“องคมนตรี” ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า การดำเนินงานจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศ ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

          วันที่ 4 กันยายน 2562 เวลา 13.00 น.ณ ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ : พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานด้าน ฝนหลวงของกรมฝนหลวง​ และการบินเกษตร

          กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นหน่วยงานสำคัญในการดูแลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร​ และประชาชนเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้ง​ และภัยพิบัติต่างๆ ของประเทศ ในด้านปฏิบัติการฝนหลวงให้กับพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานกว่า 110 ล้านไร่ การเติมน้ำให้เขื่อน​ และอ่างเก็บน้ำสำคัญทั่วประเทศ บรรเทาปัญหาหมอกควันไฟป่า พายุลูกเห็บ

          ปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ รวมถึงพัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งภารกิจดังกล่าวเป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอดศาสตร์พระราชา โครงการฝนหลวงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว อันเป็นการป้องกันและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี

          ด้านการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร มีศูนย์ฝนหลวงหัวหิน ตั้งอยู่ภายในสนามบินบ่อฝ้าย อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของโครงการฝนหลวงในระยะเริ่มแรกบุกเบิกโครงการฝนหลวง

          ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิธ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้สนามบินบ่อฝ้าย เป็นฐานปฏิบัติการหลักในการวิจัย ค้นคว้าทดลองเพื่อพัฒนาขั้นตอนกรรมวิธีและเทคนิคในการปฏิบัติการ ฝนหลวงตั้งแต่ พ.ศ.2512 เป็นต้นมา และเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพระราชกรณียกิจดังกล่าว ด้วยพระองค์เอง

          ทั้งระหว่างที่ทรงแปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล หรือทรงบัญชาการ มาจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐานผ่านข่ายวิทยุตำรวจ โดยกรมการบินพาณิชย์ได้จัดอาคารท่าอากาศยาน ในขณะนั้นให้เป็นสถานที่ทรงงาน หรือ “ศาลาที่ประทับ” และมีห้องทรงงานของพระองค์ ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ.2545 ได้มีการพัฒนาอาคาร “ศาลาที่ประทับ”

          เป็นศูนย์ฝนหลวงหัวหิน ประกอบด้วยห้องทรงงาน อาคาร ที่ทำการ ลานจอดเครื่องบิน โรงเก็บและซ่อมบำรุงอากาศยาน อาคารเก็บรักษาสารฝนหลวง อาคารห้องประชุม และอาคารปฏิบัติการค้นคว้าทดลองทั้งด้านฟิสิกส์และเคมี ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศฝนหลวง สามารถถวายรายงานโดยตรงและตามพระราชประสงค์ผ่านเครือข่ายกองงานส่วนพระองค์

          และได้รับการบำรุงรักษาให้มีศักยภาพพร้อมที่จะสนองพระราชประสงค์ได้อย่างสมพระเกียรติจนถึงทุกวันนี้ โดยปัจจุบันศูนย์ฝนหลวงหัวหิน​ จัดให้มีหอเฉลิมพระเกียรติพระบิดาแห่งฝนหลวงเพื่อจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของฝนหลวง ขั้นตอนการปฏิบัติการฝนหลวง รวมทั้งห้องทรงงาน เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านฝนหลวงของพระองค์ให้กับชาวไทยและชาวต่างชาติ

          สำหรับการพัฒนาต่อยอดภารกิจด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้มีการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการดัดแปรสภาพอากาศตามศาสตร์พระราชา โดยมีที่ตั้ง ณ บริเวณศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ในพื้นที่ 50 ไร่ โดยศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ

          จะขอพระราชทานนามว่า “ศูนย์ฝนหลวงเฉลิมพระเกียรติ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยจะเป็นสถานที่ให้บริการข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโครงการฝนหลวงภายในหอเฉลิมพระเกียรติพระบิดาแห่งฝนหลวง (พิพิธภัณฑ์)

         การพัฒนาบุคลากรด้านวิจัยและด้านปฏิบัติการ การสร้างเครือข่ายวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ การควบคุมคุณภาพการปฏิบัติการฝนหลวง การพัฒนาห้องปฏิบัติการเคมีและเมฆฟิสิกส์ ตลอดจนการพัฒนาห้องทดลองด้านเมฆฟิสิกส์ (Cloud chamber) การถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการดัดแปรสภาพอากาศตามศาสตร์พระราชา รวมทั้งมีศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ตอนบน เพื่อรองรับปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ตอนบน ช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่และสนับสนุนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมสำรวจ ออกแบบอาคาร สิ่งก่อสร้าง และเตรียมจัดตั้งของบประมาณดำเนินการในปี 2564-2567

          รวมถึงขอสนับสนุนอัตรากำลังเพิ่มเติมเพื่อรองรับปฏิบัติงานด้านการวิจัย พัฒนา ถ่ายทอดเทคโนโลยีการฝึกอบรมและระบบควบคุมคุณภาพการปฏิบัติการฝนหลวง และห้องปฏิบัติการวิจัยด้านต่าง ๆ รองรับการทำงานของศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการดัดแปรสภาพอากาศตามศาสตร์พระราชา

          ทั้งนี้ ด้านการปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่เริ่มตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 11 หน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม-29 สิงหาคม 2562 มีการขึ้นปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 172 วัน 4,890 เที่ยวบิน มีวันฝนตกจากการปฏิบัติการฝนหลวงคิดเป็นร้อยละ 88.69 และมีจังหวัดที่มีรายงานฝนตกรวม 58 จังหวัด

Cr.กรมฝนหลวงและการบินเกษตร
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รัฐบาล ชี้แจงถึงแนวทางการพัฒนาสังคม โดยให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในรัฐบาล เพื่อพัฒนาสังคม

         นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงแนวทางการพัฒนาสังคมโดยให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมของรัฐบาล โดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ โดยจะเริ่มด้วยการขับเคลื่อนให้มีการตั้งสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ตามพ.ร.บ.วิสาหกิจเพื่อสังคม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Office of Social Enterprise Promotion “OSEP” ซึ่งสำนักฯมีหน้าที่ทำแผนส่งเสริม ให้การอบรม ให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกแก่ผู้สนใจต้องการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม

          ทั้งนี้ นางสาวรัชดา ชี้แจงเพิ่มเติมว่าตามพ.ร.บส่งเสริมฯนี้ วิสาหกิจเพื่อสังคมจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขการแบ่งปันผลประโยชน์สู่สังคม และจะได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน เช่น ความช่วยเหลือทางการเงิน ช่วยเหลือด้านเงินทุนประกอบกิจการระยะเริ่มแรก สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรสิทธิประโยชน์ตามมาตรการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ในระยะยาว หากมีวิสาหกิจเพื่อสังคมมากขึ้น ก็จะเป็นการส่งเสริมการจ้างงาน การกระจายรายได้แก่กลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ และท้องถิ่นมากขึ้นอย่างมาก

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

พลเอก ประวิตร ฯ เป็นประธานการประชุม “ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ” ครั้งที่ 1/2562 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง

          พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ย้ำไทยเดินหน้าตามแผนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและลดก๊าซเรือนกระจก โดยที่ประชุมเห็นชอบ(ร่าง) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ ก่อนนำเสนอครม.พิจารณาต่อไป

          วันนี้ (5 ก.ย.62) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นชอบ(ร่าง) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ ก่อนนำเสนอครม.พิจารณาต่อไป

          ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมความร่วมมือ NDC Partnership โดยให้สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลัก ( Focal Point) ร่วมกัน ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะได้นำเสนอร่างหนังสือแสดงความจำนงฯ ดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนจะแสดงเจตจำนงอย่างเป็นทางการในการเข้าร่วมความร่วมมือ NDC Partnership ตามขั้นตอนต่อไป

          ทั้งนี้ NDC Partnership เป็นเครือข่ายความร่วมมือที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของประเทศไทยในการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประทศ ภายใต้ความตกลงปารีสและขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งจะเป็นการเพิ่มโอกาสสำหรับประเทศไทยในการได้รับการสนับสนุนด้านต่าง ๆ เช่น การเงิน และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นต้น

          นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบ (ร่าง) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสําหรับการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 25 และมอบหมายให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อ (ร่าง) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนฯ พร้อมมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย ร่วมเห็นชอบ (ร่าง) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนฯ ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่15 และมอบหมายให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายร่วมรับรอง (ร่าง) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนฯ ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ตามลำดับ และมอบหมายให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้แทนประเทศไทยที่ได้รับมอบหมาย นำเสนอแถลงการณ์ร่วมอาเซียนฯ ต่อที่ประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาฯ สมัยที่ 25 ในโอกาสที่ไทยเป็นประธานอาเซียนในปีนี้

          รวมทั้งที่ประชุมมีมติเห็นชอบต่อ (ร่าง) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับการประชุม Climate Action Summit 2019 ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

          รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการฯ ที่ได้ร่วมกันให้ข้อเสนอแนะ มอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ นำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปสรุปจัดทำรายงานการประชุม พร้อมให้ติดตามเรื่องที่ประชุมที่ได้มีมติเห็นชอบและให้มีการรายงานผลการดำเนินงานให้ที่ประชุมรับทราบด้วย

—————-

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

เพราะหนี้สิน !! หนุ่มใหญ่ติดหนี้สินจนหน้ามืด ควงมีด บุกเข้าปล้นแบ็งค์ บัวหลวง รับอรุณ

เพราะหนี้สิน !! หนุ่มใหญ่ติดหนี้สินจนหน้ามืด ควงมีด บุกเข้าปล้นแบ็งค์ บัวหลวง รับอรุณ ได้เงินสี่ล้าน ใส่กระเป๋า แต่ไม่ทันถูก ตร.ปิดจับพร้อมของกลางคามือ อดใช้เงินล้าน กลับต้องนอนคุกแทน

           รับอรุณช่วงเช้า 09.15 น.ของวันที่ 5 ก.ย.62 ได้มีคนร้ายเป็นชายได้ก่อเหตุบุกเข้าปล้นธนาคารกรุงเทพ สาขา ชากค้อ อ. ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยใช้อาวุธมีดปอกผลไม้ ยาวประมาณ 1 ฟุต เป็นอาวุธ บุกเข้าธนาคาร พร้อมตะโกน”เนี่ยคือการปล้น ส่งเงินมาให้หมด พร้อมพนักงานหลบไป และคนร้ายได้เอาเงิน สี่ปึก รวม 4 ล้านใส่กระเป๋าสะพายสีแดงเลือดหมู แต่ไม่สามารถหนีออกมาได้ เพราะ รปภ.ของธนาคาร ได้วิ่งไปตาม ตร.ที่ร้านทองใกล้ๆมาพร้อมวิทยุขอกำลังเสริมผลสุดท้ายจนมุนคาแบ๊งค์พร้อมของกลางเงินสด สี่ล้าน คอตกยอมรับสารภาพ เหตุเป็นหนี้สินเลยหน้ามืดปล้นแบ๊งค์ กลางชุมชน

          โดยจากการสอบสวนในเบื้องต้น ทราบชื่อคนร้ายชื่อ นาย ณัฐดนัย สมบูรณ์ อายุ 40 ปี ได้บุกเดี่ยวใช้อาวุธมีดบุกเข้าธนาคารกรุงเทพ สาขาชากค้อ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมจี้พนักงาน ชิงเงินสดสี่ล้านบาท ใส่กระเป๋าสะพายเตรียมหนี แต่ไม่ทันถูกเจ้าหน้าที่ ตร.มาปิดล้อมจับกุมได้ โดยยอมรับว่า หน้ามืดเพราะติดหนี้นอกระบบเป็นจำนวนมาก ต้องการเงินไปใช้หนี้

         ขณะที่ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผยก.ภ.ชลบุรี เดินทางมาสอบปากคำคนร้ายด้วยตัวเอง โดยคนมีแรงจูงใจในการก่อเหตุในครั้งนี้ เนื่องเป็นหนี้นอกระบบเป็นจำนวนมาก ต้องเงินไปใช้หนี้ จึงตัดสินใจก่อเหตุ

          สำหรับธนาคารแห่งนี้เคยถูกคนร้ายก่อเหตุมาแล้วครั้งหนึ่ง คนร้ายใช้เงินไป 1 ล้านบาทเมื่อวันที่ 29 กันยายน 59 แต่ผลสุดท้ายก็ถูกจับกุมได้ในที่สุด

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ฉก.ศรีวิชัยท่าศาลา ทลายโรงเชือดเถื่อน จับกุม 3 ราย ได้ทั้งซากวัว อาวุธปืน และยาเสพติด

          เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 5 ก.ย.62 นายสุพงษ์วิณัย ชูยก นายอำเภอท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้นายพันธกานต์ รัชณรงค์ ปลัดป้องกัน/เจ้าพนักงาน ปปส.หมายเลข 620201 นำกำลัง อส.ชุดปราบปราบยาเสพติด/ชุดเฉพาะกิจ (ฉก.) ศรีวิชัยท่าศาลา ออกตรวจสอบโรงเชือดเถื่อน หลังได้รับรายงานมาว่าในท้องที่ชุมชนบ้านดอนกุน ที่บ้านเลขที่ 70/3 หมู่ 3 ต.โมคลาน อ.ท่าศาลา มีการลักลอบเปิดโรงฆ่าสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต

          หลังเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพบว่ามีการเปิดโรงฆ่าสัตว์จริง จึงเข้าปิดล้อมจับกุมตัวเจ้าของคือนายศรศักดิ์ หมินหวัง อายุ 34 ปี พร้อมของกลางซากวัวเพศผู้สีดำ 1 ตัว น้ำหนัก 170 กก.เนื้อหมูชำแหละน้ำหนัก 170 กก.รวมทั้งมีดชำแหละและอุปกรณ์การฆ่าสัตว์ โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ก่อนจะควบคุมตัวและตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

          จากนั้นได้เข้าตรวจค้นชุมชนโรงฆ่าสัตว์บ้านบังโยง บ้านทุ่งเกราะ หมู่ 4 ต.โมคลาน อ.ท่าศาลา จับกุมนายจตุรงค์ กำลัง อายุ 34 ปี ได้พร้อมยาบ้า 120 เม็ด อุปกรณ์การเสพ 1 ชุด ก่อนจะนำไปตรวจปัสสาวะ พบว่าฉี่สีม่วง และจับกุมนายสุวิทย์ หวันหวัง อายุ 49 ปี ได้พร้อมของกลางยาบ้า 2 เม็ด , อาวุธปืนสั้นชนิดลูกโม่ .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุน 17 นัด จึงแจ้งข้อหาก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          นายพันธกานต์ รัชณรงค์ ปลัดป้องกันอำเภอท่าศาลา กล่าวว่า พื้นที่ อ.ท่าศาลา มีการลักลอบเปิดโรงฆ่าสัตว์เถื่อนกันหลายราย ซึ่งภายในโรงฆ่าสัตว์นั้นยังมีการเสพยาเสพติดกันด้วย จึงได้รับคำสั่งจากนายอำเภอเพื่อเข้าตรวจสอบและจับกุม ซึ่งคืนเดียวสามารถจับกุมได้ 3 ราย ได้ทั้งซากสัตว์ที่ถูกชำแหละ ยาเสพติด และอาวุธปืน เบื้องต้นการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 รับสารภาพ ก่อนจะถูกส่งตัวไปให้ตำรวจเพื่อขยายผลและดำเนินคดีตามกฏหมายแล้ว.


ธีรศักดิ์ อักษรกูล /รายงาน

มุกดาหาร # ตำรวจนิคมฯ ไล่ล่ารถลักลอบขนไม้พะยูงแหกด่าน หนีเสียหลักพุ่งเข้าป่า คนขับวิ่งหนีถูกรถตำรวจชนดับคาที่

          มุกดาหาร ตำรวจนิคมคำสร้อย นำกำลังไล่สกัดรถกระบะลักลอบขนไม้พะยูงขับฝ่าจุดตรวจตำรวจไล่สกัดรถขนไม้พะยูงขับหนีด้วยความเร็วสูงรถเกิดเสียหลักพุ่งลงป่าขางถนนขณะตำรวจขับรถไล่ตามกระชั้นชิดคนขับรถขนไม้พะยูงรีบโดดออกจากรถ วิ่งตัดหน้ารถตำรวจเพื่อหลบหนีแต่ไม่พ้นถูกรถตำรวจชนเข้าอย่างจัง เสียชีวิตคาที่

          เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำอยู่ตู้จุดตรวจด้านหน้า สภ.อำเภอนิคมคำสร้อย จ.มุกดาหารได้รับแจ้ง จากสายลับว่ามีรถยนต์เชฟโลเล็ตสีดำด้านหน้าไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ด้านท้ายติดแผ่นป้ายหมายเลข ฒน 9829 กทม.ของขบวนการลักลอบขนไม้พยุงมาบนถนน ชะยางกูรจะผ่านหน้าจุดตรวจด้านหน้า สภ.นิคมคำสร้อย เตรียมขนไม้พะยูงส่งนายทุนอยู่แนวชายแดนริมฝั่งโขงพื้นที่ของ จ.มุกดาหาร

          เจ้าหน้าที่จึงเตรียมตรวจสอบ ท้ามกลางสายฝนตก ได้พบรถยนต์กระบะสีดำขับมาด้วยความเร็วสูงคนขับเห็นเจ้าหน้าที่ จึงขับรถแหกจุดตรวจขับหนีไปเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังขับรถไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด คนขับรถไม้พะยูงขับหนีไประยะทางไกลประมาณ 5 ก.ม.ก็ติดสินใจขับเลี้ยวเข้าถนนสายรอง โดยใช้ความเร็วสูงรถจึงเกิดเสียหลักพุ่งเข้าป่าข้างถนน คนขับไม่ได้รับบาดเจ็บกระโดดออกจากรถ วิ่งหลบหนีโดยวิ่งตัดหน้ารถ ตำรวจที่ไล่ตามมาติดๆ รถตำรวจขับหลบไม่พ้นพุ่งชนคนขับรถไม้พะยูงเข้ากลางลำตัวอย่างจังเสียชีวิตคาที่

          ผู้เสียชีวิตสวมเสื้อสีดำแขนชั้นกางเกงยีนส์ขายาวตรวจสอบตามตัว ไม่พบเอกสารไดๆ ตรวจค้นภายในรถก็ไม่พบเอกสารหลักฐานว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน ผู้เสียชีวิตไม่ทราบบุคคลสัญชาติอะไรก็ยังไม่ทราบ ตรวจสอบกระบะหลังรถพบไม้พะยูงรวมจำนวน 135 ท่อนเหลี่ยมเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไม้พะยูงทั้งหมดพร้อมรถส่ง สภ.นิคมคำสร้อยเพื่อตรวจสอบให้ละเอียดเพื่อหาหลักฐานอีกครั้งส่วนผู้เสียชีวิตตำรวจได้นำร่างไปฝากไว้ที่โรงบาลเพื่อรอญาตินำหลักฐานมารับศพนำกลับไปเพื่อไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อยและปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณท่าพระจันทร์ ถึง ท่าเรือท่าช้าง เขตพระนคร..

          วันพุธที่ 4 กันยายน 2562 เวลา 10:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” และ ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ , จนท.ฝ่ายรักษาฯ เขตพระนคร ร่วมกับ จนท.ตำรวจ สน.ชนะสงคราม , จนท.ทหาร ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อย และ ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณถนนมหาราช ตั้งแต่ ท่าพระจันทร์ ถึง ท่าเรือท่าช้าง เขตพระนคร กรุงเทพฯ

          ทั้งนี้ในการลงพื้นที่วันนี้ จนท.สายตรวจ 3 ประสาน ทหาร ตำรวจ เทศกิจ “เขตพระนคร” ได้ร่วมกันตรวจสอบความเป็นระเบียบเรียบร้อยและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบ โดยในวันนี้ จนท.ฝ่ายรักษาฯ เขตพระนคร ได้ทำการเก็บกวาดขยะ และ ได้ทำการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือแก่พี่น้องประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ในพื้นที่ห้ามวางสิ่งของหรือสินค้าออกยื่นมาลุกล้ำบริเวณทางเดินบนทางเท้า

          เบื้องต้นเพื่อเน้นย้ำในการปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” เรื่องการตรวจร่วมโครงการ สายตรวจ 3 ประสาน (ทหาร ตำรวจ กทม.) พร้อมทั้ง เพื่อปฎิบัติงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) เรื่อง พรบ. การรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ( NOW ทำจริง เห็นผลจริง )…

#สำนักงานเขตพระนคร #สายตรวจ3ประสาน #ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ #ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ตามนโยบาย #ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร #NOW_ทำจริง_เห็นผลจริง


ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม “พนักงานเทศกิจ ส.1 เขตพระนคร” รายงาน

ปราจีนบุรี-เปิดศูนย์พัฒนาการเมือง ภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า

https://youtu.be/D30_7c9QDk0

          วันที่ 4 กันยายน 2562 ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานในการเปิดศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้าประจำจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยนายรณรงค์ นครจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รศ.ดร.อนิราช มิ่งขวัญ คณะบดีเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี นายโอรส วงษ์สิทธิ์ ประธานกรรมการศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า ประจำจังหวัดปราจีนบุรี และภาคีเครือข่าย

          นายโอรส วงษ์สิทธิ์ กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง เดิมใช้ชื่อว่าโครงการศูนย์กิจกรรมร่วมรัฐสภา-ประชาสังคม เริ่มโครงการนำร่องในปีงบประมาณ 2542 จัดตั้งศูนย์กิจกรรมร่วมรัฐสภา-ประชาสังคม โดยมีลักษณะ การดำเนินการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันพระปกเกล้าสมาชิกรัฐสภาหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนภาคประชาสังคม เพื่อประสานพลังและทรัพยากร สู่การสร้างกิจกรรมเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยในรูปแบบที่แตกต่าง หลากหลาย เพื่อให้สนองตอบต่อความต้องการและสภาพปัญหาของประชาชนทุกระดับในพื้นที่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และร่วมพัฒนาประชาธิปไตย ทั้งนี้วัตถุประสงค์ ของการดำเนินการโครงการศูนย์กิจกรรมร่วมรัฐสภา-ประชาสังคมเป็นภารกิจที่สอดคล้องโดยตรงกับพันธกิจหลักของสถาบันพระปกเกล้า ในด้านการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน และพันธกิจด้านการส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรในประเทศในกิจการพัฒนาประชาธิปไตย และการสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐสภา

          รศ.ดร.อนิราช มิ่งขวัญ คณะบดีเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี กล่าวความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า ประจำจังหวัดปราจีนบุรี” ซึ่งจะได้เป็นพื้นที่กิจกรรมของคณะกรรมการ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนชาวจังหวัดปราจีนบุรี เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ จัดเวทีสาธารณะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสร้างเสริมประสบการณ์ทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.ปราจีนบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย-แนวกระสอบทรายกั้นน้ำยมพังน้ำไหล่เข้าทะลักชุมชนวังหิน เขตเทศบาลสุโขทัย

          วันที่ 4 กันยายน 2562 เวลา16:30น. แม่น้ำยมบริเวณแนวพนังกั้นน้ำสูง 1.80 เมตร หลังโรงเบียร์ ซ.เทศบาลดำริห์ 8 ชุมชนวังหิน ม.4 ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งอยู่ในช่วงโค้งของแม่น้ำยม ไดัถูกกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก ซัดกระแทกอย่างรุนแรงทำให้กระสอบทรายที่วางเสริมไว้บนแนวพนังกั้นน้ำ ระยะทางยาวเกือบ 30 เมตร พังลงมาทั้งแถบ ส่งผลให้กระแสน้ำไหลทะลักเข้าท่วมถนนเทศบาลดำริห์ 8 และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีบ้านเรือนราษฎรชาวชุุมชนวังหินอาศัยกันอยู่ประมาณ 600 ครัวเรือนอย่างรวดเร็ว ความสูง 20-30 ซม. ชาวบ้านต้องรีบขนข้าวของทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูงกันจ้าละหวั่น เนื่องจากกระแสน้ำไหลทะลักรุนแรงและมีระดับเพิ่มขึ้นเร็วมาก

          หลังลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย นายพิเชฐ ไทยกล้า นายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัยธานี ได้หารือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งจะได้ระดมเจ้าหน้าที่นำบิ๊กแบ็กจำนวน 200 ใบ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก อบจ.สุโขทัย วางเสริมตามแนวพนังกั้นน้ำอีก 2 ชั้นเพื่อให้สูงกว่าเดิม เป็นระยะทางยาวประมาณ 100 เมตร ตลอดแนวโค้ง ป้องกันมิให้กระแสน้ำกระแทกและไหลทะลักเข้ามาได้อีก หากควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว จะใช้เครื่องสูบน้ำระยะไกล ที่ติดตั้งไว้หลังห้างโลตัส สาขาสุโขทัย เร่งสูบน้ำระบายออกลงสู่แม่น้ำยมต่อไป

นายพงเทพ สาคร รายงาน

นายกฯ ลงพื้นที่สุโขทัย ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

          วันที่ 4 กันยายน 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสุโขทัย หลังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดพิษณุโลกแล้วเสร็จ โดยเดินทางมาที่ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อำเภอสวรรคโลก และรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาและการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

          ทั้งนี้ จังหวัดสุโขทัยสรุปข้อมูลพื้นที่ประสบอุทกภัย ได้แก่ อำเภอเมืองสุโขทัย ตำบลยางซ้าย หมู่ที่ 1,3,4,8 ราษฎรประสบภัย 300 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร(นาข้าว) เสียหาย 1,946 ไร่ อำเภอสวรรคโลก ตำบลป่ากุมเกาะ หมู่ที่ 2,3,4,5,6,13,14 ราษฎรประสบภัย 20 ครัวเรือน อำเภอศรีสำโรง ตำบลวังใหญ่ หมู่ที่ 1 และ ตำบลทับผึ้ง หมู่ที่ 2,4,5 ราษฎรประสบภัย 35 ครัวเรือน อำเภอคีรีมาศ ตำบลบ้านป้อม หมู่ที่ 3,4,5 และ ตำบลโตนด หมู่ที่ 5,10,11,15 ราษฎรประสบภัย 40 ครัวเรือน 110 คน พื้นที่การเกษตร (นาข้าว) เสียหาย 444 ไร่ และ อำเภอกงไกรลาศ ตำบลดงเดือย หมู่ที่ 3,6,7,9 ราษฎรประสบภัย 27 ครัวเรือน 75 คน พื้นที่การเกษตร (นาข้าว) เสียหาย 169 ไร่

          สำหรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจที่มีน้ำรั่วซึมนั้น นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พิจารณาเห็นว่า เป็นจุดวิกฤตที่สำคัญ ต้องวางกำลังคนเฝ้าระวังเป็นพิเศษ มีการเสริมกระสอบทราย เตรียมเครื่องสูบน้ำ ป้องกันการรั่วซึมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน