“ครูโอ๊ะ” ลุยสถานีรถไฟหัวลำโพง ตามติดแก้ปัญหาเด็กเร่ร่อนในเมืองหลวง!!

         วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 14 ตุลาคม 2562 เวลา 19.00 น. : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,ดร.พะโยม ชินวงษ์ ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้ง นายกุลธร เลิศสุริยะกุล ประธานเครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน มูลนิธิ สายเด็ก1387 พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามปัญหากลุ่มเด็กเร่ร่อน และให้กำลังใจครูสอนเด็กเร่ร่อนหรือเด็กด้อยโอกาสและหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพมหานคร

          ดร.กนกวรรณฯ เปิดเผยว่า “ปัจจุบันมีเด็กเร่ร่อนจำนวนมากตามเมืองใหญ่และต่างจังหวัด โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี และสถานการณ์มีความรุนแรงและซ้ำซ้อนยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้ กระทรวงศึกษาธิการ โดย สำนักงานกศน. ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน สมาคมสถาบันส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้เปิดตัวโครงการ Children in Street เพื่อค้นหาและวางมาตรการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนบนท้องถนนในพื้นที่ กทม.ให้สอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการพัฒนาแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มเด็กบนท้องถนนในพื้นที่ กทม.ที่มีแนวโน้มจะหลุดออกนอกระบบการศึกษา ซึ่งแนวทางดังกล่าวถูกนำมาพัฒนาเป็นโครงการ Children in Street ในพื้นที่ กทม.

          โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาระบบให้ความช่วยเหลือและกลไกปกป้องคุ้มครองกลุ่มเด็กและเยาวชนบนท้องถนน เพื่อยกระดับให้มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง และสนับสนุนให้เด็กกลุ่มนี้เติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง ในการสำรวจเด็กเร่ร่อน หรือเด็กที่ใช้ชีวิตตามท้องถนนในพื้นที่ กทม.โดยมอบหมายให้ครูจาก กศน.ในแขวงต่างๆ ซึ่งมีจำนวน 180 แขวง ลงพื้นที่สแกนหาเด็กกลุ่มนี้อย่างเต็มพื้นที่ ตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยใช้กลไกของ กสศ.มาบูรณาการ ดำเนินงานร่วมกับหน่วยจัดการศึกษาต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการในทุกระดับการศึกษา ซึ่งเราได้ต่อยอดและขยายผลความคืบหน้าในความร่วมมือช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาต่างๆให้ตรงจุดและอย่างเข้มข้น ในกรุงเทพมหานคร กระทรวงศึกษาธิการ

          โดย สำนักงาน กศน.กรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้กศน.เขตปทุมวัน ดำเนินการจัดการศึกษาให้กับกลุ่มหมายเด็กเร่ร่อน โดย กศน.เขตปทุมวัน ได้ส่งครูสอนเด็กเร่ร่อนหรือเด็กด้อยโอกาสไปจัดการเรียนการสอนที่ทำการของ The hub สายเด็ก ซึ่งเป็นตึกแถว 2 ชั้นมีสถานที่กว้างขวางอยู่ใกล้หัวลำโพง สอนวันจันทร์และวันพฤหัส ช่วงเวลา 10.00-12.00 น. มีเด็กสมัครเข้าเรียนจำนวน 30 คน

         นอกจากนั้น ทางมูลนิธิฯ ได้ร่วมจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กในรูปแบบต่างๆ เช่น การพาไปค่ายต่างจังหวัด กีฬาว่ายน้ำ และชกมวย เป็นต้น​ โดยย่านหัวลำโพง นี้มีจำนวนเด็กเร่ร่อนที่มาเร่ร่อนตามลำพังหรือกับกลุ่ม มีประมาณ 50 คน มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นเด็กชายราวร้อยละ 80 เดินทางมาจากภาคอีสานมากที่สุด นอกจากนั้นยังมีเด็กเร่ร่อนที่มากับครอบครัวประมาณ 50 ครอบครัว ซึ่งมีฐานะยากจนพักอาศัยอยู่รอบๆ หัวลำโพงเพื่อทำงานรับจ้างทั่วไป เด็กส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสือ สาเหตุที่เด็กออกมาเร่ร่อน ส่วนใหญ่มีปัญหามาจากครอบครัวแตกแยก พ่อแม่ตี โดนไล่ออกจากโรงเรียน และหนีออกมาจากสถานสงเคราะห์ของราชการ เช่น สถานสงเคราะห์เด็กชายปากเกร็ด (บ้านภูมิเวช)

          วีถีชีวิตและพฤติกรรมเด็กเหล่านี้ จะนอนตอนดึกถึงกลางวัน ตื่นนอนราวบ่ายสองโมง บางรายเช่าห้องอยู่กันเป็นคู่แต่ส่วนใหญ่จะอาศัยนอนหน้าหัวลำโพง อาศัยอาบน้ำที่ The hup สายเด็ก หรือห้องน้ำสาธารณะ เด็กจำนวนมากติดการดมกาว ส่วนการหาเลี้ยงชีพ ได้รับการรายงานว่า เด็กจะทำงานรับจ้างทั่วไป ค้ายาเสพติด และค้าประเวณี ซึ่งเป็นปัญหาที่สุ่มเสี่ยง อ่อนไหวและอันตรายสำหรับเยาวชน หากไม่ได้รับการแก้ไขที่เหมาะสม

          ในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มนี้ ได้มอบหมายให้ สำนักงาน กศน. วางแผนและปรับการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากมีเด็กสมัครเข้าเรียนค่อนข้างมาก แต่มาพบกลุ่มน้อย อาจจะต้องแก้ไขโดยปรับเปลี่ยนเวลาเรียนเป็นช่วง 16.00 น. เป็นต้นไป และจะจัดสรรอุปกรณ์เทคโนโลยีพร้อมระบบสื่อสารออนไลน์มาช่วยในการจัดการเรียนการสอนให้มีความน่าสนใจ รวมทั้งแก้ปัญหาเด็กกลุ่มที่ต้องทำงานไม่สามารถมาเรียน (พบกลุ่ม)ได้เต็มที่ พร้อมทั้งพัฒนาความสามารถของเด็กๆให้มีอาชีพ มีงานทำ ไม่เป็นภาระของสังคม ฝึกฝนและพัฒนาฝีมือแรงงานควบคู่ไปด้วย

         การจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้ด้อยโอกาสที่เป็นเด็กเร่ร่อน ในสถานศึกษา สังกัด สํานักงาน กศน. ปีงบประมาณ 2562 มีครูผู้สอน 37 คน ผู้เรียน 2,000 กว่าคน ดําเนินการจัดการศึกษาสำหรับเด็กเร่ร่อน จํานวน 14​ จังหวัด ได้แก่กรุงเทพมหานคร,ขอนแก่น, ชลบุรี,เชียงราย,นครราชสีมา,ภูเก็ต,ยะลา,สงขลา,สุราษฎรธานี, อุดรธานี, อุบลราชธานี, ระยอง, สกลนคร​ และเชียงใหม่

         เราตระหนักถึงปัญหาของเด็กเร่ร่อน เด็กกลุ่มนี้มีความเปราะบาง และมักกลายเป็นเหยื่อของการถูกกระทำทารุณกรรมและถูกใช้หาผลประโยชน์ ซึ่งปัญหานี้ยังไม่หมดไป ตราบใดที่ความเจริญยังรุกคืบ และยังดึงดูดความสนใจของเด็กที่มีพื้นฐานชีวิตครอบครัวไม่เข้มแข็งให้ออกมาหาชีวิตอิสระอย่างไร้จุดมุ่งหมาย ดังนั้นเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนไม่ให้เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ ต้องอยู่ในอาชีพที่มีความเสี่ยงนี้ต่อไป กระทรวงศึกษาธิการ และเครือข่ายองค์กรทำงานเพื่อเด็กเร่ร่อน โดยการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จะร่วม พัฒนาระบบช่วยเหลือและสนับสนุนด้านการศึกษา ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ให้แก่เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ โดยสอดคล้องกับความถนัดและศักยภาพเป็นรายกรณี เพราะเด็กและเยาวชนแต่ละคนมีสภาพปัญหาและความจำเป็นที่แตกต่างกันไป

          และอยากฝากให้สถาบันครอบครัวทุกครอบครัวดูแลและเข้าใจบุตรหลานท่านให้มาก วัคซีนที่ดีที่สุด คือ วัคซีนแห่งความรักจากพ่อแม่ และคนในครอบครัว ส่วนการช่วยเหลือด้านอื่นๆ กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการอย่างเป็นระบบร่วมกับองค์กรเครือข่ายต่อไป เราจะจับมือช่วยกันทลายทุกข้อจำกัดในสังคม เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตดีขึ้นสำหรับเยาวชนเพราะเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รมช.ศธ.กล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พัฒนา ภูมิทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

          วันนี้ วัน​จันทร์​ที่​ 14 ต.ค.62 เวลา 10.00 น.​ ณ​ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ​ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมพัฒนาภูมิทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รับขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ด้านวัดอรุณฯ เตรียมสถานที่รองรับประชาชน พร้อมตั้งโรงทานบริการประชาชน

          ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” พัฒนาภูมิทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเนื่องในวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเพื่อเตรียมความพร้อมรับในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดยมี ดร.ศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน.พร้อมจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากสถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน กศน.กระทรวงศึกษาธิการ ลูกเสือและประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 600 คน

          รมช.กระทรวงศึกษาธิการ ได้นำกล่าวปฏิญาณตน เราทำความดีด้วยหัวใจ ในนามคณะจิตอาสาได้น้อมนำแนวทางพระราชทานโครงการจิตอาสามาจัดกิจกรรม เพื่อร่วมกันสืบสานพระราชปณิธาน ในการรักษาไว้ซึ่งความสะอาดเรียบร้อยของบ้านเมือง และให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีความสมัครสมานสามัคคีในการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ จากนั้นมีการพัฒนาชุมชนโดยรอบและร่วมกันปลูกต้นไม้ เก็บขยะ ทาสี ตามจุดต่างๆ โดยรอบวัดอรุณฯ รวมถึงพัฒนาภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเตรียมความพร้อมรับเสด็จขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในวันที่24 ตุลาคม 2562 นี้ เพื่อให้ออกมาสะอาด เรียบร้อย สวยงามสมบูรณ์ที่สุด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นครนายก – ทีมงานสายบุญ จิตอาสา นำสิ่งของเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง

ทีมงานสายบุญจิตอาสาพร้อมคณะนำสิ่งของเครื่องใช้เข้าเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง

         จากมีผู้ใช้เฟสบุ๊คได้โฟส ถึงสองตาตาย ชีวิตที่หิวโหย ต้องการความช่วยเหลือ อดมื้อกินมื้อ สามีป่วยติดเตียง ภรรยาหาเลี้ยงคนเดียว ทีมงานสายบุญจิตอาสา จึงได้ประสานงานกับทีมงานสายบุญออนทัวร์องครักษ์ ทีมงานอินเตอร์ ชลบุรี ทีมงานจิตอาสาวัยรุ่นแจกทาน และกู้ภัยสว่างอริยะนครนายก มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้นำสิ่งของเครื่องใช้ เช่นเตียงผู้ป่วย ข้าวสารอาหารแห้ง ยารักษาโรค ฯ ที่ได้รวบรวมจากทีมงานและมีผู้บริจาค ได้นำมามอบให้กับนายน้อย ดิศร อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง มีภรรยาชื่อนางสีดา ผามล อายุ 73 ปี เป็นผู้ดูแล อยู่กันเพียงลำพัง 2 คนตายาย บ้านเลขที่ 5/1 หมู่ที่ 4 ตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยมีนายพีรพล อั้งเจริญ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก นายสมบุญ พิพัฒน์ขจรกิติ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีนาวา นางสาวประภัสสร ปราบพยัคฆ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลศรีนาวา พร้อมชาวบ้านให้การต้อนรับ

          ด้วยทีมงานสายบุญจิตอาสา ได้มีเครือข่ายอยู่หลายจังหวัด ได้ร่วมทีมงานช่วยเหลือประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยากในจังหวัดนครนายกและจังหวัดใกล้เคียงมาเป็นเวลาหลายปีแล้วและมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือประชาชนต่อไปเพื่อสร้างบุญกุศลให้กับตนเองและครอบครัวให้เจริญยิ่งๆขึ้นสืบต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – วัดมณีวงศ์จัดทำเซียมซีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครนายก

วัดมณีวงศ์ ดงละคร จัดทำเซียมซีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครนายก ไว้ให้ประชาชนที่เข้ามาในวัดได้ใช้เสี่ยงเซียมซีทำนายดวงชะตา ที่วิหารเซียนหลวงพ่อพันล้าน

          เนื่องจากมีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่ออ้อแอ้ จันทิมาตร เด็กวัดครยก ได้โพสต์เฟสบุ๊คแนะนำวัดและเซียมซีเสี่ยงทายทำนายดวงชะตามีขนาดใหญ่ ที่วัดมณีวงศ์ ตำบลดงละคร จังหวัดนครนายก ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไป พบพระครูปิยะรัตนานุกุล หรือหลวงพี่ต่อและนางสาวขวัญเกล้า จันทิมาตร หรืออ้อแอ้ ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าชมวิหารเซียนใต้ฐานองค์หลวงพ่อพันล้านที่ข้างในได้ตั้งเซียมซีที่มีขนาดใหญ่มียาวสูงประมาณ 1 เมตรและไม้เสี่ยงเซียมซียาวประมาณ 1เมตร 50 เซนติเมตร ภายในไม้เสี่ยงเซียมซีจะมีตัวเลข 1- 10 ไว้ให้ประชาชนที่เข้ามาในวัดได้เสี่ยงทายทำนายดวงชะตาของแต่ละคน

          จากการให้สัมภาษณ์ของนางสาวขวัญเกล้า จันทิมาตร เล่าว่าตนได้เข้าไปเปิดเฟสบุ๊คดูและพบว่าในต่างจังหวัดได้ทำเซียมซีที่ใหญ่พอประมาณ จึงได้มาปรึกษาพระครูปิยะรัตนานุกุล ที่จะทำเซียมซีที่มีขนาดใหญ่มาไว้ให้ประชาชนที่เข้ามาทำบุญที่วัดได้ใช้เสี่ยงทายดวงชะตา และขณะนี้ได้ทำเพิ่มเพื่อไปวางไว้อีกหลายจุดภายในวัดมณีวงศ์ดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีจุดเทียน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

         เมื่อวันที่(13 ตุลาคม 2562) เวลา 19.30 น. ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและภริยา คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิ สภา ข้าราชการตุลาการ ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ และประชาชนทุกสาขาอาชีพ เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน

          เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงมณฑลพิธีท้องสนามหลวง นายกรัฐมนตรีและภริยาเดินขึ้นสู่เวที ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมกล่าวรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความว่า

         เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันนี้ ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐ มนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่ได้มาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียง ณ ที่แห่งนี้ ต่างน้อมจิตตั้งมั่นเพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาสุดมิได้

         นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ปวงพสกนิกรใต้ร่มพระบารมีทั่วราชอาณาจักร ต่างประจักษ์ชัดแจ้งในพระเกียรติคุณ พระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ทรงทุ่มเทกำลังพระวรกายและพระสติปัญญาคิดค้นโครงการในพระราชดำริหลายพันโครงการ อันเป็นประโยชน์อย่างอเนกอนันต์แก่ประเทศชาติ ทั้งได้พระราชทานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไว้เป็นแนวทางให้ประชาชนได้ดำเนินชีวิตอย่างมีภูมิคุ้มกัน ปวงอาณาประชาราษฎร์ต่างสำนึกซาบซึ้ง และระลึกอยู่เสมอว่านับเป็นบุญอันประเสริฐโดยแท้ ที่ได้มีชีวิตอยู่อย่างผาสุกร่มเย็นบนผืนแผ่นดินไทย ภายใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ

          ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น เปรียบประดุจดวงประทีปของแผ่นดินที่ส่องนำทางสร้างความรุ่งเรืองแก่ชาติบ้านเมืองมายาวนานตลอดรัชสมัยแห่งพระองค์ ปวงข้าพระพุทธเจ้าจักน้อมนำแนวทางตามที่ได้พระราชทานไว้ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติตนเพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไป

          เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันนี้ ขอให้ผู้ที่ชุมนุมกัน ณ สถานที่แห่งนี้และสถานที่ต่าง ๆ พร้อมใจกันจุดเทียนและยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยตราบกาลนิรันดร์

          จากนั้น นายกรัฐมนตรี และภริยา รับมอบเทียน พร้อมด้วยผู้ร่วมพิธี ยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นเวลา 89 วินาที เสร็จภารกิจนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับ

——————–

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นายกฯ รับรายงานคนไทยในญี่ปุ่นทุกคนปลอดภัย พร้อมชมเชยการทำงานของทุกฝ่าย

          ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพายุได้กลับลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใยคนไทยที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น รวมถึงผู้ที่กำลังท่องเที่ยวหรืออาศัยอยู่ที่นั่นเป็นอย่างมาก

          ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ตรวจสอบกับเครือข่ายคนไทย วัด นักเรียน และอาสาสมัครทราบว่า ทุกคนปลอดภัยดี ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีชมเชยการทำงานของทุกฝ่ายที่แจ้งเตือนข้อมูลแก่ประชาชนอย่างฉับไวและใกล้ชิด ทำให้ทุกคนเตรียมความพร้อมได้ทันท่วงที โดยเฉพาะสถานเอกอัครราชทูตไทยที่สามารถติดต่อสื่อสารกับคนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ชมรมไทยสร้างสรรค์พัฒนาสังคมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9

         เนื่องในวันที่ 13 ตุลาคม 2562 เป็นวันครบรอบ 3 ปีแห่งการเสด็จสวรรคตของ “พระ บาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” ในหลวง ร.9 กษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

นครนายก – ผ้าป่าสนับสนุน ทุนเล่าเรียนหลวง สำหรับพระสงฆ์

จังหวัดนครนายก จัดพิธีทอดผ้าป่าสนับสนุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย

         ที่ศาลาห้องประชุมสงฆ์วัดพราหมณี พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เจ้าอาวาวัดพราหมณี พระอารามหลวง พระครูปริยัติ โพธิสุนทร เจ้าคณะอำเภอเมืองนครนายก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีพิธีทอดผ้าป่าสนับ สนุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย โดยมีพระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา จากนั้นพระสงฆ์จำนวน 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ ธรรมนิยามสูต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนิกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมราชบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต ประธานพิธีเชิญผ้าบังสุกุลวางไว้ที่กองผ้าป่า

          จากนั้นประธานสงฆ์ได้พิจารณาบังสุกุล ประธานฝ่ายฆราวาส ทอดผ้าไตรบังสุกลจำนวน 10 ผืน พระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุล หัวหน้าส่วนราชการประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์จำนวน 10 รูป พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานกรวดน้ำและรับพร สำหรับทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยได้มุ่งเน้น เพื่อให้พระภิกษุและสามเณรได้ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างลึกซึ้งแตกฉาน สร้างความร่มเย็นในสังคมด้วยการมีหลักพุทธธรรมที่ถูกต้อง เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เป็นหลักทางจิตใจและความคิดของประชาชนตลอดไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – ตักบาตรเทโวโรหณะวันออกพรรษา

จังหวัดนครนายก จัดงานทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ ข้าวสารอาหารแห้ง ข้าวต้มลูกโยน แด่พระภิกษุสงฆ์ เนื่องในโอกาสเทศกาลออกพรรษา ประจำปี 2562

         ที่บริเวณลานวัดเขานางบวช ตำบลสาลิกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนนายก องค์การบริหารส่วนตำบลสาลิการ่วมกับทางวัดเขานางบวชและประชาชนในพื้นที่ พื้นที่ใกล้เคียง ร่วมทำบุญเข้าวัดตักบาตรเทโวโรหณะ โดยมีนายบัญชา เชาวรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีเปิดงานฯ และมอบรางวัลแก่ผู้แต่งกายชุดไทย สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ให้คงอยู่คู่ชาติตลอดไป

         ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ถือเป็นอีกหนึ่งประเพณีสำคัญในช่วงเทศกาลออกพรรษา โดยมีความเชื่อกันว่าวันออกพรรษา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อรับบิณฑบาตจากชาวบ้าน โดยทางวัดเขานางบวชได้จัดประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะติดต่อกันมาเป็นเวลา 24 ปีแล้ว และทุกปีจะมีประชาชนมาร่วมงานบุญยิ่งใหญ่กันเป็นจำนวนมาก

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – เจ้าของอู่ซ่อมรถ บนพ่อแก่ขายที่ดินได้ ถวายฟักทอง 300 ลูก

          เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 บางปะอิน – ปทุมธานี น.ส.สุนีย์ แซ่เหลี่ยม อายุ 60 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ ซวงดีเซล เลขที่ 2/314 ถนนพหลโยธิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ได้เดินทางมาถวายฟักทอง 300 ลูก กับพ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ หลังจากที่ขายที่ดินได้สำเร็จ และแก้บนกุมารเจ้าสัวเฮง จุดประทัด 2,000 นัด หลังจากถูกฉลากกินแบ่งรางวัลที่ 5 ในงวดที่ผ่านมา

          โดยบรรยากาศที่อาศรมฤๅษีเณร มีประชาชนเดินทางมาดูตัวเลขที่อ่างน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ โดยมีตัวเลข ตัวเลข 0,4,6,2,7 และ 8 ลอยอยู่บนผิวน้ำมนต์ที่อ่าง ตัวเลขเหล่านี้จะลอยวนเวียนไปเรื่อยไม่อยู่กับที่ ด้านฤๅษีเณรธาตุพุทธคุณได้ทำพิธีจรดตัวเลขเหล่านี้เรียกว่า “เลขโสฬสสะระตะ” นอกจากนี้ประชาชนยังได้เข้ามาร่วมพิธีอาบน้ำมนต์ตัดกรรม ลงนะหน้าทอง สาลิกาลิ้นทอง เจิมหน้าผากเสริมดวงรับโชคลาภ ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ประชาชนที่แสวงหาการเสี่ยงโชคมักจะเข้ามากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอาศรมฤๅษีเณรเป็นที่ร่ำลือพูดถึงอย่างมาก หลังจากที่ประชาชนได้ผ่านพิธีนี้ มักจะพูดกันปากต่อปากว่าศักดิ์สิทธิ์นัก

          ทางด้าน น.ส.สุนีย์ แซ่เหลี่ยม กล่าวว่า เนื่องจากได้มาขอพรจากพ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ให้ขายที่ดินได้ เมื่อกลับไปบ้านไม่นานก็มีคนมาติดต่อเพื่อซื้อขายที่ดินทันที่ และโอนที่ดินเสร็จเรียบร้อย จึงได้ซื้อฟักทองมาจำนวน 300 ลูกเพื่อถวายแก้บน ส่วนการจุดประทัด 2,000 นัด เนื่องจากตนเองถูกฉลากกินแบ่งฯ รางวัลที่ 5 จึงมาแก้บนดังกล่าว และทราบว่าที่อาศรมจะมีงานยกเศียรพ่อแก่องค์ใหญ่ที่สุดในโลก จึงจะเดินทางมาร่วมงานบุญอีกในวันที่ 22 ตุลาคม 2562.

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี