“กองกำลังบูรพา” เพิ่มมาตรการเข้ม ห้ามรถเข็น-มอเตอร์ไซค์-พ่วงข้าง ป้ายทะเบียนกัมพูชา ผ่านเข้าไทย

“กองกำลังบูรพา” เพิ่มมาตรการเข้ม ห้ามรถเข็น-มอเตอร์ไซค์-พ่วงข้าง ป้ายทะเบีย กัมพูชา ผ่านเข้าไทย

กองกำลังบูรพา ออกหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 23 มิถุนายน 2568 แจ้งถึง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความว่า กองกำลังบูรพา ได้กำหนดมาตรการควบคุมพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อรักษาความปลอดภัยสูงสุดบริเวณพื้นที่ชายแดน และป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฏหมายต่างๆ โดยไม่อนุญาตให้รถเข็นคนเดิน ( ตั้งแต่ 2 ล้อขึ้นไป) รถจักรยานยนต์ที่ติดแผ่นป้ายทะเบียนราชอาณาจักรกัมพูชา และรถจักรยานยนต์ดัดแปลงทุกประเภท ของกัมพูชา เข้ามาในราชอาณาจักรไทย บริเวณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก, จุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท, ผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อ.คลองหาด, จุดผ่อนปรนการค้าบ้านตาพระยา และผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ

ทั้งนี้ให้ทุกหน่วยที่รับผิดชอบบังคับใช้มาตรการดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน2568 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป จนกว่ากองกำลังบูรพา จะแจ้งเปลี่ยนแปลง


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าว อาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

“แม่ทัพภาคที่ 3” เป็นประธานฯ วันสถาปนา กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ครบรอบปีที่ 64 แห่งการสถาปนา

“แม่ทัพภาคที่ 3” เป็นประธานฯ วันสถาปนา กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ครบรอบปีที่ 64 แห่งการสถาปนา

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 และ พันเอกหญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีวันสถาปนา กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ครบรอบปีที่ 64 แห่งการสถาปนา พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 และ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี พันโท วานิช เงินดวง ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 และ คุณกวิสรา ชโนเมธาภรณ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ให้การต้อนรับ

โดยภายในพิธีประกอบไปด้วย พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในหน่วย และพิธีสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กำลังพลและครอบครัว ตลอดจนเป็นการอุทิศส่วนบุญให้กับอดีตกำลังพลที่เสียชีวิต ณ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ค่ายพระศรีพนมมาศ ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ได้รับการสถาปนาขึ้น เมื่อวันที่ 21 มิถุนา ยน พ.ศ.2504 ในฐานะกองพันทหารปืนใหญ่ กองพลทหารม้า มีที่ตั้งชั่วคราวอยู่ที่ ศูนย์ฝึกกำลังทดแทน ค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 ในขณะนั้น มีภารกิจเป็นกองพันลูกมือในการฝึกวิชาทหารปืนใหญ่ให้กับกำลังพลที่เข้ารับการฝึก ต่อมา กองทัพบก มีคำสั่งให้ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 เป็นหน่วยในอัตราของ กรมทหารม้าที่ 2 ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ หน่วยจึงได้ย้ายที่ตั้งจากศูนย์ฝึกกำลังทดแทน ค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาเข้าที่ตั้งแห่งใหม่ ณ บ้านเลขที่ 140 หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ (ที่ตั้งปัจจุบัน) มีพื้นที่ประมาณ 1,763 ไร่เศษ โดยเข้ามาแทน กองพันทหารม้าที่ 9 พ.ศ.2522 กองทัพบกได้มีคำสั่งให้ กรมทหารม้าที่ 2 ส่งมอบการบังคับบัญชา กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 ให้กับ กรมปืนใหญ่ กองพลทหารม้าที่ 1 ในปีต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21” ในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2542 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 ได้รับพระราชทานชื่อค่ายว่า “ค่ายพระศรีพนมมาศ” ปัจจุบัน กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 เป็นหน่วยในอัตราของ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ซึ่งเป็นหน่วยขึ้นตรงของ กองพลทหารม้าที่ 1

#ค่ายพระศรีพนมมาศ #กองพันทหารปืนใหญ่ที่20 #กรมทหารปืนใหญ่ที่21 #กองพลทหารม้าที่1 #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


ผบ.ตร. เป็นประธานแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระหว่างวันที่ 14-20 มิ.ย.68

ตามอนุมัติ ตร. ลง 6 มิ.ย.68 ท้ายหนังสือ สยศ.ตร. ด่วนที่สุด ที่ 0007.22/3707 ลง 5 มิ.ย.68 เรื่อง ระดมกวาดล้างอาชญากรรม เป้าหมายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ ให้มีการจัดแถลงผลการปฏิบัติในภาพรวมของ ตร. จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยระดมกวาดล้างอาชญากรรม ภายใต้แผนยุทธการ “ปิดเมือง สยบโจร โค่นอิทธิพล” นั้น

วันนี้(วันจันทร์ ที่ 23 มิ.ย.68) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นประธานแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.(สส), พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1), พล.ต.ท. ณพวัฒน์ อารยางกูร ผู้ช่วย ผบ.ตร. (สส 3), พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง จตช., พล.ต. ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. (สส 5) โดยมีตัวแทนทุกกองบัญชาการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ได้ร่วมกันแถลงข่าว “ผลการปฏิบัติงานการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระหว่างวันที่ 14-20 มิ.ย.68 เป้าหมายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ“ โดยมีผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิด พร้อมด้วยของกลาง จำนวน 4,590 คดี ผู้ต้องหา จำนวน 3,686 คน ดังนี้

  1. จับกุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน
    1. ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนทั่วไป (On Ground)
      1. อาวุธปืน จำนวน 4,422 กระบอก
      2. เครื่องกระสุนปืน จำนวน 26,490 นัด
      3. วัตถุระเบิด จำนวน 606 ลูก แบ่งเป็น วัตถุระเบิดแบบมาตรฐาน ที่ใช้ในราชการทหาร จำนวน 37 ลูก, วัตถุระเบิดแสวงเครื่อง/ประกอบเอง ได้แก่ ระเบิดปิงปอง ระเบิดไปท์บอม จำนวน 569 ลูก
    2. ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนทางออนไลน์ (Online)
      1. อาวุธปืน จำนวน 165 กระบอก
      2. เครื่องกระสุนปืน จำนวน 9,184 นัด
      3. วัตถุระเบิด จำนวน 5 ลูก แบ่งเป็น วัตถุระเบิดแบบมาตรฐาน ที่ใช้ในราชการทหาร จำนวน 3 ลูก, วัตถุระเบิดแสวงเครื่อง/ประกอบเอง ได้แก่ ระเบิดปิงปอง ระเบิดไปท์บอม จำนวน 2 ลูก
  2. จับกุมบุคคลตามหมายจับ จับกุมบุคคลกระทำความผิดตามหมายจับ ค้างเก่า (ตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 30 ก.ย.67) หมายใหม่ (ตั้งแต่ 1 ต.ค.67- ปัจจุบัน) และ หมายจับศาล (คดีอาญา) รวมทั้งสิ้น 13,962 หมาย ผู้ต้องหา จำนวน 9,951 คน

ในการปฏิบัติการในครั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอขอบพระคุณทุกภาคส่วนและพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมุ่งมั่นทำงาน โดยจะทำ การป้องกันปราบปรามสืบสวนจับกุมอาชญากรรมในทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชา ชนเชื่อมั่นศรัทธาและมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และขอฝากประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชน ซึ่งหากมีเบาะแส/เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องอาชญากรรมหรือเรื่องอื่น ๆ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ สายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม.


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568”

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568”

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเปิดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025)” โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในระบบวิจัย จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ทศวรรษ ภายใต้แนวคิด “Research for All : เชื่อมต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม,ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหาร นักวิจัย เฝ้ารับเสด็จฯ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทอดพระเนตรการแสดงนวัตกรรมโดรนแปรอักษร และทรงเยี่ยมชมการแสดงนิทรรศการและผลงานภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการวิจัยไทย”, นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10, นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ เจริญพระชนมายุ ๗๐ พรรษา วันที่ ๒ เมษายน 2568, นิทรรศการ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย–จีน ตลอดจนผลงานวิจัยจากสถาบันต่างๆ ที่มาจัดแสดงภายในงาน

โดยมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-20 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น 22-23 เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายางาน

ตม.จ.ปทุมธานี โชว์ผลงาน จับกุมผู้ต้องหาสัญชาติเวียดนาม ทำงานปล่อยเงินกู้ผ่านเฟสบุ๊ค ให้ชาวเวียดนามในลักษณะที่ดอกเบี้ยเกินอัตรา

ตม.จ.ปทุมธานี โชว์ผลงาน จับกุมผู้ต้องหาสัญชาติเวียดนาม ทำงานปล่อยเงินกู้ผ่านเฟสบุ๊ค ให้ชาวเวียดนามในลักษณะที่ดอกเบี้ยเกินอัตรา อีกทั้งมีการติดตาม และควบคุมโทรศัพท์มือถือของลูกหนี้ ผ่านไอคลาว

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2568 เวลา 15.00 น. : ภายใต้การอำนวยการของพ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.อ.ดุสิต จิตรขุนทด ผกก.ตม.จ.ปทุมธานี, พ.ต.อ.วิศรุตม์ จันทร์สุวรรณ ผกก.1 บก.สอท.2, พ.ต.ท.จิรัฏฐวัฒน์ กาญจนวรางกูร รอง ผกก.ตม.จ.ปทุมธานี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว. ปทุมธานี, กก.สส.บก.ตม.3, กก.1 บก.สอท.2, กก.สส.บช.ทท.

ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาสัญชาติเวียดนาม จำนวน 7 ราย ดังนี้

  1. MR.NGUYEN MINH THANH อายุ 24 ปี P03961454 /วีซ่า ผ.60
  2. MR.PHAM VAN THAO อายุ 29 ปี E01096818 /วีซ่า NON-LA
  3. MR.NGUYEN VAN DUC อายุ 35 ปี P03691714 /วีซ่า ผ.60 (OVER STAY)
  4. MR.NGUYEN TIEN DAT อายุ 19 ปี P03694421 วีซ่า NON-LA
  5. MR.PHAM VAN HOANG อายุ 27 ปี P00158013 วีซ่า NON-LA
  6. MR.HOANG VAN CONG อายุ 30 ปี E01367780 วีซ่า NON-LA
  7. NGUYEN NGOC THANH อายุ 46 ปี E01110741 วีซ่า NON L-A

โดยกล่าวหาว่า

  • ผู้ต้องหาที่ 1-2 และ 4-7 ว่า “เป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย (เป็นอั้งยี่), เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต”
  • ผู้ต้องหาที่ 3 ว่า “เป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย (เป็นอั้งยี่),เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

พฤติการณ์ : ตามวันเวลาเกิดเหตุ ขณะเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จ.ปทุมธานี ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชามาถึงบริเวณที่เกิดเหตุได้รับแจ้งเบาะแสจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน และนำไปตรวจสอบที่บ้านเกิดเหตุ โดยมี ชายสัญชาติเวียดนามจำนวนหนึ่งคนมาแสดงตัวหน้าบ้าน

จากการสอบถามทราบว่า มีชาวเวียดนามอาศัยอยู่ในบ้านอีกประมาณหกคนจึงได้นำเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในบ้าน ขณะกำลังเดินเข้าบ้าน เจ้าหน้าที่ได้พบเห็นชาวเวียดนามจำนวนหนึ่งคนเดินลงมาเป็นเจ้าหน้าที่แล้ววิ่งหนีขึ้นบนบ้านเจ้าหน้าที่เห็นว่ามีพฤติกรรมคล้ายคนกระทำความผิดจึงได้ติดตามเข้าไปตรวจสอบห้องพักบริเวณชั้นสองภายในห้องพักชาวเวียดนามอีกห้ารายกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในลักษณะคล้ายคนทำงานจึงได้แสดงตัวขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ขณะตรวจสอบพบว่าภายในห้องพักมีคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องมาร่วมตรวจสอบ

จากการสอบถามในชั้นจับกุมทราบว่ากลุ่มคนเวียดนามดังกล่าวเป็นทำงานแอดมิน มีการแบ่งหน้าที่กันทำ และได้รับเงินเดือนตอบแทน ทำงานปล่อยเงินกู้ผ่านเฟสบุ๊ค ให้ชาวเวียดนามในลักษณะที่ดอกเบี้ยเกินอัตรา อีกทั้งมีการติดตาม และควบคุมโทรศัพท์มือถือของลูกหนี้ ผ่านไอคลาว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ตรวจยึด โทรศัพท์มือถือ,คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นของกลางในคดี และนำตัวส่ง พงส.สภ.ลำลูกกา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา สถานที่เกิดเหตุ : เลขที่ 24/179 หมู่บ้านวราบดินทร์ วงแหวน-ลำลูกกา ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รพ.พญาไท 3 ร่วมกับสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย และโรงเรียนวัดนวลนรดิศ จัดอบรมการปฐมพยาบาลและช่วยเหลือชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR)

รพ.พญาไท 3 ร่วมกับสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย และโรงเรียนวัดนวลนรดิศ จัดอบรมการปฐมพยาบาลและช่วยเหลือชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR)

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00-12:00 น. ที่โรงพยาบาลพญาไท 3 ถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ : นายแพทย์อภิชัย โตวณะบุตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการแพทย์โรงพยาบาลพญาไท 3 พร้อมด้วย นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.60ปี), นายธวัชชัย เฟื่องอนันต์ กรรมการ สภท., น.ส.สุพัตรา สมถวนิช กรรมการ/รองเลขาธิการ สภท. และนายจรุงพันธุ์ ก่อเกียรติตระกูล ที่ปรึกษา สภท. และกรรมการสมาคมนักเรียนเก่านวลนรดิศ

โดยมีว่าที่ร้อยตรีปริญญา ตาแจ่ม รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการโรงเรียนวัดนวลนรดิศ นำคณะอาจารย์และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 101 คน เข้าร่วมโครงการการปฐมพยาบาลและการช่วยเหลือชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR)

โดยโครงการดังกล่าวนี้ จัดขึ้นเพื่อที่จะได้นำความรู้ในด้านทฤษฎีและด้านปฏิบัติ ที่เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในการช่วยเหลือชีวิตขั้นพื้นฐาน หากต้องเผชิญกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน กรณีพบเห็นคนหมดสติหรือหยุดหายใจ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตโดยตระหนักถึงความสำคัญของการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ ทางโรงพยาบาลพญาไท 3 ได้ทำกิจกรรมต่อเนื่องมาเป็นเวลาถึง 3 ปี มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยมีวิทยากรผู้ชาญทางเฉพาะด้าน อาทิ: พว.ดวงพร แหล่งหล้า พยาบาลชำนาญการและทีมพยาบาลพญาไท 3 เป็นผู้ให้ความรู้ในครั้งนี้

#โรงพยาบาลพญาไท3 #สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.60ปี) #สมาคมนักเรียนเก่านวลนรดิศ #โรงเรียนวัดนวลนรดิศ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ป.ป.ส. ประสาน ตำรวจมาเลเซีย จับกุมผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย 2 คน พร้อมเฮโรอีน 121 กก. (315 แท่ง) MDMA 2.6 กก. เหตุเกิดที่ ประเทศมาเลเซีย

ป.ป.ส. ประสาน ตำรวจมาเลเซีย จับกุมผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย 2 คน พร้อมเฮโรอีน 121 กก. (315 แท่ง) MDMA 2.6 กก. เหตุเกิดที่ ประเทศมาเลเซีย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2568 : พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายให้ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด ผู้แทน สำนักงาน ป.ป.ส. แถลงข่าวร่วมกับ DCP MAT ZANI @ MOHD SALAHUDDIN BIN CHE ALI Acting Director Narcotics Criminal Investigation Department ณ Kubang Pasu District Police Headquarters ในคดีวันที่ 15 มิถุนายน 2568 สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ประสาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย (Narcotics Crime Investigation Department : NCID) จับกุมผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย 2 คน พร้อมเฮโรอีน น้ำหนัก 121 กก. (จำนวน 315 แท่ง) MDMA น้ำหนัก 2.6 กก. ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ 2 คัน เหตุเกิดที่ ประเทศมาเลเซีย

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ส. และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย (Narcotics Crime Investigation Department : NCID) มีการประสานงานด้านการข่าวและการสืบสวนกันอย่างใกล้ชิด โดยได้รับความร่วมมืออันเป็นอย่างดีของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งระดับอำนวยการและระดับการปฏิบัติ โดยล่าสุดตนได้มอบหมายให้ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมหารือกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย (Narcotics Crime Investigation Department : NCID) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการข่าวและการสืบสวนเกี่ยวกับเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่ ไทย-มาเลเซีย เพื่อทำการสืบสวนร่วมกัน

ต่อมา ห้วงกลางเดือนพฤษภาคม 2568 สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ได้รับการประสานจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย (Narcotics Crime Investigation Department : NCID) ให้ช่วยดำเนินการสืบสวนขยายผลเครือข่ายนักค้ายาเสพติดชาวมาเลเซียซึ่งเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เชื่อว่ามีพฤติการณ์ใช้รถยนต์ ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศไทยไปยังปลายทางประเทศมาเลเซีย

ในการนี้ สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ทำการสืบสวนพบว่าชาวมาเลเซียทั้ง 2 คน เดินทางเข้ามาประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2568 โดยมีการเดินทางไปยังพื้นที่ กทม. กระทั่งในวันที่ 15 มิถุนายน 2568 พบว่าบุคคลทั้ง 2 เดินทางกลับเข้าพื้นที่ จ.สงขลา เตรียมเดินทางออกไปประเทศมาเลเซีย

สำนักปราบปรามยาเสพติด จึงประสานข้อมูลไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย (Narcotics Crime Investigation Department : NCID) เพื่อดำเนินการตรวจสอบบุคคลดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบ พบเฮโรอีน น้ำหนัก 121 กก. (315 แท่ง) MDMA 2.6 กก. ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ 2 คัน พร้อมจับกุมผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย 2 คน เหตุเกิดที่ ประเทศมาเลเซีย

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวอีกว่า ถือเป็นความสำเร็จจากความร่วมมือที่ดีของการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ ระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย (Narcotics Crime Investigation Department : NCID) ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการข่าวและข้อมูลการสืบสวน จนสามารถนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. จะเร่งสืบสวนขยายผลเครือข่ายและรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในเครือข่ายดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

บช.น.จัดอบรมเพิ่มทักษะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยประชาชน

บช.น. จัดอบรมเพิ่มทักษะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยประชาชน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ ชั้น 2 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จัดโครงการฝึกอบรมทบทวนข้าราชการตำรวจในระดับหัวหน้าสถานี เพื่อเพิ่มพูนทักษะและเตรียมความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การอบรมครั้งนี้จัดขึ้น ตามนโยบายของ พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล (ผบช.น.) ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันเหตุร้าย เหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่

พลตำรวจโท สยาม บุญสม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ชัยพัชร์ ศรีประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (น.1-1),พลตำรวจตรี ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (น.1-5) รับผิดชอบด้านความมั่นคง รวมทั้งมีผู้เข้าร่วมอบรม ได้แก่ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9,ผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน,ผู้บังคับการอำนวยการ,รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล,ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทั้ง 88 สถานี,เจ้าหน้าที่ผู้สังเกตการณ์ และผู้ประกอบการฝึกรวมกว่า 250 นาย

การอบรมครั้งนี้ มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ อาทิ พลตำรวจตรี วิชัย แดงประดับ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน บช.น. และพันตำรวจเอก สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ รองผู้บังคับกาตำรวจนครบาล 7 ร่วมถ่ายทอดประสบ การณ์และแนวทางปฏิบัติในการดูแลการชุมนุมสาธารณะ ตลอดจนการสร้างความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนภายใต้หลักกฎหมายตามของผู้บังคับบัญชา

พลตำรวจโท สยาม บุญสม ย้ำว่า “ตำรวจนครบาลทุกนายต้องเตรียมความพร้อมในการดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนอย่างเข้มแข็ง ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับประชา ชน และยึดมั่นในหลักกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยแก่สังคมอย่างยั่งยืน”


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2568 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเปิดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025)” และพระราชทานพระราชวโรกาสให้ผู้บริหารหน่วยงานและนักวิจัยเจ้าของผลงานต่างๆ เข้ารับพระราชทานรางวัลและเกียรติบัตร ในปีนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัต กรรม (อว.) จัดงานขึ้นภายใต้แนวคิด “Research for All : เชื่อมต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหาร นักวิจัย เฝ้ารับเสด็จฯ ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

ในการนี้ได้พระราชทานถ้วยรางวัลผลงานวิจัยแก่นักวิจัยประเภท Platinum Award จำนวน 2 รางวัล ได้แก่

  • กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผลงาน “นวัตกรรมตำรับยาจากกระท่อมสมุนไพรเศรษฐกิจทางการแพทย์แผนไทยเพื่อบำบัดผู้เสพติดบุหรี่ในระบบบริการสาธารณสุข“
  • สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ผลงาน “อุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอวกาศ (Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope-MATCH) ที่จะร่วมติดตั้งไปกับยานสำรวจอวกาศฉางเอ๋อ 7 สำหรับสำรวจสภาพอวกาศโดยรอบของดวงจันทร์ ภายใต้โครงการสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station : ILRS)“

จากนั้นพระราชทานรางวัลเกียรติบัตร นักวิจัยศักยภาพสูง ประจำปี 2568 จำนวน 3 ราย ได้แก่

  1. ศาสตราจารย์ ดร.ชัย จาตุรพิทักษ์กุล
  2. ศาสตราจารย์ ดร.สุวบุญ จิรชาญชัย
  3. ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ดร.ณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์

รางวัลเกียรติบัตรศาตราจารย์วิจัยดีเด่น (วช.) ประจำปี 2568 จำนวน 1 ราย ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.ธนาภัทร ปาลกะ

และรางวัลเกียรติบัตรเมธีวิจัยอาวุโส วช. ประจำปี 2568 จำนวน 10 ราย ได้แก่

  1. ศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร
  2. ศาสตราจารย์ ดร.ชาติ เจียมไชยศรี
  3. รองศาสตราจารย์ ดร.นวณัฐ โอศิริ
  4. ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ศิริมล ตรีพงษ์กรุณา
  5. ศาสตราจารย์ นายแพทย์รุ่งโรจน์ พิทยศิริ
  6. ศาสตราจารย์ ดร.มัลลิกา อิ่มวงศ์
  7. ศาสตราจารย์ ดร.ปฏิพัทธ์ ทวนทอง
  8. ศาสตราจารย์ ดร.เบญจมาส เชียรศิลป์
  9. ศาสตราจารย์ ดร.สิริชัย อดิศักดิ์วัฒนา
  10. รองศาสตราจารย์ ดร.นิจ ตันติศิรินทร์

มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-20 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รองผู้บัญชาการนครบาล ร่วมพิธีปรงผมนาคบวชลูกชายที่ตั้งใจศึกษาพระธรรมทางพุทธศาสนา

รองผู้บัญชาการนครบาล ร่วมพิธีปรงผมนาคบวชลูกชายที่ตั้งใจศึกษาพระธรรมทางพุทธศาสนา

ที่ร้านอาหารครัวบุญเลิศ ต.บางปู อ.เมือง สมุทรปราการ นายมานพ ตาดต่าย (บิดา) พร้อมด้วย นางกาญจนา เรืองศักดิ์ (มารดา) จัดพิธีอุปสมบทนายนพดล ตาดต่าย หรือนาคมอส บุตรชายที่ได้กราบลาขอบรรพชาอุปสมบทบวชศึกษาพระธรรม ณ วัดโสธรนิมิต สมุทร ปราการ โดยมี พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง.ผบช.น ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส โกนผมให้นายนพดล ตาดต่าย (นาคมอส)

นอกจากนี้ ทางครอบครัวตาดต่ายยังได้รับความเมตตาจากท่าน พระครูโกศลพัฒนากร เจ้าอาวาสวัดโสธรนิมิต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เทศพระธรรมสอนนาคแก่นาคนพดล ตาดต่าย
อีกทั้ง ยังได้รับความเมตตาจาก หลวงพ่อวิทูรย์ อาจารย์สุโภ (ภูตะมี) จากสถานปฎิบัติธรรมสวนป่าทิพมงคลแสงธรรม อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่ได้เดินทางมาจากต่างประเทศมาร่วมประ กอบพิธีขอขมากรรมให้แก่นาคครอบครัวตาดต่าย ภายในพิธีมีนักธุรกิจ ข้าราชการตำรวจ และญาติสนิทตลอดจนเพื่อนนาคร่วมในพิธีโกนผมนาคเป็นจำนวนมาก

โดยเช้าวันที่ 21 มิถุนายน 2568 เวลา 07.00 น. ได้มีการแห่นาคมอส หรือ นายนพดล ตาดต่าย รอบโบสถ์วัดโสธรนิมิตเพื่อเข้าพิธีบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์โดยมีพระครูภาวนาสมณคุณ (พิทักษ์ ป.ธ.๖). เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล อ.เมืองสมุทรปราการ เจ้าคณะตำบลท้ายบ้าน เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้มีพิธีถวายภัตตาหารเพลที่ร้านอาหาร ครัวบุญเลิศ โดยมีญาติพี่น้องและแขกผู้ทรงเกียรติเข้าร่วมอนุโมทนาบุญกันจำนวนมาก โดยมีนักร้องลูกทุ่ง เสรี รุ่งสว่าง และตั๊กแตน ชลดา มาร่วมงานบวชและร่วมขับร้องเพลงในงานเลี้ยงด้วย

โดยพระมอส หรือ พระนพดล ตาดต่าย ได้ฉายาว่า “สิริวฑฺฒโก” หมายถึง ผู้เจริญด้วยสิริ หรือ ผู้มีความเจริญด้วยสิริมงคล. ซึ่งพระนพดล ตั้งใจว่าการอุปสมบทในครั้งนี้เพื่อตั้งใจศึกษาพระธรรม ให้ถึงแก่นแท้ทางพุทธศาสนาต่อไป


ธนวัต นาคขำ จ.สมุรปราการ