ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบกตรวจเยี่ยมกิจกรรมการดำเนินงานของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ทภ.3 ในพื้นที่

จ.อุตรดิตถ์ – ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบกตรวจเยี่ยมกิจกรรมการดำเนินงานของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ทภ.3 ในพื้นที่

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 68 คุณกวิสรา ชโนเมธาภรณ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ป.21 พัน.20 และ ผบ.ป.21 พัน.20 พร้อมด้วยคณะนายทหาร คณะแม่บ้านของหน่วย ให้การต้อน รับ พ.อ.หญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ทภ.3 และคณะฯ โดยกำหนดตรวจเยี่ยมกิจกรรมการดำเนินงานของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ทภ.3 ในพื้นที่ จว.อ.ต.

โดยกิจกรรมประกอบไปด้วย 1.สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์, 2.ฟังบรรยายสรุปกิจกรรมของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ป.21 พัน.20, 3.มอบทุนแก่บุตรที่มีความต้องการพิเศษ, 4.เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์แม่บ้านทหารบก สาขา ป.21 พัน.20 และร่วมกิจกรรมของหน่วย, 5.เยี่ยมบุตรแรกเกิดของกำลังพลและมอบเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย สร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลและครอบครัว ณ ป.21 พัน.20 ค่ายพระศรีพนมมาศ ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตร ดิต


คนไทยหัวใจรักชาติ ระดมสิ่งของอุปโภค-บริโภค สนับสนุนทหารชายแดนไทย

จังหวัดลพบุรี – “กลุ่มเรารักทหารลพบุรี” ร่วมกับพ่อค้า ประชาชน รงรวมสิ่งของสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภคข้าวเครื่องใช้ประจำวันจำนวน 5 คันรถ นำไปมอบให้กับทหารไทย ที่ดูแลแนวชายแดนไทย กัมพูชา จ.สุรินทร์ เพื่อเป็นการบำรุงขวัญ ให้กำลังใจลดความตึงเครียด หลังเกิดข้อพิพาทพื้นที่ซับซ้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนนี้ประชาชนชาวไทย ต่างส่งกำลังใจพี่น้องทหารแนวหน้าซึ่งเป็นรั้วของชาติ เกรงจะเกิดการสู้รบกันระหว่าง ทหารไทยกับทหารกัมพูชา ชาวเน็ตต่างแห่ติดแฮชแท็ก “ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด” และระดมสิ่งมาสนับสนุนทหารชายแดนไทย ทั้งสิ่งของอุปโภค-บริโภค รวมไปถึงสิ่งของป้องกันภัยหลากหลายชนิด โดย”กลุ่มเรารักทหารลพบุรี ” ขอบพระคุณ กำลังใจจาก คนลพบุรี คนไทยทุกคน นี่คือกำลังใจจากแนวหลังสู่แนวหน้าที่แท้จริง

โดย ”กลุ่มเรารักทหารลพบุรี” นำโดยนายวันชัย รัมมะสาร ประธาน ”กลุ่มเรารักทหารลพบุรี” พร้อมสมาชิกได้ช่วยกันขนสิ่งของขึ้นรถ หลังจากที่มีพ่อค้า ประชาชนชาวจังหวัดลพบุรีทยอยนำเครื่องอุปโภค-บริโภค ของใช้ประจำวันได้แก่ สเปรย์ฉีดกันยุง, ยาสามัญประจำบ้าน, สบู่, ยาสีฟัน, เครื่องดื่มบำรุงกำลัง, ชูกำลัง ทยอยเดินทางมามอบไว้ให้ตั้งแต่วันที่ 19 – 25 มิถุนายน 2568

โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้นายวันชัย รัมมะสาร พร้อมสมาชิก ได้เป็นตัวแทนชาวลพบุรี นำไปมอบให้กับทหารไทย ที่ดูแลตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เขตพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ รอยต่อ อย่างเข้มแข็งซึ่งนำบรรทุกใส่รถจำนวรน 5 คัน ออกเดินทางจาก อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ไปยังปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อส่งมอบให้กับทหารไทยตามแนวชายแดนไทยทุกท่าน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เมื่อ “ตำแหน่งรัฐมนตรี” คือ “รางวัลตอบแทน”

เมื่อ “ตำแหน่งรัฐมนตรี” คือ “รางวัลตอบแทน” ประชาชนอยากเห็น “ตำแหน่งรัฐมนตรี” เป็นของคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ และเข้าใจปัญหาของประเทศอย่างลึกซึ้ง

แต่สิ่งที่ประชาชนได้เห็นคือ ตำแหน่งรัฐมนตรีกลับกลายเป็น “รางวัลตอบแทน” สำหรับคนที่นำ ส.ส.เข้ามาได้มาก หรือ ตัวแทนนายทุนที่ทุ่มทุนสนับสนุนพรรค

เหล่านี้เป็น “การลงทุนทางการเมือง” ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า “คนที่ลงทุนนำ ส.ส.เข้ามา ย่อมไม่มาเพื่อเสียสละ…แต่เขามาเพื่อเก็บเกี่ยวหรือไม่ ?”

กระทรวงสำคัญถูกจับจองโดยกลุ่มทุนที่ต้องการผลประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อการปฏิรูปหรือพัฒนาประเทศชาติเมื่อเกณฑ์การเลือกรัฐมนตรีเป็นเช่นนี้ ทำให้รัฐมนตรีหลายคนไม่เข้าใจเนื้อหางานของตนเอง ต้องพึ่งพาข้าราชการประจำ กลายเป็น “รัฐมนตรีฝึกงาน” เป็นผลให้ข้าราชการมืออาชีพหมดกำลังใจ เพราะต้องทำงานกับรัฐมนตรีที่ไม่รู้งาน

นี่คือ วงจรอุบาทว์ของการเมืองแบบ “ตอบแทนด้วยเก้าอี้” การเมืองที่ไม่เคยมองประชาชนเป็นศูนย์กลาง แต่ใช้ประชาชนเป็น “บันได” เพื่อขึ้นสู่ตำแหน่ง แล้วลืมประชาชนผู้ลงคะแนนไปทันทีที่ได้ตำแหน่ง

ประชาชนกลายเป็นเพียงเครื่องมือในสมการหาเสียง ไม่ใช่ผู้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐ

การเมืองไทยจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถ้าเรายังเลือกรัฐมนตรีจากคนที่ “นำ ส.ส.เข้ามาได้มาก” และบ้านเมืองจะพัฒนาไปไกลไม่ได้ถ้าเรายังปล่อยให้กลไกการลงทุนทางการเมือง กลายเป็นใบเบิกทางสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีเช่นนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ “ตำแหน่งรัฐมนตรีต้องเป็นความหวังของคนไทยทั้งประเทศ ?”

หมายเหตุ: ข้อสงสัยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นข้อกังขาที่ผมและประชาชนทุกคนชอบที่จะต้องขอคำชี้แจงให้สิ้นสงสัยจากผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ด้วยเจตนาที่จะให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากคณะรัฐมนตรีอย่างเต็มที่ โดยปราศจากข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้นเท่านั้นเอง


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

บุกยิงอุกอาจกลางเมือง นักธุรกิจอำเภอชายแดน วัย 50 ต่อหน้าภรรยา หน้าห้างดัง เสียชีวิตคาที่

บุกยิงอุกอาจกลางเมือง นักธุรกิจอำเภอชายแดน วัย 50 ต่อหน้าภรรยา หน้าห้างดัง เสียชีวิตคาที่

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 19:40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี และชุดสืบ ได้รับแจ้งเหตุมีการ จาก 191 ว่ามีเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตที่ อยู่ที่ลานจอดรถห้างใหญ่แห่งหนึ่ง ในตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี จึงได้ประสานงานมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์เวร โรงพยาบาลพหลพลพยหะเสนา ไปยังที่เกิดเหตุ พบศพเป็นชายทราบชื่อภายหลัง ชื่อนายสิทธิกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ตามเลขที่บัตรประชาชน เป็นคน ต บ้านโขง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี แต่มาประกอบอาชีพ เปิดร้านขายของ ที่อำเภอสังขละบุรีจังหวัดกาญจนบุรี สภาพศพ นอนหงายจมกองเลือด ใส่กางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดสีกรม นอนเสียชีวิตอยู่ ข้างรถกระบะฟอร์ด 4 ประตูสีดำ ทะเบียน ……. ประตูด้านคนขับเปิดอยู่ เหมือนเตรียมจะขึ้นรถกลับบ้าน ส่วนดันหลังกระบะบรรทุกของใช้เต็มกระบะ

จากการสอบสวนเบื้องต้น นางอำไพ ฯ ภรรยาผู้เสียชีวิต ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้จอดรถยนต์กระบะไว้บริเวณลานจอดหน้าห้าง เมื่อซื้อสินค้าเสร็จกำลังจะขึ้นรถได้มีคนร้าย 2 คน ซึ่งคาดว่ารอคอยอยู่แล้วได้้ดินเข้ามาก่อเหตุโดยใช้อาวุธปืน ไม่ทราบขนาด กระหน่ำยิง กระสุนปืนโดน เข้าที่ศีรษะและลำตัว 15 นัด จนเสียชีวิตคาที่ แล้วหลบหนีไป อย่าง รวดเร็ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดการขัดแย้งในด้านธุรกิจ หรือไม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และ สอบสวนสาเหตุ ที่แท้จริง และติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


#/// กัมพล ทันเวลา / ทีมข่าวภาคตะวันตก

สภ.ห้วยยาง ดำเนินงานโครงการ “ตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ใขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร” ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568

ประจวบคิริขันธ์ – สภ.ห้วยยาง ดำเนินงานโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ใขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปิงบประมาณ 2568

วันที่ 25 มิ.ย. 2568 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ. จว.ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ, พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สก.ห้วยยาง อำเภอห้บสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้ พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป สภ.ห้วยยาง, ว่าที่ พ.ต.ท.กฤษฎา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง, ตำรวจชุดปฏิบัติการตำบลยั่งยืนฯ, นายกิตติรัตน์ ส้มแป้น ปลัดฝ่ายทะเบียนอำเภอทับสะแก, นายบุญช่วย โพธิ์ทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านไรใน, นายทิวา สุขอวบอ่อง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านแสงทอง ต่าบลแสงอรุณ, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, อาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.), คณะกรรมการคุ้ม และ น.ส.ธาราพันธ์ มีแก้ว พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

ได้ร่วมดำเนินการกิจกรรมบำบัดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จำนวนผู้กล้า/ผู้บำบัด ในโครงการจำนวน 34 คน รายละเอียด ดังนี้

  1. การตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ในผู้กล้า/ผู้บำบัด
  2. ร่วมกิจกรรมอาสาพัฒนาและนิทรรศการบำบัด โดยร่วมปลูกป่าด้วยการยิงเมล็ดพันธ์พืช เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ความเข้าใจ รักหวงแหน และปกปักรักษา ในทร้พยากรธรรมซาติ อันมีค่าของชาติ และมีความสมัครสมานสามัคคี ในทีมในหมู่คณะ
  3. อบรมให้ความรู้/ตักเตือน/เน้นย้ำ ให้ประพฤติตนในการ ลด/ละ/เล็ก ยาเสพติด

เมื่อได้เข้าสู่โครงการนี้แล้วให้ได้มีผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด และ ปลุกเร้า/ฝึกจิตใจ ให้จิตใจมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ในการต่อสู้กับยาเสพติด ด้วยตัวของตนเองอย่างเข้มแข็งต่อไป ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย
จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

กำนันตำบลทุ่งขวาง พร้อมผู้นำชุมชน มอบของให้กับผู้มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน

กำนันตำบลทุ่งขวาง พร้อมด้วยผู้นำชุมชนมอบของให้กับผู้มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. นำโดยนายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวาง
พร้อมด้วย ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, สารวัตรกำนัน, แพทย์ประจำตำบล, ผู้นำชุมชน, ข้าราชการ-พนักงาน องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง, เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทุ่งขวาง ร่วมกิจกรรมมอบผ้าอ้อมประจำเดือนมิถุนายน ให้กับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ตำบลทุ่งขวาง ภายใต้โครงการดูแลสุขอนามัยสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิงหรือบุคคลที่มีปัญหาการกลั้นปัสสาวะอุจจาระในการดำเนินชีวิต ปี 2568


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ประชาชนชาวสุพรรณบุรี ร่วมบริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพฯ

สุพรรณบุรี – ประชาชน หลากหลายอาชีพแห่ร่วมบริจาคโลหิตเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 70 ล้านซีซีเฉลิมพระเกียรติ

ที่ปั้มน้ำมัน ปตท. ถนนสุพรรณบุรี – บางบัวทอง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ได้มีประชาชนหลากหลายอาชีพเดินทางมาร่วมบริจาคโลหิต ให้กับศูนย์โลหิตโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช โดยนายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา, นายสมชาย สุจิตต์ ผู้บริหาร ปตท.หลักเมือง (เลี่ยงเมืองสุพรรณฯ) ร่วมกับศูนย์โลหิตโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช และโรงพยาบาลบางปลาม้า

นายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของตน ตนอยากช่วยเหลือสังคม และให้ความสำคัญเรื่องโลหิตจึงได้รณรงค์รับบริจาค ต้องบอกว่าโลหิตของคนสุพรรณ มีความที่จะต้องการใช้โลหิตประมาณ 30,000 กว่ายูนิต ต่อปีแต่วันนี้เรารับบริจาคโดยเฉลี่ยแค่ประมาณ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ซึ่งโลหิตทุกวันที่ผ่านมาต้องส่งไปที่ศูนย์โลหิต ที่ลพบุรี แต่ปัจจุบันเรารับบริจาคอยู่ที่สุพรรณ และทำศูนย์โลหิตของเราเองแล้ว

การที่เรารณรงค์ ให้มาช่วยกันบริจาคโลหิตจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นที่สำคัญโลหิตของท่านที่จะมาช่วยนั้นก็จะช่วยชีวิตของคนได้อีกหลากหลายชีวิต ก็ขอเชิญชวนมาร่วมบริจาคกันได้ที่โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช และปัจจุบันทางครอบครัวตนรวมถึงคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา และญาติพี่น้องได้ร่วมกันซื้อรถรับบริจาคโลหิตไว้ ซึ่งสามารถออกไปบริการ รับบริจาคโลหิตตามสถานที่ต่างๆได้ ถ้าสถานที่ใดมีความพร้อมจะให้รถออกไปบริการก็ยินดี

นอกจากการรับบริจาคโลหิตแล้วทางโรงพยาบาลบางปลาม้า ยังได้จัดรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่มาเอ็กซเรย์ ปอด เพื่อตรวจคัดกรองโรคปอด และตรวจคัดกรอง ไวรัสตับอักเสบ บี และซี ให้กับประชาชนที่มาร่วมบริจาคโลหิตและอวยพรวันเกิด ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ทับสะแก เปิด “ยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติด”

ประจวบคีรีขันธ์ – อำเภอทับสะแก เปิด “ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด”อำเภอทับสะแกจับผู้ต้องหา 5 ราย ดำเนินคดี 1 ราย อีก 4 ราย สู่กระบวนการบำบัด

วันที่ 25 มิ.ย.68 ตามแนวทางขับเคลื่อนกรมการปกครอง ประจำปี 2568 ตามนโยบายรัฐมน ตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายใต้ “ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด” อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ. ประจวบคีรีขันธ์ /ผอ.ศอ.ปส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับ สะแก ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก

มอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก, นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดฝ่ายความมั่นคง, พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.ทับสะแกที่ 6 ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ม.5 ต.ทับสะแก จากการตรวจสอบได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจำนวน 5 ราย และมีการสมัครใจยินยอมเข้าสู่กระบวน การบำบัด รพ.ทับสะแก จำนวน 4 ราย และดำเนินคดี จำนวน 1 ราย

ซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกจับกุม ดังนี้

  1. จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยการจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
  2. เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  3. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย

พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 6 เม็ด โดยได้บันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวนสภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

แพทย์ทหาร ร่วมรณรงค์ “สร้างอนาคตปลอดภัย ไม่ป่วยด้วยไข้เลือดออก”

แพทย์ทหารร่วมรณรงค์ “สร้างอนาคตปลอดภัย ไม่ป่วยด้วยไข้เลือดออก”

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในช่วงนี้ มีโอกาสพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่นำโดยยุงลาย เนื่องจากมีฝนตกลงมาในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้มีน้ำขังตามภาชนะต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย ชอบวางไข่ในภาชนะต่างๆ ที่มีน้ำขัง โดยเฉพาะภาชนะใส่น้ำใช้, ภาชนะที่ไม่ใช้แล้ว, อ่างบัว, ยางรถยนต์ที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งภาชนะเหล่านี้ จะมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในชุมชน หรือในบ้าน เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการระบาดของโรคได้

ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และคณะแพทย์ทหาร มีความห่วงใยจากภัยดังกล่าว ต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกท่าน ร่วมกันตรวจภาชนะที่มีน้ำขัง และเก็บกวาดภาชนะที่ไม่ใช้แล้ว กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายแบบง่าย ๆ ตามมาตรการ 3 เก็บ ดังนี้ 1) เก็บขยะ เศษภาชนะที่มีน้ำขัง ป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย 2) เก็บกวาด บ้านให้สะอาด ปลอดโปร่ง ป้องกันยุงลายเกาะพัก และ 3) เก็บน้ำดื่ม น้ำใช้ให้สะอาดมิดชิด ป้องกันได้ 3 โรค ทั้งโรคไข้เลือดออก โรคปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา

ทั้งนี้ หากประชาชนมีอาการสงสัยป่วยไข้เลือดออก เช่น มีไข้สูงลอย ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา หน้าแดง กระหายน้ำ มีจุดเลือดที่ลำตัว ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ควรหลีกเลี่ยงยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค แอสไพริน รวมถึงยาชุดซึ่งอาจมีผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เลือดออกในทางเดินอาหารและยากต่อการรักษา ทั้งนี้ หากรับประทานยาลดไข้ (พาราเซตามอล) หรือเช็ดตัวแล้ว ไข้ไม่ลดภายใน 1-2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชน ในยามวิกฤตทุกโอกาส


รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับรางวัลหน่วยสายแพทย์ดีเด่น ประจำปี2567

โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้รับการคัดเลือกให้ได้รางวัลหน่วยสายแพทย์ดีเด่น ประจำปี 2567 ประเภทโรงพยาบาลกองทัพภาค (คะแนน ร้อยละ 80.0) จากกรมแพทย์ทหารบก

โรงพยาบาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นโรงพยาบาลกองทัพบก ระดับโรงพยาบาลกองทัพภาค สังกัดกองทัพภาคที่ 3 ดูแลรับผิดชอบการตรวจสุขภาพให้กับกำลังพล, ครอบ ครัว รวมทั้งประชาชนทั่วไป ในระดับภูมิภาคของกองทัพบก (ภาคเหนือ) มีที่ตั้ง ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นโรงพยาบาลมาตรฐานชั้นนำ รวมทั้งให้บริการสุขภาพและการรักษาพยาบาลแบบองค์รวมอย่างมีคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สร้างเสริมสุขภาพ เวชกรรมป้องกันแก่บุคลากร และชุมชนให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี และสามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างปัจจัยเกื้อหนุนที่ดีเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ชุมชน รวมทั้งบริหารทรัพยากรสายแพทย์ในโรงพยาบาลกองทัพภาคที่ 3 ในฐานะเป็นโรงพยาบาล แม่ข่ายหลัก ให้ประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ จากผลงานการดำเนินงานของโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในปีที่ผ่านมา โดยเป็นผลงานเชิงประจักษ์ จึงได้รับการคัดเลือกให้ได้รางวัลหน่วยสายแพทย์ดีเด่น ประจำปี 2567 ประเภทโรงพยาบาลกองทัพภาค (คะแนน ร้อยละ 80.0) จากกรมแพทย์ทหารบก

ในการนี้ เจ้ากรมแพทย์ทหารบกได้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลหน่วยสายแพทย์ดีเด่น ประ จำปี 2567 เนื่องในงาน “125 ปี วันสถาปนากรมแพทย์ทหารบก ที่ผ่านมา ณ กรมแพทย์ทหารบก กรุงเทพมหานคร โดยมีรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหา ราช เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัลฯ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่หน่วยสืบไป

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 มีความพร้อมที่จะสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ทางทหารในการช่วยเหลือประชาชนยามวิกฤตทุกโอกาส