หนาแน่น!! ชาวบ้านทั่วสารทิศร่วมบุญ บวชนาคหมู่ 14 องค์

อุทัยธานี – หนาแน่น!! ชาวบ้านทั่วสารทิศร่วมบุญ บวชนาคหมู่ 14 องค์

เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 22 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานที่วัดโกรกลึก ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้มีชาวบ้านในพื้นที่และต่างพื้นที่ทั่วสารทิศ ได้มาร่วมงานบุญบวชนาคหมู่อย่างหนาแน่น และได้ทำการจัดบวชนาค ทั้งหมดจำนวน 14 องค์ โดยพระครูอุทิตพัฒนกิจ เจ้าอาวาสวัดโกรกลึก เจ้าคณะตำบลน้ำรอบ เขต 1 ได้จัดงานอุปสมบทนาคหมู่ ในวันที่ 21 -22 มิถุนายน 2568 โดยมีคุณแม่สุชิน อยู่พลี เป็นประธานอุปถัมภ์ ในงานบวชนาคในครั้งนี้ ภาย ในงานได้มีพิธีปลงผมนาค ขอขมาผู้มีพระคุณ พิธีทำขวัญนาค พร้อมกับแห่นาคเข้าโบสถ์ตามประเพณีก่อนเข้าพิธีบวชเป็นพระทางศาสนา

ส่วนบรรยากาศภายในงานระหว่างแห่นาคเข้าโบสถ์ ได้จัดทำพิธีกราบไหว้ท้าวเวสสุวรรณ ตามความเชื่อ และเพื่อเป็นการเคารพสถานที่และเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีงามก่อนบวชเป็นพระ หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นลูกศิษย์นาคที่ร่วมบวช ชื่อนายอาร์ อายุ 22 ปี ได้มาสร้างสีสัน ถือไหเสี่ยงโชควนแห่รอบโบสถ์ จนทำให้ชาวบ้านสนใจกับไหใบนี้ ซึ่งบรรจุลูกปิงปองบอกไบ้เลขเสี่ยงโชค โดยให้นาคแช่มหรือนาคเอก อายุ 75 ปี ซึ่งเป็นอาวุโสกว่าหมู่ ได้เสี่ยงจับเลขปิงปอง ได้เลข 849 จนทำให้ชาวบ้านต่างพากันนำเลขที่ได้ไปเสี่ยงโชคซื้อลอตเตอรี่ลงท้าย 849 ได้กลับไปเสี่ยงดวง พร้อมกับเต้นรำกันอย่างสนุกสนานระหว่างวครอบ ส่งนาคเข้าโบสถ์

ทั้งนี้ภายในงานได้มีคณะกรรมการวัด ได้ประกาศเตือนภัยให้กับประชน ผู้เฒ่าผู้แก่ ควรเก็บกระเป๋าตังค์ และของนอกกายไว้ให้ดี หวั่นเจอมิจฉาชีพแอบแฝงมาในงานบวช ก่อเหตุไม่ดีไม่ร้าย เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นดังกล่าว


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

นักท่องเที่ยวและชาวบ้าน แห่ซื้อทุเรียนกันอย่างคึกคัก ในงาน “เทศกาลทุเรียนทองคำและผลไม้ชาววัง” ของดีชาววังโป่ง

เพชรบูรณ์ – บรรยายกาศนักท่องเที่ยวและชาวบ้านแห่ซื้อทุเรียนกันอย่างคึกคัก ในงานเปิดงาน”เทศกาลทุเรียนทองคำและผลไม้ชาววัง” ของดีชาววังโป่ง

ที่สวนทุเรียนลุงยาว บ้านซับเปิบ หมู่ที่ 3 ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอวังโป่งกับร่วมกับเกษตรอำเภอ ร่วมจัดงาน “เทศกาลทุเรียนทองคำและผลไม้ชาววัง” ชิม ช๊อป แช๊ะของดีอำเภอวังโป่ง โดยจัดขึ้นสองวันระหว่างวันที่ 21–22 มิถุนายน 2568 เพื่อส่งเสริมผลไม้ท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และสร้างความสัมพันธ์อันดีในพื้นที่ โดยในงานมีเจ้าของสวนทุเรียนในอำเภอวังโป่งกว่า20สวน ร่วมจัดบูธขายทุเรียนหมอนทองและเงาะโงเรียน ผลไม้จากชาวสวนอำเภอวังโป่ง ในราคาสุดคุ้ม ในราคาย่อมเยา เช่น ทุเรียน หมอนทองขายเพียง 130 บาท ต่อกิโลกรัม, เงาะกิโลกรัมละ 53 บาท, ลำไย กิโลกรัมละ 35 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้เข้ามา ชม ชิม ช๊อป แช๊ะถึงในสวน

โดยมีนายวรโชติ สุคนธ์จร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 4 เป็นประธานในพิธีเปิดงาน”เทศกาลทุเรียนทองคำและผลไม้ชาววัง” ของดีชาววังโป่ง มีนายพิทยา ดวงพัตรา นายอำเภอวังโป่งกล่าวรายงาน,หัวหน้าส่วนราชการ,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,ผู้นำท้องที่ เข้าร่วนงาน โดยมีนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดเข้ามาซื้อทุเรียนกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะแผงขายทุเรียนของเกษตรกรชาวอำเภอวังโป่ง กว่า20 แผง กว่า 4,000 ลูก แต่ละแผงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและชาวบ้านต่างพากันรุมซื้อทุเรียนจนเกลี้ยงแผงไปเลย

ทั้งนี้ เดิมทีเกษตรกรชาวอำเภอวังโป่งมีอาชีพทำการเกษตร ปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แต่ก็ยังต้องประสบปัญหาทุกปี จึงได้เปลี่ยนแนวคิด หันมาปลูกไม้ผลยืนต้น โดยปรับพื้นบางส่วน แบ่งสัดส่วน ปลูก ต้นทุเรียน พันธุ์หมอนทอง และปลูกต้นเงาะโรงเรียน พร้อมวางระบบน้ำอย่างทั่วถึงตลอดทั้งแปลง หมั่นดูแลรักษาเป็นอย่างดี จนได้ผลผลิตตามที่ต้องการ

ทุเรียนหมอน ของอำเภอวังโป่งมีความโดดเด่น ด้านรสชาติแล้วนั้น สิ่งสำคัญ ก็คือ คุณภาพของทุเรียนที่นี่ ทางสวนจะทำการคัดสรรผลผลิตที่แก่เต็มที่เท่านั้น ทำให้ในแต่ละปี จะมีทั้งนักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป พากันเดินทางมาสั่งจองถึงหน้าสวนเลยที่เดียว

โดยวันนี้ไฮไลท์ในงานนายวรโชติ สุคนธ์จร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 4 พร้อมด้วยนางสาวฉัตรนภา เมืองแป้น นายกองค์การส่วนบริหารตำบลท้ายดง ได้เดินชม ชิม ช๊อป แช๊ะแต่ละแผงขายทุเรียนของเกษตรกรชาวอำเภอวังโป่ง ชิมไปต่างคนต่างป้อนกัน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหอมหวานอร่อย สร้างสีสัน และเสียงหัวเราะให้แก่นักท่องเที่ยวและชาวบ้านที่มา


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

แขวงทางหลวงชนบทนครราชสีมา เตือน “ทิ้งขยะในเขตทางหลวงชนบท มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี”

แขวงทางหลวงชนบทนครราชสีมา เตือน”ทิ้งขยะในเขตทางหลวงชนบทมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี” ขอความร่วมมือ ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนและผู้อยู่อาศัยริมเขตทางหลวงชนบท ช่วยสอดส่อง รักษาความสะอาดเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

นายไพรวรรณ์ เขียวอ่อน ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทนครราชสีมาเตือนประชาชน “ห้ามทิ้งขยะในเขตทางหลวงชนบท” ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่เดินทางสัญจรไป – มา เช่น การทิ้งขยะออกจากรถยนต์ที่แล่นอยู่บนท้องถนน การเทน้ำเสียทิ้งบนท้องถนนหรือเททิ้งริมเขตทางหลวงชนบท จนไหลเข้ามาบนทางจราจร การทิ้งเศษวัสดุก่อสร้างในเขตทางหลวงขนบทที่อยู่ติดริมทางจราจร การบรรทุกหิน ดิน ทราย ท่อนไม้ ยางพาราหรือสิ่งต่าง ๆ โดยไม่ใช้อุปกรณ์ปิดคลุมหรือผูกมัดสิ่งเหล่านั้นให้ดี ทำให้สิ่งของดังกล่าวร่วงหล่นบนทางจราจรหรือไหล่ทาง อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ใช้ทางได้ ถือว่าเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 45 “ห้ามมิให้ผู้ใดทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล น้ำเสีย น้ำโสโครก เศษหิน ดิน ทราย หรือสิ่งอื่นใดในเขตทางหลวงหรือการกระทำด้วยประการใด ๆ เป็นเหตุให้ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล เศษหิน ดิน ทราย ตกหล่นนทางจราจรหรือไหล่ทาง” หากฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 72 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ขอความร่วมมือจากประชาชนอย่านำขยะมาทิ้งในเขตทางหลวงชนบทโดยเฉพาะทาง หลวงสาย ฉ หมายเลข1111 ช่วงกม.5 ขาออกไปทางขอนแก่นและกม.3 ขาไปจ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีการลักลอบนำขยะมาทิ้งในบริเวณดังกล่าวจำนวนมาก โดยส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณดังกล่าว ซึ่งแม้จะมีการติดป้ายห้ามทิ้งขยะไว้แต่ก็ยังมีผู้ที่ลักลอบนำขยะมาทิ้ง เป็น การทำให้ทัศนียภาพไม่น่าดูและเสียภาพลักษณ์ของจังหวัดนครราชสีมา โดยทางแขวงฯต้องเสียงบประมาณในการจัดเก็บขยะไปทิ้งจำนวนมาก

ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทนครราชสีมา กล่าวอีกว่า แขวงทางหลวงชนบทนคร ราชสี มาจะนำกล้อง cctv มาติดตั้งในบริเวณที่มีการลักลอบทิ้งขยะ ซึ่งหากตรวจพบว่าผู้ใดนำขยะมาทิ้งในเขตทางจะมีการแจ้งความดำเนินคดีทุกราย

ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นว่ามีการกระทำความผิดดังกล่าวในเขตทางหลวงชนบท โปรดแจ้งสายด่วน 1146 เพื่อร่วมดูแลรักษาความสะอาดบนท้องถนนให้เกิดความสะดวก ปลอดภัยต่อประชาชนและลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

นางสาวซาบีดา! ร่วมงานบุญบั้งไฟสืบสานประเพณี บรรยากาศคึกคักหนาตา สร้างสีสันและรายได้สู่ท้องถิ่น

อุทัยธานี – นางสาวซาบีดา! ร่วมงานบุญบั้งไฟสืบสานประเพณี บรรยากาศคึกคักหนาตา สร้างสีสันและรายได้สู่ท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำทับเสลา ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี บรรยากาศงานประเพณีบุญบั้งไฟอุทัยธานี เป็นไปอย่างคึกคักสนุกสนาน ท่าม กลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยมีไฮไลต์เป็นริ้วขบวนแห่บั้งไฟหลากสีสันจากชุมชนต่างๆ การแสดงนางรำ การประกวดบั้งไฟ และการแข่ง ขันจุดบั้งไฟสุดตื่นตางานนี้จัดขึ้นเพื่อสืบสานประเพณีขอฝนของชาวอีสาน ซึ่งอพยพมาอยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองรองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

โดยมีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมหน่วยงานทุกภาคส่วน ร่วมงานในครั้งนี้ โดยเน้นว่า การจัดงานในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่อนุรักษ์วัฒนธรรม แต่ยังเป็นการปลูกฝังความภาคภูมิใจแก่เยาวชน และสร้างความรักสามัคคีในชุมชน งานบุญบั้งไฟอุทัยธานี ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 มิถุนายน 2568 โดยมีทั้งกิจกรรมประเพณีดั้งเดิมควบคู่ไปกับกิจกรรมการแสดงพื้นบ้าน การออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสเสน่ห์อันงดงามของท้องถิ่นอุทัยธานีอย่างแท้จริง


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

พัทลุงรับไม้ต่อ “โคราชเกมส์” เตรียมจัด “โนราห์เกมส์” เจ้าภาพการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 18 ปีหน้า

พัทลุงรับไม้ต่อ “โคราชเกมส์” เตรียมจัด “โนราห์เกมส์” เจ้าภาพการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 18 ปีหน้า

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 ณ ห้องประชุมนกยูง 1–2 ชั้น 4 โรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยนายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา, ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล รองอธิบดีกรมพลศึกษา และคณะผู้แทนจากจังหวัดพัทลุง ร่วมแถลงข่าวรับมอบเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 18 ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่อ “โนราห์เกมส์” ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ปีหน้า ณ จังหวัดพัทลุง หลังจากการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 17 “โคราชเกมส์” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–21 มิถุนายน 2568 สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ จังหวัดพัทลุงก็ได้รับการประกาศเป็นเจ้าภาพอย่างเป็นทางการสำหรับการจัดการแข่งขันครั้งต่อไป

นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า จังหวัดพัทลุงแม้จะเป็นจังหวัดขนาดเล็ก แต่มีศักยภาพและความพร้อมในทุกด้าน ทั้งประสบการณ์การจัดการแข่งขันกีฬาใหญ่ระดับชาติ สนามกีฬามาตรฐาน ที่พักสะดวกเพียงพอ ระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน และที่สำคัญคือความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่พร้อมผลักดันให้การแข่งขันในปีหน้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประทับใจ

“พัทลุงคือเมืองแห่ง ‘เขาป่านาเล’ ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันงดงาม ทั้งป่า เขา น้ำตก ทะเลน้อย และวิถีชีวิตชุมชนที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างลึกซึ้ง เราพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าบ้านที่ดี และขอเชิญชวนนักกีฬาทุกจังหวัด รวมถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ มาเยือนพัทลุงทั้งเพื่อร่วมแข่งขัน ร่วมเชียร์ และท่องเที่ยวไปพร้อมกัน” ผู้ว่าฯ พัทลุงกล่าว

นอกจากนี้ พัทลุงยังมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ล่องแก่งชมคลอง ขับรถ ATV ผจญภัยในธรรมชาติ ล่องเรือทะเลน้อยชมดอกบัวและนกนานาชนิด เที่ยวตลาดชุมชน พร้อมทั้งกราบไหว้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเกจิดังในพื้นที่ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนความงดงามของพัทลุงในทุกมิติ การแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 18 “โนราห์เกมส์” จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งพลังของผู้สูงอายุจากทั่วประเทศ แต่ยังเป็นโอกาสทองในการสัมผัสเสน่ห์เมืองพัทลุงอย่างแท้จริง


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

พรรคกล้าธรรม ประชุมแต่งตั้งตัวแทนพรรคกล้าธรรม ประจำจังหวัดลพบุรี

จังหวัดลพบุรี – พรรคกล้าธรรมประชุมแต่งตั้งตัวแทนพรรคกล้าธรรม ประจำจังหวัดลพบุรี

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. 68 นายพหล วรปัญญา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ในฐานะสมาชิกพรรคกล้าธรรม ได้มีการนัดตัวแทนชาวบ้าน ซึ่งเป็นสมาชิกกล้าธรรมในพื้นที่จังหวัดลพบุรี เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งตัวแทนของ “พรรคกล้าธรรม” ประจำจังหวัดลพบุรี ตามความในมาตรา 8 และมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ โรงแรมโอทู ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 126 คน

โดยที่ประชุมมีมติ คัดเลือกตั้งตัวแทนพรรคการเมือง ในนาม “พรรคกล้าธรรม” จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.นายสราวุธ สิงหะลวะ, 2.นายณัฐกิตติ์ วรางค์ศิริวรกุล, 3.นายก้องปกรณ์ ยงยุทธ์ และมีมติเสนอจัดตั้งที่ทำการพรรคกล้าธรรม ประจำจังหวัดลพบุรี ณ สำนักงานอาคารพาณิช เลขที่ 65/30-32 หมู่ 1 ถนนสระบุรี-หล่มสัก ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ซึ่งตลอดการมาประชุมในครั้งนี้ ได้มีคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจำจังหวัดลพบุรี มาเข้าร่วม สังเกตุการณ์ในการคัดเลือกตัวแทน “พรรคกล้าธรรม” ประจำจังหวัดลพบุรี ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งบรรยากาศโดยร่วม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ถือเป็นกระบวนการที่พรรคการเมืองแต่งตั้งสมาชิกที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดนั้นๆ เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพรรคในการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ โดยพรรคการเมืองจะต้องมีการประชุมสมาชิกที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดนั้นๆ เพื่อเลือกตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อพรรคการเมืองได้แต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดแล้ว จะต้องแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการแต่งตั้ง


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ฮือฮา !! จ้างหนังฉายให้ผีดู 2 จอ 4 เรื่องควบ ยายวัย 83 ปี แก้บนพระพุทธรูป หลังขายที่ดินได้เงินล้านสมปรารถนา

นครพนม – ฮือฮา !! จ้างหนังฉายให้ผีดู 2 จอ 4 เรื่องควบ ยายวัย 83 ปีแก้บนพระพุทธรูป หลังขายที่ดินได้เงินล้านสมปรารถนา

วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับทราบจากนายณรงค์ชัย เถาว์สี เจ้าของณรงค์ชัยภาพยนตร์ จ.นครพนม ว่า มีเจ้าภาพจาก จ.อุดรธานี ว่าจ้างให้จัดหนัง 2 จอ จำนวน 4 เรื่องควบ ไปฉายให้ผีดูที่วัดป่าโยธาพิทักษาราม หมู่ 6 ต.กุรุคุ อ.เมืองนครพนม ซึ่งอยู่หลังค่ายพระยอดเมืองขวาง ส่วนรายละเอียดต้องสอบถามเจ้าอาวาสวัดเอง หลังลงพื้นที่จึงทราบว่าเจ้าภาพคนนี้ชื่อ นางอนงค์ พลภักดี หรือยายมุก อายุ 83 ปี เป็นชาวบ้านเพีย หมู่ 1 ต.กุดจับ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี พร้อมเล่าให้ฟังว่า ได้มาทำบุญที่วัดแห่งนี้ เนื่องจากท่านเจ้าอาวาสคือพระมหาพงศ์พสิน ฐิตสัทโธ หรือพระมหาวัน เป็นคนบ้านเดียวกับตน จึงเดินทางมากับโยมแม่ของท่าน โดยเข้าไปนั่งอยู่ในศาลาการเปรียญฐานยุตะโตนุสรณ์อาจริยเมตตา และเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้ายอดธรรมราชามิ่งเมือง พระพุทธรูปที่มีความงดงาม

ยายมุกเล่าต่อว่า เกิดความศรัทธา เลื่อมใส ต่อองค์พระพุทธรูปองค์ตั้งแต่แรกเห็น จึงยกมืออธิษฐานว่าขอให้ขายที่ดินแปลงหนึ่งจำนวน 1 ไร่ อยู่ริมถนนทางหลวงสายบ้านผือ-กุดจับ โดยตั้งราคาไว้ที่ 3 ล้านบาท หากมีคนมาซื้อก็จะนำอาหารหวานคาวมาถวาย พร้อมหนังกลางแปลงมาฉายให้ผีดู เนื่องจากรอบบริเวณวัดมีแต่ธาตุบรรจุกระดูกคนตายจำนวนมาก ปรากฏว่ารุ่งเช้ามีผู้หญิงคนหนึ่ง ต้องการขอซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว โดยไม่ต่อรองราคาสักคำ เบื้องต้นจ่ายเป็นเงินสดให้ก่อน 1.7 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะนำมาให้ในเร็ววัน ตนจึงเชื่อมั่นว่าพระเจ้ายอดธรรมราชามิ่งเมือง พระพุทธรูปองค์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์ขอปุ๊บได้ปั๊บ จึงจัดหาสิ่งของมาแก้บน รวมทั้งจ้างหนังมาฉายให้ผีดู

ส่วนที่จ้างหนังมาฉายให้ผีดู ยายมุกบอกว่าก่อนหน้านี้ ก็มีครูคนหนึ่งใน ต.กุรุคุ บนกับพระพุทธรูปองค์นี้ไว้เช่นกัน โดยบอกว่าถ้าสำเร็จจะจ้างหนังมาแก้บนถวาย พร้อมฉายให้ผีหรือคนที่ตายแล้วดู ตนจึงอธิษฐานในลักษณะเดียวกัน แล้วก็สัมฤทธิ์ผลอย่างไม่น่าเชื่อนอกจากนี้ยายมุกได้จุดธูปเสี่ยงทายขอโชคลาภ ในงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ได้เลข 6-1-0 สำหรับเป็นแนวทางซื้อลอตเตอรี่สลากกินแบ่งรัฐบาล

ด้าน นางสวย แสงเขียว อายุ 76 ปี โยมอุปถัมภ์เปิดเผยว่า เป็นครั้งที่สองและที่มีคนจ้างหนังมาฉายให้ผีดู ยอมรับว่าพระประธานในศาลาการเปรียญศักดิ์สิทธิ์จริง แม้แต่คนฉายหนังก็เคยเจอมาแล้ว ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นตอนจ้างมาฉายให้ผีดูครั้งแรก คนฉายหนังเดินไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน ซึ่งอยู่ติดกับธาตุหรือเจดีย์บรรจุกระดูกคนที่เสียชีวิต เห็นเงาคนเดินผ่านหน้าไปยังธาตุหลังหนังฉายจบ จึงเชื่อว่าเป็นวิญญาณผีที่มาดูหนังกลางแปลง ครั้งนี้ตนจึงเดินไปเคาะธาตุคนที่รู้จัก ให้ไปบอกทุกคนว่าไปดูหนังกันเด้อ

ทั้งนี้ พระมหาพงศฺพสิน ฐิตสัทโธ หรือพระมหาวัน เปรียญธรรม 4 ประโยค อายุ 50 ปี พรรษาที่ 22 เปิดเผยว่าพื้นเพเป็นคน จ.อุดรธานี ได้รับนิมนต์จากญาติโยมให้มาจำพรรษาอยู่ที่แห่งนี้เมื่อปี 2564 เดิมเป็นวัดร้างสร้างมาแต่ปี 2524 กุฏิก็ผุพังไปตามกาลเวลา ที่เหลือและยังใช้ได้คือเชิงตะกอน เพราะเป็นป่าช้าในชุมชน จึงมีเจดีย์อยู่รายรอบบริเวณ ตนก็ได้ลงมือบูรณะใหม่หมด โดยได้รับศรัทธาจากทุกภาคส่วน รวมทั้งทหารที่นำกฐิน และ ผ้าป่าสามัคคีมาทอดถวายแทบทุกปี

ส่วนพระเจ้ายอดธรรมราชามิ่งเมือง เกิดจากนิมิตของพระครูพิพัฒน์วิทยาคม หรือหลวงพ่อเจริญ ฐานยุตะโต วัดโนนสว่าง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี องค์พระเป็นทองเหลือง ส่วนเกศผสมทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง 69 นิ้ว สูง 3.5 เมตร ทำพิธีหล่อเมื่อปี 2566 และพุทธาภิเษกในปี 2567 ที่ผ่านมา กรณีมีญาติโยมบนบานแล้วประสบความสำเร็จ ตนเป็นพระสายธรรมยุตไม่ขอออกความเห็น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังพระสวดมนต์ทำวัตรเย็นเสร็จ หนังก็เริ่มฉายในเวลาประมาณ 1 ทุ่มเศษ ก็ยังไม่เห็นชาวบ้านมาปูเสื่อดูกัน มีเพียงพระสงฆ์ในวัดและนางอนงค์เจ้าภาพนั่งชม โดยจอหนึ่งฉายหนังจีน 2 เรื่อง ส่วนอีกจอฉายหนังไทยแนวตลกขบขัน 2 เรื่อง สอบถามคนฉายหนังที่เคยเจอเรื่องแปลกประหลาดครั้งก่อน ได้รับคำตอบว่าไม่กล้าเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน เพราะที่นี่คือของจริง



ฟร้องนครพนมรายงาน

กอ.รมน.จ.เชียงราย จัดกิจกรรมการประกวดสุนทรพจน์ ในหัวข้อ “เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎา มหามงคล” ระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

กอ.รมน.จังหวัด ช.ร. ดำเนินการจัดกิจกรรมการประกวดสุนทรพจน์ ในหัวข้อ “เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎา มหามงคล” ระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 68 เวลา 08.30 น. กอ.รมน.จังหวัด ช.ร. ดำเนินการจัดกิจกรรมการประกวดสุนทรพจน์ “เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎา มหามงคล”ระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนไปแข่งขันระดับประเทศ กิจกรรมส่งเสริมความตระหนักรู้ และปลูกฝังจิตสำนึกให้กับนักเรียนเยาวชน ให้เกิดความรัก ความภาคภูมิใจในสถาบันหลักของชาติ สร้างความเข้าใจให้กับเยาวชน ได้แสดงความคิดเห็นต่อปัญหา ข้อสงสัย ประเด็นความขัดแย้งในสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอย่างสร้างสรรค์ มีเหตุมีผล ไม่หลงเชื่อไปตามกระแสสังคม หรือตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ณ หอประชุมคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อ.เมือง จว.ช.ร.

โดยมี พ.อ. ภาณุมาส จีนานุรักษ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ช.ร.(ท.) เป็นประธานฯ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 120 คน ประกอบด้วย นักเรียนระดับมัธยมศึกษาฯ, จนท.ส่วนราชการ, ครู, ผู้ปกครอง โดยมีนักเรียนเข้าร่วมการประกวด จำนวน 32 คน

ซื่งมีผลการประกวด ดังนี้

  1. รางวัลชนะเลิศ นางสาวอัญชิษฐา เกียรติสันติกุล นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อายุ 16 ปี
  2. รางวัลรองชนะเลิศ นายศุภณัฐ อุตพรหม นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย อายุ 17 ปี
  3. รางวัลชมเชย 3 รางวัล
    1. นายรัฐศาสตร์ สลีสองสม นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเม็งรายมหาราชวิทยาคม อายุ 17 ปี
    2. นายภูผา โรจน์หทัยกานต์ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนปล้องวิทยาคม อายุ 18 ปี
    3. นางสาวพิมพิกา ยืนยงแสน นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนแม่จันวิทยาคม อายุ 16 ปี

สภ.แม่สาย จ.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา 2 คนก่อเหตุลักทรัพย์

สภ.แม่สาย จ.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา 2 คนก่อเหตุลักทรัพย์

18 มิ.ย.2568 เวลา 13.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผบก.ภ.จว. เชียงราย, พ.ต.อ.เทคนิค จันสี ผกก.สภ.แม่สาย, พ.ต.ท.จิรพัชร ผู้มีทรัพย์ รอง ผกก.สส.สภ. แม่สาย, พ.ต.ท.ธนากร ธินะ รอง ผกก.ป.สภ.แม่สาย, พ.ต.ท.รณกฤต รหัทสุวรรณ สวป.สภ. แม่สาย, พ.ต.ต.วงศกร ธนานนทพันธ์.สว.สส.สภ.แม่สาย, ร.ต.อ.พัชรวัฒน์ ทวีวุฒิรัชต์ รอง สว.สส.สภ.แม่สาย, ร.ต.อ.ธนกร ไชยเลิศ รอง สว.สส.สภ.แม่สาย, ร.ต.ต.ประเสริฐ มณี, ร.ต.ต. ปรีชา บุญธิมา, ร.ต.ต.อรุณ สุขขีสาร, ด.ต.สวิตร ปินตา, ด.ต.อภิสิทธิ์ วงศ์ตุ้ย, ด.ต.อนิรุจน์ บุญเรือง, ด.ต.อาคม ขอดคำ, ด.ต.จิรัฏฐ์ ชนัธทวิสิษฐ์, ด.ต.ทรงพล พุทธจง, จ.ส.ต.สวัสดิ์ พันธ์งาม, จ.ส.ต.เจษฎา บัวเคน, จ.ส.ต.ณัฐกูล อินปั๋น, จ.ส.ต.ณรงค์ศักดิ์ อารีย์, ส.ต.อ.เชาวรินทร์ นารีเดช, ส.ต.อ.อภิรักษ์ กันทา, ส.ต.ท.จักรี ปีนัง, ส.ต.ท.จุลพงศ์ แก้วศิริ, ส.ต.ท.ประภาวิน ตาแหวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมจับกุม สภ.แม่สาย ภ.จว.เชียงราย พ.ต.ต.วงศกร ธนานนทพันธ์ รรท.สว.สส.สภ.แม่สาย, ร.ต.อ.สวาท บุญบำรุง รอง สวป.สภ.แม่สาย

ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชายชาวเมียนมา จำนวน 2 คน ชื่อนายZAW อายุ 44 ปี ที่อยู่ จว.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และนายOHN อายุ 33 ปี ที่อยู่ จว.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ก่อเหตุลักทรัพย์สายไฟ ที่ไซต์งานก่อสร้าง ซ.ศาลาเจ้าสัว ม.9 (บ้านป่าเหมือดรุ่งเจริญ) ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย จึงได้แจ้งข้อหาว่า”ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือเข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นใจเปิดไว้ให้โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อการหลบหนีการจับกุมหรือร่วมกันรับของโจร”

พร้อมด้วยของกลาง

  1. สายไฟทองแดง จำนวน 3 ขด (ขดที่ 1 น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม, ขดที่ 2 น้ำหนักประมาณ 0.5 กิโลกรัม,ผขดที่ 3 น้ำหนักประมาณ 0.4 กรัม)
  2. ฉลากสายไฟยี่ห้อบางกอกเคเบิ้ล จำกัด BBC BANGKOK CABLE จำนวน 3 แผ่น
  3. ปลอกสายไฟคละสีจำนวน 1 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 11 กิโลกรัม
  4. คีมผูกลวด/ตัดลวด สีฟ้า จำนวน 1 อัน
  5. มีดคัตเตอร์จำนวน 4 อัน
  6. รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิ๊กไอ 110 สีดำเขียวหมายเลขทะเบียน สกลนคร

และได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


นที มีเดช รายงาน

นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานหลักสูตรการฝึกปฏิบัติ และดูงานเศรษฐกิจพอเพียง ของศูนย์ฝึกโรงเรียนจิตอาสา 904 (บางเขน)

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานหลักสูตรการฝึกปฏิบัติ และดูงานเศรษฐกิจพอเพียง ของศูนย์ฝึกโรงเรียนจิตอาสา 904 (บางเขน) โดยมี พล.ร.อ. คณีพล สงเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของศูนย์ฝึกโรงเรียนจิตอาสา 904 (บางเขน) ให้การต้อนรับ

โดยมีรัฐมนตรีที่มาร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, พล.อ.ณัฐพงษ์ นาคพานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี


นที มีเดช รายงาน