เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติบางลาง มอบเมล็ดพันธุ์พืช, ข้าวสาร, เสื้อผ้าให้กับกลุ่มซาไก หลังจากหลงเข้าเมือง พร้อมนำรถ 6 ล้อ ส่งซาไกกลับป่าฮาลาบาลา

จากกรณีที่กลุ่มชนเผ่าอัสรี หรือซาไก ที่พักอาศัยอยู่ในป่าฮาลาบาลา ใกล้ฐานดาหลา อำเภอธารโต ซึ่งเป็นฐานเก่าของเจ้าหน้าที่ ตชด.445 เดินทางมาหานายนาเซ โต๊ะเฮง พนักงานพิทักษ์ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติบางลาง เพื่อขอเมล็ดพันธ์พืชไปปลูกใช้ดำรงชีพ บริเวณที่พักอาศัย

          วันนี้ (13 ก.ย. 62) นายนาเซ โต๊ะเฮง พนักงานพิทักษ์ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติบางลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ ฉก.ตชด.44 , อส , ได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ข้าวสาร เสื้อผ้าไปมอบให้กับกลุ่มซาไกที่มาพักอยู่ในขนำของชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ตำบลยะรม อำเภอเบตง จังหวัดยะลา สร้างความดีใจให้กับซาไกกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก หลังจากพบปะพูดคุยกินข้าว มอบสิ่งของเรียบร้อยแล้ว นายนาเซ โต๊ะเฮง ก็ได้ประสานนายชาคร คงเสรีกุล ปลัดอำเภอเบตง หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง ขอสนับสนุนรถ 6 ล้อ ของที่ว่าการอำเภอเบตง นำกลุ่มซาไกไปส่งที่นิคมสร้างตนเองเบตง บ้านอัยเยอร์ควีน หมู่ที่ 8 ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

          นายนาเซ โต๊ะเฮง พนักงานพิทักษ์ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติบางลาง เล่าว่า ซาไกกลุ่มนี้รู้จักกับตนมานานแล้ว เวลาตนไปเดินลาดตระเวนในป่าฮาลาบาลา เวลาพบเจออุปสรรค์ปัญหาอย่างเช่น ข้าวสาร อาหารหมด เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถมาส่งเสบียงได้ ก็จะได้ซาไกให้ความช่วยเหลือ โดยให้เงินซาไกเดินเท้าออกมาซื้ออาหารที่หมู่บ้านอัยเยอร์ควีน หรือหมู่บ้านนากอ ตำบลอัยเยอร์เวง จึงทำให้มีความสนิทสนมและไว้ใจกัน การที่ซาไกออกมาจากป่าฮาลาบาลา มาหาตนในครั้งนี้เนื่องจากเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ตนได้ให้ซาไกกลุ่มนี้ช่วยถางหญ้าเพื่อสร้างสนามให้เฮลิคอปเตอร์ลงจอด จากนั้นก็ได้บอกกับซาไกว่า หากเข้าไปเจอกันในครั้งต่อไป จะนำเมล็ดพันธุ์พืชไปให้ปลูก แต่ก็ไม่เคยได้เจอกันอีกเลย เพราะซาไกไม่อยู่เป็นหลักแหล่งย้ายถิ่นฐานไปเรื่อย เมื่อซาไกกลุ่มนี้ได้เดินทางมาถึงบ้านจุฬาภรณ์ 10 จึงได้ให้ชาวบ้านพามาหาตน

—————————

#เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้ #อุทยานแห่งชาติบางลาง #เมล็ดพันธุ์พืช ข้าวสาร เสื้อผ้า #กลุ่มซาไกหลงเข้าเมือง #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล – ผู้สื่อข่าว : อดินันท์ มะลี/ ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.เบตง จ.ยะลา

สำนักข่าวความมั่นคง

สงขลา-เขาหินล้านงาม ต้อนรับนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม

          เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา พล.ต.ชัชภณ สว่างโชติ รองผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี เป็นประธาน เปิดกิจกรรม เข้าค่ายเปิดโลกทัศน์เรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมเพื่อสร้างสังคมสันติสุขด้วยตัวเราเอง โดยมีครูนักเรียน จากโรงเรียนพัฒนาสาธิตวิทยายะลา กว่า 300 คน ผู้นำในพื้นที่พร้อมด้วย ชาวบ้านหินล้านงาม ม.5 ต.ตาชี บ้านเจาะกลาดี ม.8 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา และ บ้านหาดทราย ม.6 ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย สงขลา หน่วยสันติสุข กอ.รมน. 4 ฉก.47 รวม 500 คน

          โดยมี พันเอกชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา พ.อ.อภิชัย เรืองฤทธิ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 ดร.กัญจน์ คงหนู นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือนหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพราน ที่ 47 นายพสิษฐ์ ศรีสุข นายก อบต.ตาชี นายอนันต์พง โฆษิตโภคินัน กำนันต.ตาชี นายอนุวัฒน์ ทองธรรมชาติ ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 นายพีระพงษ์ การะเกตุ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาชีมะลูดิง ปาเต๊ะเล๊าะ, นายกอบต.ธารคีรี อ.สะบ้า ย้อย จ.สงขลา, นายอดุลย์ ปะแตเลาะ ผู้อำนวยการโรงเรียนธรรมคีรีวิทยา ร่วมกันจัดกิจกรรมร่วมกับ ชาวบ้านในพื้นที่ 3 ชุมชน 2 วัฒนาธรรม ต.ตาชี ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลาและ ต.ธารคีรี อ.สะบ้ายอย จ.สงขลา ที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขท่ามกลางความไม่สงบในพื้นที่

          กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อ ส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เกิดจิตสำนึก มีทัศนคติที่ดี และยอมรับในความแตกต่างหลากหลายของเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม ที่ สามารถอยูู่ร่วมกันได้

          สำหรับ กิจกรรมเริ่มจาก ขบวนออฟโรด โดยมีรถจี๊ป ซึ่งเป็นรถที่มีทั่วไปในต.ตาชี เพื่อให้ชุมชน ได้ชื่นชมจากนั้นจะมีกิจกรรม เข้าฐาน การดำรงค์ชีพในป่า ลอดถ้ำยาง ข้ามตาข่าย และใต๋ผ่าต้นยาง นอกจากนั้น นักเรียนที่ร่วมกิจกรรมจะได้ สัมผัส แสงสุดท้าย ในเวลากลางคืน สามารถชมแสงไฟระยิบระยับจากชุมชนก่อนจะมา ชมแสงแรกของวันใหม่และบรรยากาศทะเลหมอกยามเช้า รวมทั้งได้เล่น น้ำตกแกเดะที่เย็นช่ำ ก่อนปิดกิจกรรมก็จะได้รับ มอบใบประกาศนียบัตร และได้เรียนรู้หลักเศรษฐกิจพอเพียงจาก ศูนย์เรียนรู้เศรษฐ์พอเพียง นพค. 42 อีกด้วย

          พล.ต.ชัชภณ สว่างโชติ รองผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี เป็นประธาน กล่าวว่า กิจกรรมนี้ เป็นกิจกรรมที่ดีมาก อยากให้จัดอย่างต่อเนื่อง เพราะ สิ่งที่เกิดขึ้น น้องๆสามารถนำไปเรียนรู้กับชีวิตได้ดี เกิดความอดทน และมีความสามัคคี

         นางสาวรอกีเยาะ อาบู ประธาน กลุ่มจิตอาสารักษ์บ้านเกิด บูเกะโต๊ะบีแด หินล้านงามตาชี ม.5 ต.ยะหา จ.ยะลา กล่าวว่า เป้าหมายหลักๆของการจัดกิจกรรม คือ เราต้องการแสดงให้สังคมภายนอกได้เห็นถึง สังคมพหุวัฒนธรรมที่ 3 ชุมชน ตาชี หาดทราย เจาะกลาดี ยังอยู่ร่วมกันได้ และอยากดึงคนจากนอกพื้นที่เข้ามาในพื้นที่เพื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจภายในชุมชน โดยการจัดกิจกรรมเข้าค่าย ในพื้นที่ อีกทั้งยังต้องการให้เด็กเยาว์ชนรุ่นใหม่ ในพื้นที่ ได้มีอาชีพ มีกิจกรรมดีๆร่วมกัน และ เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดี มีความเข้าใจกัน มีพื้นที่ สำหรับทำกิจกรรม ระหว่างชาวบ้าน ผู้นำในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ กิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้ โดยมีการควบคุม จากพันเอกชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่คอยให้คำปรึกษาแนะนำพวกเราจึงทำให้พวกเราสามารถเตรียมพร้อมงานได้ตามเป้สหมายที่ทุกคนคาดหวัง และมี บรรณาธิการศูนย์อิศรา ที่ช่วยเราทุกอย่างอีกคนที่อยู่เบื้องหลัง ของกิจกรรมวันนี้

          นักเรียน โรงเรียนพัฒนาสาธิตวิทยา กล่าวว่า พวกเราทั้งหมดที่เข้าร่วมกิจกรรม เป็นนักเรียนจากโครงการALL in One อัลมุคอยยัมอัตตัรบาวีย์อัลอิสลามีย์ ครั้งที่ 4 ทีี่ได้มาเข้าค่ายลูกเสือชมวิถีชีวิต หินล้านงามพร้อม สานสันติสุขสู่ชุมชน และยังได้ ผจญภัยในสวนผลไม้ได้ชม ไอหมอก ดินแดนแห่งสองเมืองยะลาและสงขลา สวยงามมากเอดเวนเจอรมาก ขอบคุณทางผู้้จัดที่มีกิจกรรมดีๆให้พวกเรา/.

—————————-

ขอบคุณข้อมูล : Yala ToDay ยะลา ทูเดย์

สำนักข่าวความมั่นคง

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ออกหน่วย“สระไดร์ ไร้เหา” ให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านรานอ จ.ยะลา

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ออกหน่วย “สระไดร์ ไร้เหา” ให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านรานอ ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา งานนี้ ยิ้มแย้มกันถ้วนหน้า

          #สุขภาพอนามัยของเด็กในวัยเรียนเป็นเรื่องสำคัญ เรื่อง “เหา” บนศรีษะ ก็เป็นอีกปัญหาของเด็กนักเรียนหญิงที่ต้องได้รับการดูแล ด้วยเหตุนี้ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 จึงได้จัดกำลังพล ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนหญิง นำยาเวชภัณฑ์ น้ำยาหมักเหา เข้าให้บริการหมักผมกำจัดเหาให้กับนักเรียนหญิงที่มีปัญหาเรื่องเหาบนศีรษะ ตามโครงการ “สระไดร์ ไร้เหา” ณ โรงเรียนบ้านรานอ ม.8 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งได้รับความสนใจ และเข้ารับการหมักผมเป็นจำนวนมาก เรื่องของสัตว์ตัวเล็กที่สร้างปัญหาไม่เล็ก เจอหมักยาเข้าไป… “เหาจ๋า..ลาก่อน”

—————————-

#หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่33
#กำจัดเหา
#ยะลาทูเดย์
#yalatoday

ขอบคุณข้อมูล : Yala ToDay ยะลา ทูเดย์

สำนักข่าวสมาคมตำรวจ

นายกรัฐมนตรี เดินทางตรวจราชการและพบปะประชาชนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจติดตามพื้นที่ก่อสร้างประตูระบายน้ำ

          วันนี้ ( 13 กันยายน 25662 เวลา 09.00 น. ) พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4 ให้การต้อนรับ และร่วมติดตามภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี/รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ในการเดินทางมาตรวจราชการและพบปะประชาชนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจติดตามพื้นที่ก่อสร้างประตูระบายน้ำ ในโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาและบรรเทาอุทกภัยในเขตเมืองนครศรีธรรมราช และพื้นที่ใกล้เคียง

           จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 (โรงเรียนบ้านท่าเรือมิตรภาพที่ 30) เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและนักเรียน พร้อมรับชมการแสดงมโนราห์ร่วมสมัยของน้อง ๆ นักเรียนโรงเรียนสาธิตฯ ก่อนมอบอุปกรณ์ส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ และมอบอุปกรณ์การเรียนแก่นักเรียน หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีออกเดินทางไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งถือเป็นศาสนสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช

—————————

ขอบคุณข้อมูล : ข่าวทหาร ทภ.4

สำนักข่าวความมั่นคง

จนท.เทศกิจ “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อยกวดขันจัดระเบียบ “ผู้ค้า” บริเวณไปรษณีย์วัดเลียบ ปากคลองตลาด เขตพระนคร..

          วันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 เวลา 17:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” พร้อมทั้ง ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจ “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยพร้อมทั้งกวดขันจัดระเบียบ “ผู้ค้า” บริเวณไปรษณีย์วัดเลียบ ปากคลองตลาด เขตพระนคร กรุงเทพฯ

         ทั้งนี้ในการลงพื้นที่วันนี้เพื่อเน้นย้ำผลการปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” อีกทั้ง เพื่อเน้นย้ำและปฎิบัติงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ในเรื่องพรบ.การรักษาความสะอาด เเละความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ( NOW ทำจริง เห็นผลจริง )…

#สำนักงานเขตพระนคร

#สายตรวจ 3 ประสาน

#เจ้าหน้าที่เทศกิจ #สนง.เขตพระนคร

#ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ลุยตรวจกวดขัน #ผู้ค้า #ปากคลองตลาด

#ตามนโยบาย #ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

#NOW_ทำจริง_เห็นผลจริง


ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม “พนักงานเทศกิจ ส.1 เขตพระนคร” รายงาน

ปราจีนบุรี – รถทัวร์โดยสารพุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วง บาดเจ็บจำนวนมาก

https://youtu.be/rP0PjjQuiD4

          เมื่อเวลา 01.30น.วันที่ 14 กันยายน 2562 ร.ต.อ.ประยงค์ หม่อมวงศ์สุวรรณ รอง.สว.(สอบสวน) สภ.สระบัว รับแจ้งอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสารชนกับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย ที่เกิดเหตุบนถนนสาย 304 กบินทร์บุรี –นครราชสีมา หน้าศูนย์วิจัยสัตว์ปีก กม. 155 ม. 3 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังรับแจ้งพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรี กู้ชีพ รพ.กบินทร์บุรี รุดตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

          ในที่เกิดเหตุพบรถทัวร์โดยสารปรับอากาศชั้น 1 เป็นรถนอน 2 ชั้น หนองคาย-ตราด ม. 4 ข. สีฟ้า ชาว หมายเลขข้างรถ 590-12 ทะเบียน 10-7775 อุดรธานี ของบริษัท 407 พัฒนา จำกัด สภาพรถด้านหน้าพังยับเยินตกลงร่องน้ำข้างทางฝั่งขาเข้ากบินทร์บุรี ภายในรถมีผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยจำนวนกว่า 40 คน หนีตายออกมาจากตัวรถอย่างโกลาหล และมีผู้ได้บาดเจ็บอยู่ในรถอีกจำนวนหลายราย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯได้ช่วยเหลือออกมาจากตัวรถปฐมพยาบาลก่อนนำส่ง รพ.กบินทร์บุรี รพ.นาดี/ และ /รพ.ศรีมหาโพธิ ส่วนบนท้องถนนมีนมถั่วเหลืองบรรจุกล่องแลคตาซอยตกหล่นเกลื่อนถนน กีดขวางการจราจร 1 ช่องทาง

          ส่วนบริเวณหน้ารถพบร่างคนขับรถทัวร์ถูกอัดติดคาซากรถในสภาพอาการสาหัส เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกำลังยื้อชีวิต พร้อมกับนำเครื่องตัดถ่างงัดร่างออกจากตัวรถ ในสภาพอากาศที่มีฝนตกโปรยปรายตลอดเวลา ใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงสามารถนำร่างออกจากรถได้นำส่ง รพ.กบินทร์บุรี ทราบชื่อคือสมบัติ กลีบจำปี อายุ 50 ปี เป็นคนขับมือหนึ่ง ด้านถนนฝั่งขวาพบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อฮีโน่ ทะเบียน 70-1021 นครนายก ทะเบียนตัวพ่วง 70-0919 นครนายก มีนายเกรียงศักดิ์ แคล้วกลาง อายุ 42 ปี เป็นคนขับ บรรทุกนมถั่วเหลืองบรรจุกล่องของบริษัทแลคตาซอยมาเต็มคัน สภาพรถตัวพ่วงด้านซ้ายมีรอยเฉี่ยวชนยุบ ส่งผลทำให้นมถั่วเหลืองบรรจุกล่องกระจายเกลื่อนถนน

          นายถาวร อินทโส อายุ 52 ปี คนขับรถทัวร์มือ 2 กล่าวว่า รถทัวร์คันดังกล่าวออกจากจังหวัดระยอง มุ่งหน้าจังหวัดหนองคาย เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 13 กันยายน 2562 ในรถมีผู้โดยสารเต็มคันประมาณ 40 กว่าคน ขณะเกิดเหตุตนนอนหลับอยู่มารู้สึกอีกทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และถามเด็กรถว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องต้นทราบว่าบรรทุกพ่วงปาดหน้า ด้านนาย เกรียงศักดิ์ แคล้วกลาง คนขับรถบรรทุกพ่วง กล่าวว่า ได้บรรทุกทุกนมทั่วเหลืองออกมาจากบริษัทแลคตาซอย เพื่อจะไปส่งให้ลูกค้าที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อเวลา 23.00 น.ขณะขับมาถนนเลนซ้ายเป็นหลุมเป็นบ่อตนจึงวิ่งเข้าเลนขวานานกว่า 20 นาที เมื่อมาถึงตรงจุดหลัก กม.155 ก็ได้ยินเสียงเบรกดังอยู่ท้ายรถ ก่อนถูกชนท้าย คาดว่ารถทัวร์น่าจะวิ่งมาเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนต่อไป

—————————

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.ปราจีนบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กระทรวงยุติธรรมและกรมบังคับคดีจัดโครงการมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562จ.สุโขทัย

          วันที่ 14 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ในจังหวัดสุโขทัย โดยมีนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมศรีจุฬาลักษณ์โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม จังหวัดสุโขทัย

          การจัดโครงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีในครั้งนี้ ถือเป็นการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปีที่ได้กำหนดนโยบายหลัก 12 ด้าน เพื่อพัฒนาประเทศ แก้ไขปัญหาปากท้อง และสร้างรายได้ให้ประชาชนให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

          การจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีในครั้งนี้ กรมบังคับคดีร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวม 5 หน่วยงาน ได้แก่ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ธนาคารออมสิน บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) มีลูกหนี้ตามคำพิพากษาในเขตพื้นที่รวม 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย, จังหวัดตาก, จังหวัดพิจิตร, จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดอุตรดิตถ์ รวมทั้งสิ้น 3,200 เรื่อง

          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการดำเนินการภารกิจเชิงรุกในการเพิ่มโอกาสให้เจ้าหนี้ และลูกหนี้สามารถเจรจากันได้ด้วยความพึงพอใจ สะดวก รวดเร็ว เป็นธรรม และไม่มีค่าใช้จ่าย เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ และลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้ ส่งผลให้ลูกหนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องถูกบังคับคดี หรือถูกฟ้องล้มละลาย อีกทั้งยังเป็นการอำนวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและช่วยเหลือประชาชนให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย ตลอดจนเป็นการสร้างสังคมที่เป็นสุขให้กับประชาชน

—————————

ภาพข่าว:วิชัย สิทธิพันธ์
นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

สุโขทัย-อาถรรพ์ศุกร์ 13 ฝ่ายปกครองเฮี้ยน!! ลุยผับเด็กผมติ่งหู CLUB 64 สุโขทัย ชงผู้ว่าเตรียมสั่งปิด 5 ปี

         กรมการปกครอง นำโดย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง และนายประสงค์ อุไรวรณ์ ปลัดจัง หวัดสุโขทัย นายธนพงษ์ บุญเรือง นายอำเภอเมืองสุโขทัย นายสุชาติ พระเพชร ปัองกันจังหวัดสุโขทัย พร้อมพนักงานฝ่ายปกครองส่วนกลาง จากสำนักการสอบสวนและนิติการ บุกเข้าจับกุมสถานบันเทิงเถื่อน!! หลังได้รับการร้องเรียนจากครูและผู้ปกครองว่า สถานบันเทิงชื่อ CLUB 64 ต้ังอยู่ ซอยประชาร่วมใจ ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย มีการปล่อยปละละเลยให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ เข้าไปใช้บริการภายในร้าน และยังปิดให้บริการเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด เป็นเหตุให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน เป็นอย่างมาก

         จึงได้ส่งสายลับซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง เข้าทำการสืบสวน พบว่า ร้าน CLUB 64 มีลักษณะเป็น “ผับ” ที่เข้มงวดตรวจบัตรประชาชน ไม่มีการตรวจอาวุธของผู้เข้าใช้บริการ ผับแห่งนี้ไม่ได้ให้ความสาคัญกับอายุของบุคคลผู้เข้าใช้บริการแต่อย่างใด กลับปล่อยให้เด็กที่มีอายุต่ากว่า 20 ปี เข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด มีการยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการเต้นภายในร้าน ถึงแม้ว่าภายในร้านจะมีการติดป้ายว่า “ห้ามลุกเต้น” ก็ตาม ซึ่งคาดว่าทางร้านเขียนไว้เพื่อเป็นการเลี่ยงกฎหมาย ให้ไม่เป็นสถานบริการ เพราะร้านนี้ไม่มีใบอนุญาต ทั้งๆที่ ในร้านไม่มีเก้าอี้ให้ลูกค้านั่งแต่อย่างใด และลักษณะการเล่นเพลงในร้าน เป็นเพลงแนวแดนซ์ ลูกค้าส่วนใหญ่ จะเต้นไปตามจังหวะเสียงเพลงเป็นปกติ โดยที่ทางร้านไม่ได้มีการห้ามปรามหรือตักเตือนแต่อย่างใด

          สายลับพบนักเที่ยวในผับส่วนมากเป็นเด็ก โครงสร้างภายในผับได้มีการจัดทำทางหนีทีไล่เป็นประตูลับ จำนวน ถึง 2 แห่ง โดยพนักงานร้านจะจัดโซนให้เด็กอยู่ใกล้กับบูทดีเจ ติดกับประตูลับดังกล่าว เพื่อให้เด็กในผับสามารถหลบหนีออกด้านหลังร้านได้รวดเร็ว หากมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบจับกุม

         ปฏิบัติการจู่โจมสถานบันเทิงละเมิดกฎหมาย เปิดเผยขึ้น เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2562 เวลา 00.30 น. เมื่อสายลับส่งสัญญาณความพร้อม ชุดจับกุมเข้าไปถึงร้าน CLUB 64 ต้ังอยู่ ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ภายในร้านพบนักเที่ยว จำนวนกว่า 250 คน กำลังเต้นอย่างเมามันตามจังหวะของเสียงดนตรี ทันทีที่นักเที่ยวรู้ว่าถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ภายในผับเกิดโกลาหล เด็กหลายคนพยายามจะหลบหนีออกทางประตูลับด้านหลังร้าน แต่ชุดจับกุมได้วางแผนมาเป็นอย่างดี โดยส่งเจ้าหน้าที่ปิดล้อมประตูลับไว้ทุกด้าน จึงทำให้นักเที่ยวไม่สามารถหนีออกไปได้ เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองสั่งให้เปิดไฟแสงสว่าง ประกาศให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ได้ตรวจสอบภายในร้าน

  1. พบนักเที่ยวทั้งหมด จำนวน 260 คน เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการ จำนวน 154 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 67 คน โดยมีเด็กอายุต่ำสุด เพียง 15 ปี จึงส่งตัวเด็กให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุโขทัย ดำเนินการบันทึกทำข้อตกลงและแจ้งผู้ปกครองมารับตัวต่อไป
  2. และมีนักเที่ยวไม่พกบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 22 คน จึงส่งพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสุโขทัยดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับ
  3. พบยาเสพติด ตกอยู่ภายในร้าน ประกอบด้วย ซองยาเค จำนวน 2 ซอง และยาบ้าจำนวนหนึ่ง

โดยมีนายมงคล ปานทอง อายุ 22 ปี มาแสดงตัวเป็นผู้ดูแลร้าน เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง จึงได้จับกุมตัวและแจ้งข้อหา ดังนี้

(1) ร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
(2) ร่วมกันขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
(3) ร่วมกันขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาห้ามขาย
(4) ร่วมกันยุยงส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร
(5) ร่วมกันจำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราแก่เด็ก

         นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการ ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบ สวนและนิติการ กรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองจะกวดขัน จับกุม ปราบปราม สถานบริการที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผู้ประการการสถานบันเทิงควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยประกอบธุรกิจให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสวัสดิ ภาพและส่งเสริมความประพฤติเด็ก สถานบันเทิงไม่สามารถปล่อยให้เด็กเข้าไปใช้บริการได้สถานที่เหล่านี้ ไม่สมควรให้เยาวชนเข้ามาใช้บริการหรือใช้เป็นที่มั่วสุม เพราะเป็นต้นทางนำไปสู่ปัญหาสังคมอื่นตามมากมายมาย เช่น สถานที่แห่งนี้ ยาเสพติดเริ่มแพร่ระบาดสู่เยาวชน เป็นบ่อเกิดของอาชญากรรมอื่นตามม “เพื่อมิให้สถานบริการเป็นแหล่งกระทำผิดกฎหมาย ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง เพราะหากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว จะส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม”

          เนื่องจาก ร้าน CLUB 64 กระทำผิดกฎหมายโดยชัดแจ้ง จากนี้ไป พนักงานฝ่ายปกครองจะได้เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย มีคำสั่งปิดสถานที่ดังกล่าว เป็นเวลา 5 ปี ต่อไป

—————————-

ภาพ:f:ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม
นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

มุกดาหาร # “จุรินทร์” ลงพื้นที่มุกดาหาร เดินหน้าขับเคลื่อนการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว สานสัมพันธ์การค้า เชื่อมโยงสองฝั่งโขง

“จุรินทร์” เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว” พร้อมเชิญภาครัฐและเอกชนร่วมหารือแนวทางและมาตรการส่งเสริมการค้าชายแดน 2 ประเทศ เผยจะมีการลงนาม MOU ทำการค้าขาย 5 คู่ มูลค่ากว่า 323 ล้านบาท และจัดงานนำสินค้าดีจาก 20 จังหวัดภาคอีสาน และของดีจากสปป.ลาวมาร่วมจัดแสดงและจำหน่าย

         เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐ มนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร-สะหวันนะเขต “สานสัมพันธ์การค้า เชื่อมโยงสองฝั่งโขง” ซึ่งกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศ ร่วมกับหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงพาณิชย์และจังหวัดมุกดาหาร จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 กันยายน 2562 ณ จังหวัดมุกดาหาร

         ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ใช้โอกาสนี้ จัดการประชุมส่งเสริมการค้าชายแดนของภาคเอก ชนไทย-สปป.ลาว โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานภาคเอกชนของไทย คือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย สภาธุรกิจ ไทย-ลาว สมาคมนักธุรกิจไทยในสปป.ลาว หอการค้าจังหวัดชายแดน ไทย-ลาว 12 จังหวัด และเครือข่ายธุรกิจ Biz Club ประเทศไทย และฝ่ายสปป.ลาว คือ สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และสภาการค้าและอุตสาหกรรมแขวง 8 แขวง มาประชุมร่วมกัน เพื่อหารือถึงแนวทางและมาตรการในการส่งเสริมและขับเคลื่อนการค้าชายแดน

          ทั้งนี้ ในช่วงการจัดงาน จะมีการลงนามใน MOU ระหว่าง ผู้ประกอบการไทยกับสปป.ลาวจำนวน 5 คู่ มีมูลค่ากว่า 323 ล้านบาท และยังจัดให้มีกิจกรรม Business Matching ระหว่างผู้ประกอบการไทย-สปป.ลาว (MOC Biz Club และ YEN-D) ณ บริเวณงานแสดงและจำหน่ายสินค้า ศูนย์การค้าโรบินสัน จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งคาดว่าจะสามารถตกลงทำการค้าได้เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

         นอกจากนี้ ยังได้จัดให้มีการสัมมนา หัวข้อ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ ผลักดันเศรษฐกิจ การค้าชายแดน” โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ” รู้ลึก รู้ซึ่ง เข้าถึง สิทธิประโยชน์ และการใช้ Form D/E” โดยกรมการค้าต่างประเทศ “การจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าระหว่างประเทศ (Madrid Protocol)” โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา, การจัดอบรมสัมมนาบุคลากรภาครัฐและภาคเอกชนของ CLMVT เพื่อยกระดับธุรกิจสู่ห่วงโซ่คุณค่าสากล “CLMVT Adapt to Global Value Chain” คาดว่าผู้เข้าร่วมการอบรมจากกลุ่มประเทศ CLMVT จำนวน 200 ราย และการจัดกิจกรรม Mini Export Clinic เชื่อมโยงท้องถิ่นสู่สากล

         ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ได้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า ณ ศูนย์การค้าโรบินสันมุกดาหาร จำนวน 110 คูหา ประกอบด้วย สินค้าของดี 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สินค้า OTOP ไทย และ ODOP ลาว สินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป เกษตรนวัตกรรม อุปกรณ์และปัจ จัยทางการเกษตร สินค้าท่องเที่ยว สปา และแฟรนไชส์ โดยได้รับความร่วมมือจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank)

          การจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนในครั้งนี้ จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สปป.ลาว ที่มีมาอย่างยาวนานให้แน่นแฟ้นมากขึ้นในฐานะบ้านไกล้เรือนเศียงที่สำคัญ โดยจังหวัดมุกดาหารถือเป็นประตูการค้าที่สำคัญของไทยด้านชายแดนสปป.ลาว ที่เชื่อมต่อกับแขวงสะหวันนะเขต ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 แต่มีประชากรมากเป็นอันดับ 1 โดยมีด่านการค้าที่สำคัญ คือ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย – ลาวแห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยการค้าซายแดนและผ่านแดนของไทย 31.27% ต่อปี มีเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการส่งออกผลไม้ไทยผ่านแดนไปยังเวียดนามและจีนตอนใต้ รวมถึงอยู่ในเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) หรือเส้นทางหมายเลข 9 (R9) ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสามารถส่งเสริมให้เกิดการค้าการลงทุน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ อันจะช่วยผลักดันให้มูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มสูงขึ้นอีกทางหนึ่ง

         สำหรับการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว ในช่วง 7 แรกของปี 2562 (มกราคม – กรกฎา คม) มีมูลค่ารวมสูงถึง 33,029 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ วงจรพิมพ์ สินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ น้ำมันดิเซลเป็นต้น สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ทองแดงและผลิตภัณฑ์ เชื่อเพลิงอื่นๆ เครื่องรับ – ส่งสัญญาณและอุปกรณ์ติดตั้ง (โทรศัพท์) เป็นต้น.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

พวงเพชร จันทร์ดี / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สัตหีบชลบุรี-จัดงานเทศกาลไหว้พระจันทร์อย่างยิ่งใหญ่

          คืนวันที่ 13 ก.ย.62 นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี ประธานมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบและนายกเทศบาลเมืองสัตหีบ ได้กล่าวต้อนรับและกล่าวขอบคุณ นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ที่มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ ตลอดจนคณะกรรมการจัดงานและผู้ที่มาร่วมงานในวันนี้ ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือ ของเทศบาลเมืองสัตหีบ และวัฒนธรรมอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยนายไชยเทพ บุญเลิศ วัฒนธรรมอำเภอสัตหีบ ที่สนับสนุนงบประมาณ ให้กับมูลนิธิโรจนธรรมสถานสัตหีบ จัดงานไหว้พระจันทร์ประจำปี 2562 ณ มูลนิธิโรจนธรรมสถานสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

          ซึ่งผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่ทั้งหญิงและชายจะแต่งกายด้วยชุดกี่เพ้าสีสวยสดใสแบบโบราณ มาร่วมงาน เพื่อเป็นการสืบทอดและอนุรักษ์ประเพณีให้คงไว้กับชาวไทยเชื้อสายจีน โดยมีหน่วยงานภาคเอกชน ชมรม สโมสรต่างๆ ได้มาร่วมออกร้านจัดอาหารคาวหวาน ตลอดจนผลไม้ ไอศครีม และเครื่องดื่มมาให้บริการกับผู้มาร่วมงานอย่างคับคั่ง รวมถึงมีรถลากให้นั่งรอบตลาดสัตหีบ และมีรถยนต์แบบโบราณมาให้นั่งเพื่อบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

         บรรยากาศและสีสันของการจัดงานไหว้พระจันทร์ของอำเภอสัตหีบ เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเย็น ในมณทลพิธีจัดงานได้มีการจัดเตรียมกระเช้าและของไหว้พระจันทร์ไว้เป็นจำนวนมาก ตลอดจนสิ่งของอันเป็นมงคลจากการไหว้พระจันทร์ เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้จับจองและร่วมประมูลพร้อมบริจาคเงิน เพื่อนำสิ่งของอันเป็นมงคลมารับประทานหรือนำกลับมาสักการะบูชาภายในบ้านตามความเชื่อที่ว่าจะนำสิ่งอันเป็นมงคลเข้าบ้านให้ทำมาค้าขายกำไรร่ำรวยเงินทองและอื่นๆ อันเป็นสิ่งที่ดีงาม จะตามมาอีกมากมาย ทำให้บรรยากาศของการจัดงานในวันนี้เป็นไปด้วยความอบอุ่น นอกจากจะได้บุญกุศลตามความเชื่อแล้ว ยังได้มิตรภาพที่ดีของคนในชุมชนอีกด้วย

          ทั้งนี้พิธีไหว้พระจันทร์ในปีนี้ ทางประธานมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ ได้ร่วมกับชาวไทยเชื้อสายจีนช่วยกันอธิษฐานขอให้ประชาชนชาวไทยที่กำลังประสบอุทกภัยได้รับความเสียหายอยู่ในขณะนี้กลับมาสู่ในสภาวะปกติโดยเร็ว

—————————-

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก