังโป่ง

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 นายพิทยา ดวงพัตรา นายอำเภอวังโป่ง เปิดเผยว่า ทางอำเภอกับร่วมกับเกษตรอำเภอ ร่วมจัดงาน “เทศกาลทุเรียนทองคำและผลไม้ชาววัง” ชิม ช๊อป แช๊ะของดีอำเภอวังโป่ง โดยจัดขึ้นสองวันระหว่างวันที่ 21–22 มิถุนายน 2568 ที่พื้นที่สวนลุงยาว บ้านซับเปิบ หมู่ที่ 3 ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อส่งเสริมผลไม้ท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และสร้างความสัมพันธ์อันดีในพื้นที่ โดยในงานก็จะมีเจ้าของสวนทุเรียนในอำเภอวังโป่งกว่า 20 สวน มาจัดบูธขายทุเรียนและผลไม้จากชาวสวนอำเภอวังโป่ง ในราคาสุดคุ้มเพียง 130 บาท ต่อกิโลกรัม และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าชมถึงสวนและผลไม้คุณภาพในราคาย่อมเยา นอกจากนี้ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจาก ส.ส.วรโชติ สุคนธ์ขจร, หัวหน้าส่วนราชการ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ผู้นำท้องที่ แลภาคเอกชนเช่นบริษัทอัคราฯ และบริษัทโลตัสฮอลฯ

โดยเฉพาะ ทุเรียน ของอำเภอวังโป่ง นอกจากจะมีความโดดเด่น ด้านรสชาติแล้วนั้น สิ่งสำคัญ ก็คือ คุณภาพของทุเรียนที่นี่ ทางสวนจะทำการคัดสรรผลผลิตที่แก่เต็มที่เท่านั้น ทำให้ในแต่ละปี จะมีทั้งนักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป พากันเดินทางมาสั่งจองถึงหน้าสวนเลยที่เดียว

ทั้งนี้จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเที่ยวงาน ชิม ช๊อป แช๊ะ “เทศกาลทุเรียนทองคำและผลไม้ชาววัง” พลาดไม่ได้กับรสชาติของผลไม้ไทย พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมอีกมากมายภายในสวน วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 21-22 มิถุนายน นี้


เดชา มลามาตย์/ยุทธ ศรีทองสุข