คนร้ายดับ 2 เหตุปะทะเดือดปัตตานี

22 พ.ย. 2562. ข่าวความคืบหน้าเหตุปะทะในพื้นที่ อ. หนอง จิก จ.ปัตตานี หลังเจ้าหน้าที่เจรจานานกว่า 3 ชม. คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ทหารพรานหญิงเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเด็กและผู้หญิงไปอยู่ในที่ปลอดภัย.

          จากกรณีเจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าติดตามบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่บ้านคอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และได้ปะทะกับกลุ่มคนร้าย เหตุเกิดเมื่อวานนี้ (21 พ.ย.) เวลาประมาณ 19.30 น. ล่าสุดเมื่อเวลา 23.00 น. พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 เปิดเผยว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นผลมาจากการแจ้งข่าวจากแหล่งข่าวภาคประชาชนว่า พบบุคคลต้องสงสัยเข้ามาพักหลบซ่อนในพื้นที่ดังกล่าว จึงจัดกำลังร่วม 3 ฝ่าย เข้าตรวจสอบ พร้อมประสานผู้นำ 4 เสาหลักให้เข้าร่วมเจรจา โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก แต่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ จนเกิดการปะทะกันขึ้น.

          ภายหลังทราบเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้เกิดผลกระทบกับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรี พร้อมกับสั่งการทุกหน่วยจัดกำลังจรยุทธ์กระจายทุกพื้นที่ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและชุมชนล่อแหลม โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมสถานการณ์และบริหารจัดการสถานที่เกิดเหตุ เตรียมรถพยาบาลและเครื่องให้แสงสว่าง พร้อมกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากที่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานหญิงได้เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลือเด็กและสตรีไปอยู่ในที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าหน้าที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะใช้ความพยายามในการเจรจาให้คนร้ายยอมมอบตัวนานกว่า 3 ชั่วโมง แต่ก็ไม่เป็นผล.

          จากการตรวจสอบล่าสุดพบคนร้ายเสียชีวิตในบ้านพัก จำนวน 2 ราย พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนพกไม่ทราบชนิดและขนาด จำนวน 2 กระบอก ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม และจัดกำลังควบคุมที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย จะดำเนินการส่งตรวจชันสูตรที่โรงพยาบาลหนองจิก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี /ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง.

มุกดาหาร # ทพ.2110 ปฏิบัติการตรวจยึดเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะกำลังลักลอบส่งออก

         เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เวลา 16.00 – 18.00 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองร้อยทหารพรานที่ 2110 โดย พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย ทพ. 2110 จัดกำลังพลลงพื้นที่ลาดตระเวน ตามแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่คาดว่า จะมีการลักลอบส่งออกสินค้า หนีภาษี ข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จนกระทั่งลาดตระเวนมาถึง ชุมชนนาโปน้อย ต.มุกดาหาร อ.เมือง จว.มุกดาหาร พิกัด VD 713318 เฝ้าตรวจบริเวณ

         ครั้นเมื่อเวลา 17.00 น. ตรวจพบกลุ่มชายจำนวนหนึ่งกำลังแบกสิ่งของ ลงเรือเหล็กที่จอดเทียบท่าบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง มุ่งหน้าออกไปทาง สปป.ลาว จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มชายดังกล่าวได้ทิ้งสิ่งของแล้ววิ่งหลบหนีไป ส่วนเรือได้ แล่นออกไปยัง สปป.ลาว อย่างรวดเร็วพร้อมกับสินค้าบางส่วน และบางส่วนวางอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง

         เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ตรวจพบวัตถุประเภท กล่อง วางกระจัดกระจายอยู่บริเวณริมตลิ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางและนำมาไว้ บก.ร้อย.ทพ.2110 โดยมี เครื่องปรับอากาศ ( แอร์ ) จำนวน 6 เครื่อง/กล่อง และอุปกรณ์ประกอบเครื่องปรับอากาศ จำนวน 5 กล่อง เจ้าหน้าที่จึงนำของกลาง ประสานส่งมอบให้ เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร มาร่วมตรวจยึด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// T-092-5259-777

มุกดาหาร# ไม่รอดสายตา ทหาร กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ตรวจยึดยาบ้า 12,110 เม็ด พื้นที่ จ.บึงกาฬ

           เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 62 เวลา 19.00 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย ร้อยเคลื่อนที่เร็วที่ 2 กองบังคับการควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว (ขอปิดนาม) ว่าจะมีการรับ – ส่งยาบ้า บริเวณพื้นที่ริมถนนหมายเลข 222 (บึงกาฬ – พังโคน) ทางแยกเข้า บ.หนองนาแซง ต.บึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ

          จึงได้จัดกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ทำการซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณดังกล่าว ต่อมาครั้นเมื่อเวลา 20.00 น. ตรวจพบชายวัยรุ่นหนึ่งคนขับ รถจักรยานยนต์ มาจอดบริเวณริมถนนหมายเลข 222 ตรงกับบ้านเรือนไทย ใกล้กับบริเวณที่ เจ้าหน้าที่ทำการซุ่มอยู่ แล้วชายคนดังกล่าว เดินเข้ามาบริเวณเสาบ้านแล้วก้มหยิบเอาสิ่งของบางอย่าง แล้วเดินกลับไปที่รถจักรยานยนต์

          เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น ผลการปฏิบัติ ตรวจพบถุงหิ้วสีขาว ข้างในมียาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงินชนิดแบบกดปิด – ดึงเปิด จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ จึงทำการจับกุมผู้กระทำผิด ทราบชื่อคือ นายเทพพร เถาว์ทุมมา อายุ 17 ปี บ้านเลขที่ 96 ม.8 ต.ถ้ำเจริญ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ พร้อมของกลาง ยาบ้า 60 ถุง จำนวน 12,110 เม็ด (สีส้ม 11,992 เม็ด, สีเขียว 118 เม็ด ด้านหนึ่งผิวเรียบ อีกด้านสลักอักษร WY) เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่ง สถานีตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// T-092-5259-777

ปตท. มอบทุนการศึกษาให้เยาวชนในพื้นที่รับผิดชอบ กว่าสามแสนบาท

บริษัท ปตท.คลังก๊าซเขาบ่อยาและคลังน้ำมันศรีราชา มอบทุนการศึกษา จำนวน 96 ทุน รวมทั้งสิ้นกว่า 3 แสนบาท เพื่อส่งเสริมสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชน ที่มีผลการเรียนที่ดีแต่ขาดทุนทรัพย์ ประจำปี 2562

          ที่ศูนย์การประชุมและฝึกอบรมเขาบ่อยา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นางสาวสุรีนาฎ ชุมแวงวาปี รองปลัดเทศบาลนครแหลมฉบัง เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาปตท. ประจำปี 2562 พร้อมด้วย ผู้นำชุมชน คณะครูและนักเรียน โรงเรียนในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบทั้ง 8 โรงเรียน โดยมีนายชัยยศ หงษ์ขจร ผู้จัดการฝ่ายคลังปิโตรเลียมภาคตะวันออก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ รวมทั้งประธานชุมชน นักเรียน และสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

         นายชัยยศ กล่าวว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชนได้ตระ หนักถึงความสำคัญของเยาวชนมาโดยตลอด จึงให้การสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เยาวชนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การสร้างห้องสมุด สร้างอาคารเรียน ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ความรับผิดชอบที่ขาด แคลน เช่นเดียวกับการมอบทุนการศึกษา ปตท. ซึ่งมีการดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2540

          สำหรับโครงการมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาแก่เยาวชนของชาติที่มีผลการเรียนที่ดีแต่ขาดทุนทรัพย์ และเพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

           โดยในปีนี้ทางคลังก๊าซเขาบ่อยาและคลังน้ำมันศรีราชา ได้มีโอกาสมอบทุนจำนวนทั้งหมด 96 ทุน รวมมูลค่าทุนการศึกษา 356,000 บาท ให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบทั้ง 8 โรงเรียน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยการสนับสนุนนี้จะช่วยในการพัฒนาการศึกษาของชาติให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงตัวเยาวชนให้มีทั้งคุณภาพและคุณธรรมอันดี เป็นรากฐานที่ดีในอนาคตต่อไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

คืบหน้า เหตุปะทะที่คอลอตันหยง หนองจิก จ.ปัตตานี…ยิงพลุส่องสว่างช่วยในการปฎิบัติการของจนท. คนร้ายถูกจนท.ปิดล้อม

คืบหน้าเหตุปะทะที่คอลอตันหยง หนองจิก จ.ปัตตานี…ยิงพลุส่องสว่างช่วยในการปฎิบัติการของจนท. คนร้ายถูกจนท.ปิดล้อม

         จากกรณีเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าติดตามบังคับใช้กฏหมายในพื้นที่บ้านคอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และได้ปะทะกับกลุ่มคนร้าย เหตุเกิดเมื่อ 21 พ.ย. 2562 เวลาประมาณ 19.30 น.นั้น

         ล่าสุดเมื่อ 21 พ.ย. 2562 เวลา 21.00 น. พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค4 เปิดเผยว่า การปฏิบัติในครั้งนี้เป็นผลมาจากการแจ้งข่าว จากแหล่งข่าวภาคประชาชนว่าพบบุคคลต้องสงสัยเข้ามาพักหลบซ่อนในพื้นที่ดังกล่าว จึงได้จัดกำลังร่วม 3 ฝ่าย เข้าทำการตรวจสอบ พร้อมประสานผู้นำ 4เสาหลักให้เข้าร่วมเจรจา โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก แต่คนร้ายได้ใช้อาวุธยิงใส่ จนเกิดการปะทะกันขึ้น โดยในเบื้องต้นคาดว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะเสียชีวิต1คน (รอยืนยัน) ส่วนเจ้าหน้าที่ปลอดภัย

         ภายหลังทราบเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้เกิดผล กระทบกับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง พร้อมกับสั่งการทุกหน่วยจัดกำลังจรยุทธกระจายทุกพื้นที่ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและชุมชนล่อแหลม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมสถานการณ์และบริหารจัดการสถานที่เกิดเหตุ เตรียมรถพยาบาลและเครื่องให้แสงสว่างพร้อมกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากที่เกิดเหตุ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว ปัจจุบันยังไม่จบภารกิจ รายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป

#ภาพ/ข่าวอับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี /ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง

ด่วน ปิดล้อมไล่ล่า!! จนท.ปะทะเดือดผู้ต้องหาคดีความมั่นคง โดนวิสามัญดับ1

ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง ไล่ล่า ปิดล้อม ไฟใต้ ความไม่สงบ อาชญากรรม ปะทะกัน หนองจิก ปัตตานี

          เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ร.ต.อ.ณรัฐสิจฒ์ เทวฤทธิ์รอง สว.สอบสวน สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ บริเวณบ้านออเลาะปีแน ม.1 ต.ดาโต้ะอ.หนองจิก จ.ปัตตานี

          จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีเจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าติดตามบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่เข้ามาหลบซ่อนบ้านแนวร่วมพื้นที่ ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่จนเกิดการปะทะกัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ปลอดภัย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างปิดกั้นที่เกิดเหตุ เพื่อนำกำลังเข้าตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นมีรายงานว่า คนร้ายได้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย สำหรับความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี /ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง

นราธิวาส – สนธิกำลังตรวจยึดใบพืชกระท่อมสด 1,786 มัด

         21พฤศจิกายน 2562 เวลาประมาณ 16.00 น.ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ ผกก.สส.ภ.จว.นราธิวาส, พ.ต.ท. สมพร จันทา รองผกก.สส.ภ.จว.นราธิวาส, พ.ต.ท. ปราโมทย์ แก้วขาว รรท.รอง ผกก.สส.ภ.จว.นราธิวาส, พ.ต.ท.ปิยภัทร ทองพันเลิศกุล รองผกก.สส.ภ.จว.นราธิวาส, พ.ต.ท.นิติ สุขสันต์ รอง ผกก. สส.ภ.จว.นราธิวาส

         สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส. ภ.จว. นราธิ วาส นำโดย พ.ต.ท.สมมาตร นิลอินจันทร์ สว.กก. สส. ภ.จว.นราธิ วาส, ร.ต.อ.ไตรรงค์ หน่วยตุ้ย รอง.ส.ว.กก. สส.ภ. จว. นราธิวาส, ร.ต.ท.อัครราช เนื่องมัจฉา รอง.ส.ว.ส.ภ.ปะลุกาสาเมาะ ปรก.กก. สส.ภ.จว.นราธิวาส, ร.ต.ท.อาเปงดี ตอฮารองสว.กก.สส. ภ.จว. นราธิวาส พร้อมชุดสืบสวนที่ 4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก. สส.๒ บก.สส.จชต., เจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นราธิ วาส, เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ได้ร่วมกันตรวจยึด

  1. ใบพืชกระท่อมสดห่อด้วยพลาสติกสีขาวขุ่นรัดด้วยหนังยาง จำนวน 1,786 มัด น้ำหนักประมาณ 320 กิโลกรัม
  2. รถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น อัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน ขพ 4243 สงขลา เลขตัวรถ MR053REE104158284 เลขเครื่องยนต์ 1ZR-X269120 จำนวน 1 คัน
  3. สำเนาคู่มือรถ จำนวน 1 ชุด 2 แผ่น
  4. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารธนชาต ระบุชื่อ นางวรรณา ดำริห์ จำนวน 1 เล่ม
  5. กระเป๋าสตางค์แบบหนัง สีดำ จำนวน 1 ใบ
  6. บัตรประจำตัวประชาชน ระบุชื่อนายเปาซี มาดอ จำนวน 1 ใบ
  7. ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ระบุชื่อนายเปาซี มาดอ จำนวน 1 ใบ
  8. 8.กระป๋องเครื่องดื่มกาแฟยี่ห้อ Espresso ARABUS พร้อมหลอดดูด จำนวน 1 แก้ว
  9. น้ำต้มใบพืชกระท่อมสดบรรจุอยู่ในขวดน้ำยี่ห้อ Dijlah ดิจลาฮ จำนวน 1 ขวด

          สถานที่ทำการตรวจยึด บนถนนภายในหมู่บ้านทุ่งบัว ม.9 ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส.

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี/ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง.

เจ้าหน้าที่ นราธิวาส ยึดไม้หลุมพอ 4 ท่อนใหญ่ พบเตรียม’สวมตอ’ส่งโรงเลื่อยทำเฟอร์นิเจอร์


         วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.36 น. ชุดพยัคฆ์ไพรร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) นำโดยนายศุภชัย สุกใส ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นธ.3 (ระแงะ -จะแนะ) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอจะแนะ เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 4902 ร่วมกันตรวจยึดไม้หลุมพอ 4 ท่อน ความยาวไม่ต่ำกว่า 4 เมตร ปริมาตร 24.73 ลูกบาศก์เมตร บริเวณบ้านกาแย หมู่ที่ 5 ตำบลดุชงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส หลังจากประชาชนในพื้นที่ได้แจ้งมายังเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) ว่ามีกลุ่มขบวนการทำไม้แปรรูป ตระเวนหาซื้อไม้หลุมพอขนาดใหญ่ในพื้นที่ป่า เพื่อนำไปสวมตอไม้ ในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ ส่งโรงเลื่อยนำไปแปรรูปเป็นแผ่นไม้ขนาดใหญ่ เพื่อทำแผ่นโต๊ะ นำไปจำหน่าย

เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันเข้าตรวจยึด พร้อมทำบันทึกตรวจยึด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจะแนะ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนไม้ของกลางขณะนี้ยังไม่สามารถนำออกจากพื้นที่ได้ เนื่องจากในขณะเข้าตรวจยึดได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นธ.3 ระแงะ-จะแนะ ทหารพราน ฝ่ายปกครอง ออกตรวจเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการสูญหาย.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี /ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำนักข่าวความมั่นคง

ยะลา – ฟอร์จูนเนอร์ขับฝ่าด่านตรวจ บริเวณเส้นทาง 410 หน้า อบต ถ้ำทะลุ

https://youtu.be/Q3_AAVnEFak

         เมื่อ 21พ ย 62 เวลา 16.00 น ขณะที่ ร้อย ทพ 3307 ฉก ทพ 33 ร่วมกับ จนท อส ชคต ถ้ำทะลุ ปฎิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจ บริเวณเส้นทาง 410 หน้า อบต ถ้ำทะลุ ตรวจพบรถฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กข 9142 เบตง ขับผ่านมา จึงได้ทำการโบกให้จอดเพื่อขอตรวจ แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมจอด กลับเร่งเครื่องขับฝ่าด่านตรวจ ไปทางอำเภอบันนังสตา ทราบภายหลังว่าเป็นรถที่ถูกขโมยมาจาก อ ธารโต ฉก ทพ 33 จึงสั่งการให้ทุกหน่วย ทุก ชป จรยุทธ์ พร้อมทั้งประสาน สภ.บันนังสตา และ อำเภอบันนังสตาปฎิบัติตามแผนสกัดกั้น

         เมื่อ เวลา 17.00 น สามารถสกัดรถได้ที่ บ้านวังหิน ต บันนัง สตา จว ยะลา พิกัด QG 482 883 โดย ร้อย ทพ 3301 ฉก ทพ 33 ร่วมกับ ชรบ บ้านวังหิน คนขับรถวิ่งกลับหนี หน่วยได้จัด กำลังติดตาม ปัจจุบันดำเนินการ ควบคุมพื้นที่ และประสาน EOD กับชุดนิติวิทยาศาสตร์ เข้าตรวจสอบ

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี/ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง

Police I lert u แอปพลิเคชัน ตร.ออนไลน์ เพื่อช่วยเหลือประชาชน จนท.เผย ให้ประชาชนฝึกลองใช้ ยังมีประโยชน์ในพื้นที่ จชต. ได้ดี หากมีกรณีฉุกเฉิน

          Police I lert u เป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนมีทั้งในระบบแอนดรอยด์ และไอโอเอส เพียงใช้อินเตอร์เน็ตในการดาวโหลดใช้ได้ทันที โดยใช้เชื่อมต่อกับเฟสบุ๊คที่ทุกคนใช้อยู่เป็นประจำ ระบุตัวตนสักเล็กน้อย เรียนรู้ไม่ยากมากนัก และสามารถใช้ได้ทันที ใช้ในโอกาสกรณีเหตุด่วนฉุกเฉิน อุบัติเหตุ หรือเหตุร้ายต่างๆ ที่สำคัญตอบโจทย์ให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ จชต. หากแจ้งเหตุด่วนให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งมือถือ แอปพลิเคชั่น จะทำงานร่วมกันโดยระบุจำแหน่งปัจจุบัน ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบทันที ทำให้การประสานงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

          ร.ต.ท.โสรส ชนะพันธ์ ร้อยเวร สภ.เมืองนราธิวาส ได้กล่าวว่า เป็นแอปพลิเคชันที่ดีมากๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ จชต. ซึ่งทำให้ประชาชนสามารถเป็นหูเป็นตา ดูแลความสงบในชุมชน หมู่บ้าน ได้ด้วยตัวเอง โดยส่งข้อมูลเหตุด่วน เหตุฉุกเฉินได้ในทันที ซึ่งตั้งแต่มีแอปพลิเคชันนี้ขึ้นมา การประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ จชต.ยังน้อย ประชาชนยังไม่รู้จักกันมากนัก ที่สำคัญในบางครั้ง บางพื้นที่ พื้นที่ห่างไกล ตำแหน่งค่อนข้างเพี้ยนจากที่ระบุไว้ ต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ในชุมชนนั้นๆ ก่อนลงไปช่วยเหลือประชาชนได้ ซึ่งต้องใช้เวลา มีข้อแม้บางประการที่ต้องมั่นใจว่าที่นั่นมีเหตุร้ายตรงจุด หรือตรงตำแหน่งจริง อย่างไรก็ดีคนที่นี่ติดการโทรหาเบอร์ 191 แบบเดิม ซึ่งก็ยังเป็นเรื่องดีเช่นกัน

          ประชาชนที่ใช้แอปพลิเคชันนี้ กล่าวกันว่า มีประโยชน์ ใช้ไม่ยาก หากใครที่เพิ่งลองใช้ ศึกษาทดลองใช้สักระยะเดี่ยวก็เป็นเอง บางเหตุการณ์ที่เคยใช้ ตำรวจลงพื้นที่ช่วยเหลือได้เร็วกว่าที่คิด มีประโยชน์กรณีเหตุด่วนต่างๆ อยากให้ประชาชนทุกคนใช้กันเพื่อความสะดวกในยามเหตุฉุกเฉิน

          Police I lert u แอปพลิเคชัน ตำรวจออนไลน์เพื่อช่วยเหลือประชาชน เปิดช่องทางในการช่วยเหลือเหตุฉุกเฉินได้อย่างรอบคอบ โดยบันทึกภาพในที่เกิดเหตุ พิมพ์ข้อความสั้นๆ ระบุขอความช่วยเหลือต่างๆ สถานะที่จุดเกิดเหตุ ตำรวจจะประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้อย่างรัดกุม และเข้าไปช่วยเหลือได้ทันที อย่าลืมไปดาวน์โหลดใช้กัน ด้วยความปราถนาดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ
#WafeeMadakakul

ขอบคุณข้อมูล : SPMNEWS online