กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย รวมตัวกัน 300 คน ถือป้ายต่อต้านไม่เอาเหมืองแร่

https://youtu.be/xVNJnACbQHY

มุกดาหาร ชาวบ้านตำบลคำป่าหลายรวมตัวจำนวน 300 คนถือป้ายประท้วงต่อต้านนายทุนเตรียมเข้าทำเหมืองแร่ประกาศจะปกป้องแหล่งน้ำนี้ด้วยชีวิต

     เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 07.00 น. นายแพทย์ ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมคณะเดินทาง ลงพื้นที่ ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อรับทราบและฟังปัญหาของประชาชนจำนวน 3 หมู่บ้าน คือ บ้านนาคำน้อย หมู่ 6 บ้านแก้ง หมู่ 5 และ บ้านโนนคำ หมู่ 13 ต.คำป่าหลาย กรณีมีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งยื่นขอประทานบัตร เข้าไปทำประโยชน์ ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ”ป่าดงหมู”

     เพื่อทำเป็นเหมืองหิน จำนวน 215 ไร่ 3 งาน 38 ตารางวา ซึ่งบริเวณที่ขอประทานบัตรนั้นอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยมีน้ำผุดจากพื้นดินและตามซอกหิน ชาวบ้านเรียกแหล่งน้ำดังกล่าวว่าน้ำซับ ที่ไหลลงไปหล่อเลี้ยงชาวบ้านทั้ง 3 หมู่บ้าน กว่า 3,000 ครัวเรือน ใช้อุปโภคบริโภคมาแต่บรรพบุรุษ ก่อนจะไหลสู่ลำห้วยไปสมทบกับลำน้ำสาขาอื่นแล้วไหลลงแม่น้ำโขง

     โดยมีชาวบ้าน 3 หมู่บ้านประมาณ 1,000 คน พาเดินชี้แหล่งน้ำซับที่ไหลตลอดทั้งปีจากพื้นดินและซอกหิน ซึ่งจุดขอประทานบัตรอุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้เบญจพรรณนานาชนิด ไม่ได้เป็นป่าเสื่อมโทรมตามที่นายทุนกล่าวอ้างในหนังสือขอประทานบัตรแต่อย่างใด และ นพ.ประสงค์ฯก็ลองนำน้ำใสที่ไหลออกมาจากพื้นดินมาดื่มก็บอกว่ามีรสชาติดี

     จากนั้นก็ไปดูตรงจุดกระจายน้ำ ที่อยู่ในที่ดินของนายดอน เนตรวงศ์ อายุ 82 ปี ราษฎรบ้านโนนคำ หมู่ 13 โดยชาวบ้านได้จัดหาอุปกรณ์ท่อพีวีซีต่อเป็นรางรองรับน้ำที่ไหลลงมา แล้วตั้งเป็นเสาสูงประมาณ 4 เมตร ติดวาล์วเปิด-ปิดน้ำ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันน้ำมาช่วยซึ่งแหล่งน้ำแห่งนี้ต้นน้ำไหลมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติจะไหลตลอดทั้งปี ซึ่งจุดนี้มีไว้สำหรับให้ผู้ผ่านไปมาหรือหมู่บ้านต่างๆขาดแคลนน้ำก็มาเปิดวาล์วรองน้ำไปใช้ได้ และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

     นายดอนเผยว่าตั้งแต่เล็กจนอายุ 80 ปี ก็ใช้น้ำจากแหล่งน้ำซับใช้อุปโภคบริโภคทั้งกินและอาบ เพราะเป็นน้ำแร่บริสุทธิ์ กลั่นกรองจากชั้นดินชั้นหินจนสะอาด หากมีเหมืองหินเข้ามา นอกจากจะทำลายระบบนิเวสน์แล้ว แหล่งน้ำที่พวกตนใช้มาแต่เกิดจะต้องถูกทำลายไปด้วย ดังนั้นพวกตนจึงขอคัดค้านการทำเหมืองหิน และจะปกป้องแหล่งน้ำนี้ด้วยชีวิต

     ขณะที่นายใส ไชยบัน อดีตกำนัน ต.คำป่าหลาย และอดีตนายกเทศมนตรีตำบลคำป่าหลาย แฉว่ามีข้าราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบางคนให้ความร่วมมือ อ้างในใบยื่นคำขอว่ามีแค่ 15 หลังคาเรือน ที่ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำนี้ เคยพาชาวบ้านไปยื่นหนังสือคัดค้านที่เทศบาลฯ ผู้ประกอบการก็ข่มขู่ จนชาวบ้านยื่นหนังสือนี้ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารต่อมาชาวบ้านนำหนังสื่อร้องทุกที่ศูนย์ดํารงธรรมศาลากลางจังหวัด มุกดาหารขัดค้านไม่เอาเหมืองแร่ หากดันทุรังอนุญาตให้ทำประโยชน์ในป่าดงหมูแห่งนี้ พวกตนจะเดินเท้าไปกรุงเทพฯร้องทุกกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

     ต่อมานายสมาน คำมุงคุณ ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย ยื่นหนังสือร้องเรียน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ผ่าน นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อฯ พร้อมเผยว่าการประชาคมหมู่บ้าน มีผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น แอบปลอมแปลงลายมือชื่อของชาวบ้าน อ้างว่าเห็นชอบในการทำเหมืองหิน ขนาดคนตายไปแล้วยังลุกหลุมศพมาเซ็นชื่อได้

     นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวกับชาวบ้านที่ศาลาอเนกประสงค์วัดถ้าน้ำทิพย์ บ้านนาคำน้อย หมู่ 6 ว่า หลังรับเรื่องร้องเรียนก็จะยื่นเป็นเรื่องเร่งด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์หน้า ตั้งกระทู้ถามสดต่อนายกรัฐมนตรี “ครั้งนั้นเป็นรัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง บุกทำลายสวนยางพาราอ้างชาวบ้านบุกรุกป่าสงวน แล้วให้ระบุเป็นป่าเสื่อมโทรม นพ.ประสงค์ฯกล่าวปัญหาดังกล่าวเคยระอุมาแล้วเมื่อปี 2561

     กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กรณีมีคนของรัฐหลอกชาวบ้านเซ็นชื่อจนเสียสิทธิ์ครอบครอง จึงรวมตัวกันให้มีการตรวจสอบพฤติกรรมเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าไม้ บางคน เพราะใช้คำสั่งคุกคามและพยายามจับกุมชาวบ้านที่ออกมาต่อต้านการทำเหมืองหิน พร้อมไล่ตะเพิดชาวบ้านห้ามเข้าไปหาของป่า เช่น เห็ด หน่อไม้ เป็นต้น

     แต่เรื่องยังคาราคาซังหาข้อยุติไม่ได้ จนมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งชาวบ้านจึงต้องการความชัดเจนอีกครั้ง จึงร้องเรียนผ่าน นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยนำปัญหาทุกร้อนของชาวบ้านคำป่าหลายนำเรียนให้รัฐบาลลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวหากมีการอนุญาตให้นายทุนทำเหมืองแร่ชาวบ้านประมาณ 1,000 ชีวิต ไร้ที่อาศัย ไร้ที่ทำกิน ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือชาวบ้านและเกษตรกรตาดำๆด้วย

ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพรช/ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง

เสียฟอร์ม-วัยรุ่นขับรถจักรยานยนต์ยกล้อโชว์หน้าโรงเรียน เสียหลักรถล้มบาดเจ็บ

https://youtu.be/P0Bj-cunCck

         ที่นครนายก กล้องหน้ารถของผู้ใช้เฟสบุ๊ค วุฒิชัย ประกอบ ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่มีวัยรุ่น 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบริเวณหน้าโรงเรียนนครนายกวิทยาคม ขับมาด้วยความเร็วแล้วยกล้อหน้าเพื่อโชว์นักเรียนที่กำลังเลิกเรียน แต่รถกลับเสียหลักล้มต่อหน้านักเรียนจำนวนมาก จนได้รับบาดเจ็บ

         โดยเหตุเกิดเมื่อวานนี้ หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ บริเวณที่จุดเกิดเหตุและได้มีการสอบถามแม่ค้าที่ขายของอยู่บริเวณหน้าโรงเรียน บอกกับทางผู้สื่อข่าวระหว่างเกิดเหตุไม่มีใครเห็น แต่มาเห็นอีกทีตอนรถล้มไปแล้ว ซึ่งตนเองไม่ได้สนใจอะไร เพราะกำลังขายของอยู่ โดยหลังจากเกิดเหตุทั้ง 2 คน ได้ประคองรถขึ้นมาแล้วขับออกไปจากจุดเกิดเหตุ โดยคลิปนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปในสังคมออนไลน์ต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ถึงความไม่เหมาะสม ถ้ามีนักเรียนได้รับบาดเจ็บจะทำยังไง

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยผู้ประสบภัยแล้ง รุดแจกเครื่องอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือดร้อน ผู้ประสบภัยจังหวัดอุทัยธานี

          วันนี้ วัน​อังคาร​ที่​ 20 สิงหาคม 62​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ ร่วมกับสมาคมพาณิชย์จังหวัดอุทัยธานี มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ในโครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยแล้ง จำนวน 1,000 ชุด รวมงบประมาณเป็นเงิน 350,000 บาท (สามแสนห้าหมื่นบาท) แก่ประชาชนในพื้นที่ ต.สว่างแจ้งสบายใจ ต.พลวงสองนาง ต.บ่อยาง ต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ และต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี โดยมี คุณปฏิภาณ วงศ์กาญจนา นายกสมาคมพาณิชย์จังหวัดอุทัยธานี พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ร่วมในพิธี

          โดยในปี 2562 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดออกเดินทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน “โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง” ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ นครราชสีมา ยโสธร บุรีรัมย์ สุรินทร์ กาฬสินธุ์ และขอนแก่น รวม 8 จังหวัดๆ ละ 1,000 ชุด รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 2,800,000 บาท (สองล้านแปดแสนบาทถ้วน)

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” ติดต่อ-สอบถาม# ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 สายด่วน☎ป่อเต็กตึ๊ง1418

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

โรงเรียนนาเฉลียงพิทยาคม จัดกิจกรรม “เปิดโลกวิชาการ บูรณาการสู่วิทยาศาสตร์ Open House NPK 2019”

โรงเรียนนาเฉลียงพิทยาคม จัดกิจกรรม “เปิดโลกวิชาการ บูรณาการสู่วิทยาศาสตร์ Open House NPK 2019” พร้อมประกวดเดินแบบ ชุดแฟชั่นรีไซเคิล

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมเพชรน้ำหนึ่ง ตำบลนาเฉลียง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ว่าที่ร้อยตรี สมจิตร รอดเรือง ผู้อำนวยการโรงเรียนนาเฉลียงพิทยาคม พร้อมด้วย พลตำรวจสุริยัน จันเกิน รอง ผอ.โรงเรียนนาเฉลียงพิทยาคม และคณะผู้บริหารโรงเรียนฯ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม “เปิดโลกวิชาการ บูรณาการสู่วิทยาศาสตร์ Open House NPK 2019” เพื่อเป็นการส่งเสริม ทักษะทางวิชาการ พัฒนาผู้เรียนให้มีมาตรฐานการศึกษาของชาติ ด้วยการเปิดเวทีให้แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้นำเสนอผลงานที่เกิดจากครูผู้สอน ผู้เรียน สามารถนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิชาการ ประสบการณ์ ทักษะชีวิต รวมทั้ง เป็นการเผยแพร่ความรู้สู่สถานศึกษาใกล้เคียง ได้มาศึกษาเรียนรู้ เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทาง ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งสนองต่อนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ

          โดยมี นายประสิทธิ์ อินวรรณา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 40 เป็นประธานถวายเครื่องราชสักการะ (พวงมาลัย) พระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” พร้อมทั้ง เปิดกิจกรรม “เปิดโลกวิชาการ บูรณาการสู่วิทยาศาสตร์ Open House NPK 2019” โดยเฉพาะระหว่างพิธีเปิด พบว่าทางผู้จัดฯ ได้มีการจัดเตรียมพิธีเปิดให้สอดคล้องกับวันวิทยาศาสตร์ ด้วยการใช้ปฏิกิริยาของ กลีเซอรีน กับ ด่างทับทิม ทำให้เกิดพลังงานความร้อน จนเกิดประกายไฟลุกขึ้น สร้างความตื่นตา ตื่นใจ แก่เด็กนักเรียนจากสถานศึกษาในเขตพื้นที่บริการ กว่า 10 แห่ง ที่มาเข้าร่วมงานในครั้งนี้

         จากนั้น ประธานในพิธี ได้ร่วมพบปะ ตรวจเยี่ยม พร้อมทั้ง รับชมกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมการแข่งขัน ตอบปัญหาวิทยาศาสตร์, กิจกรรมการประกวดวาดภาพทางวิทยาศาสตร์ ,กิจกรรมประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์, กิจกรรมการแสดงละครวิทยาศาสตร์, กิจกรรมการแสดงอาเซียน, กิจกรรมการแสดง COVER DANCE, กิจกรรมนิทรรศการจากกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

          และโดยเฉพาะ กิจกรรมการประกวด “เดินแบบชุดแฟชั่นรีไซเคิล” ซึ่งนับว่าได้สร้างสีสัน เรียกเสียงฮือฮา และเสียงเชียร์ได้เป็นอย่างมาก เมื่อผู้เข้าประกวดเดินแบบ ซึ่งแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ช่วงชั้น คือ ช่วงชั้นประถมศึกษา (นักเรียนจากสถานศึกษาในเขตพื้นที่บริการที่มาร่วมงาน) ช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และ ช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จะต้องแต่งกายด้วยชุดรีไซเคิล จากสิ่งของเหลือใช้ ที่หาได้ตามโรงเรียนหรือตามบ้านเรือน ก่อนนำมาประยุกต์ ออกแบบ ผ่านไอเดียที่สร้างสรรค์ จนกลายเป็นชุดแฟชั่นรีไซเคิล ที่สวยเก๋ เท่ห์ ไม่ซ้ำใคร และเมื่อนำมาสวมใส่เดินแบบ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งผลงานสร้างสรรค์ ของเด็กนักเรียน ที่ถ่ายทอดแนวคิดลงไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง ได้อย่างสวยงาม ลงตัว

         สำหรับไอเดียการนำเสนอชุด “เดินแบบชุดแฟชั่นรีไซเคิล” ประกอบด้วย ช่วงชั้นประถมศึกษา ผู้เข้าประกวดมาในชุด เจ้าหญิงวังเหว, ชุดฮาวาย, ชุดราตรี, ชุดพลาสติก นิว ดีไซด์, ชุดเตรียมใจไว้รับรางวัล ส่วนช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ผู้เข้าประกวดมาในชุดร่าเริงหน้าฝน, ชุดแบลคเลดี้, ชุดมุ้งกี้, ชุดแดนสยาม, ชุดราตรีสีเทา, ชุดLove Queen Posidon ชุดอวกาศซิตี้ และ ช่วงชั้นมัธยมปลาย ผู้เข้าประกวดมาในชุด แฟชั่นไทยบ้าน, ชุดอีกาดำ,ชุดมุ้งฮาวาย, ชุด Pricess Sachet Candy, ชุดไวท์ คัลเลอร์, ชุดไอรอนปะลาปะกอส และ ชุดเทพีกระสอบ

ราเมธ บงแก้ว/มนสิชาคล้ายแก้ว

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรม “ผู้ว่าฯ พบสื่อมวลชน”

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรีจัดกิจกรรม “ผู้ว่าฯ พบสื่อมวลชน” ประชาสัมพันธ์ผลงานโครงการของรัฐบาลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน กระชับสัมพันธไมตรี

         ค่ำวานนี้ ( 19 ส.ค.62 ) ที่ โรงแรมนิวส์แทรเวิลลอร์จ จังหวัดจันทบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี ได้จัดโครงการ “ผู้ว่าราชการจังหวัด พบสื่อมวลชน” โดยมี นาย วิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธาน นำส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชาสัมพันธ์ผลงานของหน่วยงานต่าง ๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็น สรุปผลงานกิจกรรมของจังหวัดที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล รับทราบข้อเสนอแนะ ประเด็นคำถามที่เป็นประโยชน์เพื่อการพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืนและเป็นไปตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ผ่านสื่อมวลชนท้องถิ่นสู่ประชาชนในจังหวัดจันทบุรี พร้อมทั้งกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างสื่อมวลชนท้องถิ่นกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

          โอกาสนี้ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคดลหิต และ อวัยวะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์พร้อมทั้งขอบคุณสื่อมวลชนที่ร่วมกิจกรรมสาธารณกุศลของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีด้วยดีเสมอมา รวมทั้งร่วมกันคลี่คลายปัญหา รักษาภาพลักษณ์

          สำหรับโครงการผู้ว่าพบสื่อมวลชน ครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้ตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนเพื่อประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์พัฒนาจังหวัดจันทบุรีหลายเรื่อง อาทิ การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่หน่วยงานระดับท้องถิ่น ผู้นำท้องที่สามารถยื่นมือเข้าช่วยเหลือเบื้องต้นได้ตามบทบาท ภารกิจหน้าที่ ที่กฎหมายกำหนดหากไม่ไหวหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะเข้าไปช่วยเหลือต่อไป ฝากแนะนำเกษตรกรชาวสวนผลไม้ของจังหวัดจันทบุรีช่วยกันรักษาคุณภาพ รักษาความซื่อสัตย์ในการประกอบอาชีพ ผลไม้ของจันทบุรีเป็นผลไม้ตามความเชื่อของชาวจีนที่นิยมบริโภคพวกเราต้องช่วยกันรักษาคุณภาพให้ดีเสมอไป

          ส่วนด้านสังคมผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นห่วงที่สังคมยุคปัจจุบันมักจะหลงเชื่อข่าวลวงที่ไม่มีการตรวจสอบข้อมูล ยุคนี้มีความคิดเห็นที่หลากหลายแต่ขาดหลักคิดด้วยเหตุ ด้วยผล ตามหลักพระพุทธศาสนา และ หลักวิชาการทางวิทยาศาสตร์ จึงอยากขอให้ทุกคนเมื่อมีปัญหาใช้สติ พิจารณาการแก้ปัญหาอย่างรอบครอบ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จ.เพชรบูรณ์ จัดกิจกรรม “อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่วิเชียรบุรี”

         เวลา 09.00 น. วันที่ 20 ส.ค. 62 นายวิทยา รัตนมณี หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทน นายอำเภอวิเชียรบุรี นายปกรณ์ ตั้งใจตรง เป็นประธานในการจัดกิจกรรม “อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่วิเชียรบุรี” ประจำเดือน สิงหาคม 2562 ณ.วัดคลองบงเจริญธรรม ม.7 ต.น้ำร้อน อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

         โดยประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำร้อน ต.น้ำร้อน อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ กล่าวให้การต้อนรับและมีหน่วยงานเข้าร่วม อาทิเช่น กำนันตำบลน้ำร้อน สมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอวิเชียรบุรี สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบูรณ์สาขาวิเชียรบุรี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเพชรบูรณ์สาขาวิเชียรบุรี วิทยาลัยการอาชีพวิเชียรบุรี ปลัดอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วนพลเรือน ทหาร ตำรวจ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา นายกอบต.น้ำร้อน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ สมาชิกอบต. น้ำร้อน ร่วมกิจกรรมหน่วยบริการอำเภอยิ้ม..เคลื่อนที่มีกิจกรรมการออกหน่วย ดังนี้ การถวายผ้าป่าสามัคคี การออกเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง คนชรา ผู้พิการ จำนวน 4 ราย มอบทุนการศึกษา จำนวน ๗ ทุนการมอบถุงยังชีพกิ่งกาชาดฯ ให้แก่ผู้ยากไร้ จำนวน 48 ราย หน่วยงานต่างๆ บูรณาการให้บริการประชาชน และช่วยเหลือประชาชน

          ทั้งนี้ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ฯลฯ ได้ชี้แจงข้อราชการของรัฐบาล จังหวัด อำเภอ ให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

ศุภเดช ธนูศร รายงาน

สุโขทัยแถลงข่าว พร้อมขับเคลื่อนสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน

          วันที่ 20 ส.ค.62 เวลา 10.00 น. นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวสุโขทัยขับเคลื่อน สู่เมืองสร้างสรรค์ ด้านหัตถกรรม และศิลปะพื้นบ้าน ณ ห้องเทวีศรีสัชนาลัย หอประชุมวิทยาลัยนาฏศิลป์สุโขทัย โดยมีสื่อมวลชนและผู้ที่สนใจเข้ารับฟังเป็นจำนวนมาก

         โดยจังหวัดสุโขทัยได้เป็นตัวแทนของประเทศ ในการเข้ารับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก หรือ ( UNESCO Creative Cities Network : UCCN ) สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ซึ่งจังหวัดสุโขทัยมีอัตลักษณ์ที่สำคัญทางด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลวดลายเครื่องทอง เครื่องเงินสุโขทัยโบราณ เครื่องสังคโลก ผ้าทอพื้นเมือง ผ้าตีนจก ผ้าหมักโคลน เป็นต้น ซึ่งการได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก “เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ” ของ UNESCO นั้นจะมีผลดีด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งช่วยให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับภาคประชาชนของจังหวัดสุโขทัย และจะทำให้อัตลักษณ์ที่สำคัญของสุโขทัยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

          สำหรับ Creative City เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ มี 180 เมือง จาก 72 ประเทศทั่วโลก และได้แบ่งออกเป็น 7 ด้าน คือ เมืองด้านงานออกแบบ ,เมืองด้านภาพยนตร์ ,เมืองด้านดนตรี .เมืองด้านสื่อศิลปะ ,เมืองด้านวรรณกรรม และเมืองด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ซึ่งประเทศไทยมี 2 เมืองที่ได้รับคัดเลือกเป็นเมืองสร้างสรรค์ คือ จังหวัดภูเก็ต เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร ได้รับเมื่อปี พ.ศ. 2558 และ จังหวัดเชียงใหม่ เมืองด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ได้รับเมื่อปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา

         และในปี 2562 นี้ จังหวัดสุโขทัยได้รับโอกาสในการคัดเลือก ให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก หรือ ( UNESCO Creative Cities Network : UCCN ) สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (ด้านการออกแบบ)จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัยร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี นำเสนอผลงานด้านหัตถกรรมและศิลปะของสุโขทัย ร่วมรับการประเมินเมืองสร้างสรรค์จากยูเนสโก ในห้วงเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายนนี้

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรม โครงการสร้างเครือข่ายการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี “Youth Smart PR”

    วันนี้ ( 20 ส.ค.62 ) ที่สวนอัสสัมชัญพาราไดซ์ ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรมโครงการสร้างเครือข่ายการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี “Youth Smart PR”

     โดยมีนายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ เพื่อสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมถึงการเฝ้าระวังข่าวสารที่อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของจังหวัด เพื่อภาพลักษณ์ที่ดี และเผยแพร่ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะ social media อีกทั้งยังส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้เท่าทันสื่อ มีภูมิคุ้มกันที่ดีต่อการใช้สื่อ สามารถผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ได้ และนำเอาความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ ทั้งต่อตนเอง ต่อชุมชน ต่อสถาบันการศึกษาของตนเอง และการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรี โดยมีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาจาก 9 อำเภอเข้าร่วมจำนวน 70 คน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจ.จันทบุรี และ จ.ตราด ร่วมกันจัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการ สร้างเครือข่ายปกป้อง ฟื้นฟูป่าชายเลน

     สํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ สํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตราด จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการ สร้างเครือข่ายปกป้อง ฟื้นฟูป่าชายเลน ในกิจกรรมพัฒนาและฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรชายทะเลตะวันออก ภายใต้โครงการรักษ์นํ้า รักษ์ป่า สร้างสมดุลแห่งสิ่งแวดล้อม ประจําปีงบประมาณ 2562 พร้อมนักเรียนเข้าร่วม จํานวน 215 คน ที่หอประชุมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม

    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 เมื่อเวลา 09.00 น.นายสําเนา บุญมาก ผู้อํานวยการโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการ ในกิจกรรมพัฒนาและฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรชายทะเลตะวันออก ภายใต้โครงการรักษ์นํ้า รักษ์ป่า สร้างสมดุลแห่งสิ่งแวดล้อม ประจําปีงบประมาณ 2562 พร้อมด้วยนางสาวกัญญารัตน์ กลางบุรีมย์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชํานาญการ จากสํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตราด กล่าวรายงานถึงโครงการวัตถุประสงค์ นายณัฐวุฒิ อาจฤทธิ์ นักวิชาการป่าไม้ปฎิบัติการ นางสาวธมน สัตยธรรม นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชํานาญการ ผอ.ส่วนยุทธศาสตร์ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สนง.ทสจ.จันทบุรี และคณะครูอาจารย์นักเรียนเข้าร่วม จํานวน 215 คน

     จากคํากล่าวรายงาน ในอดีตจังหวัดตราดมีทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ป่าชายเลนจํานวนมาก มีแนวปะการังธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งถือว่าเป็นฐานการผลิตทรัพยากรจําพวกสัตว์ทะเลที่มีความหลากหลายและสมบูรณ์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สร้างรายได้จํานวนมากให้กับประชาชนทุกภาคส่วน สิ่งเหล่านี้นําความเจริญมาสู่จังหวัดตราดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการแย่งชิงและความต้องการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเริ่มมีจํานวนมากขึ้นเช่นกัน เนื่องการเพิ่มขึ้นของประชากรและการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ส่งผลให้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเกิดความเสียหายและเสื่อมโทรม ส่งผลกระทบโดยตรงกับกลุ่มคนในชุมชนตามแนวชายฝั่งเป็นลําดับแรก และส่งผลต่อศักยภาพด้านทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของจังหวัดและศักยภาพของประเทศในการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในอนาคต

     ดังนั้นทางจังหวัดจันทบุรีร่วมกับจังหวัดตราด โดยสํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดจันทบุรี จึงดําเนินการนําร่องจัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการ สร้างเครือข่ายปกป้อง ฟื้นฟูป่าชายเลน ในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเขตอําเภอที่ติดชายฝั่งทะเลทั้งจังหวัดตราด และจังหวัดจันทบุรี ซึ่งลักษณะกิจกรรม มีความสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประเด็นยุทธศาสตรืด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ทุกภาคส่วนมีความ ตระหนัก สร้างจิตสํานึก และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป และหวังว่าเยาวชนในโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จะเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรชายทะเลตะวันออกต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก แม่ค้าผลไม้ น้ำใจงามเก็บสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาทได้ เข้าแจ้งความตามหาเจ้าของ

     นางเกษร ถานทองดี อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 7 ต.พิกุลออก อ.บ้านนา จ.นครนายก เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สุนทร สุวลักษณ์ รอง สว. (สอบสวน ) สภ.บ้านนา ว่าได้เก็บสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น ได้ที่ตลาดบ้านนา จึงมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้เจ้าหน้าที่สืบตามหาเจ้าของ

     นางเกษร เล่าว่า มีอาชีพขายผลไม้นา ๆ ชนิด อยู่ในตลาด หมู่ 3 ต.บ้านนา อ.บ้านนา เมื่อวาน กลับจากซื้อของ ก็มาเก็บกวาดทำความสะอาดเพื่อเปิดร้านขายของ ทันใดนั้นพบสร้อยข้อมือทองคำตกอยู่หน้าร้าน 1 เส้น ไม่รู้ว่าเป็นของใคร จึงรีบเก็บเอาไว้ ถ้าส่งเสียงดังไปกลัวว่าคนที่ไม่ใช่เจ้าของจะมาสวมลอย จึงโทรศัพท์ไปบอกลูกสาว – ลูกชาย ลูกบอกให้รีบไปแจ้งความ บอกกับลูกว่ายังไปตอนนี้ไม่ได้ติดขายของ พรุ่งนี้ถึงจะไปแจ้งความ นึกถึงตัวเองก่อนหน้านี้ไปร่วมงานศพที่วัดประชานิมิตร (วัดหนองบัวตาโต้) ต.บ้านพร้าว อ.บ้านนา สร้อยข้อมือทองคำหนัก 1 บาท ของตนเอง ตกหาย เสียดายมากกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่หลายวันกว่าจะทำใจได้ ของของใครใครก็รัก และไม่เคยคิดจะเอาของใคร จึงไปแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ประกาศหาเจ้าของตัวจริง

     ด้าน ร.ต.อ.สุนทร สุวลักษณ์ รอง สว. (สอบสวน ) สภ.บ้านนา เผยว่า ได้มีนางเกษร ถานทองดี เก็บสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท ได้ที่ตลาดบ้านนา มาแจ้งความจึงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่เก็บรักษาไว้ ผู้ใดเป็นเจ้าของ ให้นำหลักฐานมาแสดง ตามกฎหมายหากไม่มีเจ้าของมารับคืนภายใน 1 ปี ต้องมอบของนั้นให้ผู้ที่เก็บได้

    ล่าสุด นางอรวรรณ ศรีทอง อายุ 68 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน พร้อมรูปถ่ายสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท หลังทราบว่ามีคนเก็บทองได้มาแจ้งไว้ที่โรงพัก นางอรวรรณ เล่าว่า มาร่วมงานศพหลานสาวที่วัดช้าง อ.บ้านนา แล้วไปซื้อของที่ตลาดบ้านนา สร้อยข้อมือซึ่งเป็นของน้องสาวให้ใส่มา หลุดหายไปไม่รู้ตัว ถ้าไม่ได้คืนต้องเก็บเงินซื้อทองใช้คืนน้องสาว ดีใจมากที่เจอคนดีมีน้ำใจเก็บได้ส่งคืน มอบเงินสดจำนวนหนึ่งให้นางเกษร แม่ค้าผลไม้เป็นการตอบแทนก็ไม่ขอรับ

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก