จนท.อุทยานแห่งชาติตาดหมอก​ ถูกกระทิงทำร้ายขณะปฏิบัติหน้าที่​

จนท.อุทยานแห่งชาติตาดหมอก​ ถูกกระทิงทำร้ายขณะปฏิบัติหน้าที่​ ด้าน​ รมว.ทส.​ อธิบดี​ อส. ส่งความห่วงใย​ สั่งช่วยเหลือ​และติดตามอาการใกล้ชิด

จากกรณีนายสมบูรณ์ พืชสิงห์ บุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติงานราชการอุทยานแห่งชาติตาดหมอก จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์กระทิงทำร้ายขณะออกลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานฯ เมื่อช่วงบ่ายวันที่​ 4 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา

นายสมเกียรติ ยอดมาลี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) เปิดเผยว่า​ ได้รับรายงานจากนายรณรัตน์ ศิริมากร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตาดหมอก​ หลังเกิดเหตุ การณ์​ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.15 น. ของวานนี้(4ก.ค.68)​ ขณะที่นายสมบูรณ์และคณะเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนรวม 6 นาย กำลังลาดตระเวนมาตามคลองห้วยใหญ่ ท้องที่หมู่ 12 บ้านป่าสัก ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ได้มีกระทิงป่า​ 1 ตัว พุ่งเข้าไล่ขวิด ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด นายสมบูรณ์พยายามปีนขึ้นต้นไม้เพื่อหลบหนี แต่กระทิงตัวดังกล่าวได้ตามมาชนต้นไม้และใช้ปากกัดเข้าที่บริเวณต้นขาซ้ายของเขา ในระหว่างนั้น นายณัฐวัฒน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมลาดตระเวน ได้ใช้อาวุธปืน HK ยิงขู่เพื่อไล่กระทิงให้หนีกลับเข้าป่าไป ก่อนจะเข้าช่วยเหลือและทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่นายสมบูรณ์

ต่อมาเวลา 14.30 น. ชุดลาดตระเวนได้วิทยุแจ้งขอกำลังเสริมเพื่อนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยา บาล และในเวลา 16.50 น. ทีมช่วยเหลือของอุทยานแห่งชาติตาดหมอกได้นำตัวนายสม บูรณ์ ส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ทันที​ จากการตรวจสอบเบื้องต้น แพทย์ได้ทำการเอกซเรย์บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ และกำลังรอผลการเอกซเรย์เพื่อวินิจฉัยแนวทางการรักษาต่อไปว่าจำเป็นต้องเย็บแผลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่านายสมบูรณ์รู้สึกตัวดี และรับรู้ถึงอาการเจ็บบริเวณบาดแผล

ด้าน​ ดร.เฉลิมชัย​ ศรีอ่อน​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอรรถพล​ เจริญชันษา​ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ​ สัตว์ป่า​ และพันธุ์พืช​ ได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และเป็นห่วงต่ออาการของนายสมบูรณ์ กำชับให้หน่วยงานดูแลอย่างใกล้ชิด​ และสั่งการให้ติดตามอาการบาดเจ็บของนายสมบูรณ์พร้อมรายงานเข้ามาต่อเนื่อง​ รวมถึงช่วยเหลืออย่างเต็มที่


สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)

นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์สาธารณภัยฝนตกหนักและอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์สาธารณภัยฝนตกหนักและอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์สาธารณภัยฝนตกหนักและอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดย เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เกิดฝนตกหน้กต่อเนื่องในพื้นที่ อำเภอเมืองเชียงราย, อำเภอแม่ฟ้าหลวง, อำเภอเวียงชัย, อำเภอพาน, อำเภอเทิง, อำเภอพญาเม็งราย, อำเภอแม่จัน และอำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียง ราย โดยได้เกิดเหตุฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง ในพื้นที่บริเวณซอย 16 บ้านด้ายหนองหล่ม หมู่ที่ 11 ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย เสาไฟฟ้าโค่นล้ม 3 ต้น รวมถึงในเขตเทศบาลนครเชียงรายเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ห้าแยกพ่อขุน ชุมชนศรีทรายมูล ชุมชนสันป่าก๊อ ชุมชนสันคอกช้าง ชุมชนบ้านใหม่ รอการระบาย

ขณะที่เมื่อเวลา 01.24 น. วันที่ 6 กรกฎาคม 2568 เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้น้ำหลากทะลักเข้าท่วม หมู่บ้านลัดดาวัลย์ ทุกซอย รวมถึงพื้นที่ สันคอกช้างซอย 4 เบื้องต้นระดับน้ำสูงอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านขนของไม่ทัน บางหลังคาเรือนน้ำทะลักเข้าเต็มบ้าน วุ่นทั้งคืน!หลายพื้นที่ไฟดับ น้ำไม่ไหล เจ้าหน้าที่เร่งเข้าพื้นที่ช่วยเหลือ เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมเฝ้าระวังดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลากซ้ำอีกระลอก

สำหรับการดำเนินการและการให้ความช่วยเหลือ ในพื้นที่อำเภอเวียงชัย การไฟฟ้าส่วนภูมิ ภาค อยู่ระหว่างซ่อมแซม ส่วนในพื้นที่เขตเทศบาลนครเชียงราย ปัจจุบันยังคงมีน้ำรอการระบายเล็กน้อยในบางจุด เทศบาลนครเชียงรมยอยู่ระหว่างให้ความช่วยเหลือ คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในวันนี้

ด้าน กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ เตรียมความพร้อม เครื่องมืออุปกรณ์ เครื่องจักรกล ยุทโธปกรณ์ กำลังพลพร้อมให้ความช่วยเหลือทันที ตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อได้รับการร้องขอ


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ตร. สร้างขวัญกำลังใจตำรวจ เปิด 900 อัตรา พนักงานสอบสวนชั้นสัญญาบัตร แก้ปัญหาการขาดแคลน

ผบ.ตร.สร้างขวัญกำลังใจตำรวจ เปิด 900 อัตรา สร้างความก้าวหน้าชั้นประทวนวุฒินิติศาสตร์สามารถสอบเลื่อนเป็นสัญญาบัตร ตำแหน่งพนักงานสอบสวน แก้ปัญหาการขาดแคลน

วันนี้ (5 ก.ค. 2568) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขับเคลื่อนการปฏิบัติราชการตาม 15 นโยบายสำคัญของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะนโยบายข้อที่ 5 เรื่องการพัฒนางานสอบสวนและยกระดับมาตรฐานความยุติธรรม รวมถึงนโยบายข้อที่ 12 การบริหารจัดการบุคลากรและงบประมาณอย่างคุ้มค่า เพื่อให้การสอบสวนคดีมีความรวดเร็ว เป็นธรรม โปร่งใส และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนนี้โดยเฉพาะปัญหาพนักงานสอบสวน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญมาต่อเนื่อง จัดประชุมหารือร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะแก้ไขให้ตรงจุด ทั้งการขาดแคลน ขวัญกำลังใจในการทำงาน เพื่อเกิดประโยชน์ต่อพนักงานสอบสวนและประชาชนให้มากที่สุด

สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กันอัตราเงินเดือนไว้เพิ่มเติม จำนวน 900 อัตรา เพื่อเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบรรจุเป็นพนักงานสอบสวน ผบ.ตร.เห็นความสำคัญของข้าราชการตำรวจชั้นประทวน จึงมีนโยบายสนับสนุนความก้าวหน้าแก่ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนที่มีวุฒินิติศาสตรบัณฑิต ให้สามารถสอบเลื่อนชั้นเป็นข้าราช การตำรวจชั้นสัญญาบัตรได้ในตำแหน่งพนักงานสอบสวนทั้ง 900 นาย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ตำรวจ และแก้ปัญหาการขาดแคลนพนักงานสอบสวนด้วย

นอกจากนี้ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินมาตรการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในตำแหน่งพนักงานสอบสวนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้มาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ และภายในกรอบงบประมาณที่ได้รับจัดสรร โดยปัจจุบันมีผู้ผ่านการสอบคัดเลือกอยู่ระหว่างการฝึกอบรม จำนวน 1,174 นาย ซึ่งคาดว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ประมาณเดือนมีนาคม 2569

พล.ต.ท.อาชยน กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าว นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนพนักงานสอบสวนและลดภาระงานที่หนักแล้ว ยังเป็นไปตามนโยบายข้อที่ 14 ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการประชาชนให้ได้มาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรและเพิ่มประสิทธิภาพ
การปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพและความเป็นธรรมอย่างแท้จริง


เพชรบุรี จัดงานเวียนเทียนศรัทธาถวายโคมลอยแสงประทืปสืบสานพุทธบูชา

เพชรบุรี – จัดงานเวียนเทียนศรัทธาถวายโคมลอยแสงประทืปสืบสานพุทธบูชา

วันที่ 5 ก.ค. ที่บริเวณสันเขื่อนแม่ประจันต์ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี นางวันเพ็ญ มังสี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงานเวียนเทียนศรัทธาถวายโคม ลอยแสงประทืปสืบสานพุทธบูชา กราบนมัสการพระคุณเจ้า (พระครูสุนทรวัชราการ เจ้าอาวาสวัดลิ้นช้าง) ที่นั่งบนหลังช้างพลายราชาบุรีและเดินร่วมกับขบวนซ่งทะเดิ่ง เป็นภาพที่สวยงามมาก โดยมีกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ชาวบ้านในพื้นพื้นที่ หัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วม

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอหนองหญ้าปล้อง โดยมีนายสุรพันธ์ สิทธิชัย นายอำเภอหนองหญ้าปล้อง กล่าวถึงอำเภอหนองหญ้าปล้องซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัด นับเป็น 1 ใน 2 อำเภอของจังหวัดที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศพม่า และยังมีมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม เช่น น้ำตกแม่กระดังลา ตลาดน้ำกลางป่าบนน้ำตกกวางโจว บ่อน้ำพุร้อน และเขื่อนแม่ประจันต์แห่งนี้ก็จะเป็นจุดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของอำเภอหนองหญ้าปล้อง ที่ผสมผสานความเป็นชุมชนชนชาติพันธุ์ และประเพณีวัฒนธรรมที่งดงามจึงก่อให้เกิดกิจกรรมในวันขึ้นมา ดังคำขวัญของกิจกรรมที่ว่า “แสงโคมหลอมรวมใจ เศียรพระใหญ่แม่ประจันต์ ขุนเขาเชื่อมกลุ่มชาติพันธุ์ มหัศจรรย์คุณค่าวัฒนธรรมหนองหญ้าปล้อง”

โดยกิจกรรมจัดให้มีการจุดโคมลอยแสงประทีป จำนวน 400 โคม เพื่อสืบสานพุทธบูชาซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระพุทธคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องในวันอาสาฬหบูชา พร้อมทั้งส่งเสริมพุทธศิลป์ และวัฒนธรรมท้องถิ่น ให้เป็นจุดเริ่มต้นในการจุดเทียนถวายโคมลอยแสงประทีปเพื่อให้เป็นกิจกรรมของชาวอำเภอหนองหญ้าปล้อง และของจังหวัดเพชรบุรี โดยทุกวันที่ 5 ก.ค.ของทุกปี จะจัดให้มีการเวียนเทียนศรัทธาถวายโคมลอยแสงประทืปสืบสานพุทธบูชา เพื่อให้เป็นงานประจำปีของอำเภอหนองหญ้าปล้องสืบต่อไป


///บรรณรต เพชรบุรี

ประจวบฯ จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 22 ให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ – จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 22 ให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน เนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

วันนี้ (4 ก.ค.68) เวลา 09.00 น. ที่วัดอ่างทอง หมู่ที่ 1 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จัง หวัดประจวบคีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีถวายสดุดีพระเกียรติคุณ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และพิธีเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 22

โดยมี นายแพทย์ธนกร ศรัณยภิญโญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด, นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก, นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายกอบต.อ่างทอง, นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขตอำเภอทับสะแก, นพ.นพรัตน์ ชัยเจริญวิมลกุล รักษาการ ผอ.รพ.ทับสะแก, นางสาวณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก, นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก, นายชลิต เพชรดี กำนัน ต. อ่างทอง พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ, ข้าราชการ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, เหล่ากาชาดจังหวัดฯ, บุคลากรจากหน่วยงานสาธารณสุข, อาสาสมัคร พอ.สว. ประจำจังหวัด, ประชาชนและนักเรียน เข้าร่วมพิธีฯ

การจัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้ประกอบพิธีถวายสดุดีแด่พระองค์ และได้ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ มอบถุงสิ่งของอุปโภคบริโภคจากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้แก่ประชาชน และทุนการศึกษามอบให้แก่นักเรียนจำนวน 39 ราย จากนั้นจึงได้เดินเยี่ยมชมและให้กำลังใจแก่บุคลากรจากหน่วยงานสาธารณสุขที่มาออกให้บริการแก่ประชาชน

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับโรงพยาบาลทับสะแก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทับสะแก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ เพื่อเป็นกิจกรรมโดยเสด็จพระราชกุศล และแสดงออกถึงความจงรักภักดี สืบสานพระปณิธานของพระองค์ท่าน ด้วยการนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการแก่ประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน ในด้านการรักษาพยาบาล การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพและการฟื้นฟูสมรรถภาพ บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป บริการตรวจสุขภาพช่องปาก บริการตรวจหาเชื้อมาลาเรีย บริการแพทย์แผนไทย และตรวจสุขภาพนักเรียน โดยมีหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมให้บริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โดยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้รับพระราชทานเป็นจังหวัด พอ.สว. ลำดับที่ 15 ของประเทศ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2512 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 56 ปีที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ และรถทันตกรรมเคลื่อนที่ให้บริการประชาชน ในท้องถิ่นทุรกันดารมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนองพระปณิธานในองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งพระองค์ทรงห่วงใยในสุขภาพอนามัย ความเป็นอยู่ ตลอดจนการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของปวงชนชาวไทยในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร


ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

อบจ.ลพบุรี จัดฟุตบอลต้านยาเสพติดชิงเงินรางวัลเกือบ 2 แสนบาท

จังหวัดลพบุรี – องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี จัดฟุตบอลต้านยาเสพติดชิงเงินรางวัลเกือบ 2 แสนบาท

ยาเสพติดถือว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยการใช้การออกกำลังกาย การเล่นกีฬา ก็ถือว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำใหทุกคนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รวมทั้งยังจะสร้างความรักความ สามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ และเป็นตัว อย่างที่ดีที่จะให้แก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ได้หันมาเล่นกีฬาเพื่อให้ห่างไกลจากยาเสพติด ในขณะเดียวกันกีฬายังเป็นการแก้ปัญหาที่สำคัญยิ่ง ที่จะช่วยสร้างรอยยิ้ม ความรัก ความสามัคคี ความประทับใจ ซึ่งมีความมุ่งหวังเดียวกันคืออยากให้เยาวชนห่างไกลจากยาเสพติด และให้ยาเสพติดหมดไปตามนโยบายหลักที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาของทางรัฐบาล หากลดปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาร่างกาด้วยการใช้กีฬาเป็นตัวช่วยก็เชื่อว่าจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด

นางอรพิน จิระพันธุ์วาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี ได้ประสานงานกับคณะกรรมการกีฬาและนันทนาการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี ได้ เห็นว่ากีฬาที่เป็นที่นิยมของคนส่วนใหญ่ก็คือกีฬาฟุตบอล จึงได้จัดทำโครงการฟุตบอลด้านยาเสพคิด “อบจ.ลพบุรี คัพ” ประจำปี 2568 โดยกำหนดให้มีการจัดการแข้งขันขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ณ สนามกีฬาพระราเมศวร อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งได้แบ่งประเภทการแข่งขันเป็น 3 รุ่น ได้แก่รุ่นเยาวชน อายุไม่เกิน 15 ปี รุ่นเยาวชน อายุไม่เกิน 18 ปี และรุ่นประชาชน อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป สำหรับทีมที่ชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ และเงินบำรุงทีมทั้ง 3 ประเภทเกือบ 2 แสนบาท

ทั้งนี้เชื่อว่าการจัดการแข่งขันฟุตบอลนี้จะช่วยให้เยาวชนมีกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ สนุกสนาน และท้าทาย แทนการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมทั้งช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ทักษะด้านกีฬาที่จะเป็นพื้นที่ปลูกฝังระเบียบวินัย ความสามัคคี และการทำงานเป็นทีม อันเป็นรากฐานสำคัญของการใช้ชีวิตที่ดี รวมถึงลดปัญหายาเสพติดในพื้นที่แก่เยาวชนด้วยการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ช่วยลดความเสี่ยงในการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือการเข้าไปอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ขณะเดียวกันก็ยังจะสร้างอาชีพที่หลากหลายยังเป็นการเปิดโอกาสสู่อนาคตที่มั่นคงอีกด้วย

โดยกำหนดเปิดรับสมัครในวันที่ 4 – 24 กรกฎาคม 25668 ในเวลาราชการ ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับใบสมัครได้ที่ กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี หรือที่เว็บไซต์องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี www.loppao.go.th และยื่นใบสมัครได้ที่กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้น 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี โทร 0 3641 1404 ต่อ 108


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

หญิง 50 นั่งตกสะดุ้ง ขอบบ่อพลัดตกจมดับ คาบ่อหลังบ้าน

นครพนม/เรณู – หญิง 50 นั่งตกสะดุ้งลื่นขอบบ่อพลัดตกจมดับ คาบ่อหลังบ้าน

วันที่ 5/ /2568 เวลา 20:45 น. โดยประมาณ หน่วยกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม ได้รับแจ้งจากกู้ภัยเรณูนคร ว่ามีบุคคลจมนัำสูญหาย ที่เกิดเหตุ บ้านโนนทอง หมู่12 ตำบลเรณู อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม หน่วยกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม จึงได้จัดทีมประดาน้ำอรทัย เข้าสนับสนุนที่เกิดเหตุ

ถึงที่เกิดเหตุ เป็นสระน้ำหลังบ้าน ทีมประดาน้ำหน่วยกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม จึงทำการค้นหา ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จึงกู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้ ทราบจากญาติว่าผู้เสียชีวิตว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้มานั่งตกสะดุ้งหาปลาอยู่ริมสระหลังบ้าน ก่อนจะหายตัวไป และพบเพียงสะดุ้งหาปลาและรองเท้าของผู้เสียชีวิตลอยอยู่สระกลางน้ำ ก่อนประสานทีมกู้ภัยให้ร่วมค้นหาทราบชื่อ นางสาวจันทร์จิลา อินทร์ติยะ อายุ 50 ปี อยู่บ้านโนนทอง หมู่ 12 ตำบลเรณู อำเภอเรณูนคร หน่วยกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม จึงมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลต่อไป


ขอบคุณกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม
กู้ภัยเรณูนคร ส่งข้อมูล

ฟร้อง เทพ โอ๋ นครพนม รายงาน

การประชุมพระสังฆาธิการ ในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายก ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568

นครนายก – การประชุมพระสังฆาธิการ ในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายก ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568

วันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่ศาลาเอนกประสงค์ วัดอุดมธานี พระอารามหลวง ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก คณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายก โดย พระอุดมวชิรนายก เจ้าคณะอำเภอเมือง เจ้าอาวาสวัดอุดมธานี พระอารามหลวง เป็นประธานในการประชุมพระสังฆาธิการ ระดับ เจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะตําบล เจ้าอาวาส และเลขานุการ ในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายก ภาค 12 ครั้งที่ 1/2568 ตามมติมหาเถรสมาคม ที่ 143/2546 โดยมี พระสังฆาธิการในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายก เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง

การประชุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากคณะสงฆ์จังหวัดนครนายก ได้จัดให้มีการประชุมพระสังฆาธิการ ระดับ เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะตำบล และพระเลขานุการทุกรูป ตามมติมหาเถรสมาคม ที่ 143/2546 ครั้งที่ 1 เรื่อง การตรวจการคณะสงฆ์และการจัดการประชุมพระสังฆาธิการ เสร็จแล้วสั่งการให้เจ้าคณะอำเภอทุกอำเภอ จัดประชุมพระสังฆาธิการในเขตปกครองของตน เพื่อรับทราบนโยบายการบริหารจัดการงานของคณะสงฆ์ และเป็นการประชุมก่อนเข้าพรรษาของคณะสงฆ์อำเภอเมือง ซึ่งมุ่งเน้นการงานคณะสงฆ์ทั้ง 6 ด้าน อันประกอบไปด้วย การปกครอง การศึกษา การเผยแผ่ การสาธารณูปการ การศึกษาสงเคราะห์ และการสาธารณสงเคราะห์ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเกิดประโยชน์ต่อพระศาสนาและสังคม และบรรลุวัตถุประสงค์ตามระเบียบมหาเถรสมาคม ซึ่งมีวัดในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมือง จำนวน 80 วัด มีพระสังฆาธิการเข้าร่วมประชุมจำนวน 95 รูป เพื่อรับทราบนโยบายบริหารจัดการงานคณะสงฆ์ ต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

สาวปวช.จอดรถเสียบกุญแจไว้ป้อมตำรวจถูก คนร้ายใช้จังหวะจนท.ตร.เผลอ ลักรถคาป้อมตำรวจไป

อุทัยธานี – สาวปวช.เสียบกุญแจจอดรถคาป้อมตำรวจไว้ ถูกคนร้ายใช้จังหวะจนท. ตร.เผลอ ลักรถคาป้อมตำรวจไป

เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 05 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากนางสาวพัชราพา อายุ 15 ปี ศึกษาอยู่ปวช.ชั้นปี 1ได้เข้าแจ้งความไว้ที่สภ.ลานสัก ว่าได้มีคนร้ายเป็นชายได้ใช้จังหวะตำรวจออกไปปฏิบัติหน้าที่ เข้ามาลักรถจยย.หมายเลขทะเบียนกบย.372 อุทัยธานี ยี่ห้อฮอนด้าสีน้ำเงิน ขับหนีออกจากป้อมตำรวจไป ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ลานสัก เร่งดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาตัวคนร้ายดังกล่าว จากภาพกล้องวงจรปิดว่าผู้ก่อเหตุนั้นมี 2 คน โดยใช้รถจักรยานยนต์สีแดงมาก่อเหตุและใหอีกคนที่นั่งมาด้วย ลงมาก่อเหตุ

จากการสอบถามนางสาวพัชราพา อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของจักรยานยนต์ดังกล่าวและตกเป็นผู้เสียหาย ได้ขอให้ผู้ใหญ่บ้านนายใกล้รุ่ง เริงเขตรการ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านทุ่งสามแท่ง ต.ประดู่ยืน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ช่วยเหลือในครั้งนี้พร้อมกับพาผู้สื่อข่าวไปดูยังที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นป้อมตำรวจ อยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นป้อมตำรวจที่รับผิดชอบของสภ.ลานสัก ซึ่งป้อมดังกล่าวนั้นอยู่ในระหว่างการปรับปรุงพื้นที่

โดยนางสาวพัชราพา ผู้เสียหาย ได้เปิดเผยว่าวันที่ 04 ก.ค.68 ช่วงเช้าตนเองได้ไปรับเพื่อนสาวด้วยกัน โดยขับขี่รถจยย.โดยซ้อนท้ายรถคันเดียวกันมา เพื่อมาจอดไว้ที่ป้อมตำรวจดิน แดง จังหวะนั้นตนเองได้จอดรถไว้ที่ป้อม และก็ดันลืม เสียบกุญแจคาทิ้งไว้ ที่รถจยย. เนื่อง จากจังหวะนั้นตนเองและเพื่อนต้องรีบไปนั่งรถบัสนักเรียนอีกคันที่วิ่งมารับ เพื่อไปถึงเป้าหมายที่มหาวิทยาลัยดังกล่าวแห่งหนึ่งในจังหวัดอุทัยธานี ล่าสุดช่วงตนเองกลับบ้านเวลา 17.30 น. ตนเองได้เลิกเรียนแล้วและได้นั่งรถเดินทางกลับมาที่ป้อมตำรวจดินแดงดังกล่าว ปรากฏว่ารถจักรยานยนต์ของตนเองนั้นหายไปแล้ว จึงได้ไปขอดูตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบชายผู้ต้องสงสัยเป็นชายขับรถจักรยานยนต์ของตนเองขับหนีออกไป ตนเองจึงได้ไปแจ้งความไว้ที่สภ.ลานสัก ให้จับคนร้ายดังกล่าวมาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ตนเองจึงฝากไปถึงคนร้าย หากเห็นข่าวแล้ว ขอให้นำรถจยย.ของตนเองมาคืนด้วย เนื่องจากตอนนี้ลำบากมาก ต้องอาศัยรถจยย.ของชาวบ้าน

ล่าสุดได้สอบถามจนท.ตำรวจสภ.ลานสัก ชื่อนายอภิทักษ์ กุลอัคร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นดาบตำรวจ ที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ป้อมตำรวจดินแดงดังกล่าว ว่าตนเองไม่ได้ละเลยหน้าที่แต่อย่างใด โดยเปิดเผยว่า ขณะนั้นช่วงเช้าก่อนที่ผู้เสียหายจะนำรถจยย.มาจอดทิ้งไว้ที่หน้าป้อมตำรวจ จังหวะนั้น ตนเองได้ออกไปปฏิบัติหน้าที่ โดยไปโบกรถการจราจรแถวโรงเรียนในเขตอำเภอลานสักพอดี โดยผู้เสียหายนั้นได้เสียบกุญแจรถจยย.คาทิ้งไว้ และไม่ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด จึงเป็นเหตุให้คนร้ายนั้นอาศัยจังหวะที่จน.ตำรวจไม่อยู่ เข้ามาลักรถจยย. หนีออกไป เนื่องจากที่ป้อมตำรวจดินแดงดังกล่าวนั้น กำลังปรับปรุงพื้นที่อยู่ และเป็นที่ชุลมุนในการก่อสร้างดังกล่าว จนมาทราบอีกที ว่าผู้เสียหายมาแจ้งว่ารถจักรยานยนต์หายไป ตนเองจึงได้ให้ผู้เสียหายไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ลานสัก ดังกล่าว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นติดตามตัวคนร้ายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ชาวบ้าน จ.บุรีรัมย์ เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมายและชื่นชมโรงงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ชาวบ้าน จ.บุรีรัมย์ เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมายและชื่นชมโรงงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2568 บริษัท อุตสาหกรรมโคราชจำกัด (โรงงานน้ำตาลพิมาย) โดยคุณประเสริฐ เสถียรถิระกุล ประธานกรรมการ และคุณมงคล เสถียรถิระกุล กรรมการผู้จัดการ มอบหมายให้ นายสมบูรณ์ จาตุรชาต ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาอ้อย พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานโรงงานน้ำตาลพิมาย ให้การต้อนรับคณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ชาวหมู่บ้านหนองปล่อง, หนองหัวลาว, หนองตาเสาร์, โคกขาม, สำโรง, ดอนหวาย, หนอง ใหญ่, ตาเหล็ง อีกหลายหมู่บ้าน จาก อ.ชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้เดินทางมาเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการพัฒนาสังคมของโรงงานน้ำตาลพิมาย

ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสีย การควบคุมคุณภาพอากาศ การจัดการของเสีย และการนำทรัพยากรเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ (Zero Waste) โดยเฉพาะการใช้กากอ้อยและเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นพลังงานทดแทน นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมพื้นที่จริง เช่น การจัดการมลพิษทางอากาศที่ระบายออกจากปล่องหม้อไอน้ำ พื้นที่จัดเก็บกองกากอ้อย การจัดการผันน้ำของโรงงาน และชมการพัฒนาชุมชนรอบโรงงานน้ำตาลพิมาย คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ได้แสดงความชื่นชมต่อความมุ่งมั่นของโรงงานน้ำตาลพิมาย ในการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะส่งผลดีต่อชุมชนและระบบนิเวศโดยรอบในระยะยาว

หลังจากได้รับทราบข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในจุดต่าง ๆ คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานฯ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าโรงงานมีการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทั้งยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

การได้รับความไว้วางใจจากผู้เยี่ยมชมครั้งนี้ ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โรงงานน้ำตาลพิมาย มุ่งมั่นพัฒนาระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นต่อชุมชนและสังคมโดยรอบอย่างมั่นคง


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน