ผบ.ตร.นำคณะตำรวจไทยเยือนญี่ปุ่น หารือ แลกเปลี่ยนความร่วมมืออาชญากรรมไซเบอร์ คอลเซ็นเตอร์ ค้ามนุษย์

ผบ.ตร.นำคณะตำรวจไทยเยือนญี่ปุ่น เข้าพบ ผบ.ตร.ญี่ปุ่น และเอกอัครราชทูต หา รือ แลกเปลี่ยนความร่วมมืออาชญากรรมไซเบอร์ คอลเซ็นเตอร์ ค้ามนุษย์ พร้อมดูงานสถานีตำรวจ หน่วยงานอาชญากรรมเทคโนโลยี เพื่อนำมาปรับใช้ ยกระดับการทำงานตำรวจไทย

วันนี้ (11 กรกฎาคม 2568) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6-9 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ และคณะ ได้เดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

ผบ.ตร.และคณะเข้าเยี่ยมคารวะ นายโยชิโนบุ คุสึโนกิ ผบ.ตร.ญี่ปุ่น โดยได้มีการหารือประ เด็นความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การฉ้อโกงออนไลน์ อาชญากรรมทางไซเบอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในโอกาสนี้ ผบ.ตร.ได้กล่าวขอบคุณ ผบ.ตร.ญี่ปุ่น ที่อนุมัติในหลักการการส่งนายตำรวจประสานงานมาประจำยังประเทศญี่ปุ่น

คณะตำรวจไทยได้เดินทางไปเยี่ยมชมสถานีตำรวจชินจูกุ ซึ่งเป็นสถานีตำรวจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเรือนปฏิบัติหน้าที่รวม 700 นาย ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง 100 คน โดยคณะฯ ได้มีโอกาสเยี่ยมชมการฝึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจแผนกต่างๆ ของสถานีตำรวจ ได้แก่ แผนกสืบสวนอาชญากรรมองค์กร และศูนย์รับแจ้งเหตุ

ผบ.ตร.และคณะยังได้เข้าพบ นายฮิเดอากิ โออิตะ ผู้อำนวยการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ เพื่อประชุม หารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ และศึก ษาดูงานหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคโนโลยี โดยเป็นหน่วยงานทำหน้าที่สนับสนุนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในด้านการพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล เช่น การตรวจสอบวัตถุพยานต่างๆ และการรักษาสภาพของวัตถุพยาน เช่น โทรศัพท์ ฮาร์ดดิสก์ รถยนต์ เป็นต้น และศึกษาดูงานศูนย์ต่อต้านการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจสอบและเฝ้าระวังการกระทำที่เป็นภัยต่อประเทศญี่ปุ่น ที่เน้นการโจมตีทางไซเบอร์

นอกจากนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ ยังได้นำคณะเข้าหารือกับ นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เพื่อหารือปัญหาการลักลอบเข้าเมือง การค้ามนุษย์ รวมถึงปัญหาการเดินทางของคนไทยและนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางมายังประเทศไทยด้วย

ทั้งนี้ การเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการของ ผบ.ตร.และคณะ นำมาซึ่งประ โยชน์ของการหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางการญี่ปุ่น โดยเฉพาะอาชญากรรมทางไซเบอร์ คอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ รวมทั้งการดูงานสถานีตำรวจ ศูนย์สืบสวนอาชญากรรมทางไซ เบอร์ หน่วยงานพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล ซึ่งได้ประโยชน์ แนวคิดหลายประการที่จะนำมาปรับใช้ในการทำงานของตำรวจไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ในการดูแลพี่น้องประชาชนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ศูนย์บริหารงานจราจร สตช. ย้ำตำรวจจราจรดูแลประชาชนช่วงหยุดยาว

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำตำรวจจราจรดูแลประชาชนช่วงหยุดยาว พร้อมแนะ “เดินทางวันหยุดยาวอย่างปลอดภัย – ตรวจสภาพรถ สวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัด เมา/ง่วงไม่ขับ”

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2568) พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการกำชับให้ตำรวจจราจรและตำรวจทางหลวงทั่วประเทศ ดูแลอำนวยความสะดวกการจราจรช่วงวันหยุดยาว ระหว่างวันที่ 10–13 กรกฎาคม 2568 อย่างเต็มที่ ซึ่งห้วงดังกล่าวคาดว่าจะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา ทำบุญตามศาสนสถานต่างๆ หรือท่องเที่ยวพักผ่อนตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ ส่งผลให้ถนนสายหลักหลายเส้นทางอาจมีปริมาณรถหนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนและบริเวณจุดพักรถยอดนิยม รวมทั้งให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประจำจุดสำคัญ เพื่อดูแลการจราจรให้คล่องตัว ลดปัญหารถติดสะสม เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนตลอดช่วงวันหยุดยาวนี้

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานส่งเสริมภาพลักษณ์ตำรวจจราจร กล่าวว่า ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง วางแผนเส้นทางให้รอบคอบ สวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่เดินทาง และที่สำคัญคือ เมาไม่ขับ และง่วงไม่ขับ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น พร้อมขอให้ประชาชนเดินทางอย่างมีน้ำใจ เคารพกฎจราจร และร่วมกันสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน เพื่อให้วันหยุดยาวนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของทุกครอบครัวอย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูล แจ้งอุบัติเหตุบนท้องถนน หรือขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร หมายเลข 1197, สายด่วนตำรวจทางหลวง หมายเลข 1193 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


นที มีเดช รายงาน

ผนึกกำลังประชาคมโลก ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์

“ผนึกกำลังประชาคมโลก ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์”

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2568) เวลา 13.30 น. ตามนโยบายของรัฐบาล ได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนในการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช. ในฐานะ ผอ.ศปอส.ตร./ผอ.ศตคม.ตร./ผอ.ฉก.๘๘/หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ UNODC ต่อต้านอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ ดำเนินการชี้แจงสถานการณ์ปัญหาอาชญากรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ ในปัจจุบันให้ประชาชนทราบ

ปัจจุบันสถานการณ์การหลอกลวงคนไทยของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ผ่านมา ยังมีที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา และลาว เพื่อที่จะหลอกคนชาติไทยและชาติต่าง ๆ ทั่วโลก และเนื่องจากประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการบินที่สำคัญในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีเที่ยวบินจากทั่วโลกเข้ามาในประเทศ ประกอบกับการคมนาคมที่สะดวกในการเดินทางกลุ่มคนร้ายจึงอาศัยช่องว่างดังกล่าว เข้ามาในไทยในฐานะนักท่องเที่ยว เพื่อเดินทางไปยังบริเวณแนวชายแดนแล้วลักลอบข้ามไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของไทย หรือใช้ช่องทางดังกล่าว หลอกคนข้ามไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์
จากมาตรการการตัดไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และน้ำมัน ไปยังแนวชายแดนประเทศเมียนมาที่ติดกับประเทศไทยเพื่อกดดันให้มีการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ที่ปกครองโดยชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนระหว่างประเทศเมียนมาและไทย ทำให้เกิดการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเขตเมืองชเวโก๊ะโก๋ และเคเคพาร์ค ซึ่งพบคน ๓๖ สัญชาติ จำนวน ๘,๘๙๓ ราย แต่ยังพบว่าแต่ยังมีกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกจำนวนหนึ่งหลบซ่อนและตั้งอยู่บริเวณทางตอนใต้ของเมืองเมียวดี ซึ่งจะต้องมีมาตรการในการดำเนินการอีกต่อไป

ในส่วนของประเทศกัมพูชา พบว่ามีการขยายตัวของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งที่หลอกคนไทยและคนชาติต่าง ๆ ทั่วโลก พบว่ามีการตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา จำนวน ๕๒ จุด ๑๐ จังหวัด โดยส่วนใหญ่ยังอยู่ในเมืองปอยเปต และมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในเขตชายแดนติดกับทางประเทศเวียดนาม มีแก๊งชาวจีนเป็นผู้บริหารจัดการ ได้รับความคุ้มครองจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

ในห้วงที่ผ่านพบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์มีการขยายตัว จากประเทศกัมพูชาเช้ามาในประเทศไทยบางส่วน แต่ทางการไทยสามารถดำเนินการกวาดล้างจับกุมได้ โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้มุ่งหลอกคนชาติอื่นไม่ใช่คนไทย อาทิ ออสเตรเลีย เวียดนาม เกาหลี จีน
ยุทธศาสตร์

ศปอส.ตร. ร่วมกับ ฉก.๘๘ และ UNODC ได้ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ “ผนึกกำลังประชาคมโลก ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์” โดยกำหนดยุทธศาสตร์ไว้ 5 ด้าน (I 2L AI)

  1. การทำลายโครงสร้างพื้นฐานของอาคาร (Infrastructure) ได้แก่ ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต
  2. การตัดเครือข่ายขบวนการนำพา (Logistics) ได้แก่ เพจโฆษณา หางาน เพจจัดหาบัญชีม้าและคริปโต แอพในการ ติดต่อหายานพาหนะ กลุ่มรถรับจ้าง กลุ่มนำพาข้ามแดน การซีลชายแดน กลุ่มจัดหาบัญชีม้าและคริปโต
  3. การบังคับใช้กฎหมายและยึดทรัพย์ (Law Enforcement) โดยมุ่งเน้นไปที่ เจ้าของอาคารคอลเซ็นเตอร์ ผู้บงการ ผู้บริหารจัดการ ผู้ให้ความคุ้มครอง
  4. การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการควบคุมป้องกันไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน หรือใช้ในการหลอกลวง เพื่อลักลอบข้ามผ่านแนวชายแดนไปทำงานที่แก๊งคอล เซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน
  5. ผนึกกำลังประชาคมโลก (International Community) ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์

โดยนำองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ UNODC, INTERPOL, FBI และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มาร่วมปฏิบัติในศูนย์บริหารฉับพลันเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ (War Room for Combatting Cyber Scam Syndicate) ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย โดยประเทศไทยจะเป็นผู้นำและศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยน ข้อมูล เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติงานร่วมกันในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา เมียนมา และลาวการค้นเครือข่าย ก๊ก อาน

จากปฏิบัติการครั้งนี้ ทำการเข้าค้นเครือข่าย “ก๊ก อาน” ๒๐ จุดในพื้นที่ ๓ จังหวัด (กรุงเทพ สมุทรปราการ ชลบุรี) สามารถอายัดเงินสด ๒๗ ล้านบาท รถยนต์หรู และเอกสารสำคัญ ยึดทรัพย์รวมมูลค่า กว่า ๑,๑๐๐ ล้านบาทและจะดำเนินการออกหมายจับผู้มีส่วนร่วมกระบวนการทั้งหมด


นที มีเดช รายงาน

นครพนม ร่วมจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาบ้า 3 กระสอบ (ประมาณ 972,000 เม็ด)

เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2568 เวลา 08.40 น. พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชต.23, พ.ต.ท.บัญชา สมัครรัฐกิจ รอง ผกก ตชด 23, พ.ต.ท.อุดร สุนนทราช ผบ.ร้อย ตชด.235 ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.เสถียร พัฒนะโชติ หน.ชุด ชปข.ร้อย ตชด.235 พร้อม จนท.ชปข.ฯ รวม 5 นาย (ร่วมปฎิบัติ) ร่วมกับ นปส.นครพนม (หน่วยหลัก), ร้อย ตชด.236 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาดังนี้ :

  1. นายอชิระ อายุ 36 ปี อยู่ม.12 ต.เมืองบัว อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์
  2. นายดนัย อายุ 46 ปี อยู่ม.6 ต.หนองนกเขียน อ.ศรีธาตุ จว.อุดรธานี
  3. นายสมร อายุ 50 ปี อยู่ม.5 ต.แสนพัน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

พร้อมของกลางดังนี้

  1. ยาบ้า จำนวน 3 กระสอบ (ประมาณ 972,000 เม็ด รอตรวจนับอย่างละเอียด)
  2. รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมค สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียน หน้า-หลัง บษ 9722 สุรินทร์ จำนวน 1 คัน
  3. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า (พ่วงข้าง) ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหน้าหลัง 1 คัน
  4. อาวุธปืนพกลูกโม่ ขนาด .38 นิ้ว จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน ขนาด .38 จำนวน 35 นัด พบในรถยนต์คันของกลางรายการที่ 2
  5. อาวุธปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ขนาด .32 นิ้ว จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน ขนาด .32 นิ้ว จำนวน 48 นัด พบในรถยนต์คันของกลางรายการที่ 2
  6. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง

โดยกล่าวหาว่า : “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนอันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”ม ส่วน ผตห.ที่ 1 และ ผตห.ที่ 2 กล่าวหาเพิ่มเติมว่า ” มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว่ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต “

สถานที่จับกุม
จุดเกิดเหตุที่ 1 บริเวณแยกโลตัสธาตุพนม ต.ธาตุพนมเหนือ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ต่อเนื่อง
จุดเกิดเหตุที่ 2 บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 184 ม.5 ต.แสนพัน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จึงได้นำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางมาทำบันทึกและขยายผลที่ ร้อย ตชด.236 และนำส่งพงส.บช. ปส.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ฟร้อง เทพ โอ๋ นครพนม รายงาน

โจ๋ห้าวยกพวกนับ 20 ขับขี่จยย. ตระเวนชิงทรัพย์ โดยใช้อาวุธทุบตีทำร้ายร่างกาย แทงผู้เสียหายบาดเจ็บ

นครพนม – โจ๋ห้าวยกพวกนับ 20 ขับขี่จยย. ตระเวนชิงทรัพย์ โดยใช้อาวุธทุบตีทำ ร้ายร่างกาย แทงผู้เสียหายบาดเจ็บ ได้โทรศัพท์ 1 เครื่อง แยกย้ายขับรถหลบหนี ตร.เร่งแกะกล้องวงจรปิดไล่ล่า

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 เวลา 24.44 น. ร.ต.อ. ชัยวุฒิอดทน รองสารวัตรปราบปราม สภ.เมืองนครพนม ได้รับแจ้งเหตุ ศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีเหตุชิงทรัพย์ที่ ถนนนิตโยขาออก บริเวณบ้านดอนโมง ตำบลหนองญาติอำเภอเมืองจังหวัดนครพนม จึงได้นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ได้พบผู้เสียหาย สอบถามเบื้องต้น ทราบชื่อ ด.ช.ธันวา 14 ปี, ด.ช.ภูมิ ด.ช.เดฟ และ ด.ช.ฟิวเจอร์ ซึ่งทั้งหมด อายุ 14 ปี เท่ากัน

จากการสอบถาม เด็กชายธันวาซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ Honda Wave สีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน 1 กด.นครพนม 6574 ได้เดินทางมาเที่ยวงาน บวงสรวงองค์พญาศรีสัตตนาคราช โดยได้ขับรถออกจากบ้านโพนทามาด้วยกัน 2 คัน กับเพื่อน 4 คน แต่บังเอิญรถเกิดแต่งท่อเสียงดัง จึงได้ถูกเจ้าหน้าจับกุมและยึดไว้ที่สภ. จึงเหลือเพียงจยย.คันเดียวจึงได้ขับขี่ อัดซ้อน 4 กันออกมาจากงานเพื่อจะเดินทางกลับบ้านที่ บ.โพนทา ต.กุตาไก้ อ.ปลา ปาก จ.นครพนม พอถึงที่เกิดเหตุก็ได้มีกลุ่มวัยรุ่นขับรถ มาประมาณ 10 คัน ร่วม 20 คน ได้ขับไล่ตามพวกตนมาจากสี่แยก บ้านน้อยหนองเค็ม จนมาถึง สี่แยกบ้านดอนโมง ก็ได้ ลองถามเป็นเด็กบ้านไหน หลังจากนั้นก็ถีบรถจักรยานยนต์พวกตนล้มลงและจากนั้นวิ่งเข้าทำร้ายโดยใช้ อาวุธปืนมีด ไล่ยิง แต่ กระสุนด้าน และได้ใช้มีดแทงเข้าที่เอว โชคดีที่โดน สาย เข็มขัด จึงแทงไม่เข้า และได้ใช้ขวด m-150 ทุบกลางหลังทุบหัว ได้รับบาดเจ็บ จนเศษขวดแตกกระจายทั่วพื้น และผู้ก่อเหตุได้หยิบโทรศัพท์พวกตนไป 1 เครื่อง หลังจากนั้นได้แยกย้าย กันขับรถหลบหนีไป

ด้านทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครพนม ก็ได้ติดตามไล่ล่าหาตัวคนร้าย แต่ยังจับตัวไม่ได้ คาดว่าเช้านี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบจะลงพื้นที่แกะรอยตามกล้องวงจรปิดเพื่อ นำตัวมาดำเนินคดีต่อไป


ฟร้อง เทพ โอ๋ นครพนม รายงาน

ผบช.ภ.1 ร่วมประชุมติดตามผลการปฏิบัติราชการ และ เยี่ยมบำรุงขวัญตำรวจภูธร จ.ลพบุรี

วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต. นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1 พร้อมคณะ ภ.1, พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ.จว. ลพบุรี, รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี, หน.สภ.ในสังกัด ภ.จว.ลพบุรี พร้อมด้วย คณะ กต.ตร จังหวัดลพบุรี และ กต.ตร สภ. ร่วมประชุมติดตามผลการปฏิบัติราชการ ตรวจการยกระดับการให้บริการประชาชน และตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญหน่วยงาน ณ ห้องประชุมพระราชวิสุทธิประชานาถ ชั้น 3 ภ.จว.ลพบุรี

ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

ผบก.ภ.จว.อ่างทอง เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการถนนปลอดภัย”

วันที่ 9 ก.ค.68 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการถนนปลอดภัย” ของตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง พ.ต.อ.ทศพล ทองใบ ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง และ ข้าราช การตำรวจในสังกัด โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง, นายอำเภอเมืองอ่าง ทอง, หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทอง, ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอ่างทอง, นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอ่างทอง, ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรม การกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัดอ่างทอง, ผู้จัดการบริษัทกลางคุ้ม ครองผู้ประสบภัย สาขาอ่าง ทอง, ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง, ผู้อำนวยการโรง เรียนอนุบาลวัดอ่างทอง, ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอ่างทอง, ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรม

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง ผบ.ตร.(มค) เป็นหัวหน้า และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร.(มค ๑) เป็นผู้ช่วย ซึ่งทางตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ได้มอบหมายให้ สภ.เมืองอ่างทองเป็นตัวแทนจัง หวัด และนำร่องให้ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 309 (อ่างทอง – อยุธยา) ตั้งแต่ หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง – หน้าโรงพยาบาลอ่างทอง รวมระยะทางประมาณ 1.2 กม. เป็นถนนปลอดภัยตามโครงการ

ทั้งนี้ ได้จัดให้มีกิจกรรมขบวนรถรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และมอบหมวกนิรภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ผู้ขับขี่บนท้องถนน เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ตลอดจนแสวงหาความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันอุบัติเหตุ และแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ณ วิทยาลัยนาฏศิลป อ่างทอง


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

พล.ต.ท.สุรพลฯ ผบช.ภ.1 ตรวจตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ข้าราชการตำรวจ ภ.จว.สระบุรี

วันที่ 9 ก.ค. 68 เวลา 09.30 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ท.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. ช่วยราชการ ภ.1 พร้อมคณะฯ ได้เดินทางมาตรวจราชการ ติดตามผลการปฏิบัติราชการ ตรวจการยกระดับการให้บริการประชาชนสถานีตำรวจ และตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ข้าราชการตำรวจ โดยมี พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระ บุรี, พ.ต.อ.เรืองยศ โสภาพล รอง ผบก ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.ท.ชาญเกรียงไกร เอกวริษฐ์ สว.สภ.หินซ้อน ข้าราชการตำรวจ สภ.หินซ้อน และ คณะ กต.ตร.สภ.หินซ้อน พร้อมรอรับการตรวจเยี่ยม ณ สภ.หินซ้อน อ.แก่งคอย จว.สระ บุรี

จากนั้น พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ท.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. ช่วยราชการ ภ.1, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1 และคณะได้ออกเดินทางไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ ภ.จว.สระบุรี
โดยมี พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรีพร้อม รอง ผบก ภ.จว.สระบุรี, หัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัด และ คณะ กต.ตร.ภ.จว.สระบุรี พร้อมรอรับการตรวจเยี่ยม ณ ภ.จว.สระ บุรี

#ภ.จว.สระบุรี


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

กก.สส.ภ.จว.สระบุรี จับกุมผู้ต้องหา ตามหมายค้นของศาลจังหวัดสระบุรี 4 ราย

วันนี้ (8 ก.ค. 2568) เวลาประมาณ 07.00 น. ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต. ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.เกษดา วัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี, นำโดย พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ฯ, พ.ต.ท.เสกสิทธิ์ ต้นงาม รอง ผกก.สส.ฯ, พ.ต.ท. อิทธิพล ดนมินทร์, พ.ต.ต.ณัฐพัชร์ จอมสูงเนิน พร้อม จนท.ตร.กก.สส.ภ.จว.สระบุรี ตรวจค้นตามหมายค้นของศาลจังหวัดสระบุรี ที่ ค.3 /2568 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ตรวจค้น บ้านเลขที่ 18 ม.8 ต.ชำผักแพว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ต่อเนื่อง ห้องเช่าเลขที่ 75/1 หมู่ 4 ต.ท่ามะปราง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี และต่อเนื่อง บ้านเลขที่ 53/4 ม.2 ต.สร่างโศก อ.บ้านหมอ จว.สระบุรี จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ดังนี้

(1.) นายทัศน์พล หรืออัพ อายุ 29 ปี อยู่หมู่ 3 ต.สรอย อ.วังชิ้น จว.แพร่ พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (คีตามีน) ลักษณะเป็นผงสีขาวขุ่น บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีชมพูแบบกดปิด น้ำหนักช่างไม่รวมถุง 0.4 กรัม, น้ำกระท่อมบรรจุขวดน้ำ 1.5 ลิตร จำนวน 55 ขวด, หม้อต้มขนาดใหญ่ จำนวน 2 ใบ

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพโดยไม่ได้รับอนุญาต, จําหน่ายน้ำกระท่อม

(2.) น.ส.ศลิษา หรือปอ อายุ 29 ปี อยู่ ม.8 ต.ชำผักแพว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPhone 12 Pro สี น้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลโดยการจัดหามาซึ่งเงินทุน แล้วให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๕๘ พ.ศ.๒๕๑๕ ข้อ ๕, ข้อ ๑๖ และตามประกาศกระทรวงการคลังเรื่องกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ ๕ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๕๘ (สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) ข้อ ๒ ,ข้อ ๔ ลงวันที่ ๓๐ ก.ค.๒๕๖๓”

(3.) นายมงคล หรือออด อายุ 41 ปี อยู่ม.4 ต.ชำผักแพว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 8 เม็ด โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ ( ยาบ้า ) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

(4.) นายจิรวัฒน์ หรือกอล์ฟ อายุ 32 ปี อยู่หมู่ 1 ต.บ้านหมอ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด .38 ซุปเปอร์ ยี่ห้อ LAMA จำนวน 1 กระบอก, ซองบรรจุกระสุน (แม็กกาซีน) จำนวน 2 อัน, เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 ซุปเปอร์ จำนวน 25 นัด, อาวุธปืนลูกซอง ขนาดเบอร์ 12 (ตัวปืนและลำกล้องแยกกัน ใช้การไม่ได้) จำนวน 1 กระบอกอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ ไม่ทราบขนาด จำนวน 1 กระบอก, ซองบรรจุกระสุน (แม็กกาซีน) จำนวน 1 อัน, อาวุธปืนลูกโม่ Smith&wesson ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 24 นัด โดยกล่าวหาว่า “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้อนุญาตจากนายทะเบียน”

ตรวจยึดรถยนต์ ยี่ห้อ Honda Accord จำนวน 1 คัน นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ลำดับที่ 1-3 ส่ง พงส.สภ.แก่งคอย ลำดับที่ 4 ส่ง พงส.สภ.บ้านหมอ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

#กก.สส.ภ.จว.สระบุรี


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เยี่ยม ขรก.ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ขณะปฏิบัติหน้าที่ด้านจราจร

“พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ห่วงใยตำรวจที่ได้บาดเจ็บจากการทำงานเพื่อประชาชน รุดเยี่ยมให้ขวัญและกำลังใจ ที่รพ. เพื่อให้หายบาดเจ็บและกลับมาทำงานดูแลประชาชนต่อไปให้สมกับคำว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ “

วันนี้ (8 ก.ค.68) เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เดินทางไปเยี่ยมสอบถามอาการและให้กำลังใจ ร.ต.อ.เฉลิมลาภ ดิษฐ์เทศชัย รอง สวป.สภ.ปากคลองรังสิต ซึ่งประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเฉี่ยวชน เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 68 เวลาประมาณ 09.30 น. ขณะเกิดเหตุกำลังปฏิบัติหน้าที่ด้านจราจร และมุ่งหน้าเข้าร่วมประชุมเตรียมการพิธีรับปริญญาภายในสถานศึกษาด้วยรถจักรยานยนต์ตำรวจ ทะเบียนตราโล่ ได้รับบาดเจ็บ โดยมี พ.ต.ต.สันติภาพ ศิริมาตย์ สวป.สภ.ปากคลองรังสิต อยู่ให้การต้อนรับและพาเยี่ยมอาการ

ทั้งนี้ ผบก.ฯ ได้สอบถามอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวให้กำลังใจผู้บาดเจ็บและครอบครัว และนำกระเช้าอาหารเสริมมอบให้ผู้ป่วย รวมทั้ง มอบเงินบำรุงขวัญไว้ใช้จ่ายด้วย อีกส่วนหนึ่ง ห้องพิเศษ ชั้น 4 ห้อง 411 รพ.กรุงสยามเซนต์คาร์ลอส ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี

#ภ.จว.ปทุมธานี


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1