กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า บินสำรวจสภาพอากาศประเมินสถานการณ์หมอกควัน

          วันที่ (20 กันยายน 2562) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นำ เฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจสภาพอากาศ เพื่อประเมินสถานการณ์หมอกควันที่ได้รับผล กระทบจากสถานการณ์ไฟป่าประเทศอินโดนีเซีย พบว่า ค่า PM 2.5 ที่วัดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 กันยายน 2562 เวลา 08.00 น.ในเขตเทศบาลนครยะลา วัดได้เท่ากับ 62 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว

         โดยล่าสุด สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครยะลา และหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดยะลา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา เป็นต้น ได้เตรียมหน้ากากอนามัยไว้แจกประชาชน  ซึ่งพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา สามารถขอรับหน้ากากอนามัยได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลนครยะลา 4 แห่ง ได้แก่ ตลาดเก่า, ถนนสิโรรส 6, หลังกองร้อย, หลังปั้ม ปตท.วงเวียนหอนาฬิกา และหลังโรงเรียนเทศบาล 4 ธนวิถี

         ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารรายงานสถานการณ์หมอกควันไฟป่าจากประเทศอินโดนีเซีย อย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงหรืองดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือหากออกนอกอาคารให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

มทภ.4 ป็นประธานการประชุม คณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จังหวัดชายแดนภาคใต้

          วันที่ 20 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4/ผอ.ศอ.ปส. จชต. เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.ปส.จชต. เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ระยะ 5 ปี ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2562 ณ ห้องประชุม 1 กอ.รมน.ภาค 4 สน. ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

          การประชุม ในวันนี้เป็นการสรุปผลการปฏิบัติงานตามแผน และยุทธศาสตร์ที่ได้วางไว้ โดยมีผลการปฏิบัติงานเป็นที่น่าพอใจ จำนวนผู้ค้ายาเสพติด และผู้เสพมีจำนวนลดลง ได้รับความร่วมมือและความไว้วางใจอย่างดีจากผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และประชาชนในห้วงที่ผ่านมา พร้อมวางกรอบแนวทางและนโยบายการทำงานในปีงบประมาณ 2563 ให้กับการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับคณะกรรมการ ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง

         โดย มทภ.4 ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.จชต. กล่าวว่า ” ขอให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประสานความร่วมมือกัน เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน ในเรื่องของการป้องกัน สกัดกั้น จนถึง บำบัดรักษา และพัฒนาคุณภาพชีวิต ควบคู่ไปกับการสร้างการรับรู้ และสร้างความเข้าใจต่อ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และพี่น้องประชาชน ให้ได้รับทราบแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน เพื่อให้ยาเสพติดหมดสิ้นไป นำมาซึ่งความสงบสุขของประเทศชาติและพี่น้องประชาชน อย่างยั่งยืนโดยเร็ว โดยเชื่อว่า หากทุกฝ่ายบูรณาการ ประสานความร่วมมือกัน ทำงานของตนตามหน้าที่ จะสามารถแก้ไขปัญหายาเสพติด คืนความสุขและคนดีสู่สังคมได้อย่างแน่นอน “

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

แม่ทัพภาคที่ 4 แถลง แผนเสริมสร้างสันติสุข ปี 63 เน้นสู้ด้วยความจริง ใช้ยุทธศาสตร์คนดี และประชาชนมีส่วนร่วม สร้างความเชื่อมั่นศรัทธาสู่ประชาชน

          เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562 ที่ สโมสรนายทหารสัญญาบัตร พล.ร. 15 อำเภอหนอง จิก จังหวัดปัตตานี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุม สรุปผลการปฏิบัติงานตามนโยบายและสั่งการของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ประจำปี 2562 พร้อมแถลงแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ประจำปี 2563 และมอบของที่ระลึกให้กับกำลังพลที่เกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ 2562 และมอบรางวัลหน่วยฝึกทบทวน กำลังประจำถิ่น และกำลังประชาชนดีเด่น

          พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่าแผนการทำงานเสริมสร้างสันติสุข ปี 2563 ต่อยอดความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของแผนเสริมสร้างสันติสุขปี 2562 มาเป็นแนวในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นสู้ด้วยความจริง ไม่บิดเบือน ผิดเป็นผิด ถูกก็คือถูก ยึดเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา โดยยังคงงานเร่งด่วน 5 งาน คือ

          1.งานควบคุมพื้นที่ปลอดภัย ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการปฏิบัติเชิงรับเป็นเชิงรุก ลาดตระเวณพิสูจน์ทราบ แหล่งหลบซ่อนพักพิงผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่หมู่บ้านสันติสุข 118 หมู่บ้านและ ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาความสงบเรียบ ร้อยในหมู่บ้าน ตำบลเร่งจัดตั้งจุดตรวจประจำหมู่บ้านให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน เน้นปฎิบัติการเชิงรุกบูรณาการกับทุกภาคส่วน ทั้งกำลังประจำถิ่นและกำลังภาคประชาชน, อส.และตำรวจ ร่วมปฏิบัติการจรยุทธ์ ปฏิบัติของจรยุทธ์ต่อจากนี้จะต้องบูรณาการร่วมกันทั้ง ตำรวจ และทหาร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านต้องทำหน้าที่ดูแลพื้นที่ให้ปลอดเหตุ การดูแลแนวชาย แดนจะควบคุมเข้มตรวจตราไม่ให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเข้ามามาก่อเหตุได้ โดยเฉพาะท่าข้ามผิดกฎหมายต้องกวดขันดูแลเป็นพิเศษ มีการปรับแผนทุกเส้นทางโดยเฉพาะรอยต่อทั้ง 4 อำ เภอของสงขลา บูรณาการทุกอำเภอตั้งด่านตรวจ จุดสกัด เพิ่มความเข้มงวดตามแนวชาย แดน เพื่อสกัดเสรีในการลักลอบนำเข้าสิ่งของผิดกฏหมายและเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ ตลอดจน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกำลังประชาชนให้สามารถปฏิบัติงานในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่แทนกำลังหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

        2.งานแก้ไขปัญหายาเสพติด จะยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ ศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำเภอ และใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อนำผู้เสพเข้ารายงานตัวเข้ากระบวน การคัดกรอง บำบัดรักษา สร้างงานสร้างอาชีพ ให้คุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งในปีหน้าจะมีการเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแคมป์ 35 ในการบำบัดรักษา พร้อมกับการปราบปรามผู้ค้ารายย่อย ดำเนินการตรวจค้นพ่อค้ารายใหญ่และรายย่อย โดยจะใช้รูปแบบการศึกษาทางเส้นทางการเงินหรือหลักฐานอื่นๆ เป็นสำคัญ

        3. งานส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เน้นขับเคลื่อนชุม ชน 2 วิถี ให้ได้เรียนรู้ยอมรับการอยู่ร่วมกัน ตลอดจนสานสัมพันธ์ระหว่าง 2 ศาสนา

         4.งานด้านส่งเสริมการพัฒนาเพื่อความมั่นคง ซึ่งมี ศอ บต.ดำเนินการอยู่ จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการเพิ่มศักยภาพ และพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการสนับสนุนโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

         5.งานเสริมสร้างความเข้าใจ ให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ร่วม โดยให้ประชาชนและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ โดยใช้ ชป.กร. ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติด, งานสลายโครงสร้างหมู่บ้านอาเยาะห์, ขับเคลื่อนโครงการประชารัฐ และการช่วยเหลือประชาชนเสริมสร้างความเข้าใจ

          ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้เน้นย้ำกำลังพลที่ปฎิบัติงานในพื้นที่ ให้ยึดหลักระเบียบ วินัย หลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไข โดยในปี 2563 จะใช้มาตรการรุก ทั้งการทหารและการเมือง เน้นความจริง จะต่อสู้ความด้วยจริง ทุกเหตุทุกเรื่องที่เกิดขึ้น จะใช้ความจริงเข้าแก้ปัญหา และใช้ยุทธศาสตร์คนดี ให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นที่รักของสังคม เคารพกฎหมาย กฎกติกา และปฏิบัติตามข้อบังคับให้เหมือนประชาชนทั่วไป อย่าทำตัวเหนือกฎหมาย เพื่อสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ขอบคุณข้อมูล : สำนักปฏิบัติการข่าวสาร กอ.รมน.ภาค 4 สน.

สำนักข่าวความมั่นคง

แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานสวดพระอภิธรรมศพ อาสาสมัครรักษาดินแดน ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด และยิงซ้ำ ขณะทำการลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยครู


         วันที่  20 กันยายน 2562  เวลา 16.00 น.  พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ อส.พงษ์ศักดิ์  ยอดใจ อายุ 30 ปี และ อส.พัลลภ ศรีทองแก้ว อายุ 26 ปี สังกัดชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด และยิงซ้ำ ขณะทำการลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยครูขณะเดินทางกลับจาก โรงเรียนบ้านควนประ ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา

          ในโอกาสนี้ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /  ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้มอบเงินช่วยเหลือให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสองราย และกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

          สำหรับการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ อส.พงษ์ศักดิ์  ยอดใจ อายุ 30 ปี บำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ณ วัดปุหรน ตำบลช้างให้ตก อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี และ อส.พัลลภ ศรีทองแก้ว อายุ 26 ปี บำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ณ วัดทรายขาว ตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

การประชุมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ครั้งที่ 4/2562

         วันนี้ (21 ก.ย. 62) พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า กอ.รมน. โดย ศปป.3 กอ.รมน. ได้จัดการประชุมรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ครั้งที่ 4/2562 ณ. ห้องประชุม กอ.รมน. อาคาร ศปก.ทบ.(เดิม) โดยมีผู้แทนหน่วยเข้าร่วมประชุม 18 หน่วยงาน การประชุมดังกล่าวฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบสถานการณ์ด้านการรักษาความมั่นคงปลอด ภัยไซเบอร์ และความคืบหน้าการดำเนินงานของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการบูรณาการ เตรียมความพร้อม ให้เจ้าหน้าที่ในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ ให้สามารถรับมือต่อภัยคุกคามได้ รวมถึงการพิจารณาจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ

          สำหรับในที่ประชุม ได้หารือถึงสถานการณ์ภัยคุกคามด้านไซเบอร์ ปัจจุบันมีรูปแบบการโจมตี วิธีหลอกลวง(Phishing) โดยใช้เว็บไซต์ปลอม การแชร์ข้อมูลที่มีความประสงค์ร้าย ทำให้ระบบเสียหาย รวมไปถึงการโจรกรรมข้อมูล (มัลแวร์) เพื่อทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการบริหารงานของภาครัฐ

         ในที่ประชุมยังได้พูดคุยถึงมาตรการในด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของหน่วยงาน โดยการติดตั้งระบบคัดกรองข้อมูลข่าวสารและการดูแลระบบข้อมูลเครือข่าย การกำหนดกฎระเบียบมาบังคับใช้ (Firewall) คือ วิธีการเข้าสู่ระบบ Internet ซึ่งต้องแสดงตัวตนจึงจะเข้าใช้งานได้ นอกจากนี้ยังได้มีการเสนอแนะแนวทางการป้องกันด้วยวิธีการกำหนดช่วงเวลาการเข้าใช้การประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ สร้างการรับรู้ของประชาชนให้เท่าทัน ป้องกันการถูกหลอกลวงมิให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพโดยเฉพาะในด้านการสร้างข่าวปลอม (Fake News)

          การป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางไซเบอร์อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ จำเป็นอย่างยิ่ง ที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานไปจนถึงระดับนโยบาย จะต้องเข้าใจและเห็นไปในทิศทางเดียวกันในการที่จะทำให้ประชาชนได้เกิดความตระหนักรู้ เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จำเป็นต้องมีคู่มือเพื่อยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จากภาคกลาง..สู่อีสาน..มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมสังคมสงเคราะห์ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน เดินสายฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลดต่อเนื่อง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมสังคมสงเคราะห์ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน เดินสายฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลดต่อเนื่อง

          วันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จัดทีมสังคมสงเคราะห์ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน​ ออกแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ตรวจรักษาโรคทั่วไป แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น จำนวน 1,700 ชุด ในโครงการ “ฟื้นฟูหลังน้ำลด” พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิต 1 ราย จำนวน 20,000 บาท รวมงบประมาณเป็นเงินจำนวน 615,000 บาท โดยมี มูลนิธิบ้านไผ่การกุศลสงเคราะห์ (จีไผ่เกาะ) และ มูลนิธิจิตกุศลขอนแก่น เป็นผู้ประสานงานให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ร่วมในพิธี

          โครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสานรวม 9 จังหวัด คิดมูลค่าเป็นเงินกว่า 6,000,000 บาท (หกล้านบาทถ้วน)

         เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมกู้ชีพ กู้ภัย พร้อมเรือท้องแบน และโรงครัวเคลื่อนที่ เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรร เทาทุกข์และช่วยเหลือเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ปลากระป๋อง, น้ำปลา และน้ำมันพืช บรรจุลงในถุงผ้ามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ หากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต
ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร​ 086-854-1418​ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง​ 1418

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“สายเลือดราชทัณฑ์ ไม่มีวันจาง วันวานที่..พากเพียร..สู่วันเกษียณ..ที่ภาคภูมิ” แด่ ท่านอชิรวิทย์ วชิรเลอพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา จ.ชลบุรี

พัทยา – ท่านอชิรวิทย์ วชิรเลอพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา จ.ชลบุรี จัดงานพิธีวันเกษียณอายุราชการ พร้อมกับผู้ใต้บังคับบัญชาอีก 2 ท่าน คือ หัวหน้ามนฑล เพชรสังข์ และ หัวหน้าอำนาจ ธนภาวัฒน์ โดยจัดงานพิธี ณ ศาลาอเนกประสงค์ บ้านพักข้าราชการฯ
ภายใต้คำมั่น ด้วยรักและผูกพันธ์ สายเลือดราชทัณฑ์ ไม่มีวันจาง แสดงมุทิตาจิตเกษียณอายุราชการ 2562 วันวานที่..พากเพียร..สู่วันเกษียณ..ที่ภาคภูมิ เมื่อค่ำวันที่ 20 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา

         ภายในงานมี ท่านยศพนต์ สุธรรม อดีตผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ พันตำรวจเอกอภิชัย กรอบเพชร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยเหล่าราชการระดับสูงทั้งทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษพัทยา ข้าราชการในพื้นที่พัทยาและใกล้เคียง หัวหน้าหน่วยงาน นักการเมือง ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน สมาคมชาวใต้ และนักธุรกิจ ที่สนิทมักคุ้นกับท่านอชิรวิทย์ วชิรเลอพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา จ.ชลบุรี ที่เกษียณอายุราชการพร้อมกับผู้ใต้บังคับบัญชาอีก 2 ท่าน ต่างมาร่วมงานร่วมแสดงมุทิตาจิตแสดงความเคารพ นำของขวัญมามอบให้พร้อมร่วมอวยพรให้กับทั้ง 3 ท่าน กันอย่างคับคั่ง

          โดยนายโยธิน พรมแตง หัวหน้าศูนย์ข่าวหนังสือพิมพ์ยุทธศาสตร์ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี-หัวหน้าศูนย์ข่าวสำนักข่าวสมาคมตำรวจ และ นายคัมภีร์ อาบสุวรรณ์ รองหัวหน้าศูนย์ข่าวฯ /ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี-คมชัดลึก พร้อมทีมงานมาร่วมอวยพรแสดงความยินดีและแสดงมุทิตาจิตแด่ท่านในครั้งนี้ด้วย

พัทยา จ.ชลบุรี/ โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร-ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

ลพบุรี – คลิปนาทีระทึกน้ำป่าจากภูเขาไหลหลากพุ่งทะลุศาลาการเปรียญ

https://youtu.be/bOuMqfKQFqM

         วันที่ 21 ก.ย. 62 จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนถึง 17.30 น. ส่งผลให้มวลน้ำจากภูเขาบ้านซับเสือแมบ หมู่ที่ 10 ต.นิคมสร้างตนเอง ไหลหลากลงสู่พื้นที่ราบต่ำในพื้นที่ลงห้วย หนองถ้ำ ต.หนองถ้ำ หมู่ที่ 7 ต.นิคมสร้างตนเอง ล้นคันห้วย ล้นลำน้ำสาขาต่างๆ ไหลหลากเข้าบ้านเรือนราษฎร มวลน้ำยังได้เอ่อล้น ลงสู่ที่ราบลุ่ม แยกนิคมสร้างตนเอง ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจ ซึ่งมีทั้งบริษัท ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า และโรงพักสาขาย่อย รวมถึงถนนสายพหลโยธิน ซึ่งคาดว่ามวลน้ำจำนวนมากจะส่งผลกระทบในอีก 3-4 ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งขณะนี้ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

         เช่นเดียวกันกับวัดเวฬุวัน หรือวัดเขาจีนแล ในพื้นที่ ม.ที่ 6 ต.นิคมสร้างตนเอง ซึ่งเป็นวัดที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงจำนวนหลายลูก ปริมาณน้ำฝนที่สะสม มวลน้ำมหาศาล จากเทือกเขาได้ไหลหลากรวมกันเป็นก้อน พุ่งตรงลงมายังศาลาการเปรียญอย่างรุนแรง พัดพาสิ่งของต่างๆ ในศาลาการเปรียญกระจัดกระจาย ปลิวไปตามกระแสน้ำ ซึ่งวัดนี้มีพระและแม่ชีจำวัดอยู่จำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกยูงสายพันธุ์ต่างๆ หลายร้อยตัว โดยขณะนี้ทางผู้นำท้องถิ่นได้เข้าไปตรวจสอบ เร่งช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว

ภาพ/ข่าว นายโยธิน พรมแตง
นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090 /รายงาน

นายกรัฐมนตรี – ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ครั้งที่ 3/2562 ร่วมกับรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้อง

         เมื่อวันที่ (20 ก.ย.62) เวลา 10.30 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ครั้งที่ 3/2562 ร่วมกับรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้อง

         โดยภายหลังการประชุม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กรรมการและเลขานุการ ครม.เศรษฐกิจ แถลงผลการประชุม ครม.เศรษฐกิจ สรุปสาระสำคัญ ว่าที่ประชุมได้หารือเรื่องสืบเนื่องจากการประชุม ครม. เศรษฐกิจ ครั้งที่ผ่านมา ที่นายกรัฐมนตรีขอดูรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องมาตรการส่งเสริมการลงทุน และรองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติในลักษณะ Flow Shart ให้ชัดเจน และให้เห็นถึงความสืบเนื่องของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทำงานร่วมกันจากนั้น ในวาระเพื่อพิจารณา การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ได้ร่วมกันนำเสนอโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ในส่วนที่เป็นภาคตะวันตกของสายสีส้ม เริ่มตั้งแต่บางขุนนนท์ถึงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วงเงิน 122,000 ล้านบาท เนื่องจากเป็นโครงการที่มีวงเงินลงทุนจำนวนมาก นายกรัฐมนตรีต้องการให้มีการหารือในรายละเอียดของโครงการโดยละเอียดระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ก่อนที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันอย่างที่มีความชัดเจนขึ้นมาก โดยรายละเอียดที่มีความกังวลใจในบางเรื่องก็ได้รับการดูแลอย่างเรียบร้อย รวมทั้งมีการหารือใกล้ชิดกับสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการหารือเพิ่มเติมอีกครั้งประมาณสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นจึงจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีส้มถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความสะดวกสบายของประชาชนมาก คาดว่าในช่วงแรกที่เปิดบริการ จะมีจำนวนผู้โดยสารจากฝั่งภาคตะวันออกของสายสีส้มประมาณ 121,000 คนต่อวัน และในช่วงที่ก่อสร้างสายตะวันตกเชื่อมกับสายตะวันออกเสร็จสิ้นในปี 2569 คาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารประมาณ 500,000 คนต่อวันกรรมการและเลขานุการ ครม.เศรษฐกิจ กล่าวต่อว่า ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ยังได้หารือเรื่องความคืบหน้าโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ของกระทรวงคมนาคม ใน 4 ประเภทรวม 44 โครงการ วงเงินรวม 1,947,310 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน 259,791 ล้านบาท เงินกู้ 1,201,056 ล้านบาท PPP 338,810 ล้านบาท และเป็นรายได้/กองทุน 147,654 ล้านบาท ประกอบไปด้วย 1) โครงการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้วและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 17 โครงการ วงเงิน 782,329 ล้านบาท 2) โครงการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการ 12 โครงการ วงเงิน 412,739 ล้านบาท 3) โครงการที่คณะกรรมการ PPP เห็นชอบแล้ว และ สคร. เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี 2 โครงการ วงเงิน 201,073 ล้านบาท และ 4) โครงการที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีในระยะต่อไป 13 โครงการ วงเงิน 551,170 ล้านบาท

“ช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่าเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงเรื่อย ๆ เศรษฐกิจไทยก็ได้รับผลกระทบ ล่าสุดตัวเลขการส่งออกก็ได้รับผลกระทบอีก 1 เดือน ครม.เศรษฐกิจมองว่า หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้จ่ายและเรื่องของการลงทุน ซึ่งในเรื่องการลงทุน หากเร่งรัดได้โดยเฉพาะการลงทุนของกระ ทรวงคมนาคม ก็จะนำไปสู่การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ การใช้จ่ายลงทุนต่าง ๆ รวมไปถึงเรื่องการสร้างงาน การใช้วัตถุดิบต่าง ๆ ครม.เศรษฐกิจวันนี้จึงได้หารือร่วมกันถึงเรื่องที่เป็นอุปสรรคที่จะต้องมีการปลดล็อก เรื่องที่ดำเนินการได้ตามแผนที่ไม่มีอะไรต้องกังวลใจ รวมถึงเรื่องที่ล่าช้าด้วย” นายกอบศักดิ์กล่าว

         กรรมการและเลขานุการ ครม.เศรษฐกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า บางโครงการที่พบว่าติดขัด ติดอุปสรรค เช่น กรณีของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี มีปัญหาเรื่องค่ากรรมสิทธิ์ต่าง ๆ ที่ต้องของบประมาณเพิ่มเติม หรือด่านที่ทำเรื่องการขนส่งสินค้าที่เชียงของ ที่จะมีเรื่องค่าตอบแทน สปก. เป็นต้น รวมถึงบางโครงการที่เคยคุยกันมานานแล้ว เช่น โครงการ Roadside station ที่เชื่อมกับนครปฐม-ชะอำ ยังติดอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งทั้งหมดนี้ ครม.เศรษฐกิจรับทราบ และได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและคณะกรรมการติดตามขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของ ครม.เศษฐกิจ ไปร่วมกันประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อปลดล็อกให้อุปสรรคเหล่านั้นคลี่คลาย เพื่อให้ประ เทศไทยมีโครงการต่าง ๆ ที่จะไปช่วยขับเคลื่อนหมุนเวียนเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ หลายโครงการดำเนินการเสร็จแล้วพร้อมจะเดินหน้า แต่ติดอยู่ตรงนั้นตรงนี้ ทำให้เม็ดเงินจำนวนมากไม่สามารถลงไปสู่การขับเคลื่อนได้

          สำหรับการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ครั้งต่อไป กำหนดประชุมวันที่ 4 หรือ 7 ตุลาคม 2562 หลังจากที่นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับจากเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่ง ครม.เศรษฐกิจจะได้หารือเรื่องการส่งออก และการท่องเที่ยว จากนั้น ลำดับต่อไปจะได้หารือในเรื่อง SMEs และการใช้งบประมาณท้องถิ่นเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันยังติดอุปสรรคเรื่องกฎเกณฑ์ต่าง ๆ

         นอกจากนี้ กรรมการและเลขานุการ ครม.เศรษฐกิจ กล่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เรื่องที่เข้าสู่ที่ประชุม ครม. เศรษฐกิจ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1. เรื่องที่เป็นนโยบายเชิงรุก ที่จะทำในเชิงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า เช่น ที่ได้มีการนำเรื่องนโยบาย 7 ด้านที่จะมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อม ๆ กัน ของกระทรวงต่างๆ เข้าสู่การพิจารณาของครม. เศรษฐกิจ ในการประชุมครั้งแรก รวมถึงการกำหนดเป้าหมายที่ฝ่ายเลขานุการ ครม.เศรษฐกิจเป็นผู้ริเริ่ม  2. การมอบหมายงานหลังจากนั้น โดยจากที่มีการประชุม 7 ด้านเสร็จ ก็มีการหา รือว่า นักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้าสู่ประเทศไทยถือเป็นหัวใจสำคัญ เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในรอบ 20 ปี ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้เลขาธิการบีโอไอ นำข้อเสนอในครั้งที่ผ่านมาไปดำเนินการสั่งงานไปที่หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการบีโอไอได้ดำเนินการเรียบร้อย และอนุมัติตามแนวทางที่ ครม.เศรษฐกิจ ได้หารือไว้  3. เรื่อง ที่ส่งจากกระทรวงต่าง ๆ เข้าสู่คณะรัฐมนตรีตามปกติ แต่นายกรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก หรือเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับหลาย ๆ กระทรวง อยากให้มีโอกาสหารือโดยละเอียดก่อน  จึงให้นำเข้าหารือช่วยกันระดมความคิดเห็นในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ซึ่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่หารือวันนี้ ก็จัดอยู่ในประเภทที่ 3

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

เพชรบุรี – สิบล้อเสียหลัก ชนเกาะกลางถนน ไอซ์ 470 กิโลกรัม ตกเกลื่อนถนน

กรณีสิบล้อเสียหลักชนเกาะกลางถนนไอซ์ตกเกลื่อน นำมาตรวจสอบที่สถานีตำรวจทั้งหมดประมาณ 470 กิโลกรัม

         วันที่ 20 ก.ย. 2562 รับแจ้ง เกิดอุบัติเหตุรถสิบล้อเสียหลัก พุ่งชนเกาะกลางถนน
บริเวณทางลอดใต้สะพานยกระดับ เข้าเมืองมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ตรวจสอบรถเบื้องต้นพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในกระบะหลังรถจำนวนมาก ได้นำมาตรวจสอบที่ สภ.เมืองเพชร พบยาไอซ์ ทั้งหมดประมาณ 470 กิโลกรัม

C