พุทธศาสนิกชนชาวเมืองพัทยา เข้าวัดทำบุญ ร่วมเดินเวียนเทียนคืนวันอาสาฬหบูชา

ค่ำวันนี้ (10 กรกฎาคม 2568) ซึ่งตรงกับวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงสำรวจบรรยากาศของประชาชนชาวเมืองพัทยาที่ออกมาทำกิจกรรมทางศาสนาที่วัดสุทธา วาส ซอยเนินพลับหวาน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบว่า ประชาชนทยอยออกมาร่วมสวดมนต์ และเดินเวียนเทียนกันเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ พบว่าทางวัดสุทธาวาสได้จัดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมทำบุญหล่อเทียนพรรษา พร้อมปิดทององค์พระเพื่อความเป็นสิริมงคลรับฤดูกาลเข้าพรรษา ซึ่งประชาชนที่เดินทางมาร่วมพิธีได้พาครอบครัวร่วมทำกิจกรรม ทำให้บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างน่าสนใจ ซึ่งผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่พากันนุ่งขาวห่มขาวเพื่อแสดงออกถึงความบริสุทธิ์ทั้งกาย และใจ

อนึ่ง วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “วันพระธรรม” และ “วันพระสงฆ์” เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาเป็นครั้งแรก โดยแสดงปฐมเทศนา คือ ธรรมจักกัปปวัตนสูตร เป็นผลให้เกิดมีพระสาวกรูปแรกขึ้นในพระพุทธศาสนา จนถือได้ว่าเป็นวันแรกที่มี พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ครบเป็นองค์พระรัตนตรัย


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าว อาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 จัดกำลังพลรวมช่วยเหลือเหตุ อาคารถล่ม!! โรงงานชาตรามือ อ.เวียงป่าเป้า เชียงราย

กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 จัดกำลังพลรวมช่วยเหลือเหตุ อาคารถล่ม!! โรงงานชาตรามือ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.14 น. เกิดโครงสร้างหลังคาโรงงานชาตรามือถล่ม (เป็นโครงสร้างเหล็กความสูงประมาณตึก 2 – 3 ชั้นที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) บ้านเกาะ หมู่ที่ 8 ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่ง สถานีตำรวจภูธรแม่เจดีย์ ว่ามีผู้เสียชีวิตจากโครงเหล็กทับ 1 ราย กู้ชีพกู้ภัยอยู่ระหว่างนำร่างออกจากจุดเกิดเหตุ/ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย (สาหัส 1 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย) refer ส่งโรงพยาบาลเวียงป่าเป้า อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดพื้นที่และผู้ได้รับผลกระทบ

สำหรับการดำเนินการและการให้ความช่วยเหลือ ภายหลังได้รับทราบรายงานสถานการณ์ดังกล่าว กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 จึงได้จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย เข้าพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือร่วมกับ อำเภอเวียงป่าเป้า, สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย สาขา เวียงป่าเป้า กู้ภัยอัมรินทร์ใต้ และมูลนิธิกู้ชีพกู้ภัยในพื้นที่ เข้าสำรวจความเสียหายและเร่งให้การช่วยเหลือ และนำผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตส่งโรงพยาบาลเวียงป่าเป้า ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติภัย อยู่ระหว่างการสอบสวน

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้อำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยเร่งด่วน และให้อำเภอร่วมกับหน่วยงานจัดทีมวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบัติภัย ค้นหาสาเหตุการเกิดเหตุที่แท้จริง เพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขต่อไป


นที มีเดช รายงาน

นายทหารราชองครักษ์ พร้อม จิตอาสาพระราชทาน ลงพื้นที่เชียงราย ร่วมหาแนวทางบรรเทาผลกระทบจากสารปนเปื้อนในน้ำ พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยจากภัยพิบัติ

นายทหารราชองครักษ์ พร้อม จิตอาสาพระราชทาน ลงพื้นที่เชียงราย ร่วมหาแนวทางบรรเทาผลกระทบจากสารปนเปื้อนในน้ำ พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยจากภัยพิบัติ

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 พลเรือตรี วิรัตน์ จันทร์แสงศรี นายทหารราชองครักษ์ และรองหัวหน้าฝ่ายยุทธการนโยบายและแผน ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อร่วมติดตามสถานการณ์ และหาแนวทางในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสารหนูและสารตะกั่วปนเปื้อนในแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ในการนี้ ได้รับการต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอำเภอแม่สาย หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

จุดแรกของการลงพื้นที่คือ วัดถ้ำผาจม เพื่อตรวจสอบการใช้น้ำของพระสงฆ์และประชาชน ก่อนจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงอันเนื่องจากภัยพิบัติ ปี 2567 จากนั้น พลเรือตรี วิรัตน์ จันทร์แสงศรี และคณะ ได้ตรวจเยี่ยมสถานีสูบน้ำประปาสาขาแม่สาย รับฟังรายงานการผลิตน้ำประปา และให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไขเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน พร้อมร่วมหารือกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำปนเปื้อนสารพิษ และการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยจากภัยพิบัติอย่างยั่งยืน

พลเรือตรี วิรัตน์ จันทร์แสงศรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในด้านน้ำกินน้ำใช้ที่มีสารปนเปื้อน รวมถึงลดความเข้าใจผิดระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความมั่นใจให้กับประชาชน พร้อมเสนอให้นำพลังของจิตอาสาพระราชทาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน มาร่วมกันขับเคลื่อน และให้จังหวัดร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จัดทำโครงสร้างแผนงานเพื่อใช้เป็นต้นแบบในการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ

ในช่วงบ่าย คณะได้เดินทางไปยังตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย เพื่อติดตามพื้นที่เตรียมจัดสร้างพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม ระบบประปาภูเขา และโครงการซ่อมแซมบ้านมั่นคงจากภัยพิบัติ ปี 2567 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน.


นที มีเดช รายงาน

รองผอ.ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มทบ.32 ร่วมมอบผ้าห่มสิ่งของเครื่องใช้ ให้แก่ผู้ป่วยในพระราชานุเคราะห์ อ.เกาะคา จ.ลำปาง

รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมจิตอาสา 904 สมาคมแม่บ้านทหารบก มณฑลทหารบกที่ 32 มอบผ้าห่มสิ่งของเครื่องใช้ให้แก่ ผู้ป่วยในพระราชานุเคราะห์ อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 พลตรี วิชาญ ศรีภัทรางกูร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32 มอบหมายให้ พันเอก กวิน ยาวิชัย รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32/รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 32/หัวหน้าส่วนประสานงาน โครงการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมด้วย พันเอก อณุศิษย์ พรมมาตย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี, สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 32, จิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32 ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพร้อมมอบถุงยังชีพ ของกองทัพบก และถุงยังชีพ จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแม่เมาะ น้ำดื่ม ไข่ไก่ ข้าวสาร ผ้าห่ม และชุดยาสามัญประจำบ้าน มอบให้กับผู้ป่วยในพระราชานุเคราะห์ จำนวน 2 ราย ได้แก่ ด.ญ.รัชนีภรณ์ คำมูลตา อายุ 10 ปี อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง และ น.ส. ธันยาพร ประแกกัน อายุ 20 ปี อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง

ในการนี้ คุณจันทร์ฉาย พงษ์ลังกา พนักงานวิชาชีพระดับ 9 หน่วยชุมชนสัมพันธ์ กฟผ. แม่เมาะ และรองนายแพทย์สาธารณสุข อำเภอเกาะคา, รองนายกเทศมนตรีตำบลศาลา, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศาลาดงลาน ผูัใหญ่บ้าน และ อาสาสมัครสาธารณสุข ร่วมกิจกรรม ตลอดจนชุดหมอเดินเท้าจาก โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี ได้ตรวจเช็คสุขภาพเบื้องต้น ทั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยและดูแลเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของพี่น้องเพื่อให้มีขวัญกำลังใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


นที มีเดช รายงาน

มทบ.37 จัดกิจกรรม “มอบรอยยิ้ม สู่ความห่วงใย มอบความจริงใจ เพื่อน้องคนสุดท้อง”

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน จัดกิจกรรม “มอบรอยยิ้ม สู่ความห่วงใย มอบความจริงใจ เพื่อน้องคนสุดท้อง” เยี่ยมกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นบิดาทหารกองประจำการ ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานงานคุ้มครองป้องกันชุมชน สถานีพัฒนาการเกษตรพื้นที่สูง ตามพระราชดำริ บ้านธารทอง พร้อมกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

โดยจัดกิจกรรม “มอบรอยยิ้ม สู่ความห่วงใย มอบความจริงใจ เพื่อน้องคนสุดท้อง” เข้าพบปะเยี่ยมเยียน นายตัว แซ่ลี อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ 13 บ้านธารทองใหม่ ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นประชาชนกลุ่มเปราะบาง เนื่องเส้นเลือดในสมองแตก ทำให้ไม่สามารถเดินได้ เป็นผู้ป่วยติดเตียง และยังเป็นบิดาของ พลทหาร สินทร แซ่ลี ทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1/68 สังกัด กองร้อยมณทลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช ซึ่งเป็นกำลังหลักของครอบครัว และมีฐานะค่อนข้างยากจน อีกทั้งเป็นผู้ด้อยโอกาส โดยได้พักอาศัยอยู่กับครอบครัว 10 คน การดำรงชีวิตประจำวันมีความยากลำบาก ไม่มีรายได้ประจำ ครอบครัวจึงจำเป็นต้องอาศัยการรับจ้างทั่วไป เช่น ปลูกข้าว กรีดยาง ถางหญ้า ตัดไม้ แบกหามต่างๆ ผู้บังคับบัญชา นำโดย พลตรี จักรวีย์ เสนีย์วรยุทธ์

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 มีความห่วงใยกำลังพล และเพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ครอบครัวของทหารกองประจำการ จึงได้มอบถุงยังชีพพระราช ทาน จำนวน 3 ชุด ประกอบด้วย ข้าวสาร 6 ถุง, ปลากระป๋อง จำนวน 6 แพ็ก, มาม่า 6 แพ็ก, น้ำมันพืช 6 ขวด, น้ำปลา 3 ขวด, น้ำตาลทราย จำนวน 6 ถุง, น้ำดื่ม 6 แพก, รวมทั้งของใช้ เช่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ผงซักฟอก และอื่นๆ เป็นต้น รวมทั้งยังได้มอบผ้าห่มจาก ทบ. จำนวน 5 ผืน จากบริษัทโตโยต้าเชียงราย จำนวน 5 ผืน เพื่อไว้ห่ม เนื่องจากในห้วงนี้มีฝนตกหนักทำให้ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศหนาวเย็นในเวลากลางคืน พร้อมทั้งให้กำลังใจกับครอบครัว ขอให้สู้ต่อไป และหากมีสิ่งใดที่ทางหน่วย มณฑลทหารบกที่ 37 ได้ช่วยเหลือทางหน่วยยินดีให้ความช่วยเหลือเต็มขีดความสามารถ

ทั้งนี้ พลฯ สินทร แซ่ลี และครอบครัว ได้กล่าวขอบคุณผู้บังคับบัญชา ที่มีความห่วงใยได้นำถุงยังชีพและผ้าห่มมามอบให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนอื่นใด ซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

จังหวัดน่าน ประชุมแถลงคำสั่งถวายความปลอดภัย และประสานงานการเตรียมการรับเสด็จฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

จังหวัดน่าน ประชุมแถลงคำสั่งถวายความปลอดภัย และประสานงานการเตรียมการรับเสด็จฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ที่ ห้องประชุมกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 พร้อมด้วย นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และพลตำรวจตรีดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ร่วมเป็นประธานในการประชุมแถลงคำสั่งถวายความปลอดภัยและประสานงานการเตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจะเสด็จฯ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดน่านในวันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม 2568 โดยเสด็จโดยเครื่องบินพระที่นั่งถึงท่าอากาศยานน่านนครในเวลา 15.00 น. หลังจากนั้นจะเสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่งไปยังโรงพยาบาลน่าน เพื่อทรงเปิดศูนย์การแพทย์รัตนนันทเวช หลังจากนั้นจะเสด็จฯพักพระอริยาบทที่พระตำหนักธงน้อย

ในการประชุม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมหารือและวางแผนการเตรียมความพร้อมในทุกด้านอย่างรอบคอบ ทั้งการจัดเตรียมสถานที่ให้มีความเหมาะสม การกำหนดและตรวจสอบเส้นทางเสด็จ, การวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, การคัดกรองและวางมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 รวมถึงการจัดการด้านไฟฟ้า การสื่อสาร และยานพาหนะ ตลอดจนการประดับธงชาติและธงประจำพระองค์ นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนจัดการจราจร และการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้การรับเสด็จฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 นำกำลังพลร่วมพิธีวันอาสาฬหบูชา ถวายเทียนพรรษา และผ้าอาบน้ำฝน ประจำปี 2568

แม่ทัพภาคที่ 3 นำกำลังพลร่วมพิธีวันอาสาฬหบูชา ถวายเทียนพรรษา และผ้าอาบน้ำฝน ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พันเอกหญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เดินทางเป็นประธานในพิธีวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2568 ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีพิธีถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝน พร้อมทั้งกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมคุณธรรมและวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย

วันอาสาฬหบูชาในปีนี้ ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยถือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนา “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” แก่ปัญจวัคคีย์ ซึ่งเป็นการเกิดขึ้นของพระรัตนตรัยครบองค์สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ชาวพุทธทั่วประเทศจึงนิยมร่วมพิธีทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม และเวียนเทียนตามวัดวาอารามต่าง ๆ

เนื่องในโอกาสวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาดังกล่าว กองทัพภาคที่ 3 ได้จัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้กำลังพลและครอบครัว ได้มีส่วนร่วมในพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อปลูกฝังคุณ ธรรมจริยธรรม และส่งเสริมให้ยึดหลักสัมมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

นายก ทม.น่าน นำเทียนพรรษาถวาย 26 วัด ในเขตเทศบาลเมืองน่าน เป็นวันสุดท้าย

น่าน – เทศบาลเมืองน่านกำหนดถวายเทียนพรรษาไปยังวัดต่าง ๆ จำนวน 26 วัด 31 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองน่าน ระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2568 นี้ เพื่อสืบสานอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของ 31 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองน่าน ให้คงอยู่และร่วมปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาให้ถาวรสืบไป ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ปี 2568

9 ก.ค.68 ที่วัดหัวเวียงใต้ วัดโซนใต้ ถนนสุมนเทวราช ในเขตเทศบาลเมืองน่าน เป็นวันสุด ท้ายของสำนักงานเทศบาลเมืองน่าน ที่ได้กำหนดถวายเทียนพรรษาไปยังวัดต่าง ๆ จำนวน 26 วัด 31 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองน่าน ระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2568 3 โซน โซนเหนือ 8 วัด โซนกลาง 9 วัด และโซนใต้ 8 วัด เพื่อสืบสานอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของ 31 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองน่าน ให้คงอยู่และร่วมปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาให้ถาวรสืบไป

โดย นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมตรีเมืองน่าน มอบให้ ว่าที่ ร้อยเอก ณัฐ เธียรสูตร รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมด้วย นายเอกฉันท์ มูลศรี หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลเมืองน่าน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน ผู้นำชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลเมืองน่าน คณะครูและนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองน่าน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองน่านและพุทธศาสนิกชน พร้อมใจกันนำต้นเทียนพรรษาที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมทำพิธีหล่อเทียน ณ ข่วงเมืองน่าน ระหว่างวันที่ 27 มิ.ย.-6 ก.ค.2568 ที่ผ่านมา ไปถวายยังวัดต่าง ๆในเขตเทศบาลเมืองน่าน โซนใต้ 8 วัด ได้แก่ วัดสวนตาล, วัดสวนหอม ,วัดอรัญญาวาส, วัดหัวเวียงใต้, วัดเมืองเล็น, วัดมงคล, วัดมณเธียร, วัดกู่คำ

ที่ผ่านมา วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2568 นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมตรีเมืองน่าน มอบให้ นายเสนอ เวชสัมพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมคณะนำเทียนไปถวายวัด โซนเหนือ 8 วัด ได้แก่ วัดพระเนตร, วัดพระเกิด, วัดท่าช้าง, วัดสถารศ, วัดมหาโพธิ, วัดน้ำล้อม
วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม 2568 นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมตรีเมืองน่าน มอบให้ นางอริสา บุญสม รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมคณะ ไปมอบให้วัดโซนกลาง 9 วัด ได้แก่ วัดพญาภู พระอารามหลวง,วัดภูมินทร์,วัดช้างค้ำวรวิหาร,วัดมิ่งเมือง,วัดศรีพันต้น,วัดไผ่เหลือง,วัดหัวข่วง,พวงพะยอม,วัดอภัย


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV –NAN

“บิ๊กเล็ก” รมช.กลาโหม ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าโครงการขุดลอกแม่น้ำกก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงจากปัญหาอุทกภัย

“บิ๊กเล็ก” รมช.กลาโหม ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าโครงการขุดลอกแม่น้ำกก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงจากปัญหาอุทกภัย

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.20 น. พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดเชียงราย โดยมี พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37, รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมคณะนายทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทร่วมให้การต้อนรับ ณ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย และ สนามเฮลิคอปเตอร์หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

ต่อมา ที่บริเวณหาดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มศักยภาพการรองรับและการไหลของแม่น้ำกก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ โดยมี นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ นาวาอากาศเอก ณัฐพัชร หนองแสง ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 ได้ราย งานสรุปการดำเนินงานของโครงการขุดลอกลำน้ำกก โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม เสริมสร้างประสิทธิภาพในการระบายน้ำ และปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อการใช้ประโยชน์ของชุมชนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิ ภาพในการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงจากปัญหาอุทกภัย และปรับปรุงภูมิทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำให้สวยงาม เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ของชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่

สำหรับโครงการดังกล่าว ได้ดำเนินการในลักษณะแผนเร่งด่วน ประกอบด้วยการขุดลอก 4 จุดหลัก พร้อมกำหนดจุดทิ้งดินอย่างเหมาะสม มีปริมาณดินขุดรวมไม่ต่ำกว่า 189,108 ลูกบาศก์เมตร ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 12,100,000 บาท เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม ถึง 20 กรกฎาคม 2568 รวมระยะเวลา 55 วัน โดยล่าสุดโครงการมีความคืบหน้า 100% แล้ว

พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ กล่าวระหว่างการตรวจเยี่ยมว่า กระทรวงกลาโหมได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการสนับสนุนการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยมีหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 สำนักงานพัฒนาภาค 3 และกรมการทหารช่าง รับผิดชอบในพื้นที่เชียงรายและเชียงใหม่ตามลำดับ ซึ่งตนได้ลงพื้นที่ทั้งแม่น้ำปิง จังหวัดเชียงใหม่ แม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย และเตรียมเดินทางไปยังอำเภอแม่สายในลำดับถัดไป

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ยังได้แสดงความพอใจต่อผลการดำเนินงานของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 ที่สามารถขุดลอกได้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ยังมีความห่วงใยถึงพื้นที่ต้นน้ำและปลายน้ำที่ยังไม่ได้รับการดำเนินการ ซึ่งอาจกระทบต่อประสิทธิภาพของพื้นที่ที่ขุดลอกแล้ว โดยได้กำชับให้มีการประสานระหว่างจังหวัดกับกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงคมนาคม เพื่อเร่งรัดการดำเนินการในจุดที่เหลือต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาใน จ.สระแก้ว และ จ.จันทบุรี ย้ำบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติ

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาใน จ.สระแก้ว และ จ.จันทบุรี ย้ำบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติ

วันนี้ (9 ก.ค. 68) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก / ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เดินทางลงพื้นที่กองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กองทัพเรือ จ.จันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมี พลตรี อาจิณ ปัทมจิตร รองแม่ทัพภาคที่ 1, พลตรี เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา และ พลเรือตรี ขวัญชัย ขำสม รองผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ให้การต้อนรับ

ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้รับฟังการบรรยายสรุปสถาน การณ์ และติดตามการปฏิบัติสำคัญ ณ ศูนย์ปฏิบัติการยุทธการ กองกำลังบูรพา ในเรื่อง มาตรการจำกัดบุคคลและสินค้าผ่านแดน, แผนการวางกำลัง, และ แผนการอพยพประชาชน จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของชุดควบคุมตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยเฉพาะกิจตาพระยา จ.สระแก้ว พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญและมอบโอวาทให้กับกำลังพล

ต่อมาได้เดินทางไปยัง จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี และกองบัญชา การป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และติดตามการปฏิบัติงาน ณ จุดผ่านแดนถาวรฯ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปภารกิจของกองบัญชาการป้องกันชาย แดนจันทบุรีและตราด ซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังป้องกันชายแดนที่สำคัญทางด้านตะวันออก และมีเขตรับผิดชอบติดต่อกับกองกำลังบูรพา

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้กล่าวขอบคุณผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นและกำลังพลทุกนาย สำหรับการปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่า ความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของกำลังพลทุกระดับที่ปฏิบัติตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา เพื่อเตรียมการรองรับสถานการณ์บริเวณแนวชายแดน ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งให้กำลังใจในการปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้กำลังพล ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เรียกรับผลประโยชน์ใด ๆ อย่างเด็ดขาด และขอให้มีการปฏิบัติภารกิจร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างบูรณาการ อดทน เสียสละ มุ่งมั่น ทุ่มเทในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการ ปกป้องอธิป ไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติ รวมถึง สกัดกั้นและปราบปรามการกระทำความผิดบริเวณแนวชายแดน เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชนคนไทยและประเทศชาติเป็นสำคัญ


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก