3​ ผู้เสียหาย​ ร้องขอความเป็นธรรม​ ศูนย์ร้องเรียนตำรวจภูธรภาค​ 7​ หลังถูก​ ​2​ สามีภรรยา​ คนดังในพื้น ที่​ จ.​ราชบุรี​ กลั่นแกล้งแจ้งหลายข้อหา​และข่มขู่

3​ ผู้เสียหาย​ ร้องขอความเป็นธรรม​ ศูนย์ร้องเรียนตำรวจภูธรภาค​ 7​ หลังถูก​ ​2​ สามีภรรยา​ คนดังในพื้นที่​จ.​ราชบุรี​ กลั่นแกล้งแจ้งหลายข้อหา​ และข่มขู่​ ขณะที่​คดี​ ไม่มีความคืบหน้า​ ตร​.สภ​.บ้านโป่ง​ ไม่รับแจ้งความ

          จากกรณีดังกล่าวมี นาย​สิทธิศักดิ์​ ภู่ทอง​ ประกอบธุรกิจส่วนตัว​ เป็นผู้เสียหายรายที่ 1​ พร้อมด้วย นาย​ณรงค์ศักดิ์​ โคมทอง​ มีอาชีพเป็นเซลล์ฝ่ายขาย​ ผู้เสียหายรายที่ 2​ และ น.ส.​ชวัลพชร แสงศรี​ มีอาชีพค้าขาย​ ผู้เสียหายรายที่ 3 ซึ่งทั้ง 3 รายได้นำเอกสาร​ และหลักฐานเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม​ ต่อ​ พ.ต.ท​ สมเกียรติ​ คำกาหลง​ พนักงานสอบสวนศูนย์ร้องทุกข์​ตำรวจภูธรภาค​ 7​ ให้ตรวจสอบพฤติกรรม​ของพนักงานสอบสวน​ สภ.​บ้านโป่ง​ ที่ทำคดี​ แบบไม่เป็นธรรม​

          นายสิทธิศักดิ์​ ภู่ทอง​ เจ้าของธุรกิจรถบัส​​ กล่าวว่า ตนทำธุรกิจซื้อขายรถบัสกับคู่กรณีมาเป็นเวลา​กว่า​ 5​ ปี​ จากคำแนะนำของนายณรงค์ศักดิ์​ฯ แต่กลับถูกคู่กรณีวางแผน กลั่นแกล้งหลายวิธี เพื่อให้ได้มาซึ่งการยึดรถ​ ยึดที่ดิน​ ที่ตนซื้อขายกับคู่กรณี​อย่างถูกต้องตามกฏหมาย​ แต่กลับถูกตลบหลังด้วย​การ​ แจ้งข​้อกล่าวหาว่าตนและลูกน้อง​ วางแผน​ปลอมแปลงเอกสาร​ และ​ ฉ้อโกงเงินกว่า​ 5​ แสนบาท​ ที่ใช้เคลียร์กับ​ ตร​.ในข้อหาเจอยาเสพติดในรถ​บัส​ ​ซึ่งตนเองได้รับการติดต่อจากคู่กรณีให้ไปทำการเคลียร์คดีกับทางเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจค้น รถบัส ภายในบริษัทของคู่กรณี ตนเองจึงเดินทางไปเจรจาให้ หลังจากที่ตนเจรจาให้เสร็จเรื่องดังกล่าวก็เงียบหายไป

          ต่อมา ตนถูกเจ้าหน้าที่ ตร​.สภ.​บ้านโป่ง​แจ้งข้อหากับตนว่าตนฉ้อโกงเงินจำนวน 5 แสนบาท ที่นำไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ ตอนที่เข้าไปตรวจค้นรถบัสภายในบริษัทของคู่กรณีว่าตนเอง ฉ้อโกงเงินจำนวนดังกล่าวไป หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.บ้านโป่ง ได้ทำการยึดรถ​บัส​ที่ซ่อมอยู่ในอู่​ ไปจำนวนหลายคัน โดยให้เหตุผลว่าเกี่ยวข้องกับคดี ที่ตนเองถูกคู่กรณีแจ้งความว่าฉ้อโกง ตนข้องใจว่ารถบัสของตนเป็นรถที่จดทะเบียนถูกต้องทุกอย่าง แต่ทำไม มาสั่งอายัด โดยรถบางคันได้ทำการขายไปให้กับลูกค้าและทำการโอนถูกต้อง สร้างความเสียหายกว่า​ 25 ล้าน​ โดยรถที่ถูดยึดบางคัน​ เจ้าของคดีเอาไปเก็บไว้ที่บ้านของพี่สาวของโจทย์​ ซึ่งมองว่าไม่ถูกต้องอย่างมาก

          ส่วนนายณรงค์ศักดิ์​ โคมทอง​ เซลล์ฝ่ายขาย​ และ น.ส.​ชวัลพชร แสงศรี​ อาชีพค้าขาย​ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม​ ต่อ​ พ.ต.ท​ สมเกียรติ​ คำกาหลง​ พนักงานสวนศูนย์ร้องทุกข์​ตำรวจภูธรภาค​ 7​ ให้ตรวจสอบพฤติกรรม​ของพนักงานสอบสวน​ สภ.​บ้านโป่ง​ ที่ทำคดี​ แบบไม่เป็นธรรม​ หลังได้เคยเข้ามาร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมพนักงานสอบสวนรายนี้ เมื่อเดือน​ สิงหาคม​ที่ผ่านมาแต่คดีไม่คืบหน้า​ จนถึงทุกวันนี้​ แถม​พวกตนยังถูกข่มขู่​จาก​ ตำรวจ​ และโดนบัตรสนเท่ห์​ใส่ร้ายป้ายสี​ให้เกิดความอับอาย

          นายณรงค์ศักดิ์​ฯ กล่าวว่า การเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมถึงกรณีการถูกข่มขู่​ โดยตนเองได้เข้าแจ้งความ กรณี สามีของ คู่กรณีคือนายสิทธิศักดิ์ฯ ได้อ้างตัวเป็นนายทหาร ยศ พันเอก โดยแต่งกายคล้ายทหาร ติดเครื่องราชฯ และมักให้ชาวบ้านแถวบ้านโป่ง เรียกว่า ผู้พัน แต่ตร​.สภ.​บ้านโป่ง​ไม่รับแจ้งความ แถมยัง ถูกคู่กรณีที่อ้างตัวว่าเป็นทหาร ข่มขู่และกลั่นแกล้งเชื่อมโยงข้อหาร้ายแรงให้​ต่างๆนาๆ โดยนำตนไปประจาน ทางบริษัทที่ตนทำงานว่าตนเองมีคดีอาญามั้ย และยังบอกกับตนว่าตนสามารถให้ทุกหน่วยงานดำเนินการกับตนเองได้

          สำหรับ น.ส.​ชวัลพชร แสงศรี​ มีอาชีพค้าขาย​ กล่าวว่าตนเองเป็นอดีตลูกจ้างของ 2​ สามีภรรยา​ ที่เป็นคู่กรณี กับนายสิทธิศักดิ์ฯ และนายณรงค์ศักดิ์ฯ ได้ให้ตนไปเป็นพยาน ที่ สภ.บ้านโป้ง จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นรถบัส ที่พบยาเสพติด ที่ให้นายสิทธิศักดิ์ฯ ไปเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ โดยตนถูกเชิญไปให้ปากคำในฐานะพยานฝ่ายโจทย์​ เมื่อตนพูดความจริงกลับกลายเป็นผู้ต้องหา​ซะเอง ในคดี​ ยักยอกทรัพย์​ 5​ แสนบาท​ โดยร่วมกันกับนายสิทธิศักดิ์ฯ​ ​ฉ้อโกงเงิน​ 5​ แสน​ที่ตัวเองเบิกจ่ายให้นายสิทธิ์ศักดิ์​ฯ ตามที่คู่กรณีสั่ง​ให้ดำเนินการ

         ทุกวันนี้ถูก​ ตร.​มาข่มขู่ที่บ้าน​ จะขอค้นบ้านข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง​ และ​ อายัดบัญชีลูกชายที่มีเงินอยู่เพียง​ 5,000​ กว่าบาท​ น.ส.ชวัลพชรฯ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเองสงสัยว่าทำไม เจ้าหน้าที่ สภ.บ้านโป่งถึงได้อายัด บัญชีลูกชาย ซึ่งลูกของตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีของแม่เลย กลับ มากลั่นแกล้งกันโดยไม่ถูกต้อง โดยตนเองถูกกล่าวหาซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวนั้น พนักงานอัยการไม่สั่งฟ้องตน และ นายสิทธิศักดิ์ฯ รวมถึง นาย ณรงค์ศักดิ์ฯ มาแล้วถึง 4 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ยัง จะทำเรื่องฟ้องใหม่ทุกครั้ง และทางเจ้าหน้าที่ ยังมาบอกกับเพื่อนตนว่า สักวันจะนำหมายค้นเข้ามาตรวจค้นในบ้าน ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง

     ด้าน นายสิทธิศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีดังกล่าวทาง​ 2​ สามีภรรยา พยายามเชื่อมโยงให้ทุกคนเป็นคดีเดียวกัน ซึ่งสร้างความเสื่อมเสีย กับพวกตนเป็นอย่างมาก วันนี้จึงมาร้องขอความเป็นธรรม​ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รวมทั้งให้​เร่งสอบสวน​ ซึ่ง​ ตร.​ ยืนยัน​ว่า ได้รับเรื่องไว้ทั้งหมด​ พร้อมรวบรวมเสนอผู้บังคับบัญชา​เพื่อเร่งสอบสวนข้อเท็จจริง​

     ขณะที่เรื่องร้องเรียนเก่าเมื่อเดือ​นสิงหาคม​ ทางสภ.บ้านโป่ง เจ้าของคดียังไม่ส่งเรื่องกลับมา ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จะเร่งรัดดำเนินการให้ไวที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เสียหายทั้ง​ 3​ ราย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สุโขทัย – เทศบาลเร่งทำความสะ อาดหลังน้ำลด

          นายพิเชฐ ไทยกล้า นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ทหารจากกองบัญชาช่วยรบที่ 3 จังหวัดพิษณุโลก รถน้ำจากเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี รถน้ำเทศบาลตำบลบ้านกล้วย เข้าช่วยกันทำความสะอาด ฉีดน้ำล้างถนนริมน้ำยม ที่เต็มไปด้วยโคล บริเวณเทศบาลดำริ 2 และ 8 ชุมชนบ้านวังหิน ม.4 ต.ธานี ถนนวังน้ำเต้า ทางเข้าชุมชนบางแก้ว ถนนนิกรเกษม ถนนจรดวิถีถ่อง เชิงสะพานพระร่วง ซอยวัดคูหาสุวรรณ และถนนริมน้ำยม ตั่งแต่เชิงสะพานพระร่วงไปจนถึงสะพานพระแม่ยา สืบเนื่องจากเหตุการณ์น้ำจากแม่น้ำยมได้ไหลเข้าท่วมในพื้นที่ หลังจากน้ำลดลงทำให้บริเวณที่เคยถูกน้ำท่วมขังมีดินโคล และฝุ่นจำนวนมาก ทางเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงพร้อมใจกันออกเก็บกวด ล้างถู เส้นทางดังกล่าว เพื่อคืนความสวยงามความสะอาดให้กับพื้นที่

          จังหวัดสุโขทัยถูกน้ำจากแม่น้ำยมเข้าท่วมตั่งแต่วันที่ 3 ถึงวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา และระดับน้ำในแม่น้ำยมรวมถึงพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมได้ลดลงจนเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ทางจังหวัดสุโขทัยเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูสภาพและพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

ภาพข่าว:ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย
นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

ตชด.225 ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัด อุบลฯ นำเรือท้องแบนออกให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในเขตพื้นที่

          วันที่​ 9​ ก.ย.62​ เวลา​ 09.00​ น. : พ.ต.อ.รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผกก.ตชด.22 มอบหมายให้ พ.ต.ท.เกียรติทวี บุญมา ผบ.ร้อย ตชด.225 พร้อมด้วย ร.ต.อ.ทวี คำแพง รอง ผบ.ร้อย ตชด.225,ร.ต.อ.ไพรัตน์ เจริญพงษ์ หน.ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อม กพ.13 นาย ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี นำโดย รองเจ้าคณะจังหวัดฯ และสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี นำเรือท้องแบนออกให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในเขตพื้นที่ บ้านเมืองเก่า ต.เมืองเดช อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี และพื้นที่ บ้านท่าเจริญ ต.โพนงาม อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี โดยได้มีการมอบอาหาร เครื่องอุปโภค-บริโภค ให้กับผู้ประสบอุทกภัยเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช.มุ่งขับเคลื่อนนโยบาย อว.สร้างเส้นทางอาชีพนักวิจัย พร้อมเข้าสู่ศตวรรษที่ 21

          ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อว. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ได้เข้าร่วมการประชุมร่วมกับสมาคมนักวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (The Association of Thai Professionals in America and Canada : ATPAC) ซึ่งเป็นสมาคมที่เกิดจากการรวมกลุ่มกันของนักวิชาชีพไทยในทวีปอเมริกาเหนือ​ โดยมีพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมความก้าวหน้าขององค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษาในประเทศไทย

          รมว.อว.ฯ​ ได้กล่าวถึงที่มาของการต้องปรับเปลี่ยนให้เกิดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งกระทรวง อว. มีภารกิจสำคัญคือสร้างคน ตั้งแต่การสร้างบัณฑิต ควบคู่ไปกับการสร้าง Life-Long Learning คือสร้างให้คนมี Knowledge และ Skill และเน้นถึงความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาคน สร้าง Manpower / Brainpower และเรื่อง Reverse Brain Drain ให้กับประเทศไทย และประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัย ตลอดช่วงชีวิตที่ในอนาคตคนจะมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น ซี่งต้องทำให้คนเหล่านั้นเป็น Active Aging ที่ถึงแม้จะเป็นผู้สูงวัยแต่ยังมีศักยภาพ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศร่วมกัน มากกว่าการอยู่ในภาวะพึ่งพิง

          นอกเหนือจากนี้ ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้กล่าวถึง บทบาทของ วช. ที่พร้อมขับเคลื่อนระบบการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรม กำหนดทิศทางอาชีพนักวิจัยให้กับนักวิจัย เพื่อทำให้นักวิจัยก้าวสู้เส้นทางอาชีพนักวิจัยอย่างมั่นใจ ด้วยทุนวิจัยและนวัตกรรม ร่วมกันสร้างผลงานวิจัยระดับประเทศและนานาชาติ

          โดยการประชุมครั้งนี้ เมื่อ​วันที่​ 6 ก.ย.62 ยังได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้ร่วมประชุมเกี่ยวกับนโยบายที่สำคัญของประเทศ เปิดโอกาสรับฟังแนวคิด โอกาส และเส้นทางอาชีพในอนาคตทั้งในภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยกันระดมสมองปลดล๊อคข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคและเสนอแนวทางที่จะช่วยกันพัฒนาคนและพัฒนาประเทศร่วมกันต่อไป

MHSRI #NRCT

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.ประจวบฯ ร่วมกิจกรรมปลูกป่าสร้างฝายชะลอน้ำ​ โครงการพัฒนาป่าชุมชนบ้านหนองกลางดง วัดเขาถ้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

         วันที่ 9 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. : พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รองผอ.รมน. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ (ท) พร้อมด้วย นายไชยชนะ สุทธิวรชัย, นายอำเภอสามร้อยยอด , หัวหน้าส่วนราชการ, ทหาร, ตำรวจ, นักเรียน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าสร้างฝายชะลอน้ำ ณ โครงการพัฒนาป่าชุมชนบ้านหนองกลางดง วัดเขาถ้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​

         โดยมี นาย ธีรพันธ์ นันทกิจ รองผู้ว่า​ราชการ​จังหวัด​ประจวบคีรีขันธ์​/รอง ผอ.รมน. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ (พ) เป็นประธานเปิดงาน

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอน.3 สายปราบปราม สังสรรค์ สมัครสมานสามัคคี เพื่อนพ้องน้องพี่ ย้อนรอยวันวานรำลึกนึกถึงอดีตร่วมกันเมื่อ 27 ปี

          กิจกรรมงานสังสรรค์สมัครสมานสามัคคีเพื่อนพ้องน้องพี่ ย้อนรอยวันวานรำลึกนึกถึงอดีตร่วมกันเมื่อ 27 ปี ของ กอน.3 สายปราบปราม นำทีมจัดขึ้นโดยมี พ.ต.อ.ดร.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รอง ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี ประธานรุ่น กอน.3/2562​ และคณะกรรมการรุ่น พ.ต.อ.วิชา กันทาสุข ผกก.สภ.ป่าซาง จ.ลำพูน, พ.ต.ท.สมภพ เล็กกลาง รองผกก.ศูนย์รวมข่าว บก.สปพ.,พ.ต.ท.สุรเสน อินทร์จันทร์ รองผกก.สส.สภ.นิคมเขาบ่อแก้ว จ.นครสวรรค์ และ พ.ต.ท.สมใจ เมฆหมอก รองผกก.สส.สน.สุวินทวงศ์ บก.น.๓ พร้อมด้วยมวลหมู่สมาชิก รุ่น กอน.3ได้กลับมาพบปะสังสรรค์กันอีกครั้งหนึ่งในปีนี้

          และมี นายสรายุทธ วีรขจร เป็นผู้ประสานงานด้านความบันเทิง โดยนำเอาดาราภาพยนตร์ดาวร้ายตลอดกาล ดามส์ ดัสกร มาร้องเพลงโชว์ พร้อมนักร้องลูกทุ่งคนดังอย่าง สัญญา พรนารายณ์ และนักร้องลูกทุ่งสาวเสียงดี นุจรี ศรีราชา ร่วมงานไปจนถึงทีมคณะตลกหยองลูกหยี พร้อมด้วยคณะมายากลพันหน้า มาร่วมแสดงและร่วมขับร้อง เพื่อสร้างความบันเทิงให้งานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อนพ้องน้องพี่ ให้ได้มีความสุขสนุกสนานรื่นเริงประทับใจกันทุกท่าน ที่มาร่วมงานฯกันในครั้งนี้ ณ โรงแรมซีบรีซ รีสอร์ท จอมเทียน พัทยา ชลบุรี​ เมื่อวันที่​ 7​ ก.ย.62​ ที่ผ่านมา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มุกดาหาร # คาราวาน “น้ำใจไล่ น้ำแก่ง” มอบสิ่งของช่วยพี่น้องชาวบ้าน ต.เหล่าหมี ที่ได้รับผล กระทบจากอุทกภัย

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร # คาราวาน ” น้ำใจ ไล่น้ำแก่ง ” สมาคมวิทยุสมัครเล่น มุกดาหาร ร่วมกับทีมข่าวอิสานนิวส์ กู้ภัยประสานมิตร อ.นาแก มอบสิ่งของช่วยพี่น้องชาวบ้าน ต.เหล่าหมี ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

          เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2562 สมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดมุกดาหาร โดย นายสมเกียรติ อุปพงษ์ นายกสมาคม วิทยุสมัครเล่น ร่วมกับทีมข่าวอีสานนิวส์ ศูนย์ข่าวมุกดาหาร และกู้ภัยประสานมิตรอำเภอนาแก เป็นตัวแทนพี่น้องที่ร่วมบริจาคสิ่งของ ช่วยเหลือพี่น้องชาว ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

          คาราวาน ” น้ำใจ ไล่น้ำแก่ง ” เดินทางไปยังพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย บ้านโคกสว่าง บ้านป่าพะยอม ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค ข่าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ที่ประสบอุทกภัย ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุโซนร้อน โพดุล ทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำกัดเซาะสะพาน ทำให้สะพานขาดได้รับความเสียหาย และสัญจรไปมาไม่ได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในเบื้องต้น


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

พวงเพชร จันทร์ดี / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ฝ่ายสืบสวน​สน.บางพลัด​ นำตัว ผู้ต้องหา​ชิงทรัพย์ ห้างเพชรทองออโรร่า สาขาตั้งฮั่วเส็งธนบุรี ไปทำแผนฯ

         วันนี้​ วัน​จันทร์ที่ 9 ก.ย.62 เวลา 13.30 น. ที่​ สน.บางพลัด​ : พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รองผบช.น., พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก. น.7, พ.ต.อ.สุวัฒน์ เกิดแก้ว รองผบก.น.7, พ.ต.อ.ปัญญา กุลไทย ผกก.สส.บก.น.7, พ.ต.อ.วีรศักดิ์ กลั่นเกิด ผกก.สน.บางพลัด, เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7, บก.สส.บช.น.​ และฝ่ายสืบสวน สน.บางพลัด​ ร่วมแถลงข่าวกรณีผลการจับกุมคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองออโรร่า พื้นที่ สน.บางพลัด

         พล.ต.ท.สุทธิ​พงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 5 กันยายน​ 2562​ เวลาประมาณ​ 20.00 น. เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายจำนวน 1 คน ใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์ทองคำรูปพรรณจากพนักงานห้างเพชรทองออโรร่า สาขาตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี ถนนสิรินธร แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพ มหานคร ได้ทองคำรูปพรรณ น้ำหนักจำนวนทั้งสิ้นประมาณ​ 155 บาท​ และเงินสดจำนวน 40,000 บาท​ โดยขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้มีพฤติการณ์การกระทำความผิดในลักษณะที่อุกอาจ และเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ

         ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2562 เวลา16.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น., พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รองผบช.น., พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.น.7, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก. สส.บช.น., พ.ต.อ.สุวัฒน์ เกิดแก้ว รองผบก.น.7 พ.ต.อ.ปัญญา กุลไทย ผกก. สส. บก. น.7, พ.ต.อ.วีรศักดิ์ กลั่นเกิด ผกก.สน.บางพลัด ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก. สส. บก.น.7, บก.สส.บช.น., และฝ่ายสืบสวน สน.บางพลัด ร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามจับกุมคนร้ายพร้อมทรัพย์สินที่คนร้าย​ได้ไป

           จนกระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายอัศวิน หรือเอก บุญเมือง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 272 หมู่ 3 ตำบลปากน้ำ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ จ.322/2562 ลงวันที่ 6 กันยายน 2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

         โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหา​ได้ที่โรงแรมอลิซ ซอยสุขสวัสดิ์งามวงศ์วาน 18 (แยก4) ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี พร้อมด้วยของกลาง

  1. ทองคำรูปพรรณน้ำหนักประมาณ 97 บาท​
  2. ธนบัตรชนิด 1,000 บาท จำนวน13 ใบ รวม 13,000 บาท​
  3. อาวุธปืน Colt ขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก​
  4. กระสุนปืน ขนาด 11 มม. จำนวน 5 นัด​
  5. สิ่งเทียมอาวุธปืน จำนวน 1 กระบอก​
  6. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น click 125 สีแดง-ดำ จำนวน 1 คัน (ใช้ก่อเหตุ)
  7. เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวลายดำ จำนวน 1 ตัว 8.หมวกแก๊ปสีขาวจำนวน 1 ใบ (ใช้ในวันก่อเหตุ)

          โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” จึงนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ​ ยังที่เกิดเหตุ​ ห้างเพชรทองออโรร่า สาขาตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี​ และส่งตัวให้พนักงานสอบสวน​ สน.บางพลัด​ ดำเนินคดี​ตามกฎหมาย​ต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นครนายก – สลด.ฟ้าผ่าควายท้องแก่ตาย 2 ตัว

         ที่นครนายก เมื่อเวลา17.00 น ของวันที่ 9 ก.ย.62 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า มีควายตัวเมียท้องแก่ 2 ตัว ถูกฟ้าผ่าตาย ในพื้นที่ตำบลสาลิกา ในที่เกิดเหตุพบควาย 2 ตัว เพศเมียนอนตายอยู่ใต้ต้นพุทราขนาดใหญ่ อยู่กลางทุ่งนาของชาวบ้าน ส่วนควายตัวอื่นอีก 8 ตัวไม่เป็นอะไร เจ้าของต้องรีบวิ่งไปปลดเชือกที่ผูกเอาไว้กับต้นไม้ให้ควายรีบออกห่างจากที่เกิดเหตุ

         จากการสอบถามนายคณิต คงโพธิ์น้อย อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/2 หมู่ 2 ตำบลสาลิกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เล่าว่าตอนเองกับภรรยา ได้เลี้ยงควายเอาไว้ทั้งหมด 4 ตัว โดยทุกวันจะนำควายทั้งหมด มาล่ามเอาไว้กับต้นพุทราเพื่อให้กินหญ้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลกับบ้านมากนัก โดยควายที่เลี้ยงเป็นควายไทยแท้ และวันนี้เมื่อช่วงเวลา 16.30 น ได้เกิดฝนตก หนักลงในพื้นที่ ตนและภรรยารีบวิ่งกลับบ้านโดยปล่อยควายเอาไว้ทั้งหมด จู่ๆก็เห็นสายฟ้าแลปอยู่ประมาณ 3 ครั้ง ท้องฟ้าสว่าง และก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่าลงมาที่ต้นพุทราที่ตนเองล่ามควายเอาไว้เสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ หลังจากนั้นก็เห็นว่าควาย 2 ตัว ล้มหน้าคว่ำลงกับพื้นแน่นิ่งไป แต่ก็ยังไม่กล้าเดินออกไปดูเพราะเกรงจะได้รับอันตราย จนฝนเริ่มเบาลงจึงเดินออกไปดูจึงรู้ว่าควายของตนถูกฟ้าผ่าตายไปแล้ว

          โดยควายที่ถูกฟ้าผ่าตายทั้ง 2 ตัวนั้น เป็นควายเพศเมียซึ่งทั้งคู่กำลังตั้งท้องแก่ จวนจะคลอดแล้ว ตนเองกับภรรยารู้สึกสงสารและเสียดายเพราะทั้ง 2 ตัวกำลังจะคลอดลูกเพื่อเอาไว้ทำพันธ์ต่อ สรุปเหตุฟ้าผ่าในครั้งนี้ได้ฆ่าชีวิตควายตายไปทั้งหมด 4 ตัว โดยหลังจากนี้จะได้นำควายทั้งหมดไปขุดหลุมฝังต่อไป     

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ธารน้ำใจ ชาวอำเภอสัตหีบ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัด อุบลราชธานี

          นายพิชิต เกียกกุทัณฑ์ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน ได้นำเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน ร่วมกับงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองสัตหีบ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ได้ช่วยกันลำเลียงสิ่งของบริจาค เครื่องอุปโภค-บริโภค อาทิ อาหารแห้ง น้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นอีกจำนวนมาก ที่พี่น้องประชาชนชาวอำเภอสัตหีบ ได้หลั่งไหลกันนำมาบริจาค เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ ต.ดุมใหญ่ อ.ม่วงสามสิบ และพื้นที่ใกล้เคียง ในจังหวัดอุบลราชธานี

          นายพิชิต เกียกกุทัณฑ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ในหลายพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี ได้เกิดอุกทกภัย ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆต้องประสบปัญหาเดือดร้อนอย่างหนัก นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศบาลเมืองสัตหีบในฐานะ ประธานมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ จึงได้ตั้งจุดรับบริจาค มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานร่วมกับเทศบาลเมืองสัตหีบ ขึ้นเพื่อรับบริจาค โดยมีประชาชนจำนวนมาก นำเครื่องอุปโภค-บริโภค มาร่วมบริจาคจำนวนมาก โดยสิ่งของทั้งหมดในวันนี้ได้ลงพื้นที่แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323