ผบ.มทบ. 39 รับมอบกล้วยตากคุณภาพดี และน้ำพริกรสเด็ดจากอำเภอวังทอง เพื่อส่งไปเป็นกำลังใจให้แก่ทหารกล้า ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 รับมอบกล้วยตากคุณภาพดี และน้ำพริกรสเด็ดจากอำเภอวังทอง เพื่อส่งไปเป็นกำลังใจให้แก่ทหารกล้า ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2

วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.00 น. ที่ สำนักนักงานวิสาหกิจชุมชนกล้วยตากแม่โสม ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก พลตรี ปฐวี ศรีสุข ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ,พันเอกนพดล วัชรจิตรบวร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายทหาร รับมอบกล้วยตากคุณภาพดี และน้ำพริกรสเด็ดจากอำเภอวังทอง เพื่อส่งไปเป็นกำลังใจให้แก่ทหารกล้า ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2

โดยจะส่งมอบให้พลโท บุญสิน พาดกลาง ในวันที่ 7 กรกฏาคม 2568 ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งกลุ่มคลัสเตอร์ผลไม้แห่งขุนเขาจังหวัดพิษณุโลก ได้ริเริ่มและร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกล้วยตากชื่อดังในพื้นที่ร่วมกันดำเนินการรวมผลิตภัณฑ์ จากพลังของภาคประชาชนและภาคเกษตรกรรมท้องถิ่น ที่ต้องการส่งมอบความห่วงใยและแรงสนับสนุนทางใจให้แก่เจ้าหน้าที่ทหารที่เสียสละปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ

โดยผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ได้กล่าวขอบคุณในน้ำใจและความร่วมมือของทุกภาคส่วน พร้อมเน้นย้ำว่ากำลังใจจากพี่น้องประชาชนคือพลังสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ของแนวหน้าที่ชายแดน ในงานมีนางจิรนันท์ วาสุเทพรังสรรค์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก ,นายสมควร ไชยมหา เกษตรจังหวัดพิษณุโลก ,นายวรวงศ์ พงศบุตร นายอำเภอบางกระทุ่ม กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและเกษตรกรในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมส่งความร่วมมือและไมตรีจิตในกิจกรรมครั้งนี้ อย่างเนืองแน่น


นที มีเดช รายงาน

ผบ.มทบ.37 เป็นประธานมอบกายอุปกรณ์เสริมและเทียม ให้แก่ทหารผ่านศึกพิการทุพพลภาพ และครอบครัว ณ สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เขตเชียงราย

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ประธานในพิธีมอบกายอุปกรณ์เสริมและเทียม ให้แก่ทหารผ่านศึกพิการทุพพลภาพ และครอบครัว จังหวัดเชียงราย และพะเยา ณ สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เขตเชียงราย

พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37/หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเชียงราย (หส.ผศ.ชร.) เป็นประธานในพิธีมอบกายอุปกรณ์เสริมและเทียม ให้แก่ทหารผ่านศึกพิการทุพพลภาพ และครอบครัว จำนวน 45 ราย โดยมี แพทย์หญิง จิตติมา ปรีชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารผ่านศึก พร้อมด้วย นางมณธิยา กำจาย รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเชียงราย (รอง หส.ผศ.ช.ร.) ให้การต้อนรับ ณ ศาลาอเนกประสงค์ สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเชียงราย และนายแพทย์โรงพยาบาลทหารผ่านศึก กองออโธปิดิกส์และกายอุปกรณ์ ร่วมพิธี โดยหน่วยเคลื่อนที่ของหน่วยกายอุปกรณ์ กองออโธปิดิกส์และกายอุปกรณ์ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ได้จัดตั้งหน่วยเพื่อจัดทำกายอุปกรณ์เสริมและเทียม ที่สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเชียงราย เมื่อแล้วเสร็จได้จัดพิธี ส่งมอบแก่ทหารผ่านศึก ที่เข้ารับการสงเคราะห์ สำหรับการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ ได้มีการนำรถบริการกายอุปกรณ์เคลื่อนที่ และรถบรรทุก 6 ล้อ มาให้บริการจัดทำกายอุปกรณ์เสริมและเทียม

โรงพยาบาลทหารผ่านศึกได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ และหน่วยกายภาพบำบัดเคลื่อนที่ เพื่อให้บริการ ตรวจรักษาโรคด้านอายุรกรรม กระดูกและข้อ ทันตกรรม และให้ความรู้ด้านกายภาพบำบัด แก่ทหารผ่านศึกและครอบครัว การจัดหน่วยกายอุปกรณ์เคลื่อนที่ และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ของโรงพยาบาลทหารผ่านศึก เป็นนโยบายหลักของท่านผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ที่ มุ่งเน้นด้านการให้บริการแก่ทหาร ผ่านศึกทั่วประเทศ ให้ทหารผ่านศึกและครอบครัว ได้รับการบริการอย่างครบวงจร ทั้งการดูแลด้านสุขภาพ และการจัดทำกายอุปกรณ์เสริมและเทียม รวมถึงเครื่องช่วยความพิการต่างๆ เพื่อให้ทุกท่านได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งเป็นการส่งความห่วงใย ขวัญกำลังใจ จากโรงพยาบาลทหารผ่านศึก องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก สู่ผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติทุกท่าน

การจัดหน่วยกายอุปกรณ์เคลื่อนที่ในครั้งนี้ มีทหารผ่านศึกมารับบริการ จำนวนทั้งสิ้น 83 ราย แบ่งออกเป็น ทหารผ่านศึกที่เข้ารับบริการให้คำปรึกษาด้านกายอุปกรณ์เสริมและเทียม จำนวน 16 ราย และทหารผ่านศึกที่เข้ารับบริการการสงเคราะห์กายอุปกรณ์เสริมและเทียม จำนวน 67 ราย โดยแบ่งประเภทการให้การสงเคราะห์กายอุปกรณ์เสริมและเทียม ดังนี้
๑. ขาเทียมใต้เข่าแกนในใช้กับฝ่าเท้าวิจัย S-pace จำนวน ๕ ข้าง
๒. ขาเทียมใต้เข่าแกนใน จำนวน ๒๕ ข้าง
๓. ขาเทียมเหนือเข่าแกนใน จำนวน ๖ ข้าง
๔. รถเข็นนั่งคนพิการ จำนวน ๙ คัน
และ เบิกอุปกรณ์ฯ และเครื่องช่วยความพิการต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง


นที มีเดช รายงาน

นายนพดล พริ้งสกุล ประธานอนุกรรมาธิการ ประชุมตามระเบียบวาระการประชุม ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 328 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม 25668 นายนพดล พริ้งสกุล ประธานอนุกรรมาธิการ ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุม เพื่อพิจารณา ดังนี้

  1. พิจารณา (ร่าง) กำหมดการเดินทางไปราชการเกี่ยวกับการติดตามปัญหาการส่งสัญญาณของโครงข่ายวิทยุและโทรทัศน์และโครงข่ายโทรคมนาคม ของคณะอนุกรรมาธิการ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    1. ที่ประชุมพิจารณากำหนดการเดินทางไปราชการเกี่ยวกับการติดตามปัญหาการส่งสัญญาณของโครงข่ายวิทยุและโทรทัศน์ และโครงข่ายโทรคมนาคม ในระหว่างวันศุกร์ที่ ๑ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๘ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ การเดินทางไปราชการดังกล่าวเพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในประเด็นเกี่ยวกับปัญหาการรับ – ส่งสัญญาณโครงข่ายโทรคมมาคมในพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อนำข้อมูลได้รับมาประกอบการจัดทำรายงานพิจารณาศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ
    2. ตามที่สำนักงาน กสทช. ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าร่วมประชุมชี้แจงการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านการทดลองออกอากาศไปสู่การอนุญาตประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง นั้น คณะอนุกรรมาธิการเห็นชอบกำหนดเข้าร่วมประชนดังกล่าวในครั้งที่ 3 วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมบรรจงบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  2. พิจารณาทำกำหนดประเด็นศึกษาของ (ร่าง) รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การบูรณาการกฎหมายประกอบกิจการกรกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม และวิทยุคมนาคม ของคณะอนุกรรมาธิการ
  3. การตั้งตำแหน่งต่าง ๆ ในคณะอนุกรรมาธิการ
  4. .กำหนดวันและเวลาในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการครั้งต่อไป ในวันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 นาฬิกา

ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 328 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา


“เตรียมพบกับศูนย์การแพทย์แผนไทย ที่ รพ.สามพราน จ.นครปฐม เร็วๆ นี้

“เตรียมพบกับศูนย์การแพทย์แผนไทย ที่ รพ.สามพราน จ.นครปฐม เร็วๆ นี้ โดยความร่วมมือระหว่าง อบจ.นครปฐม, กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, สำนักงานสาธาธารณสุขจังหวัดนครปฐม และโรงพยาบาลสามพราน”

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม 2568 นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ กับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, สำนักงานสาธาธารณสุขจังหวัดนครปฐม และโรงพยาบาลสามพราน ณ เวทีกลาง งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติและการประชุมวิชาการประจำปีการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกแห่งชาติ ครั้งที่ 22 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมมือขับเคลื่อนพันธกิจ พัฒนาคุณภาพ มาตรฐานการบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และนำไปใช้ในระบบบริการสุขภาพอย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชนในการดูแลสุขภาพ อีกทั้งเป็นการขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ ร่วมคัดเลือก ตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลนาหูกวาง

ประจวบคีรีขันธ์ – รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ ร่วมคัดเลือก ตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลนาหูกวาง

ที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุข ใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานคณะกรรมการคัดสรรพัฒนาชุมชนดีเด่นพร้อมด้วย นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และคณะกรรมการฯ จากส่วนราชการ ได้แก่ ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด, ท้องถิ่นจังหวัด, ผู้แทนเกษตรจังหวัด และคณะทำงานจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลนาหูกวาง

โดยมี นายสิทธิชัย คงหอม นายอำเภอทับสะแก, นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก, นายสายชล ชนะภัย น.ส.ทิฆัมพร ยอดใหญ่ รองนายกอบต.นาหูกวาง, นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง พร้อมเกษตรอำเภอ ประมงอำเภอ สาธารสุขอำเภอ สัสดีอำเภอ และภาคีเครือข่ายการพัฒนาทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนตำบลนาหูกวาง ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

การนำเสนอผลงานวันนี้ พระครูวินัยธรเสรี อตฺตสาโร เจ้าคณะตำบลอ่างทอง เขต 2 เจ้าอาวาสวัดเขาบ้านกลาง ร่วมรับฟัง นับเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้นำเสนอ ซึ่งอำเภอทับสะแก มีกลุ่มเป้าหมาย เข้าร่วมการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น รวม 5 กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

  1. ตำบลนาหูกวาง ตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  2. หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองกลางดง หมู่ที่ 9 ตำบลนาหูกวาง
  3. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตน้ำมันมะพร้าวบ้านประดู่ลาย
  4. นายไพรัช ทองมาก ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ​(ผู้นำ อช.) ชาย
  5. นางสาวน้ำฝน คีรีศรี ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ​(ผู้นำ อช.) หญิง

ภายในบริเวณงานมีการจัดนิทรรศการ ซึ่งมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ นิทรรศ การจากสำนักงานเกษตรอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมชมการจัดนิทรรศการแหล่งท่องเที่ยวหาดแหลมกุ่ม ป่าสนเหมืองแร่ การจัดการขยะ การฝึกอาชีพ การทำกระถางปลูกผักใช้น้ำน้อย การทำหมวกเจล การทำไม้กวาด การทำผ้ามัดย้อม และการแสดง ผลิตภัณฑ์ ด้านการ เกษตรจากชาวบ้านเป็นต้น


ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

แฟลช เอ็กซ์เพรส เปิด “ศูนย์การเรียนรู้ เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษา”

แฟลช เอ็กซ์เพรส เปิด “ศูนย์การเรียนรู้เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษา”

ณ โรงเรียนบ้านห้วยน้ำเค็ม อำเภอวังน้ำเขียว บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด โดยนางสาว ปรินทร์ทิพย์ อิสริยเมธา ผู้ช่วยรองกรรมการผู้อำนวยการสื่อสารองค์กร และรัฐกิจสัมพันธ์ กลุ่มธุรกิจแฟลช เป็นผู้แทนบริษัทฯเปิด “ศูนย์การเรียนรู้แฟลช เอ็กซ์เพรส เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษา” ณ โรงเรียนบ้านห้วยน้ำเค็ม ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนคร ราชสีมา การเปิดศูนย์การเรียนรู้เพื่อการศึกษาดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของ “คุณคมสันต์ ลี” ผู้ก่อตั้งบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส ที่ต้องการสร้างโอกาสทางการศึกษา และลดความไม่เท่าเทียมด้านการศึกษาให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนทรัพยากรทางการศึกษา เพราะเชื่อว่าการศึกษาคือจุดเริ่มต้นของโอกาสที่ดีในชีวิต และเป็นต้นทุนในการสร้างอนาคตและพัฒนาประเทศ โดยแฟลช เอ็กซ์เพรส เข้าไปช่วยพัฒนา และจัดทำศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่ที่ประกอบไปด้วยการปรับปรุงอาคารเรียน และสร้างห้องการเรียนรู้แห่งใหม่ พร้อมมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนบ้านห้วยน้ำเค็ม อันเป็นการต่อยอดทางการศึกษานอกห้องเรียนเพื่อให้นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลความรู้เพิ่มเติมผ่านสื่อต่างๆที่ต้องการได้ด้วยตนเอง


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

ลุงพล ผู้เข้าใจราคาทุเรียน มีขึ้นมีลง ส่วนหนึ่งสาเหตุมาจากดิน ฟ้า อากาศ

อุทัยธานี – ลุงพลผู้เข้าใจราคาทุเรียนมีขึ้นมีลง ส่วนหนึ่งสาเหตุมาจากดิน ฟ้า อากาศ หากดินดีก็จะได้ผลผลิตที่ดีตามมา

เกษตรกรจังหวัดอุทัยธานี ปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชไร่ที่มีราคาตกต่ำไม่แน่นอน หันไปปลูกทุเรียนผลไม้ที่มีมูลค่าสูง ทำให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตดีขึ้น ทั้งยังได้ผลผลิตทุเรียนคุณภาพ ทำรายได้หลักแสนถึงหลักล้านต่อปี

ผู้สื่อข่าว รายงานที่สวนทุเรียนนาย โสพล กังวาล อายุ 65 ปี เจ้าของสวนบ้านสวนภูเวียง หรือสวนลุงพล หมู่ 1 บ้านไซเบอร์ ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีพื้นที่ปลูกทุเรียน 7 ไร่ โดยมีพันธุ์หมอนทอง และพันธุ์หลงลับแล

ลุงพล เริ่มทดลองปลูกทุเรียนในพื้นที่มาเมื่อ 12 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้เคยปลูกสับปะรด แต่เห็นว่าราคาทุเรียนนั้นเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานได้ดี ซึ่งส่วนใหญ่ประชาชนมักชอบรับประทาน โดยไม่ได้จำหน่ายให้พ่อค้าคนกลาง แต่จะมีลูกค้าเอามาซื้อถึงไร่ และส่งตามช่องทางของออนไลน์ โดยสวนทุเรียนลุงพลนั้นติดกับลำธาร น้ำตกไซเบอร์ และน้ำตกแก่งสาวน้อย

ทั้งนี้ ตัวลงพลเอง เข้าใจเจ้าของสวนทุเรียนดี เนื่องจากราคานั้นก็จะมีขึ้นมีลง บางครั้งก็ได้ราคาสูงบ้าง ราคาต่ำบ้าง และราคามาตรฐาน แต่ส่วนหนึ่งก็มาจากสาเหตุการปลูก ที่จะมาเรื่องดิน ลมฟ้าอากาศ แต่หากดินดี ก็จะได้ผลผลิตที่ดี


ภาวณี ศรีอนันต์ รายงาน

สวนกระแสเศรษฐกิจ สาวใจบุญแจกทานฟรีมูลค่ากว่าครึ่งแสน ทุกวันพระ

จังหวัดลพบุรี – สวนกระแสเศรษฐกิจสาวใจบุญแจกทานฟรีมูลค่ากว่าครึ่งแสนทุกวันพระ

ชาวบ้านจำนวนมากจับจองพื้นที่ จองคิวรับอาหารสดปรุงสุก สะอาด พร้อมเงินสด จากสาวใจบุญขายเพชร ที่ไม่ต้องมีเงื่อนไขใดๆ แค่สวดมนต์พร้อมกันก่อนรับอาหาร จะเอาเท่าไรไม่ว่าแต่ขอให้ซื่อสัตย์เพื่อที่จะได้เอาไปกินเอาไปฝากครอบครัว ยืนยันจะมีให้ทุกวันพระ ชาวบ้านต่างยกมือท่วมหัว สาธุกับสาวใจบุญ ด้านสาวใจบุญเผยเพียงเพื่อต้องการให้พ่อเนพระ แม่ที่บวชเป็นชีได้มีความสุขในช่วงชรา สุดท้ายพ่อแม่จะได้ติดบุญไปจนภพหน้า

ลพบุรีสวนกระแสเศรษฐกิจ ข้าวของแพง สองสาวใจบุญพี่น้องได้โพสต์ ข้อความลงในเพจแจ้งเหตุลพบุรี “เจ้ราตรี แสวงสุข น้อมแบ่งปันข้าวกล่องหมูตับพริกอ่อน และข้าวหมูตับกระเทียมคู่ข้าวหอมมะลิร้อนๆ 2,200 กล่อง น้อมแบ่งปันแด่พี่น้องผู้เป็นที่รัก พิกัด 5 โมงเย็นครึ่ง เย็นนี้หน้าร้านเพชรบ้านอัญมณี ขอความอิ่มกายอิ่มใจ จงสำเร็จแด่ทั้งผู้ให้และผู้รับ”

เวลา 15.30 น.วันที่ 3 ก.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวสังเกตว่าได้มีประชาชนทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่ จองคิวโดยการวางสิ่งของ รองเท้า กระเป๋า ยาวกว่า 200 เมตร จนเวลาประมาณ 17.00 น. ประชาชนจำนวนมาก ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ผู้สูงวัย ผู้พิการ ต่างเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบ ร้อยเพื่อรอรับอาหาร ซึ่งได้ทำความเข้าใจกันก่อนว่าขอความเป็นระเบียบเพื่อสะดวกกับการแจกจ่าย ซึ่งประชาชนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งก่อนแจกได้มีคุณราตรี แสวงสุข อายุ 51 ปี สาวสวยใจบุญ ได้นิมนต์พระ และแม่ชี ซึ่งเป็นพ่อและแม่ร่วมในการแจกด้วย ทุกคนล้วนยิ้มแย้มแจ่มใส เริ่มจากเชิญชวนทุกคนที่มาร่วมสวดมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง ครอบครัว และผู้ที่แจกทาน ก่อนเริ่มแจกน้ำลำไย น้ำมะตูม ตามด้วยข้าวกล่องหมู ตับทอดกระเทียม หมูตับผัดพริกอ่อน พบชาวบ้านที่มาไม่มีใครขอเพียงกล่องเดียว ต่างใส่ถุงกลับบ้านฝากครอบครัวอย่างเต็มที่ ขอให้บอกว่าเอาเท่าไร ไม่มีข้อแม้ อีกทั้งยังได้แจกเงินสดจำนวน 100 บาท สำหรับผู้สูงวัย ผู้พิการและเด็ก

ชาวบ้านที่มารับอาหารกล่าวว่าที่นี่ของจริง ไม่มีเงื่อนไข ขอให้หิว จะยากดีมีจนไม่สนใจ เอาไปให้อิ่ม สร้างความสุขให้กับหลายร้อย หลายพันครอบครัว ที่ทุกวันพระจะต้องมา โดยทางสาวใจบุญ ที่พวกตนเองไม่รู้จัก ได้ทำสิ่งนี้มานานนับปี โดยขอให้ทุกคนที่มาเพียงแค่สวดมนต์ ให้กับครอบครัวของเขาเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นคนใจบุญ เป็นคนที่มีบุญโดยแท้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน พวกตนก็ได้แต่เพียงอวยพรให้เขาเจริญรุ่งเรือง สุขภาพร่างกายแข็งแรง อนุโมธนาบุญไปกับเขาด้วย

ด้านนางสาวราตรี แสวงสุข อายุ 51 ปี สาวสวยใจบุญ ที่แจกอาหารจนครบคนสุดท้าย กล่าวว่าตนเอง พี่สาว ครอบครัว ประกอบอาชีพส่วนตัว มีร้านเพชรมีกิจการเป็นของตนเอง มีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ขาดการทำบุญทำทาน โดยได้ปรึกษาหารือกับครอบครัวว่า ทุกวันพระเราจะทำอะไรดี เพื่อพ่อและแม่ ให้มีความสุข ให้เห็นรอยยิ้ม ให้เห็นความจริงกับการทำบุญ จึงได้ตั้งปฎิญานว่า ตั้งแต่นี้ต่อไป ทุกวันพระเราจะเริ่มแจกทานกับผู้ยากไร้ ผู้ป่วย ผู้พิการ รวมถึงเด็กกลุ่มเปราะบาง โดยเริ่มจากการแจกข้าวกล่อง ตั้งแต่ 500 700 1,000 2,000 จนถึงวันนี้กว่า 2,200 กล่อง มูลค่ากว่า 5 หมื่น

สาวใจบุญกล่าวต่อว่า ตนเองอยากเห็นรอยยิ้มของชาวบ้าน อยากเห็นความสุขของพระ แม่ชี ซึ่งเป็นพ่อและแม่ซึ่งท่านชราภาพมากแล้ว อยากให้พ่อและแม่ติดใบบุญ ไปจนถึงวาระสุดท้ายที่จะได้ติดบุญไปจนถึงภพหน้า สาวใจบุญกล่าวว่าเหลือเชื่อพ่อแม่ที่คล้ายคนชราทั่วไป สุขภาพร่างกายทรุดโทรม แต่เมื่อได้มาเห็นชาวบ้านมีความสุข พ่อกับแม่ก็กระกระฉับกระเฉงกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที ทั้งนี้ขอขอบคุณผู้สื่อข่าว ขอบคุณชาวบ้านทุกคน วันพระหน้าให้มารับอาหารได้โดยไม่มีเงื่อนไข อยากทุกคน ผู้ที่มีรายได้น้อย ผู้ยากไร้ ผู้ป่วย และผู้พิการ สามารถรับมารับอาหารไปประทานได้ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระครอบครัวและเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อีกทางหนึ่ง


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ ปภ. จัดอบรมหลักสูตร “การค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search And Rescue)” แก่ทีมบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ ปภ. จัดอบรมหลักสูตร “การค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search And Rescue)” แก่ทีมบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมศักยภาพ เพิ่มขีดความสามารถ พร้อมรับมือภัยพิบัติ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในระดับมาตรฐานสากล ณ ศูนย์ฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือน จังหวัดชัยนาท

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการฯ พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิกฯ เป็นประธานมอบใบวุฒิบัตรให้แก่ทีมบรรเทาสาธารณภัย ที่สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตร “การค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search And Rescue) หรือ “USAR” เป็นโครงการฝึกอบรมที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน-2 กรกฎาคม พ.ศ.2568 เพื่อฝึกทักษะ เพิ่มพูนความรู้ความสามารถ และทบทวนการปฏิบัติภารกิจการค้นหาและกู้ภัยฯ ตามหลักมาตรฐานสากล พร้อมทบทวนข้อมูลและเรียนรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบโครงสร้างต่างๆ การพิจารณาสาเหตุรอยร้าว การตรวจสอบอาคารวิบัติ การเข้าแก้ไขเบื้องต้น ฯลฯ

โดยแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติเรียนรู้วิธีลดการพังทลายของโครงสร้างอาคาร การกำหนดสัญลักษณ์การค้นหา ฯลฯ รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับภารกิจของสุนัขกู้ภัย (K9) โดยมี นายเกริกเสกข์สัณห์ วาสะสิริ ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษค้นหาและกู้ภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกร พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญฯ ร่วมเป็นวิทยากรในการฝึกอบรม พร้อมด้วยนายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นางสาวณัฐกานต์ ขำคม ผู้จัดการฝ่ายบุคคลและฝึกอบรม และนางสาวพิมพ์ณภัท สุนทรฐิติวงษ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร ร่วมสังเกตการณ์ ณ ศูนย์ฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือน จังหวัดชัยนาท

สำหรับการพัฒนาบุคลากรด้านบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพในระดับมาตรฐานสากล จึงได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ [MOU] ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผนึกกำลังทั้งทางด้านวิชาการ และการปฏิบัติการ เพื่อการบูรณาการการจัดการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่และ/หรืออาสาสมัครมูลนิธิฯ และเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัยให้สามารถบริหารจัดการและปฏิบัติตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดทีมบรรเทาเข้าโครงการอบรมหลักสูตร “การค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search And Rescue)” มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในรุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ.2566 และได้นำองค์ความรู้ดังกล่าวช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิผล โดยเฉพาะเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2568 ที่ผ่านมา

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาบุคลากรควบคู่กับพัฒนาโครงการ เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ศปป.3 ลุยชายแดนกาญจน์ ผนึกกำลังปราบอาชญากรรมข้ามชาติ–สกัดภัยก่อการร้าย

ศปป.3 ลุยชายแดนกาญจน์! ผนึกกำลังปราบอาชญากรรมข้ามชาติ–สกัดภัยก่อการร้าย

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 พล.ท.ชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 (ศปป.3) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง แรงงาน การไฟฟ้า และ กสทช.เขต 13 เพื่อวางแผนเชิงรุกป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการก่อการร้ายในพื้นที่ชายแดน

จังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ มีทั้งด่านถาวรและช่องทางธรรมชาติ ซึ่งกลุ่มอาชญากรรมมักใช้เป็นเส้นทางลักลอบเข้าสู่ประเทศ

ผอ.ศปป.3 เน้นย้ำการบูรณาการข้อมูลข่าวสารแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ และสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังในพื้นที่ เพื่อยกระดับความมั่นคงและความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน