อำเภอนครหลวง จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา อย่างยิ่งใหญ่

เทศบาลนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 8.30 น. สีสันของอำเภอนครหลวง จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา อย่างครึกครื้น และยิ่งใหญ่ โดย นายบุญส่ง กลิ่นสวาทหอม นายกเทศมนตรี อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมรองนายก เทศมนตรี ผู้บริหาร ข้าราชการและลูกจ้าง และประชาชน ร่วมขบวนแห่เทียนพรรษา ณ ประสาทนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขบวนแห่เทียนพรรษา เทศบาลนครหลวง จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เป็นประจำทุกปี

ซึ่งการจัดงาน มีวัตถุประสงค์ เพื่อสืบสาน และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี พื้นบ้าน ให้คงอยู่สืบไป และเพื่อ การมีส่วนร่วมและความสามัคคีรวมถึง สร้างสัมพันธ์อันดีของ ชาวอำเภอนครหลวง และชุมชนหมู่บ้าน เป็นหนึ่งอันเดียวกัน


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

การฝึกและประเมินผลการฝึกเป็นหน่วย กองร้อยปืนใหญ่สนาม ประจำปี 2568

จ.อุตรดิตถ์ – “การฝึกและประเมินผลการฝึกเป็นหน่วย กองร้อยปืนใหญ่สนาม ประ จำปี 2568”

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 กองพลทหารม้าที่ 1 โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ได้กระทำพิธีเปิดการฝึกและประเมินผลการฝึกเป็นหน่วย กองร้อยปืนใหญ่สนาม ประจำปี 2568 โดย คณะกรรมการกองทัพบก (ศูนย์การทหารปืนใหญ่) โดยมี พันเอก จิตรเทพ ตรีวิมล ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 เป็นประธานฯ ได้ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมรบ และตรวจสอบการปฏิบัติงานเป็นชุด การเคลื่อนย้ายเข้าที่รวมพลขั้นต้น ณ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ค่ายพระศรีพนมมาศ ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์


“ประชาธิปัตย์” ในวันที่ความนิยมดิ่งสุด!

บทความนี้เป็นเสียงเตือนจากผมในฐานะสมาชิกที่ยังรักและศรัทธาพรรคประชาธิปัตย์ และอยากเห็นพรรคกลับมายืนหยัดอย่างสง่างามอีกครั้ง ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป ผมไม่โทษใคร แต่ผมขอพูด

ผมไม่ได้เขียนบทความนี้เพื่อโจมตีใครในพรรค เพราะผมรู้ว่าแต่ละคนก็ทำงานเต็มที่ในแบบของตน แต่ผมเขียนในฐานะสมาชิกที่ยังรักพรรค ที่ยังเชื่อว่า “ประชาธิปัตย์” ไม่ควรจบแบบนี้ ที่ยังหวังว่าพรรคของเราจะไม่กลายเป็นแค่พรรคที่มีป้ายเก่าๆ ให้ระลึกถึง

นิด้าโพลรายไตรมาส ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนิยมเพียง 2.68%รั้งอันดับที่ 8 กลายเป็น “พรรคท้ายแถว” ไปโดยปริยาย

สำหรับใครบางคน อาจมองเป็นแค่ผลสำรวจหนึ่ง แต่สำหรับผม ในฐานะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่ง นี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา นี่ไม่ใช่การสะดุดชั่วคราว แต่มันคือวิกฤตศรัทธาที่ถ้าพรรคไม่หยุดฟังตัวเอง และหันมาฟังประชาชน เราจะไม่เหลือที่ให้ยืนในอนาคตอีกเลย

พรรคที่เคยเป็นความหวัง กลับกลายเป็นคำถาม!

ครั้งหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์เคยชนะใจชาวกรุงเทพฯ เคยยึดภาคใต้ไว้ทั้งภูมิภาค เคยถูกมองว่าเป็นพรรคของ “คนมีหลักการ” แต่วันนี้ คนจำนวนมากเริ่มถามว่า “พรรคนี้ยังมีหลักการเดิมอยู่หรือเปล่า?” หรือที่น่ากลัวกว่านั้นคือ “พรรคนี้ยังมีจุดยืนอะไรให้ยึดอยู่ไหม?”

เมื่อประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย คำถามนั้นก็ยิ่งชัดขึ้น… และหนักขึ้น ผมไม่เถียงว่า การร่วมรัฐบาลอาจมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์ แต่สิ่งที่พรรคลืมไปคือ “ฐานเสียงของเราเคยเชื่ออะไร” เราเคยวิจารณ์เพื่อไทยอย่างหนัก เราเคยบอกว่าจะไม่ยอมอยู่ใต้ระบอบทักษิณ เรายืนอยู่ตรงข้ามเขามาหลายสิบปี

แต่วันนี้เรากำลังร่วมโต๊ะเดียวกัน โดยไม่มีคำอธิบายที่ฐานเสียงยอมรับได้ ฐานเสียงเดิมจึงรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็มองว่าเรา “ไร้จุดยืน”

ผลลัพธ์ที่เห็นชัดก็คือคะแนนนิยมดิ่งสุดเหลือแค่ 2.68% อยู่อันดับ 8 จากผลโพลของนิด้า

ใช่ครับ… ยังมีสาเหตุอื่นอีก เช่น พรรคไม่สามารถสื่อสารกับสังคมยุคใหม่ได้ทัน เรายังยึดวิธีคิดแบบเก่าๆ ในโลกที่เปลี่ยนเร็ว

ทางรอดยังมี ถ้าเรากล้ายอมรับและเปลี่ยนแปลง เช่น

(1) กล้าทบทวนการร่วมรัฐบาลและอธิบายให้โปร่งใส

(2) ฟังเสียงประชาชนอย่างจริงจัง ไม่ใช่เฉพาะตอนหาเสียง

(3) เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ในพรรคมีบทบาทจริง

(4) เลิกคิดแบบเดิม แล้วปรับโครงสร้างพรรคให้เป็นสมัยใหม่

(5) หยุดพูดแต่ “อดีตของพรรค” แล้วเริ่มสร้างอนาคตให้คนมั่นใจ

เพราะถ้าเรายังคิดว่าทุกอย่าง “ไม่เป็นไร” ก็ขอให้จำไว้ว่า…2.68% อาจไม่ใช่จุดต่ำสุด แต่อาจเป็นเสียงเตือนสุดท้าย ก่อนที่พรรคประชาธิปัตย์จะกลายเป็นเพียงประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของการเมืองไทย

หากกรรมการบริหารพรรคหรือผู้มีอำนาจในการกำหนดทิศทางได้อ่านบทความนี้ ผมไม่ขออะไร นอกจากขอให้เรากลับมาฟังกันจริงๆ ฟังสมาชิก ฟังประชาชน ฟังเสียงเพรียกจากหัวใจของพรรคนี้

ผมมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ของเราจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตและกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้ ถ้าเรายังเชื่อว่า ประชาธิปัตย์คือพรรคของประชาชน ไม่ใช่แค่ชื่อบนป้าย… แต่เป็นพรรคที่มีชีวิต

ทั้งหมดนี้ ด้วยความรัก ศรัทธา และปรารถนาดี


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ลำพูนและลำปาง ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมกิจกรรม “ปูทาง…สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา วัง” (ภาคประชาชน รุ่นที่ 4) จังหวัดเชียงใหม่

จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปาง ประชุมเตรียมความพร้อมกิจกรรม “ปูทาง…สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา วัง” (ภาคประชาชน รุ่นที่ 4) จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อความเรียบร้อย

วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2568 เวลา 15.00 น. ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองพิชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง พระมหานพดล สุวณุณเมธี ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ร่วมกับ นายวิทยา สาระไชย ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการ สำนักงานจังหวัดลำปาง, พ.ต.อ. อัครินทร์ กาสา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง, นายอรุณ พีระเชื้อ รองนายกเทศมน ตรีเมืองพิชัย พร้อมด้วยผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน และจิตอาสาภาคประชา ชน เข้าร่วมประชุมซักซ้อมการปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดระเบียบและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม “ปูทาง..สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวาวัง (ภาคประชาชน) รุ่นที่ 4” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้น ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยตัวแทนภาคประชาชนจังหวัดลำปางที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม จะใช้อาคารโดมอเนกประสงค์ของเทศบาลเมืองพิชัย เป็นจุดรวมพลและจุดนัดพบของผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากจังหวัดลำปาง ก่อนออกเดินทางสู่จังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2568) เวลา 15.00 น. ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ POC ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมกิจกรรม “ปูทาง…สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา วัง” (ภาคประชาชน รุ่นที่ 4) จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน, นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจัง หวัดลำพูน, นายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ, จิตอาสาภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของประชาชน จำนวน 670 คน ของจังหวัดลำพูนที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมไว้ก่อนหน้านี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยในวันเข้าร่วมงาน

โครงการ “ปูทาง..สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา วัง” (ภาคประชาชน รุ่นที่ 4) จังหวัดเชียงใหม่ กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีหมายกำหนดการเสด็จฯ เป็นองค์ประธานในโครงการ “ปูทาง..สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา วัง” (ภาคประชาชน รุ่นที่ 4) จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้งนี้ด้วย


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังผาเมือง และกอ.รมน.ภาค 3 ส่วนแยก 2 นำกำลังพลจิตอาสา ร่วมกิจกรรมการปลูกต้นไม้ เฉลิมพระเกียรติฯในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

กองกำลังผาเมือง และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 นำกำลังพลจิตอาสา ร่วมกิจกรรมการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติฯในพื้นที่ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 309 กองกำลังผาเมือง และ ชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 3202 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 ร่วมกับ เทศบาลตำบลเมืองนะ, ผู้นำชุมชน คณะครู เด็กนักเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านรินหลวง และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่บ้านรินหลวง ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 อีกทั้งเพื่อให้ ส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ แสดงออกถึงความรักความสามัคคี ในการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเขตชุมชน

สำหรับต้นไม้ที่ปลูกประกอบด้วย ต้นพะยูง, ต้นประดู่, ต้นสัก และ ต้นขนุน ชนิดละ 50 ต้น รวมทั้งหมด 200 ต้น บนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ณ พื้นที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านรินหลวง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายสมชาย ปัญญายม รองนายกเทศมนตรีตำบลเมืองนะ เป็นประธาน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 100 คน


นที มีเดช รายงาน

รองผู้ว่าฯ ลำพูน นำประชาชนจิตอาสา ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช 11 กรกฎาคม ประจำปี 2568

รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำประชาชนจิตอาสา ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช 11 กรกฎาคม ประจำปี 2568

เมื่อวันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ โรงเรียนวัดน้ำพุ ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน /รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช 11 กรกฎาคม

โดยมีนางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน หัวหน้าจิตอาสา 904 จังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการะดับจังหวัด ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จิตอาสาพระราช ทานและจิตอาสาภาคประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันพัฒนาทำความสะอาด ปรับภูมิทัศน์ รอบโรงเรียนวัดน้ำพุ ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน โดยภายในงานยังมีการมอบผลิตภัณฑ์อาหารจากโรงงานอุตสาหกรรมให้แก่ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนวัดน้ำพุ เปิดศูนย์การเรียนรู้สมุนไพร และปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติฯ ด้วย

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยา และเป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์ที่ 4 และ พระองค์สุดท้าย ของราชวงศ์ปราสาททอง รัชสมัยของพระนารายณ์มหาราช เจริญรุ่งเรืองที่สุดในสมัยกรุงศรีอยุธยา ทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ในด้านการค้า มีการนำวิทยาการสมัยใหม่มาใช้ในประเทศครั้งแรก รวมถึงทรงได้รับการยกย่องเป็นสมเด็จพระบูรพมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ได้รับพระสมัญญานามว่า “สมเด็จพระนารายณ์มหาราช”


นที มีเดช รายงาน

อพม.ชะอำ ร่วมมือพันธ์มิตรสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ฟรี 2 ตายาย ไร้ที่อาศัยหลังถูกยึดที่ดินขายทอดตลาด

อพม.ชะอำ ร่วมมือพันธ์มิตรสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ฟรี 2ตายายไร้ที่อาศัยหลังถูกยึดที่ดินขายทอดตลาด

วันที่ 7 กค.68 นายอนุรักษ์ พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนายาง นส.ณิชกานต์ เขียวคลี่ ประธาน อพม.อำเภอชะอำ นายบุญเลิศ เนียมตั้ง อพม.อ.ชะอำ พร้อมด้วย นายเกิดศักดิ์ แตงทอง ผู้ดูแล บริษัท SP Wine House และบริษัท SP กันสาด และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ร่วมกันสร้างบ้านหลังใหม่ให้ นางอำนวย จันทร์แจ่ม อายุ 66 ปี และนายเอือน คูณทวี อายุ 82 ปี 2สามีภรรยา หลังจากที่ดินถูกขายทอดตลาดจากคำสั่งศาลอย่างกะทันหัน ทำให้ไม่มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและปลอดภัย ในพื้นที่ หมู่2 บ้านร่องระกำ ต.ดอนขุนห้วย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

โดย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อ.ชะอำ ร่วมกับ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนายาง ที่ว่าการอำเภอชะอำ ร่วมกันสร้างบ้านพักให้ 2 สามีภรรยาหลังไม่มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและปลอดภัย โดยบริษัทเอสพีแวร์เฮ้าส์ และ บริษัทเอสพีกันสาดจาก กทม.ได้นำบ้านน็อตดาว ขนาดความกว้าง 5 คูณ 5 เมตร มาสร้างให้ใหม่จำนวน 1 หลัง พร้อมประตุหน้าต่างกันสาด ถมดิน ปรับพื้นผิวดินบริเวณที่จะสร้างบ้านให้อาศัยฟรีๆไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ร่วมมูลค่ากว่า 1.5 แสนบาท เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านที่อยู่อาศัย ที่มีสภาพไม่เหมาะสม มีความเสี่ยงด้านความไม่ปลอดภัยของคนในครอบครัว ให้กับผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ โดยจะมีการส่งมอบบ้านหลังดังกล่าวในวันพุธที่ 9 กค.68 นี้


บรรณรต เพชรบุรี

ชาวบ้านฮือฮา !! หลังหนุ่มขับแบ็คโฮ ขุดเจอเรือตะเคียนอายุมากกว่า 200 ปี ภรรยาขนลุก เห็นสาวผมยาวสวมชุดไทยนั่งกลางลำเรือ ก่อนพานำขึ้นฝั่ง

อุทัยธานี – ชาวบ้านฮือฮา!! หนุ่มขับแบ็คโฮขุดเจอเรือตะเคียนอายุมากกว่า 200 ปีขึ้น หลังภรรยาขนลุก เห็นสาวผมยาวสวมชุดไทยนั่งกลางลำเรือ ก่อนพานำขึ้นฝั่ง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 08 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานที่บริเวณคลองทับเสลา บ้านวังตอยาง หมู่ 5 ต.เขากวางทอง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ได้พบกับชาวบ้านแห่พากันมาดูเรือตะเคียน คาดว่ามีอายุมากกว่า 200 ปีขึ้น มีความยาว 12 เมตร เนื่องจากก่อนหน้านี้ ชาวบ้านผู้เฒ่าผู้แก่ ไม่เคยพบเห็นว่ามีชาวบ้านเคยประดิษฐ์เรือลำนี้ขึ้นมา จึงคาดว่าเรือลำนี้น่าจะอยู่ใต้น้ำมานานมาก จนกระทั่งคนงานรับจ้างขุดรถแบคโฮมาขุดเจอ จึงเป็นที่ฮือฮา เนื่องจากชาวบ้านเคยเห็นแต่เป็นต้นตะเคียนที่อยู่ใต้น้ำ แต่ครั้งนี้แปลก เจอเป็นลำเรือตะเคียนมีหัวมีท้าย ชาวบ้านเชื่อว่าเจ้าแม่น่าจะอยากขึ้นมาจากน้ำเต็มที

ล่าสุดได้พบกับคนที่เจอเรือตะเคียน ชื่อนายเอ อายุ 39 ปี พร้อมภรรยาชื่อนางสาวมาย อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี ได้มารับจ้างขุดลอกคลองที่แห่งนี้ โดยนายเอ เปิดเผย ว่าช่วงวานเย็นประมาณสี่โมงกว่าๆตนเองได้กำลังขุดลอกคลองอยู่ จังหวะนั้นได้ขุดไปโดนไม้ แต่ไม่ทราบว่าเป็นไม้อะไร เนื่องจากที่ผ่านมา ก็พบเจอไม้อยู่ในคลองเป็นประจำ แต่ครั้งนี้แปลก ดันเป็นเรือที่สร้างจากไม้ตะเคียน จึงได้นำขึ้นมาจากคลองนำมาไว้บนฝั่ง

ทั้งนี้สอบถามภรรยานายเอ ชื่อนางสาวมาย ได้เล่าว่าตอนที่สามีกำลังขุดลอกคลองได้เจอเรือไม้ สามีได้ถ่ายรูปส่งมาให้ดู จังหวะนั้นตนเองกำลังเดินไปดู แต่ยังไม่ถึงจุดเรือ ก็มองไปเห็นสาวสวยผมยาวสวมใส่ชุดไทยสีครีมออกทอง นั่งสง่างามอยู่กลางเรือ จนทำให้ตนเองขนลุกขึ้นมา แล้วเจ้าแม่ก็สื่อสารกับตนเองว่าหิวมาก ไม่ได้กินอะไรเลย ซึ่งก่อนหน้านี้ คนงานแบ็คโฮ เคยบวงสรวงเจ้าที่เจ้าทางไปแล้ว แต่ไม่ทราบว่ามีเจ้าแม่เรือตะเคียนอยู่ใต้น้ำ จึงกราบไหว้ไม่ถูกจุด ตนเองจึงได้นำธูป พวงมาลัย น้ำแดง มากราบไหว้เจ้าแม่ ก่อนที่เจ้าแม่จะเดินมาชี้เลขให้เห็นที่กลางลำเรือเป็นเลข 22 หรือ 235 ยิ่งทำให้ตนเองขนลุกขึ้นมาอีก จึงนำเรื่องราวมาเปิดเผยให้นักข่าวฟัง พร้อมกับชาวบ้านที่ทราบข่าวก็พากันมากราบไหว้


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

สีสัน สองอำเภอ จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษายิ่งใหญ่

เพชรบูรณ์ – เพชรบูรณ์ 2 อำเภอจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษายิ่งใหญ่ สำหรับสี สันบรรยากาศของขบวนแห่เทียนพรรษา ปีนี้

นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน แห่เทียนพรรษา ซึ่งงาน แห่เทียนพรรษา อำเภอชนแดน ร่วมกับ อำเภอวังโป่ง จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี ซึ่งการจัดงานมีวัตถุ ประสงค์ เพื่อสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านให้คงอยู่สืบไป และเพื่อการมีส่วนร่วม และความสามัคคีรวมถึงสร้างสัมพันธ์อันดีของชาว อำเภอชนแดน และอำเภอวังโป่ง

ซึ่งในงานมีการประกวดต้นเทียนพรรษา ประ เภทสวยงาม และประเภทความคิดสร้างสรรค์, การประกวดขบวนแห่เทียนพรรษา ประเภทขบวนแห่ที่อนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรม และขบวนแห่ที่แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งตำบลชื่อได้ที่ 1 ขบวนแห่เทียนพรรษาได้แก่ตำบลวังหินอำเภอวังโป่งจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งประเพณีแห่เทียนพรรษา เป็นกิจกรรมที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ และรวมความผูกพันของ ชาวอำเภอชนแดน และ อำเภอวังโป่ง

สำหรับสีสันบรรยากาศของขบวนแห่เทียนพรรษา ปีนี้ มีการแสดงความสามารถของเด็กนัก เรียนโรงเรียนเสรีศึกษา ก็จะมีเรื่องของโชว์สืบสานประเพณีไทยร่วมใจทำดี โขน มรดกทางวัฒนธรรมสืบสานสร้างเสริมนาฏกรรมล้ำค่า มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทยนับเป็นการแสดงศิลปะแสดงชั้นสูงของไทยโดดเด่นด้านความสง่างาม โขน ยังเป็นหนึ่งในมรดกวัฒนธรรมไทยที่อยากให้ทุกคนได้ชื่นชมและภูมิใจร่วมกัน

ส่วนนักเรียนโรงเรียนดงขุย จะเป็นเรื่องของกิจกรรมแต่ละภาคไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือภาคอีสานโดยเฉพาะผีตาโขนจังหวัดเลย และ ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งก็สร้างบรรยากาศของความสุข ความสวยงามของการจัดงานประเพณี แห่เทียนพรรษา ของปีนี้เป็นอย่างมาก


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

“แม่ทัพภาคที่ 2” ต้อนรับ อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย

“แม่ทัพภาคที่ 2” ต้อนรับ อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 / ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) ให้การต้อนรับ คุณ เจสซี่ โอดัม ในโอกาสที่ได้เข้ารับตำแหน่ง อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ

โดย อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ซึ่งมีหน้าที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลไทย ในการต่อต้านยาเสพติดและสืบสวนเกี่ยวกับองค์กรค้ายาเสพติดที่ลักลอบขนสารควบคุมเข้าสหรัฐอเมริกา และตลาดโลก และ พร้อมที่จะประสานความร่วมมือในการปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดกับ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

กองทัพภาคที่ 2 เป็นผู้ขับเคลื่อนแผนการสกัด กั้น และปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ตามนโยบายของรัฐบาล ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียง เหนือ และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสกัด กั้นการลักลอบลำเลียงนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ ชายแดน โดยจัดตั้งกลไกบูรณาการร่วมกับหน่วย งานความมั่นคง และพลเรือน อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไป


บก.ไทบ้าน