นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวร่วมประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีในโอกาส การประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือ ลุ่มน้ำโขงกับสาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 1

นายกรัฐมนตรีแถลงข่าวร่วมประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีในโอกาสการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับสาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 1 ร่วมเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผลลัพธ์ปฏิญญาแม่น้ำโขง-แม่น้ำฮัน

         วันนี้ (วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2562) เวลา 11.40 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครปูซาน) ณ อาคารการประชุม ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนครปูซาน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานร่วมกับประธา นาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี การแถลงข่าว (Joint Press Conference) ของการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับสาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 1 โดยศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้

         นายกรัฐมนตรีขอบคุณสาธารณรัฐเกาหลีที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับผู้นำครั้งแรก ท่ามกลางบรรยากาศฉันท์มิตรและประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทุกประเทศสมาชิกยืนยันสนับสนุนความร่วมมือเพื่อส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งถือว่าเป็นการต่อยอดจากการประชุม สุดยอดอาเซียน–สาธารณรัฐเกาหลี และยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสาธารณรัฐเกาหลีและสมาชิกลุ่มน้ำโขงขึ้นสู่ระดับสูงสุด นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานร่วมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับผลสำเร็จในวันนี้

         ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่ากรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง–สาธารณรัฐเกาหลี เป็นความร่วมมือระดับอนุภูมิภาคที่มีกลไกการทำงานที่เป็นระบบ และมีพลวัตมากที่สุดกรอบหนึ่ง ชื่นชมสาธารณรัฐเกาหลีที่ประกาศเพิ่มเงินทุนในกองทุนความร่วมมือลุ่มน้าโขงกับสาธารณรัฐเกาหลี เป็น 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 และกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงขอบคุณรัฐบาลเกาหลีที่เป็นประเทศแรกที่ประกาศสนับสนุนเงินจานวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในกอง ทุนเพื่อการพัฒนาของ ACMECS ในโอกาสนี้ ประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขงได้ร่วมกันรับรองปฏิญญาแม่น้ำโขง-แม่น้ำฮัน ซึ่งสาธารณ รัฐเกาหลีได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบระหว่างนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southern Policy) ของสาธารณรัฐเกาหลี และแผนแม่บท ACMECS ของประเทศลุ่มน้ำโขงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีได้เสนอ 3 ประเด็นสำคัญ หรือ 3P ที่สอดคล้องกับสามเสาหลักของนโยบายมุ่งใต้ใหม่ในเรื่องของ

ประชาชน (People) สนับสนุนความร่วมมือด้านการศึกษา สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษาไทยและสาธารณรัฐเกาหลีให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ทุกปี หรือเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในระยะ 5 ปี รวมถึงการดำเนินโครงการปีแห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการศึกษา ในปี 2564 ซึ่งจะฉลองครบรอบ 10 ปี ของความร่วมมือ ตลอดจนนายกรัฐมนตรีย้ำถึงการดูแลประชาชนในช่วงการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

เรื่องความเจริญรุ่งเรือง (Prosperity) นายกรัฐมนตรีเชื่อว่าความเชื่อมโยงในทุกมิติเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเติบโตทางเศรษฐกิจ การเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการผลิต นายกรัฐมนตรีจึงเสนอให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อสนับสนุนความสามารถด้านดิจิทัลแก่ประเทศลุ่มน้ำโขง เพื่อความสามารถในการเข้าสู่ตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยสภาธุรกิจฯ จะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

เรื่องสันติภาพ (Peace) ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่กระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ได้แก่ ปัญหาสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการทรัพยากรน้ำ และปัญหาภัยพิบัติ นายกรัฐมนตรีเสนอให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศที่ทันสมัยของสาธารณรัฐเกาหลีในการพยากรณ์สภาวะน้ำท่วมและภัยแล้งในระยะยาวเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พร้อมทั้งช่วยกันรักษาป่าอาเซียน ปลูกป่าอาเซียน และร่วมกันบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพเพื่อแก้ไขปัญหาสภาวะอากาศโลกเปลี่ยนแปลงเพื่อความมั่นคงยั่งยืนตลอดไป

          นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ ย้ำถึงการให้ความสำคัญต่อการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค โดยยึดมั่นและปฏิบัติตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและพันธกรณีระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้อวยพรให้กับเวียดนามและสาธารณรัฐเกาหลีที่จะเป็นประธานร่วมกันในการประชุมปีหน้า

          การแถลงข่าวร่วมฯนี้ นับเป็นภารกิจสุดท้ายสำหรับการเข้าร่วมการประชุม ASEAN – ROK และการประชุม Mekong-ROK ในการเยือนสาธารณรัฐเกาหลีครั้งนี้ จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะจะออกเดินทางกลับประเทศไทย โดยจะเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ในเวลา 18.30 น.

อุตุนิยมวิทยาเตือน ‼️ ในช่วงวันที่ 25-29 พ.ย. 62

         อุตุนิยมวิทยาเตือน ‼️ ในช่วงวันที่ 25-29 พ.ย. 62 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับฝนตกหนักหลายพื้นที่ ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ ธานีลงไป โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณจังหวัดนครศรี ธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส

         ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ระวังอันตราย ‼️จากฝนที่ตกหนักและปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากเกิดขึ้นได้ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป มีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

กองทัพภาคที่ 4 – ห่วงใยพี่น้องประชาชน จาก ฤดูมรสุมของภาคใต้

 เนื่องจากในห้วงฤดูมรสุมของภาคใต้ กองทัพภาคที่ 4 มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน จากสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และภัยพิบัติอื่น ๆ

         เพื่อความอุ่นใจของพี่น้องประชาชน กองทัพภาคที่ 4 ได้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย (ศบภ.ทภ.4) เพื่อเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จำนวน 22 ศูนย์ ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่ จ.ชุมพร จนถึง จ.นราธิวาส มีหมายเลขโทรศัพท์ ศบภ. ทภ. 4 เซฟเก็บไว้ อุ่นใจกว่า เพราะทหารจะเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

# ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส
# Smart Soldiers Strong Army
# ศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4
https://www.facebook.com/561555344008665/posts/1450244948473029?sfns=mo ข่าว กองทัพภาคที่ 4

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

1374 แจ้งเบาะแส เพื่อความมั่นคง

1374 แจ้งเบาะแส เพื่อความมั่นคง

#ข้อมูล : หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข จังหวัดชายแดนใต้

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ชวนชิมอาหารอร่อย @ ตลาดนัดสะพานยาว

ผู้ว่าฯนราธิวาส ชวนชิมอาหารอร่อย @ ตลาดนัดสะพานยาว ชมพระอาทิตย์ตกดิน และถ่ายภาพเช็คอิน
มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยว ตามสโลแกน “นราธิวาส…พลาดได้ไง”

          เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2562 ที่หมู่ที่ 8 บ้านโคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส เดินทางไปเยี่ยมชมตลาดนัดสะพานยาว โดยมีนายอับดุลรอแมง ยูโซะ ปลัดอำเภอเมืองนราธิวาส นางสาวณัฐชยา ศรีดำ พัฒนาการอำเภอ ผู้ใหญ่บ้านที่ 1 ตัวแทนผู้ค้าของตลาดนัดสะพานยาว ร่วมให้การต้อนรับ และนำชมร้านค้าในตลาดสะพานยาว


          บรรยากาศยามเย็นของตลาดสะพานยาวในวันนี้มีความคึกคัก เนื่องจากมีพ่อค้าแม่ค้ามาจำหน่ายอาหารและสินค้าเป็นจำนวนมาก รวมทั้งประชาชนที่มาท่องเที่ยวและเลือกซื้ออาหาร สินค้าตามร้านต่างๆ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้แวะทักทายผู้ที่มาจำหน่ายอาหารและสินค้าตามร้านต่างๆ ที่มีกว่า 80 ร้าน ซึ่งเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสแวะเยี่ยมได้มีการถ่ายภาพเป็นที่ระลึก


          ทั้งนี้ การเยี่ยมชมตลาดนัดสะพานยาว เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนราธิวาส ตามแนวคิด “นราธิวาส พลาดได้ไง” ของผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส โดยตลาดนัดสะพานยาวมีความสวยงามของท้องทุ่งสีเขียวสบายตา และมีความเป็นเอกลักษณ์ของสะพานยาว ที่มีความยาวกว่า 480 เมตร มีสโลแกนว่า “ห้อยขา กินลม ชมทุ่ง” โดยจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินในยามเย็นที่สวยงาม พร้อมทั้งชิมอาหารอร่อยที่มีให้เลือกหลากหลาย และยังสามารถถ่ายรูปเช็คอินตามจุดต่างๆได้อีกด้วย


          สำหรับตลาดนัดสะพานยาว เป็นตลาดนัดที่มีจุดเด่นด้านทิวทัศน์ที่สวยงาม โดยเป็นเส้นทางที่เชื่อมจากหมู่ที่ 1 ไปยังหมู่ที่ 8 บ้านโคกเคียน ซึ่งในอดีตใช้เป็นเส้นทางสัญจรของประชาชนในพื้นที่ และต่อมาได้สร้างถนนเลียบสะพาน จากนั้นมีการจัดโครงการสะพานยาวเชื่อมใจ เพื่ออนุรักษ์สถานที่สำคัญในท้องถิ่น และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนของประชาชน เปิดให้บริการทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 16.30 – 20.00 น. เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ซึ่งเริ่มเปิดตลาดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2562 และมีการพัฒนาตลาดมาอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

” ทหารพราน !! จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ มอบความสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน”

” ทหารพราน!! จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ มอบความสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน”

          ทหารพรานจาก หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ร่วมกับ หมวดทหารพรานหญิงที่ 32 ลงพื้นที่ให้บริการตัดผม และบริการหมักผมกำจัดเหาให้กับเด็กนักเรียนหญิง ในโครงการ ออกหน่วยบริการจังหวัดเคลื่อนที่ และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ณ โรงเรียนบ้านทรายแก้ว อ.บันนังสตา จ.ยะลา

          นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแจกไอติมปั่นคลายร้อน ให้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย โดยงานนี้น้องๆนักเรียนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

#เพจ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 #เรารักกองทัพบก

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความั่นคง

“หมวกแดง ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้ป่วยติดเตียง”

          ชุดสถานีวิทยุทักษิณสัมพันธ์ 304 ร่วมกับผู้นำชุมชน, อสม. ต.กายูบอเกาะฯ และผู้แทนโฆษกชาวบ้าน อ.รามันฯ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ซึ่งมีฐานะยากจน และเป็นผู้ป่วยติดเตียงด้วย โดยการมอบถุงยังชีพ สิ่งของอุปโภค-บริโภค ของใช้ที่จำเป็น เพื่อใช้ประโยชน์ในครอบครัว ณ บ้านตอแล ม.2 ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จว.ยะลา

#ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

ใส่ใจกำลังพล เน้นย้ำการปฏิบัติงาน

ใส่ใจกำลังพล เน้นย้ำการปฏิบัติงาน “ผบ.พัน.ร.เชิงรุก 1 ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม ร้อย.ร.เชิงรุก 1”

         เมื่อ 25 พ.ย.62 เวลา 15.00 น. พ.อ.โกเมธ รัตนผ่องใส ผบ.พัน.ร.เชิงรุก 1 ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม ร้อย.ร.เชิงรุก 1 อ.แว้ง จ.นราธิวาส ในการดูแลท่าข้ามพรมแดน ในพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 2 ท่าข้าม เพื่อเป็นการกำกับดูแล และแนะนำแนวทางในการปฏิบัติงานให้กับ กำลังพล

          รวมทั้งได้มอบเครื่องบริโภค เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ ในพื้นที่ ม.4 บ.กีแยมัส ต.ฆอเลาะ อ.แว้ง จ.นราธิวาส

#ข่าวทหาร ทภ.4

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

พิธีรับ – ส่งหน้าที่ ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมกองกำลังอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้

         วันนี้ ( 25 พฤศจิกายนยน 2562) เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม บังคับการควบคุมกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี กองบังคับการควบคุมกองกำลังกำลังอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดพิธีรับ – ส่งหน้าที่ ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่าง พลโท สมพล ปานกุล และ พลตรี มโนช จันทร์คีรี โดยมีคณะนายทหาร, นายสิบ และลูกจ้างร่วมพิธี

         ในการนี้ พลตรี มโนช จันทร์คีรี ผู้บังคับกองบังคับการควบ คุมกองกำลังอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คนใหม่) ได้กล่าวถึงการปฏิบัติงานต่อจากนี้ว่า จะสานต่อนโยบายของผู้บังคับกองบังคับการควบคุมกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชาย แดนภาคใต้ (คนเก่า) อย่างเต็มความสารมารถ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนประสานการกับปฏิบัติกับหน่วยงานอื่นๆ ให้การปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิ ภาพสูงสุด และจะทำหน้าที่ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมกองกำลังอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดสันติสุขต่อไป

          สำหรับกองบังคับการควบคุมกองกำลังอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีบทบาทหน้าที่ในการควบคุมดูแล อาสาสมัครรักษาดินแดน ตลอดจน ชุดคุ้มครองตำบล, ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน,ราษฎรอาสารักษาหมู่บ้าน, ราษฎรอาสารักษาเขตเมือง, ไทยอาสาป้องกันชาติ และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ให้มีขีดความสามารถในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน ตำบล รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยในเขตเมืองเศรษฐกิจ ชุมชนเขตเทศบาล และมาตรการเชิงรับอื่นๆ

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ลพบุรี – เด็กชาย 12 ปี ขี่ จจย แซงซ้ายเฉี่ยวชนรถเก๋ง ก่อนเสียหลักหัวกระแทกเสา สมองกระจาย

          เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 25 พ.ย. 62 ร.ต.ท.อรวรรณ แสงทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมือง ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าได้เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถยนต์เก๋ง ที่ถนนพหลโยธิน ใกล้ปั๊มน้ำมันบางจาก ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

          ที่ทางเข้าปั๊มน้ำมันพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน สศ-4179 กรุงเทพมหานครจอดอยู่ปากทางเข้าปั๊ม มีร่องรอยการเฉี่ยวชนที่ด้านซ้ายได้รับความเสียหาย ที่หน้าป้ายประกาศราคาน้ำมัน พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สีฟ้า-ขาว หมายเลขทะเบียน 1กจ-656 สระบุรี ล้มคว่ำอยู่ในสภาพพังยับเยิน เศษชิ้นส่วนกระเด็นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ ที่กลางป้ายไฟพบศพ ด.ช. ชลอภิชาติ อ่อนถา อายุ 12 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/3 หมู่ที่ 1 ต.ท่าแค อ.เมือง ลพบุรี เสียชีวิตในสภาพสยดสยอง เนื่องจากศรีษะกระแทกกับเสาอย่างรุนแรง จนสมองแตกกระจายเกลื่อนถนน เป็นที่น่าสยดสยองกับผู้ที่พบเห็น

          จากการสอบสวน นางกัญญาพัชร กล่ำนาค อายุ 62 ปี ผู้ที่ขับรถยนต์เก๋ง ให้การด้วยอาการตื่นตระหนกเล่าว่าตนเองขับรถมาตามเส้นทางด้วยความเร็วประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อเลี้ยวซ้ายเข้าปั๊มน้ำมัน จู่ๆ ได้ยินเสียงดังโครม ที่ด้านซ้าย และเห็นรถจักรยานยนต์พุ่งชนกับเสาป้ายราคาน้ำมัน ร่างคนขับกระแทกเสาอย่างจัง เสียชีวิตคาที่

          ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ่าหน้าที่ตำรวจ ในเบื้องต้นคาดว่ารถจักรยานยนต์ที่ขับตามหลังมาด้วยความเร็วสูง แซงซ้ายซึ่งเป็นจังหวะที่รถเก๋งเลี้ยวซ้ายเช่นกัน ไม่สามารถหักหลบหรือเบรกได้ทันได้เฉี่ยวชนรถเก๋งก่อนที่จะเสียหลักพุ่งชนเสาจนเสียชีวิตอย่างสยดสยองดังกล่าว

          ทั้งนี้ร้อยเวรได้ควบคุมตัวนางกัญญาพัชร ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ส่วนผู้เสียชีวิตนำส่ง รพ.พระนารายณ์มหาราชเพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรอีกครั้ง ก่อนที่จะติดต่อญาติ นำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตงรายงาน