ภายใต้ “ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด” และเนื่องในสัปดาห์วันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิ.ย. 2568 อ.ทับสะแก จับกุมพ่อค้ายาบ้า 1 ราย ยาบ้า 102 เม็ด

ประจวบคีรีขันธ์ – อำเภอทับสะแก ภายใต้ “ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด” และเนื่องในสัปดาห์วันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิ.ย. 2568 จับกุมพ่อค้ายาบ้า 1 ราย ของกลางยาบ้า 102 เม็ด

วันที่ 25 มิ.ย. 68 เวลา 10.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ. ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะ /ผอ.ศอ.ปส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก ในฐานะ/ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก มอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดฝ่ายความมั่นคง นายชลิต เพชรดี กำนัน ต.อ่างทอง สารวัตรกำนัน พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.ทับสะแก 6

เข้าตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ม.7 ต.อ่าง ทอง จากการตรวจสอบได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจำนวน 1 ราย ทราบชื่อนายเอ (นามสมมุติ) ตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 102 เม็ด

ซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้ 1.จำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, 2. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมายพร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 102 เม็ด โดยได้บันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ชาวเขาค้อกว่า 700 ชีวิต รวมตัวเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกิน ร้องรัฐเร่งออกเอกสารสิทธิ หลังไร้ความคืบหน้านานนับสิบปี

ชาวเขาค้อกว่า 700 ชีวิต รวมตัวเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกิน ร้องรัฐเร่งออกเอกสารสิทธิ หลังไร้ความคืบหน้านานนับสิบปี

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดการรวมตัวของชาวบ้านกว่า 700 คน จาก 4 ตำบลในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แก่ ตำบลริมสีม่วง ตำบลแคมป์สน ตำบลทุ่งสมอ และตำบลเขาค้อ พร้อมใจกันเดินทางมารวมตัวที่หน้าที่ว่าการอำเภอเขาค้อ เพื่อแสดงพลังเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกินที่ตนเองอาศัยอยู่และทำกินมานานหลายสิบปี แต่ยังไม่มีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย

ชาวบ้านระบุว่า การออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความเดือดร้อนเฉพาะบุคคล แต่เป็นผลสะสมจากนโยบายรัฐที่ไม่ต่อเนื่องและไม่มีความชัดเจน หลังจากยกเลิกโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำขนาดเล็กและจัดสรรที่ดินในเขตป่าสงวน ทำให้ประชาชนถูกตัดสิทธิในการขออนุญาตใช้ที่ดินตามกฎหมาย แม้จะอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่เหล่านั้นมานานโดยสุจริต

อีกทั้งชาวบ้านยังแสดงความไม่พอใจต่อมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2566 ที่มอบอำนาจให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ อนุญาตให้ใช้ที่ดินทำกินชั่วคราวในบางพื้นที่ของเขาค้อ แต่กลับมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง โดยตัดพื้นที่ทั้ง 4 ตำบลออกจากแผนการพิจารณา โดยให้เหตุผลว่า “ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย” ซึ่งประชาชนมองว่าเป็นคำอธิบายที่ไม่สะท้อนข้อเท็จจริงในพื้นที่

ภายในกิจกรรม ยังมีการจัดเวทีเสวนาภาคประชาชนภายใต้ชื่อ “ระดมความคิดเห็นปกป้องสิทธิในที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และเวทีเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินภาคประชาชน อำเภอเขาค้อ” โดยมีเครือข่ายจากหลายพื้นที่ อาทิ ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ, พื้นที่ภูทับเบิก อ.หล่ม เก่า, ต.ปากเลา อ.เมืองเพชรบูรณ์ และเครือข่ายจาก 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล และสะท้อนปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญ ทั้งความไม่มั่นคงในการถือครองที่ดิน ขาดเอกสารสิทธิอย่างต่อเนื่อง และไม่มีช่องทางร้องเรียนที่ชัดเจน

“เราอยู่ตรงนี้มาก่อนที่จะมีนโยบายพัฒนาใดๆ ของรัฐ แต่กลับต้องมาถูกปฏิเสธสิทธิ ทั้งที่อยู่และทำกินตรงนี้มานาน เป็นธรรมไหม?” ตัวแทนชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการรวมตัวและยื่นข้อเรียกร้องอย่างชัดเจน แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่จากอำเภอหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมารับหนังสือหรือรับฟังปัญหาแต่อย่างใด ชาวบ้านจึงต้องนำหนังสือเดินขึ้นไปยื่นหน้าห้องของเจ้าหน้าที่บนที่ว่าการอำเภอเขาค้อด้วยตนเอง โดยหนังสือดังกล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลและคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เร่งรัดการพิจารณาให้สิทธิในที่ดินทำกินอย่างถูกต้องและเป็นธรรม เพื่อยุติความไม่มั่นคงทางที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

ผู้ว่าฯ โคราช พบสื่อ เพื่อสื่อสารการพัฒนาเมืองโคราช ไปสู่ประชาชน

ผู้ว่าฯ โคราช พบสื่อ เพื่อสื่อสารการพัฒนาเมืองโคราช ไปสู่ประชาชน

เมื่อวันที่ (27 มิถุนายน 2568) ที่ห้องประชุมท้าวสุรนารี ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พบปะพูดคุยกับสื่อมวลชน โดยมี นายวีระชาติ ทุ่งไผ่แหลม รองนายก อบจ.นครราชสีมา, นายแพทย์สุพล ตติยพรนันทพร นพ.สสจ.นครราชสีมา, นายทวีศักดิ์ ศักดิ์ศินานนท์ นายช่างโครงการทางลอดแยกนครราช สีมา และนายอิทธิกร พรมโพทิม ผู้ช่วยนายช่างฯ เข้าร่วมแถลงข้อมูลประเด็นความคืบหน้าการดำเนินงานต่าง ๆ ผ่านสื่อมวลชนในพื้นที่ ให้ช่วยประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา

ในโอกาสนี้ อบจ.นครราชสีมา ได้ร่วมแถลงประเด็นภารกิจสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐาน คือ การปรับปรุง ซ่อมแซมถนนที่ใช้สัญจร เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก และถนนที่บูรณาการร่วมกับพี่น้องท้องถิ่นอย่าง เทศบาล และ อบต. ในพื้นที่ รวมถึงภารกิจการดำเนินการเกี่ยวกับ “น้ำ” ที่ได้ให้การสนับสนุนเครื่องกลและบุคลากร เพื่อช่วยเหลือ อปท. ที่ร้องขอและประสานแผนเข้ามา และโครงการก่อสร้างสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นคร ราชสีมา (แห่งใหม่) ที่ได้รับความเห็นชอบจากสภา อบจ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ทางจังหวัดนครราชสีมา ได้ประชาสัมพันธ์ภารกิจที่จะดำเนินการ อาทิ การสร้าง “Sky Walk บริเวณเขาเขื่อนลั่น ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว แลนด์มาร์คใหม่ ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ, การจัดงานโครงการวิ่ง Night Run ผ่านจุดไฮ ไลท์สำคัญเมืองย่าโม สานต่อโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ กำหนดจัดวันที่ 2 พ.ย. 68 โดย สสจ.นครราชสีมา พร้อมเปิดรับสมัครร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 31 ส.ค.68, ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางลอด (แยกประโดก) มีความก้าวหน้ากว่า 67% เร็วกว่าแผนงาน 14.081% ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.68 จากนั้นจะเป็นการเดินหน้างานระบบต่าง ๆของทางลอดเข้าดำเนินการต่อ คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จตรงตามสัญญา และความก้าวหน้าโครงการก่อเสร้างทางลอด (แยกนครราชสีมา) หรือ (แยกเทอร์มินอล) ที่มีความคืบหน้าผลรวมที่ 64.713% เร็วกว่าแผนงาน 17.146% คาดแล้วเสร็จ เม.ย.69

ทั้งนี้ ทางจังหวัดนครราชสีมา ได้มอบหมายสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสึมา จัดพบปะสื่อมวลชน ในรูปแบบการแถลงข่าวประจำเดือน โดยจะมีส่วนงานต่างๆ ร่วมบอกเล่าข่าวสารแก่สื่อมวลชน เพื่อนำไปขยายผลให้ประชาชนรับทราบต่อไป


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

รถบัสนักเรียนยางระเบิด เสียหลักล้อตกถนน เด็กนักเรียนกว่า 50 วิ่งหนีอลหม่าน

อุทัยธานี – รถบัสนักเรียนยางระเบิด เสียหลักล้อตกถนน เด็กนักเรียนกว่า 50 วิ่งหนีอลหม่าน

เมื่อช่วงวาน ของวันที่ 27 มิถุนายน 2568 สภ.หนองฉาง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ขับรถน้ำขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองสรวง ว่ามีเหตุรถบัส 6 ล้อ บรรทุกเด็กนักเรียนมาเต็มคันจากอำเภอบ้านไร่ มาถึงใกล้กับองค์การหารบริหารส่วนตำบลหนองสรวง ได้เกิดยางหน้าระเบิด เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เด็กนักเรียนบนรถบัสตกใจกลัว จนทำให้รถเสียหลักวิ่งข้ามเลนไปอีกฝั่งของถนน พลิกตะแครงหวิดจะคว่ำ สายบ้านไร่- หนองฉาง หมู่ 4 ตำหนองสรวง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี

หลังจากได้รับแจ้ง พ.ต.ท.วันชาติ พูลเขตร์วิทย์ สารวัตรเวร สภ.หนองฉาง รีบรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับกู้ภัยอุทัยธานี (จุดหนองฉาง) เจ้าหน้าชมรมบรรเทาสาธารณ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี พร้อมกับดร.เสาวลักษณ์ บุญจันทร์ ผอ.สพป.เขต 2 และ ผอ. โรงเรียนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และคุณครู ผู้ปกครองเด็ก รีบมายังที่เกิดเหตุ เพื่อมาช่วยเหลือ ปลอบขวัญ ปลอบใจเด็กนักเรียนในที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้อ สีเหลืองรถบัส -ส่งนักเรียน อำเภอบ้านไร่ โดยเจ้าหน้าที่ ช่วยกันนำเด็กนักเรียนกว่า 50คน ลงมาจากรถบัสด้วยอาการตกใจกลัว กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ตรวจสอบรถบัส พบที่บริเวณยางรถด้านหน้าขวาคนขับเกิดระเบิดแตก เกิดรถเสียหลัก

จากการสอบถามนายสิรินาถ คนขับรถบัสโดยสาร ว่าตนเองได้ขับรับเด็กนักเรียนมา จากอำเภอบ้านไร่ จำนวนกว่า 50 คน มาส่งยังภายในโรงเรียนต่างๆ ในตัวอำเภอหนองฉาง และกลางทางได้จอดรับช่วยเหลือรถบัสเด็กนักเรียนด้วยกัน เนื่องจากจอดเสียอยู่ข้างทาง ขึ้นมาด้วยประมาณ 10 กว่าคน พอมาถึงจุดเกิดเหตุ ได้เกิดยางระเบิดขึ้นมาจนทำให้รถเสียหลัก ทั้งนี้ ภรรยาของคนขับรถนักเรียนดังกล่าว ได้กล่าวไว้ ครั้งนี้รถบัสตนเองยางรถแตกจริงๆ

โดยผู้สื่อสื่อข่าวได้พบกับเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในอาการผวาตกใจและร้องไห้ตลอด ว่าตนเองได้ประสานโทรไปบอกแม่ให้มารับแล้ว ว่าวันนี้ไม่ขอไปโรงเรียน เนื่องจากวันนี้ตนเองได้เจออุบัติเหตุกับรถบัสรับส่งนักเรียนถึง 2 ครั้ง โดยเมื่อเช้าตนเองได้ขึ้นรถบัสคันแรกมาก็เกิดรถบัสเสีย จอดลงข้างทาง พอมาครั้งที่ 2 ได้ขึ้นกับรถบัสคันดังกล่าวมาอีกคัน ก็เกิดยางระเบิดแตกข้างทางอีก จึงขอวันนี้ไม่อยากไปโรงเรียนเนื่องจากตกใจกลัวอยู่

สาเหตุครั้งนี้ คาดว่ารถบัสนักเรียนน่าจะรับเด็กนักเรียนมาค่อนข้างหนัก จนเกิดทำให้รถรับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้รถเกิดยางหน้าแตกและเสียหลักหวิดคว่ำลงข้างทาง


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

เมืองพัทยา ลงพื้นที่ติดตามทวงคืนพื้นที่สาธารณะบ้านหลังสุดท้ายโพธิสารซอย 6

เมืองพัทยาลงพื้นที่ติดตามทวงคืนพื้นที่สาธารณะบ้านหลังสุดท้ายโพธิสารซอย 6 เตรียมเดินหน้าทำถนนระบายรถซอยโพธิสารซอย 6 เชื่อม ซอย 8 และเชื่อมซอย 3

เวลา 10.30 น. วันที่ 26 มิถุนายน 2568 นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา และนายชูเกียรติ หนองใหญ่ ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา ร่วมลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการทวงคืนพื้นที่สาธารณะโพธิสาร ซ.6 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูล

นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า พื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีประชาชนรุกล้ำทำที่พักอาศัยเป็นระยะเวลานาน และเป็นปัญหาที่มีการร้องเรียนมาหลายสิบปีแล้ว โดยที่ผ่านมาเมืองพัทยาได้มีการมาเจรจากับประชาชนในพื้นที่นี้หลายครั้งแล้ว ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือยินยอมย้ายออก และเมืองพัทยาก็ได้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่พักอาศัยในบริเวณนี้เป็นที่เรียบร้อย แต่ยังมีอีก 2 หลัง ซึ่งเป็นร้านค้า และเป็นที่พักอาศัยของเจ้าของร้าน ที่ยังไม่ย้ายออก แต่รับปากว่าหากแบบก่อสร้างถนนของเมืองพัทยาแล้วเสร็จจะดำเนินการย้ายออกให้ ในวันนี้จึงมาติดตามความคืบหน้าในการรื้อถอนทั้ง 2 หลังดังกล่าว

ทั้งนี้แม้ว่าบริเวณนี้จะมีประชาชนมายึดครองเป็นที่อยู่อาศัยกันเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ปี 2522 แต่เมืองพัทยาต้องทำตามกฎหมาย เนื่องจากตรงนี้เป็นทางสาธารณประโยชน์ที่ลงทะเบียนไว้ชัดเจนว่าทางสาธารณประโยชน์ที่ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยเมืองพัทยาก็มีการแจ้งทางคุณป้าเจ้าของบ้านที่เป็นร้านค้าหลังนี้ให้ขยับขยายออก ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ครบกำหนดในการย้ายออกเพื่อคืนพื้นที่สาธารณะให้กับเมืองพัทยา โดยทางคุณป้าเจ้าของบ้านก็ยินยอมแต่โดยดีตามที่ได้รับปากไว้ และได้มีการขนของออกไปจนเกือบจะหมดแล้ว หลังจากนี้ก็จะให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในทะเบียนบ้านในพื้นที่บริเวณนี้ทำการย้ายชื่อออก ซึ่งเมืองพัทยาก็จะดำเนินการถอนบ้านเลขที่ออกในลำดับต่อไป นอกจากนี้นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา และนายชูเกียรติ หนองใหญ่ ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา ยังได้มอบทุนทรัพย์ส่วนตัวจำนวนหนึ่งให้กับคุณลุงคุณป้า เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าขนย้ายสิ่งของในครั้งนี้อีกด้วย

สำหรับพื้นที่สาธารณะแห่งนี้เมืองพัทยาจะทวงคืนเพื่อทำทางเชื่อมจากซอยโพธิสารในการระบายรถ ที่เมืองพัทยามีโครงการที่จะเวนคืน ตอนนี้เราจะทำทางเส้นนี้ก่อน ซึ่งจะเป็นการระบายรถจากพัทยาสายสามที่แยกโพธิสาร ออกสู่ทางนาเกลือ ถือว่าจะเป็นการระบายรถที่จะไปทางนาเกลือได้ดีขึ้นมากพอสมควร ซึ่งถนนด้านในจะมีความกว้างประมาณ 8 เมตร ส่วนด้านหน้าจะแคบกว่า คือประมาณ 6 เมตร ทั้งนี้หากดำเนินการทำท่อระบายน้ำแล้วเสร็จ ในปีหน้าก็จะเริ่มทำถนนเส้นที่จะระบายรถซอยโพธิสารซอย 6 เชื่อมซอย 8 และเชื่อมซอย 3 ดังกล่าวต่อไป ซึ่งจะทำให้ถนนหนทางในโซนพื้นที่นาเกลือมีความคล่องตัวมากขึ้น ประชาชนก็จะได้ใช้ประโยชน์ในทางสาธารณะร่วมกันต่อไป..


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าว อาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

ทม.หนองปรือ ร่วมรวมพลังต่อต้านยาเสพติด จัดเดินรณรงค์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก

ทม.หนองปรือ ร่วมรวมพลังต่อต้านยาเสพติด จัดเดินรณรงค์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก

เวลา 08.00 น. วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ที่ด้านหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองหนองปรือ นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ เป็นประธานกล่าวกิจกรรมเดินรณรงค์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก มีนายศราวุธ อมรธรรมสินปลัดเทศบาลเมืองหนองปรือ กล่าวรายงานกิจกรรม

ด้วยมติที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติเมื่อเดือนธันวาคม 2530 ได้กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งประเทศไทยได้ยึดถือปฏิบัติ และยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเข้าร่วมกับประชาคมโลกในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด โดยมีหน่วยงาน องค์กรภาคีที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศ ร่วมเป็นหนึ่งในการแสดงพลังและเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด

ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ จึงกำหนดแนวทางการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2568 ภายใต้กรอบแนวคิด “สร้างพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด” เพื่อให้ประชาชนหมู่บ้าน ชุมชนและประเทศชาติ ปลอดภัยจากยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน เทศบาลเมืองหนองปรือ จึงได้จัดกิจกรรมเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก วันที่ 26 มิถุนายน โดยมีวัตถุประสงค์

  1. เพื่อเป็นการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหายาเสพติด สามารถป้องกันตนเองครอบครัว สังคม ให้ปลอดภัยจากยาเสพติด
  2. เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคม ได้ตระหนักถึงภัยจากยาเสพติด รวมทั้งมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและ ต่อเนื่อง
  3. เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และเห็นถึงความสำคัญของวันต่อต้านยาเสพติดโลกและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อต้านยาเสพติด

ในการเดินรณรงค์มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย พนักงานเทศบาล คณะครูและนักเรียนโรงเรียนวัดสุทธาวาส เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประธานและคณะกรรมการชุมชน นักจัดการสุขภาพชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน กลุ่มพัฒนาสตรี อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และประชาชนในเขตเทศบาลเมืองหนองปรือ มาร่วมแสดงออกถึงการรวมพลังต่อต้านยาเสพติด


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าว อาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

เมืองพัทยา เก็บกวาดทุ่นแหลมบาลีฮาย หลังโดนหว่ามก๋อ ถล่มจมใต้ทะเล

เมืองพัทยา เก็บกวาดทุ่นแหลมบาลีฮาย หลังโดนหว่ามก๋อ ถล่มจมใต้ทะเล เตรียมรวบรวมปล่อยเพื่อจัดหาประโยชน์กับหน่วยงานราชการ

เวลา 09.00 น. วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ที่บริเวณท่าเรือขนส่งสินค้า แหลมบาลีฮาย พัทยา นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยนายชูเกียรติ หนองใหญ่ ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา นำเจ้าหน้าที่จากสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา ลงพื้นที่จัดเก็บทุ่นที่จมอยู่ใต้ทะเล เพื่อให้เรือต่าง ๆ สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวก

นายมาโนช หนองใหญ่ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมืองพัทยาได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ท และผู้ประกอบการเรือบริเวณแหลมบาลีฮายว่า มีส่วนประกอบทุ่นจมอยู่ใต้ทะเลมาเป็นเวลานานมากแล้ว ทำให้เรือที่สัญจรบริเวณนี้เข้ามาด้วยความยากลำบาก ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางเมืองพัทยาได้ลงมาสำรวจไปครั้งหนึ่งแล้วเมื่อต้นเดือน ในวันนี้จึงนำรถแบ็คโฮ นำเอาทุ่นเก่าที่จมอยู่ใต้ทะเลขึ้นมา โดยให้เจ้าหน้าที่นำเอาขึ้นมาให้มากที่สุด ส่วนที่เหลืออาจจะว่าจ้างเรือบาร์จหรือเรือขนส่งขนาดใหญ่มานำขึ้นต่อไป

นายมาโนช กล่าวต่อว่า ทุ่นเหล่านี้แต่ก่อนเมืองพัทยาทำเป็นท่าจอดเรือ ระหว่างที่ผู้รับจ้างส่งงานเกิดพายุไต้ฝุ่นหว่ามก๋อขึ้น ทำให้ท่าเรือแห่งนี้ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพราะพายุทำลายไป หลังจากนั้นสิ่งที่จมอยู่ใต้ทะเลก็ได้ทับถมกันเป็นเวลานานหลายปี ทำให้ผู้ประกอบการเรือที่นำเรือมาจอดท่าแห่งนี้ใช้ด้วยความลำบาก

ส่วนทุ่นเหล่านี้หลังจากนำขึ้นมาแล้ว จะนำไปจัดเก็บที่สนามกีฬาแห่งชาติเมืองพัทยา ซอยชัยพฤกษ์ เนื่องจากมีจำนวนมากถึง 200 กว่าทุ่น เมื่อต้นเดือนนำขึ้นมาแล้วประมาณ 6 ทุ่น คาดว่า น่าจะนำขึ้นได้เกินครึ่งที่อยู่บริเวณริมฝั่ง ทุ่นเหล่านี้ในอนาคตเมืองพัทยาอาจจะนำไปจัดหาประโยชน์กับหน่วยงานราชการที่มองเห็นว่าทุ่นเหล่านี้พอจะมีประโยชน์นำไปใช้ได้
(สัมภาษณ์ :- มาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา)


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง ศูนย์ข่าวภาคตะวันออก รายงาน

ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบกตรวจเยี่ยมกิจกรรมการดำเนินงานของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ทภ.3 ในพื้นที่

จ.อุตรดิตถ์ – ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบกตรวจเยี่ยมกิจกรรมการดำเนินงานของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ทภ.3 ในพื้นที่

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 68 คุณกวิสรา ชโนเมธาภรณ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ป.21 พัน.20 และ ผบ.ป.21 พัน.20 พร้อมด้วยคณะนายทหาร คณะแม่บ้านของหน่วย ให้การต้อน รับ พ.อ.หญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ทภ.3 และคณะฯ โดยกำหนดตรวจเยี่ยมกิจกรรมการดำเนินงานของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ทภ.3 ในพื้นที่ จว.อ.ต.

โดยกิจกรรมประกอบไปด้วย 1.สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์, 2.ฟังบรรยายสรุปกิจกรรมของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ป.21 พัน.20, 3.มอบทุนแก่บุตรที่มีความต้องการพิเศษ, 4.เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์แม่บ้านทหารบก สาขา ป.21 พัน.20 และร่วมกิจกรรมของหน่วย, 5.เยี่ยมบุตรแรกเกิดของกำลังพลและมอบเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย สร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลและครอบครัว ณ ป.21 พัน.20 ค่ายพระศรีพนมมาศ ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตร ดิต


คนไทยหัวใจรักชาติ ระดมสิ่งของอุปโภค-บริโภค สนับสนุนทหารชายแดนไทย

จังหวัดลพบุรี – “กลุ่มเรารักทหารลพบุรี” ร่วมกับพ่อค้า ประชาชน รงรวมสิ่งของสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภคข้าวเครื่องใช้ประจำวันจำนวน 5 คันรถ นำไปมอบให้กับทหารไทย ที่ดูแลแนวชายแดนไทย กัมพูชา จ.สุรินทร์ เพื่อเป็นการบำรุงขวัญ ให้กำลังใจลดความตึงเครียด หลังเกิดข้อพิพาทพื้นที่ซับซ้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนนี้ประชาชนชาวไทย ต่างส่งกำลังใจพี่น้องทหารแนวหน้าซึ่งเป็นรั้วของชาติ เกรงจะเกิดการสู้รบกันระหว่าง ทหารไทยกับทหารกัมพูชา ชาวเน็ตต่างแห่ติดแฮชแท็ก “ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด” และระดมสิ่งมาสนับสนุนทหารชายแดนไทย ทั้งสิ่งของอุปโภค-บริโภค รวมไปถึงสิ่งของป้องกันภัยหลากหลายชนิด โดย”กลุ่มเรารักทหารลพบุรี ” ขอบพระคุณ กำลังใจจาก คนลพบุรี คนไทยทุกคน นี่คือกำลังใจจากแนวหลังสู่แนวหน้าที่แท้จริง

โดย ”กลุ่มเรารักทหารลพบุรี” นำโดยนายวันชัย รัมมะสาร ประธาน ”กลุ่มเรารักทหารลพบุรี” พร้อมสมาชิกได้ช่วยกันขนสิ่งของขึ้นรถ หลังจากที่มีพ่อค้า ประชาชนชาวจังหวัดลพบุรีทยอยนำเครื่องอุปโภค-บริโภค ของใช้ประจำวันได้แก่ สเปรย์ฉีดกันยุง, ยาสามัญประจำบ้าน, สบู่, ยาสีฟัน, เครื่องดื่มบำรุงกำลัง, ชูกำลัง ทยอยเดินทางมามอบไว้ให้ตั้งแต่วันที่ 19 – 25 มิถุนายน 2568

โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้นายวันชัย รัมมะสาร พร้อมสมาชิก ได้เป็นตัวแทนชาวลพบุรี นำไปมอบให้กับทหารไทย ที่ดูแลตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เขตพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ รอยต่อ อย่างเข้มแข็งซึ่งนำบรรทุกใส่รถจำนวรน 5 คัน ออกเดินทางจาก อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ไปยังปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อส่งมอบให้กับทหารไทยตามแนวชายแดนไทยทุกท่าน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เมื่อ “ตำแหน่งรัฐมนตรี” คือ “รางวัลตอบแทน”

เมื่อ “ตำแหน่งรัฐมนตรี” คือ “รางวัลตอบแทน” ประชาชนอยากเห็น “ตำแหน่งรัฐมนตรี” เป็นของคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ และเข้าใจปัญหาของประเทศอย่างลึกซึ้ง

แต่สิ่งที่ประชาชนได้เห็นคือ ตำแหน่งรัฐมนตรีกลับกลายเป็น “รางวัลตอบแทน” สำหรับคนที่นำ ส.ส.เข้ามาได้มาก หรือ ตัวแทนนายทุนที่ทุ่มทุนสนับสนุนพรรค

เหล่านี้เป็น “การลงทุนทางการเมือง” ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า “คนที่ลงทุนนำ ส.ส.เข้ามา ย่อมไม่มาเพื่อเสียสละ…แต่เขามาเพื่อเก็บเกี่ยวหรือไม่ ?”

กระทรวงสำคัญถูกจับจองโดยกลุ่มทุนที่ต้องการผลประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อการปฏิรูปหรือพัฒนาประเทศชาติเมื่อเกณฑ์การเลือกรัฐมนตรีเป็นเช่นนี้ ทำให้รัฐมนตรีหลายคนไม่เข้าใจเนื้อหางานของตนเอง ต้องพึ่งพาข้าราชการประจำ กลายเป็น “รัฐมนตรีฝึกงาน” เป็นผลให้ข้าราชการมืออาชีพหมดกำลังใจ เพราะต้องทำงานกับรัฐมนตรีที่ไม่รู้งาน

นี่คือ วงจรอุบาทว์ของการเมืองแบบ “ตอบแทนด้วยเก้าอี้” การเมืองที่ไม่เคยมองประชาชนเป็นศูนย์กลาง แต่ใช้ประชาชนเป็น “บันได” เพื่อขึ้นสู่ตำแหน่ง แล้วลืมประชาชนผู้ลงคะแนนไปทันทีที่ได้ตำแหน่ง

ประชาชนกลายเป็นเพียงเครื่องมือในสมการหาเสียง ไม่ใช่ผู้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐ

การเมืองไทยจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถ้าเรายังเลือกรัฐมนตรีจากคนที่ “นำ ส.ส.เข้ามาได้มาก” และบ้านเมืองจะพัฒนาไปไกลไม่ได้ถ้าเรายังปล่อยให้กลไกการลงทุนทางการเมือง กลายเป็นใบเบิกทางสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีเช่นนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ “ตำแหน่งรัฐมนตรีต้องเป็นความหวังของคนไทยทั้งประเทศ ?”

หมายเหตุ: ข้อสงสัยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นข้อกังขาที่ผมและประชาชนทุกคนชอบที่จะต้องขอคำชี้แจงให้สิ้นสงสัยจากผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ด้วยเจตนาที่จะให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากคณะรัฐมนตรีอย่างเต็มที่ โดยปราศจากข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้นเท่านั้นเอง


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร