กองกำลังนเรศวร ร่วมพิธีแห่เทียนพรรษา ปฏิบัติธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา เเละวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568

กองกำลังนเรศวร นำกำลังพลหน่วยขึ้นตรง ในพื้นที่จังหวัดตากและจังหวัดแม่ฮ่อง สอน ร่วมพิธีแห่เทียนพรรษา ปฏิบัติธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา เเละวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34 และชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 3103 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 ร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้าน, ฝ่ายปกครอง, คณะครู/นักเรียน รร.บ้านแม่กุหลวง และประชาชน ในพื้นที่ อ.แม่สอด ร่วมพิธีแห่เทียนพรรษา ณ วัดแดนอาณาเขต ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก

ต่อมาในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท จัดกำลังพลร่วมกับ ชุดปฏิบัติการโครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายเเดน บ.ปางคอง, คณะครู เเละนักเรียน รร.เขตพื้นที่การศึกษา อ.ปางมะผ้า ทำการจัดกิจกรรมจิตอาสา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา เเละวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568 โดยมีการจัดกิจกรรมเก็บขยะตามบริเวณเส้นทางภายในหมู่บ้าน เเละกิจกรรมถวายเทียนพรรษา ณ วัดบ้านปางคอง ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

นอกจากนี้ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 306 กองกำลังนเรศวร และชุดปฏิบัติการจิตวิทยาที่ 302 ร่วมกับ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน อ.แม่สะเรียง ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมแห่เทียนพรรษา และถวายเทียนพรรษา ประจำปี 2568 เนื่องในวันเข้าพรรษา เพื่อเป็นการส่งเสริมประเพณีเข้าพรรษา ธำรงไว้ซึ่งพุทธศาสนา และรักษาสืบสานวัฒนธรรมไทย บริเวณ ลานพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง บ.จอมแจ้ง ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

และ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 306 กองกำลังนเรศวร ร่วมกับ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมถวายเทียนพรรษา ประจำปี 2568 เนื่องในวันเข้าพรรษา เพื่อเป็นการส่งเสริมประเพณีเข้าพรรษา ธำรงไว้ซึ่งพุทธศาสนา และรักษาสืบสานวัฒนธรรมไทย ณ วัดห้วยหลวง ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน


นที มีเดช รายงาน

เราจะพาพวกเขาทั้ง 10 ราย กลับบ้าน…จากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานกระดาษทิชชู่ จ.สระบุรี

เราจะพาพวกเขาทั้ง 10 รายกลับบ้าน…จากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานกระดาษทิชชู่ จ.สระบุรี

วันที่ 9 กรกฏาคม 2568 ณ อาคารสัจธรรม สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ร่วมกับ มูลนิธิร่วมกตัญญู โดยท่านผู้การ สถาบันนิติเวช รพ.ตร. พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา นำทีม จนท.ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการพิสูจน์ อัตลักษณ์ ของผู้เสียชีวิตทั้ง10 ราย ตรงชัดเจนเป็นที่เรียบร้อย จึงได้แจ้งให้ทางญาติ ได้เดินทางมารับร่างกลับไปบำเพ็ญกุศล ตามภูมิ ลำเนา โดยทางสถาบันนิติเวช รพ.ตร. ได้ยกเว้นค่าดำเนินการต่างๆในการรับศพในครั้งนี้

ในส่วนของมูลนิธิร่วมกตัญญู โดย ท่านประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู ดร.รัตนา สมสกุลรุ่งเรือง ท่านผู้จัดการ, นาย สมศักดิ์ ปาลวัฒน์ ได้มอบหมายให้ นายปิยะลักษณ์ ถิ่นแก้ว หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมกำลังจนท.และ อาสาสมัคร นำรถพร้อมหีบศพ เพื่อใส่ร่างจำนวน 10 คัน เข้าช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต นำทุกร่างส่งกลับไปบำเพ็ญกุศลโดยไม่มีค่าใช้จายใดๆทั้งสิ้น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สืบสวนนครบาล 8 ขยายผลรวบผู้สั่งการเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่พร้อมลูกสมุน ย่านบางหญ้าแพรก

สืบสวนนครบาล 8 ขยายผลรวบผู้สั่งการเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่พร้อมลูกสมุน ย่านบางหญ้าแพรก

ตามนโยบายของรัฐบาลให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐปราบปรามกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด เนื่องจากเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรง และเป็นต้นเหตุของการเกิดอาชญากรรมในสังคม อันจะส่งผลกระทบ ต่อประชาชน และสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท. สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งรัด กวดขัน สืบสวน ปราบปรามจับกุม ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทุกข้อหา มุ่งเน้นข้อหาความผิดร้ายแรง ได้แก่ การครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า จำหน่าย ผลิต นำเข้า ส่งออก สมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือแก่กลุ่มเครือข่ายยาเสพติด

กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบช.น. /กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น. 8, พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน รอง ผบก.น.8 รอง ผบก.น.8 /กองกำกับการสืบสวน กองบังคับ การตำรวจนครบาล 8 โดย พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผกก.สส.บก.น.8, พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส, พ.ต.ท.อชิรเวชชย์ สุพรรณเภสัช, พ.ต.ท.ณรรฐพงษ์ มัคเจริญ รอง ผกก.สส.บก.น.8, พ.ต.ท. นัทธพงศ์ แก้วอยู่, ว่าที่ พ.ต.ต.ทรงผล นาคชำนาญ สว.กก.สส.บก.น.8 วันเวลาจับกุม/ตรวจยึด วันที่ 4 มิถุนายน 2568 เวลา 06.00 น.

สถานที่จับกุม/ตรวจยึด 1.หน้าบ้าน ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทร ปราการ, 2.หน้าบ้าน ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และ 3.หน้าบ้าน ตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.น.ส.ภคมน หรือจอย (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี (ผู้สั่งการ), 2.นายปฐมพล หรือหนึ่ง (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี (ลำเลียงยาเสพติด) และ 3.นายธัญญาวัฒน์ หรือเอิร์ท (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี (ขับรถนำทาง)

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า, ไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 8 ได้จับกุมนายอรรถพร หรือก้อง (สงวนนามสกุล) พร้อมยาไอซ์ จำนวน 509 กิโลกรัม และยาบ้า จำนวน 158 เม็ด พร้อมยึดรถของกลางที่ใช้ลำเลียงและซุกซ่อนยาเสพติด จำนวน 2 คัน และได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว

จากการสอบปากคำและขยายผลจากนายอรรถพรฯ ผู้ต้องหาให้การว่าเครือข่ายที่ตนทำงานให้นั้นมี น.ส.ภคมน หรือจอย ผู้ต้องหาที่ 1 และสามี คือนายต๋อง (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) เป็นผู้สั่งการในการจัดหารถยนต์ลำเลียงยาเสพติดและนัดหมายให้ตนไปรับยาเสพติดจากบริเวณชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี โดย น.ส.ภคมนฯ นำเงินสดจำนวน 150,000 บาท มาให้ตนไปทำการจัดหารถยนต์ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด โดยตนจะได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 50,000–80,000 บาทต่อครั้ง นายอรรถพรฯ ยังให้การเพิ่มเติมอีกว่าผู้ที่นั่งรถไปลำเลียงยาเสพติดกับตน คือ นายปฐมพลฯ หรือหนึ่ง และผู้ที่ขับรถยนต์นำทาง คือ นายธัญญาวัฒน์ฯ หรือเอิร์ท เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 8 จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอาญาออกหมายจับผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการทั้ง 3 ราย ในข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน

ต่อมาวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 8 ชุดจับกุม เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 3 จุด พร้อมกัน เพื่อจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย โดยจุดที่ 1 จับกุม น.ส.ภคมน หรือจอย อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการฝั่งไทยและเป็นผู้สั่งการตัวสำคัญ จุดที่ 2 จับกุม นายปฐมพล หรือหนึ่ง อายุ 45 ปี ผู้ลำเลียงยาเสพติด โดยในวันเกิดเหตุ นายปฐมพลฯ เป็นผู้ขับรถยนต์ลำเลียงยาเสพติดมาเก็บซุกซ่อนไว้ จุดที่ 3 จับกุม นายธัญญาวัฒน์ หรือเอิร์ท อายุ 29 ปี ทำหน้าที่ขับรถนำทางเพื่อคอยตรวจสอบด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 8 ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มาที่กองกำกับการสืบสวนนครบาล 8 เพื่อทำการซักถามและขยายผล

จากการซักถามและขยายผล ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การรับสารภาพ โดย น.ส.ภคมนฯ ให้การว่าสามีของตนเอง ชื่อนายต๋อง ซึ่งหลบหนีอยู่บริเวณชายแดนประเทศพม่า ได้รับงานการขนส่งลำเลียงยาเสพติด จากฝั่งประเทศพม่า และนายต๋อง ได้ให้ผู้สั่งการจากประเทศพม่าโอนเงินค่าใช้จ่ายในการจัดหารถยนต์ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดมายังบัญชีของตนเอง และตนได้ทำการกดเงินสดไปมอบให้กับ นายอรรถพรฯ ซึ่งโดนจับไปพร้อมกับของกลางก่อนหน้านี้ เป็นผู้ไปติดต่อซื้อรถยนต์ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด ส่วนนายปฐมพล หรือหนึ่ง ให้การว่าตนได้ร่วมกับนายอรรถพรฯ ขับรถยนต์ไปรับยาเสพติดมาจากพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยนายอรรถพรฯ ตกลงจะแบ่งค่าจ้างให้กับตนเอง เป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท และนายธัญญาวัฒน์ หรือเอิร์ท ให้การว่าตนทำหน้าที่ขับรถยนต์สำรวจเส้นทางในการลำเลียงยาเสพติดล็อตดังกล่าว โดยตนได้รับค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท

หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว ในข้อหา สมคบฯ ฟอกเงิน และประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเพื่อดำเนินการตามมาตรการตรวจยึดทรัพย์ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


Cr. : กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ล่าเดือด ! สืบนครบาล 6 ผนึกกำลังทหาร สกัดรถปาเจโร่ ขนยาบ้า 11 กระสอบ จากปริมณฑลเข้ากรุง

ล่าเดือด ! สืบนครบาล 6 ผนึกกำลังทหาร สกัดรถปาเจโร่ ขนยาบ้า 11 กระสอบ จากปริมณฑลเข้ากรุง

เมื่อเวลา 01.40 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.6 นำโดย พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประเสริฐ ชะเอมทอง,พ.ต.ท.วิสิทธิ์ สายบัวทอง,พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ จุติวรกุล,พ.ต.ท.ชูชีพ วงษ์บุญเพ็ญ,พ.ต.ต.ปัณณวัชร์ จิรัฐธรรมฤทธิ์ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกับหน่วยข่าวกรองกองทัพบก สนธิกำลังปฏิบัติการจับกุม นายสัมฤทธิ์ อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมของกลางยาบ้า 2,750,000 เม็ด ซุกในกระสอบ 11 ใบ ซ่อนอยู่ในรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน 7 กต 5060 กรุงเทพมหา นคร

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการข่าวที่ระบุว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมหาศาลจากพื้นที่ปริมณฑลเข้ากรุงเทพมหานคร โดยใช้ซอยรามคำแหง 112 เป็นจุดพักรอส่งต่อเครือข่ายในชุมชน เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งกลางดึก เจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัยแล่นเข้าสู่พื้นที่ตามที่ได้รับรายงาน จึงสะกดรอยตามอย่างแนบเนียน ก่อนตัดสินใจเข้าปิดล้อมตรวจค้น และพบของกลางซุกซ่อนอยู่ท้ายรถในถุงกระสอบสีรุ้ง รวมยาบ้าเกือบ 3 ล้านเม็ด

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสัมฤทธิ์รับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดให้กับกลุ่มผู้ค้ายาในต่างจังหวัด ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 30,000 บาท และทำมาแล้ว 2 ครั้ง โดยไม่ทันรู้ตัวว่านี่คือเที่ยวสุดท้ายก่อนถูกรวบ

พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ฯ เผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นตามนโยบายเร่งรัดของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.,พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.6 ที่กำชับให้เดินหน้าปราบปรามขบวนการค้ายาในเมืองหลวง พร้อมขยายผลถึงผู้บงการและเครือข่ายทุกราย โดยไม่มีข้อยกเว้น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

Rock Winter 90s ครั้งแรกกับเทศกาลดนตรีรวม 9 ขุนพลร็อคแถวหน้ากระหึ่มหัวหิน พ.ย.นี้ !

Rock Winter 90s ครั้งแรกกับเทศกาลดนตรีรวม 9 ขุนพลร็อคแถวหน้ากระหึ่มหัว หิน พ.ย.นี้ !

ครั้งแรกกับการรวมตัวกันของขุนพลเพลงร็อคแถวหน้าของเมืองไทย ปูblackhead,เสือธนพล,กบTaxi,เหน่งYnot7,อี๊ดวงfly,แมว จิรศักดิ์ 7Dayscrazy,Hipster,ละมัย ท่ามกลางหุบเขาภูน้ำผึ้ง หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่นักท่องเที่ยวขนานนามว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในพื้นที่หัวหิน วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

เปิดตัวแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกองทัพนักข่าวจากสื่อดังมากมาย ในวันอังคาร ที่ 8 กรกฏาคม 2568 ที่ Hard Rock ราชดำริ ในงานเต็มไปด้วยคนในวงการดนตรีแถวหน้าของเมืองไทย รวมทั้งศิลปินที่ร่วมแถลงข่าว อี๊ด วงfly, กบ Taxi, ปู Blackhead, สุเมษ ละมัย, อุ๋ย Hipster ทำให้นึกถึงบรรยากาศยุค 90 อย่างมาก จนสื่อมวลชนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่านี่คือ คอนเสิร์ตในฝันของคนยุค 90 จริงๆ

กบ Taxi หนึ่งในศิลปินเปิดใจว่า รู้สึกตื่นเต้นกับงานในครั้งนี้มาก เหมือนเป็นการรวมตัวคนที่คุ้นเคย และทำให้นึกถึงบรรยากาศตอนเล่นคอนเสิร์ตในยุค90 คิดถึงแฟนๆ อยากเชิญแฟนๆที่ติดตามกันมา อย่าลืมมาชม Rock Winter 90s ที่ศิลปินทุกคนเต็มที่กับงานนี้มาก รับลองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพลงฮิตที่คุณชอบ บรรยากาศหุบเขาที่สวยที่สุด งานนี้มากันทั้งครอบครัวเป็น Family Day ได้เลยครับ

ปู Blackhead เปิดใจหลังแถลงข่าวว่า งานนี้ถือว่ายิ่งใหญ่มากๆที่รวมตัวศิลปินยุค 90 ได้มากขนาดนี้ และยังเป็นเทศกาลดนตรีในหุบเขา คิดดูนะครับว่า เพลงฮิตที่คุณคิดถึงกับบรรยากาศแบบนี้ ถือว่าเป็นงานใหญ่ส่งท้ายปีที่จะมอบความสุขให้กับแฟนๆ งานนี้ห้ามพลาดเลยนะครับ

งานนี้ได้ผู้จัดหน้าใหม่แต่เก๋าเกม อย่าง Fantastic Roadway กุมบังเหียนโดย คุณฮันน่า ปาณฐธัญญ์ เสริมบุญไพศาล และคุณหนึ่ง อนุสรณ์ เสริมบุญไพศาล ทั้ง 2 ท่านทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่มากว่า 10 ปี จึงมีแนวคิดอยากพัฒนาพื้นที่หัวหินให้มีมูลค่ามากขึ้น โดยโปรเจคแรกคือเทศกาลดนตรี Rock Winter 90s คุณฮันน่าบอกว่า ตัวเองพัฒนาที่ดินที่นี่มาหลายปี สิ่งที่มองเห็น หัวหินคือเมืองท่องเที่ยวที่ไม่เคยหลับไหล ห่างจากกรุงเทพ มหานครไม่กี่ชั่วโมง เดินทางสะดวก และที่สำคัญหัวหินยังคงความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์

จึงมีแนวคิดว่าอยากจัดงานดีๆขึ้นในพื่นที่ที่สวยงามที่สุด ซึ่ง คุณฮันน่า และคุณหนึ่ง เป็นผู้บุกเบิกและพัฒนาที่ดินหลายโครงการ ในเครือ CCM GROUP 4 โครงการ จ.ประจวบคีรีขันธ์

  1. Coco beach Villa อ.สามร้อยยอด & อ.ชะอำ
  2. Coco country club อ.บางสะพาน
  3. Coco mountain farm อ.กุยบุรี
  4. Coco Bird Lake อ.กุยบุรี

จึงมีความเชี่ยวชาญในพื้นที่และเห็นช่วงเวลาเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงเวลาที่สวยที่สุดของหัวหิน สถานที่จัดงานคือ ภูน้ำผึ้ง ที่สามารถจุคนได้กว่า 10,000 คน และรับรองได้เลยว่างานนี้ Fantastic Roadway ทุ่มงบประมาณเต็มที่ ที่จัดงานนี้ Rock Winter 90s ให้สมบูรณ์แบบที่สุด และไม่ทำให้แฟนๆยุค90ผิดหวังอย่างแน่นอน เราพร้อมทั้งสถานที่ แสง สี เสียง เวที ระดับสากล รวมทั้งการรวมตัวศิลปินขนาดนี้ ถึงเป็นการจัดครั้งแรกของเรา แต่ยืนยันได้แน่นอนว่าแฟนๆต้องสนุกและประทับใจอย่างแน่นอน

แฟนๆสามารถซื้อบัตรราคา 699 บาท จากปกติ 1,200 บาท (บัตรมีจำนวนจำกัด) ได้ที่ LineOA : @Thaiticket
Fan page : Fantastic Roadway,All Ticket,7-11 ทุกสาขาทั่วประเทศ,Eventpass


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

คึกคัก !! ขบวนแห่นางรำหลายร้อย ร่วมรำแห่เทียนพรรษาถวายวัดริมหาดชะอำ

คึกคัก ขบวนแห่นางรำหลายร้อยร่วมรำแห่เทียนพรรษาถวายวัดริมหาดชะอำ

วันที่ 9 กค. ที่จุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ เป็นประธานในพิธีเปิดขบวนแห่”สืบสานงานประเพณีแห่เทียนพรรษา” เพื่อเป็น การส่งเสริมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่มีมาแต่โบราณ ให้คงอยู่กับคนไทยสืบไป โดยมี ปลัดเทศบาลเมืองชะอำ สมาชิกสภาเทสบาลเมืองชะอำ กองการศึกษา คณะผู้บริหารโรงเรียนเทศบาล 1-9 โรงเรียน กลุ่มนางรำเมืองชะอำ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ขบวนแห่”สืบสานงานประเพณีแห่เทียนพรรษา” โดยทางเทศบาลเมืองชะอำได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่มีมาแต่โบราณ สร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างคนในชุมชน ส่งเสริมให้ประชาชนได้ร่วมกันทำกิจกรรม และเพื่อปลูกฝังขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้แก่เด็กเยาวชนและประชาชน กระตุ้น เศรษกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี

ภายในงานได้มีขบวนแห่เทียน โดยมีหัวหน้าส่วนการงาน สมาชิกสภาเทศบาล สมาชิกสภาจังหวัด คณะผู้บริหารโรงเรียน และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองชะอำ จำนวน 9 โรงเรียน, คณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาล และนางรำเมืองชะอำ ร่วมกว่า 800 คน ร่วมกันใส่ชุดไทย มาร่วมรำในขบวนแห่เทียนพรรษาไปตามถนนเลียบชายหาดชะอำ ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร โดยเริ่มเคลื่อนขบวนจากจุดชมวิวชายหาดชะอำ ก่อนนำเทียนพรรษาไปถวายที่วัดเนรัญชราราม อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวงต่างชาติสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก


บรรณรต เจริญกิจสมพันธ์ จ.เพชรบุรี

ผบช.ภ. 1 สั่งทำโทษผู้บังคับหมู่กรณีห้องรกรุงรัง ก่อนมอบเงินปลอบใจด้วยความเอ็นดู

จังหวัดลพบุรี – ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม มอบนโยบาย และรับฟังปัญหาของตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี พร้อมกับมอบสิ่งของที่จำเป็นให้กับกำลังพลของสถานีตำรวจที่ห่างๆ ไกล เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชา

พลตำรวจโท สุรพล เปรมสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1(ผบช.ภาค 1) ได้นำคณะลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี ณ สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี อำเภอเมืองลพบุรี โดยมีพลตำรวจตรี อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ได้นำคณะรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ผู้กำกับทุกสถานีตำรวจภูธรทุกสถานี และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี (กต.ตร.) ให้การต้อนรับ หลังจากที่ได้เดินทางมาถึงได้รับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินงานของสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี(ภ.จว.ลพบุรี)ที่ผ่านมาในเรื่องของงานแผนกต่าง ๆ และรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะ และความต้องการจากทาง กต.ตร. จังหวัดลพบุรีด้วย เพื่อที่จะได้ดำเนินการและประสานการทำงานให้ตรวจกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่

จากนั้นได้มอบนโยบายในการดำเนินงานของทางรัฐบาลที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนัก งานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในการทำงานดูแลทุกสุขของประชาชนให้มีความปลอดภัย ทั้งนี้จากปัญหาที่พบก็คือในเรื่องของการขาดแคลนกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายต่าง ๆ ที่จะต้องมีการบริหารงานให้สามารถดำเนินการไปได้ พร้อมกับขอให้กำลังพลทุกนายได้ปฏิบัติหน้าที่ในงานฝ่ายต่าง ๆ ด้วยความสุภาพต่อประชาชนที่มารับบริการ เร่งรัดคดีที่ค้างเก่า รวมทั้งในเรื่องของการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด การก่ออาชญากรรม การตรวจตราตามจุดเสี่ยง การหาข่าว และการสร้างมวลชนที่จะเป็นผู้ช่วยของตำรวจ ซึ่งในภาพรวมของจังหวัดลพบุรีพบว่ามีการดำเนินการมาเป็นอย่างดีดูจากในเรื่องของคดีร้ายแรงที่ลดน้อยลงกว่าที่ผ่านมา ขณะเดียวกันทาง กต.ตร.จังหวัดลพบุรี ก็ยืนยันในเรื่องของการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและยังพร้อมให้การสนับสนุนด้วย

หลังจากนั้น ผบช.ภาค 1 ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังสถานีตำรวจภูธรที่อยู่ห่างไกล เพื่อตรวจเยี่ยมดูสถานีตำรวจ ดูบ้านพักความเป็นอยู่และพบกับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งได้พบปะพูดคุยกับทาง กต.ตร.ของแต่ละแห่ง นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมเครื่องอุปโภค บริโภค ไปมอบให้กับกำลังพลที่เป็นการลดรายจ่ายให้กับครอบครัวของกำลังพล รวมทั้งยังมอบเงินส่วนตัวให้กับกำลังพลตั้งแต่หัวหน้าสถานีลงไปทุกคน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาที่จะได้ตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน

ผบช.ภ.1 ยังได้สุ่มเข้าตรวจบ้านพักข้าราชการตำรวจ ใน สภ.บ้านเบิก อ.ท่าวุ้ง ลพบุรี โดยเลือกบ้านพักของ ส.ต.ต.ยุทธชัย ศรีวาที ผบ.หมู่(ป.) สภ.บ้านเบิก เมื่อเข้าไปในห้อง ผบช. ภ.1 ได้เดินสำรวจดูจนทั่ว พบว่าห้องพักรุกรุงรัง ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเท่าที่ควร ผบช.ภ.1 ท่านจึงได้สั่งท่าเตรียมวิดพื้นก่อนสั่งทำ 35 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างดี สำหรับตำรวจใหม่ โดยกล่าวสำทับคล้ายพนันขันต่อว่า 35 ครั้งคงไม่ได้ นี่ไม่ใช่การทำโทษนะอยากดูความฟิตร่างกาย

….ส.ต.ต.ยุทธชัย ในวัยหนุ่ม และยังไม่มีครอบครัว ไม่ลังเลปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว โดยได้วิดพื้นไปได้ครั้งที่ 28-29 หมู่ยุทธชัย ชักเริ่มตัวสั่น มีแต่ขากระตุก แขนไม่ตอบสนองจนต้องขอพักชั่วครู่ ก่อนเริ่มใหม่ด้วยอาการสั่นเทาทั้งตัว แต่ก็ทำจนจบครบ 35 ครั้ง ท่ามกลางเสียงเชียร์ เสียงชมจากผู้บังคับบัญชา ก่อนที่ ผบช.ภ.1 จะควักเงินส่วนตัวมอบเป็นกำลังใจให้หมู่ยุทธชัยไป 1 พันบาท


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

พุทธศาสนิกชนชาวพุทธ แห่เข้าวัด ตักบาตรทำบุญเนื่องในวันอาสาฬหบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลกันอย่างคึกคัก เนื่องจากตรงกับช่วงวันหยุดยาว

พุทธศาสนิกชนชาวพุทธแห่เข้าวัด ตักบาตรทำบุญเนื่องในวันอาสาฬหบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลกันอย่างคึกคัก เนื่องจากตรงกับช่วงวันหยุดยาว

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวเมืองพัทยาใน อ.บาง ละมุง จ.ชลบุรี และนักท่องเที่ยวทั้งไทยเทศหลายร้อยคน ร่วมกันนำข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารหวานคาว ดอกไม้ธูปเทียน ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันอาสาฬหบูชาที่วัดบุญสัมพันธ์ ซอยเขาน้อย โดยมีนายวันชัย แสนงาม รองนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ เข้าร่วมทำบุญตักบาตร ซึ่งทางวัดได้จัดให้มีการทำบุญตักบาตรในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้เป็นศูนย์รวมของพุทธศาสนิกชนที่ต้องการทำบุญสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของพระพุทธศาสนาเอาไว้

โดยพุทธศาสนิกชนทั้งไทยเทศที่เข้าร่วมในพิธีนั้น ส่วนใหญ่เดินทางมาเป็นครอบครัว นำอาหารหวานคาว ข้าว สาร อาหารแห้ง มาร่วมกันตักบาตรถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งได้ร่วมกันสวดมนต์อาราธนา ศีล ฟังธรรม ก่อนจะร่วมกันถวายสังฆทานและกรวดน้ำ และในช่วงค่ำของคืนเดียวกันทางวัดยังได้จัดประกอบพิธีเวียนเทียนรอบอุโบสถและงานหล่อเทียนพรรษาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาอีกด้วย

สำหรับวันอาสาฬหบูชาตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกและเป็นวันแรกที่พระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือมีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าว อาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

ประเดิมศาลาใหม่ศพแรก!! ฝนตกสาดโลงศพ ชาวบ้านช่วยย้ายโลงกันวุ่น หวั่นไฟช็อต วอนผู้ใจบุญช่วยสร้างกระจกเพียง 5 ช่อง

อุทัยธานี – ประเดิมศาลาใหม่ศพแรก!! ฝนตกสาดโลงศพ ชาวบ้านช่วยย้ายโลงกันวุ่น หวั่นไฟช็อตวอนผู้ใจบุญช่วยสร้างกระจกเพียง 5 ช่อง

วันที่ 10 ก.ค 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานที่ศาลาสวดศพ วัดทันสมัยพัฒนาราม หมู่ 15 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี หลังทางวัดพึ่งสร้างศาลาสวดศพขึ้นมาใหม่ โดยก่อนหน้านี้ทางวัดไม่เคยมีศาลาสวดศพเลย แต่ยังขาดกระจกเพียง 5 ช่อง ถึงแล้วเสร็จ เนื่องจากเป็นจุดที่จะต้องนำศพไปตั้งไว้ตามทิศทางบริเวณนั้นพอดี

ล่าสุดที่วัดได้มีคนเสียชีวิต จึงได้ตั้งทำพิธีสวดศพที่ศาลา โดยเป็นศพแรก ได้เกิดพายุลมฝนตกสาดเข้ามาใส่โลงศพ ขณะทำพิธีสวดศพ ชาวบ้านจึงช่วยกันย้ายโลงศพ เนื่องจากเป็นโลงเย็น และต้องใช้ปลั๊กเสียบไฟฟ้า หวั่นจะถูกฝน แล้วทำให้ไฟช็อตได้ จึงเกิดความลำบากให้กับญาติโยมในงาน เนื่องจากขณะนี้ทางวัด ได้แก้ปัญกาเบื้องต้น โดยนำผ้าดำผืนใหญ่มาขึง กั้นไว้เพียงชั่วคราว

ทั้งนี้ทางวัดจึงขอวิงวอนกับผู้ใจบุญที่อยากจะช่วยเหลือในเรื่องของกระจก 5 ช่อง สามารถติดต่อ พระคชรพล ฐิตธัมโม เจ้าอาวาสวัดทันสมัยพัฒนาราม ได้ที่เบอร์ 0800868466 หรือเดินทางมาทำบุญที่วัดได้ตลอดเวลา


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

DSI ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังรับเรื่องร้องเรียนนายทุนรุกป่ากว่า 500 ไร่

DSI ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังรับเรื่องร้องเรียนนายทุนรุกป่ากว่า 500 ไร่ 

              ในวันนี้(8 ก.ค. 68) นายเทวา จุฬารี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือDSI พร้อมด้วยนายไกรศรี สว่างศรี ผู้อำนวยการแผนที่และภูมิ ศาสตร์สารสนเทศ กองเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ, นายลือชา วงศ์เปี่ยม ปลัดอำเภอปากท่อ, นายสุขกระแส ทันวงศ์ ผู้แทนสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง), เจ้าหน้าที่กอ.รมน.จ.ราชบุรี, องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น, กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ได้ร่วมประชุมหารือที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ อ.เมือง จ.ราชบุรี  กรณีมีการร้องเรียนเรื่องที่นายทุนไปบุกรุกที่ดินทำกิน ประมาณ 10 แปลง เขตติดต่อระหว่างตำบลอ่างหิน และตำบลทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี รวมพื้นที่ 500 ไร่  มีการแสดงภาพถ่ายทางอากาศแต่ละแปลงทำกินในพื้นที่ ส่วนใหญ่ทำไร่ปลูกสับประรด มีแนวเขตติดต่ออุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน และเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีลำห้วยธรรมชาติ  อยู่ในแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ บางจุดมีการติดป้ายแสดงแนวเขตการปลูกป่าของกรมป่าไม้

               ต่อมาทางคณะได้เดินทางลงพื้นที่เข้าตรวจสอบตามพิกัดแต่ละแปลงในแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งเส้นทางเข้าไปค่อนข้างลำบาก ด้านในเป็นถนนลูกรัง ผ่านแปลงปลูกมันสำปะหลัง  ข้าวโพด  ส้มโอ สับปะรด กล้วย  และไม้ผลต่าง ๆ  จนไปถึงพื้นที่ปลูกสับปะรดที่อ้างถึง เจ้าหน้าที่ได้ใช้โดรนบินจับพิกัดแผนที่ และให้ตัวแทนของผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้า ของที่ดินมาอำนวยความสะดวก ชี้จุดในการตรวจสอบพื้นที่แต่ละแปลง สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ติดภูเขา เป็นที่ราบเนินเขา มีลำห้วย  มีการปลูกสับปะรด มีการติดตั้งโซล่าเซลล์ ไว้ตามจุดต่าง ๆ  บางจุดเพิ่งจะมีการไถปรับพื้นที่เพื่อเตรียมปลูกสับปะรดใหม่ ๆ บางจุดมีการฝังท่อเพื่อให้น้ำไหลผ่านสะดวกลงไปด้านล่าง 

         นอกจากนี้บางจุดที่รถวิ่งผ่าน แนวป่านอกพื้นที่ปลูกสับประรด พบมีการติดป้ายเขียนว่า พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ บ้านหนองตาจอน ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ  จุดดูงาน ป่าชุ่มชื้น ดินชุ่มน้ำ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยความร่วมมือกับกรมการทหารช่าง  ในป้ายมีการระบุความเป็นมาว่า  ป่าต้นน้ำหุบมะหาดเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ และแหล่งน้ำต้นทุนที่เติมน้ำลงสู่ลำห้วยคต ที่หล่อเลี้ยงชีวิตชุมชนบ้านหนองตาจอน เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน และเขตป่าสงวนแห่งชาติ พุยาง – พุสามซ้อน ครอบคลุมพื้นที่ 205,463.9 ไร่  ในอดีตมีสัมปทานป่าไม้ทำให้ป่าต้นน้ำเสื่อมโทรม นอกจากนี้ยังพบป้ายแนวเขตพื้นที่แปลงปลูกป่าโครงการปลูกป่าเฉลิม พระเกียรติ โดยสำนักงานป่าไม้เขตบ้านโป่ง กรมป่าไม้ ปักไว้ในแนวเขตพื้นที่ด้วย

            จากการสอบถามนายเทวา จุฬารี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 7  กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือDSI ก็บอกว่าได้รับเรื่องมาจากศูนย์ป้องกันเครือข่ายของDSI สเตชั่นของราชบุรี มีผู้ร้องเข้ามาและส่งเรื่องเข้ามาให้ช่วยพิจารณา ทางศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 7 ประมวลเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาและอนุมัติให้สืบสวน จึงเป็นที่มาของการขอความร่วมมือผู้ครอบครองพื้นที่เพื่อเข้ามาตรวจสอบ ตรวจสอบเบื้องต้นพื้นที่ 10 แปลงประมาณ 500 ไร่ จากการสืบสวนทราบว่ามีเอกสาร นส 3 ก.  แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องมาสืบ สวนเชิงลึกว่า นส 3 ก. ออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่อย่างไร เบื้องต้นออกโดยวิธีเดินสำรวจตามมาตรา 59 ทวิ โดยไม่มีเอกสารสิทธิ์เดิมแจ้งการครอบครอง อ้างเพียงแต่ว่ามีการครอบครองและทำประโยชน์ต่อเนื่องมาก่อนปี 2497 ส่วนนี้จะดำเนินการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการอ่านแปลภาพถ่ายวิเคราะห์ว่ามีการครอบครองและทำประโยชน์อยู่จริงก่อนปี 2497  หรือไม่อย่างไร 

              หากข้อเท็จจริงพบว่าไม่มีการครอบครองและทำประโยชน์อยู่จริงในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็อาจจะกระทำการออกโฉนดโดยไม่ชอบ ผิดเงื่อนไขกฎหมายก็ต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ปปช. แต่ในเรื่องของเอสารสิทธิ์ที่ออกไม่ชอบ ก็จะประมวลส่งเรื่องให้กับอธิบดีกรมที่ดินเพื่อพิจารณาเพิกถอนตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61  ต่อไป 

           จากการตรวจสอบวันนี้พบว่ามีการปลูกไร่สับประรดค่อนข้างเต็มพื้นที่บางส่วน การเปลี่ยนแปลงคงสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่ กับข้อมูลที่ได้ร้องเข้ามา  ณ  เวลายืนยันว่าเป็นที่มีเอกสารสิทธิ์เป็นของเอกชน ซึ่งถือครองและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพราะผู้ถือครองรายปัจจุบันได้ซื้อต่อมาอีกมือหนึ่ง  เราคงต้องให้ความเป็นธรรมว่าผู้ซื้อต่อยังไม่ได้อยู่ในข่ายที่จะไปเป็นฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐ

           ส่วนรายละเอียดอื่นๆยังไม่ชัดเจน  ซึ่งจะต้องดูเรื่องการครอบครองทำประโยชน์ก่อน ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานจากผู้เชี่ยวชาญว่าการครอบครองทำประโยชน์ที่ออกในปี 2497  ข้อมูลเบื้องต้นยังไม่เป็นทางการ  น่าจะไม่มีการครอบครองและทำประโยชน์ในปี 2497 เพิ่งมีช่วงปีหลัง ๆ ดังนั้นข้อมูลที่ออกมาอาจจะยังไม่สอดคล้องกับกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์


สายชล ราชบุรี รายงาน