เปิดแล้วอย่างยิ่งใหญ่ มหกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ สืบสานงานพ่อ พัฒนา ส่งต่ออาชีพที่ยั่งยืน

เปิดแล้วอย่างยิ่งใหญ่ มหกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ‘สืบสานงานพ่อ พัฒนา ส่งต่ออาชีพที่ยั่งยืน “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ สานต่อพระราชปณิธานด้านเกษตร” เปิดมหกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ‘สืบสานงานพ่อ พัฒนา ส่งต่ออาชีพที่ยั่งยืน’ อย่างยิ่งใหญ่

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว (องค์การมหาชน) จังหวัดปทุมธานี เปิดงานมหกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ “สืบสานงานพ่อ พัฒนา ส่งต่ออาชีพที่ยั่งยืน Agri’ Museum” โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ให้การต้อนรับ จากนั้นได้เดินชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว “สืบสาน รักษา พระราชปณิธาน ในสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี”และนิทรรศการจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯที่ร่วมมาจัดแสดงภายในงาน

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความเป็นมาในการจัดงาน มหกรรม “สืบสานงานพ่อ พัฒนา ส่งต่ออาชีพที่ยั่งยืน”ว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 และเผยแพร่พระเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพ ด้านการเกษตร ที่ทรงมีพระราชปณิธานที่ สืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชกรณียกิจและพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านการพัฒนาเกษตรกรรมไทยตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำไปสู่การบำบัดทุกข์และบำรุงสุขให้แก่พสกนิกรชาวไทย และพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าอย่างพอเหมาะ พอควร มั่นคงและยั่งยืน

ที่สำคัญภายในงานยังมีกิจกรรมให้ประชาชนที่เข้ามาชมงานได้เรียนรู้อย่างหลากหลาย จากเกษตรกรผู้น้อมนำศาสตร์ของพระราชาไปประยุกต์ใช้และเกิดความสำเร็จ สามารถพึ่งตนเองได้ทั้งอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ ที่สำคัญเป็นต้นแบบให้คนที่สนใจได้เข้าไปเรียนรู้และประยุกต์ใช้ได้ด้วย มีนิทรรศการที่น่าสนใจจากภาครัฐและภาคีความร่วมมือ รวมทั้งมีตลาดเศรษฐกิจพอเพียงที่สะท้อนเรื่องของเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับพื้นที่อีกด้วย ซึ่งการจัดงานมหกรรมครั้งนี้ จึงมีความสำคัญยิ่งที่ประชาชนคนไทยไม่ควรพลาด และต้องมาเก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตนเองต่อไป

ทางด้านพันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมที่สำคัญภายในงานว่า จะมีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “สืบสาน รักษา พระราชปณิธาน ในสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี” นิทรรศการจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯถ่ายทอดองค์ความรู้แนวทางการสืบสานพระราชปณิธานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ถึงในหลวงรัชกาลที่ 10 ผ่านองค์ความรู้ที่คัดสรรจาก 28 ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ สู่นิทรรศการตามรอยพ่อ สานต่อที่พ่อทำ จากทั้ง 4 ภาค ผ่านฐานนิทรรศการทั้ง 8 ฐานได้แก่

  • ฐาน “ดินดีพืชดีมีชีวิต” ถ่ายทอดองค์ความรู้การบำรุงดินการใช้หญ้าแฝกและพืชตระกูลถั่ว เทคนิคการบำรุงพืชด้วยจุลินทรีย์ และการขยายพันธุ์พืช
  • ฐาน “โคก หนอง นา น้ำใต้ดิน” การประยุกต์ใช้หลักเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อจัดการพื้นที่และใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่เหมาะกับทรัพยากรและภูมิสังคม
  • ฐาน “สร้างป่า สร้างรายได้” พาไปรู้จักกับ “วนเกษตร” เพื่อการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน และการจัดการพื้นที่โดยใช้แนวคิด เกษตรผสมผสาน
  • ฐาน “จิ๋วแต่แจ๋ว (จุลินทรีย์)” เรียนรู้จุลินทรีย์สิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วแต่ประโยชน์มหาศาล ที่มาช่วยเปลี่ยนดินให้เป็นทอง
  • ฐาน “กินเป็นยา” เรียนรู้การดูแลสุขภาพดีวิถีพอเพียง และการสร้างอาหารที่ปลอดภัยเพื่อสุขภาพกายใจที่สมบูรณ์
  • ฐาน“เกษตรก้าวไกล” เจาะลึกกลไกการบริหารจัดการพื้นที่ขนาดเล็กในการทำการเกษตร และการทำเกษตรพอเพียงเมือง
  • ฐาน“ภูมิปัญญาสร้างอาชีพ” ถ่ายทอดองค์ความรู้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง สู่การสร้างสรรค์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน และ
  • ฐาน “เมล็ดพันธุ์ของพระราชา” จัดแสดงพันธุกรรมพื้นบ้าน พันธุกรรมชนเผ่า พันธุกรรมหายาก และพันธุ์ข้าวไร่ ซึ่งทุกฐานเปิดให้ทดลอง เรียนรู้ ลงมือปฏิบัติจริง พร้อมการอบรมเรียนรู้วิชาของแผ่นดินและหลักสูตร Workshop กว่า 12 วิชา จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและเกษตรกรต้นแบบทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตลอดทั้ง 3 วัน

นอกจากนี้ยังมีการเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ภายใน 4 อาคาร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ พิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์พันธุกรรม พิพิธภัณฑ์ดินดล และพิพิธภัณฑ์สนองพระราชปณิธาน พร้อมรับชมภาพยนตร์แอนิเมชัน 3 มิติ และโรงภาพยนตร์ 7 มิติแบบทะลุจอ อีกทั้งยังมีกิจกรรมพิเศษ อาทิ การหล่อเหรียญพระบรมฉายาลักษณ์ การประดิษฐ์
ของที่ระลึก และกิจกรรมแชะ แชร์ เช็คอิน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงอย่างสร้างสรรค์ ชม ชิม ช้อป สินค้าเกษตรคุณภาพกว่า 200 ร้านค้า นำเสนอผลผลิตปลอดภัยตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์แปรรูป และของดีจากเครือข่ายเกษตรกรทั่วประเทศ

ขอเชิญประชาชนร่วมงานมหกรรม “สืบสานงานพ่อ พัฒนา ส่งต่ออาชีพที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 4–6 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.00–17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดปทุมธานี หรือร่วมเรียนรู้ออนไลน์ผ่าน Facebook และ YouTube พิพิธภัณฑ์การ เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ได้ตลอดทั้งวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-529-2212-13,087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“มูลนิธิกันจอมพลัง พร้อมทีมงานผู้การกัญ” ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางตามแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา

“มูลนิธิกันจอมพลัง พร้อมทีมงานผู้การกัญ” ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางตามแนวชาย แดน ไทย – กัมพูชา

คนเราที่เจอกันไม่ใช่เรื่อง “บังเอิญ” อยู่ที่ “บุญ” ที่เคยร่วมทำกันมา เมื่อมีวาสนาไม่ต้องเรียกร้อง ถึงเวลาก็มาเจอกัน

จะพามารู้จัก พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 (ชื่อเล่น กัญ) มาเจอ “กัน จอมพลัง” หรือ “กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์” ทั้งสองท่านชื่อเล่น เหมือนกันเลยครับ แตกต่างก็เพียงตำแหน่งหน้าที่การงาน เท่านั้น คนหนึ่งเป็นทหารแนวหน้าปกป้องแผ่นดินอธิปไตยไทย อีกคนระดมสมอง ทุน แรงกายแรงใจจากแนวหลังส่งไปช่วยทหารแนวหน้าปกป้องแผ่นดินอธิปไตยไทยเช่นกัน ครับ

วันนี้จะพาทุกท่านมารู้จักภารกิจสำรวจพื้นที่ตามแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา เพื่อเตรียมการปรับปรุงให้กับทหารแนวหน้าปกป้องแผ่นดินอธิปไตยไทย โดยทางด้านพันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ให้การต้อนรับ คุณกัน จอมพลัง พร้อมทีมงานมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ ในโอกาสเดินทางมาสำรวจพื้นที่ตามแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา เพื่อเตรียมการปรับปรุงให้กับหน่วย เพื่อให้ทหารสามารถทำการลาดตระเวนและการส่งเสบียงสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้มีความสะดวก รวดเร็ว มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ได้มีการทำแผนปรับปรุงสะพานข้ามคลองน้ำซึ่งเป็นเส้นทางน้ำป่าไหลหลากผ่านบ่อยครั้ง ส่งผลให้สะพานที่หน่วยได้สร้างขึ้นเองจากไม้พังจากน้ำป่าทุกปี

โดยจะปรับปรุงให้เป็นสะพานซีเมนต์ถาวร เพื่อให้ทนทานกับแรงน้ำป่าที่ไหลมาจากเขา ซึ่งมีความสูงมากกว่า 2 เมตร และกระแสน้ำไหลเชี่ยว พร้อมทั้งได้ทำแผนจัดทำฝายชะลอน้ำในช่วงต้นน้ำ เพื่อชะลอความแรงของน้ำจากน้ำป่าไหลหลากในทุกๆปี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23

ขอขอบคุณพลังแรงใจของทีมงาน มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ ที่ได้มีความตั้งใจสนับสนุนทหารตามแนวชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตย ให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น อย่างเต็มที่ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมด้านสนามรบเพื่อให้พร้อมกับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


บก.ไทบ้าน

ระเบิดความมันส์ การแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบาก เทศบาลเมืองหนองปรือ ประจำปี 2568

ระเบิดความมันส์ การแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบาก เทศบาลเมืองหนองปรือ ประจำปี 2568

เวลา 14.00 น. วันที่ 6 กรกฎาคม 2568 ณ สนามแข่งขันริมอ่างเก็บน้ำมาบประชัน นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการแข่งขัมอเตอร์ไซค์วิบาก เทศบาลเมืองหนองปรือ ประจำปี 2568 โดยมีนายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานยุทธ ศาสตร์ทีมงานพลังหนองปรือ, นายแมน อินทร์พิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี, นายสกน ผลลูกอินทร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี, คณะผู้บริหาร, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี, ประธานสภาเทศบาล, สมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ, หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมรับชมการแข่งขัน

มีนายศราวุธ อมรธรรมสิน ปลัดเทศบาล กล่าวรายงาน เทศบาลเมืองหนองปรือ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาด้านกีฬาและนันทนาการ จึงได้จัดโครงการแข่งขันมอเตอร์ ไซค์วิบากเทศบาลเมืองหนองปรือขึ้น มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เด็ก เยาวชนและประชาชน มีพื้นที่ได้แสดงออกถึงความสามารถด้านการขับขี่และการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบาก เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และกิจกรรมนันทนาการในเขตตำบลหนองปรือ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ในอนาคตสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และกระจายรายได้ โดยคำนึงถึงความสมดุลและยั่งยืน และประการสำคัญ เพื่อเปลี่ยนทัศนคติของเยาวชนและประชาชน มาใช้สนามแข่งขันจักรยานยนต์ ให้ถูกประเภทไม่ไปใช้ถนนเป็นสนามแข่งขัน

สำหรับการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบากเทศบาลเมืองหนองปรือ รายการ “หนองปรือ ไซเคิลครอส และโมโตครอส” ในครั้งนี้มีรุ่นแข่งขันจำนวน 29 รุ่น มีนักแข่งเข้าร่วมแข่งขันมากมาย


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าว อาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

คึกคัก !! เตรียมฉลองวันเกิดน้องโควี่ อุรังอุตังแสนรู้ ทายาทไมค์ซูซู

จังหวัดลพบุรี – สวนสัตว์ลพบุรี เตรียมฉลองวันเกิด ลิงอุรังอุตัง ชื่อน้องโควี่ ลิงแสนรู้ ดาวเด่นประจำสวนสัตว์ลพบุรี ให้เด็กๆ เข้าชมฟรี วันหยุดยาว 12 กรกฎาคม นี้

สวนสัตว์ลพบุรี โดยพันเอก สง่า เพชรวารี ผู้อำนวยการสวนสัตว์ลพบุรี ประกาศข่าวดี ขอเชิญเด็กๆ ผู้ปกครอง และนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมงานฉลอง “วันเกิดครบรอบ 5 ปี น้องโควี่” ลิงอุรังอุตัง ลิงดาวเด่นประจำสวนสัตว์ลพบุรี ซึ่งเป็นทายาทของ เจ้าไมค์ และ ซูซู วานรที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของสวนสัตว์ลพบุรี จนเป็นข่าวตามสื่อและหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ มากมายในอดีต

โดยทางสวนสัตว์ลพบุรี ได้เปิดโอกาสให้เด็กๆ อายุต่ำกว่า12 ปี ได้เข้าชมฟรี ในวันหยุดยาว วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม นี้ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ณ สวนสัตว์ลพบุรี พร้อมทั้ง ชมความสามารถต่างๆ ของ “น้องโควี่” ลิงอุรังอุตัง ลิงดาวเด่นประจำสวนสัตว์ลพบุรี โดยตลอดทั้งวัน พบกับกิจกรรมสุดสนุก ของสวนสัตว์ลพบุรี อาทิ การแสดงกิจกรรมความน่ารักของเด็กนักเรียนโรงเรียนต่าง บนเวทีกลาง การแสดงคนตรีสุดมันส์ จากวง Smile Army จาก กองพันปฏิบัติการจิตวิทยา กิจกรรมทำบุญ ..บริจาคอาหารเลี้ยงสัตว์.. การแสดงสุดน่ารักของ ..น้องโควี่ ขี่ม้า และปั่นจักรยาน..และ ช่วงเวลาสุดพิเศษ “น้องโควี่ตัดเค้กวันเกิด” และ รวมร้องเพลง ..Happy Birthday ให้กับ น้องโควี่

สำหรับน้อง ๆ หนู ๆ ที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ที่มาร่วมงานยังสามารถ ลงทะเบียนจับฉลาก ร่วมลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ “จักรยาน” ของเล่น ของกินมากมาย พร้อมทั้งนั่งรถไฟตัวหนอน เยี่ยมชมสวนสัตว์ลพบุรี บนเนื้อที่ 80 ไร่ และชมความน่ารักของสัตว์ ชนิดต่างภายในสวนสัตว์ลพบุรี การแสดงโชว์ และสาธิตการจับงู และเรียนรู้เกี่ยวกับงูไทยชนิดต่างๆ ในงานยังมีอาหารฟรี ผัดไทใจฟ้า ไอศกรีม จากวัดพระบาทน้ำพุ และกิจกรรมให้ร่วมสนุกกันทั้งครอบ ครัวตลอดทั้งวัน รวมถึงให้เด็กๆ ได้ปั้นตุ๊กตาลิงเป็นรูปน้องโควี่ และนำกลับไปเป็นของที่ระลึกอีก ด้วย

สวนสัตว์ลพบุรี หรือ ชื่อเดิมว่า สวนสัตว์สระแก้ว ปัจจุบัน อยู่ในความดูแลของกองทัพบก โดยหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2483 สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เพื่อให้เป็นที่อนุรักษ์สัตว์ป่าที่หายากของไทยถือเป็นสถานที่พักผ่อนแห่งที่ 2 ของประเทศไทย รองลงมาจากสวนสัตว์ดุสิต (เขาดิน) ในขณะนั้น…. และได้นำสัตว์ที่จับได้จากป่าธรรมชาติ จากประชาชนนำมาบริจาค และบางส่วนได้นำมาจากสวนสัตว์ดุสิต เช่น กวางดาว เป็นต้น โดยได้มุ่งพัฒนาเมืองลพบุรีให้เป็นเมืองสำคัญ ต่อมา เมื่อสิ้นยุคสมัยของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม สวนสัตว์ จึงถูกทิ้งและร้างไปในที่สุด เหลือเพียงร่องรอยซากกรงสัตว์เก่าๆ ให้เห็นเท่านั้น

ในปี พ.ศ.2520 พลตรีอเนก บุญยถี ผู้บัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ ในขณะนั้น ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งชมรม สโมสร พ่อค้า ประชาชน ดำเนินการปรับปรุงบูรณะสวนสัตว์แห่งนี้ขึ้นใหม่ ให้เป็นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งสำหรับศึกษาหาความรู้ สัตว์ดาวเด่นขวัญใจ ประจำสวนสัตว์ คือ ลิงอุรังอุตัง เมื่อวันที่ 5-7 เมษายน 2539 สวนสัตว์ได้จัดการหาคู่ให้กับเจ้าไมค์ เพื่อให้เป็นเพื่อนและ ขยายพันธุ์ จึงจัดงานแต่งให้วันที่ 7 เมษายน 2539 โดยเจ้าไมค์เข้าสู่พิธีวิวาห์กับลิงซูซู ซึ่งมากจากไต้หวัน ได้จัดพิธีแต่งงานให้อย่างใหญ่โต เป็นข่าวใหญ่ตามสื่อต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีรายการทีวีต่างๆ เข้ามาช่วยในการประชาสัมพันธ์ ทำให้คนรู้จักสวนสัตว์สระแก้วกันมากขึ้น ในปี พ.ศ.2539 ทางคณะกรรมการสวนสัตว์ เปลี่ยนชื่อเป็น “สวนสัตว์ลพบุรี” เนื่องจากสาเหตุที่อำเภอสระแก้วได้แยกตัวเป็นจังหวัด “สระแก้ว” มีประชาชนเข้าใจผิดคิดว่าสวนสัตว์สระแก้ว อยู่จังหวัดสระแก้ว ทางคณะกรรมการสวนสัตว์จึงได้เปลี่ยนชื่อ โดยการบริหารงานของ “หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ”

สวนสัตว์ลพบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ค่าเข้าชม เด็กคนละ 10 บาท เด็กโต 20 บาท และผู้ใหญ่ 30 บาท วันเสาร์และวันอาทิตย์มีการแสดงต่างๆ มากมาย เช่น การแสดงของลิง งู และการแสดงทางวัฒนธรรม ภายในสวนสัตว์มีพื้นที่กว้างขวาง ร่มรื่น มีสัตว์ต่างๆ มากมาย มีสนามเด็กเล่น ศาลาอเนกประสงค์สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ มีสระน้ำสำหรับผู้ประสงค์จะลอยเรือเล่น นับเป็นสวนสัตว์ในต่างจังหวัด ที่มีความสมบูรณ์เพียบพร้อมในทุกด้าน เหมาะแก่การพาบุตรหลานไปเที่ยวชมอย่างยิ่ง

ด้าน พันเอก สง่า เพชรวารี ผู้อำนวยการสวนสัตว์ลพบุรี กล่าวว่า… สำหรับกิจกรรม ฉลองวันเกิด น้องโควี่ ลิงอุรังอุตังแสนรู้ ดาวเด่นประจำสวนสัตว์ลพบุรี ครั้งนี้….เนื่องจาก น้องโควี่ เป็นลิง ที่มีความน่ารัก สามารถเข้าถึงและสัมผัสเล่น หยอกล้อ กับนักท่องเที่ยวได้ จึงอย่างให้น้องเป็นที่รู้จักเป็นวงกว้าง ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรีอีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

กลุ่มต่อต้าน ประกาศยึดเมืองโมเบียกลับคืน

กองกำลังป้องกันชาติคาเรนนี KNDF ประกาศจะเตรียมยึดคืนเมืองโมเบีย จากทหารเมียนมา หลังถูกทหารเมียนมาส่งกำลังเข้าควบคุมเมืองโมเบีย เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอ้างถอยออกมาเพื่อตั้งหลัก

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 แหล่งข่าวสมาชิก กองกำลังป้องกันชาติคาเรนนี KNDF เปิดเผยว่า ทางกองกำลัง KNDF ร่วมกับ กองกำลัง PDF และ KPLA ( ชาวปาโอ ) จะดำเนินการส่งกำลังเข้ายึดเมืองโมเบีย จากทหารเมียนมา กองพัน คร.422 ที่ควบคุมเมือง และไปถึง ทหารเมียนมา อีกกว่า 700 นาย ที่ถูกเสริมเข้ามาในเมืองดังกล่าว

Karenni National Defense Force KNDF เปิดเผยว่า จากการถอนกำลังออกจากเมืองโมเบีย เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ไม่ใช่การปล่อยมือจากเมือง โมเบีย แต่เป็นการถอนกำลังออกมาเพื่อดำเนินกลยุทธ์ใหม่อีกครั้ง เนื่องจากทางทหารเมียนมามีกำลังเสริมเข้ามาเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการใช้อาวุธหนักจากเครื่องบินรบ ประกอบด้วย ระเบิดลูกปราย (คลัสเตอร์บอมบ์), ระเบิดเคมี, ระเบิดฟอสฟอรัส ที่กระทบต่อประชาชนในเมืองดังกล่าวอย่าง รุนแรง โดยเฉพาะการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินขับไล่ที่เน้นเป้าหมายเป็นบ้านเรือนราษฎรในเมืองโมเบีย ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรถูกไฟไหม้เสียหายกว่า 70 หลังคาเรือน

สำหรับเมืองโมเบีย มีประชากรมากกว่า 20,000 คน ตั้งอยู่บนถนนปิ่นหลวง-ผาเลขอน-(โมเบีย) – เมืองลอยก่อว์ รัฐคาเรนนี ซึ่งกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาล สามารถเดินทางถึงเมืองเนปีดอว์ ภายในไม่กี่ชั่วโมง จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทาง กองทัพทหารเมียนมา ต้องพยายามยึดเมืองดังกล่าวกลับคืนเพื่อป้องกันการรุกล้ำเข้าสู่เมืองหลวงใหม่ของเมียนมา ( เนปีดอว์ ) ในด้านของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลก็มีแผนยุทธศาสตร์ทางทหารในด้านการป้องกันเมืองลอยก่อว์ จากการเข้าควบคุมของทหารเมียนมาอีกทางหนึ่ง ทำให้พื้นที่รอยต่อระหว่างรัฐฉานกับรัฐคาเรนนี ยังคงมีการสู้รบแย่งชิงความได้เปรียบของพื้นที่ยึดครองต่อไป


นที มีเดช รายงาน

เชียงใหม่ เปิดบ้านต้อนรับคณะเยาวชนไทยในอเมริกา กลับมาเยือนแผ่นดินแม่ เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณี และประวัติศาสตร์สำคัญของไทย

เชียงใหม่ เปิดบ้านต้อนรับคณะเยาวชนไทยในอเมริกาที่กลับมาเยือนแผ่นดินแม่ เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณี และประวัติศาสตร์สำคัญของไทย

ค่ำวันนี้ (5 ก.ค. 68) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิ์ถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มอบหมายให้ นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้แทนในการให้การต้อนรับคณะเยาวชนไทยที่เกิดและเติบโตในสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยผู้ปกครอง ในโอกาสที่ได้เดินทางมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ตาม “โครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ ครั้งที่ 14“ ที่คุ้มขันโตก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เพื่อกลับมาเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี รวมถึงทัศนศึกษาตามสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำคัญของไทย โดยมี นางสาวกชพร เวโรจน์ หรือ “มาดามหยก” ในฐานะที่ปรึกษาโครงการฯ และที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายชนะ เมี้ยนเจริญ กงสุล ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครบอสแอนเจลิส, นายสุรศักดิ์ วงศ์ข้าหลวง ประธานฝ่ายสหรัฐอเมริกา, นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล เลขานุการ โครงการฯ และ นายองอาจ วงศ์ข้าหลวง รองเลขานุการ โครงการฯ นำพาคณะฯ เข้าร่วมงาน

โดยกิจกรรมภายในงาน ได้เชิญ พลตรี ดร.วรวุฒิ แสงทอง วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติ ศาสตร์และสถาบันพระมหากษัตริย์ที่รู้จักกันในฉายานาม “นักพูดลายพราง” และ “ขุนศึกโต รักชาติ“ มาบรรยายให้ความรู้ผ่านการผสมผสานแสง สี เสียง ในหัวข้อ “สำนึกรักแผ่นดินแม่” และได้นำเยาวชนที่พำนักในสหรัฐอเมริกาและผู้ปกครอง ร่วมกันร้องเพลง “ต้นตระกูลไทย” เพื่อปลุกความสำนึกรักชาติให้กับเยาวชน

นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ชาวเชียงใหม่ยินดีให้การต้อนรับคณะเยาวชนและผู้ดำเนินโครงการฯ อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากในรอบ 40 ปี ที่จัดโครงการฯ จะมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ทุกครั้ง และในทุกครั้งจะอยู่พักอาศัยในจังหวัดเชียงใหม่ติดต่อกันหลายวัน มีการท่องเที่ยว ช้อป ชิมอาหาร และอุดหนุนสินค้า ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของเชียงใหม่ด้วยทุกครั้ง ซึ่งโครงการเยาวชนในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่นับเป็นโครง การที่ดีอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยปลุกจิตสำนึกความเป็นคนไทยให้แก่เยาวชนไทยที่เกิดและเติบโตในประเทศสหรัฐอเมริกา การนำเยาวชนมาสัมผัสและเรียนรู้ความเป็นไทยในด้านต่างๆ ด้วยตนเองบนแผ่นดินแม่ ยิ่งทำให้ทุกคนมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น และมีความภาคภูมิใจในการมีสายเลือดไทยอย่างแท้จริง

สำหรับโครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกา เยือนแผ่นดินแม่ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากการที่ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ปลูกฝังให้เยาวชนไทยที่เกิดและเติบ โตในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เรียนรู้ภาษาไทย ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีไทยต่างๆ ทำให้เยาวชนและผู้ปกครองมีความรัก และความผูกพันต่อประเทศไทยอันเป็นแผ่นดินเกิดของบรรพบุรุษ ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในนครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นชุมชนที่ได้ริเริ่มจัด “โครงการ วัฒนธรรมไทยคืนถิ่น” โดยได้นำเยาวชนไทยที่เกิดและเติบโตในนครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา กลับมาเยือนแผ่นดินแม่ จากนั้นจึงได้จัดโครงการต่อเนื่องกันทุก 2 ปี จนกระทั่งชุมชนไทยจากเมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา เห็นความสำคัญของการจัดโครงการดังกล่าว จึงได้นำเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาจากเมืองต่างๆ กลับมาเยือนแผ่นดินแม่ในลักษณะเดียวกันอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน


นที มีเดช รายงาน

ผบ.มทบ.37 เป็นประธาน “เปิดบ้านทหารใหม่ Open House” พร้อมด้วยสมาคมแม่บ้านทหารบกสาขามทบ.37

ตามนโยบายของ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กรุณาสั่งการให้หน่วยทหารที่มีหน่วยฝึกทหารใหม่ทุกหน่วยในกองทัพบก ณ สนามฝึกหน้ากองร้อยมณฑลทหารบกที่ 37 พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นประธาน ” เปิดบ้านทหารใหม่ Open House ” พร้อมด้วยสมาคมแม่บ้านทหารบกสาขามณฑลทหารบกที่ 37

ตามนโยบายของ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กรุณาสั่งการให้หน่วยทหารที่มีหน่วยฝึกทหารใหม่ทุกหน่วยในกองทัพบก ให้ครอบครัวทหารใหม่ ผลัดที่ 1/2568 เข้าเยี่ยมชมหน่วยในวันเสร็จสิ้นการฝึก และมีการปล่อยพักบ้านโดยจัดกิจกรรรม เปิดบ้านทหารใหม่” เป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างความภาคภูมิใจ ให้กับทหารใหม่ที่ผ่านการฝึกโดยมีครอบครัว ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้ เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของทหาร รวมถึงเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยครอบครัวทหารใหม่ และประชาชนทั่วไป

โดยมณฑลทหารบกที่ 37 ได้จัดกิจกรรมขึ้นในวันเสร็จสิ้นการฝึกเฉพาะหน้าที่ก่อนมีการปล่อยพักบ้านในวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ทั้งนี้ มณฑลทหารบกที่ ๓๗ ได้กำหนดจัดกิจกรรม ” เปิดบ้านทหารใหม่ Open House ” ณ สนามฝึกหน้ากองร้อยมณฑลทหารบกที่ 37
วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมฯ ดังนี้ เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับทหารใหม่ในโอกาสผ่านการฝึก โดยมีผู้ปกครอง ร่วมเป็นสักชีพยานแห่งความภาคภูมิใจ, เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองทหารใหม่ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมซมหน่วยทหารเพื่อให้รับทราบการใช้ชีวิตประจำวันของทหารใหม่ ภายในหน่วย และสร้างการรับรู้ มุมมองใหม่เกี่ยวกับภารกิจ บทบาท หน้าที่ รวมถึงการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมของหน่วยทหารตลอดจนแนะนำแหล่งท่องเที่ยวในหน่วยทหาร, เพื่อเสริมสร้างสายใยความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยกับครอบครัวนำสู่ความ ร่วมมือที่ดีต่อไป, เพื่อประชาสัมพันธ์การสมัครเป็นทหารกองประจำการในผลัดต่อๆ ไป

กรอบแนวทางรูปแบบการจัดกิจกรรมฯ ดังนี้ การอำนวยความสะดวกในการเดินทางมายังหน่วย เช่น การจัดยานพาหนะ ของหน่วยรับ – ส่งจากสถานีขนส่ง(ขนส่งเก่า), การกล่าวต้อนรับ และแนะนำบทบาท หน้าที่ ภารกิจ นำเสนอผลการฝึก ทหารใหม่ผลัด 1/68 ตลอดจนกิจกรรม/โครงการ, การแสดงยุทโธปกรณ์ทางทหาร การแสดงดนตรีโดย หมวดดุริยางค์มณฑลทหารบกที่ 37, การแสดงชุด Robocop , รถนำ และยุทโธปกรณ์ ของ กองร้อยทหารสารวัตร มณฑลทหารบกที่ 37, การแสดงของทหารใหม่ 3 ชุดการแสดง, การแสดงการยิงปืนฉับพลัน, การแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทยทางทหาร, การร้องเพลงประสานเสียง “เพื่อผืนดินไทย”,

นอกจากนี้ยังจัดเยี่ยมชมสถานที่ และกิจกรรมโครงการสำคัญของหน่วยม การตั้งจุดบริการทางการแพทย์ สำหรับญาติของทหารใหม่ โดย โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช, การจัดแสดงวิชาชีพทหารใหม่ การซ่อมจักรยานยนต์, การจัดแสดงนิทรรศการ โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายเม็งรายมหาราช มทบ.37 ร่วมกับผลิตภัณฑ์ของสมาคมแม่บ้านทหารบการบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 37, รับประทานอาหารร่วมกัน โดยการประกอบเลี้ยงอาหารให้กับกำลังพล และญาติทหารใหม่ ณ รถครัวสนามมณฑลทหารบกที่ 37, การจัดให้มีกิจกรรมสันทนาการร่วมกัน โดยการแสดงคนตรีของ หมวดดุริยางค์มนทลทหารบกที่ 37 เพื่อขับกล่อมให้ความบันเทิง

ทั้งนี้ ตัวแทนผู้ปกครองทหารใหม่ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของลูกคือ ลูกมาแสดงความรักจากลูก ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน และลูกมีความมีระเบียบวินัยมากขึ้น โดยที่ใช้เวลาเพียงไม่นานในการมาเป็นทหารทำให้ลูกดีขึ้น ได้ใส่เครื่องแบบทหารที่เท่ห์และดูดี ขอบคุณที่ดูแลลูกได้ดีและเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น


นที มีเดช รายงาน

เที่ยวชมสวนอินทผลัมพันธุ์ใหม่เพชรแม่ทา ของ อ.ดีแม่ทา ลำพูน

เที่ยวชมสวนอินทผลัมพันธุ์ใหม่เพชรแม่ทาฃ ผสมเนื้อเยื่อ​ ต้นเพาะเมล็ด สีแดง กลายดี รสชาด หวาน กรอบ อร่อย ของดีอำเภอแม่ทา ลำพูน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันมี่ 5 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านสวนทองมาอินทผลัม​ ตั้งอยู่เลขที่ 243 ม.6 ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน มีผลไม้อินทผลัมสายพันธุ์ใหม่ชื่อ เพชรแม่ทา ผู้สื่อข่าวจึงรุดไปยังสวนพบ นายพยุง ทองมา เจ้าของสวนกำลังเก็บเกี่ยว​ ผลอินทผาลัมให้กับลูกค้าอยู่ จากนั้นนายพยุง​ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ที่สวนมีอินทผลัมนี้ ปลูกอยู่หลากหลายสายพันธุ์ มีสายพันธุ์ใหม่ชื่อ เพชรแม่ทา ที่ทางสวนได้มีการเพาะเมล็ดกับเนื้อเยื่อเอง จนได้สายพันธุ์ใหม่นี้ขึ้นมา ซึ่งรสชาดของพันธุ์นี้ ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ผลสีแดง รสชาดกลายดี หวาน กรอบ อร่อย

นอกจากนี้ที่สวนยังมีสายพันธุ์ เพรม แดงอินเดีย บาฮี โคไนซี่ บิ๊กสีทอง แดงหิมพานต์ และยังมีอีกหลากหลายสายพันธุ์​ ช่วงนี้กำลังเริ่มสุขเต็มที่​ มีผู้สนใจและลูกค้ามาจับจองและซื้อกลับไปทานแล้วหลายราย หลายคนบอกว่าอร่อย​ สดใหม่​ รสชาดนี้ยังไม่เคยไปทานที่ไหนมาก่อน ที่สำคัญมีการห่อผลผลิตมิดชิดป้องกันแมลง ลม และแสงแดดเป็นอย่างดีอีกด้วย

หากใครสนใจจะมาเยี่ยมชมสวนและมาทานสายพันธุ์เพชรแม่ทาและสายพันธุ์อื่นๆ​ ทางบ้านสวนทองมาอินทผลัม ยินดีต้อนรับและให้คำปรึกษา สามารถโทรติดต่อได้ที่ นาย พยุง ทองมา 087-3805597


นที มีเดข รายงาน

มทบ.34 จัดกิจกรรมวันพร้อมญาติทหารใหม่ เพื่อแสดงความยินดีกับทหารใหม่ที่จบหลักสูตรการฝึกทหารใหม่

มณฑลทหารบกที่ 34 จัดกิจกรรมวันพร้อมญาติทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 34 รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 1 เพื่อแสดงความยินดีกับทหารใหม่ที่จบหลักสูตรการฝึกทหารใหม่

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 มอบหมายให้ พันเอก วิศิษฐ์ บรรณากิจ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันพร้อมญาติทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 34 รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 1 พร้อมด้วยเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 34, รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 34, หัวหน้ากองฝ่ายอำนวยการมณฑลทหารบกที่ 34, หัวหน้าหน่วย/ฝ่าย/แผนก และกำลังพลของหน่วย เข้าร่วมในพิธีฯ ดังกล่าว ณ สนามกีฬาหน้ากองร้อยกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ประกอบด้วย การแสดงของทหารใหม่ รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 1 ได้แก่ การแสดงรำมวยไทยประกอบดาบ, การแสดงยิงปืนฉับพลัน, การแสดงหมู่ปืนเล็กทางยุทธวิธี (การเข้าตีในเวลากลางวัน )

ต่อมาพิธีมอบใบประกาศให้กับทหารใหม่ที่มีผลการฝึกปฏิบัติอยู่ในเกณฑ์ดีเด่น จำนวน 5 นาย, การจัดบูธนิทรรศการการปฏิบัติงานของหน่วยและการฝึกของทหารใหม่, การแสดงชุดบรรเทาสาธารณภัยของ มณฑลทหารบกที่ 34 และการแสดงดนตรีของวงดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 34

นอกจากนี้มณฑลทหารบกที่ 34 ได้จัดบริการด้านการรักษาพยาบาล โดยโรงพยาบาลค่ายขุนเจืองธรรมิกราช รวมถึงจัดการประกอบอาหารและการแจกจ่ายอาหารโดยรถครัวสนามของหน่วย โดยมีทหารใหม่จากหน่วยฝึกทหารใหม่มณฑลทหารบกที่ 34 จำนวน 107 นาย พร้อมญาติทหารใหม่ร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่น ก่อนจบกิจกรรมฯ คณะ ผู้บังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ 34 ได้ร่วมร้องเพลงปลุกใจกับทหารใหม่ เพื่อแสดงให้ญาติทหารใหม่ได้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีของกำลังพลที่มีความสามัคคี รักชาติ รักแผ่นดินของหน่วยทหาร มณฑลทหารบกที่ 34

#กิจกรรมวันพร้อมญาติทหารใหม่ มทบ.34 #มณฑลทหารบกที่ 34 #กองทัพภาคที่ 3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการปฏิบัติงาน หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 สำนักงานพัฒนาภาค 3 พร้อมตรวจความคืบหน้าโครงการขุดลอกแม่น้ำกก จ.เชียงราย

รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการปฏิบัติงาน หน่วยพัฒนา การเคลื่อนที่ 35 สำนักงานพัฒนาภาค 3 พร้อมตรวจความคืบหน้าโครงการขุดลอกแม่น้ำกก จ.เชียงราย

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 พลเอก ธิติชัย เทียนทอง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (รอง ผบ. ทสส.) พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยพัฒนา การเคลื่อนที่ 35 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นพค.35 สนภ.3 นทพ.) ณ ที่ตั้งหน่วย ตำบลทุ่งก่อ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย

ในการนี้ นาวาอากาศเอก ณัฐพัชร หนองแสง ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 (ผบ. นพค.35) พร้อมกำลังพล ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานในรอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รวมถึงสรุปแผนการดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่สนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ

จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังพื้นที่โครงการขุดลอกแม่น้ำกก บริเวณหาดเชียงราย ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย เพื่อรับฟังรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงจากปัญหาอุทกภัย และปรับ ปรุงภูมิทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำให้เอื้อต่อการใช้ประโยชน์ของชุมชนและการท่องเที่ยวในพื้นที่

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยในภารกิจพัฒนาพื้นที่และช่วยเหลือประชาชน พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปรับปรุงและขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตามนโยบายของกองบัญชาการกองทัพไทย


นที มีเดช รายงาน