วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล “Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต”

รัฐบาลไทย โดยสำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนกำหนดจัดงานวันต่อต้านวันคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด “Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต” ในวันที่ 9 ธันวาคม 2562 พร้อมกันทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จัดรณรงค์ต่อต้านการทุจริต การจัดแสดงนิทรรศการ กิจกรรมต่อต้านการทุจริต รับฟังการถ่ายทอดสดการประกาศเจตนารมย์ต่อต้านการทุจริตพร้อมกับส่วนกลาง โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นมิติใหม่ในการสร้างเจตจำนงทางการเมืองที่ภาครัฐให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระเร่งด่วน ด้วยการใช้กลไกประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ประกอบไปด้วยฝ่ายประจำ และฝ่ายการเมือง ภาครัฐวิสาหกิจ เอกชน ภาคประชาสังคม กลไกทางศาสนา และการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริตที่ยั่งยืนตามแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 3 อย่างเป็นรูปธรรม และต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลต่อการยกระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) สูงขึ้นด้วย

#nnt #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล #ทุจริต#ต่อต้าน #กลโกง #ZeroTolerance #คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต #PRD21

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ / สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ทหารกล้า เกียรติแก้ว ทระนง

  • ทหารกล้า เกียรติแก้ว ทรนง หนักแน่นแลมั่นคง ดั่งหินผา มิเคยหวั่นศัตรู ผู้บีฑาด้วยหาญกล้า ชิงชัยในสงคราม
  • ย่ำเท้าย่าง กลางถิ่นสนามศึก ในดงลึก พฤกษ์พนา น่าเกรงขาม จะกำราบ ปราบไพรี ที่คุกคาม ขอตัดไม้ข่มนาม..ตามวิธี
  • มันผู้ใด คิดคด ทรยศชาติ มหาราช เทวารักษ์ เป็นสักขี อำนวยพร ไชยยา แก่ข้าฯ ที จักบั่นคอผู้ที่..ทำลายชน
  • แม้เป็นใครใดฤาจงถือทราบ หากก้มกราบ ศัตรู ผู้ฉ้อฉล คืออริแผ่นดิน สิ้นชาติตน ข้าฯ หนึ่งคนจักขอสู้ผู้รุกราน
  • พี่น้องไทย ใยเล่าให้เขาเถือ เฉือนเลือดเนื้อ แผ่นดินถิ่นลูกหลาน ฤาสยาม จักสิ้นถิ่นเกิดการ มิช้านาน คงเป็นทาส..สิ้นชาติเรา

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /ข่าวทหาร

สำนักข่าวความมั่นคง

กิจกรรมพร้อมญาติทหารใหม่…กำลังใจเกินร้อย!

กิจกรรมพร้อมญาติทหารใหม่…กำลังใจเกินร้อย!

หน่วยฝึกทหารใหม่ที่ 1 กองพันทหารราบที่ 1 ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดกิจกรรมวันพร้อมญาติทหารใหม่ ผลัดที่ 2 ประจำปี2562 ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การแสดงบุคคลท่ามือเปล่า, การแสดงท่ากายบริหารประกอบอาวุธ, การแสดงการดำเนินกลยุทธ์ประกอบการเคลื่อนที่, การแสดงมุทิตาจิต ระหว่างทหารใหม่กับญาติ

กิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้นเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารใหม่และแสดงให้ครอบครับได้เห็นถึงความเข้มแข็งของบุตรหลาน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองในการดูแลบุตรหลาน จากกองทัพบก

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /เรารักกองทัพบก /Pontagron Prongjit ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์การทหารราบ

“บิ๊กป้อม” สั่งเพิ่มประสิทธิภาพด้านการข่าว ป้องกันเหตุร้าย พื้นที่ 3 จชต.

“บิ๊กป้อม” สั่งเพิ่มประสิทธิภาพด้านการข่าวป้องกันเหตุร้าย พื้นที่ 3 จชต.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม.ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ บริหารสถาน การณ์ฉุกเฉิน ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ สมช. ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมได้รับทราบสถาน การณ์ และเหตุการณ์การก่อการร้าย ซึ่งยังคงมีเหตุการณ์ความรุนแรงในบางพื้นที่แต่มีแนวโน้มลดลง ประชาชนได้รับการดูแลความปลอดภัยจากหน่วยงานในพื้นที่ด้านความมั่นคง อย่างต่อเนื่องควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ ที่กำลังขยายตัว แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความสงบสุขของประชาชนอย่างยั่งยืนในพื้นที่

จึงเห็นชอบให้มีการขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงและใช้ก.ม.พิเศษในที่ 3 จชต.จากเดิมต่อไปอีก3เดือน(20ธ.ค.62-19มี.ค.63)โดยครั้งนี้เป็นการขยายระยะเวลาเป็นครั้งที่ 58 และยังต้องมีการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการสืบสวน สอบสวน ภายใต้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 ด้วยต่อไป

พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้ กอ.รมน.ภาค4 สน. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง โดยต้องดูแลคุ้มครองความปลอดภัย ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้จะต้องระมัดระวังตนเองด้วย ต้องปฎิบัติหน้าที่ตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด ยิ่งใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวพุทธจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังและป้องกันไม่ให้มีการก่อเหตุในพื้นที่ที่บังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการปรับลดไปแล้วจะต้องไม่ให้เป็นแหล่งพักพิง หลบซ่อนของผู้ก่อเหตุได้ ต้องมีการบูรณาการทำงานให้ใกล้ชิดโดยมุ่งให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมกัน พร้อมเพิ่มมาตรการด้านการข่าว ให้มีประสิทธิภาพและมีความแน่นแฟันมากที่สุด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /ข่าวทหาร

สำนักข่าวความมั่นคง

ไทย-สเปนพร้อมยกระดับความร่วมมือด้านสาธารณสุขให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

วันนี้ (9 ธันวาคม 2562) เวลา 10.30 น. ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายเอมิลิโอ เด มิเกล กาลาเบีย (H.E. Mr. Emilio de Miguel Calabia) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สรุปสาระสำคัญดังนี้

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตสเปนฯ พร้อมกล่าวยินดีที่ได้เดินทางเยือนประเทศสเปน โดยได้นำคณะของสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) เข้าร่วมงาน Incentive and Business Travel and Meeting 2019 เมื่อวันที่ 17-22 พฤศจิกายน 2562 และเยี่ยมชมงาน Smart City Expo World ที่นครบาร์เซโลนา

เอกอัครราชทูตสเปนฯ ขอบคุณรองนายกรัฐมนตรีที่สละเวลาให้เข้าเยี่ยมคารวะในวันนี้ เอกอัครราชทูตสเปนฯ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาที่สเปนมีศักยภาพ อาทิ ความร่วมมือด้านสาธารณสุข

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกระชับความร่วมมือด้านชีวการแพทย์ (biomedicine) โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยินดีร่วมมือกับภาคเอกชนของสเปนที่มีเทคโนโลยีด้านชีววิทยาศาสตร์ Life science หรือ Genomic medicine ที่ทันสมัย ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ (Decentralization) ด้านสาธารณสุข ในการจัดระบบการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชน รวมถึงการดูแลสุขภาพถ้วนหน้า (Universal health coverage) รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพระหว่างกัน เพื่อการยกระดับการบริการด้านสาธารณสุขของทั้งสองประเทศให้ครอบคลุม

ในโอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตสเปนฯ เห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการเปิดเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-กรุงมาดริด อันจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว และการส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน

ในช่วงท้าย รองนายกรัฐมนตรีขอเชิญนักลงทุนจากสเปนเข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะด้านความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุนสเปน และยินดีอำนวยความสะดวก เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ

นายกรัฐมนตรี ย้ำการสร้างเครือข่ายประชารัฐรวมพลังทุกภาคส่วนจะเป็นกลไกสำคัญ ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรี ย้ำการสร้างเครือข่ายประชารัฐรวมพลังทุกภาคส่วนจะเป็นกลไกสำคัญ ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างยั่งยืน

วันนี้ (9 ธ.ค.2562) เวลา 09.30 น. ณ อาคารอิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5 – 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีประกาศเจตนารมณ์การต่อต้านคอร์รัปชัน ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด “Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต”  เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของผู้นำทางการเมืองร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนที่มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างต่อเนื่องและเพื่อให้ประชาชนชาวไทยและนานาประเทศ ทราบถึงการดำเนินการต่อสู้กับปัญหาการทุจริตของประเทศไทยและเจตจำนงของคนไทยไม่ทนต่อการทุจริต โดยมี นายฌูเลียน การ์ซานี ผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก เป็นผู้แถลงสารองค์การสหประชาชาติ พร้อมด้วย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ มูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ภาคีเครือข่าย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทูตานุทูต สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานกว่า 3,000 คน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จำนวน 34 รางวัล และรางวัลการแข่งขันกิจกรรมเดิน-วิ่ง Good Guy Run 2019 รวมพลังวิ่งเพื่อส่งเสริมความดี จำนวน 4 รางวัล พร้อมกล่าวเปิดงานและประกาศเจตนารมณ์ ความว่า การต่อต้านทุจริตเป็นการสร้างจิตสำนึก ความร่วมมือของประชาชนทุกภาคส่วนในทุกมิติ และเป็นการแสดงจุดยืนของประเทศ โดยกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดความเท่าเทียม ทั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดนโยบายเร่งด่วน ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจำ ดำเนินการพัฒนา ปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ให้ครอบคลุม  ทั้งในเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ ส่งเสริมให้กระบวนการยุติธรรมปราศจากการแทรกแซงของนักการเมืองและผู้มีอิทธิพล ตลอดจนวางมาตรการคุ้มครองพยานและกำหนดให้มีการลงโทษผู้กระทำผิดกรณีทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างจริงจังและรวดเร็ว ซึ่งภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยตรวจสอบ เฝ้าระวังด้วย

นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์ชาติว่า การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 พ.ศ. 2560 – 2564 มีเป้าหมายให้ “ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต” โดยมุ่งหวังให้ระยะ 5 ปีข้างหน้า จะเป็นการปฏิรูปกระบวนการทำงานจากเดิม ไปสู่กระบวนการทำ งานแบบบูรณาการทั้งระบบ ทั้งคน เครื่องมือ เทคโนโลยีโดยเริ่มจากการวางรากฐานทางความคิดของประชาชน ลดความขัดแย้ง

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า นอกจากตนเองจะไม่กระทำการทุจริตแล้ว จะต้องไม่อดทนต่อการทุจริตที่เกิดขึ้นในสังคมไทย คนไทยจะต้องก้าวข้ามค่านิยมอุปถัมภ์และความเพิกเฉยต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ รวมทั้งแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่ต้องการสร้างชาติที่สะอาดปราศจากการทุจริต ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบาย ต้องมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ขณะเดียวกัน กลไกการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ต้องได้รับความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นจากประชาชนว่าสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และเท่าเทียม รวมถึงต้องการสร้างการรับรู้ต่อประชาชนเพื่อให้การต่อต้านการทุจริต เป็นวัฒนธรรมของสังคมไทยต่อไปในอนาคต มีความรู้คู่คุณธรรม

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงแนวทางในการที่จะช่วยป้องกันและปราบปรามการทุจริตโดยการใช้ แนวทางประชารัฐ ในการรวมพลังทุกภาคส่วน ในกระบวนการตรวจสอบการทำงานของรัฐ โดยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายประชารัฐเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ร่วมกันของทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างยั่งยืน

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้นำคนไทยทั่วประเทศและผู้ร่วมงานประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านคอร์รัปชัน โดยกล่าวพร้อมกันว่า จะประพฤติปฏิบัติตน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่กระทำการทุจริต จะยึดมั่นในความยุติธรรม ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน จักปก ป้องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยจิตอาสา พร้อมทำความดี ด้วยหัวใจ ตลอดไป

ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ เดินหน้า ล่าโกง ซึ่งจัดแสดงไว้เพื่อสร้างการรับรู้และความตื่นตัวต่อผลกระทบที่เกิดจากการทุจริต ก่อนเดินทางกลับ

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นนทบุรี – หนุ่มห้างขับรถ จยย.ขึ้นสะพานยังไม่เปิดใช้ เกิดพุ่งชนแท่งปูน เสียชีวิต

เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 9 ธ.ค.62 พ.ต.ท.นิวัฒน์ หิรัญธัญพงศ์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ. ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีรถ จยย.พุ่งชนแท่งแบริเออร์คอนกรีตทำให้ผู้ขับขี่เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณสะพานข้ามคลองบางบัวทอง สร้างใหม่ถนนราชพฤกษ์ขาออก ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จากนั้นจึงประสานแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นลักษณะสะพานสร้างใหม่ที่ยังไม่เปิดใช้งานพบรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น นูโว ดำ ทะเบียน 5กด 4196 กทม สภาพหน้ารถพังเสียหายยับเยิน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ขับขี่ทราบชื่อคือนายวรรณกร ผ่องพัชญา อายุ 31 ปีพนักงานของห้างค้าส่งชื่อดังแห่งหนึ่ง และจากการตรวจสอบที่แบริเออร์คอนกรีตมีร่องรอยถูกชนล้มอยู่ ขณะเดียวกันยังพบว่าเชิงสะพานฝั่งขาขึ้นไม่มีสิ่งปิดกั้นและสัญลักษณ์บกบอกที่จะแสดงให้เห็นว่าสะพานนี้ยังไม่เปิดใช้งาน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้ โดยสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตนั้นเข้าใจว่าสะพานแห่งนี้เปิดใช้งานแล้ว จึงได้ขับขี่รถ จยย.มาด้วยความเร็วเป็นจังหวะที่ลงมาจากสะพานและมีแท่งแบริเออร์คอนกรีตกั้นไว้ช่วงเชิงสะพานขาลงทำให้เกิดพุ่งชนเข้าอย่างเต็มแรงเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามจะต้องทำการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตร ต่อไป

สาโรจน์ สว่าศรี /ผู้สื่อข่าวนนทบุรี

ลพบุรี – อัศจรรย์พระพุทธรูปปรางค์มารวิชัย โผล่กลางแม่น้ำ ชาวบ้านแห่ขอโชค

หลังจากสื่อโซเชียลได้ไพสต์เรื่องอัศจรรย์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในพื้นที่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก อ้อแอ้ เอ้ย โพสต์ ภาพพระพุทธรูปองค์หนึ่งลอยเหนือน้ำในแม่น้ำบางขาม ขึ้นมาอยู่บริเวณหน้าวัดคุ้งท่าเลา หมู่ที่ 6 ต.บางพึ่ง อ. บ้านหมี่ จ. ลพบุรี โดยระบุข้อความว่า “พระลอยน้ำมาขึ้นหน้า วัดคุ้งท่าเลา วันนี้ประมาณ 9 โมงเช้า มาเที่ยวมาชมมาดูกันได้นะคะ พิกัดวัดนี้อยู่ที่ ตำบางพึ่ง อำบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ค่ะ” หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง เดินทางเข้ามากราบไหว้ สักการะขอพรกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีบางคนได้เดินทางมาเพื่อส่องหาเลขเด็ด หวังว่าจะได้รับโชคก่อนเทศกาลวันปีใหม่

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่วัดคุ้งท่าเลา เพื่อติดตามความคืบหน้าตามสื่อโซเชียลนำเสนอ พบว่าที่ประดิษฐานพระพุทธรูปภายในวัด ได้มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้เดินทางมาเพื่อชมพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว โดยได้นำดอกไม้ ธูปเทียนมาเพื่อสักการบูชา โดยมีพระมหาสุทธิศักดิ์ ชาครธมํโม อายุ 47 ปี เจ้าอาวาสวัดคุ้งท่าเลาเป็นผู้ให้รายละเอียดถึงเรื่องดังกล่าว ทราบว่าผู้ที่ใช้เพชบุ๊ก อ้อแอ้ เอ้ย เป็นแม่ค้าขายน้ำตาลสด อยู่ที่ท่าน้ำหน้าวัด ที่โพสต์เรื่องราวดังกล่าว หลังจากที่มีนักท่องเที่ยวจากจังหวัดนครนายก ที่เดินทางมาเที่ยวชมวัด ได้พบว่ามีวัตถุคล้ายฐานพระโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำที่ลดระดับลงอย่างมาก จึงได้บอกให้เด็กที่ กำลังเดินเก็บเปลือกหอยให้ไปดู จึงพบว่าเป็นพระพุทธรูปจริงๆ ชาวบ้าน พระจึงได้ลงไปอุ้มขึ้นมาทำการชำระล้างจนเห็นเป็นสีทองเหลือง และเป็นพระพุทธรูปที่ยังสมบูรณ์

โดยพระมหาสุทธิศักดิ์ เจ้าอาวาสวัดคุ้งท่าเลา ยังกล่าวอีกว่าหลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้แพร่กระจายไปได้มี บุตรสาวของคุณแม่กุหลาบ สุขเสมอ ชาวบ้าน ต.หนองทับวัว ต.จันเสน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ได้เดินทางมาดู ซึ่งได้ยืนยันว่าพระพุทธรูปองค์นี้ แม่กุหลาบ และครอบครัวตนเอง เป็นคนที่ถวายให้กับวัดหนองทับวัว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 โดยที่พระองค์นี้ แม่ได้รับมาจากรุ่นปู่ย่า ตายาย เมื่อครั้งอดีต จนมาทราบว่าพระที่แม่ถวายให้วัดหนองทับวัว ได้หายไป ซึ่งทางเจ้าอาวาสวัดหนองทับวัวในขณะนั้น และชาวบ้านได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้นำท้องถิ่น แต่ก็ไม่สามารถติดตามกลับคืนมาได้ เมื่อมาพบว่าพระของครอบครัวที่มอบให้กับวัดหนองทับวัว มาโผล่ขึ้นหน้าวัดคุ้งท่าเลา จะด้วยความอัศจรรย์ จากปรากฏ การณ์ หรืออะไรก็แล้วแต่ จะไม่ขอนำกลับคืน ขอถวายให้กับวัดคุ้งท่าเลา เพื่อให้ชาวบ้านได้กราบไหว้ สักการะบูชาต่อไป

ด้านชาวบ้านที่เดินทางมาดู โดยเฉพาะผู้สูงวัย ได้กล่าวว่าพระองค์นี้น่าจะเป็นพระพุทธรูปปรางค์มารวิชัย องค์พระมีความสูงจากฐานถึงเศียร 26 นิ้ว หน้าตัก 17 นิ้ว ที่สวยสมบูรณ์องค์หนึ่ง ซึ่งสันนิฐานว่าน่าจะถูกลักขโมยมาจากวัดหนองทับวัวหลายสิบปี และนำมาซุกซ่อนไว้ในน้ำ จนมาโผล่ที่หน้าวัดคุ้งท่าเลาดังกล่าว ทั้งนี้พวกตนถือว่าเป็นความโชคดีของชาวบ้าน ต.บางพึ่ง ลุ่มแม่น้ำบางขาม ที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นกับหมู่บ้านของพวกตน ต่างบนบาน ขอพร ขอโชคลาภตามความเชื่อ โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างทยอยเดินทางกันมามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน

สุโขทัย – จัดกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย ) คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต

สุโขทัยจัดกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย ) คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต

วันนี้ 9 ธันวาคม 2562 เวลา 08.30 น. จังหวัดสุโขทัย โดย สำนักงานป.ป.ช. ประจำ จังหวัดสุโขทัย จัดกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด ” Zoro Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต ” ณ หอประชุมรักษ์ศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลปะสุโขทัย อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดยมีนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดกิจกรรม และมีส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมในกิจกรรมครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

โดยทั้งหมด ได้ร่วมรับชมการถ่ายทอดสดการดำเนินกิจกรรมพร้อมกันทั่วประเทศโดยเริ่มจาก การแถลงสาร องค์การสหประชาชาติ โดยผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติ ต่อด้วยประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการคอรัปชั่น โดยพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ ในการต่อต้านคอร์รัปชัน

นอกจากนี้ผู้อำนวยการ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสุโขทัยได้นำเสนอข้อมูลปราบปรามการทุจริตในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ในปีงบประมาณ 2562 ,การจัดนิทรรศการ ” Zoro Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต ” โดยการวัดดัชนีรับรู้การทุจริต ในปี 2561 พบว่า ประเทศไทยมีค่าคะแนน CPI อยู่ที่ 36 คะแนน จาก 100 คะแนน และอยู่ในอันดับที่ 99 จาก 180 ประเทศทั่วโลก ผลคะแนนดั่งกล่าวยังไม่ผ่านมาตรฐานสากล

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

นราธิวาส – ยิงกันตาย!! เหตุเกิดเพราะยาเสพติด

เมื่อ 8 ธ.ค.2562 เวลาประมาณ 12.50 น. ขณะที่นายปาตือโร อาแว อายุ 21 อยู่บ้านเลขที่ 23/2 ม.1 ต.ฆอเลาะ อ.แว้ง จ.นราธิวาส และนายมะซูเปียน หะมะ อายุ 24 ปี กำลังเสพยาบ้าและน้ำกระท่อม บริเวณบ้านที่เกิดเหตุ ระหว่างนั้นนายปาตือโร ฯ และนายมะซูเปียน ฯ ได้มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน นายมะซูเปียน ฯ ได้ใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมายิงนายปาตือโร ฯ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หลังก่อเหตุนายมะซูเปียน ฯ ได้หลบหนีไป

เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 134/3 ม.5 ต.กาวะ ต./อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ส่วนสาเหตุที่่ขัดแย้งทะเลาะวิวาทกันเพราะทั้ง 2 มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด.

***ร.ต.ท.วุฒิพงษ์ พิมพา รอง สว.(สอบสวน) สภ.สุไหงปาดี โทร. 08-1278-8202.

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี /ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง.