มุกดาหาร # ตม.จว.สืบค้นข้อมูล ในระบบรถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะ จับกุมคนลาว Overstay จำนวน 781 วัน

ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ระดมกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) และผู้กระทำผิดตามกฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

         เมื่อวันที่ 21 ก.ย.62 เวลา 09.00 น ตม.มุกดาหาร ภายใต้การสั่งการของ พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4, พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 และ พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล สว.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 เจ้าพนักงานตำรวจที่จับ ว่าที่ ร.ต.ต.จิรภัทร อินทะเนน รอง สว.ตม.จว.มุกดาหาร, ด.ต.สมบัติ แก้วพวง, ด.ต.กานตพงศ์ บุดดีวัน และ ด.ต.ยุทธพล เศษสุวรรณ ผบ.หมู่ ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการจับกุม MR.BOUNPASONG SOUPHANSA อายุ 19 ปี สัญชาติลาว ถือหนังสือ เดินทางเลขที่ PA 0120313 ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” สถานที่จับกุม บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร ต.มุกดาหาร อ.เมืองจ.มุกดาหาร

         พฤติการณ์ในการจับกุม ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร ได้ตรวจพบ MR. BOUNPASONG SOUPHANSA อายุ 19 ปี สัญชาติลาว (ทราบชื่อ-สกุล อายุ และสัญชาติภายหลัง) ยืนอยู่บริเวณที่ดังกล่าว มีรูปร่างลักษณะท่าทางมีพิรุธคล้ายคนต่างด้าว จึงได้แสดงตัวเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ผู้ถูกจับไม่มีเอกสารหลักฐานมาแสดงแต่อย่างใด จากการสอบถามรับว่าตนเป็นบุคคลสัญชาติลาว เจ้าหน้าที่จึงสอบถามว่ามีหนังสือเดินทางหรือไม่ ผู้ถูกจับแจ้งว่าได้สูญหายมานานแล้ว เบื้องต้นสืบค้นข้อมูลในระบบรถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะ (ระบบ PIBICS) ปรากฏว่าพบข้อ มูลการเดินทาง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ถูกจับมาที่ทำการงานสืบสวนปราบปราม ตม.จว. มุกดาหาร เพื่อตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร โดยละเอียด

         จากการตรวจสอบข้อมูล ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ด้วยระบบไบโอเมทริกซ์(Biometrics) พบข้อมูลว่า ผู้ถูกจับถือหนังสือเดินทางเลขที่ PA 0120313 ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 3 กรกฏาคม 2560 (3 JUL 2017) ได้รับการตรวจลงตราประเภท ผผ.30 อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2560 (1 AUG 2017) แต่ผู้ถูกจับได้อยู่ในราชอาณาจักรมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้ทราบว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดข้อหา “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 จึงทำการจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

พวงเพชร จันทร์ดี / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ทัพเรือภาคที่1 จัดพิธี ย่ำพระสุริย์ศรี อำลาชีวิตราชการอย่างสมเกียรติ

         ที่หน้ากองบัญชาการทัพเรือภาคที่1 อ. สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้จัดพิธีอำลาการรับราชการของผู้ครบเกษียณอายุราชการ กระทำพิธีย่ำพระสุริย์ศรี อำลาชีวิตราชการของ พลเรือโท บรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 และข้าราชการ ซึ่งมีผู้ครบกำหนดเกษียณอายุราชการ จำนวน 6 นาย ผู้ขอลาอออกตามโครงการ เกษียณอายุราชการ 1 นาย โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการทหาร ลูกจ้าง ตลอดจนครอบครัวกำลังพลเข้าร่วมในพิธี

         โดยในลำดับพิธีในวันนี้ ผู้เกษียณอายุราชการนำพวงมาลัยถวายบูชาพระบรมสารีริก ธาตุและถวายพวงมาลัย รูปหล่อพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บริเวณชั้น 3 หลังจากนั้นได้ลงมารับชมการแสดงของวงโยธวาธิตของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และพิธีย่ำพระสุริย์ศรี ดวงอาทิตย์เคลื่อนลับขอบฟ้า ในช่วงเวลายามเย็น พร้อมมอบของที่ระลึกให้กับผู้อำลาชีวิตราชการ ปิดท้ายด้วยการเดินลอดซุ้มกระบี่ นับว่าเป็นการอำลาชีวิตราชการอย่างสมเกียรติ

         พลเรือโท บรรจบ โพธิ์แดง กล่าวว่า ผู้ครบเกษียณอายุราชการ รวมทั้งผู้ที่ขอลาออกก่อนเกษียณ อายุราชการ พวกท่านนั้น พิสูจน์ให้เห็นถึงความผูกพัน ความยึดมั่นในความเสียสละ ที่มีต่อกองทัพเรืออันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา นอกจากความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ราชการที่มีมาตามลำดับแล้ว ผลงานและคุณงามความดีที่มีต่อกองทัพเรือ ในด้านผลการปฏิบัติงานด้วยความเสียสละและความสามารถตลอดระยะเวลาอันยาวนาน จึงนับว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ ทัพเรือภาคที่ 1 และกองทัพเรือตลอดมา ผู้ที่ครบเกษียณอายุราชการรวมทั้งผู้ที่ขอลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2562 จึงสมควรแก่การได้รับการยกย่องสรรเสริญเป็นอย่างยิ่ง

         ในโอกาสที่ท่านจะต้องอำลาชีวิตราชการจากกองทัพเรือ ไปตามวาระในวันที่ 30 กันยายนนี้ ทัพเรือภาคที่1 กระทำพิธีย่ำพระสุริย์ศรี เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและแสดงความขอบคุณ ที่ท่านได้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละเพื่อประเทศชาติมาอย่างยาวนาน ซึ่งตลอดเวลาดังกล่าว ท่านได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับทัพเรือภาคที่1 ในด้านต่างๆนานับประการ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุ่งหน้าสู่อุบลราชธานี !! นายกแหลมฉบัง ปล่อยขบวนรถบรรทุกถุงยังชีพช่วยน้ำท่วม จ.อุบลฯ

         ที่บริเวณด้านหน้าเทศบาลนครแหลมฉบัง ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล, หัวหน้าส่วนราชการ, คณะกรรรมการชุมชน และบริษัทเอกชนภายในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง ได้ร่วมกันปล่อยขบวนรถบรรทุกถุงยังชีพ ส่งน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี อาทิ เครื่องอุปโภค บริโภค ที่จำเป็นประเภท ข้าวสารอาหารแห้ง, น้ำดื่ม, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ปลากระป๋อง, ผักกาดกระป๋อง, เครื่องนุ่งห่ม, ยารักษาโรค ที่มีพี่น้องประ ชาชนชาวแหลมฉบัง ได้ร่วมกันบริจาค นำไปส่งมอบให้พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ จ.อุบลราชธานี

          และสำหรับการปล่อยขบวนในครั้งนี้ ได้มีรถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 8 คัน กลุ่มออฟโรด และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเดินทางไปส่งมอบในครั้งนี้อีกด้วย

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี-แขวงทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจและขุดขยายช่องทางระบายน้ำ ริมถนน ปากทางสไลด์เดอร์ เปิดพื้นที่ทางระบายน้ำในจุดที่น้ำท่วมซ้ำซาก

แขวงทางหลวงจันทบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจและขุดขยายช่องทางระบายน้ำริมถนนปากทางสไลด์เดอร์ เปิดพื้นที่ทางระบายน้ำในจุดที่น้ำท่วมซ้ำซาก

         วันนี้ ( 20 ก.ย.62 )ที่บริเวณปากทางเข้าสไลด์เดอร์ ถนนรักศักดิ์ชมูลฝั่งขาออก ตัวเมืองจันทบุรี ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยนายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, นายสวัสดิ์ เทียมมีเชาว์ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงจังหวัดจันทบุรี, หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี และคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าช้าง ได้ร่วมกันลงพื้นที่ นำเจ้าหน้าที่ทำการขุดลอกทางระบายน้ำริมถนนปากทางสไลด์เดอร์ ซึ่งเป็นจุดที่น้ำท่วมซ้ำซาก น้ำรอการระบาย เมื่อมีฝนตกลงมาแต่ละครั้ง จะเกิดน้ำท่วมขัง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เนื่องจากเวลามีฝนตกและน้ำจะไหลข้ามทาง หากผู้ไม่คุ้นชินเส้นทาง และขับรถมาด้วยความเร็ว เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

          เบื้องต้นทางแขวงทางหลวงจังหวัดจันทบุรี ได้นำเจ้าหน้าที่ขุดลอกท่อพักน้ำ ให้นำสามารถไหลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าของที่ ชาวบ้านภาคเอกชน ใกล้เคียงให้น้ำไหลผ่านที่ของตนเองเป็นการแก้ปัญหาน้ำรอการระบายเนื่องจากฝนตกหนักบนถนนเส้นดังกล่าว

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะตรวจเยี่ยมการให้บริการ ด้านสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี พร้อมพบปะพูดคุยกับ อสม. และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและคณะตรวจเยี่ยม การให้บริการด้านสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี พร้อมพบปะพูดคุยกับ อสม.และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล

         วันนี้ ( 21 ก.ย.62 ) นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะ ได้เดินทางมาปฏิบัติราชการตรวจเยี่ยม หน่วยบริการเคลื่อนที่ลอกต้อกระจกฟรี ช่วยเหลือประชาชน ที่วัดศรีเมืองท่าใหม่ โดยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและอสม.ให้การต้อนรับ

         หลังจากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ชมความพร้อมอุปกรณ์การแพทย์ ให้บริการ ศูนย์มะเร็ง ศูนย์โรคหัวใจ และศูนย์ไตเทียม สร้างความมั่นใจแก่ผู้รับบริการและประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางด้านสาธารณสุข โดยมีนายแพทย์วินัย บรรจงการ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปนำเสนอภาพรวมของงานบริการด้านสาธารณสุข การรักษาผู้ป่วย และ การป้องกันโรค ปัญหาการจัดบริการของโรงพยาบาล การพัฒนาโรงพยาบาลตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ความต้อง การสนับสนุนจากภาครัฐ และลงเยี่ยมพื้นที่ อาคารศูนย์ความเป็นเลิศด้านมะเร็ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านหัวใจ และศูนย์ไตเทียม

         ส่วนภาคบ่าย นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประ ธาน เปิดศูนย์บริการสุขภาพข้ามพรมแดนและพบปะพูดคุยให้กำลังใจ อสม.ที่ รพ.สต.หนองตาคง อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี จัดโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ เพิ่มพูนความรู้และพัฒนาศักยภาพทักษะการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ยุค 4.0

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี จัดโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ เพิ่มพูนความรู้และพัฒนาศักยภาพทักษะการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ยุค 4.0

         วันนี้ ( 20 ก.ย.62 ) ที่ห้องมณีทิพย์ โรงแรมนิวแทรเวิลลอด์จ จังหวัดจันทบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี ได้จัดโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการประชา สัมพันธ์ โดยมีนายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาศักยภาพทักษะด้านการผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ให้กับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้าน ที่รับผิดชอบงานด้านการประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ด้วยการสร้างสัมพันธภาพอันดี และการพัฒนาส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกัน เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดี

          ซึ่งการประชาสัมพันธ์เป็นกระบวนการสื่อสารสองทางที่ทำให้ประชาชนเข้าใจ ยอมรับ และสนับสนุน ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของหน่วยงาน ขจัดปัญหาข่าวลือ และความเข้าใจผิดโดยการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลที่เป็นจริง เชื่อถือได้ และมีแหล่งอ้างอิงรับรองโดยสามารถนำข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐเผยแพร่สู่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งช่องทางสื่อมวลชนท้องถิ่น รวมทั้งการใช้สื่อโซเชียล การพัฒนาสื่อดิจิตัล อินโฟกราฟฟิก ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงก้าวสู่การประชาสัมพันธ์เชิงรุก ยุค 4.0


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออ

จันทบุรี – ชาวบ้าน คิดวิธีการเลี้ยงปูทะเลแบบคอนโดระบบปิด เลี้ยงในบ้าน ไม่ง้อบ่อดิน และ ไม่กลัวหาย สร้างรายได้ดี

ชาวบ้านอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี คิดวิธีการเลี้ยงปูทะเลแบบคอนโดระบบปิด เลี้ยงในบ้าน ไม่ง้อบ่อดิน และ ไม่กลัวหาย สร้างรายได้ดี

         ที่บ้านของนายเดชา สุขาล บริเวณชุมชนบ้านญวน ถ.เทศบาลสาย 2 ต.ขลุง อ.ขลุง จ.จันทบุรี ได้เปิดเป็นแหล่งเลี้ยงปูทะเล ที่ไม่ใช้บ่อดิน แต่นำกล่องพลาสติกมาเป็นสถานที่เพาะเลี้ยงปูทะเล ทำแบบซ้อนชั้นเป็นคอนโด ระบบปิด ที่สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆได้ โดยนายเดชา สุขาล เกษตรกรผู้เลี้ยงปูทะเลแบบคอนโดระบบปิด ผู้สร้างสรรค์แนวคิด สร้างรายได้กล่าวว่า “ตนเองเริ่มการเรียนรู้ วิธีเลี้ยงปูแบบคอนโดระบบปิดมาจากอินเตอร์เน็ต ในกลุ่มผู้เลี้ยงปูดำ เริ่มต้นเลี้ยงในครั้งแรก 50 กว่าตัว ทดลองผิดถูกมาหลายแบบ ครั้งแรกใช้น้ำประ ปาผสมเกลือ แต่ไม่ประสบความสำเร็จปูตายไปหมด จากนั้นได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เปลี่ยนมาใช้น้ำเค็มธรรมชาติ จากในคลองใกล้บ้าน จนกระทั่งเริ่มประสบความสำเร็จ

          โดยซื้อปูธรรมชาติมาจากชาวบ้าน อายุการเลี้ยง ปูโพรก แล้วเลี้ยงให้แน่น ตัวโต อยู่ที่ประมาณ 20 ถึง 30 วัน แต่ถ้าเป็นปูไข่ ก็จะใช้เวลากว่า 30 วัน โดยตอนนี้เลี้ยงอยู่ประมาณ 50 ตัว ตอนซื้อมาเลี้ยงปูโพรก กิโลกรัมละ 200 บาท ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 20 วัน ก็จะจับขายกิโลกรัมละ 380 ถึง 400 บาท กำไรเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว อาหารก็จะให้เป็นเศษปลา หอยนางรม และกุ้ง ส่วนน้ำที่ใช้เลี้ยงไม่ต้องเปลี่ยนเพราะมีระบบการกรองน้ำ หมุนเวียนมาใช้และเติมน้ำ เช็คค่าน้ำต่างๆ ตามหลักวิชาการที่แลกเปลี่ยนกันและประสบความสำเร็จจากการลองถูก ลองผิด ของกลุ่มผู้เลี่ยงด้วยกันเอง

         ซึ่งปัจจุบันมีการตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงปูคอนโด ระบบปิดเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันแบบปราชญ์ชาวบ้าน ความแตกต่างระหว่างการเลี้ยงในระบบคอนโดแบบปิดกับการเลี้ยงแบบบ่อดินทั่วไป การเลี้ยงในบ่อดินแบบธรรมชาติมีความเสี่ยงและโอกาสสูญเสียมากกว่า คือปล่อยปูไป 100% จะจับได้เพียง 40 ถึง 50% เท่านั้น สาเหตุที่สูญเสียส่วนใหญ่เกิดจาก ปูกินกันเอง ปูขุดรูบ่อดินแล้วไม่สามารถจับขึ้นมาได้ รวมทั้งถูกขโมยจากมิจฉาชีพ แต่ถ้าเลี้ยงแบบคอนโดระบบปิดสามารถมองเห็นปูและเลี้ยงได้ 100% ไม่มีสูญหายยากต่อการขโมย แต่ต้องให้เวลาและเอาใจใส่มากขึ้น

          ถ้าประชาชนหรือท่านใดสนใจอยากได้ความรู้ ก็ไม่หวง สามารถปรึกษา คุณคุณเดชา สุขาล บริเวณชุมชนชาวคริสต์ ถนนสายล่าง บ้านญวน หรือถนนเทศบาลสาย 2 อ.ขลุง จ.จันทบุรี เบอร์โทรศัพท์ 080-6466130 หรือเฟสบุ๊คชื่อ ต้มยำกาแฟสด


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สายตรวจ 3 ประสาน “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยและปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์ บริเวณ สวนสาธารณะสวนสันติชัยปราการ เขตพระนคร

          วันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562 เวลา 10:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” และ ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ จนท.ฝ่ายรักษาฯ เขตพระนคร ร่วมกับ ประชาชนจิตอาสา จนท.ตำรวจ สน.ชนะสงคราม จนท.ทหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบ​ความเป็นระเบียบ​และปรับปรุงภูมิ​ทัศน์​ บริเวณสวนสาธารณะสวนสันติชัยปราการ ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร กทม.

          ทั้งนี้ประวัติความเป็นมาของสวนสาธารณะ “สวนสันติชัยปราการ” นั้นซึ่งปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะเเห่งนี้ได้สร้างอยู่บนพื้นที่ประมาณ 8 ไร่เศษ บริเวณโดยรอบป้อมพระสุเมรุ ซึ่งตั้งอยู่ที่ช่วงปลายถนนพระอาทิตย์ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาตรงปากคลองบางลำพู สวนแห่งนี้จัดสร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลสมัย เฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 โดยภายในบริเวณสวนมี พระที่นั่งสันติชัยปราการ ที่มีตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติมาประดับไว้ พร้อมกับท่ารับเสด็จขึ้นลงเรือพระที่นั่ง เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นที่จัดพระราชประเพณีต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับแม่น้ำเจ้าพระยา

         สวนแห่งนี้มีทัศนียภาพของคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงามมาก นับเป็นสวนสาธารณะเพียงไม่กี่แห่งของกรุงเทพมหานคร ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ชื่นชมบรรยากาศริมแม่น้ำ และสามารถชมกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคในพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินได้อย่างชัดเจน สวนสาธารณะสันติชัยปราการ นับเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์และโบราณสถาน นับเป็นนันทนสถานเอนกประสงค์ที่ได้ประโยชน์ใช้สอยทั้งด้านการพักผ่อนหย่อนใจ การศึกษา และการอนุรักษ์ (ป้อมพระสุเมรุ)

          พื้นที่โดยรอบได้รับการออกแบบให้สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกายได้หลายประเภท เช่น การเต้นแอโรบิค รำมวยจีน สามารถเป็นสถานที่จัดงานของท้องถิ่นและรัฐบาล เช่น พิธีต้อนรับแขกจากต่างประเทศ รวมทั้งด้านวัฒนธรรม เช่น พิธีลอยกระทง สงกรานต์ เป็นต้น นอกจากตัวป้อมแล้ว ในบริเวณสวนแห่งนี้ยังมี “ต้นลำพู” ดั้งเดิมอันเป็นที่มาของชื่อ “บางลำพู” ต้นสุดท้ายที่ยังหลงเหลือไว้ให้ศึกษาอีกด้วย ที่อยู่มานานตั้งแต่ก่อนมีสร้างสวนและพระที่นั่งฯ แต่ทว่าในเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี พ.ศ. 2554 ต้นลำพูต้นนี้ได้ตายลง ทางกรุงเทพมหานคร (ก.ท.ม.) ได้มาตัดทิ้งจนเหลือแต่ตอ

          เบื้องต้นกิจกรรมในวันนี้ สายตรวจ 3 ประสาน ทหาร ตำรวจ เทศกิจ “เขตพระนคร” และ ประชาชนจิตอาสา ได้ร่วมกันตรวจสอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมกับ ปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่โดยรอบซึ่งกิจกรรมในวันนี้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ติดสวนสาธารณะสวนสันติชัยปราการในพื้นที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี…

สำนักงานเขตพระนคร #สายตรวจ3ประสาน ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ #ประชาชนจิตอาสาปรับปรุงภูมิทัศน์ #สวนสาธารณะสวนสันติชัยปราการ# ถนนพระอาทิตย์ #เขตพระนคร #ตามนโยบาย พลตำรวจเอกอัศวินขวัญเมืองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร #NOW_ทำจริงเห็นผลจริง #กทม_NOWแก้ไขทันที #เพจข่าวสารบ้านเรา_HomeNews3


ภาพ/ข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

50 ปี กฟผ.ฮาล์ฟมาราธอนช่วย รพ.5 จังหวัด

กฟผ. ชวนคนไทยวิ่ง “50 ปี กฟผ. ฮาล์ฟมาราธอน” กับ​ “ตูน บอดี้สแลม-รัชวิน BNK48″และเพื่อนศิลปิน ร่วมทำบุญซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาลขนาดเล็กที่ขาดแคลนใน 5 จังหวัด

          วันนี้ วันศุก​ร์ที่​ 20 กันยายน 2562​ ณ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 3 อาคาร ท.103 สำนักงานใหญ่ กฟผ. อ.บางกรวย จ.นนทบุรี​ : นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับนายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน ในฐานะประธานชมรมวิ่ง กฟผ. ทันตแพทย์หญิงนริศรา จิตประสพ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลบันนังสตา จ.ยะลา และก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานวิ่ง “50 ปี กฟผ. ฮาล์ฟมาราธอน” เพื่อเชิญชวนประชาชนที่สนใจมาร่วมวิ่งการกุศลไปพร้อมกับ ตูน บอดี้สแลม และศิลปินต่างๆ พร้อมชมมินิคอนเสิร์ต BNK48 ที่จะมาร่วมสร้างสีสันในงานดังกล่าว

          นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ. ขอขอบคุณคนไทยที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอด 50 ปี กว่าครึ่งศตวรรษที่ กฟผ. ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทย ตลอดจนการดูแลสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกิจกรรมด้านกีฬาเป็นกิจกรรมที่ กฟผ. ให้การส่งเสริมและจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในโรงไฟฟ้าและเขื่อนของ กฟผ.โดยในปีนี้เป็นปีที่ กฟผ. ครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้ง ประกอบกับวันที่ 20 กันยายน เมื่อ 135 ปีที่แล้ว เป็นวันแรกที่มีไฟฟ้าใช้ในประเทศไทย จึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยร่วมงานวิ่ง “50 ปี กฟผ. ฮาล์ฟมาราธอน” รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์มอบให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ในพื้นที่ 5 จังหวัด ที่เป็นพื้นที่เขื่อนและโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ตั้งอยู่ ได้แก่ โรงพยาบาลท่ากระดาน จ.กาญจนบุรี,โรงพยาบาลบ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี,โรงพยาบาลสามเงา จ.ตาก,โรงพยาบาลบันนังสตา จ.ยะลา,โรงพยาบาลท่าปลา และโรงพยาบาลน้ำปาด จ.อุตรดิตถ์

          ด้านนายเทพรัตน์ ประธานชมรมวิ่ง กฟผ. กล่าวเพิ่มเติมถึงความพิเศษสำหรับงานวิ่งครั้งนี้ว่า เป็นปีแรกที่เพิ่มเส้นทางและระยะการวิ่งในประเภทฮาล์ฟมาราธอน ซึ่งยกระดับจากงานเดิน-วิ่งการกุศลที่จัดมาอย่างต่อเนื่องมากว่า 20 ปี โดยตลอดเส้นทางวิ่งจะมีการเตรียมการด้านความปลอดภัย ที่ได้รับการรับรองโดยสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสหพันธ์กรีฑาแห่งเอเชีย อีกจุดเด่นคือ นักวิ่งจะได้เห็นทิวทิศน์อันสวยงามของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบนสะพานพระราม 7 และมีความท้าทายของนักวิ่งในการวิ่งขึ้นอาคารก่อนจะเข้าเส้นชัยอีกด้วย

          โดยประเภทการวิ่งแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร และ Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร ทั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจาก คุณตูน อาทิวราห์ คงมาลัย ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ และศิลปินต่างๆ ที่มีเป้าหมายเดียวกันในการร่วมสร้างพลังการมีส่วนร่วมในการทำความดีต่อสังคม ร่วมวิ่งไปด้วยกันกับคุณ และหลังจากการวิ่งแล้วเสร็จจะมีมินิคอนเสิร์ต BNK48 ที่จะมาสร้างความสดชื่นให้กับนักวิ่งทุกคนอีกด้วย
กฟผ.

         ขอเชิญชวนประชาชนร่วมงานวิ่ง “50 ปี กฟผ. ฮาล์ฟมาราธอน” ในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562 เวลา 03.00 – 09.00 น. ณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ผู้สนใจสามารถสมัคร ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2562 ทางเว็บไซต์ https://www.egat50thhalfmarathon.com โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: EGAT Charity Green Run กฟผ. มินิมาราธอน หรือทางไลน์ @egat50run


สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ลพบุรี – กลุ่มก้าวเพื่อแบ่งปันลพบุรี ส่งของบรรเทาทุกข์ให้ชาวอุบล

ศูนย์ข่าวภาคกลาง – จังหวัดลพบุรี วันที่ 20 09 62 กลุ่มก้าวเพื่อแบ่งปันลพบุรีส่งของบรรเทาทุกข์ให้ชาวอุบล

          หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสานยังคงวิกฤต หลังฝนตกอย่างต่อเนื่อง ได้รับอิทธิพลจากพายุ “โพดุล” และ “คาจิกิ” ส่งผลให้ประชาชนหลายพื้นที่ของ จ.อุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียงได้รับผลกระทบจากภาวะอุทกภัย พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักหนาสาหัสหลายร้อยหลายพันครัวเรือน รู้สึกเห็นใจชาวอุบลราชธานีเป็นอย่างยิ่ง

         ชาวไทยทุกคนต่างเป็นห่วงความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวอุบลฯ ซึ่งต่างก็ช่วยกันส่งเงิน และสิ่งของช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนในครั้งนี้อย่างมากมาย เช่นเดียวกันกับ พล.ต.หญิงวิราพรรณ เนินลพ อดีตผู้ทรงคุณวุติกองทัพบก ได้ร่วมกับ”กลุ่มก้าวเพื่อแบ่งปัน ลพบุรี 2019 ” ได้รวบรวมสิ่งของไม่ว่าจะเป็นข้าวสารอาหารแห้ง และน้ำดื่ม กว่า 3,000 ขวด ส่งผ่านเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพัฒนานิคม โดยมีเทศบาล ต.ดีลัง ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ต.ดีลัง และชาว อ.พัฒนานิคม และใกล้เคียงได้ร่วมบริจาคสิ่งของต่างๆ บรรทุกไปส่งให้กับผู้ประสบอุทกภัย จ.อุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียงจำนวน 7 คันรถ ซึ่งจะออกเดินทางจากจังหวัดลพบุรีในวันที่ 21 ก.ย. 62

          พล.ต.หญิงวิราพรรณ เนินลพ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ยังได้กล่าวว่า ถือเป็นวิกฤตของประเทศไทย เมื่อจังหวัดอุบลราชธานี เกิดเหตุอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี ซึ่งเป็นเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ ส่งผลให้ชาวบ้านเดือดร้อน และบ้านเรือนเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่น้ำใจของคนไทยทุกคนก็ยิ่งใหญ่มากค่ะ เพราะชาวไทยไม่ทิ้งกัน ได้ช่วยกันบริจาคคนละเล็กคนละน้อย ในเมื่อชาวไทยลำบากก็ต้องช่วยเหลือกันค่ะ ซึ่งตนเองและ”กลุ่มก้าวเพื่อแบ่งปันลพบุรี 2019” ขอให้ชาวอุบลผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้ และขอส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ และกำลังมาให้กับชาวอุบล ขอให้สู้ๆ


กฤษณ์ ลพบุรี 0890899090