จเรตำรวจแห่งชาติ ประชุมร่วมหลายหน่วยงาน รุกเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในทุกมิติ

จเรตำรวจแห่งชาติ ประชุมร่วมหลายหน่วยงาน รุกเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในทุกมิติ

วันนี้ (27 มิถุนายน 2568) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนงานปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ ครั้งที่ 2/2568 โดยมีผู้แทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐ กิจและสังคม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงแรงงาน กองบัญชาการกองทัพไทย, สำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ, ธนาคารแห่งประเทศไทย และ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านระบบการประชุมทางไกล

ที่ประชุมได้พิจารณากำหนดกลุ่มของหน่วยเฉพาะกิจ และแนวทางการปฏิบัติในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านการช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหน่วยงานหลัก, ด้านการป้องกัน มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหน่วยงานหลัก และด้านการสืบสวนและการดำเนินคดี มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลัก รวมทั้งได้มีการหารือร่วมกันเพื่อวางมาตรการต่างๆ ในการขับเคลื่อนการดำเนินการในทุกมิติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า การดำเนินการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต้องเน้นในประเทศเป็นหลัก โดยต้องเร่งป้องกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่จะขยับฐานมาในประเทศไทย แล้วขับเคลื่อนไปสู่ต่างประเทศมากขึ้น โดยใช้กลไก UNODC ในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา โดยต้องมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในและนานาประเทศ ในการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อประโยชน์อย่างสูงสุดในการสืบสวนคดีอาชญากรรมออนไลน์แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ทั้งนี้ ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568 นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นเจ้าภาพประชุมตำรวจสากล โดยมีประเด็นการหารือหลักคือเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะใช้เวทีนี้พูดคุยกับทางประเทศต่างๆ อย่างเป็นทางการ ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาและการแลกเปลี่ยนข้อมูล ยืนยันว่าจะร่วมกันเดินหน้าเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเข้มข้นและต่อเนื่องต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 นำคณะติดตามการดำเนินงาน ในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ และแพร่

ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 นำคณะติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนภารกิจของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่ จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดแพร่

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. พันเอกหญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 และคณะ เยี่ยมชมผลการดำเนินงาน ของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดแพร่ โอกาสนี้นี้ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ได้รับฟังการรายงานผลการดำเนินงานในด้านต่างๆ ทั้งกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครอบครัวกำลังพล การช่วยเหลือด้านสวัสดิการ และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ได้มอบทุนให้กับบุตรที่มีความต้องการพิเศษ และคู่สมรสที่ทุพพลภาพ, เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์แม่บ้านของหน่วย, ตรวจเยี่ยมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กค่ายพิชัยดาบหัก รวมถึง เยี่ยมชมการดำเนินงานของ โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ และเยี่ยมบุตรแรกเกิดของกำลังพล ณ ค่ายพิชัยดาบหัก อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์

สำหรับการตรวจเยี่ยมครั้งนี้นับเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจและเป็นส่วนหนึ่งในการติดตามขับเคลื่อนภารกิจโครงการของ สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ให้เกิดประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรม สอดคล้องตามนโยบายของนายกสมาคมแม่บ้านทหารบกต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ร่วมมือร่วมใจ แก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ การได้รับโล่ประกาศฯ คือกำลังใจ

กองกำลังผาเมือง และ สถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง ทบ. ( มณฑลทหารบกที่ 34 ) จังหวัดพะเยา มอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรฯ “ยอดเยี่ยมและดีเด่น” ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2568 ขอบคุณที่ร่วมมือกันอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องสังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร ฯ พลตรี กิดากร จันทรา ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และ พันเอก วิศิษฐ์ บรรณากิจ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 เข้าร่วมพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดประจำปี 2568 โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมาย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน โดยมี พลตํารวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วยนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการมูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน Mr. Benedikt Hofmann ผู้แทน UNODC แขกผู้มีเกียรติชาวต่างประเทศ (FANC) ผู้ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณฯ ระดับยอดเยี่ยม และดีเด่น และทายาท/ครอบครัวผู้เสียสละชีวิต เข้าร่วมรับโล่ประกาศเกียรติคุณ

ซึ่งมณฑลทหารบกที่ 34 รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2568 โดยสถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง ทบ.(มณฑลทหารบกที่ 34) จังหวัดพะเยา ได้รับคัดเลือกจาก สำนักงานคณะกรรมการป้อง กันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) ให้เป็นหน่วยงานดีเด่นด้านการบำบัดยาเสพติด และกองกำลังผ่าเมือง รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2568 ซึ่งมีผลการปฏิบัติงานในการสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เป็นสักขีพยานการมอบเงินสนับ สนุนการดำเนินงานด้านยาเสพติดระหว่างผู้แทนมูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน มอบเงินสนับสนุนฯ จำนวน 500,000 บาท เพื่อนำไปมอบให้กับบุคคลและองค์กรที่ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2568 จำนวน 210 ราย

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในโอกาสพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ ไขปัญหายาเสพติดประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิถุนายน 2568 ในนามรัฐบาลขอขอบคุณทุกท่าน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจในการต่อสู้กับยาเสพติด ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่น ที่จะป้องกันปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง การกำหนดให้มีวันยาเสพติดโลกเป็นสิ่งย้ำเตือนภัยคุก คามร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของประชาชน

รัฐบาลชุดนี้ได้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดและได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติมีการดำเนินการอย่างรอบด้านและครบวงจรทั้งการปราบปรามผู้กระทำความผิดการสกัดกั้นการค้า การแพร่ระบาด และการให้โอกาสแก่ผู้เสพยาผ่านกระบวนการบำบัดรักษาด้วยหลักการผู้เสพคือผู้ป่วย เพื่อให้ผู้เสพสามารถกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้อย่างมีคุณค่า พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณในวันนี้ ถือเป็นความร่วมมืออันดีระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. และมูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน ที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจแก่บุคคลองค์กรผู้ปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและเสียสละอย่างแท้จริง ขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับบุคคลและองค์กรทุกท่านที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ รางวัลนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องแสดงความสำเร็จ แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันเจตนารมณ์ อันแน่วแน่ความเสียสละอันสูงส่งและผลงานเป็นรูปธรรมที่ทุกท่านได้อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องสังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด อันจะนำมาซึ่งความมั่นคงของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชน ขอให้ทุกท่านภาคภูมิใจในเกียรติยศอันที่ได้รับในครั้งนี้และมุ่งมั่นรักษาคุณงามความดีดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีงาม เพื่อร่วมกันสร้างความประเทศไทยให้ปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืนสืบไป

ทั้งนี้ โล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2568 ประกอบด้วย

  1. โล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กร ซึ่งได้รับเงินรางวัลจากมูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน จำนวน 5 ราย
  2. โล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานระดับยอดเยี่ยม จำนวน 11 ราย
  3. โล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานระดับดีเด่น จำนวน 152 ราย อาทิ เจ้าคณะภาค 1 วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ได้รับโล่ดีเด่นด้านการบำบัดรักษายาเสพติด, ศุลกากรนิวซีแลนด์ร่วมกับตำรวจนิวซีแลนด์ ได้รับโล่ดีเด่นด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ, เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน ผู้มีอิทธิพลบนสื่อฯ ได้รับโล่ด้านป้องกันยาเสพติด รวมทั้งประชาชนทั่วไปและหน่วยงานหลายภาคส่วน
  4. 4โล่เชิดชูเกียรติผู้เสียชีวิต จำนวน 14 ราย และ 5.โล่เชิดชูเกียรติผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 33 ราย

นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก เร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย

กองทัพบก เร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย พร้อมสนับสนุนการรับมือวิกฤตอุทกภัยใน 5 อำเภอของจังหวัดเชียงราย

ตั้งแต่เวลาเช้ามืดของวันนี้ (27 มิ.ย.68) จังหวัดเชียงราย ประสบเหตุฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและอุทกภัยฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะใน อ.พญาเม็งราย ที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงถึง 317.5 มิลลิเมตร ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ใกล้ลำห้วยขุนแม่เปาได้รับความเสียหายอย่างหนัก

กองทัพบก โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 ได้จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย ชุดแพทย์เดินเท้า และสารวัตรทหาร พร้อมด้วยเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ รถบรรทุกทหาร FTS ยานพาหนะ และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อบูรณาการการช่วยเหลือกับส่วนราชการจังหวัดเชียงราย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเน้นการอพยพกลุ่มผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่อยู่ในภาวะเปราะบางออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดที่ปลอดภัย พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่และยานพาหนะอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ถนนถูกตัดขาดจากน้ำท่วม นอกจากนี้ ยังได้จัดให้มีบริการปฐมพยาบาลและดูแลสุขภาพขั้นต้นแก่ผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อจัดลำดับความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและครอบคลุมต่อไป

สำหรับสถานการณ์จากรายงานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ ระบุว่า จ.เชียงราย เผชิญวิกฤตอุทกภัยใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.พญาเม็งราย, อ.เวียงชัย, อ.เชียงแสน, อ. เวียงเชียงรุ้ง และ อ.เทิง ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนกว่า 4,400 ครัวเรือน ถนนถูกตัดขาด 3 จุด โรงพยา บาลได้รับผลกระทบ 2 แห่ง และพื้นที่เกษตรเสียหายประมาณ 500 ไร่ โดยเฉพาะ ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย มีบ้านเรือนจมน้ำถึง 3,705 ครัวเรือน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและถนนหลายสายได้รับความเสียหาย ขณะที่ ต.ตาดควัน และ ต.แม่ต๋ำก็ถูกน้ำป่าไหลหลากรุนแรง สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากฝนยังตกอย่างต่อเนื่อง ทางจังหวัดจึงได้สั่งการให้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมเครื่องจักร อุปกรณ์ และกำลังพลรับมืออย่างเต็มที่



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.38 จัดชุดช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 จัดชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 เวลา 12.30 น. พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย จาก กรมทหารพรานที่ 32 ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง อำเภอบ่อเกลือ, ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านสะปัน ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ตรวจสอบและเฝ้าระวัง จากเหตุดินสไลค์ทำให้ถนนในหมู่บ้านได้รับความเสียหาย จากการตรวจสอบพบถนนทรุดตัวเหตุจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ดินสไลค์ มีประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 1 หลังคาเรือน คือ นาย ป๋อน ชาวยอง อายุ 62 ปี หมู่ 1 ฯ ปัจจุบันหน่วยนำอุปกรณ์ปิดกั้นไม่ให้ประชาชน และนักท่องเที่ยว ผ่านบริเวณดังกล่าว และได้แจ้งให้ส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับทราบแล้ว

สำหรับในพื้นที่จังหวัดน่าน มีฝนตกหนักและตกสะสมต่อเนื่องทุกพื้นที่ และได้มีการแจ้งเตือนเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน โดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอปัว และ อำเภอบ่อเกลือ ค่าดัชนีความชื้นในดินอยู่ในระดับเฝ้าระวัง ส่วนพื้นที่อื่นๆ ให้เฝ้าระวังปริมาณน้ำในลำน้ำสาขาที่เพิ่มสูงขึ้น หากประสบภัยหรือต้องการความช่วยเหลือแจ้งหน่วยงานในพื้นที่ได้ทันที


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.เชียงราย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 เวลา 12.00 น. ฝนตกหนักสะสมอย่างรุนแรงในพื้นที่ ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย (317.5 มม.), อ.เชียงแสน (198.5 มม.), อ.เวียงชัย (154.0 มม.), อ.เวียงเชียงรุ้ง (148.5 มม.), อ.เชียงของ (145.0 มม.), อ.เทิง (134.5 มม.) ซึ่งมีพื้นที่ได้รับผลกระทบดังนี้

  • อำเภอพญาเม็งราย
    • ต.ตาดควัน หมู่ที่ 4 น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมโรงเรียน บ้านเรือนราษฎร 200 ครัวเรือน และสะพานถูกตัดขาด ไม่สามารถสัญจรได้
    • ต.แม่เปา หมู่ที่ 1 2 3 6 11 12 14 16 20 น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมขุนห้วยแม่เปา บ้านเรือนราษฎร 3,705 ครัวเรือน รพ.สต.แม่เปา ได้รับผลกระทบ 1 แห่ง และถนนถูกตัดขาด ไม่สามารถสัญจรได้
    • ต.แม่ต๋ำ หมู่ที่ 2 7 8 10 น้ำท่วมเข้าบ้านเรือนราษฎร 500 ครัวเรือน
  • อำเภอเวียงชัย
    • ต.ผางาม หมู่ที่ 1 3 7 13 น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่เกษตร หมู่ที่ 1 และถนน ทล 1326 กม.12+875-13+300 เส้นทางไปอำเภอพญาเม็งราย น้ำท่วมสูง รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้
    • ต.ดอนศิลา หมู่ที่ 10 น้ำท่วมพื้นที่เกษตร (นาข้าว) ประมาณ 500 ไร่
  • อำเภอเชียงแสน ต.บ้านแซว หมู่ที่ 4, 11, 12 น้ำเข้าท่วมบริเวณถนน ไม่สามารถสัญจรได้
  • อำเภอเวียงเชียงรุ้ง ต.ทุ่งก่อ หมู่ที่ 6 7 15, ต.ป่าซาง หมู่ที่ 5 6 7 10 14 และ ต.ดงมหาวัน หมู่ที่ 4 น้ำเข้าท่วมโรงพยาบาลเวียงเชียงรุ้ง และเข้าท่วมพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนราษฎรบ้างส่วน
  • อำเภอเทิง ต.เวียง หมู่ที่ 20 น้ำเข้าท่วมบริเวณถนนโรงพยาบาลเทิง

รวมทั้งสิ้น 5 อำเภอ 10 ตำบล 32 หมู่บ้าน บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบ 4,405 ครัวเรือน ถนน 3 จุด สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 2 แห่ง พื้นที่เกษตร (นาข้าว) 500 ไร่ ความเสียหายอื่นๆ อยู่ระหว่างสำรวจ

แนวโน้มสถานการณ์ ปัจจุบันยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์อุทกภัยยังไม่สิ้นสุด เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ด้านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้

  • แจ้งเตือนทุกอำเภอเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากน้ำล้นตลิ่งอย่างต่อต่อเนื่อง
  • เตรียมความพร้อม เครื่องมืออุปกรณ์ เครื่องจักรกล ยุทโธปกรณ์ กำลังพลพร้อมให้ความช่วยเหลือทันที ตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อได้รับการร้องขอ
  • เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป

นที มีเดช รายงาน

ทบ. ส่งกำลังพลชุดครูฝึกมวยไทยร่วมการฝึก Flash Thunder 25 ถ่ายทอดศิลปะมวยไทยแก่ทหารมิตรประเทศ ชู Soft power เสริมสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์

ทบ. ส่งกำลังพลชุดครูฝึกมวยไทยร่วมการฝึก Flash Thunder 25 ถ่ายทอดศิลปะมวยไทยแก่ทหารมิตรประเทศ ชู Soft power เสริมสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์

กองทัพบก โดยกรมกิจการพลเรือนทหารบก จัดกำลังพลชุดครูฝึกมวยไทย ที่มีทักษะประสบการณ์และความสามารถด้านกีฬามวยไทย เดินทางไปฝึกสอนมวยไทยทางทหารให้กับกำลังพล กองพันคอมมานโดที่ 1 กองทัพบกสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในการฝึกผสม Flash Thunder 25 ระหว่างกองทัพบกไทย และกองทัพบกสาธารณรัฐสิงคโปร์ ตั้งแต่วันที่ 25 – 27 มิ.ย.68 โดยนำกีฬามวยไทยซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของไทยตั้งแต่อดีตที่มีอวัยวะเป็นอาวุธประจำกาย มาเสริมสร้างทักษะให้กับกำลังพล อาทิ ท่ามวยไทยเบื้องต้น, การเคลื่อนที่, การฝึกแม่ไม้มวยไทย 15 ท่า และการไหว้ครูมวยไทย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายให้กับกำลังพลกองทัพมิตรประเทศ ให้สามารถดูแลป้องกันตนเองและผู้อื่น หรือนำไปใช้ในโอกาสต่างๆ ได้

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นหนึ่งใน “โครงการฝึกมวยไทยทางทหารให้กับกองทัพมิตรประเทศ ประจำปี 2568 (Muaythai for Official)” ที่กองทัพบกได้ร่วมกับคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จัดขึ้น เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันมวยไทย ที่ถือเป็น Soft Power ที่สำคัญของไทย ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายสู่นานาชาติ โดยได้นำมาจัดเป็นกิจกรรมเสริม ในโอกาสที่กำลังพลของกองทัพบกไทยได้เข้าร่วมการฝึกผสมในรหัสต่างๆ อาทิ การฝึกมวยไทยทางทหารให้กำลังพลกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ณ Schofield Barracks มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ในระหว่างวันที่ 20 ต.ค.- 2 พ.ย.67 ที่ผ่านมา และในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษในวาระครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ กองทัพบกไทยจึงได้นำกิจกรรมการฝึกมวยไทยมาร่วมเผยแพร่และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ควบคู่ไปกับภารกิจการฝึกทางทหาร เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นำสู่การพัฒนาด้านต่างๆ ร่วมกันต่อไปในอนาคต



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

นบ.ยส.35 จัดกำลังลาดตระเวนพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ สกัดยาบ้า 460,000 เม็ด พร้อมเตรียมขยายผลในพื้นที่

นบ.ยส.35 จัดกำลังลาดตระเวนพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ สกัดยาบ้า 460,000 เม็ดพร้อมเตรียมขยายผลในพื้นที่

วันที่ 27 มิถุนายน 2568 พลโท กิตติพงศ์ ชื่นใจชน แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคเหนือ (ผบ.นบ.ยส.35)เปิดเผยว่าจากการจัดชุดลาดตระวนตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่ของชุดสกัดกั้นที่ 2 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา บริเวณบ้านป่าโหล ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจพบกลุ่มคนขับจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน บรรทุกกระสอบต้องสงสัยขับผ่าน เข้ามามายังบริเวณพื้นที่เฝ้าตรวจ แต่เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวพบเจ้าหน้าที่ได้ทำการขับ จักรยานยนต์หลบหนีตามเส้นทางลัดเลาะ หน่วยจึงจัดกำลังไล่ติดตามกลุ่มบุคคลดังกล่าว จนถึงบริเวณ บ้านกาวิละ ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย และ พบรถจักรยานยนต์ถูกจอดทิ้งไว้ จำนวน 2 คัน พร้อมกับกระสอบจำนวน 2 ใบ จึงได้ประสานกำลังจากกองกำลังผาเมือง กก.2 บก.ปส.3 บช.ปส. และ ตชด.334 เข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว

ผลการปฏิบัติในครั้งนี้ ตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภทที่1(ยาบ้า) ประมาณ 460,000 เม็ด พร้อมรถจักรยานยนต์. 2 คัน หน่วยจึงได้ส่งมอบของกลางดังกล่าวให้ สภ.แม่อาย ในการดำเนินคดีและเตรียมขยายผลในพื้นที่

พลโท กิตติพงศ์ ชื่นใจชน กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา นบ.ยส.35 ได้มีการลงพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ “Seal Stop Safe” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือ เพื่อประเมินสถานการณ์จริงในพื้นที่ พร้อมปรับการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันได้มีการเข้าตรวจสอบโกดังเก็บสารเคมีและสารตั้งต้น ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในการผลิตยาเสพติด โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุมและติดตามอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งเน้นย้ำให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้วัตถุอันตรายรั่วไหลสู่ภายนอก


นที มีเดช รายงาน

พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์

นครนายก – พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์

วันที่ 27 มิถุนายน 2568 เวลา 16.00 น. ที่ศาลาเอนกประสงค์ วัดกุฎีเตี้ย ตำบลอาษา อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2568 โดยมี พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์จังหวัดนครนายกร่วมเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนครนายก หัวหน้าส่วนประจำอำเภอบ้านนา ทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชน เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

ด้วยคณะสงฆ์จังหวัดนครนายก ร่วมกับส่วนราชการทุกภาคส่วน จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 27/2567 มติที่ 834/2567 มีมติเห็นชอบกำหนดให้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล ทุกวันที่ 28 ของทุกเดือน ประจำปี 2568 รวม 12 ครั้ง เพื่อเป็น การถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ และเป็น การรวมใจของพสกนิกรชาวจังหวัดนครนายก ในการแสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ตลอดจนเพื่อความเป็นสิริมง คลแก่ตนเอง ด้วยการน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นแนวคิด แล้วนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และส่งผลให้เกิดความสงบสุขต่อคนในชาติสืบไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

รอง ผบช.ภ.1 นำทีมคณะ ผบก.อก.ภ.1 ตะลุยตรวจติวเข้มแนะนำ 4 โรงพัก ใน จ.ปทุมธานีเเละจ.สมุทรปราการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

“พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 นำทีมคณะ ผบก.อก.ภ.1 ตะลุยตรวจติวเข้มแนะนำ 4 โรงพัก ในจังหวัดปทุมธานีเเละจังหวัดสมุทรปราการ คูคต/ลาดหลุมเเก้ว/เปร็ง/บางพลี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและมอบรางวัลให้กับสายตรวจงานป้องกันปราบปรามเพื่อสร้่งขวัญและกำลังในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน สมกับคำว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”

พลตำรวจตรีโชคชัย งามวงศ์รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 1 ได้จัดให้มีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานชุม ชนสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชนให้กับโรงพักต่างๆที่อยู่ในเขตพื้นที่ส่วนตำรวจภูธรภาค 1 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจมีระเบียบวินัยถูกต้องตามแบบแผนและมีประสิทธิภาพในการดูแลช่วยเหลือประชาชนในเหตุการณ์ต่างๆไม่ว่าเหตุการณ์ดีหรือเหตุการณ์ร้ายรวมถึงเป็นการป้องปรามการที่จะก่อให้เกิดเหตุที่ไม่ดีต่อประชาชนด้วย

นอกจากนี้ยังได้ทำการติวเข้มตำรวจสายตรวจในโรงพักที่เป็นชุดปฏิบัติการให้มีความชำนาญในการปฏิบัติงานตลอดจนได้นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคมาแจกเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัดโรงพักต่างๆที่เข้าทำการตรวจเยี่ยมซึ่งถือว่าได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ใช้บังคับบัญชาเป็นอย่างยิ่งและจะทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิ ผลต่อการปฏิบัติงานของสายตรวจในการดูแลประชาชนเพื่อให้สมกับคำว่า เราอยู่ไหนประชาชนอุ่นใจทั่วกันและสมกับคำว่าเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์


พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1                                                                   

หัวหน้าฝ่ายอำนวยการที่แถลงข่าวประชาสัมพันธ์ข่าวตำรวจภูธรภาค 1