แม่ทัพภาคที่ 3 นำกำลังพลร่วมพิธีวันอาสาฬหบูชา ถวายเทียนพรรษา และผ้าอาบน้ำฝน ประจำปี 2568

แม่ทัพภาคที่ 3 นำกำลังพลร่วมพิธีวันอาสาฬหบูชา ถวายเทียนพรรษา และผ้าอาบน้ำฝน ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พันเอกหญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เดินทางเป็นประธานในพิธีวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2568 ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีพิธีถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝน พร้อมทั้งกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมคุณธรรมและวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย

วันอาสาฬหบูชาในปีนี้ ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยถือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนา “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” แก่ปัญจวัคคีย์ ซึ่งเป็นการเกิดขึ้นของพระรัตนตรัยครบองค์สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ชาวพุทธทั่วประเทศจึงนิยมร่วมพิธีทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม และเวียนเทียนตามวัดวาอารามต่าง ๆ

เนื่องในโอกาสวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาดังกล่าว กองทัพภาคที่ 3 ได้จัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้กำลังพลและครอบครัว ได้มีส่วนร่วมในพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อปลูกฝังคุณ ธรรมจริยธรรม และส่งเสริมให้ยึดหลักสัมมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

นายก ทม.น่าน นำเทียนพรรษาถวาย 26 วัด ในเขตเทศบาลเมืองน่าน เป็นวันสุดท้าย

น่าน – เทศบาลเมืองน่านกำหนดถวายเทียนพรรษาไปยังวัดต่าง ๆ จำนวน 26 วัด 31 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองน่าน ระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2568 นี้ เพื่อสืบสานอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของ 31 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองน่าน ให้คงอยู่และร่วมปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาให้ถาวรสืบไป ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ปี 2568

9 ก.ค.68 ที่วัดหัวเวียงใต้ วัดโซนใต้ ถนนสุมนเทวราช ในเขตเทศบาลเมืองน่าน เป็นวันสุด ท้ายของสำนักงานเทศบาลเมืองน่าน ที่ได้กำหนดถวายเทียนพรรษาไปยังวัดต่าง ๆ จำนวน 26 วัด 31 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองน่าน ระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2568 3 โซน โซนเหนือ 8 วัด โซนกลาง 9 วัด และโซนใต้ 8 วัด เพื่อสืบสานอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของ 31 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองน่าน ให้คงอยู่และร่วมปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาให้ถาวรสืบไป

โดย นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมตรีเมืองน่าน มอบให้ ว่าที่ ร้อยเอก ณัฐ เธียรสูตร รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมด้วย นายเอกฉันท์ มูลศรี หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลเมืองน่าน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน ผู้นำชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลเมืองน่าน คณะครูและนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองน่าน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองน่านและพุทธศาสนิกชน พร้อมใจกันนำต้นเทียนพรรษาที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมทำพิธีหล่อเทียน ณ ข่วงเมืองน่าน ระหว่างวันที่ 27 มิ.ย.-6 ก.ค.2568 ที่ผ่านมา ไปถวายยังวัดต่าง ๆในเขตเทศบาลเมืองน่าน โซนใต้ 8 วัด ได้แก่ วัดสวนตาล, วัดสวนหอม ,วัดอรัญญาวาส, วัดหัวเวียงใต้, วัดเมืองเล็น, วัดมงคล, วัดมณเธียร, วัดกู่คำ

ที่ผ่านมา วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2568 นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมตรีเมืองน่าน มอบให้ นายเสนอ เวชสัมพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมคณะนำเทียนไปถวายวัด โซนเหนือ 8 วัด ได้แก่ วัดพระเนตร, วัดพระเกิด, วัดท่าช้าง, วัดสถารศ, วัดมหาโพธิ, วัดน้ำล้อม
วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม 2568 นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมตรีเมืองน่าน มอบให้ นางอริสา บุญสม รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมคณะ ไปมอบให้วัดโซนกลาง 9 วัด ได้แก่ วัดพญาภู พระอารามหลวง,วัดภูมินทร์,วัดช้างค้ำวรวิหาร,วัดมิ่งเมือง,วัดศรีพันต้น,วัดไผ่เหลือง,วัดหัวข่วง,พวงพะยอม,วัดอภัย


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV –NAN

“บิ๊กเล็ก” รมช.กลาโหม ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าโครงการขุดลอกแม่น้ำกก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงจากปัญหาอุทกภัย

“บิ๊กเล็ก” รมช.กลาโหม ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าโครงการขุดลอกแม่น้ำกก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงจากปัญหาอุทกภัย

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.20 น. พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดเชียงราย โดยมี พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37, รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมคณะนายทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทร่วมให้การต้อนรับ ณ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย และ สนามเฮลิคอปเตอร์หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

ต่อมา ที่บริเวณหาดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มศักยภาพการรองรับและการไหลของแม่น้ำกก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ โดยมี นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ นาวาอากาศเอก ณัฐพัชร หนองแสง ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 ได้ราย งานสรุปการดำเนินงานของโครงการขุดลอกลำน้ำกก โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม เสริมสร้างประสิทธิภาพในการระบายน้ำ และปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อการใช้ประโยชน์ของชุมชนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิ ภาพในการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงจากปัญหาอุทกภัย และปรับปรุงภูมิทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำให้สวยงาม เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ของชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่

สำหรับโครงการดังกล่าว ได้ดำเนินการในลักษณะแผนเร่งด่วน ประกอบด้วยการขุดลอก 4 จุดหลัก พร้อมกำหนดจุดทิ้งดินอย่างเหมาะสม มีปริมาณดินขุดรวมไม่ต่ำกว่า 189,108 ลูกบาศก์เมตร ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 12,100,000 บาท เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม ถึง 20 กรกฎาคม 2568 รวมระยะเวลา 55 วัน โดยล่าสุดโครงการมีความคืบหน้า 100% แล้ว

พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ กล่าวระหว่างการตรวจเยี่ยมว่า กระทรวงกลาโหมได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการสนับสนุนการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยมีหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 สำนักงานพัฒนาภาค 3 และกรมการทหารช่าง รับผิดชอบในพื้นที่เชียงรายและเชียงใหม่ตามลำดับ ซึ่งตนได้ลงพื้นที่ทั้งแม่น้ำปิง จังหวัดเชียงใหม่ แม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย และเตรียมเดินทางไปยังอำเภอแม่สายในลำดับถัดไป

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ยังได้แสดงความพอใจต่อผลการดำเนินงานของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 ที่สามารถขุดลอกได้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ยังมีความห่วงใยถึงพื้นที่ต้นน้ำและปลายน้ำที่ยังไม่ได้รับการดำเนินการ ซึ่งอาจกระทบต่อประสิทธิภาพของพื้นที่ที่ขุดลอกแล้ว โดยได้กำชับให้มีการประสานระหว่างจังหวัดกับกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงคมนาคม เพื่อเร่งรัดการดำเนินการในจุดที่เหลือต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาใน จ.สระแก้ว และ จ.จันทบุรี ย้ำบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติ

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาใน จ.สระแก้ว และ จ.จันทบุรี ย้ำบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติ

วันนี้ (9 ก.ค. 68) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก / ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เดินทางลงพื้นที่กองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กองทัพเรือ จ.จันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมี พลตรี อาจิณ ปัทมจิตร รองแม่ทัพภาคที่ 1, พลตรี เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา และ พลเรือตรี ขวัญชัย ขำสม รองผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ให้การต้อนรับ

ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้รับฟังการบรรยายสรุปสถาน การณ์ และติดตามการปฏิบัติสำคัญ ณ ศูนย์ปฏิบัติการยุทธการ กองกำลังบูรพา ในเรื่อง มาตรการจำกัดบุคคลและสินค้าผ่านแดน, แผนการวางกำลัง, และ แผนการอพยพประชาชน จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของชุดควบคุมตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยเฉพาะกิจตาพระยา จ.สระแก้ว พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญและมอบโอวาทให้กับกำลังพล

ต่อมาได้เดินทางไปยัง จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี และกองบัญชา การป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และติดตามการปฏิบัติงาน ณ จุดผ่านแดนถาวรฯ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปภารกิจของกองบัญชาการป้องกันชาย แดนจันทบุรีและตราด ซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังป้องกันชายแดนที่สำคัญทางด้านตะวันออก และมีเขตรับผิดชอบติดต่อกับกองกำลังบูรพา

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้กล่าวขอบคุณผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นและกำลังพลทุกนาย สำหรับการปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่า ความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของกำลังพลทุกระดับที่ปฏิบัติตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา เพื่อเตรียมการรองรับสถานการณ์บริเวณแนวชายแดน ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งให้กำลังใจในการปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้กำลังพล ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เรียกรับผลประโยชน์ใด ๆ อย่างเด็ดขาด และขอให้มีการปฏิบัติภารกิจร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างบูรณาการ อดทน เสียสละ มุ่งมั่น ทุ่มเทในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการ ปกป้องอธิป ไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติ รวมถึง สกัดกั้นและปราบปรามการกระทำความผิดบริเวณแนวชายแดน เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชนคนไทยและประเทศชาติเป็นสำคัญ


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ผู้ว่าฯ ลำพูน ประชุม พบปะ ผู้บริหารอปท.ลำพูน พร้อมมอบนโยบายสำคัญเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่

ผู้ว่าฯ ลำพูน ประชุม พบปะ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดลำพูน พร้อมมอบนโยบายสำคัญเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่

วันนี้(วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม 2568) เวลา 14.00น. ณ ห้องประชุมจามเทวี ศาลากลางจังหวัดลำพูนชั้น 4 นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารท้องถิ่น ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประธานสภาเทศบาล โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย

ก่อนการประชุม นายรุ่งโรจน์ สุนทร หัวหน้าสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดลำพูน ได้มีการแนะนำนายกเทศมนตรีที่มีการเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 จำนวน 34 แห่ง ประกอบด้วยนายกเทศมนตรีคนใหม่ จำนวน 21 คน และนายกเทศมนตรีคนเดิมอีก จำนวน 13 คน

การประชุมในครั้งนี้ มีหลายเรื่องสำคัญ เช่น การปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้าน การขับเคลื่อนน้ำดื่มสะอาดบริการประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การทวนสอบรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อนของ อปท. ประเทศไทย รอบที่ 4 (76 จังหวัด) และการขับเคลื่อนธนาคารขยะ (Recyclable Waste Bank) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เป็นต้น

โดยในที่ประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญ เช่น การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ค้นหาผู้เสพในชุมชน บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ คัดกรองผู้เสพ/ผู้ติด โดยใช้ศูนย์คัดกรองของ อปท. สนับสนุนอุปกรณ์ตรวจสารเสพติด และอำนวยความสะดวกในการส่งตัวเข้ารับการบำบัด ให้การฟื้นฟูสภาพทางสังคม ใช้ศูนย์ฟื้นฟูสาขา อปท. สนับสนุนผู้ผ่านการบำบัดทั้งในด้านอาชีพ สวัสดิการ การศึกษา สุขภาพ และกิจกรรมชุมชนบำบัด (CBTX) อีกทั้ง เรื่อง การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2568 ขอความร่วมมือให้จังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งเตรียมรับมือ ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงสถานที่ใช้กักเก็บ/กั้นน้ำ การระบายน้ำและการเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และขอเน้นย้ำให้ อปท. ให้การความช่วยเหลือประชาชนโดยฉับพลันทันที

นอกจากนี้ ในเรื่องการขอผ่อนผันการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ ให้มีการเร่งรัดตรวจสอบพื้นที่และทำการยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ ตามมติ ครม. ภายในระยะเวลาที่กำหนดด้วย อย่าให้เหลือพื้นที่ตกค้าง ส่วนเรื่องประเพณีโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ขณะนี้ จังหวัดลำพูน โดยคณะกรรมการพิจารณาการจัดงานประเพณีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดลำพูนได้มีมติเห็นชอบให้โครงการงานประเพณีโคมแสนดวงที่เมืองลำพูนเป็นโครงการงานประเพณีของท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดลำพูนแล้ว


นที มีเดช รายงาน

หัวหน้าโครงการ UNFPA Thailand เข้าพบรองผู้ว่าฯ ลำพูน เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าโครงการแพลตฟอร์มโซเซฟ (So Safe) เพื่อสังคมปลอดภัยของจังหวัดลำพูน

หัวหน้าโครงการ UNFPA Thailand สำนักงานกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประเทศไทย เข้าพบรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าโครงการแพลตฟอร์มโซเซฟ( SoSafe )เพื่อสังคมปลอดภัยของจังหวัดลำพูน

วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00 น. ที่ห้องรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ศาลากลางจังหวัดลำพูน คุณอธิภัทร วรางคนันท์ นักวิเคราะห์โครงการด้านประชากรและการพัฒนา หัวหน้าโครงการ UNFPA Thailand สำนักงานกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประเทศไทย พร้อมด้วย ดร.ภัณณิน สุมนะเศรษฐกุล ทีมวิจัยที่ปรึกษาโครงการ คุณณพงศ์ วาณิชยพงศ์ ทีมพัฒนาระบบ SoSafe และคุณวีรภัทร วิไลศิลปะดีเลิศ ผู้จัดการโครงการ มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ และคณะฯ ขอเข้าพบนายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน

ในการนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ให้การต้อนรับหัวหน้าโครงการ UNFPA Thailand และคณะฯ เพื่อรับฟังการนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการแพลตฟอร์มโซเซฟ (SoSafe )เพื่อสังคมปลอดภัยของจังหวัดลำพูน เพื่อเป็นการหารือ ต่อยอดความร่วมมือภายใต้โครงการฯ และได้นำเสนอผลการดำเนินการที่ผ่านมาของโครงการฯ และนำเสนอข้อมูลสถิติระบบ SoSafe ของจังหวัดลำพูน รวมถึงเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแนวทางความร่วมมือในการต่อยอดโครงการฯ ในประเด็นของการเสริมกลไกการทำงานแบบบูรณาการ, ประเด็นการติดตามและสนับสนุน รวมถึงประเด็นการขยายผลกับประชาชนอีกด้วย


นที มีรเดช รายงาน

จังหวัดลำพูน จัดพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทาน พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568

จังหวัดลำพูน จัดพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทาน พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568

วันนี้ (วันพุธที่ 9 กรกฎาคม 2568) เวลา 13.30 น. ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการ จัง หวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทาน ประจำปี พ.ศ. 2568 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมีพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดลำพูน ร่วมพิธี

ในเวลา 13.00 น. ได้มีการตั้งขบวนแห่เทียนพรรษาพระราชทานฯ เริ่มต้น ณ บริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และเคลื่อนขบวนผ่านถนนอินทยงยศ เลี้ยวซ้ายแยกพิพิธภัณฑ สถานแห่งชาติหริภุญไชย เข้าสู่ถนนไชยมงคล ถึงแยกเพชราเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนรอบเมืองใน จนถึงหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร และเข้าสู่วิหารฯ จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายความเคารพ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้น ได้ถวายเทียนพรรษาพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ประธานสงฆ์พร้อมด้วยพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป อนุโมทนาบุญ และถวายอดิเรก เป็นอันเสร็จพิธี

การถวายเทียนพรรษาเป็นพุทธศาสนพิธีที่มีความสำคัญและเป็นประเพณีอันดีงามของชาวพุทธที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน อันแสดงถึงความเคารพและศรัทธาในพระพุทธศาสนา ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ในช่วงเข้าพรรษา โดยเทียนพรรษาที่ถวายจะนำไปใช้เป็นแสงสว่างในพระอุโบสถ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พระสงฆ์ในการประกอบศาสนกิจ ตลอดระยะเวลาการจำพรรษาอันเป็นช่วงเวลาแห่งการศึกษาและฝึกฝนตนอย่างเคร่งครัดตามพระธรรมวินัย


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังนเรศวร ร่วมพิธีแห่เทียนพรรษา ปฏิบัติธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา เเละวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568

กองกำลังนเรศวร นำกำลังพลหน่วยขึ้นตรง ในพื้นที่จังหวัดตากและจังหวัดแม่ฮ่อง สอน ร่วมพิธีแห่เทียนพรรษา ปฏิบัติธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา เเละวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34 และชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 3103 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 ร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้าน, ฝ่ายปกครอง, คณะครู/นักเรียน รร.บ้านแม่กุหลวง และประชาชน ในพื้นที่ อ.แม่สอด ร่วมพิธีแห่เทียนพรรษา ณ วัดแดนอาณาเขต ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก

ต่อมาในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท จัดกำลังพลร่วมกับ ชุดปฏิบัติการโครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายเเดน บ.ปางคอง, คณะครู เเละนักเรียน รร.เขตพื้นที่การศึกษา อ.ปางมะผ้า ทำการจัดกิจกรรมจิตอาสา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา เเละวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568 โดยมีการจัดกิจกรรมเก็บขยะตามบริเวณเส้นทางภายในหมู่บ้าน เเละกิจกรรมถวายเทียนพรรษา ณ วัดบ้านปางคอง ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

นอกจากนี้ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 306 กองกำลังนเรศวร และชุดปฏิบัติการจิตวิทยาที่ 302 ร่วมกับ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน อ.แม่สะเรียง ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมแห่เทียนพรรษา และถวายเทียนพรรษา ประจำปี 2568 เนื่องในวันเข้าพรรษา เพื่อเป็นการส่งเสริมประเพณีเข้าพรรษา ธำรงไว้ซึ่งพุทธศาสนา และรักษาสืบสานวัฒนธรรมไทย บริเวณ ลานพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง บ.จอมแจ้ง ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

และ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 306 กองกำลังนเรศวร ร่วมกับ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมถวายเทียนพรรษา ประจำปี 2568 เนื่องในวันเข้าพรรษา เพื่อเป็นการส่งเสริมประเพณีเข้าพรรษา ธำรงไว้ซึ่งพุทธศาสนา และรักษาสืบสานวัฒนธรรมไทย ณ วัดห้วยหลวง ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน


นที มีเดช รายงาน

เราจะพาพวกเขาทั้ง 10 ราย กลับบ้าน…จากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานกระดาษทิชชู่ จ.สระบุรี

เราจะพาพวกเขาทั้ง 10 รายกลับบ้าน…จากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานกระดาษทิชชู่ จ.สระบุรี

วันที่ 9 กรกฏาคม 2568 ณ อาคารสัจธรรม สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ร่วมกับ มูลนิธิร่วมกตัญญู โดยท่านผู้การ สถาบันนิติเวช รพ.ตร. พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา นำทีม จนท.ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการพิสูจน์ อัตลักษณ์ ของผู้เสียชีวิตทั้ง10 ราย ตรงชัดเจนเป็นที่เรียบร้อย จึงได้แจ้งให้ทางญาติ ได้เดินทางมารับร่างกลับไปบำเพ็ญกุศล ตามภูมิ ลำเนา โดยทางสถาบันนิติเวช รพ.ตร. ได้ยกเว้นค่าดำเนินการต่างๆในการรับศพในครั้งนี้

ในส่วนของมูลนิธิร่วมกตัญญู โดย ท่านประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู ดร.รัตนา สมสกุลรุ่งเรือง ท่านผู้จัดการ, นาย สมศักดิ์ ปาลวัฒน์ ได้มอบหมายให้ นายปิยะลักษณ์ ถิ่นแก้ว หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมกำลังจนท.และ อาสาสมัคร นำรถพร้อมหีบศพ เพื่อใส่ร่างจำนวน 10 คัน เข้าช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต นำทุกร่างส่งกลับไปบำเพ็ญกุศลโดยไม่มีค่าใช้จายใดๆทั้งสิ้น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สืบสวนนครบาล 8 ขยายผลรวบผู้สั่งการเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่พร้อมลูกสมุน ย่านบางหญ้าแพรก

สืบสวนนครบาล 8 ขยายผลรวบผู้สั่งการเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่พร้อมลูกสมุน ย่านบางหญ้าแพรก

ตามนโยบายของรัฐบาลให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐปราบปรามกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด เนื่องจากเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรง และเป็นต้นเหตุของการเกิดอาชญากรรมในสังคม อันจะส่งผลกระทบ ต่อประชาชน และสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท. สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งรัด กวดขัน สืบสวน ปราบปรามจับกุม ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทุกข้อหา มุ่งเน้นข้อหาความผิดร้ายแรง ได้แก่ การครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า จำหน่าย ผลิต นำเข้า ส่งออก สมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือแก่กลุ่มเครือข่ายยาเสพติด

กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบช.น. /กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น. 8, พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน รอง ผบก.น.8 รอง ผบก.น.8 /กองกำกับการสืบสวน กองบังคับ การตำรวจนครบาล 8 โดย พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผกก.สส.บก.น.8, พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส, พ.ต.ท.อชิรเวชชย์ สุพรรณเภสัช, พ.ต.ท.ณรรฐพงษ์ มัคเจริญ รอง ผกก.สส.บก.น.8, พ.ต.ท. นัทธพงศ์ แก้วอยู่, ว่าที่ พ.ต.ต.ทรงผล นาคชำนาญ สว.กก.สส.บก.น.8 วันเวลาจับกุม/ตรวจยึด วันที่ 4 มิถุนายน 2568 เวลา 06.00 น.

สถานที่จับกุม/ตรวจยึด 1.หน้าบ้าน ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทร ปราการ, 2.หน้าบ้าน ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และ 3.หน้าบ้าน ตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.น.ส.ภคมน หรือจอย (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี (ผู้สั่งการ), 2.นายปฐมพล หรือหนึ่ง (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี (ลำเลียงยาเสพติด) และ 3.นายธัญญาวัฒน์ หรือเอิร์ท (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี (ขับรถนำทาง)

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า, ไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 8 ได้จับกุมนายอรรถพร หรือก้อง (สงวนนามสกุล) พร้อมยาไอซ์ จำนวน 509 กิโลกรัม และยาบ้า จำนวน 158 เม็ด พร้อมยึดรถของกลางที่ใช้ลำเลียงและซุกซ่อนยาเสพติด จำนวน 2 คัน และได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว

จากการสอบปากคำและขยายผลจากนายอรรถพรฯ ผู้ต้องหาให้การว่าเครือข่ายที่ตนทำงานให้นั้นมี น.ส.ภคมน หรือจอย ผู้ต้องหาที่ 1 และสามี คือนายต๋อง (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) เป็นผู้สั่งการในการจัดหารถยนต์ลำเลียงยาเสพติดและนัดหมายให้ตนไปรับยาเสพติดจากบริเวณชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี โดย น.ส.ภคมนฯ นำเงินสดจำนวน 150,000 บาท มาให้ตนไปทำการจัดหารถยนต์ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด โดยตนจะได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 50,000–80,000 บาทต่อครั้ง นายอรรถพรฯ ยังให้การเพิ่มเติมอีกว่าผู้ที่นั่งรถไปลำเลียงยาเสพติดกับตน คือ นายปฐมพลฯ หรือหนึ่ง และผู้ที่ขับรถยนต์นำทาง คือ นายธัญญาวัฒน์ฯ หรือเอิร์ท เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 8 จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอาญาออกหมายจับผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการทั้ง 3 ราย ในข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน

ต่อมาวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 8 ชุดจับกุม เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 3 จุด พร้อมกัน เพื่อจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย โดยจุดที่ 1 จับกุม น.ส.ภคมน หรือจอย อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการฝั่งไทยและเป็นผู้สั่งการตัวสำคัญ จุดที่ 2 จับกุม นายปฐมพล หรือหนึ่ง อายุ 45 ปี ผู้ลำเลียงยาเสพติด โดยในวันเกิดเหตุ นายปฐมพลฯ เป็นผู้ขับรถยนต์ลำเลียงยาเสพติดมาเก็บซุกซ่อนไว้ จุดที่ 3 จับกุม นายธัญญาวัฒน์ หรือเอิร์ท อายุ 29 ปี ทำหน้าที่ขับรถนำทางเพื่อคอยตรวจสอบด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 8 ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มาที่กองกำกับการสืบสวนนครบาล 8 เพื่อทำการซักถามและขยายผล

จากการซักถามและขยายผล ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การรับสารภาพ โดย น.ส.ภคมนฯ ให้การว่าสามีของตนเอง ชื่อนายต๋อง ซึ่งหลบหนีอยู่บริเวณชายแดนประเทศพม่า ได้รับงานการขนส่งลำเลียงยาเสพติด จากฝั่งประเทศพม่า และนายต๋อง ได้ให้ผู้สั่งการจากประเทศพม่าโอนเงินค่าใช้จ่ายในการจัดหารถยนต์ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดมายังบัญชีของตนเอง และตนได้ทำการกดเงินสดไปมอบให้กับ นายอรรถพรฯ ซึ่งโดนจับไปพร้อมกับของกลางก่อนหน้านี้ เป็นผู้ไปติดต่อซื้อรถยนต์ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด ส่วนนายปฐมพล หรือหนึ่ง ให้การว่าตนได้ร่วมกับนายอรรถพรฯ ขับรถยนต์ไปรับยาเสพติดมาจากพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยนายอรรถพรฯ ตกลงจะแบ่งค่าจ้างให้กับตนเอง เป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท และนายธัญญาวัฒน์ หรือเอิร์ท ให้การว่าตนทำหน้าที่ขับรถยนต์สำรวจเส้นทางในการลำเลียงยาเสพติดล็อตดังกล่าว โดยตนได้รับค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท

หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว ในข้อหา สมคบฯ ฟอกเงิน และประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเพื่อดำเนินการตามมาตรการตรวจยึดทรัพย์ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


Cr. : กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน