“ร.17 พัน.4” พร้อมทุกเมื่อ เพื่อประชาชน

“ร.17 พัน.4” พร้อมทุกเมื่อ เพื่อประชาชน กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 17 ตรวจสภาพความพร้อมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ ของกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย พร้อมนำจิตอาสาช่วยผู้ประสบอุทกภัยอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 พันโท ศราวุธ เพ็ชรอินทร์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 17 มอบหมายให้ ฝ่ายกิจการพลเรือนกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 17 ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมของกำลังพล, เครื่องแต่งกาย, ยุทโธปกรณ์ และพยานพาหนะ ของกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย พร้อมทั้งจิตอาสาภัยพิบัติ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติห้วงฤดูฝน และห้วงวันหยุดยาว ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยฯ เพื่อให้เกิดความชำนาญเมื่อเผชิญสถาน การณ์จริง ณ ค่ายขุนจอมธรรม ตำบลเชียงบาน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา

ต่อมา เวลา 13.00 น. พันโท ศราวุธ เพ็ชรอินทร์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 17 มอบหมายให้ฝ่ายกิจการพลเรือนกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 17 จัดกองร้อยบรรเทาสาธารณภัยพร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสาภัยพิบัติ ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอภูซาง เข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัย โดยให้การช่วยเหลือราษฎรในการนำเศษไม้ กิ่งไม้ต่างๆ ที่ขวางเส้นทางน้ำไหล เพื่อให้น้ำได้ไหลได้สะดวก และป้องกันน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ณ บริเวณสะพานแม่น้ำ บ้านเวียงแกตำบลป่าสัก อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา


นที มีเดช รายงาน

โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี นำผลผลิตและผักผลไม้ปลอดสารพิษ จัดจำหน่ายในราคาถูก

โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี นำผลผลิตและผักผลไม้ปลอดสารพิษ จัดจำหน่ายในราคาถูก ผ่านเครือข่ายโครงการทหารพันธุ์ดี ส่งต่อคุณค่าสู่พี่น้องประชาชน

โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี มณฑลทหารบกที่ 32 นำผักปลอดสารพิษ และผลผลิตของโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ตำบลพิชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ออกจัดจำหน่ายในราคาถูก ให้แก่พี่น้องประชาชน อาทิเช่น ใบโหระ พา, พริกขี้หนู, มะเขือยาวม่วง, กล้วย, กระเจี๊ยบ, ต้นอ่อนทานตะวัน, มะเขือเทศราชินี เป็นต้น รวมถึงอาหารที่ปรุงและแปรรูปจากผลผลิตของโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวหลอด และ กล้วยอบ

ซึ่งได้จัดจำหน่ายในพื้นที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าลำปาง โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี กองร้อยกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 7 และผ่านเครือข่ายโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งผลผลิตและผักผลไม้ปลอดสารพิษ ได้ถูกเพาะปลูกและการดูแลอย่างพิถีพิถันด้วยความใส่ใจของกำลังพลทหารภายในค่ายสุรศักดิ์มนตรี อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เพื่อหวังส่งต่อสิ่งที่ดีและมีคุณค่าทางโภชนาการต่อร่างกายและจิตใจให้แก่ประชาชนชาวจังหวัดลำปางและพื้นที่ใกล้เคียง ได้นำไปรับประทานอาหาร หรือประกอบอาหารเสริมสร้างรายได้ในครอบครัว ช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน ให้เกิดชุมชน และ ครอบครัวที่เข้มแข็งต่อไป


นที มีเดช รายงาน

“สส.เพื่อไทย” เปิดงานทุเรียนครบุรีครั้งที่3

นายประยูร ทองบอน ประธานชมมรมผู้ปลูกทุเรียน อำเภอครบุรีและกำนัน ที่ พร้อมด้วยกลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกทุเรียน อำเภอครบุรี ในฐานะผู้จัดการเทศกาลทุเรียนต้นน้ำมูลครั้งที่3 ขึ้น ณ หน้าที่ว่าการอำเภอครบุรี ระหว่างวันที่ 19-20 กรกฎาคม 2568 รวม 2 วัน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรฐกิจของอำเภอครบุรีและยังเป็นงานทุเรียนประจำปีของอำเภอครบุรี อีกทั้งเป็นการรวมชาวสวนทุเรียนของอำเภอให้มีพื้นที่จำหน่ายทุเรียนออกสู่ตลาดในวงกว้างอีกด้วย

ประธานชมรมฯ กล่าวต่อไปอีกว่า ในปีนี้ทางชมรมฯได้รับความร่วมมือจากอำเภอครบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ได้เข้าร่วมกิจกรรมองค์การประกวดผลผลิตทุเรียนสายพันธ์ุต่างๆ การแข่งขันการกินทุเรียน การแข่งขันส้มตำลีลา การออกบูธสินค้าทางการเกษตรและอื่นๆ โดยปีนี้ มีสวนทุเรียนต่างๆเข้าร่วมมากกว่า 35ล้าน นำผลผลิตออกมาให้ชาวไทยและจังหวัดใกล้เคียงได้ลิ้มลองความอร่อย เพราะทุกเรียนครบุรีจะมีรสชาติ”หวานน้อย เนื้อเนียนนุ่ม ละมุนลิ้น” สโลแกนทุเรียนครบุรี บอกว่า “ทุเรียนครบุรีอร่อย แถะๆ”

พิธีเปิดในปีนี้ได้รับเกียรติจาก ส.ส. อภิชา เลิศพัชรกมล สส.เขตอำเภอครบุรี โชคชัยและหนองบุญมาก และ ส.ส. อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล สส.เขตอำเภอเสิงสางและครบุรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดในครั้งนี้พร้อมทั้งร่วมประมูลทุเรียน ที่ได้รับการแข่งขันอันดับ 1, 2 และ3 เพื่อนำรายได้เข้าสู่ชมรมฯเพื่อใช้ในกิจกรรมต่อไป ซึ่งทุเรียนรางวัลที่1 ผู้ประมูลได้คือ นายชัยวัฒน์ ชู้กระโทก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ประมูลไปในราคา 15,000 บาท นายประยูร กล่าว


กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

ชาวบ้านเฮ!! แห่หลวงพ่อวนรอบหมู่บ้าน-วนโบสถ์ หลังเจ้าอาวาสได้รับตำแหน่งพระครูสัญญาบัตร

อุทัยธานี – ชาวบ้านเฮ!! แห่หลวงพ่อวนรอบหมู่บ้าน-วนโบสถ์ หลังเจ้าอาวาสได้รับตำแหน่งใหม่ได้เป็นพระครูสัญญาบัตร

เมื่อเวลา 10.00.น.ของวันที่ 19 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานที่ตั้งขบวนแห่ ที่บ้านนายอนุพันธ์ สารสุวรรณ์ กำนันต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี พร้อมกับชาวบ้านในพื้นที่และนอกพื้นที่ พร้อมหน่วยงานข้าราชการ ได้รวมตัวกันเดินเท้าเปล่าจากหมู่บ้านหลายกิโลเมตร แห่เจ้าอาวาสวนรอบหมู่บ้าน สู่วัดหาดทรายงามเพื่อวนรอบโบสถ์ หมู่ 8 ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัย ธานี

หลังเจ้าอาวาสวัดได้รับตำแหน่งใหม่เป็นพระครู ในพิธีฉลองสมณศักดิ์ สัญญาบัตร พัดยศ เนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงโปรดเกล้าพระราชทานตั้งสมณศักดิ์ ให้พระอธิการประครอง สีลธมโม เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท ราชทินนามที่ เป็นพระครูอุทิตสีลาจาร เนื่องจากการได้พระครูของพระเป็นสิ่งที่สูงสุด โดยครั้งนี้ได้มีสำนักพุทธจังหวัดอุทัยธานี พร้อมหน่วยงานข้าราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่และนอกพื้นที่ เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี พร้อมพระสงฆ์ ได้ร่วมงานฉลองพิธี สัญญาบัตร พัดยศ ให้กับเจ้าอาวาสวัดหาดทรายงาม นามตำแหน่งพระครู

ส่วนบรรยากาศภายในงาน ได้มีพิธีแห่หลวงพ่อเจ้าอาวาส วนรอบผ่านหมู่บ้าน เดินเท้าจนไปถึงวัด พร้อมกับแห่ขบวนเจ้าอาวาส วนรอบโบสถ์ที่มีความสวยงาม เต็มไปด้วยชาวบ้านแห่ยินดี เต้นกันอย่างสนุกสนาน ขณะเดียวกันระหว่างแห่วนรอบโบสถ์ ได้เกิดมีทั้งแดด ทั้งฝนฝนตกลงมา อย่างกะทันหัน แต่ชาวบ้านก็ไม่ท้อ แห่วนรอบโบสถ์จนเสร็จพิธีการ หนึ่งในนั้นได้มีชาวบ้านรายหนึ่ง เข้าร่วมแห่ได้มีลักษณะตัวใหญ่สูงยาวกว่า 200 ซม.จนมองเห็นได้ว่า ตัวสูงเท่ากับรถแห่เครื่องเสียง จนเป็นที่ฮือฮา แปลกตาให้กับชาวบ้านที่ร่วมงานได้มาแสดงความยินดีภายในงานดังกล่าว


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ชาว อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมายโคราช

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 บริษัท อุตสาหกรรมโคราชจำกัด (โรงงานน้ำตาลพิมาย) โดยคุณประเสริฐ เสถียรถิระกุล ประธานกรรมการ และคุณมงคล เสถียรถิระกุล กรรมการผู้จัดการ มอบหมายให้ นายสมบูรณ์ จาตุรชาต ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาอ้อย พร้อมด้วยผู้บริหาร และพนักงานโรงงานน้ำตาลพิมาย ให้การต้อนรับคณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ชาวบ้าน ต.ชำนิ หลายหมู่บ้าน อ.ชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้เดินทางมาเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการพัฒนาสังคมของโรงงานน้ำตาลพิมาย

ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสีย การควบคุมคุณภาพอากาศ การจัดการของเสีย และการนำทรัพยากรเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ (Zero Waste) โดยเฉพาะการใช้กากอ้อยและเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นพลังงานทดแทน นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมพื้นที่จริง เช่น การจัดการมลพิษทางอากาศที่ระบายออกจากปล่องหม้อไอน้ำ พื้นที่จัดเก็บกองกากอ้อย การจัดการผันน้ำของโรงงาน และชมการพัฒนาชุมชนรอบโรงงานน้ำตาลพิมาย คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ได้แสดงความชื่นชมต่อความมุ่งมั่นของโรงงานน้ำตาลพิมาย ในการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะส่งผลดีต่อชุมชนและระบบนิเวศโดยรอบในระยะยาว

หลังจากได้รับทราบข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในจุดต่าง ๆ คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานฯ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าโรงงานมีการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทั้งยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

การได้รับความไว้วางใจจากผู้เยี่ยมชมครั้งนี้ ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โรงงานน้ำตาลพิ มาย มุ่งมั่นพัฒนาระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นต่อชุมชนและสังคมโดยรอบอย่างมั่น คง


ภาพ/ข่าว : กันตินันท์ เรืองประโคน

ขี่มอเตอร์ไซค์ฮ้าง ส่งยาบ้ากว่า 3 หมื่นเม็ด เข้าตาตำรวจเรียกตรวจ แจ็คพอทแตกเข้าซังเตครั้งที่ 6

นครพนม – ขี่มอเตอร์ไซค์ฮ้าง ส่งยาบ้ากว่า 3 หมื่นเม็ด เข้าตาตำรวจเรียกตรวจ แจ็คพอทแตกเข้าซังเตครั้งที่ 6

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนคร พนม และ นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอท่าอุเทน ได้เดินทางมายัง สภ.ท่าอุเทน เพื่อแสดงความชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีไหวพริบปฏิภาณโดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหา 1 รายพร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 32,000 เม็ด บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 สายนครพนม-ท่าอุเทน เยื้องทางเข้าวัดพระธาตุท่าอุเทน เขตเทศบาลตำบลท่าอุเทน

สืบเนื่อง พ.ต.อ.ประลอง พรหมศร ผกก.สภ.ท่าอุเทน จ.นครพนม กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ รวมถึงด้านงานจราจร กวดขันรถจักรยานยนต์ รถยนต์ ที่มีลักษณะแต่งซิ่ง อุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ท่อไอเสียเสียงดัง ก่อความเดือดร้อนรำคาญ หรือขับขี่ประมาทหวาดเสียว มีลักษณะเป็นอันตรายกับผู้ใช้รถร่วมทาง กระทั่งออกตรวจมาถึงหน้าอู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่ง พบชายขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค สีน้ำเงิน-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รวมทั้งไม่มีกระจกมองหลัง และท่อไอเสียเสียงดัง ชายผู้ขับขี่เห็นรถตำรวจ ก็มีทีท่าจะขับหลบหนี แต่สภาพรถจยย.ไม่อำนวย เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงเรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น

ปรากฏว่าชายคนขับรถ จยย. มีอาการเหงื่อแตกทั้งที่อากาศครึ้ม มือสั่น พูดจาวกวน ยิ่งเพิ่มความสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ ทราบเบื้องต้นชายต้องสงสัยรายนี้ชื่อนายธัญเทพ โชคมนทิน หรือเก้า อายุ 37 ปี เป็นชาว อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ค้นในตัวก็แจ๊คพอทแตกเพราะเจอยาบ้า 141 เม็ด ซ่อนอยู่ที่ขอบกางเกงที่นายเก้าสวมใส่อยู่ ส่วนที่แฮนด์รถมีกระเป๋าสีดำ พอรูดซิปเปิดออกก็เจอห่อบรรจุยาบ้า มีสัญลักษณ์อักษร Y1 จำนวน 1 ห่อ จึงควบคุมตัวนายเก้าไปสอบสวนที่ สภ.ท่าอุเทน และตรวจนับยาบ้าคร่าวๆประมาณ 32,000 เม็ด

จากการสอบสวนนายเก้าผู้ต้องหา ให้การว่าไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง เคยต้องโทษเดินเข้าออกคุกอย่างน้อย 5 ครั้ง ทั้งคดียาเสพติด ฉ้อโกง และลักทรัพย์ หลังพ้นโทษมาได้ 6 เดือน อยู่บ้านก็ไม่มีงานให้ทำ ต่อมาได้มีนายชัยคนบ้านเดียวกัน ชักชวนให้ทำหน้าที่ส่งยาบ้าตามออเดอร์ ค่าจ้างครั้งละ 5,000 บาท พร้อมแถมยาบ้าให้เสพแบบไม่อั้น

ก่อนจบเกมเข้าคุกเป็นครั้งที่ 6 นายชัยให้ขับรถมอเตอร์ไซค์ฮ้างจาก อ.บึงโขงหลงไปส่งยาบ้าจำนวน 1 ห่อในพื้นที่ จ.นครพนม โดยมีระยะทางห่างกันประมาณ 150 กิโลเมตร ตนจึงสูบยาบ้าไป 2 เม็ด จากนั้นก็ขับจยย.ออกจากบ้านตั้งเช้ามืด แต่สภาพรถมันเก่ามาก จึงมีอาการเครื่องสะดุดมาตลอดทาง กระทั่งมาเจอรถตำรวจสายตรวจเรียกให้จอด ตนจึงตื่นตกใจมีอาการลุกลี้ลุกลนจนเป็นที่สงสัย

สำหรับยาบ้านายเก้าผู้ต้องหา บอกว่านายชัยสั่งให้ไปส่งลูกค้าชื่อนางนัน โดยนัดเจอพบกันบริเวณริมถนนทางหลวงแผ่นดิน 212 ทางไป อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เลยเรือนจำกลางนคร พนมประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งจากการขยายผลทราบว่านางนันมีประวัติพัวพันยาเสพติด หลังจับกุมนายเก้าก็เผ่นหนีออกจากหมู่บ้านไปแล้ว

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหานายเก้า ในฐานความผิด 1.จำหน่ายโดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต 2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1(เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



ฟร้องข่าวด่วน เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ นครพนม รายงาน

รมช.สาธารณสุข ลงพื้นที่นครศรีฯเดินหน้านำร่องโครงการ “มินิธัญญารักษ์” ใน 5 พื้นที่ทั่วประเทศ

รมช.สาธารณสุข “ชัยชนะ เดชเดโช” ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช ติดตามตรวจเยี่ยมสถานบริการสาธารณสุข บุคลากร และอสม. เดินหน้านำร่องโครงการ “มินิธัญญารักษ์” ใน 5 พื้นที่ทั่วประเทศ และการให้บริการ Premium Clinic ในพื้นที่นครศรี ธรรมราช

วันนี้(18 ก.ค. 68) นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะ ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยจุดแรกได้เข้าติดตามการปฏิบัติงาน ณ โรงพยาบาลมหาราช นครศรีธรรมราช โดยได้เข้าเยี่ยมเสริมพลังบุคลากร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เยี่ยมชมการดูแลผู้ป่วย การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด มินิธัญรักษ์, การให้บริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, การเปิดให้บริการ Premium Clinic, มอบถุงยางอนามัยแก่ตัวแทนนักเรียนของโรงเรียนในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ตามมาตรการเร่งด่วนเพื่อลดอัตราการเกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ทุกกลุ่มวัย และนโยบายให้กลุ่มวัยรุ่นเข้าถึงถุงยางหลากหลายช่องทาง

หลังจากนั้นเป็นประธานในพิธีลงนำมบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่องการส่งเสริม พัฒนาการและความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กปฐมวัย “เลี้ยงเก่ง ลูกเก่ง ด้วย Thai Triple-P” ระหว่าง กรมสุขภาพจิต และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และรับฟังการดำเนินงานและแผนพัฒนาโรงพยาบาล พร้อมทั้งมอบนโยบายการปฏิบัติงานและให้ข้อเสนอแนะ ณ ห้องประชุม โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาของประเทศและที่สำคัญเราต้องช่วยให้ผู้หลงผิดที่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และกลับตัวเพราะอยากเลิกยา เพื่อให้คนเหล่านี้กลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ทุกฝ่ายทุกคนต้องช่วยกันทำงานร่วมกันแบบ “บูรณาการ” ทั้งการป้องกัน บำบัดรักษา ฟื้นฟูสมรรถ ภาพผู้ติดยาเสพติด และการติดตามผล เพื่อเป้าหมายหลักคือ “ส่งคนดีกลับคืนสู่สังคม” อย่างยั่งยืน โดยจะมีการขับเคลื่อนโครงการ “มินิธัญญารักษ์” ซึ่งจะเป็นการขยายความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยกระทรวงสาธารณสุขจะสนับสนุนงบประมาณให้ อปท. เข้ามามีส่วนร่วมในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดพร้อมทั้งได้เน้นย้ำ สั่งการนำร่องโครงการ “มินิธัญญารักษ์” ใน 5 พื้นที่ประกอบด้วย อบต.ท่าศาลา อำเภอท่าศาลา และเทศบาลเมืองปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เทศบาลเมืองท่าข้าม จังหวัดสุราษฎร์ธานี อบต.คลองสาม จังหวัดปทุมธานี และ อบต.เสม็ดใต้ จังหวัดฉะเชิงเทรา

นอกจากนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังได้กล่าวถึงโครงการ “เลี้ยงเก่ง ลูกเก่ง ด้วย Thai Triple-P” ซึ่งเป็นโปรแกรมส่งเสริมทักษะการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย ที่มุ่งเน้นฝึกผู้ปกครองให้เลี้ยงดูบุตรหลานอย่างถูกวิธี เพื่อพัฒนาการและความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ของเด็ก ที่จะดำเนินการพร้อมดันใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งเป้าหมายกว่า 1,500,000 ครอบครัว รวมทั้งการดำเนินโครงการคลินิกบริการพิเศษ หรือ คลินิกพรีเมียม (Premium Clinic) ในเวลาราชการ ซึ่งกำหนดเริ่มดำเนินการในเดือนกรกฎาคม 2568 โดยจะนำร่องที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 2 แห่ง ก่อนขยายอีก 6 แห่งในเดือนสิงหาคม 2568 เพื่อ สร้างความมั่นคงทางการเงินแก่หน่วยบริการ เพิ่มทางเลือกแก่ผู้รับบริการ ผู้ที่มีรายได้ รวมถึงชาวต่างชาติที่มาในเวลาราชการ เพื่อลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอย และบูรณาการร่วมกับภาคเอกชน บริหารจัดการและบูรณาการร่วมกัน จัดหาทรัพยากรที่จำเป็นต่อระบบบริการสาธารณสุข

จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและคณะ ได้เดินทางไปติดตามและตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน รวมทั้งทั้งพบปะกับพี่น้อง อสม. ณ โรงพยาบาลหัวไทร อำเภอหัวไทร ก่อนที่ช่วงบ่าย จะลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานและเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากร ณ สำนักงานเทศบาลเมืองปากพนัง และโรงพยาบาลปากพนัง อำเภอปากพนังตามลำดับ

ส่วนในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ค.68) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและคณะ มีกำหนดจะเนทางลงพื้นที่ ณ โรงพยาบาลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ โรงพยาบาลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา และโรงพยาบาลพระพรหม อำเภอพระพรหม ตามลำดับต่อไป


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

อลังการ เปิดตลาดสดตำบลท่าวุ้ง ปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน ชาวบ้านชื่นชม

จังหวัดลพบุรี – เปิดแล้วตลาดสดเทศตำบลท่าวุ้งเตรียมพร้อมที่จะให้พ่อค้า แม่ค้า เข้ามาจำหน่ายเหมือนเดิม หลังจากที่ตลาดเก่าทรุดโทรมอายุกว่า 60 ปีตอนนี้ได้ปรับปรุงได้มาตรฐานสะอาด ระบายอากาศดี

โดยเมื่อเช้าวันนี้ นายประยูร รัตนเสนีย์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้เป็นประธานในการเปิดตลาดสดเทศบาลตำบลท่าวุ้ง ณ ตลาดสดเทศบาลตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีนายสุรพล ทองสกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าวุ้ง ได้ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายอำเภอท่าวุ้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี เทศมนตรีต่าง ๆ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลท่าวุ้ง ข้าราชการ ผู้ประกอบการร้านค้าต่าง ๆ และประชาชน ร่วมในพิธีเปิดตลาดสดเทศบาลตำบลท่าวุ้งในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งได้มีการประกอบพิธีทางศาสนาที่จะได้เป็นสิริมงคล ผู้ที่ประกอบกิจการค้าขายในตลาดจะได้ขายดี จากนั้นได้ประกอบพิธีเปิดแพรคลุมป้ายอย่างเป็นทางการและทำพิธีเจิมป้ายชื่อตลาด

ทั้งนี้ นายสุรพล ทองสกุล นายกเทศมนตรีตำบลท่าวุ้ง ได้เปิดเผยถึงการดำเนินการปรับปรุงตลาดเดิม ซึ่งได้ก่อสร้างมากว่า 60 ปีมีสภาพทรุดโทรมไม่ได้มาตรฐาน การระบายน้ำจากแผงจำหน่ายสินค้าไม่สะดวก อากาศไม่ถ่ายเทเพราะหลังคาต่ำ เมื่อเกิดฝนฟ้าตกก็มีหลายจุดที่ไม่สามารถกันน้ำ กันฝนได้ ทำให้ประชาชนที่เข้าไปซื้อสินค้าลำบาก รวมทั้งแม่ค้า พ่อค้า ก็ดีรับผลกระทบจากภัยธรรมชาติด้วยเช่นกัน จึงมีความต้องการที่จะให้ทางสำนักงานเทศบาลตำบลท่าวุ้งที่มีหน้าที่รับผิดชอบเข้ามาดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้ตลาดได้มาตรฐาน ทางสำนักงานเทศบาลตำบลท่าวุ้งได้จัดหางบประมาณมาดำเนินจนแล้วเสร็จเรียบร้อย พร้อมที่จะให้ผู้ประกอบการร้านค้าที่เคยจำหน่ายสินค้าในตลาดสดได้เข้ามาค้าขายได้เช่นเดิม

ซึ่งที่ผ่านมาตลาดสดเทศบาลตำบลท่าวุ้ง เป็นตลาดที่มีประชาชน มาซื้อสินค้ากันเป็นจำนวนมาก โดยการดำเนินการดังกล่าวถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยประตุ้นเศรษฐกิจให้กับทางอำเภอท่าวุ้งตามนโยบายของทางรัฐบาลได้อีกทางหนึ่งด้วย เนื่องจากพ่อค้า แม่ค้า ในหลายพื้นที่ได้นำสินค้ามาจำหน่ายให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งที่อยู่ในเขตเทศบาลตำบลท่าวุ้งและในพื้นที่ข้างเคียง


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ปภ.น่าน ลงพื้นที่ติดตามการสร้าง สะพานเบลีย์ ระหว่างบ้าน ม.4 – ม.7 ต.น้ำมวบ อ.เวียงสา จ.น่าน

น่าน – ปภ.น่าน ลงพื้นที่ติดตามการสร้าง สะพานเบลีย์ (Bailey Bridge)ระหว่างบ้านบ้านสาลี่ หมู่ที่ 4 – บ้านวนาไพร หมู่ที่ 7 ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน แทนสะพานคอนกรีตขาดจากสถานการณ์อุทกภัยฝนตกหนักต่อเนื่อง เมื่อ 11 กรกฎาคม 2568

19 กรกฏาคม 2568 ที่บริเวณจุดสะพานคอนกรีต ข้ามลำห้วยดงลี่ บ้านสาลี่ หมู่ที่ 4 ตำบลน้ำมอบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ที่ถูกกระแสน้ำหลากพัดขาดจากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรร เทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน กล่าวว่า วันนี้วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 ได้มาดำเนินการติดตามการสร้าง สะพานเบลีย์ (Bailey Bridge) สะพานเหล็กสำเร็จรูปที่สามารถประกอบและรื้อถอนได้ง่ายยาว 36 เมตร ซึ่งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 เชียงราย ได้นำสะพานแบรี่มาติดตั้งข้ามลำห้วยดงลี่ ในการเชื่อมเส้นทางบ้านวนาไพร หมู่ 7 ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ให้ประชาชนที่อยู่ข้างในใช้สัญจรออกมาสู่ข้างนอกได้ เนื่องจากสะคอนกรีตเดิมได้รับความเสียหายจากอุทกภัยฝนตกหนักต่อเนื่อง เมื่อ 11 กรกฎาคม 2568 ส่งผลให้สะพานคอนกรีตข้ามลำห้วยดงลี่ ระหว่างบ้านสาลี่ หมู่ที่ 4 – บ้านวนาไพร หมู่ที่ 7 ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ขาด ชาวบ้าน 47 หลังคา ประชาชน 141 คน ถูกตัดขาด ไม่สามารถสัญจรหรือออกมาซื้ออาหารของใช้จำเป็นได้

ทางจังหวัดน่าน นาย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ร้องขอสะพานเบลีย์จากกกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งท่าภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้อนุมัติให้ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต15 เชียงราย นำ สะพานเบลีย์ พร้อมทีมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการศูนย์ ปภ. เขต 15 เชียงราย 15 คน มาติดตั้งสะพานเบลีย์มาติดตั้งให้คาดว่าในวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 การติดตั้งสะพานเบลีย์คงจะเสร็จ ให้พี่น้องประชาชน บ้านวนาไพร หมู่ที่ 7 ใช้สัญจรออกมาข้างนอกได้ตามปกติ

นายประเสริฐ คำธิวงศ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านวนาไพร หมู่ที่ 7 ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน กล่าวว่า จากสถานการณ์เกิดอุกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ สะพานคอนกรีตขาด ไฟฟ้าดับ โทรศัพท์ใช้ไม่ได้ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ทำให้ประชาชน 47 หลังคา ประชากร 141 คน ถูกตัดขาด ไม่สามารถออกมาซื้ออาหารได้ ต้องอาศัยหน่อไม้นำไปประกอบอาหาร โชคดีที่ไม่มีคนป่วย ชาวบ้านช่วยกันทางเบี่ยง จึงสามารถเดินทางออกมาจับจ่ายซื้อหาอาหารของใช้ได้

ต้องขอขอบคุณ ท่าน ปภ.น่าน และ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการศูนย์ ปภ. เขต 15 เชียงราย ติดตั้งสะพานเบลีย์ ให้ พรุ่งนี้ขาวบ้านก็จะได้นำรถทุกชนิดเดินทางออกมาสัญจรได้ตามปกติ


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN
นที มีเดช รายงาน

ลำพูน ออกหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.) ครั้งที่ 12 ประจำปีงบประมาณ 2568

ลำพูน ออกหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.) จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 12 ประจำปีงบประมาณ 2568 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในพื้นที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2568) เวลา 09.30 น. ณ โรงเรียนบ้านปงแม่ลอบ หมู่ที่ 1 ตำบลทาแม่ลอบ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดกิจกรรมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.) จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 12 ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี นายสุริยพงณช์ สุริยะพงฑากุล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน ปลัดอาวุโสอำเภอแม่ทา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จิตอาสาพระราชทาน อาสาสมัคร พอ.สว. อสม. หน่วยงานด้านการแพทย์ที่เกี่ยวข้องและพี่น้องประชาชนตำบลทาแม่ลอบ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เข้าร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการด้านการแพทย์ และด้านอื่นๆ เชิงรุกแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ห่างไกลให้ได้รับบริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ในฐานะประธานเปิดกิจกรรมหน่วยแพทย์ พอ.สว. ได้กล่าวอาศิรวาทราชสดุดีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 18 กรกฎาคม 2568 ใจความว่า พสกนิกรชาวจังหวัดลำพูน ล้วนสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณที่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดหน่วยแพทย์อาสา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.) ซึ่งทายาทโดยธรรมของพระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้ทรงสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านมาจนถึงปัจจุบัน

โดยสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิ พอ.สว.องค์ปัจจุบัน ได้พระราชทานพระอนุญาตให้จังหวัดลำพูน เป็นจังหวัดแพทย์อาสา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ. สว.) ลำดับที่ 63 ตั้งแต่พุทธศักราช 2562 พระเกียรติคุณ และพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ยังสถิตในดวงใจของปวงชนชาวไทย และทั่วโลกตลอดกาล

จากนั้น ได้มีการมอบจักรยาน จำนวน 5 คัน ให้แก่นักเรียนในพื้นที่ มอบถุงยังชีพเพื่อการศึกษาเสริมปัญญาเยาวชน จากสภากาชาดไทย มอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภค-บริโภคให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ มอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นแก่ผู้ที่ประสบปัญหาทางสังคมและกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ จำนวน 3 ราย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ และได้รับการดูแลรักษาอย่างทั่วถึงด้วย

สำหรับการออกหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.) ของจังหวัดลำพูน ประจำปีงบประมาณ 2568 ครั้งต่อไป กำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2568 ณ บ้านก้อทุ่ง หมู่ 1 ตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน


นที มีเดช รายงาน