สืบสวน​สตม. รวบหนุ่มผิวสี จ้างหญิงไทยขนไอซ์ไปญี่ปุ่น มูลค่าไอซ์ถ้าไปถึงญี่ปุ่นร่วม 9 ล้านบาท

         วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 3 ธ.ค.62​ เวลา​ 10.00​ น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุม ขบวนการขนไอซ์ข้ามชาติ

          พล.ต.ต.พรชัยฯ​ กล่าว​ว่า​ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สส.สตม.ได้จับกุม นายอูเชนน่า (UCHENNA) อายุ 32 ปี สัญชาติไนจีเรีย (ผู้ต้องหาที่ 1) และนางปภาพร อายุ 37 ปี สัญชาติไทย (ผู้ต้องหาที่ 2) พร้อมของกลางไอซ์ น้ำหนักประมาณ 520 กรัม โดยก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นกรณีมีผู้หญิงไทยถูกจับกุมที่ประเทศญี่ปุ่น จำนวนหลายราย ขณะพยายามลักลอบนำไอซ์เข้าประเทศญี่ปุ่น

          จนกระทั่งทราบว่า มีแก๊งแอฟริกันลักลอบจำหน่ายยาเสพติด และลักลอบขนยาเสพติดไปยังประเทศญี่ปุ่น อยู่เบื้องหลัง จึงได้ทำการสืบสวนจนได้รับแจ้งจากสายลับซึ่งได้รับการติดต่อจากแก๊งของนายอูเชนน่าฯ ว่าจะจ้างให้ลักลอบขนไอซ์ไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยจะให้ค่าจ้างประมาณ 500,000 บาท ซึ่งแก๊งของนายอูเชนน่าฯ ได้นัดหมายให้สายลับเตรียมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นพร้อมลักลอบขนไอซ์ โดยวิธีการซุกซ่อนไปในช่องคลอด โดยให้เดินทางในคืนวันที่ 30 พ.ย.62 และนัดมาหมายให้สายลับมารอรับไอซ์ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่าน ถ.อุดมสุข

          เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางแผนเพื่อเข้าทำการจับกุม จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น.ได้สังเกตุ​เห็นรถยนต์กระบะ ทะเบียน กทม. ขับเข้ามาภายในโรงแรมที่เกิดเหตุหลังจากนั้น ได้มีนางปภาพรฯ เดินทางลงจากรถ​ และเข้าไปพบกับสายลับภายในห้องพักของสายลับ พร้อมกับนำไอซ์ ซึ่งบรรจุเป็นแท่งห่อหุ้มด้วยถุงยางอนามัย จำนวน 2 แท่ง พร้อมทั้งแนะนำวิธีการซุกซ่อนไอซ์ไว้ในช่องคลอด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เข้าแสดงตัวและจับกุมนางปภาพรฯ พร้อมทั้งเข้าจับกุมนายอูเชนน่าฯ ที่รออยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว ได้พร้อมของกลางเป็นไอซ์ จำนวน 2 แท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 520 กรัม รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน เงินสดสกุลดอลลาร์ จำนวน 800 ดอลลาร์

          โดยแจ้งข้อหาทั้ง 2 คน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมนายอูเชนน่าฯ ว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนกอง​บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด​ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อนึ่ง หากไอซ์ล็อตนี้สามารถลักลอบเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ จะมีมูลค่าถึง กรัมละ 17,000 บาท หรือ รวมประมาณ 8,840,000 บาท

          พล.ต.ต.พรชัยฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย​ และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

น.2​ ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา ทำความสะอาด ถนนเจริญกรุง วัดเล่งเน่ยยี่เยาวราช

น.2​ ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา ทำความสะอาด ถนนเจริญกรุง วัดเล่งเน่ยยี่เยาวราช

          วันนี้ 3 ธ.ค.62 เวลา 05.00 น.: พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พร้อมด้วยข้าราชการทหาร ตำรวจ และประชาชนจิตอาสา ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา ทำความสะอาด ณ​ ถนนเจริญกรุง วัดเล่งเน่ยยี่ เยาวราช

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สตม.รวบชาวจีน ใช้หลักฐานเท็จยื่นทำบัตรประชาชนและหนังสือเดินทางไทย”

         วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 3 ธ.ค.62​ เวลา​ 10.00​ น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4, พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม.5, พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ปส.3 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รอง ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.สมพงษ์ มั่นหมาย ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.ทล. ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.
กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.กก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ปฏิญญา จีรชนาสิน ผกก.กก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา รอง ผกก.กก.4 บก.สส.สตม.

         ชุดจับกุมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตม.จ.สงขลา, ตม.จ.ร้อยเอ็ด, ตม.จ.ชัยภูมิ, กก.2 บก.สส.สตม., กก.4 บก.สส.สตม. และ ชุด ศปชก.สตม. ร่วมแถลงข่าวผลการติดตามจับกุมเครือข่ายชาวจีนนำหลักฐานเท็จยื่นสวมทำบัตรประชาชนไทยและหนังสือ เดินทางประเทศไทย พฤติการณ์กล่าวคือ ด้วยเมื่อวันที่ 13 พ.ย.2562 ตม.จ.สงขลา ได้จับกุมตัวชาย ไม่ทราบชื่อ -นามสกุล ไม่ทราบสัญชาติ อ้างตัวชื่อนายอภิสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี พร้อมหนังสือเดินทางประเทศไทย โดยกล่าวหาว่า “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ตาม ป.อาญา ม.264, 265, 268

          ก่อนเกิดเหตุนายหลินฯได้เดินทางออกจากประเทศจีนมาทำธุรกิจที่ประเทศเพื่อนบ้านอยู่เป็นเวลานานจนหนังสือเดินทางหมดอายุ ต่อมาได้มีกลุ่มขบวนการนายหน้า สัญชาติจีน ได้ประกาศโฆษณาทางแอพพลิเคชั่นวีแชท (WeChat) ว่า สามารถทำบัตรประชาชนและหนังสือเดินทางไทยของจริงได้ภายในเวลา 10 วัน จนนายหลินฯ​ หลงเชื่อ และจ่ายเงินจำนวน 3 แสนหยวน (ประมาณ 1.2 ล้านบาท) ต่อมา นายหลินฯ​ ได้หลบหนีเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติโดยมีขบวนการดังกล่าวให้การช่วยเหลือ หลังจากนั้นกลุ่มนายหน้าชาวจีนจึงว่าจ้างกลุ่มนายหน้าคนไทยซึ่งทำหน้าที่หาข้อมูลคนไทยที่ไม่เคยมีบัตรประชาชนหรือคนไทยที่สาบสูญ พาไปทำบัตรประชาชน โดยวิธีการสร้างหลักฐานเท็จและใช้ผู้รับรองอันเป็นเท็จ

          จนเจ้าหน้าที่หลงเชื่อออกเอกสารบัตรประชาชนและหนังสือเดินทางไทยให้ เมื่อได้รับหนังสือเดินทางเรียบร้อยแล้ว นายหลินฯ​ พยายามใช้หนังสือเดินทางไทยที่เพิ่งได้รับมาเดินทางออกทางด่าน ตม.สะเดา แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองพบข้อพิรุธคือ ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ จึงใช้ระบบไบโอเมตริกส์ (Biometrics) สืบค้นข้อมูลพบว่า นายหลินฯ​ เคยและใช้หนังสือเดินทางจีนอีกเล่มหนึ่งเดินทางเข้า – ออก ประเทศไทยเมื่อปี 2557 จนเป็นเหตุไปสู่การจับกุมขยายผลเครือข่ายขบวนการดังกล่าว ได้ทั้งหมด 7 คน เป็นคนสัญชาติจีน 3 คน และคนไทย 4 คน เบื้องต้นชุดสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับเครือข่ายทั้งหมดในข้อหา “ร่วมกันให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายนั้นพ้นจากการจับกุม” รวมไปถึงร้องทุกข์กล่าวโทษความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมฯ การจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ในท้องที่ที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ชุดสืบสวนฯ สตม. ยังคงขยายผลหาเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดในระดับสั่งการเพื่อติดตามจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.1​ รวบหนุ่มไทยเปิดร้านนวด สปาบังหน้า หาเด็กสาววัยใสให้บริการอ้างรายได้ดี สุดท้ายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์

         วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 3 ธ.ค.62​ เวลา​ 10.00​ น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.เจนกมล คำนวล รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ. ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมกันแถลงข่าว จับหนุ่มไทยเปิดร้านนวดสปาบัง หน้า หาเด็กสาววัยใสชุดนักเรียน นักศึกษาให้บริการ อ้างรายได้ดีสุดท้ายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ มีโฆษณาขายบริการทางเว็บไซด์

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า​ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.1 ได้สืบทราบข้อมูลจากสื่อโซเชียลว่า มีร้าน​ BEDROOM SPA (เบดรูมสปา) เปิดบริการเป็นร้านนวดสปา โดยมีการโฆษณาเผยแพร่ภาพและข้อมูลผ่าน ทางเว็บไซต์ http:// www… clubwebboard .net/ ซึ่งมีลิงค์เชื่อมโยงกับเว็บบอร์ดของร้านได้ โดยที่ทางร้านได้โฆษณาเผยแพร่ภาพของหญิงสาววัยรุ่นจำนวนหลายคน พร้อมข้อความเชิญชวนในลักษณะค้าประเวณีและสนองทางเพศในรูปแบบอื่นอย่างโจ่งแจ้ง อีกทั้งยังมีข้อความระบุว่าหญิงสาววัยรุ่นตามภาพนั้นเป็นเด็กนักเรียนมัธยม มีหมายเลขโทรศัพท์แอปพลิเคชั่นไลน์ของร้านไว้เป็นช่องทางติดต่อในการส่งภาพถ่ายพนักงานนวดให้ลูกค้าเลือกก่อนมาใช้บริการ ซึ่งภาพถ่ายพนักงานนวดส่วนใหญ่จะเป็นหญิงสาวหน้าตาดี แต่งกายวาบหวิว เสื้อผ้าน้อยชิ้น และเน้นโชว์สรีระรูปร่าง บริเวณหน้าอก และบั้นท้าย เป็นส่วนใหญ่เพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้าให้สนใจมาใช้บริการ

          เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สืบสวน บก.ตม.1 จึงได้วางแผนเข้าทำการจับกุม โดยให้สายลับติดต่อกับทางร้านผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ของทางร้านเพื่อขอใช้บริการ ซึ่งทางร้านได้ส่งข้อมูลราคาค่าบริการพร้อมภาพพนักงานนวดเด็กสาวให้เลือกก่อนมาใช้บริการจริง โดยสายลับได้เลือกติดต่อพนักงานนวดที่เข้าข่ายอายุไม่เกิน 18 ปี จำนวน 3 คน คือ น้องเอ น้องบี และน้องซี (นามสมมุติ) อัตราค่าบริการคนละ 1,900 บาท/ชั่วโมง รวมเป็นเงิน 5,700 บาท โดยที่เด็กสาวจะให้บริการโดยใช้มือและปากสำเร็จความใคร่ให้กับลูกค้า แต่ถ้าหากลูกค้าต้องการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กสาวด้วย จะต้องจ่ายเงินเพิ่มให้เด็กสาวอีก ในอัตรา 1,500–3,000 บาท แล้วแต่จะตกลงราคากันได้ สายลับได้โอนเงินค่ามัดจำในการจองก่อนเป็นเงิน 1,000 บาท ผ่านทางบัญชีธนาคารฯ ของนายแมน (นามสมมุติ) (ผู้ถูกจับ)

          และเมื่อสายลับเดินทางไปถึงร้านดังกล่าวตามเวลาที่นัดหมายกับทางร้าน ได้พบ นายแมนฯ ซึ่งแสดงตนเป็นผู้ดูแลร้านและได้เรียกพนักงานนวดทั้ง 3 คนที่สายลับได้เลือกไว้มาต้อนรับที่บริเวณห้องโถงรับแขก สายลับจึงได้มอบธนบัตรจำนวน 4,900 บาท (ค่าบริการพร้อมทิป​ ซึ่งได้ลงประจำวันไว้แล้ว) มอบให้แก่นายแมนฯ จากนั้นสายลับได้ขึ้นไปที่ห้องนวด ซึ่งอยู่ชั้น 2 ของร้านพร้อมกับพนักงาน และเมื่อทราบแน่ชัดสายลับได้ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่เฝ้าอยู่ให้เข้าทำการจับกุม ขณะเข้าทำการจับกุม

          พบภายในร้านมีหญิงสาววัยรุ่นรอให้บริการกับลูกค้าอีกประมาณ 10 คน ซึ่งบางคนแต่งเครื่องแบบของสถาบันการศึกษาระดับต่างๆด้วย และจากการตรวจค้นบริเวณเคาน์เตอร์คิดเงิน​ และตรวจค้นตัวนายแมนฯ พบสมุดลงเวลาการทำงานของพนักงานในร้าน จำนวน 2 เล่มวางอยู่ในลิ้นชักเคาน์เตอร์คิดเงิน และพบธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้ออยู่ภายในกระเป๋ากางเกงด้านซ้ายของนายแมนพบโทรศัพท์มือถือ ซึ่งภายในเครื่องมีรูปภาพเปลือยของเด็กสาว​ และพนักงานหญิงของร้านจำนวนมากนอกจากนี้ยังพบถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วอยู่ในถังขยะในห้องนวดอีกด้วย

          เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สืบสวน บก.ตม.1 จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้ถูกจับ ทราบว่า “ค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบทางเพศรูปแบบอื่น,เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือชักพาไปซึ่งเด็กเพื่อให้เด็กนั้นจะทำการค้าประเวณี แม้เด็กนั้นจะยินยอมก็ตาม,เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจาร โดยกระทำแก่เด็กอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปีแม้เด็กนั้นจะยินยอมก็ตาม,บังคับขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด,ประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต,ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” ส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร​ กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ทีมสืบเมืองโคราช จมูกไว​ ตามลากคอ โจรฉกคูโบต้า

ตำรวจโคราชตามรวบโจรขโมยเครื่องสูบน้ำคูโบต้าของชาวบ้าน ยอมเปิดปากรับสารภาพตระเวณก่อเหตุมาแล้วในหลายพื้นที่

         วันที่ 2 ธ.ค.2562 เวลา 13.00 น.​ จ.นครราชสีมา​ : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์​ รอง ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผบก. ภ.จ.นครราชสีมา, พ.ต.อ.ธีรภัทร์ มณีศรี รอง ผบก.ฯ ปรก.รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา และ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมของกก.สส.ภ.จ.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวผลงานการจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ที่ของผู้ที่มีอาชีพกสิกรรม หรือ เครื่องมือที่มีไว้สำหรับประกอบ
อาชีพกสิกรรมในเวลากลางคืน

          พล.ต.ต.จิตรจรูญฯ เปิดเผยว่า ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 8 พ.ย.62​ ที่ผ่านมา ได้รับรายงานจากชุดสืบสวนที่รับการประสานงานจากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ว่า ผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับกรณีมีเครื่องยนต์สำหรับประกอบอาชีพกสิกรรม​ (เครื่องยนต์คูโบต้า) ถูกคนร้ายขโมยไปจากพื้นที่ อ.สีดา จ.นครราชสีมา หลายเครื่อง จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนทำการลงพิ้นที่ออกหาข่าวสืบสวนสอบสวนทันที

          พล.ต.ต.จิตรจรูญฯ เปิดเผยอีกว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบพยานหลักฐานสำคัญในที่เกิดเหตุที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงตัวคนร้ายผู้ประกอบเหตุ จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางได้ที่จังหวัดมหาสารคาม และ จังหวัดเพชรบูรณ์ ทราบชื่อต่อมาคือ นายอดิศุร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม และ นางจินตนา ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม

         รอง ผบช.ภ.3 กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อีกทั้งยังรับสารภาพว่า ก่อนที่จะถูกจับกุมเคยตระเวณก่อเหตุในพื้นที่จ.บุรีรัมย์, จ.ชัยภูมิ และจ.ขอนแก่น มาแล้วหลายครั้ง ภายหลังการสอบสวนจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บัวลาย จ.นครราชสีมา ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งสอบสวนเชื่อมโยงในพื้นที่​ ที่เกี่ยวข้อง หากพื้นที่​ ที่ได้รับแจ้งเหตุในลักษณะเดียวกัน ขอให้ประสานได้โดยตรงที่ สภ.บัวลาย จ.นครราชสีมา ได้ทันที

Cr.ตุ๋ย-อาชญากรรม-หน.ศูนย์ข่าวสยามรัฐ-ศูนย์ข่าวยุทธศาสตร์-ข่าวพิมพ์ไทย-นครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ดร.เซปิง อัพหน้าอก “ลินดา”เป็นตัวแทนไทย ชิงมงกุฎมีสซิส ยูนิเวิร์ส ระดับโลก

“ลินดา เชอมิดท” นางแบบลูกครึ่งไทย-อเมริกัน มิสซิสยูนิเวิร์สไทยแลนค์ เสริมหน้าอกคัพ C ประชันเวทีโลก อวดความงามชิงมงกุฎมิสซิส ยูนิเวิร์ส 2019​ ที่ประเทศจีน เผยพึ่งผ่าตัดครบ 24 ชม.ข่าวดีเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับหญิงไทยที่อยากสวยผ่าตัดเสริมหน้าอกให้ฟรี

          วันที่ 2 ธ.ค.62 : ดร.เซปิง ไชยศาสน์ ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ และ​ “ลินดา เชอมิดท” นางแบบสุดเซ็กซี่ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน มิสซิสยูนิเวิร์สไทยแลนค์ 2019 ร่วมกันแถลงข่าวผลการผ่าตัดเสริมหน้าอกเป็นคัพ C ก่อนบินไปเป็นตัวแทนไทยอวดความงามพร้อมประชันขาอ่อนบนเวทีโลกชิงมงกุฎมิสซินิเวิร์ส 2019 ที่ประเทศจีนโดยเข้าร่วมโครงการเฟซออฟ

          ดร.เซปิงฯ กว่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งสนับสนุนการประกวด สานฝันเสริมหน้าอกด้วยเทคนิค Angel breast ติดปีกนางงามให้เป็นนางฟ้าหลังจากที่เข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.62​ ที่ผ่านมากับโครงการเฟซออฟ “ลินดา” ได้มาปรึกษาว่ามีเวลาแค่ 2 อาทิตย์ทำอย่างไรจะให้ผ่าตัดหน้าอกได้เสร็จแล้วไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน เพราะหลังผ่าตัดต้องมีกิจกรรมแน่นมากเช่นการซ้อมเต้น การซ้อมเดิน ออกอีเว้นท์แทบจะทุกวัน เราจึงต้องเลือกวิธีการผ่าตัดที่ดีและปลอดภัยที่สุดให้กับลินดาฯ น้องเป็นตัวแทนคนไทย​ จึงอยากสนับสนุนช่วยเหลือเพื่อให้ลินดาฯ​ มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นสู่เวทีระดับโลก

          ด้านนางบบสุดเซ็กซี่ลูกครึ่งไทยอมริกัน ลินดาฯ เผยว่า การประกวดครั้งนี้มีเวลาเตรียมตัวค่อนข้างน้อย ก็รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนผู้หญิงไทยครั้งนี้มาก ถึงแม้เราจะเป็นคุณแม่แล้ว แต่ก็เป็นคุณแม่ที่ดูแลตัวเองได้ดีเพราะด้วยอาชีพนางแบบทำให้เราต้องฟิตและเฟิร์มอยู่เสมอ การที่จะไปประกวดบนเวทีโลกชิงมงกุฎ​ มิสซิสยูนิวิร์ส 2019 ที่ประเทศจีน ลินดาฯ คาดหวังกับเวทีนี้มาก การที่เราจะดูดีก็ต้องพึ่งหน้าอกด้วยจึงตัดสินใจทำศัลยกรรมหน้าอก

          ลินดาฯ เชื่อมั่น ดร.เซปิงฯ เพราะเคยเห็น และสอบถามเคสตัวอย่างจริงที่เคยทำแองเจิลเบรส มาก่อนกับโครงการ จึงมั่นใจมากเพราะได้เห็นผลงานของโครงการเฟซออฟมาเยอะมาก ทุกคนประสบความสำเร็จสวยและปลอดภัยจริงและมั่นใจในสิ่งที่ดร. เซปิงฯ​ ทำมาตลอดคือการส่งเสริมศัลยกรรมไทย ให้มีชื่อเสียงไปทั่วโลกก็ต้องขอบคุณ ดร.ซปิงฯ ไชยศสัน โครงการฟชออฟ ที่ให้การสนับสนุนชีวิตใหม่ครั้งนี้ให้กับลินดาฯ ยอมรับว่าตอนแรกๆกลัวมาก แต่กับการผ่าตัดครั้งนี้ฟื้นตัวเร็วมากสามารถแถลงข่าวได้ทันทีภายใน 24 ชม. พึ่งออกจากโรงพขาบาลก็มีงานแถลงเลยค่ะ ที่ต้องแถลงข่าวเพราะเวลาค่อนข้างกระชั้นชิดจากนี้จะต้องเตรียมตัวการประกวดซ้อมการแสดง ต้องรีบผ่ารีบหายค่ะ ก็มั่นใจมากขึ้นค่ะเป็นกำลังใจเชียร์ลินดาฯ​ ด้วยนะคะ”

          ด้าน ดร.เซปิง บอกข่าวดี ว่าโครงการเฟซออฟ ขอมอบของขวัญปีใหม่นี้ให้กับหญิงไทยที่ต้องการโอกาสเสริมหน้าอกโดยขาดทุนทรัพย์และผิดพลาดจากการเสริมหน้าอกฟรีเพื่อเป็นตัวอย่างให้ผู้หญิงไทยศัลยกรรมหน้าอกด้วย ความสวยงามและปลอดภัย เหมือนลินดาฯ ฟรี 2 ท่าน รับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธ.ค. 62 ประกาศผลผู้ที่อยู่ในหลักเกณฑ์วันที่ 15 ม.ค.63 และสมัครได้ที่ Line@dr.xeping Facebook page ด้อกเตอร์เซปิง ส่งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ภาพถ่ายหน้าอก และอัดคลิป บอกเล่าเรื่องราวทำไมถึงต้องการ เสริมหน้าอก Angel Breast

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เทสโก้ โลตัส – ประกาศเลิกใช้หลอดพลาสติก ภายในสาขาทั้งหมด เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย

          วันที่​ 2 ธันวาคม 2562 : เทสโก้ โลตัส เดินหน้ายกระดับมาตรการลดใช้พลาสติกอย่างต่อเนื่อง ประกาศยกเลิกใช้หลอดพลาสติกภายในทั้ง 2,000 สาขาทั่วประเทศ ดีเดย์วันสิ่งแวดล้อมไทย ในวันที่​ 4 ธันวาคม 2562​ นี้ นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “เป้าหมายของกลุ่มเทสโก้ในด้านบรรจุภัณฑ์ ทั้งที่ทำจากพลาสติกและวัสดุอื่นๆ คือการสร้างระบบปิดโดยการงดหรือลดใช้ (Reduce) นำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) นำบรรจุภัณฑ์กลับเข้าระบบ (Retrieve) และรีไซเคิลเพื่อกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง (Recycle) หลอดพลาสติก ใช้กันอย่างแพร่หลาย

          โดยมีการประเมินว่าในประเทศไทย มีขยะจากหลอดพลาสติกมากถึง 100 ล้านชิ้นต่อวัน หรือปีละกว่า 35,000 ล้านชิ้น ซึ่งหลอดพลาสติกไม่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ จึงเป็นที่มาของนโยบายในการเลิกใช้หลอดพลาสติกภายในเทสโก้ โลตัส ทั้ง 2,000 สาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2562​ นี้ เป็นต้นไป ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย สำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่องดื่มภายในเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ถ้าหากจำเป็นต้องใช้หลอด เรามีหลอดกระดาษไว้บริการเพื่ออำนวยความสะดวก ส่วนในเทสโก้ โลตัส สาขาใหญ่ ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตจะงดแจกหลอดพลาสติกทั้งหมด”

          นอกจากนโยบายงดใช้หลอดพลาสติกภายในสาขา เทสโก้ โลตัส ยังจัดทำโครงการ “ใส่ใจ ใส่หมอน” เชิญชวนให้ลูกค้าและประชาชน นำหลอดพลาสติกมาบริจาคเพื่อทำเป็นหมอนหลอดสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากขยะพลาสติกแล้ว ยังเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับผู้ที่ยากไร้ในสังคมอีกด้วย โดยตลอดเดือนกันยายนที่ผ่านมา สามารถนำหลอดพลาสติกกว่า 1 ล้านหลอด กลับเข้าระบบเพื่อนำมารีไซเคิลเป็นหมอนหลอด

          “เทสโก้ โลตัส จะยังคงเดินหน้ายกระดับความเข้มข้นของมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป เทสโก้ โลตัส ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมกับห้างค้าปลีกชั้นนำทั่วประเทศ จะงดให้บริการถุงพลาสติกตามนโยบายของภาครัฐ เพื่อเป็นการลดขยะจากถุงพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม ขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมกันหันมาใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมของเรา” นางสาวสลิลลาฯ กล่าวสรุป

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754, จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823
E-Mail: prtescolotus@gmail.com

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สโมสรทหารอากาศ เข้าแข่งขันรักบี้ รายการ Surin Ten ครั้งที่ 5

         พลอากาศตรี มนัท ชวนะประยูร ประธานแผนกรักบี้ฟุตบอลทหารอากาศ ได้ส่งทีมสโมสรทหารอากาศเข้าแข่งขันรักบี้ รายการ Surin Ten ครั้งที่ 5 ที่จังหวัดสุรินทร์ ระหว่างวันที่ 30 พ.ย.62 ถึง 1 ธ.ค.62 และทีมสโมสรทหารอากาศได้รับรางวัลชนะเลิศ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊ก​แป๊ะ” ปล่อยแถวกิจกรรมจิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ โดยร่วมขุดลอกท่อน้ำเสีย​ ย่านเยาวราช

“บิ๊ก​แป๊ะ” ปล่อยแถวกิจกรรมจิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ โดยร่วมขุดลอกท่อน้ำเสีย​ ย่านเยาวราช

วันนี้​ วัน​จันทร์ที่ 2 ธ.ค.62 เวลา 05.00 น. : พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นประธานปล่อยแถวกิจกรรมจิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ โดยร่วมขุดลอกท่อน้ำเสีย​ บริเวณหน้าโรงพยาบาล เทียนฟ้ามูลนิธิ, โรงพยาบาลสมิติเวช, วงเวียนโอเดียน และถนนเยาวราช โดยมี พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.,พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.,พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย,พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 ข้าราชการตำรวจจิตอาสา และผู้แทนจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรม

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นาทีชีวิต กองทัพเรือ ช่วยลูกเรือเมียนมาร์ พลัดตกนำ้ลอยคอกลางทะเลกว่า 10 ชม.

         ในวันนี้ 3 ธ.ค.62 พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ รักษา ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค1 /ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ผอ. ศรชล.ภาค 1/ผบ.ทรภ.1) จังหวัดชลบุรี ประสาน พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ขอรับการสนับสนุน เรือตรวจการณ์ฯ 265 (เรือ ต.265) จากหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ทัพเรือภาคที่ 1 ค้นหาและช่วยเหลือ นาย ตูน ยี อายุ 35 ปี สัญชาติเมียนมาร์ ลูกเรือประ มงศรีเฉลิมพล ของนางสาว วิราวรรณ ศรีปลัด สัญชาติไทย ที่พลัดตกทะเล ขณะทำการประมง ตั้งแต่ เวลา 03.30 น. ของวันที่ 3 ธันวาคม 2562 บริเวณ แลต 12 องศา 18 ลิปดา 13 ฟิลิปดาเหนือ ลอง 102 องศา 5 ลิปดา 1 ฟิลิปดา ตะวันออก กลางทะเลจังหวัดตราด

         โดยเรือประมงลำดังกล่าวและเรือประมงบริเวณใกล้เคียงได้ร่วมกันค้นหาเป็นเวลานาน แต่ไม่พบเนื่องด้วยสภาวะคลื่นลมที่เป็นอุปสรรคในการค้นหาเป็นอย่างมาก จึงได้แจ้งขอความช่วยเหลือมายัง ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 ส่ง เรือ ต.265 จากหมวดเรือลาดตระเวนชายเเดน ทัพเรือภาคที่ 1 โดยเรือเอก ปฐวี จันทรคติ เป็นผู้ควบคุมเรือเข้าทำการค้นหาและช่วยเหลือ โดยมี นาวาเอก กรันย์ กลิ่นบัวเเก้ว ผู้บังคับหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด

         เรือ ต.265 ได้ใช้วิธีการค้นหาแบบ interception search จนเวลา 13.30 น. ได้พบ นาย ตูน ยี ลูกเรือชาวเมียนมาร์ ที่พลัดตกนำ้ลอยคออยู่ในทะเล จึงได้เข้าทำการช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งนาย ตูน ยี ลูกเรือชาวพม่า ที่พลัดตกทะเลอยู่ในอาการอ่อน เพลีย เนื่องจากต้องฝ่าคลื่นลมลอยคออยู่ในทะเลนานถึง 10 ชม. ก่อนนำส่งขึ้นฝั่งที่ ท่าเทียบเรือฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดตราด ส่งยังโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาพยาบาลต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก