อช.แก่งกระจาน พบผีเสื้อหายากบนพะเนินทุ่ง

วันที่ 7 ตค. นาย อรรถพงษ์ เภ่าอ่อน หน. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่าได้รับรายงานจาก นายณัฐพล ฤทธิ์น้อย เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.19 (เขาพะเนินทุ่ง) ขณะปฏิบัติหน้าที่ได้พบเจอผีเสื้อที่บนลานกางเต็นท์พะเนินทุ่ง ซึ่งเป็นผีเสื้อที่พบเจอยากมาก ไม่ค่อยได้พบเจอมาก่อน มีลักษณะ “ผีเสื้อหางยาว ตาเคียวปีกลายหยัก

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นผีเสื้อกลางคืน หรือมอทหางยาวตาเคียวปีกลายหยัก
Moon Moth. มีชื่อไทย มอทหางยาวตาเคียวปีกลายหยัก ชื่อวิทยาศาสตร์ Argema maenas, Actias ignescens, Tropaea rosenbergii, Sonthonnaxia recta
มีการแพร่กระจายในประเทศ อินเดีย จีน เมียนมาร์ ไทย ตะวันตกของมาเลเซีย หมู่เกาะซุนดา อินโดนีเซีย (Java, Sulawesi) มีลำตัวมีขนหนา ปลายหนวดแตกเป็นขนนก, ปีกหน้า ตัวผู้ สีเหลืองมะนาว กลางปีกมีแถบสีน้ำตาลอมชมพู และสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลแดง จุดตารูปเคียวสีทองแดง ที่กลางปีกติดกับขอบปีก ตัวเมีย สีจางกว่า เป็นสีเหลืองอ่อน จุดตารูปเคียวสีทองขนาดใหญ่ ,ปีกหลัง ตัวผู้ สีเหมือนปีกหน้า แต่มีหางยาวปลายหางรูปธง มีขนหนาที่ขอบปีกติดกับท้อง จุดตารูปไข่หรือกลม ตัวเมียจุดตาเป็นรูปไต สีส้มเหลืองถึงเหลืองจาง หางยาวปลายหางรูปธง ,ด้านท้อง ปีกหน้า ตัวผู้ สีจางกว่าด้านหลัง จุดและเส้นสีน้ำตาลเทา จุดตาสีน้ำตาล ปีกหลัง ตัวผู้ มีเส้นขวาง 2 เส้น ตัวเมีย มีเส้นขวาง 1 เส้น จุดตาสีชมพู รูปไข่ มองเห็นเส้นปีกชัด. ซึ่งปัจจุบันพบเห็นได้ ยากมากในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ แก่งกระจาน มรดกโลก

หลังจากนี้จะประสานฝ่ายวิชาการฯ ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ลงพื้นที่เพื่อสำรวจประชากรผีเสื้อชนิดนี้อย่างละเอียดและชัดเจนต่อไป ทั้งนี้พะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวตั่งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาสัมผัสทะเลหมอก เมืองเพชรบุรี ทุกท่าน อาจได้เจอกับผีเสื้อชนิดใหม่


//////////บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จังหวัดเพชรบุรี

รมช.มหาดไทย “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ประชุมติดตามงานสำคัญเร่งด่วนที่กาญจนบุรี เน้น 7 วาระหลัก ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล

รมช.มหาดไทย “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ประชุมติดตามงานสำคัญเร่งด่วนที่กาญจนบุรี เน้น 7 วาระหลัก ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล

วันนี้ 6 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่การตรวจราชการเพื่อติดตามการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาด ไทย นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสุรพล เจริญภูมิ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายวัชระ มาลัยมาตร ผู้ตรวจราชการกรมที่ดิน นายธนัญชัย วรรณสุข รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ รวมไปถึงผู้บริหารส่วนกลางที่เกี่ยวข้องฯ

โดยมี นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พลตำรวจเอก พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนายอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรงมหาดไทย องค์การ์บริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรีและเทศบาลเมืองทั้ง 3 แห่ง เข้าร่วมประชุมฯ ที่ห้องประชุมแควใหญ่ ชั้น5 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี

สำหรับการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำและติดตามการขับเคลื่อนงานตามนโยบายสำคัญ 7 ประเด็นหลัก ซึ่งเป็นวาระเร่งด่วนของจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีการนำเสนอข้อมูลและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ได้แก่

  1. การจัดการขยะมูลฝอยและน้ำเสีย : มีการหารือเรื่องการจัดการขยะมูลฝอยและน้ำเสียอย่างเป็นระบบ โดยมีท้องถิ่นจังหวัดกาญจนบุรี และผู้จัดการสำนักงานจัดการน้ำเสีย สาขากาญจนบุรี เป็นผู้นำเสนอ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี และนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  2. การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด : ติดตามผลการดำเนินงานของปลัดจังหวัดกาญจนบุรี และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะผู้รับผิดชอบหลัก
  3. การจัดระเบียบพื้นที่ผิดกฎหมาย : ติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบพื้นที่ที่อาจมีการกระทำผิดกฎหมาย โดยมีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และปลัดจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้รายงาน
  4. การบุกรุกที่ดินของรัฐ: พิจารณาแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี, ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี, ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี, ธนารักษ์พื้นที่กาญจนบุรี, สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี และศูนย์ป่าไม้กาญจนบุรี
  5. การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว : ติดตามการจัดหางานและการตรวจสอบบุคคลเข้าเมืองในพื้นที่ โดยมีจัดหางานจังหวัดกาญจนบุรี, แรงงานจังหวัดกาญจนบุรี, ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี และปลัดจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมเสนอ
  6. การจัดการปัญหาภัยพิบัติและภัยแล้ง : เน้นย้ำมาตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี และผู้อำนวยการโครงการชลประทานกาญจนบุรี เป็นผู้ให้ข้อมูล

ทั้งนี้ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการ โดยขอให้ทุกภาคส่วนของจังหวัดกาญจนบุรี ทั้งข้าราชการระดับจังหวัด อำเภอ และผู้นำท้องถิ่น ร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำแนวทางการปฏิบัติราชการไปขับเคลื่อนต่อ เพื่อให้งานสำคัญตามนโยบายของรัฐบาลสามารถเข้าถึงและตอบโจทย์ความต้องการของชาวจังหวัดกาญจนบุรีได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด


#/// กัมพล ทันเวลา / ปชส.จ ก. / ภาพข่าว

ตำรวจและฝ่ายปกครอง ยกระดับป้องกันความปลอดภัยร้านทองในพื้นที่ อ.ชายแดนสงขลา

สงขลา – ตำรวจและฝ่ายปกครองยกระดับป้องกันความปลอดภัยร้านทองในพื้นที่ อ.ชายแดนสงขลาสูงสุด หลังเกิดเหตุบุกปล้นร้านทองในห้างบิ๊กซีสุไหงโก-ลก พบทุกแห่งเตรียมพร้อมสูงสุดบางร้านเตรียมปืนไว้ป้องกันตัวเองด้วย

วันนี้(8ต.ค.68) ที่จ.สงขลา หลังจากเหตุเกิดเหตุคนร้ายบุกปล้นร้านทองภายในห้างบิ๊กซี ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันก่อนได้ทองไปกว่า 600 บาท ในส่วนของพื้นที่จ.สงขลา ขณะนี้ได้มีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยร้านทองในจ.สงขลา สูงสุด โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอชายแดนของจ.สงขลา เช่น ที่อ.สะเดา ซึ่งอยู่ติดชายแดนไทยมาเลเซีย ทางตำรวจสภ.สะเดาร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอ.สะเดา ได้ลงพื้นที่ตรวจร้านทองทั้งที่อยู่ในพื้นที่บ้านด่านนอก เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม ติดแนวพรมแดนไทยมาเลเซีย และร้านทองที่่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ อ.สะเดา เพื่อดูความพร้อมด้านความปลอดภัยของร้านทองเช่นกล้องวงจรปิด และความพร้อมของตำรวจจะมาตรวจร้านทองทุก 2 ชั่วโมง และรับฟังข้อเสนอของร้านทองในการป้องกันเหตุ

จากการตรวจร้านทองใน อ.สะเดาพบว่า เป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัยร้านทองของกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา ในส่วนของเจ้าของร้านทองเองก็ไม่ประมาทบางร้านมีปืนเก็บไว้ในร้านเพื่อป้องกันตัวเอง และจะเฝ้าสังเกตุบุคคลต้องสงสัยหรือรถต้องสงสัยที่มีพิรุธตลอด และบางร้านเช่นร้านทองในห้างสรรพสินค้าขอให้ตำรวจเน้นมาตรวจช่วงเย็นถึงช่วงค่ำในช่วงร้านทองใกล้ปิด

ด้าน พ.ต.ท. จำลอง เขียวแก้ว สวป.สภ.สะเดาเปิดเผยว่า ภาพรวมร้านทองในพื้นที่อ.สะเดาพบว่าทุกแห่งมีระบบป้องกันดีอยู่แล้ว แต่ทางตำรวจและฝ่ายปกครองจะเพิ่มความเข้มในการออกตรวจร้านทองและออกตรวจพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันเหตุโจรกรรมร้านทอง


ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

นางสาวซาบีดา รมว.วัฒนธรรมเปิดงานตักบาตรเทโวโรหนะประชาชนหลั่งไหลทั่วสารทิศ เข้าร่วม

อุทัยธานี – ประชาชนหลั่งไหลทั่วสารทิศ ร่วมตักบาตรเทโว นางสาวซาบีดา รมว. วัฒนธรรมเปิดงาน

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่วัดสังกัสรัตนคีรี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานตักบาตรเทโวโรหนะ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ประธานวิปรัฐบาล สส.เขต 2 อุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นางสาวปาณัดฌา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี พร้อมหน่วยงานข้าราชการในจังหวัดอุทัยธานี ร่วมเปิดงานประเพณีตักบาตรเทโวประจำปี 2568

โดยมีประชาชนทั่วสารทิศทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ เดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ภายในงาน มีพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งและข้าวต้มลูกโยน แด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 500 รูป ที่เดินลงจากยอดเขาสะแกกรังตามขั้นบันได 449 ขั้น ท่ามกลางบรรยากาศศรัทธาอันงดงาม แฝงความหมายตามพุทธตำนานการเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระพุทธเจ้า

หลังเสร็จพิธีทำบุญตักบาตร นักท่องเที่ยวและชาวอุทัยธานีต่างร่วมกันสักการะโต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้างเก่าแก่ ในตลาดเทศบาลเมืองอุทัยธานี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา พร้อมชมขบวนแห่ตำนานพุทธประวัติเคลื่อนที่ไปตามถนนสายสำคัญของจังหวัด สร้างสีสันและความประทับใจแก่ผู้มาเยือน


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ผู้ว่าฯ นครนายก นำข้าราชการและประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษา ประจำปี 2568 ณ วัดเขานางบวช

นครนายก-ผู้ว่าฯ นำข้าราชการและประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษา ประจำปี 2568 ณ วัดเขานางบวช

วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่วัดเขานางบวช ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 29 เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ในเทศกาลวันออกพรรษา โดยมี นายชุมพลภัทร์ เลาหะพานิช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาริกา กล่าวรายงานต่อประธานในพิธี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และพุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมาก

องค์การบริหารส่วนตำบลสาริกา ร่วมกับวัดเขานางบวช และสภาวัฒนธรรมตำบลสาริกา จัดงานทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 29 เพื่อ อนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันดีงามของตำบลสาริกา ให้เป็นที่รู้จักทั้งในระดับจังหวัดและในระดับประเทศ สนับสนุนการท่องเที่ยวของวัดเขานางบวช และยังเป็นการสร้างสังคมและชุมชนให้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม มีการพัฒนาไปสู่ชุมชนที่เข้มแข็ง และตระหนักถึงวันสำคัญและส่งเสริมพระพุทธศาสนา สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีพิธีตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษา โดยการเปิดงานมีขบวนเทวดา นางฟ้าโปรยดอกไม้ นำหน้าพระสงฆ์ สามเณร จำนวน 100 รูป เดินลงจากมณฑปบนเขาวัดเขานางบวช เพื่อรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งจากพุทธศาสนิกชน ที่มาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ช้างป่าน่ารัก อวดโฉมหน้าด่านจุดตรวจ จนท.ลั่นพี่ๆเชิญคับๆ

อุทัยธานี – ช้างป่าน่ารักกับเจ้าหน้าที่ โผล่ขอผ่านทางด้วย เดินอวดโฉม หน้าด่านจุดตรวจ จนท.ลั่นพี่ๆเชิญคับๆ

ใกล้รุ่งเช้า ผู้สื่อข่าวเผยคลิป ช้างป่าออกมาอวดโฉม ที่หน้าด่านจุดตรวจทางเข้า เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งหลายๆคน ส่วนมากมักจะกลัวช้างป่า เนื่องจากตัวใหญ่ และค่อนข้างดุ แต่ก็ยังมีมุุมของช้างบางตัว ที่มีความน่ารักของช้างอยู่บ้าง โดยช้างป่าตัวนี้ จนท.จะเห็นทุกวัน ในตอนใกล้รุ่งเช้า ที่ด่านจุดตรวจ ช้างป่าจะเดินต้วมเตี้ยมโผล่ขึ้นมาจากป่า แล้วก็เดินเข้ามายังจุดตรวจ คล้ายมาทักทายยามเช้าทุกวัน แล้วก็เดินผ่านจุดตรวจไป จนท.ก็จะคอยบอกช้างป่าว่า ผ่านมาได้เลยๆพี่ๆมาได้เลย เพื่อให้ช้างป่า นั้นเกิดการคุ้นเสียงคน

โดยช้างป่าตัวนี้ ไม่มีท่าทีดุร้าย พอเค้าเริ่มรู้ตัวเองว่าได้รับความปลอดภัย เค้าก็จะเดินผ่านจุดนี้ เป็นประจำ เริ่มคุ้นเสียงแล้ว สักพักเค้าก็เดินเข้าไปในป่าไปเอง โดยไม่ทำร้ายใคร แต่หากเป็นชาวบ้านก็ควรระวัง และไม่ประมาท


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ออกพรรษา !! ชาวบ้านเชื้อสายอีสาน จุดไฟตูมกาตะเกียงโบราณ ประดับแสงไฟ ถวายพุทธบูชาสืบทอดประเพณี

อุทัยธานี – ออกพรรษา !! ชาวบ้านเชื้อสายอีสาน จุดไฟตูมกาตะเกียงโบราณ ประดับแสงไฟ ถวายพุทธบูชาสืบทอดประเพณี

ช่วงใกล้ค่ำ ของวันที่ 07 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานที่วัดทันสมัยพัฒนาราม ม.15 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นวันออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของชาวไทยเชื้อสายอีสานเป็นวันที่พระภิกษุสงฆ์ออกจากการจำพรรษา โดยในภาคอีสานมีประเพณีสำคัญ คือการจุดประทีปไต้น้ำมันหรือการจุดไฟประดับให้เกิดแสงสว่างเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยชาวบ้านต่างเดินทางมารวมตัวกันที่วัด เพื่อตั้งหอประทีป หรือตะเกียงเทียนไฟโบราณ ที่ชาวบ้านทำขึ้นกันเอง โดยทำจากหมากตูมกา หรือผลตูมกา ที่หายากเกิดขึ้นอยู่ตามป่า โดยนำผลมาเจาะรูคว้านนำเนื้อด้านในออกและนำมาผ่าครึ่ง หยอดน้ำมันเชื้อเพลิงลงไป และก็ใส่ไส้เทียนไข คล้ายตะเกียงไฟโบราณ ที่มีความทนทานความร้อนได้ดี พร้อมกับธูปพันแบบโบราณ ที่ชาวบ้านทำจากไม้ที่มีกลิ่นหอมจากไม้ในป่า ใช้สำหรับจุดไหว้สักการะในวันออกพรรษา ซึ่งเป็นประเพณีของชาวอีสานที่จะทำในทุกปีวันออกพรรษา เพื่อกราบไหว้สักการะบูชาและขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ส่วนบรรยากาศภายในงานเวลาประมาณสองทุ่ม ได้มีพิธีการกราบไหว้พระสวดมนต์ พร้อมกับนำประทีปไฟ หรือตะเกียงไฟ เดินวนรอบศาลาการเปรียญ จำนวน 3 รอบ ซึ่งถือเป็นงานบุญสำคัญอย่างหนึ่งของชาวอีสานที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

สืบสานวัฒนธรรมประเพณี พิธี “บูชามานข้าว” วิถีชุมชนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม

นครนายก – สืบสานวัฒนธรรมประเพณี พิธี “บูชามานข้าว” วิถีชุมชนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ศาลาไม้ยองหิน วัดวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีสืบสานวัฒนธรรมประเพณี “บูชามานข้าว” ของชุมชนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม โดยมี พระมหาพิทักษ์ คุณากโร เจ้าอาวาสวัดวังยายฉิม เป็นประธานสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 5 รูป เจริญพระพุทธมนต์ นางสมปอง เสนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง กล่าวรายงานการจัดงาน พร้อมด้วย นายกองโท อิศรา สุขแจ่มใส ปลัดจังหวัดนครนายก นายอำเภอเมืองนครนายก หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ชาวบ้านชุมชนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมพิธีจำนวนมาก

ในพิธีมีการรำต้อนรับประธานในพิธี และรำถวายพระแม่โพสพ พิธีบูชามานข้าว พิธีบายศรีสู่ขวัญและผูกแขนสู่ขวัญให้แก่ประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติ ชมการแสดงรำพื้นถิ่นจากชุมชนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม ชุมชนบ้านวังรี ชุมชนบ้านคีรีวัน ไทย-พวน อำเภอปากพลี และเยี่ยมชมหัตถกรรมพื้นบ้านพร้อมร่วมรับประทานอาหาร “ข้าวแลง” ของท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของคนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม ที่หาทานได้ยาก

วัดวังยายฉิม ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง เกษตรกรตำบลหินตั้ง และชาวบ้านชุมชนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม ได้ร่วมแรงร่วมใจจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมประเพณี “บูชามานข้าว” ประจำปี 2568 ซึ่งตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณี “บูชามานข้าว” ซึ่งเป็นพิธีกรรมหนึ่ง ที่ชาวนาไทยถือปฏิบัติคู่กับการทำนามาตั้งแต่โบราณกาล ซึ่งตามความเชื่อของคนไทยที่เชื่อว่า ในนาข้าวจะมีแม่โพสพเป็นผู้ดูแลคุ้มครองต้นข้าว การบูชาแม่โพสพจึงเกิดขึ้น เพื่อขอให้ช่วยดูแลต้นข้าวให้เจริญงอกงาม ไม่มีแมลงมารบกวน ตลอดจนส่งผลให้มีความอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี จึงได้ร่วมกันจัดพิธีกรรม“บูชามานข้าว”นี้ขึ้น เพื่อฟื้นฟูประเพณีให้ลูกหลานและคนในชุมชนได้ภาคภูมิใจในประเพณีท้องถิ่น สร้างขวัญกำลังใจ และความเป็นสิริมงคลให้กับชาวนา และสืบทอดให้คงอยู่คู่ชุมชนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม สืบต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

จังหวัดบุรีรัมย์ จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ รองผอ.รมน.จ.บุรีรัมย์ (ฝ่ายทหาร) เพื่อดูแลความมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาล

จังหวัดบุรีรัมย์ – จัดพิธีการรับ – ส่งหน้าที่ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดบุรีรัมย์ (ฝ้ายทหาร) เพื่อดูแลความมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมปฏิบัติการจังหวัดบุรีรัมย์ ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ (ชั้น 1) ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ จัดพิธีการรับ – ส่งหน้าที่ รองผู้อำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในจังหวัดบุรีรัมย์ (ฝ้ายทหาร) ตามคำสั่งกองทัพบกเรื่อง ให้นายทหารรับราชการและปรับระดับเงินเดือน ตามคำสั่งกองทัพบกที่ 353/2568 เรื่อง ให้นายทหารรับราชการและปรับระดับเงินเดือน โดยอาศัยอำนาจ ตามข้อบังคับ กระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการบรรจุ ปลด ย้าย เลื่อน และลดตำแหน่งข้าราชการกลาโหม พุทธศักราช 2502 หมวด 2 ข้อ 5 (2) ระหว่าง พันเอก สมโชค จันทาสี รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 (ท่านเก่า) กับ พันเอก สุทธีร์ ใจจังหรีด รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 /รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดบุรีรัมย์ (ฝ้ายทหาร) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 ลงชื่อ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก

ซึ่งหน้าที่และอำนาจ ภายใต้ พรบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ได้กำหนดหน้าที่และอำนาจของ กอ.รมน. ไว้ดังนี้

  1. ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินแนวโน้มของสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามด้านความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และรายงาน คณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
  2. อำนวยการในการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในการนี้ให้มีอำนาจหน้าที่เสนอแผน และแนวทางในการปฏิบัติงานและดำเนินการต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามแผนและแนวทางนั้น
  3. อำนวยการ ประสานงาน และเสริมการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ ตามแผนและแนวทางในการปฏิบัติงานตามข้อ 2 ในการนี้ คณะรัฐมนตรีจะมอบหมายให้ กอ.รมน. มีอำนาจในการกำกับการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนวกด้วยก็ได้
  4. เสริมสร้างให้ประชาชนตระหนักในหน้าที่ที่ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความาความมั่นคงภายในจังหวัดบุรีรัมย์ รับผิดชอบจังหวัดบุรีรัมย์ โดย มีการแบ่งเขตการปกครองแบ่งออกเป็น 23 อำเภอ 188 ตำบล 2,546 หมู่บ้าน


ภาพ : กอ.รมน.จังหวัด บ.ร.
ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร

รพ.มะเร็ง เปิดกิจกรรมจัดนิทรรศการวันมะเร็งเต้านมโลก

จังหวัดลพบุรี – โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี เปิดกิจกรรม และ นิทรรศการสัปดาห์ วันมะเร็งเต้านมโลก ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญ ของสตรีทั่วโลก

วันมะเร็งเต้านมโลก World Breast Cancer Day 2025 ตรงกับวันที่ 7 เดือนตุลาคม ของทุกปี จากสถิติทั้งในไทยและทั่วโลก มะเร็งเต้านม เป็นโรคที่เป็นปัญหาสำคัญของสตรีทั่วโลก และมีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นทุกปี โดยทั่วโลกมีอัตราผู้ป่วย มะเร็งรายใหม่ร้อยละ 11.7 และอัตราการตายจากสาเหตุมะเร็งเต้านมพบเป็นอันดับที่ 5 คือ ร้อยละ 6.9 (Global Cancer, 2020) สำหรับประเทศไทย จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข (Health Data Center) ปี 2565 พบว่าผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งเต้านมมากที่สุด จำนวน 38,559 ราย โดย Global Cancer 2020 พบว่ามะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในเพศหญิง โดยพบมะเร็งเต้านมรายใหม่ 22,158 ราย ต่อปี หรือชั่วโมงละ 2.5 คน และมี ผู้เสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม 8,266 รายต่อปี หรือ ชั่วโมงละ 0.94 คน และมีแนวโน้มอัตราการเกิดโรค เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการให้บริการค้นหา คัดกรอง ตรวจวินิจฉัย บำบัดรักษา ฟื้นฟูสมรรถภาพ ส่งเสริม สุขภาพด้านโรคมะเร็งแก่ประชาชน จึงเป็นภารกิจที่สำคัญ

จากความสำคัญดังกล่าว โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี และ Happy Chemo Club by Nutrepreme โดยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งถือเป็นหน่วยงานบริการด้านสุขภาพ ระดับตติยภูมิด้านโรคมะเร็ง จึงได้ร่วมกัน จัดกิจกรรมเนื่องใน วันมะเร็งเต้านมโลก (World Breast Cancer Day 2025) พลังแห่งความสุข เสริมสุขภาพกายใจ ให้ห่างไกลโรคมะเร็ง โดยได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ เมธี วงศ์เสนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี เป็นประธานเปิดงาน

ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน ผู้ป่วย ผู้รับบริการ บุคลากรที่สนใจได้มีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องโรคมะเร็งเต้านม ได้ให้ความรักและใส่ใจดูแลเต้านมของตนเอง ให้ห่างไกลจากมะเร็งเต้านมได้ เพราะถือว่า.. มะเร็งเต้านม เป็นภัยร้ายต่อผู้หญิงทุกช่วงวัย ผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้ แต่มะเร็งเต้านมก็เป็นโรคที่สามารถ รักษาได้ และพยากรณ์โรคค่อนข้างดีถ้าสามารถตรวจพบและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก

สำหรับ “โรคมะเร็งเต้านม” ถือเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของสตรีทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีอุบัติการณ์ของโรคเพิ่มสูงขึ้นในสตรีไทย พบมากในสตรีอายุ 30-70 ปี และข้อมูลสถิติโรคมะเร็งของประเทศไทย จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่าอัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านมเป็นอันดับ 1 ในเพศหญิง มีอุบัติการณ์ คือ 31.4 ต่อประชากรแสนคน และ พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านม ในกลุ่มสตรีมีอายุน้อยลง

การให้ความรู้เพื่อสร้างความตระหนักแก่ประชาชน การตรวจพบมะเร็งในระยะต้นๆ และได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว พบว่าเป็นแนวทางในการลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมได้ ซึ่งการตรวจหาโรคมะเร็งเต้านมที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยการตรวจเต้านมด้วยตนเอง การตรวจเต้านมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการตรวจด้วยเครื่องถ่ายภาพรังสีเต้านม เพื่อลดอัตราการพบมะเร็งเต้านมระยะลุกลามในสตรีไทย และเพิ่มการรอดชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านม อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090