ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วย ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 ลงพื้นที่ซีลเข้มชายแดน ป้องกันสิ่งผิดกฏหมาย ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ กำลังป้องกันขายแดน ในพื้นที่ จ.มุกดาหาร

ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วย ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 ลงพื้นที่ซีลเข้มชายแดนป้องกันสิ่งผิดกฏหมาย ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ กำลังป้องกันขายแดน ในพื้นที่ จ.มุกดาหาร

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 1430 ที่กองบังคับการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บ้านบุ่งอุทัย ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร, ร้อยโทวันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 พร้อมกำลังพลให้การต้อนรับ, พลตรีมงคล หอทอง ผู้บัญชา การกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี) และพันเอกสุภัทร ชูตินันทน์ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (ผบ.บก.ควบคุมที่ 1) เนื่องในโอกาสลงพื้นที่ ซีลเข้มชายแดนป้องกันสิ่งผิดกฏหมาย และตรวจเยี่ยมพบปะให้กำลังใจ กำลังป้องกันชายแดน พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงในทุกมิติและการปฏิบัติงานของหน่วยในห้วงที่ผ่านมา

โดยได้พบปะตรวจเยี่ยม สอบถาม ทุกข์สุข ความเป็นอยู่ โดยได้กล่าวขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ได้ทุ่มเทเสียสละ แรงกายแรงใจ ร่วมกันสกัดกั้น ป้องกันและปราบปราม การลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดน ปฏิบัติภารกิจในการเสริมสร้างความมั่นคงป้องกัน/ปราบปราม ต่อการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในทุกภารกิจในพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้ได้ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี) ได้ส่งมอบน้ำใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและสร้างความภูมิใจให้กับกำลังป้องกันชายแดนทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งอย่างไม่ย่อท้อเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทยสืบไป


ภาพ/ข่าว : ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.37 ตรวจความพร้อมด้านบรรเทาสาธารณภัย เตรียมช่วยเหลือประชาชน ในห้วงวันหยุด

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 ตรวจความพร้อมด้านบรรเทาสาธารณภัย เตรียมช่วยเหลือประชาชน ในห้วงวันหยุด

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 ตรวจความพร้อมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมปฏิบัติหน้าที่ภายใน 1 ชม. ทั้งกำลังพล ยานพาหนะ และยุทโธปกรณ์ เพื่อเตรียมรับสถาน การณ์ ภัยพิบัติในพื้นที่ จว.ช.ร. ในห้วงวันหยุด พร้อมทั้ง เน้นย้ำมาตรการรักษาความปลอด ภัยในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ มีชุดปฏิบัติการเข้ารับการตรวจความพร้อม ประกอบด้วยกำลังพลของ รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช, ร้อย.มทบ.37, ร้อย.สห.มทบ.37, ผยย.มทบ.37 และ สขส. มทบ.37 รวมจำนวน 36 นาย และยานพาหนะ จำนวน 5 คัน ณ บก.มทบ.37 ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร.

ทั้งนี้การตรวจความพร้อมเพื่อช่วยเหลือประชาชนในวันหยุดคือ การที่หน่วยงาน เช่น กองทัพ ภาครัฐ และหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย จะมีการตรวจสอบความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ และแผนการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุหรือปัญหาต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพในช่วงวันหยุดยาว โดยเน้นย้ำการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับขั้นตอนแผนเผชิญเหตุและมาตรการรักษาความปลอดภัย


“จิตอาสาทหารพราน 32 ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชน ในพื้นที่อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน

“จิตอาสาทหารพราน 32 ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชน ในพื้นที่อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 กองร้อยทหารพรานที่ 3205 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสนา กษัตริย์” ร่วมกับผู้นำชุมชน จัดกิจกรรม “ทหารพราน 32 ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว”

โดยลงพื้นที่มอบผ้าห่มกันหนาว และน้ำดื่มให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อย เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ในฤดูหนาว และเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป มีจำนวน 6 ราย ดังนี้

  1. นาง คู แซ่ว่าง อายุ 71 ปี และ นาย เสอ แซ่ว่าง อายุ 80 ปี บ้านเลขที่ 167 บ้านถ้ำเวียงแก หมู่ที่ 1 ตำบลนาไร่หลวง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน
  2. นาง ไพ ใจปิง อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 189 และ นาย เริญ ใจปิง อายุ 58 ปี บ้านถ้ำเวียงแก หมู่ที่ 1 ตำบลนาไร่หลวง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน
  3. นาง กนกพร แซ่ว่าง อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 208 บ้านถ้ำเวียงแก หมู่ที่ 1 ตำบลนาไร่หลวง อำเภอสองแควจังหวัดน่านน
  4. นาง จ๊ะ แซ่ท้าว อายุ 81 ปี บ้านเลขที่ 25 บ้านถ้ำเวียงแก หมู่ที่ 1 ตำบลนาไร่หลวง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน

#ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส #กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน #กรมทหารพรานที่32สุภาพบุรุษชุดดำ #หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่32 #กองกำลังผาเมือง


นที มีเดช รายงาน

นพค.36 นำจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์วัดถ้ำพระ

24 ต.ค.68 บก.ทท. (นทพ.) โดย นพค.36 สนภ.3 นทพ. จิตอาสา 904 และกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน นพค.36 สนภ.3 นทพ. 20 นาย ร่วมกับ กรม ทพ.36 และ โรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” ประชาชน จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ปรับปรุงภูมิทัศน์ พัฒนาศาสนสถาน วัดถ้ำพระ ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จว.ม.ส.เพื่อเตรียมสถานที่ในการจัดงานผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิต ฉลองสมโภชอุโบสถ ทั้งนี้ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างหน่วยงานราชการ และประชาชนในพื้นที่

ข้อมูลจาก อบต.บ้านกาด อำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน วัดถ้ำพระ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย เดิมชื่อ สำนักสงฆ์ถ้ำพระโบราณ (ถ้ำเหง้า) เมื่อต้นปี 2541 อาจารย์จรัญ อภิชาโต พระภิกษุสายพระป่ากรรมฐาน ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่สิม พุทธจาโร วัดถ้ำผาปล่อง ได้เดินทางเข้ามาแม่สะเรียงเห็นว่าถ้ำแห่งนี้มีความวิเวก เหมาะแก่การอาศัยเจริญภาวนา จึงตัดสินใจอยู่จำพรรษาที่ถ้ำนี้จนถึงปัจจุบัน

ตั้งแต่พระอาจารย์จรัญ อภิชาโต มาพำนักอยู่ถ้ำแห่งนี้ ได้มีญาติโยม หลั่งไหลกันมาทำบุญ ท่านได้พัฒนาปรับปรุงหลายอย่างด้วยกัน คือ การปรับพื้น ขยายพื้นที่ภายในถ้ำ จัดหาพระพุทธรูปให้ผู้คนได้กราบไหว้บูชา ต่อน้ำประปาภูเขามาใช้ ปรับปรุงเสนาสนะให้น่าอยู่ น่าอาศัย สะอาด เรียบร้อย สร้างถนนขึ้นไปยังถ้ำ และได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ และเป็นวัดธรรมยุตอย่างถูกต้องแห่งแรกของอำเภอแม่สะเรียง โดยมี อาจารย์จรัญ อภิชาโต เป็นเจ้าอาวาส วัดถ้ำพระได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 อุโบสถศิลปะแบบล้านนา มีหลวงพ่อทันใจหินเขียว จากหินแม่น้ำโขง ประดิษฐานอยู่ ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากสาธุชนทั่วสารทิศ เดินทางมาเยี่ยมชม กราบไหว้หลวงพ่อทันใจหินเขียวอย่างไม่ขาดสาย



ภานุเดช ไชยสกูล/ จ.แม่ฮ่องสอน

การประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2569

เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลา 10.00 นาฬิกา ณ ห้องนเรศวร กองบัญชาการกองทัพไทย โดยมี พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ในส่วนของกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกองทัพบกได้กล่าวว่า

ในวันนี้ได้นำเสนอข้อมูลที่สำคัญในการป้องกันและรักษาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ดังนี้

กองทัพบกยังคงดำเนินการตามกรอบ “คำสั่งจักรพงษ์ภูวนารถ” ทั้งในพื้นที่ของกองกำลังสุรนารี กองกำลังบูรพา รวมถึงมีการประสานแผนการปฏิบัติกับกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี–ตราด เพื่อให้การปฏิบัติในภาพรวมมีความสอดคล้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการปฏิบัติของกองกำลังสุรนารี และกองกำลังบูรพา นอกจากการเฝ้าตรวจและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด ยังได้เสริมสร้างความมั่นคง และจัดระเบียบพื้นที่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายไทย การปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธี และการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเฉพาะพื้นที่ เพื่อให้หน่วยมีความพร้อมรบอยู่เสมอ

ที่สำคัญกองทัพบก ยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้า ภายหลังการปฏิบัติภารกิจ โดยได้จัดค่ายพักผ่อนในพื้นที่มณฑลทหารบกทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ มณฑลทหารบกที่ 22 มณฑลทหารบกที่ 25 และมณฑลทหารบกที่ 26 เพื่อให้กำลังพลได้พักผ่อนและผ่อนคลายในพื้นที่ส่วนหลัง พร้อมทั้งหมุนเวียนให้กำลังพลบางส่วนลาพักตามวงรอบ โดยยังคงรักษาระดับความพร้อมรบไว้เต็มขีดความสามารถ

สำหรับการขับเคลื่อนการปฏิบัติที่สำคัญในประเด็นที่ไทย–กัมพูชาได้มีการเห็นชอบร่วมกันผ่านการประชุม JBC และ GBC รวมถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit)ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25–28 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ในเรื่องสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการพื้นที่ในจังหวัดสระแก้ว การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยกองทัพบกจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน

ส่วนแผนการปรับย้ายอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากมติการประชุม GBC ที่ได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 2 ไปหารือรายละเอียดการปฏิบัติร่วมกับภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชานั้น หลังจากมีความชัดเจนแล้ว จะได้นำความคืบหน้ามาแจ้งให้ทราบต่อไป

สุดท้ายนี้ กองทัพบกขอยืนยันว่า จะปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในบริเวณพื้นที่ชายแดนให้ได้อย่างเต็มขีดความสามารถอย่างดีที่สุด


นที มีเดช รายงาน

ผบ.มทบ.34 พร้อม สมาคมแม่บ้านฯ เยี่ยมให้กำลังใจ ครอบครัวของทหารกองเกิน ก่อนเข้ากองประจำการ (ทหารใหม่) รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2

ดูแลน้องคนเล็กของกองทัพบก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 พร้อม สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 34 เยี่ยมบ้านให้กำลังใจ ครอบครัวของทหารกองเกิน ก่อนเข้ากองประจำการ (ทหารใหม่) รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 พลตรี วิศิษฐ์ บรรณากิจ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 พร้อมด้วย ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 34, เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 34, หัวหน้ากองส่งกำลังบำรุงมณฑลทหารบกที่ 34, หัวหน้ากองยุทธการมณฑลทหารบกที่ 34 หัวหน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34, สัสดีอำเภอ และชุดแพทย์เคลื่อนที่ โรงพยาบาลค่ายขุนเจืองธรรมิกราช เยี่ยมบ้านและให้กำลังใจ ครอบครัวทหารกองเกิน ก่อนที่จะเข้าเป็นทหารกองประจำการ (ทหารใหม่) รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2 ของหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 34 โดย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 ได้พูดคุยและให้แนวทางรับราชการ สิทธิของทหารกองประจำการเพื่อสร้างความเชื่อมั่น คลายความกังวลของครอบครัว

ซึ่งได้พบปะกับครอบครัวกำลังพลทหารกองเกิน ของ นาย นครินทร์ มะณีสาร บ้านเลขที่ 93 หมู่ 9 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา ซึ่งจะเข้าไปทหารกองประจำการในสังกัด โรงพยาบาลค่ายขุนเจืองธรรมิกราช และพบปะครอบครัวกำลังพลทหารกองเกิน ของ นาย มัสชา จันต๊ะหอม บ้านเลขที่ 40 หมู่ 7 ตำบลป่าซาง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ซึ่งจะเข้าไปทหารกองประจำการในสังกัด กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 ได้มอบสิ่งของอุปโภค – บริโภคที่จำเป็น , ผ้าห่ม และ ยาสามัญประจำบ้าน รวมถึง ชุดแพทย์โรงพยาบาลค่ายขุนเจืองธรรมิกราช ได้ดำเนินการตรวจสุขภาพเบื้องต้น และแนะนำการดูแลสุขภาพ ให้กับครอบครัวทหารกองเกิน ดังกล่าว ด้วย

#มณฑลทหารบกที่ 34 #กองทัพภาคที่ 3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

เพชรบูรณ์สุดอาลัย ! ผู้ว่าฯ นำพสกนิกรร่วมพิธีสรงน้ำพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” น้ำตาคลอทั่ววัดมหาธาตุ

เพชรบูรณ์สุดอาลัย! ผู้ว่าฯ นำพสกนิกรร่วมพิธีสรงน้ำพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” น้ำตาคลอทั่ววัดมหาธาตุ

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลาบ่ายโมงตรง บรรยากาศเปี่ยมด้วยความโศกอาดูร ณ วัดมหาธาตุพระอารามหลวง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เมื่อ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชร บูรณ์ เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระ บรมราชชนนีพันปีหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวเพชรบูรณ์ทุกหมู่เหล่า พร้อมใจแต่งกายไว้ทุกข์เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

เสียงสวดมนต์ดังกังวานทั่วพระอาราม ขณะที่ผู้ร่วมพิธีต่างหลั่งน้ำตาแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง จังหวัดได้จัดพิธีถวายน้ำสรงเพื่อเปิดโอกาสให้พสกนิกรได้ถวายความเคารพเป็นครั้งสุดท้าย น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายตลอดพระชนมชีพเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎร ส่งเสริมอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย

ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 21.21 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริพระชนมายุ 93 พรรษา ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน” ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา เปรียบประหนึ่งร่มโพธิ์ทองของปวงชนชาวไทย การเสด็จสวรรคตครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจแก่พสกนิกรทั่วประเทศอย่างหาที่สุดมิได้

ชาวเพชรบูรณ์ต่างถวายความอาลัยอย่างสุดหัวใจ พร้อมปฏิญาณจะน้อมนำพระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระพันปีหลวงมาสานต่อ เพื่อความเจริญมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชนตลอดไป


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

อุทัยธานี โศกเศร้า!! สูญเสียครั้งใหญ่ ชาวบ้านนักเรียนร่วมแสดงรำถวายแสดงดนตรีไทย ไว้อาลัยวางพวงมาลา พระพันปีหลวง น้อมลำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทำความดีแจกข้าวสาร

อุทัยธานี – โศกเศร้า!! สูญเสียครั้งใหญ่ ชาวบ้านนักเรียนร่วมแสดงรำถวายแสดงดนตรีไทย ไว้อาลัยวางพวงมาลา พระพันปีหลวง น้อมลำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทำความดีแจกข้าวสาร

วันที่ 25 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านเลขที่ 204/7 หมู่ 5 บ้านเพชรเจริญ ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้พบกับนายสุนทร อ่างหล้า อายุ 54 ปี พร้อมกับชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมคณะนักเรียน โรงเรียนบ้านบุ่งอ้ายเจี้ยม ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี มาร่วมแสดงความอาลัยลำลึก นำพวงมาลัย มาถวายแด่พระพันปีหลวงสวรรคต น้อมสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณ โดยคณะนักเรียนมาร่วมรำถวาย และแสดงดนตรีไทย ต่อหน้าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความเคารพและความอาลัยอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ภายในงานนายสุนทร อ่างหล้า ได้นำข้าวสารหลายร้อยถุง มาแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน เพื่อทำความดีถวายแก่พระพันปีหลวงในครั้งนี้


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

สาวอดีตเซลล์ผันตัวทำ “บัวลอยรูปผลไม้” สูตรคุณยาย ขายดีจนไม่มีเวลาเล่นเฟซบุ๊ก ร้านเดียวในประจวบฯ

อดีตสาวเซลล์วัย 43 ปี หันหลังให้งานประจำ ผันตัวทำ “ขนมบัวลอยรูปผลไม้” สูตรกะทิสดจากคุณยาย ขายดีจนลูกค้าต้องจองล่วงหน้า มีเพียงร้านเดียวในเมืองประจวบฯ ขายวันละไม่เกิน 30 ถ้วย หมดก่อนค่ำแทบทุกวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าร้าน “คลังยาเภสัช” ถนนสละชีพ เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีลูกค้าทยอยแวะมาซื้อขนมบัวลอยรูปผลไม้กันอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นของบัวลอยร้านนี้อยู่ที่รูปลักษณ์แปลกตา—ลูกบัวลอยแต่ละลูกถูกปั้นเป็น “ผลไม้จิ๋ว” หลากหลายชนิด และใช้น้ำกะทิสูตรโบราณจากคุณยายของเจ้าของร้าน ทำให้มีรสหวานมันพอดี ได้กลิ่นหอมของมะพร้าวคั้นสดใหม่

นางสาวนิศาชล กิจฤกษ์ไทย หรือ “ม่อน” อายุ 43 ปี เจ้าของไอเดียเล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นเซลล์ ต้องเดินทางตลอดเวลา แต่หลังสถานการณ์โควิด-19 จึงตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านที่ประจวบฯ และเริ่มทำขนมขาย โดยได้นำสูตรบัวลอยของคุณยายมาประยุกต์ให้แตกต่างจากทั่วไป “ตอนแรกก็ลองปั้นด้วยมือแต่ไม่เท่ากัน เลยใช้พิมพ์ของขนมลูกชุบมาหล่อแป้งบัวลอยแทน ทำให้ได้รูปร่างเป็นผลไม้สวย ๆ เช่น กล้วย มังคุด สตรอว์เบอร์รี่ ส้ม และสับปะรด ซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดประจวบฯ” ม่อนกล่าว

เธอเผยว่า ใช้น้ำกะทิคั้นสดใหม่ทุกวัน และใช้น้ำตาลมะพร้าวจากอำเภอทับสะแกเพื่อเพิ่มความหอมละมุน ขายวันละประมาณ 20–30 ถ้วยเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 17.00–20.00 น. หรือจนกว่าน้ำกะทิจะหมด รายได้เฉลี่ยวันละ 600–700 บาท แม้จะทำเพียงคนเดียวแต่ขายหมดเกือบทุกวัน

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถมาซื้อได้บริเวณหน้าร้าน “คลังยาเภสัช” ถนนสละชีพ เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ (หยุดเสาร์–อาทิตย์) สามารถโทรหรือแอดไลน์สั่งจองได้ที่หมายเลข 098-926-7987


นัครินทร์/รายงาน

เพชรบูรณ์ ชู “ศรีเทพ” เมืองมรดกโลก จัดงานวัฒนธรรมสร้างชื่อไทยสู่สากล

เพชรบูรณ์ – ชู “ศรีเทพ” เมืองมรดกโลก จัดงานวัฒนธรรมสร้างชื่อไทยสู่สากล

วันที่ 24 ตุลาคม 2568 บริเวณโบราณสถานเขาคลังนอก อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ คราคร่ำไปด้วยประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้รักศิลปวัฒนธรรมจากทั่วสารทิศ ร่วมเปิดงาน “สืบสาน ศาสตร์ ศิลป์ เมืองโบราณศรีเทพ” ประจำปี 2568 อย่างคึกคัก ภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเชิงสร้าง สรรค์ มุ่งสู่ความยั่งยืนของชาติไทยและท้องถิ่นเมืองศรีเทพ

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวเด่นดาว ศิลปานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดี ผู้แทนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายวิทยา รัตนมณี นายอำเภอศรีเทพ นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ตลอดจนภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และชุมชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า เมืองโบราณศรีเทพได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 4 ของประเทศไทย โดยองค์การยูเนสโก เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566 ถือเป็นสมบัติอันทรงคุณค่าของคนไทยทั้งชาติ การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลอง แต่มุ่ง “ปลุกชีวิตเมืองโบราณให้กลับมามีลมหายใจ” ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การอนุรักษ์โบราณสถาน, การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและอาหารพื้นถิ่น, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านท่องเที่ยว, การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น

ภายในงานจัดเต็มด้วยกิจกรรมสุดอลังการ สะท้อนมนต์เสน่ห์แห่งอารยธรรมดั่งเดิม อาทิ
พิธีบวงสรวงเจ้าพ่อศรีเทพ เสริมสิริมงคล, การประกวดภาพถ่าย “บอกรักศรีเทพ” และคอนเทนต์ TikTok, พิธีทำบุญตักบาตรย้อนยุค, การแสดงแสง สี เสียง ยิ่งใหญ่ระดับตำนาน “ศรีเทพ: ปฐมบทแห่งอารยธรรม เทวะศรัทธา สรรค์สร้างศิลป์นิรันดร์”, ตลาดโบราณทวารวดี จำหน่ายอาหารพื้นบ้าน หัตถกรรม สาธิตสกุลช่างโบราณ

นายศรัณยูย้ำว่า เป้าหมายสำคัญ คือการยกระดับศรีเทพสู่ “เมืองมรดกโลกที่มีชีวิต” ให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัส เรียนรู้ และภาคภูมิใจในมรดกของบรรพชน พร้อมผลักดันสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 ตุลาคม 2568 ณ โบราณสถานเขาคลังนอก อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้สนใจสามารถเดินทางเข้าชมฟรี พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานรากเหง้าอารยธรรมไทย สู่อนาคตที่ภาคภูมิใจของคนทั้งชาติ


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน