ทบ.ไทย-ญี่ปุ่น กระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้น เดินหน้าพัฒนาความร่วมมือทางทหารเพื่อความมั่นคงของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอนาคต

ทบ.ไทย-ญี่ปุ่น กระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้น เดินหน้าพัฒนาความร่วมมือทางทหารเพื่อความมั่นคงของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอนาคต

กองทัพบกสานสัมพันธ์กับมิตรประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ (26 มิถุนายน 2568) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้การต้อนรับ พลเอก โมริชิตะ ยาสุโนริ (Gen. Morishita Yasunori) ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกองทัพบก โดยกองทัพบกได้จัดพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ และนำเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ ก่อนเข้าเยี่ยมคำนับ ผบ.ทบ. และรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับภารกิจและความร่วมมือระหว่างสองกองทัพ ในโอกาสนี้ กองทัพบกได้จัดพิธีประดับเครื่องหมายแสดงความสามารถพิเศษนักโดดร่มชั้นกิตติมศักดิ์กองทัพบกพร้อมมอบประกาศนียบัตร เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่นด้วย

ในระหว่างการหารือข้อราชการ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ของทั้งสองประเทศได้มีความเห็นร่วมกันในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองกองทัพ โดยเฉพาะในมิติของการพัฒนากำลังพลทั้งในด้านการฝึกและการศึกษาให้มีความยั่งยืน

โดยเฉพาะการฝึกด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย (HA/DR) ในการฝึกร่วม/ผสมภายใต้รหัส Cobra Gold ซึ่งญี่ปุ่นและไทยต่างมีบทบาทสำคัญภายใต้กรอบความร่วมมือของการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา (ADMM-Plus EWG on HA/DR) โดยกองทัพบกไทยจะได้รับการยกระดับจากการเป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์ เป็นผู้เข้าร่วมการฝึกหลักในการฝึกภายใต้รหัส Nankai Rescue อันเป็นสัญลักษณ์ของความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ในด้านการศึกษา ญี่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนที่นั่งในการฝึกอบรมในหลักสูตรระดับสูงต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, หลักสูตรวิทยาลัยการทัพบก, หลักสูตรเสนาธิการทหารบก และ โดยเฉพาะหลักสูตรนักเรียนนายร้อยรวมเหล่า ซึ่ง ผบ.ทบ.ญี่ปุ่นได้กล่าวว่า ถือเป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษ และไม่สามารถเทียบได้กับประเทศใด เป็นการเน้นย้ำถึงความไว้วางใจและการผูกพันระหว่างทั้งสองประเทศที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าด้านการทหารทั่วไป

ในช่วงท้ายของการหารือ ญี่ปุ่นได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยระบุว่า ทั้งสองประเทศเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นของญี่ปุ่น ซึ่งต้องการเห็นความสงบและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ ซึ่ง ผบ.ทบ.ไทยได้ยืนยันว่า ไทยพร้อมดำเนินการเจรจาในระดับทวิภาคี ผ่านกลไก RBC, GBC และ JBC และเชื่อมั่นว่าหากเกิดการเจรจาในระดับดังกล่าว สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน

นอกจากนี้กองทัพบกญี่ปุ่นได้แสดงความคาดหวังและความยินดีที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Staff Talk ระหว่างกองทัพบกทั้งสองประเทศในเดือนสิงหาคม 2568 รวมถึงได้กล่าวเชิญ ผบ.ทบ. ไทย เยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในปี 2569 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะยกระดับความสัมพันธ์ของกองทัพบกทั้งสองประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความร่วมมือระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกญี่ปุ่น มิได้จำกัดอยู่เฉพาะด้านยุทธศาสตร์หรือการฝึกเท่านั้น หากแต่รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการวางรากฐานการพัฒนากำลังพลในระยะยาว เป็นมิตรภาพที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอนาคต



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ทบ. ส่งกองพันจู่โจม ร่วมการฝึก Flash Thunder 25 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์

ทบ. ส่งกองพันจู่โจม ร่วมการฝึก Flash Thunder 25 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ พัฒนาขีดความสามารถหน่วยรบพิเศษ พร้อมกระชับมิตรภาพ ไทย-สิงคโปร์ ครบรอบ 60 ปี

กองทัพบกให้ความสำคัญกับนโยบายการพัฒนากำลังพลผ่านการฝึกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้ส่งกำลังพล เข้าร่วมการฝึกผสมระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกสิงคโปร์รหัส Flash Thunder 25 ณ Special Operations Tactics Support Center (SOTSC), Pasir Ris Camp สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่าง 21-29 มิถุนายน 2568 ซึ่งพิธีเปิดการฝึกได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา

สำหรับการฝึกในครั้งนี้กองทัพบกไทยจัดกำลังพลจากหน่วยกองพลรบพิเศษที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จำนวน 60 นาย ทำการฝึกร่วมกับหน่วย SAF Commando กองทัพบกสิงคโปร์ จำนวน 125 นาย ประกอบด้วยการฝึกอาวุธศึกษาของหน่วยคอมมานโด, การใช้ยุทโธปกรณ์พิเศษ, การใช้อุปกรณ์ในการระเบิดทำลาย, การยิงปืนด้วยกระสุนจริงในอาคารรบประชิด, การรบในพื้นที่สิ่งปลูกสร้าง, การฝึกการส่งลงทั้งการลงเชือกเร่งด่วนและการลงทางดิ่ง การฝึกภาคสนาม และการกระโดดร่มมิตรภาพเพื่อกระชับความสัมพันธ์ร่วมกัน

การฝึกผสมรหัส Flash Thunder 25 เป็นโครงการฝึกระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกสาธารณรัฐสิงคโปร์ ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2540 ภายใต้ชื่อรหัส Blue Thunder จากนั้นในปี 2541 ได้เปลี่ยนชื่อการฝึกเป็นรหัส Flash Thunder ซึ่งกองทัพบกไทยได้จัดหน่วยกองพันจู่โจมเข้าร่วมการฝึกกับหน่วยกองพันคอมมานโดที่ 1 ของกองทัพบกสิงคโปร์ และหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐสิงคโปร์มีความสัมพันธ์อันดีตั้งแต่ปี 2508 ถือเป็นมิตรประเทศที่มีประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ที่ยาวนานและแน่นแฟ้น และในปีนี้เป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศ การเข้าร่วมฝึกผสมรหัส Flash Thunder 25 ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือทางทหารที่มุ่งพัฒนาทักษะ เสริมสร้างขีดความสามารถของกำลังพลหน่วยรบพิเศษ และสานสัมพันธ์อย่างยั่งยืน



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

สำนักงานประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และความมั่นคงกองทัพบก ลงพื้นที่เชียงราย-พะเยา ติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และขยายผล “ทหารพันธุ์ดี” เพื่อความมั่นคงยั่งยืน

สำนักงานประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และความมั่นคงกองทัพบก ลงพื้นที่เชียงราย-พะเยา ติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และขยายผล “ทหารพันธุ์ดี” เพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เมื่อวันที่ 25-26 มิถุนายน 2568 คณะสำนักงานประสานราชการในพระองค์ กองทัพบก (สปร.ทบ.) นำโดย พลเอก พรมงคล พึ่งเสมา ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และความมั่นคงกองทัพบก เป็นหัวหน้าคณะ ได้เดินทางไปราชการในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 จังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา เพื่อติดตามความก้าว หน้าการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการทหารพันธุ์ดี ตลอดจนโครงการตามแนวพระราชดำริอื่น ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยทหารในพื้นที่ โดยมี พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมด้วยผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา ร่วมให้การต้อนรับคณะ ณ ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

โดยภารกิจสำคัญในการเดินทางครั้งนี้ ครอบคลุมการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อาทิ โครงการดอยยาว ดอยผาหม่น ดอยผาจิ จังหวัดพะเยาและเชียงราย, โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านหนองห้า อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา, โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงบ้านสันติสุข อำเภอปง จังหวัดพะเยา รวมถึงโครงการทดลองเลี้ยงแกะและสัตว์ปีก บ้านร่มฟ้าทอง อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

ซึ่ง คณะสำนักงานประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และความมั่นคงกองทัพบก ได้ฟังการบรรยายสรุปความคืบหน้าการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการทหารพันธุ์ดี ของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา , ตรวจเยี่ยมโครงการเลี้ยงแพะพระราชทานพันธุ์แบล็คเบงกอล, ตรวจเยี่ยมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปางขอน เพื่อเป็นการติดตามการขยายผลการดำเนินการของความคืบหน้าการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการทหารพันธุ์ดี ตามแนวทางการบริการเครือข่ายการมีส่วนร่วม เพื่อความมั่นคง ในปีงบประมาณ 2568

นอกจากนี้ คณะสำนักงานประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และความมั่นคงกองทัพบก ยังได้เยี่ยมชมโครงการทหารพันธุ์ดี และโครงการผลิตแพะพระราชทานพันธุ์แบล็คเบงกอล “เพื่อนช่วยเพื่อน” ซึ่งดำเนินการโดยมณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37) และกองพันทหารราบที่ 17 กรมทหารราบที่ 17 (ร.17 พัน.3) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และส่งเสริมอาชีพแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

ในการนี้ คณะ สำนักงานประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และความมั่นคงกองทัพบก ได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานจากหน่วยที่รับผิดชอบในพื้นที่ ก่อนเดินทางลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านปางขอน อำเภอเมืองเชียงราย พร้อมพบปะประชาชนในพื้นที่และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบปัญหาและข้อเสนอแนะในการพัฒนาและขยายผลโครงการฯ ไปยังพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ในการติดตามครั้งนี้ นับเป็นการต่อยอดพระราชดำริด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต การเกษตรบนพื้นที่สูง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการส่งเสริมอาชีพอย่างยั่งยืน ซึ่งกองทัพบกโดย สำนักงานประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และความมั่นคงกองทัพบก ให้ความสำคัญในการประสานเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามแนวทาง “ประชาชนอยู่ดี มีสุข”


นที มีเดช รายงาน

เชียงใหม่ ประชุมหัวหน้าส่วนราชการและคณะกรมการจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ

จังหวัดเชียงใหม่ จัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการและคณะกรมการจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ ผวจ. ชื่นชมการทำงานที่ผ่านมา พร้อมย้ำแนวทางการทำงานแบบ “ทีมเชียงใหม่” และเชิญชวนพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 13 กรกฎาคม 2568

วันที่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการและคณะกรมการจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 6/2568 โดยมี หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบัน องค์กร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่และรัฐบาลในมิติต่างๆ

โดยที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้าการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของจังหวัดในหลายด้าน อาทิ ด้านการท่องเที่ยว ในห้วงเดือน มิถุนายน 2568 มีจำนวนเที่ยวบินภายในประเทศ จำนวน 1,779 Flights 311,292 Seats 6 Airlines/ 11 Routes และจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศ จำนวน 768 Flights 133,966 Seats 23 Airlines/ 20 Routes ซึ่ง ททท.ร่วมกับสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ จัดกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว ช่วง Green Season อาทิ การแข่งขันดวลวงสวิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ระหว่างเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2568 เป็นต้น ในส่วนด้านการเกษตร การผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย ลิ้นจี่ มะม่วง และลำใย ซึ่งผลผลิต ลิ้นจี่ และมะม่วง เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วกว่า 80% แนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น และคงที่ตามลำดับ สำหรับลำใย จะเก็บเกี่ยวประมาณกลางเดือนกรกฎาคม คาดว่าผลผลิตจะออกสู่ตลาดจำนวนมากกว่าปีที่ผ่านมา แนวโน้มราคาจะลดลง จึงขอเชิญชวนร่วมอุดหนุนผลผลิตตามฤดูกาล ด้านทรัพยากรน้ำ ปภ.เชียงใหม่ รายงานความคืบหน้าการขุดลอกลำน้ำปิง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน รวมระยะทาง 41 กิโลเมตร ซึ่งวางแผนการขุดลอก แก้ไขสิ่งกีดขวาง เริ่มดำเนินการ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา ในห้วงแรก ได้ดำเนินการขุดลอก บริเวณตัวเมืองเชียงใหม่ และในห้วงต่อไป จะดำเนินการในส่วนตอนบนและตอนล่าง กำหนดแล้วเสร็จภายใน 20 กันยายน 2568

ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันในลักษณะของ “ทีมเชียงใหม่” เพื่อให้เกิดการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อย่างมีพลังและเกิดผลสัมฤทธิ์ในการขับเคลื่อนจังหวัดไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนหัวหน้าส่วนราชการทุกหมู่เหล่า และประชาชน ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนิน เป็นองค์ประธานในโครงการ “ปูทาง..สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา วัง” (ภาคประชาชน รุ่นที่ 4) จังหวัดเชียงใหม่ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น. เพื่อแสดงความจงรักภักดี และความตั้งใจของชาวเชียงใหม่ พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งแห่งประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่านี้ร่วมกัน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2568 ปัจจุบันสูงกว่าค่าเป้าหมาย และประชาสัมพันธ์เชิญชวนเจ้าหนี้และลูกหนี้ร่วมกิจกรรม “มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.00 – 16.30 น. ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ รวมทั้ง เชิญชวนหน่วยงาน องค์กร สมัครเข้าร่วมการประเมินชุมชน องค์กร และอำเภอคุณธรรม ประจำปี 2568 เพื่อสร้างต้นแบบของความซื่อสัตย์ โปร่งใส และคุณธรรมในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568


นที มีเดช รายงาน

จ.ลำพูน จัดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายใต้กิจกรรม “วันต่อต้านยาเสพติดโลก และ TO BE NUMBER ONE” ประจำปีงบประมาณ 2568

จังหวัดลำพูน จัดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายใต้กิจกรรม “วันต่อต้านยาเสพติดโลก และ TO BE NUMBER ONE” ประจำปีงบประมาณ 2568 ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน

วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานพิธีเปิดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายใต้กิจกรรม “วันต่อต้านยาเสพติด และ TO BE NUMBER ONE” ประจำปีงบ ประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีนายสรศักดิ์ วจีสัตย์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน กล่าวรายงาน มีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ชมรม TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดลำพูน นักเรียน นักศึกษา เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติ ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการรวมพลังแก้ไขปัญหาและต่อต้านยาเสพติด อาทิ ช่วยแจ้งเบาะแส และเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชน รวมทั้งเร่งสร้างการรับรู้ให้ประชาชนรู้เท่าทัน เข้าใจสถานการณ์และแนวโน้มของปัญหายาเสพติดในปัจจุบัน ทั้งในมิติการค้า การเสพ และไม่ตกเป็นเหยื่อ ของขบวนการค้ายาเสพติด เป็นต้น

นอกจากนี้ กิจกรรม TO BE NUMBER ONE ใน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้มีพระดำริให้จัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจในกลุ่มเยาวชน ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และเป็นการพัฒนาศักยภาพ และคุณภาพของเยาวชนให้เป็นคนรุ่นใหม่และภาคภูมิใจในตนเอง นับเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด จึงได้จัดทำโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ภายใต้กิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก และ TO BE NUMBER ONE ประจำปีงบประมาณ 2568 ขึ้น โดยได้รับการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายในจังหวัดลำพูน ได้แก่ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดลำพูน, สำนักงกงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน, โรงเรียน/สถานศึกษาในจังหวัดลำพูน, ชมรม TO BE NUMBER ONE จังหวัดลำพูน และศูนย์พัฒนาคุณธรรมวัดแม่สารป่าขาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกิจกรรมในวันต่อต้านยาเสพติดโลกและกิจกรรม TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดลำพูน และเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้ตระหนักถึงภัยจากยาเสพติด เฝ้าระวัง เสริมสร้างพื้นที่/กิจกรรม เชิงบวก มีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยการจัดกิจกรรมในวันนี้ มีการจัดบูธนิทรรศการ จากหน่วยงานต่างๆ จำนวน 10 นิทรรศการ มีประกวดการแข่งขัน จำนวน 6 รายการ ประกอบด้วย 1. การประกวดชมรม TO BE NUMBER ONE ดีเด่น (ประเภทสถานศึกษา) 2. การประกวดชมรม TO BE NUMBER ONE ดีเด่น (ประเภทสถานประกอบการ) 3. การประกวดชมรม TO BE NUMBER ONE ดีเด่น (ประเภทชุมชน) 4. การประกวดดนตรีโฟล์คซอง 5. การประกวด Cover Dance 6. การประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE Idol โดยได้รับความอนุเคราะห์คณะกรรมการ การตัดสินจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน, สำนักงานแรงงานจังหวัด, โรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่ง, โรงเรียนแม่ตืนวิทยา, โรงเรียนทาขุมเงินวิทยาคาร, โรงพยาบาลแม่ทา, เทศบาลตำบลเหมืองจี้, ข้าราชการบำนาญ และผู้แทนจากบริษัท CP all อีกด้วย.


นที มีเดช รายงาย

ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน เป็นประธานจัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก

จัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก ป้องกันเยาวชน ครอบครัว ทั้งในและนอกสถานศึกษา ห่างไกลจากยาเสพติด บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติดอื่น ๆ

26 มิ.ย.68 เวลา 10.00 น. นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานจัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก โดยมีส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง นักเรียนโรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกันเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดอื่น ๆ ไปตามถนนในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน และเปิดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก ณ ห้องประชุมโรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน

ทั้งนี้ ตามมติที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เมื่อเดือนธันวาคม 2530 ได้กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งประเทศไทยได้ยึดถือปฏิบัติตและยืนยันเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ที่จะร่วมกับประชาคมโลกในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด โดยมีองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันน

ปัจจุบันยาเสพติดเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ความและความปลอดภัยในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว หมู่บ้าน ชุมชน สังคม ตลอดจนประเทศชาติ จึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย ลดความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน รวมถึงสร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของวันต่อต้านยาเสพติดโลก และการเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดมากยิ่งขึ้น จังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงได้จัดกิจกรรมการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี2568 ภายใต้กรอบแนวคิด “Stop Drugs, Start Power สร้างพลังไยาเสพติด”

เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของวันต่อต้านยาเสพติดโลกรวมถึงมีภูมิคุ้มกันและมีความเข้าใจเกี่ยวกับโทษและภัยของยาเสพติด จนสามารถป้องกันตนเอง ครอบครัว หมู่บ้าน/ชุมชน สังคม ตลอดจนประเทศชาติให้ปลอดภัยจากยาเสพติดให้กลุ่มเป้าหมายร่วมกันปลุกพลัง สร้างกระแสความตื่นตัว เฝ้าระวังและเข้ามามีสวนร่วมในการป้องกนและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนจูงใจผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่การบำรัดรักษาอย่างครบกระบวนการและให้โอกาสกลับมาเริ่มต้นชีวินใหม่ในสังคมอย่างปกติ ให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลร่วมกันปลุกพลัง สร้างกระแสความตื่นตัว เฝ้าระวังและเข้ามาในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนจงใจผู้ติด ให้กลุ่มเป้าหมายและทุกภาคส่วนของสังคมมีความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการแก้ไขปัญหาาเสพติดของรัฐบาล ที่ต้องการลดความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหายาเสพติด รวมถึงเชื่อมั่นในการดำเนินงานด้านยาเสพติดของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กิจกรรมประกอบด้วย Subish msdeseee urliourtionerce การแสดงของชมรม To Be Number One มอบใบประกาศเกียรติคุณ บุคคลที่มีผลงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี พ.ศ. 2568 มอบเกียรติบัตร หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นระดับอำเภอ จำนวน 7 อำเภอ จัดนิทรรศการและกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก

ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนซึ่งสนับสนุนสถานที่ในการจัดกิจกรรมรวมทั้งหน่วยงานที่ได้มาร่วมจัดนิทรรศการกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก ได้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน, หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท,กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 336 , สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน,โรงพยาบาลธัญญารักษ์จังหวัดแม่ฮ่องสองสอน,แรงงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน และหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน


นที มีเดช รายงาน

จเรตำรวจแห่งชาติ ประชุมร่วมหลายหน่วยงาน รุกเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในทุกมิติ

จเรตำรวจแห่งชาติ ประชุมร่วมหลายหน่วยงาน รุกเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในทุกมิติ

วันนี้ (27 มิถุนายน 2568) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนงานปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ ครั้งที่ 2/2568 โดยมีผู้แทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐ กิจและสังคม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงแรงงาน กองบัญชาการกองทัพไทย, สำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ, ธนาคารแห่งประเทศไทย และ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านระบบการประชุมทางไกล

ที่ประชุมได้พิจารณากำหนดกลุ่มของหน่วยเฉพาะกิจ และแนวทางการปฏิบัติในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านการช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหน่วยงานหลัก, ด้านการป้องกัน มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหน่วยงานหลัก และด้านการสืบสวนและการดำเนินคดี มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลัก รวมทั้งได้มีการหารือร่วมกันเพื่อวางมาตรการต่างๆ ในการขับเคลื่อนการดำเนินการในทุกมิติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า การดำเนินการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต้องเน้นในประเทศเป็นหลัก โดยต้องเร่งป้องกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่จะขยับฐานมาในประเทศไทย แล้วขับเคลื่อนไปสู่ต่างประเทศมากขึ้น โดยใช้กลไก UNODC ในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา โดยต้องมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในและนานาประเทศ ในการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อประโยชน์อย่างสูงสุดในการสืบสวนคดีอาชญากรรมออนไลน์แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ทั้งนี้ ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568 นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นเจ้าภาพประชุมตำรวจสากล โดยมีประเด็นการหารือหลักคือเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะใช้เวทีนี้พูดคุยกับทางประเทศต่างๆ อย่างเป็นทางการ ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาและการแลกเปลี่ยนข้อมูล ยืนยันว่าจะร่วมกันเดินหน้าเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเข้มข้นและต่อเนื่องต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 นำคณะติดตามการดำเนินงาน ในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ และแพร่

ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 นำคณะติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนภารกิจของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่ จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดแพร่

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. พันเอกหญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 และคณะ เยี่ยมชมผลการดำเนินงาน ของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดแพร่ โอกาสนี้นี้ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ได้รับฟังการรายงานผลการดำเนินงานในด้านต่างๆ ทั้งกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครอบครัวกำลังพล การช่วยเหลือด้านสวัสดิการ และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ได้มอบทุนให้กับบุตรที่มีความต้องการพิเศษ และคู่สมรสที่ทุพพลภาพ, เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์แม่บ้านของหน่วย, ตรวจเยี่ยมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กค่ายพิชัยดาบหัก รวมถึง เยี่ยมชมการดำเนินงานของ โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ และเยี่ยมบุตรแรกเกิดของกำลังพล ณ ค่ายพิชัยดาบหัก อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์

สำหรับการตรวจเยี่ยมครั้งนี้นับเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจและเป็นส่วนหนึ่งในการติดตามขับเคลื่อนภารกิจโครงการของ สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ให้เกิดประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรม สอดคล้องตามนโยบายของนายกสมาคมแม่บ้านทหารบกต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ร่วมมือร่วมใจ แก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ การได้รับโล่ประกาศฯ คือกำลังใจ

กองกำลังผาเมือง และ สถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง ทบ. ( มณฑลทหารบกที่ 34 ) จังหวัดพะเยา มอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรฯ “ยอดเยี่ยมและดีเด่น” ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2568 ขอบคุณที่ร่วมมือกันอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องสังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร ฯ พลตรี กิดากร จันทรา ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และ พันเอก วิศิษฐ์ บรรณากิจ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 เข้าร่วมพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดประจำปี 2568 โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมาย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน โดยมี พลตํารวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วยนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการมูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน Mr. Benedikt Hofmann ผู้แทน UNODC แขกผู้มีเกียรติชาวต่างประเทศ (FANC) ผู้ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณฯ ระดับยอดเยี่ยม และดีเด่น และทายาท/ครอบครัวผู้เสียสละชีวิต เข้าร่วมรับโล่ประกาศเกียรติคุณ

ซึ่งมณฑลทหารบกที่ 34 รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2568 โดยสถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง ทบ.(มณฑลทหารบกที่ 34) จังหวัดพะเยา ได้รับคัดเลือกจาก สำนักงานคณะกรรมการป้อง กันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) ให้เป็นหน่วยงานดีเด่นด้านการบำบัดยาเสพติด และกองกำลังผ่าเมือง รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2568 ซึ่งมีผลการปฏิบัติงานในการสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เป็นสักขีพยานการมอบเงินสนับ สนุนการดำเนินงานด้านยาเสพติดระหว่างผู้แทนมูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน มอบเงินสนับสนุนฯ จำนวน 500,000 บาท เพื่อนำไปมอบให้กับบุคคลและองค์กรที่ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2568 จำนวน 210 ราย

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในโอกาสพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ ไขปัญหายาเสพติดประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิถุนายน 2568 ในนามรัฐบาลขอขอบคุณทุกท่าน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจในการต่อสู้กับยาเสพติด ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่น ที่จะป้องกันปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง การกำหนดให้มีวันยาเสพติดโลกเป็นสิ่งย้ำเตือนภัยคุก คามร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของประชาชน

รัฐบาลชุดนี้ได้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดและได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติมีการดำเนินการอย่างรอบด้านและครบวงจรทั้งการปราบปรามผู้กระทำความผิดการสกัดกั้นการค้า การแพร่ระบาด และการให้โอกาสแก่ผู้เสพยาผ่านกระบวนการบำบัดรักษาด้วยหลักการผู้เสพคือผู้ป่วย เพื่อให้ผู้เสพสามารถกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้อย่างมีคุณค่า พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณในวันนี้ ถือเป็นความร่วมมืออันดีระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. และมูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน ที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจแก่บุคคลองค์กรผู้ปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและเสียสละอย่างแท้จริง ขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับบุคคลและองค์กรทุกท่านที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ รางวัลนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องแสดงความสำเร็จ แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันเจตนารมณ์ อันแน่วแน่ความเสียสละอันสูงส่งและผลงานเป็นรูปธรรมที่ทุกท่านได้อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องสังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด อันจะนำมาซึ่งความมั่นคงของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชน ขอให้ทุกท่านภาคภูมิใจในเกียรติยศอันที่ได้รับในครั้งนี้และมุ่งมั่นรักษาคุณงามความดีดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีงาม เพื่อร่วมกันสร้างความประเทศไทยให้ปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืนสืบไป

ทั้งนี้ โล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2568 ประกอบด้วย

  1. โล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กร ซึ่งได้รับเงินรางวัลจากมูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน จำนวน 5 ราย
  2. โล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานระดับยอดเยี่ยม จำนวน 11 ราย
  3. โล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานระดับดีเด่น จำนวน 152 ราย อาทิ เจ้าคณะภาค 1 วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ได้รับโล่ดีเด่นด้านการบำบัดรักษายาเสพติด, ศุลกากรนิวซีแลนด์ร่วมกับตำรวจนิวซีแลนด์ ได้รับโล่ดีเด่นด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ, เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน ผู้มีอิทธิพลบนสื่อฯ ได้รับโล่ด้านป้องกันยาเสพติด รวมทั้งประชาชนทั่วไปและหน่วยงานหลายภาคส่วน
  4. 4โล่เชิดชูเกียรติผู้เสียชีวิต จำนวน 14 ราย และ 5.โล่เชิดชูเกียรติผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 33 ราย

นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก เร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย

กองทัพบก เร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย พร้อมสนับสนุนการรับมือวิกฤตอุทกภัยใน 5 อำเภอของจังหวัดเชียงราย

ตั้งแต่เวลาเช้ามืดของวันนี้ (27 มิ.ย.68) จังหวัดเชียงราย ประสบเหตุฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและอุทกภัยฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะใน อ.พญาเม็งราย ที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงถึง 317.5 มิลลิเมตร ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ใกล้ลำห้วยขุนแม่เปาได้รับความเสียหายอย่างหนัก

กองทัพบก โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 ได้จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย ชุดแพทย์เดินเท้า และสารวัตรทหาร พร้อมด้วยเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ รถบรรทุกทหาร FTS ยานพาหนะ และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อบูรณาการการช่วยเหลือกับส่วนราชการจังหวัดเชียงราย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเน้นการอพยพกลุ่มผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่อยู่ในภาวะเปราะบางออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดที่ปลอดภัย พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่และยานพาหนะอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ถนนถูกตัดขาดจากน้ำท่วม นอกจากนี้ ยังได้จัดให้มีบริการปฐมพยาบาลและดูแลสุขภาพขั้นต้นแก่ผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อจัดลำดับความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและครอบคลุมต่อไป

สำหรับสถานการณ์จากรายงานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ ระบุว่า จ.เชียงราย เผชิญวิกฤตอุทกภัยใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.พญาเม็งราย, อ.เวียงชัย, อ.เชียงแสน, อ. เวียงเชียงรุ้ง และ อ.เทิง ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนกว่า 4,400 ครัวเรือน ถนนถูกตัดขาด 3 จุด โรงพยา บาลได้รับผลกระทบ 2 แห่ง และพื้นที่เกษตรเสียหายประมาณ 500 ไร่ โดยเฉพาะ ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย มีบ้านเรือนจมน้ำถึง 3,705 ครัวเรือน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและถนนหลายสายได้รับความเสียหาย ขณะที่ ต.ตาดควัน และ ต.แม่ต๋ำก็ถูกน้ำป่าไหลหลากรุนแรง สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากฝนยังตกอย่างต่อเนื่อง ทางจังหวัดจึงได้สั่งการให้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมเครื่องจักร อุปกรณ์ และกำลังพลรับมืออย่างเต็มที่



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก