อัครา รีซอร์สเซส ร่วมดูแลชุมชน สร้างสังคมผู้สูงวัย อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

         อัครา รีซอร์สเซส ร่วมดูแลชุมชน สร้างสังคมผู้สูงวัย อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ถึงแม้ว่ากำหนดการพิจารณาคดีตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการกับรัฐบาลไทย ในเรื่องการอนุญาตเปิดเหมืองแร่ทองคำชาตรี ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย – ออสเตรเลีย ได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ประเทศสิงคโปร์ แต่อย่างไรก็ตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ของบริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด มหาชน ในพื้นที่ยังมีอยู่เช่นเดิม

          โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนสร้างสุขผู้สูงวัย องค์การบริหารส่วนตำบลท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้มีการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนผู้สูงอายุ

          โดยในโอกาสนี้ในชั่วโมงศิลปวัฒนธรรม ครูอาสาจากบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด มหาชน (เหมืองทองอัครา)ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและการนันทนาการของนักเรียนให้มีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข จึงได้นำชมรมผู้สูงอายุตำบลเขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร มาทำการแสดงและสอนการรำในท่าต่างๆเช่นรำกลองยาว, รำแบบอิสาน, รำวงย้อนยุค ฯลฯ ให้กับนักเรียนผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพในด้านการแสดงออก, การนันทนาการ และการนำมาปรับใช้ในการแสดงของโรงเรียนฯ

          กิจกรรมในวันนี้สร้างความสนุกสนานเป็นการเองและสร้างความรักความสามัคคีให้กับชุมชนรอบเหมืองแร่ทองคำชาตรีในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข…

ยุทธ ศรีทองสุข

Chonburi Clean Energy โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมแห่งใหม่ของไทย

Chonburi Clean Energy โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมแห่งใหม่ของไทยที่สามารถกำจัดขยะเชื้อเพลิงได้ 400 ตัน/วันหรือ 1 แสน ตัน/ปี

          ที่บริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (CCE) นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 1 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้มีพิธีเปิดโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ โดยมี นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธานในพิธี

         และมี มร. ฌัก ลาปูฌ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประ เทศไทย, นายนิติ วิวัฒน์วานิช นายอำเภอศรีราชา, น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการ บริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด รวมทั้งตัวแทนจากบริษัทร่วมทุนทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด, (มหาชน), บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) และสุเอซ กรุ๊ป เข้าร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้

         สำหรับ โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม บริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ เกิดขึ้นภายใต้เงินลงทุนราว 1,800 ล้านบาท โดย เป็นโรงผลิตไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรมแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้มาตรฐานควบคุมการปล่อยมลพิษของยุโรป ติดตั้งด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายใต้แนวคิดเพื่อความยั่งยืน การมีเสถียร ภาพ และการรักษาสิ่งแวดล้อม สามารถกำจัดขยะอุตสาห กรรม ให้เป็นเชื้อเพลิงได้กว่า 400 ตันต่อวัน หรือราว 100,000 ตันต่อปี

          โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมแห่งนี้มีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า 8.63 เมกะวัตต์ โดยจะจำหน่ายเข้าระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำนวน 6.90 เมกะวัตต์ ภายใต้ข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้า (PPA) เป็นระยะเวลา 20 ปี และได้ลงนามในข้อตกลงการจัดหาขยะอุตสาหกรรมกับบริษัท เวสท์ แมเนจเม้นท์ สยาม จำกัด (WMS) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการจัดเก็บ บำบัด และกำจัดขยะของเสียในไทย เพื่อดำเนินการจัดหาขยะอุตสาหกรรม 100,000 ตันต่อปี จากนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในจังหวัดชลบุรีและใกล้เคียง

          โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ จะนำขยะอุตสาหกรรมเข้าสู่ห้องเผาไหม้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลังจากที่ได้มีการวางแผนและก่อสร้างโรงไฟฟ้า ตลอดจนทดสอบการทำงานตามข้อกำหนดของการเชื่อมต่อเข้าระบบการไฟฟ้าภูมิภาคตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โรงไฟฟ้า CCE ได้เริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์เมื่อเดือน พ.ย. ก่อนระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อตกลง PPA ภายในเดือน ธ.ค.62นี้

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง เร่งเดินหน้า บริจาคสมทบการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธ รพ.เขาคิชฌกูฏ

จันทบุรี-กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง เร่งเดินหน้าทุกช่องทางบริจาคสมทบการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธ รพ.เขาคิชฌกูฏ หลังพบงบบานปลายอีกกว่า 3 ล้านบาท เปิดช่องทางบริจาคโดยตรง หรือจองเหรียญวัตถุมงคลสมทบการก่อสร้าง

         พระครูประดิษฐ์ ศาสนการ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอินทร์ ประธานฝ่ายสงฆ์กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะสงฆ์ พุทธศาสนิกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคปัจจัยสมทบการก่อสร้างอาคารสงฆ์ กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงโรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี และ การก่อสร้างคืบหน้าตามลำดับ ปัจจุบันการก่อสร้างด้านโครงสร้างตัวอาคาร ห้องพักผู้ป่วยใกล้แล้วเสร็จ คาดเสร็จสมบูรณ์เปิดให้บริการประชาชนได้ภายในปี 63

         แต่เนื่องจากวัสดุก่อสร้างมีราคาเพิ่มสูงขึ้นรวมทั้งมีการปรับแก้แบบให้ประชาชนใช้งานได้อย่างสะดวกครอบคลุมและทันสมัย จึงทำให้ราคาค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 43 ล้านบาท จึงทำให้เกิดช่องว่างทางการเงินที่จำ เป็นต้องเร่งระดมทุนเพื่อให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ให้ประชาชน ผู้ป่วย ผู้ยากไร้เข้าถึงบริการการรักษาอย่างทันท่วงที โดยผู้มีจิตศรัทธาที่สามารถบริจาคสมทบทุนการก่อสร้างอาคารสงฆ์ รพ.เขาคิชฌกูฏ ที่ยังขาดงบประมาณ โดยตรงที่ รพ.เขาคิชฌกูฏ หรือ ผ่านบัญชี ธกส.สาขา อ.เขาคิชฌกูฏ

รวมทั้งตอนนี้ ทาง กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงได้จัดสร้าง เหรียญพระพุทธบาทพลวง ( เขาคิชฌกูฏ ) รุ่นแรก หารายได้สมทบการก่อสร้างอาคารสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏ โดย เหรียญพระพุทธบาทพลวง ( เขาคิชฌกูฏ ) รุ่นแรก มีการจัดทำ 6 ชนิด ประกอบด้วย เนื้อทองคำ /เนื้อเงิน /เนื้อนวโลหะ /เนื้อทองแดง และ เนื้ออัลปาก้า กำหนดรับพระที่สั่งจองในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งจองเหรียญพระพุทธบาทพลวง ( เขาคิชฌกูฏ ) รุ่นแรก ได้ที่ กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง วัดพลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 085 – 2859656

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี – เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง

จังหวัดจันทบุรีเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยแล้งจัดทำแผนบูรณาการ เตือนเกษตรกรใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและประหยัด หากวิกฤติร้องขอความช่วยเหลือได้ทันที

         นายอวิรุทธ์ วรกิตติไพศาล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรีเปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดจันทบุรีได้ประชุมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเรื่องของมาตรการป้องกันภัยแล้งที่ปีนี้ทางจังหวัดรวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการจัดทำแผนเผชิญเหตุในการป้องกันภัยแล้งที่คาดว่าจะยาวนาน และ รุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ทั้งลำไย ทุเรียน มังคุด เงาะ และอื่น ๆ ที่ต้องการน้ำในการบำรุงผลผลิต

         อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัด พบว่าพื้นที่การปลูกผลไม้เศรษฐกิจ มีเพิ่มมากขึ้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่เกษตรกรต้องใช้น้ำเพื่อหล่อเลี้ยงผลผลิต อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดได้เตรียมรับมือป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งไว้แล้วทั้งการประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกร การจัดทำแผนบูรณาการป้องกันปัญหาทั้งระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น

         อย่างไรก็ตามข้อมูลจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดจันทบุรี พบว่า ปีนี้ ปริมาณน้ำในเขื่อนหลัก และอ่างกักเก็บน้ำรวม 8 แห่ง ยังคงเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของประชาชน แต่ต้องใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และประหยัดรวมทั้งบริหารจัดการอย่างรอบครอบ โดยข้อมูล ณ วันที่ 26 พ.ย.62 พบว่า ปริมาณน้ำที่เขื่อนคิรีธาร สามารถกักเก็บได้ 70.983 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 93.40 ของความจุเขื่อน / ปริมาณน้ำเขื่อนพลวง 72.504 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 90.43 ของความจุเขื่อน / ปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำคลองศาลทราย 11.320 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 94.33 ของความจุอ่าง / ปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ 60.629 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 77.73 ของความจุอ่าง / ปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำคลองประแกต 60.902 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 101.07 ของความจุอ่าง / ปริมาณน้ำที่ประตูระบายน้ำคลองวังโตนด 10.550 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 119.21 ของความจุอ่าง / ปริมาณน้ำฝายยางจันทบุรี 3.480 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 82.86 ของความจุฝาย และ ปริมาณน้ำฝายยางท่าระม้า 0.872 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 105.06 ของความจุฝาย

         อย่างไรก็ตามจังหวัดจันทบุรี มีพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะพืชสวนจำนวนมาก และต้องใช้น้ำในการบำรุงผลผลิต จึงจำเป็นที่จะต้องบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากสถานการณ์ภัยแล้ง และขณะนี้สภาพอากาศของจังหวัดจันทบุรีฝนได้ทิ้งช่วงแล้ว จึงขอให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้เตรียมความพร้อมป้องกันภัยแล้งที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร การเตรียมตัวป้องกันที่ดีจะลดผลกระทบที่อาจะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี และหากประสบปัญหาวิกฤติเกษตรกร หรือราษฎรที่ได้รับผลกระทบสามารถร้องขอความช่วยเหลือได้จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้บ้านหากความเดือดร้อนขยายวงกว้างจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พร้อมให้การสนับสนุนทันทีตามแผนเผชิญเหตุที่วางไว้ ( ภาพจากแฟ้ม )

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

วันแห่งความภาคภูมิใจ สอ.รฝ. ประดับยศนายทหารชั้นสัญญาบัตร

วันนี้ 25 พ.ย.62 พลเรือตรี อุทัย ชีวะสุทธิ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายชั้นยศ เลื่อนฐานะนายทหารสัญญาบัตร เป็นชั้นยศว่าที่นาวาตรีและเรือเอก รวมจำนวน 11 นาย โดยมี ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดี ณ ห้องรามาธิบดินทร์ กองบัญชาการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ด้วยมี คำสั่ง กระทรวงกลาโหม ที่ 1473/2562 ลงวันที่ 12 พ.ย.62 เรื่อง เลื่อนยศนายทหารสัญญาบัตร มีผู้ได้รับเลื่อนยศ จำนวน 11 นาย เป็นว่าที่นาวาตรี 1นาย และเป็นว่าที่เรือเอก 10 นาย

พลเรือตรี อุทัย ชีวะสุทธิ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับข้าราช การ นายทหารสัญญาบัตรทุกนาย ที่ได้รับปรับเลื่อนชั้นยศสูงขึ้น อันเกิดจากความพยายาม วิริยะอุตสาหะ ใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษา จึงได้นำมาซึ่งความก้าวหน้าและความสำเร็จ นับเป็นเกียรติแด่ตนเอง และวงศ์ตระกูล ขอให้ทหารทุกนาย ในฐานะนักรบต่อสู้อากาศยาน จงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต พัฒนาหน่วยสู่ความเจริญก้าวหน้าสืบไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พ่อเมืองสัตหีบ ปลุกกระแส ชุมชนรักสุขภาพ

เทศบาลตําบลเขตรอุดมศักดิ์ โดยนายไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา นายกเทศมนตรีเทศบาลตําบลเขตรอุดมศักดิ์ จัดโครงการ “มหกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เทศบาลตําบลเขตรอุดมศักดิ์” ณ โดมอเนกประสงค์ เทศบาลตําบลเขตรอุดมศักดิ์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต 8 สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สมาชิกสภาเทศบาลฯ ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้ง 13 ชุมชน ตลอดจนชมรมต่างๆ และประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ รวมแล้ว กว่า 1,100 คน เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้

โดยภายในงานไดจัดให้มี กิจกรรมการประกวดแข่งขันเต้นแอโรบิคของนักเรียน การเต้น t26 การเต้นแอโรบิคจากชมรมแอโรบิค และการแสดงจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งการจำหน่ายสินค้ามือสอง สินค้าธงฟ้า/OTOP การให้บริการด้านสุขภาพจากหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเตาถ่าน โรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบลบ้านเขาคันธมาทน์ และ ศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลสัตหีบ .

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – อาศรมฤๅษีเณรดังไกลขนาดชาวอินเดียยังเข้ามาส่องเลขอ่างน้ำมนต์

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 พ.ย.2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ปทุมธานี – บางปะอิน มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาดูตัวเลขในอ่างน้ำมนต์ และกราบไหว้พ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศ องค์อินทรานาคราช พร้อมถวายน้ำแดง กุมารเจ้าสัวเฮง และเสี่ยงเซียมซี

ด้าน Mr.Velmurugan perumal อายุ 43 ปี ชาวอินเดีย กล่าวว่า ตนเป็นคนประเทศอินเดียวมาอยู่ไทยได้ 15 ปีแล้วทำงานเป็นวิศวกร เครื่องกล วันนี้มากราบไหว้กุมารเจ้าสัวเฮง หวังจะได้โชคลาภกลับไป ตนมาที่นี่ครั้งแรก เวลาไปทำงานจะขับผ่านเห็นรูปปั้นพ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศ ก็เลยชวนภรรยาและลูกเข้ามากราบไหว้ท่าน ภายในสถานที่แห่งนี้มีอยู่แล้วตนก็รู้สึกสบายใจ ตนจะมาอีกแน่นอน

โดยตลอดทั้งวันพบว่า มีประชาชนเดินทางเข้ามาดูตัวเลขที่ลอยอยู่ในอ่างน้ำมนต์ฤๅษีเณร ซึ่งปรากฏเป็นตัวเลขลอยอยู่เหนือผิวน้ำ คือเลข 9, 1, 3, 7, 4 และ 5 อยู่ในอ่างน้ำมนต์ และจะลอยวนเวียนไปเรื่อยไม่อยู่กับที่ โดยอยู่ที่ว่าตัวเลขเหล่านี้จะลอยไปจับกลุ่มกับตัวไหน

CR. อนันต์ ปทุมธานี

สัตหีบทุกภาคส่วน ร่วมวางพวงมาลา ถวายราชสักการะรัชกาลที่ 6 เนื่องวันคล้ายวันสวรรคต

สัตหีบทุกภาคส่วนร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะรัชกาลที่ 6 เนื่องวันคล้ายวันสวรรคต

วันนี้ 25 พ.ย.62 พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบหมายให้ พล.ร.อ. ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นผู้แทน ในพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรามหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.6 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตเวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 94 โดยมี พล.ร.ท.วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ตลอดจนผู้แทนหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ส่วนราชการ ภาครัฐ และเอกชนในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ร่วมวางพวงมาลาเป็นเกียรติ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6 ริมถนนสุขุมวิทหมายเลข 3 กม.ที่ 6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

พล.ร.อ. ชุมศักดิ์ นาควิจิตร กล่าวว่า ในพิธีวางพวงมาลา กองทัพเรือ และทุกภาคส่วนได้ถือปฏิบัติเป็นจำทุกปี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงพระราชทานที่ดินทรงสงวนบริเวณอำเภอสัตหีบ ให้แก่ประชาชนคนไทยได้มีที่อยู่อาศัย และกองทัพเรือใช้เป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือในปี พ.ศ.2465 อันแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาทางด้านการทหารที่มีพระเนตรกว้างไกล และทรงตระหนักถึงความสำคัญของกองทัพเรือ ที่จำเป็นต้องมีฐานทัพเรือ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ชัยภูมิที่เหมาะสม และเป็นที่มั่นในการป้องกัน และรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ด้วยพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ทำให้กองทัพเรือ มีฐานทัพเรือเพื่อเป็นฐานส่งกำลังบำรุง และที่จอดเรือรบ รวมทั้งเป็นที่ตั้งหน่วยงานสำคัญตราบจนทุกวันนี้

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จ.จันทบุรี – จัดงานวันครบรอบสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน

จ.จันทบุรี จัดงานวันครบรอบสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแสดงออกถึงความจงรักภักดีสนองตอบพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยสันติวิธี

         วันนี้ ( 25 พ.ย.62 ) ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระ เจ้าตากสินมหาราชเทศบาลเมืองจันทบุรีนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับจังหวัดและวิทยากรกระบวนการกองทุนแม่ของแผ่นดินภาคประชาชน ร่วมวันครบรอบสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแสดงออกถึงความจงรักภักดีสนองตอบพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีพันปีหลวงในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยสันติวิธี โดยสำนักงาน ป.ป.ส.ได้สืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในการขยายพื้นที่ดำเนินการไปทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 15 ปี

          ในการจัดงานครั้งนี้มีการดำเนินงาน 2 กิจกรรมคือ พิธีทอดผ้าป่ากองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดจันทบุรี, มอบโล่ประกาศเกียรติคุณของสำนักงานป. ป. ส. ภาค 2 ให้แก่บุคคลที่มีผลงานด้านการป้องกันยาเสพติดดีเด่นจำนวน 9 ราย ซึ่งคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับจังหวัดและวิทยากรกระบวนการกองทุนแม่ของแผ่นดินภาคประชาชน ได้ร่วมกันทอดผ้าป่ากองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อสร้างความเข้มแข็งชุมชนเป็นยอดเงิน 962,657 บาท

          ทั้งนี้จังหวัดจันทบุรีมีกองทุนแม่ของแผ่นดินจำนวน 255 กองทุนซึ่งหัวใจสำคัญของการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินได้ให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคประชาชนในการรวมกลุ่มกันดูแลเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้ปัญหายาเสพติดเกิดขึ้นในหมู่บ้าน / ชุมชนของตนเองหรือหากมีปัญหายาเสพติดเกิดขึ้นต้องใช้มาตรการตามแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาโดยมีหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและเอื้ออำนวยในด้านต่างๆ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตม.จว.มุกดาหาร – จับคนลาว ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม

         วันนี้(25 พ.ย.62) เวลา 08.30 น. ตม.จว.มุกดาหาร ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม. จว.มุกดาหาร, พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม. จว. มุกดาหาร, พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล, พ.ต.ท.อุดร ชาวแขก สว.ตม. จว.มุกดาหาร โดยเจ้าหน้าที่จุดตรวจบุคคลและพาหนะพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ได้ทำการจับกุม MR.KOT อายุ 27 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือเดินทางเลขที่ P1702802 ข้อหา “ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม” สถานที่จับกุม บริเวณจุดตรวจบุคคลและพาหนะ(ขาออก) สะพานมิตภาพ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

         พฤติการณ์แห่งคดีและการจับกุม ตามนโยบายของสำนัก งานตรวจคนเข้าเมืองและกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำจุดตรวจบุคคลและพาหนะเข้มงวดกวดขันในการตรวจบุคคลและพาหนะ ต่อมาในวันนี้ (25 พ.ย.2562) ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ นายกด ไม่มีนามสกุล (MR.KOT) อายุ 27 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือเดินทางเลขที่ P1702802 ได้มายื่นหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวข้างต้นต่อ ร.ต.อ.หญิง กฤตยา เสริมสุข เจ้าหน้าที่ตรวจบุคคลและพาหนะ เพื่อตรวจอนุญาตตามพิธีการเข้าเมือง ซึ่งจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าแผ่นหนังสือเดินทางในหน้าที่ 21-30 มีร่องรอยการแก้ไขโดยนำแผ่นหน้าหนังสือทางหน้าที่ 21-30 ของหนังสือเดินทางเลขที่ P0245759 มาใส่แทนโดยใช้กาวติดไว้

         จากการสอบถามนายกดฯ(MR.KOT) ได้ให้การว่าตนได้เดินทางมาที่ จ.มุกดาหาร เพื่อจะกลับบ้านแต่ก่อนหน้านี้หนังสือ เดินทางของตนได้เปียกน้ำเนื่องจากลืมหนังสือเดินทางใว้ในเสื้อผ้าที่นำไปซัก ทำให้แผ่นหน้าของหนังสือเดินทางเกิดการหลุดออกจากเล่ม ตนจึงได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขหนังสือเดินทางโดยได้นำแผ่นหน้าหนังสือเดินทางหน้าที่ 21-30 ของหนังสือเดินทางเลขที่ P0245759 ซึ่งเป็นของตนเองอีกเล่ม มาใส่แทนในหน้าที่ 21-30 ของหนังสือเดินทางเลขที่ P1702802 ซึ่งเป็นหนังสือเดิน ทางของตนเอง และได้ยื่นแสดงหนังสือเดินทางเลขที่ P1702802 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพิธีการเข้าเมือง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและจับกุมดังกล่าว ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา จึงได้แจ้งแจ้งสิทธิตามกฎหมายข้างต้นให้ผู้ถูกจับทราบและแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม” สอบถามผู้ถูกจับแล้วได้ให้การตามบันทึกข้างต้น จึงทำบันทึกจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// T-092-5259-777