เสร็จภารกิจเหยี่ยวไฟในเมืองสามหมอก

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบปะและให้โอวาท กองกำลังพลเหยี่ยวไฟ ที่ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนภารกิจสำเร็จลุล่วงได้ดี

เช้าวันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบปะและให้โอวาท กองกำลังพลเหยี่ยวไฟ ที่ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนภารกิจสำเร็จลุล่วงได้ดี โดยมี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพบปะในครั้งนี้

ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ พร้อมให้โอวาทแก่กำลังพลเหยี่ยวไฟ พร้อมชื่นชมในความเสียสละ ความทุ่มเท และความมุ่งมั่นอย่างเต็มความสามารถ ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับ กำลังพลเหยี่ยวไฟ จำนวน 40 นาย ได้รับมอบหมายให้สนับสนุนภารกิจควบคุมและดับไฟป่าในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งขณะนี้ได้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นคณะจะเดินทางออกจากศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดแม่ฮ่องสอน (ศปก.มส.) ไปยังฐานปฏิบัติการชั่วคราวในอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับมอบหมายภารกิจและปฏิบัติหน้าที่ในครั้งต่อไป


ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

เชียงใหม่เร่งทำ “แนวกันไฟเปียก” สกัดไฟป่า สูบน้ำกว่า 20 ล้านลิตร ในรอบสัปดาห์เดียว

เชียงใหม่เร่งทำ “แนวกันไฟเปียก” สกัดไฟป่า สูบน้ำกว่า 20 ล้านลิตร ในรอบสัปดาห์เดียว

จังหวัดเชียงใหม่เดินหน้ามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ รายงานผลการดำเนินโครงการจัดทำแนวป้องกันไฟเปียก (Wet Fire Break) ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 12 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569 รวมระยะเวลา 50 วัน

สำหรับผลการปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 6 – 13 เมษายน 2569 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการบูรณาการร่วมกันจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ป้อง กันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 8 กำแพงเพชร และเขต 10 ลำปาง โดยมีการสูบน้ำเพื่อสร้างแนวกันไฟในจุดสำคัญหลายพื้นที่ ได้แก่

• บริเวณวัดพระธาตุดอยสะเก็ด ปริมาณน้ำ 1,890,000 ลิตร
• บริเวณศูนย์พุทธธรรมหนองฮ่อ ปริมาณน้ำ 2,100,000 ลิตร
• บริเวณวัดพระบาทตีนนก ปริมาณน้ำ 3,600,000 ลิตร
• บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ปริมาณน้ำ 3,150,000 ลิตร
• บริเวณโครงการระบบกักเก็บน้ำในถ้ำห้วยลึก ปริมาณน้ำ 9,390,000 ลิตร

รวมปริมาณน้ำที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 20,130,000 ลิตร

ขณะที่ผลการดำเนินงานสะสมตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม ถึง 16 เมษายน 2569 มีการใช้น้ำในการจัดทำแนวป้องกันไฟเปียกไปแล้วรวมทั้งสิ้น 73,339,000 ลิตร ทั้งนี้ การจัดทำแนวกันไฟเปียกถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการลดความรุนแรงของไฟป่า และช่วยควบคุมการลุกลามของไฟในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้สถานการณ์หมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีแนวโน้มดีขึ้นต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ระดมโดรน กำลังเจ้าหน้าที่ 18 นาย สู้ไฟป่าดอยเขาหลวง ยังควบคุมไม่ได้ เหตุพื้นที่กว้าง-ภูมิประเทศสูงชัน

ระดมโดรน-กำลังเจ้าหน้าที่ 18 นาย สู้ไฟป่าดอยเขาหลวง ยังควบคุมไม่ได้ เหตุพื้นที่กว้าง-ภูมิประเทศสูงชัน

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.30 น. ทีม “เสือไฟ” จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับทีมพเนจร และสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ (DRAT) ระดมกำลังเจ้าหน้าที่รวม 18 นาย เข้าปฏิบัติภารกิจควบคุมไฟป่าในพื้นที่ดอยเขาหลวง อย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน

การปฏิบัติการครั้งนี้ มีการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) มาใช้อย่างเข้มข้น โดยประกอบด้วย โดรนดับไฟป่าขนาดกลาง 2 ลำ โดรนขนส่งขนาดบรรทุก 70 กิโลกรัม 1 ลำ โดรนชี้เป้าและตรวจจับความร้อน 2 ลำ รวมถึงโดรนส่องแสงสว่าง หรือ “ดวงอาทิตย์เทียม” 1 ลำ เพื่อสนับสนุนการทำงานในช่วงเวลากลางคืน

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนภาคพื้นดิน อาทิ รถพลังงานสำหรับชาร์จแบตเตอรี่โดรน 2 คัน เทรลเลอร์บรรทุกสารน้ำเย็น 1 คัน ถังเก็บน้ำแข็ง 2 ถัง รถน้ำของอุทยานแห่งชาติ 1 คัน และรถยนต์สนับสนุนอีก 3 คัน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้า ที่ได้ใช้โดรนบินทิ้งสารน้ำอุณหภูมิต่ำรวมทั้งสิ้น 62 เที่ยวบิน คิดเป็นปริมาณน้ำกว่า 2,300 ลิตร ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายในบริเวณดอยเขาหลวง

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการระดมทรัพยากรทั้งทางอากาศและภาคพื้นดินอย่างเต็มกำลัง แต่ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟป่าได้ เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุมีขนาดกว้าง ประกอบกับภูมิ ประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ส่งผลให้การเข้าถึงและควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการควบคุมแนวไฟและลดความรุนแรงของเพลิง เพื่อป้องกันการลุกลามไปยังพื้นที่โดยรอบ และลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.เชียงราย ร่วมส่งนักท่องเที่ยวกลับสู่ภูมิลำเนาอย่างอบอุ่น

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ร่วมส่งนักท่องเที่ยวกลับสู่ภูมิลำเนาอย่างอบอุ่น และตรวจเยี่ยมสถานีขนส่งจังหวัดเชียงรายแห่งที่ 2 สร้างความปลอดภัยในการเดินทางแก่ประชาชน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย โดย พ.อ. สิงหนาท โลสุยะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ฝ่ายทหาร พร้อมด้วยกำลังพลฯ และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมตรวจสถานีขนส่งแห่งที่ 2 (ตะเคียนคู่) เพื่อตรวจความเรียบ ร้อยและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างอบอุ่นหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์

ทั้งนี้ได้ เน้นย้ำมาตรการ “ความปลอดภัยต้องมาก่อน” ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้า ที่ในการตรวจสอบการใช้ความเร็วของรถด้วยระบบ GPS ตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถ เช่น ใบอนุญาตขับรถ ตรวจวัดแอลกอฮอล์ สมุดประจำรถ และเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 ในการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะของพนักงานขับรถ รวมทั้งแจกของที่ระลึกให้กับประชาชนที่เดินทาง จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ จากนั้นได้ตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ โดยมีนางสุภมาส ลีลารักษ์สกุล ขนส่งจังหวัดเชียงราย เช่น ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง สภาพยาง อุปกรณ์ความปลอดภัย ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก ประตูฉุกเฉิน ตู้เก็บสัมภาระ และได้ให้คำแนะนำผู้โดยสารบนรถโดยสารสาธารณะ พร้อมทักทายส่งรอยยิ้มให้ผู้โดยสาร ย้ำให้คาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเส้นทาง เพื่อให้ทุกคนถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนจังหวัดเชียงราย โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย เป็นผู้นำคณะฯ ในครั้งนี้ ณ สถานีขนส่งแห่งที่ 2 (ตะเคียนคู่) อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร.

ในโอกาสนี้ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ให้กำลังใจพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้เดินทางถึงที่หมายอย่างปลอด ภัย เนื่องจากเป็นห่วงของการเดินทางกลับเพื่อไปทำงาน และกลับภูมิลำเนาหลังการท่องเที่ยว และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่เสียสละเวลามาปฏิบัติงาน คอยอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชน ในห้วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 นี้


นที มีเดช รายงาน

“แม่ทัพภาคที่ 2” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติภารกิจสนามชายแดน ไทย – กัมพูชา

“แม่ทัพภาคที่ 2” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติภารกิจสนามชายแดน ไทย – กัมพูชา

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานราชการสนามชายแดน ไทย – กัมพูชา พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่กำลังพลฯ ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พันโท ธิติพงษ์ หล้าสุพรหม ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 15 เป็นผู้ชี้แจงการปฏิบัติงานที่สำคัญของหน่วยในห้วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำว่า กำลังพลคือหัวใจสำคัญของการรักษาความสงบ โดยผู้บังคับบัญชาทุกระดับมีความห่วงใย และพร้อมสนับสนุนภารกิจเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติอยู่เสมอ

#กองทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

ผบก.โคราช ลุยเล่นน้ำสงกรานต์กลางดึก ตรวจเข้มการทำงานตำรวจ ดูแลความปลอดภัยประชาชนทั่วเขตเทศบาล

ผบก.โคราช ลุยเล่นน้ำสงกรานต์กลางดึก ตรวจเข้มการทำงานตำรวจ ดูแลความปลอดภัยประชาชนทั่วเขตเทศบาล

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 22.30 น. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมภริยา และทีมงาน ได้ลงพื้นที่ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังคงคึกคักในช่วงค่ำคืน พร้อมทั้งถือโอกาสตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยระหว่างลงพื้นที่ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ ได้ หยุดพูดคุย สอบถามความคิดเห็นจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่ออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัย การจัดการจราจร และการอำนวยความสะดวกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมทั้ง สุ่มตรวจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามแผนป้องกันเหตุของ สภ.เมืองนคร ราชสีมา เพื่อให้มั่นใจว่าการดูแลประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ เขตเทศบาลนครนครราชสีมาและบริเวณต่อเนื่อง ซึ่งเป็นจุดที่มีประชาชนจำนวนมากออกมาเล่นน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี พ.ศ.2569 โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มงวด รอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

จากการลงพื้นที่พบว่า บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ยังเป็นไปด้วยความสนุกสนานและเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ ดูแลความปลอดภัย และจัดการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ออกมาร่วมกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้


กันตินันท์ รายงาน

ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังป้องกันชายแดน “คุมเข้มซีลชายแดน” ป้องกันสิ่งผิดกฎหมายชายแดนไทย-ลาว ในพื้นที่ จ.นครพนม

ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังป้องกันชายแดน “คุมเข้มซีลชายแดน” ป้องกันสิ่งผิดกฎหมายชายแดนไทย-ลาว ในพื้นที่ จ.นครพนม

เมื่อวันที่ 15 เม.ย.69 ที่ บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 บ.ปากห้วยม่วง ม.2 ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม พล.ต.มงคล หอทอง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี และคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติภารกิจของกำลัง ป้องกันชายแดน กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยมี พ.อ.ศรณณัฐ นวลมณี ผบ.ฉก.ทพ.21, พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 และ ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 พร้อมกำลังพลของหน่วย ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ “คุมเข้มซีลชายแดน” ป้องกันสิ่งผิดกฎหมายชายแดนไทย-ลาว เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยในพื้นที่ เน้นย้ำงานตามนโยบาย ในการดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด บูรณาการด้านการข่าวกับทุกภาคส่วน เพิ่มมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ในการสกัดกั้น การเฝ้าตรวจและป้องกันชาย แดน การจัดระเบียบพื้นที่ และการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันและเฝ้าระวัง การลักลอบนำเข้ายาเสพติด จากขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และสิ่งของผิดกฎหมาย ตลอดจนแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมือง ผิดกฎหมาย คุมเข้มการป้องกันเฝ้าระวัง ทั้งทางบกและทางน้ำ ตามจุดเสี่ยงจุดล่อแหลม ช่องทางธรรมชาติ ตามแนวชายแดน และการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมไปถึงการป้องกันและปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์ (Scammer) รวมไปถึงการให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อน ในทุกมิติ ในพื้นที่รับผิดชอบ

ในโอกาสนี้ ผู้ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กำลังป้องกันชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนรับผิดชอบของ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และกล่าวขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการดูแลแนวชาย แดนไทย-ลาว ซึ่งมีความทุ่มเท เสียสละ ปกป้องประเทศชาติจากภัยคุกคาม ยาเสพติด หรือสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งแสดงถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ รวมทั้งการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนตามแนวชายแดนไทย-ลาวในทุกสถานการณ์ และรับประทานอาหารร่วมกับกำลังพลสร้างขวัญกำลังใจ สร้างความภูมิใจให้กับกำลังป้องกันชายแดนทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งอย่างไม่ย่อท้อเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทยสืบไป


พรพิพัฒน์ รายงาน

“กองทัพภาคที่ 2” เปิดศูนย์พัฒนาและซ่อมบำรุงอากาศยานไร้คนขับ ยกระดับเทคโนโลยีเพื่อภารกิจความมั่นคงและการช่วยเหลือประชาชน

“กองทัพภาคที่ 2” เปิดศูนย์พัฒนาและซ่อมบำรุงอากาศยานไร้คนขับ ยกระดับเทค โนโลยีเพื่อภารกิจความมั่นคงและการช่วยเหลือประชาชน

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิด “ศูนย์พัฒนาและซ่อมบำรุงอากาศยานไร้คนขับ (เฉพาะกิจ) ศปก.ทภ.2” ณ กองพันทหารสื่อสารที่ 22 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีให้กับกำลังพล ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ และ พัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลในการใช้อากาศยานไร้คนขับ

การจัดตั้งศูนย์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของกองทัพภาคที่ 2 ในการทำหน้าที่เป็นแกนหลักเพื่อขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในภารกิจทางทหาร ทั้งด้านการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ และการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและลดความเสี่ยงต่อกำลังพลในพื้นที่

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนศูนย์ดังกล่าวเป็นไปเพื่อการพัฒนาขีดความสามารถภายในประเทศและเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนในเชิงป้องกันและการกู้ภัย โดยพร้อมที่จะสนับสนุนในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเมื่อเกิดภัยต่างๆ

#กองทัพบก #RTA #กองทัพภาคที่2 #สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ #กองพันทหารสื่อสารที่22 #สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ


พิษเศรษฐกิจน้ำมันแพง สงกรานต์ชาวมอญบางขันหมากเหงาหงอย

จังหวัดลพบุรี – ชาวไทยรามัญในจังหวัดลพบุรีร่วมกันจัดงานสืบสานประเพณีสง กรานต์มอญวัดอัมพวัน เพื่อบ่งบอกถึงชาติพันธุ์ ที่มีการอนุรักษ์ไว้อย่างเหนียวแน่น แม้ในปีนี้อาจจะดูเงียบเหงาจากเศรษฐกิจ และน้ำมันแพง

พระครูใบฎีกาปัญญาวุฒิ วุฑฒิโก ที่ปรึกษายุวชนไทยรามัญวัดอัมพวัน ได้เป็นประธานในการจัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์มอญ ณ วัดอัมพวัน ตำบลบางขันหมาก จังหวัดลพบุรี สำหรับงานเทศกาลสงกรานต์มอญ นั้นถือเป็นชุมชนมอญที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดลพบุรีที่ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันเก่าแก่ของชุมชนไว้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการถ่ายทอดประเพณีอันดีงามไว้ให้กับอนุชนคนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป โดยในปีนี้การจัดงานเป็นการรวามกลุ่มของชาวไทยรามัญที่พร้อมใจกันจัดขึ้นเอง ซึ่งมีกลุ่มยุวชนไทยรามัญบ้านบางขันหมากและกลุ่มชาวไทยเชื้อสายมอญได้จัดขึ้น

สำหรับในงานจะมีกิจกรรมและการละเล่นมากมาย ชายมอญต่างแต่งกายในชุดประจำชาติอย่างสวยงาม ผู้ชายนุ่งลอยชาย ผู้หญิงสวมเสื้อแขนกระบอกมวยผม คล้องสไบ ใส่ผ้านุ่งกรอมเท้า โดยมีการทำบุญตักบาตรถวายเพล ที่เรียกว่าสลากภัตด้วยการถวายข้าวแช่ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านที่ปัจจุบันจะหารับประทานยาก ชาวมอญจะทำกันในช่วงฤดูร้อน โดยผู้ที่มาทำบุญจะนำมาถวายตามหมายเลขของพระที่จับสลากได้ แสดงออกถึงว่าไม่เจาะจงพระองค์ใดองค์หนึ่ง

จากนั้นก็มีการก่อพระเจดีย์ทรายที่ถือว่าเป็นการนำทรายเข้าวัดเพราะการที่มาทำบุญแต่ละครั้งก็จะมีทรายติดตัวไปด้วยเพื่อการก่อพระเจดีย์ทราย เป็นการนำทรายเข้าวัด มีการละเล่นพื้นบ้าน พร้อมร่วมกันสรงน้ำหลวงพ่อขาวพระที่ชาวไทยเชื้อสายมอญเคารพและนับถือเป็นอย่างมาก รวมทั้งสรงน้ำพระแบบใช้รางน้ำมีพระนั่งอยู่ในห้องให้ประชาชนได้สรงน้ำกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศในวันสงกรานต์ของมอญได้สนุกสนานขึ้นโดยในการจัดงานในปีนี้อาจจะดูเงีบบเหงา เพราะลูกหลานที่เดินทางไปทำงานในต่างจังหวัดไม่ได้กลับมาผลกระทบจากเศรษฐกิจ น้ำมันแพงแต่ชาวไทยเชื้อสายมอญในลพบุรีก็ยังคงจัดงานอนุรักษ์สืบสานประเพณีอันดีงามไว้สืบไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ระทึกกลางงาน หญิงฮีตสโตรก หลังอุณหภูมิทะลุ 40 องศา ขณะ รมว.พม ลงพื้นที่โคราชมอบสัญญาที่ดินช่วยผู้มีรายได้น้อย

นครราชสีมา – ระทึกกลางงาน หญิงฮีตสโตรก หลังอุณหภูมิทะลุ 40 องศา ขณะ รมว.พม ลงพื้นที่โคราชมอบสัญญาที่ดินช่วยผู้มีรายได้น้อย

เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น.นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เดินทางมายัง สหกรณ์เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม จำกัด ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประ ชาชนผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีการมอบสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ขนาดพื้นที่ 2,198 ตารางเมตร พร้อมสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการระยะที่ 2 สำหรับจำนวน 29 ครัวเรือน วงเงิน 3,960,750 บาท นอกจากนี้ ยังได้มอบรถเข็นวีลแชร์ให้กับผู้พิการ จำนวน 1 คัน และร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารบ้านสวัสดิการชุมชน จำนวน 10 ห้อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยก่อนพิธีเปิดอาคาร ได้มีการจัดกิจกรรมผัดหมี่โคราชโชว์ สร้างสีสันและความสนใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มพิธีได้เกิดเหตุหญิงสาวรายหนึ่ง สวมเสื้อสีเขียวของกลุ่ม “ตนรักบ้านเกิดด่านขุนทด” เกิดอาการคล้ายฮีทสโตรก เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส เจ้าหน้าที่และผู้ร่วมงานได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรับการรักษา

ขณะเดียวกัน นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง ประธานเครือข่ายบ้านมั่นคงจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะตัวแทนเครือข่ายพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง รวมถึงเครือข่ายสลัมสี่ภาค และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัย ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

โดยข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การผลักดันให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำข้อเสนอของเครือข่ายไปกำหนดเป็นนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงประสานความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อวางแผนแก้ไขปัญ หาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนผู้ด้อยโอกาส ให้ครอบคลุมทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ปัญหาที่ดินในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมายังมีจำนวนมาก ทั้งที่ดินสาธารณะ ที่ดินอุทยานแห่งชาติ ที่ดินป่าสงวน ที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินของกรมธนารักษ์ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่มีเอกสารสิทธิ และมีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีหรือถูกไล่ที่ จึงต้องการให้ภาครัฐเร่งกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหา โดยใช้รูปแบบโครงการบ้านมั่นคง และการจัดสิทธิในที่ดินทำกินให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเสนอให้สานต่อนโยบายเดิมจากรัฐบาลก่อนหน้า ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาไปแล้วบางส่วน แต่ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากข้อจำกัดด้านระยะเวลา พร้อมเสนอให้มีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และสนับสนุนงบประมาณผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดความยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายฯ คาดหวังว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่น คงของมนุษย์ ในฐานะตัวแทนของชาวนครราชสีมา จะเร่งผลักดันนโยบายดังกล่าวอย่างจริง จัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในที่ดินสาธารณะโดยไม่ มีเอกสารสิทธิ ซึ่งมีอยู่ในหลายพื้นที่ อาทิ อำเภอบัวใหญ่ อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว และพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา


ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา