กองทัพภาคที่ 4 – รณรงค์ใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติก

“กองทัพภาคที่ 4 รณรงค์เชิญชวนกำลังพลและครอบครัวภายในหน่วย
เลิกใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบใช้แล้วทิ้ง หันมาใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติกแบบหูหิ้ว”

#กองทัพภาคที่4ลดใช้ถุงพลาสติก 
#กองทัพร่วมกันช่วยลดโลกร้อน 
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 4

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

เพชรบูรณ์ – ชาวบ้านแห่ขอหวยต้นมะเดื่ออาถรรพ์ หลังจากได้โชคงวดที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ได้มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง พากันบุกไปขอโชคลาภที่ใต้ต้นมะเดื่ออาถรรพ์ ขนาดความสูงราว 20 เมตร บริเวณริมคลองบ่อย่า พื้นที่หมู่ 7 บ้านวังไทรทอง ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ หลังจากชาวบ้านรายหนึ่ง เจอเหตุการณ์แปลกประหลาด ขณะที่ไปตั้งเครื่องสูบน้ำเข้านาช่วงกลางดึก เมื่อต้นมะเดื่อสั่นไหวคล้ายถูกจับเขย่า ทั้งที่ไม่มีลมพัด จนต้องรีบหนีกลับบ้านด้วยความตื่นตระหนก ตกใจ และนำเรื่องราวดังกล่าว ไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง ก่อนแห่กันไปขอโชค ได้เลขเด็ดเสี่ยงโชค จนมีคนถูกหวยหลายราย

เช่นเดียวกับ นางประนอม ยศมา (เสื้อสีน้ำเงินแขนยาวสีเท่า)อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 188/1 บ้านดงราญใต้ ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อว่า ก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสติดตามดูข่าวต้นมะเดื่ออาถรรพ์ดังกล่าว และได้นำเลขเด็ดที่เห็นไปลองเสี่ยงโชคดูสักครั้ง จนถึงวันหวยออกปรากฎว่าตนถูกรางวัล ได้รับเงินจำนวนหนึ่ง สร้างความดีใจเป็นอย่างมาก และหลังจากนั้นช่วงกลางดึก ขณะที่ตนนอนหลับได้ฝันเห็นผู้ชายรูปงาม สวมชุดขาว แต่งกายคล้ายเทวดา บอกกล่าวในฝันว่าสิงสถิตอยู่ที่ใต้ต้นมะเดื่อ และอยากได้พานบายศรี จำนวน 1 คู่ ผลไม้ จำนวน 9 ชนิด

ซึ่งพอตื่นเช้ามา ตนก็ได้นำความฝันไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง ก่อนช่วยกันจัดเตรียมพานบายศรี จำนวน 1 คู่ และ ผลไม้ จำนวน 9 ชนิด จากนั้นเดินทางไปที่ บริเวณริมคลองบ่อย่า พื้นที่หมู่ 7 บ้านวังไทรทอง ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เพื่อประกอบพิธีบูชา เซ่นไหว้ตามความเชื่อ พร้อมทำขันน้ำมนต์ และ ใช้แป้งฝุ่นลูบเบาๆที่โคนต้น โดยบางคนก็ใช้โทรศัพท์มือถือเปิดกล้องเพ่งมองเลขเด็ด บางคนก็ถ่ายรูปส่งต่อกันอย่างคึกคัก ซึ่งตัวเลขที่เห็น ทั้งในขันน้ำมนต์ และ โคนต้นมะเดื่อ ได้เลขที่คล้ายคลึงกันอย่างมาก คือ 375 – 675 – 975 และ 75 จึงหวังนำเลขเด็ดไปเสี่ยงโชคกันตามความเชื่อต่อไป

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

ตราด – คณะกรรมการศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ ได้จัดประชุมปรึกษาหารือ เพื่อเตรียมความพร้อม ในการจัดงานศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ขึ้น

คณะกรรมการศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ ได้จัดประชุมปรึกษาหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงานศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ขึ้น

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ธ.ค.2562 ที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ จ.ตราด โดยมี นางสาวปอร์วัน ไชยศิริ เป็นเก้านั้ง ในปีนี้และเป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ พร้อมด้วย นายวิระชาญ ประทีปาระบะกุล นายกเทศมนตรีตําบลคลอง ใหญ่ ปลัดอําเภอคลองใหญ่ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 182 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.พ.ท.และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 40 คน เข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือการวางแผนที่บริเวณงานศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่

โดยจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 31 ธค.ถึงวันที่ 4 มกราคม 2563 โดยในงานจะมีการแสดงสินค้าเป็นจํานวนมาก ดังนั้นจึงได้เรียกคณะกรรมการศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ และหน่วยงาน อื่นๆที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในงานศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ องค์เจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวอําเภอคลองใหญ่มาช้านาน ทั้งยังเป็นที่สักการะของพี่น้องชาวประมงของอําเภอคลองใหญ่และชาวเรือประมงทั่วไปด้วย ซึ่งกิตติศัพท์ของความศักดิ์สิทธิ์ขององค์เจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ นี่ได้ขจรขจายไปสู่ที่ต่างๆทําให้มีผู้ที่เคารพเลื่อมใสในองค์เจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ ได้นําเครื่องไหว้มาเซ่นไหว้อยู่ที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่แห่งนี้ โดยเฉพาะในวันตรุษจีน วันสารท และเทศกาลงานประจําปีของศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ จะมีผู้ที่เคารพเลื่อมใสในองค์เจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ พร้อมนําสิ่งของต่างๆมาเซ่นไหว้กันอย่างเนื่องแน่นกันเป็นประจําทุกปี

ในการจัดงานศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ ในแต่ละครั้งจะต้องมีการประชุมปรึกษาหารือคณะกรรมการต่างๆที่จะต้องดูแลงานศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ให้ครบ 5 วัน 5 คืน ทางศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ จะมีการแห่เจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ เพื่ออัญเชิญองค์เจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ องค์เทพเจ้าไฉ่ชิงเอี๊ย องค์ปึงเถ้ากง ม้าที่สิ่งสถิตย์อยู่ในศาลเจ้าแม่ทเพื่อนําออกมาให้ชาวอําเภอคลองใหญ่ขอพรอวยพรแก่ชาวเรือด้วย ในวันที่ 31 ธ.ค.2562 ในเวลา 05.00น. แห่เจ้าแม่เป็นต้นไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด – เทศบาลตำบลคลองใหญ่จัดสองโครงการ ถนนคนเดิน กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก

ตราด /เทศบาลตำบลคลองใหญ่จัดสองโครงการ ถนนคนเดิน กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก

เมื่อเวลา 19 นาฬิกาเศษ วันที่ 12 ธันวาคม 2562 นายวิระชาญ ประทีปปาระยะกุล เป็นประ ธานในพิธีเปิดโครงการถนนคนเดิน และโครงการกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก ที่บริเวณเวทีหน้าตลาดสดเทศบาลตําบลคลองใหญ่ โดยนายอําพล อุ่นชู ปลัดเทศบาลตําบลคลอง ใหญ่ เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์และความเป็นมาของโครงการ พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลตําบลคลองใหญ่ ครู อาจารย์ เยาวชน ประชาชนเข้าร่วมพิธี

ซึ่งโครงการ รวมพลัง กล้าคิด กล้าทํา กล้าแสดงออก และโครงการถนนคนเดินเป็นโครงการที่ช่วยให้เด็ก และเยาวชนได้กล้าแสดงออก ใช้เวลาว่าให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลจากยาเสพติด รวมทั้งเป็นการกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจ กระจายรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่และส่งเสริมการท่องเที่ยว ของอําเภอคลองใหญ่ รวมทั้งเป็นการปลูกจิตสํานึกในการอนุรักษ์ธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม โดยดําเนินกิจกรรมในวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์ โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย โดยจะมีการแสดงของนักเรียนแต่ละโรงเรียนในพื้นทุกโรงเรียนเข้าร่วมแสดง

นายวิระชาญ ประทีปาระยะกุลนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลคลองใหญ่ บอกว่าโครงการนี้เป็นเวทีให้เด็กๆ เยาวชนได้แสดงออกทางด้านต่างๆ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้พ่อค้า ประชาชน นำสินค้ามาร่วมจัดแสดงและจำหน่าย เป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชน รวมทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวได้พบกับกิจกรรมดีๆแบบนี้ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมาถึง 16 ปี แล้วต่อไปด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด – โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม เปิดการแข่งขันกีฬาภายในโรงเรียน กว่า 900 คน เดินพาเหรดรอบตลาดสดเทศบาล

โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมเปิดการแข่งขันกีฬาภายในโรงเรียนกว่า 900 คน เดินพาเหรอรอบตลาดสดเทศบาลตําบลคลองใหญ่

เมื่อเวลา 08.00 น.เช้าวันที่ 12 ธค. 2562 ที่บริเวณสนามกีฬาโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม โดยมี นางสาวปอร์วัน ไชยศิริ เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาภายในโรงเรียนกว่า 900 คน พร้อมนายสําเนา บุญมาก ผู้อํานวยการโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม กล่าวรายงานวัตถุประ สงค์การจัดงาน คณะครูอาจารย์ และนักเรียนเข้าร่วมกว่า 900 คน

พร้อมด้วยปีนี้ มีศิษย์เก่าผู้นํามีชื่อเสียงให้แก่โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม คือ นายอนุพงศ์ ศรีสวัสดิ์ นักกีฬาฟลอร์บอล เหรียญทองทีมชาติไทย จากการแข่งขันซีเกมส์ที่ประเทศฟิลปปินส์มาร่วมวิ่งคบเพลิงด้วย เพื่อสีสันกีฬาสีในปีนี้ด้วย พร้อมรับช่อดอกไม้จากประธานและให้กําลังใจเล็กๆน้อยด้วย ร่วมในการเดินพาเหรอ

การแข่งขันกีฬาสีภายในโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ประจําปีการศึกษา 2562 ซึ่งนักเรียนเข้าร่วมกว่า 900 คน โดยมีปกครองนักเรียนและประชาชนทั่วไปร่วมชมและให้กําลังใจเด็กๆนักเรียนในขบวนพาเหรอกันเป็นจํานวนมาก ซึ่งขบวนพาเหรอได้เคลื่อนออกจากโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ไปตลาดสดเทศบาลตําบคลองใหญ่ไปตามถนนเส้นทางกําหนดไว้ เลี้ยวกลับเข้าสู่โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม เพื่อร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสีภายในโรงเรียนอย่างเป็นทางการ ในการเดินพาเหรดของโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ตลาดเส้นทางได้รับความสนใจจากผู้ปกครองนักเรียนและประชาชนทั่วไป โดยปกครองนักเรียน ผู้สื่อข่าวร่วมถ่ายภาพบันทึกภาพ กับความน่ารัก ความสวยงามและสีสันของขบวนพาเหรดได้สื่อสะท้อนถึงเรื่องราวต่างๆ สู่ผู้ชมให้ก้าวทันกับสังคมในยุคปัจจุปัน โดยใช้เวลาการเดินพาเหรดร่วม 1 ชั่วโมงด้วยกัน

ส่วนสนามกีฬาโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ได้จัดให้มีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสีภายในโรงเรียนอย่างเป็นทางการ เมื่อเวลา 09.30 น. เป็นต้นไป ซึ่งจัดให้มีกิจกรรมกองเชียร์ของแต่ละสีด้วย คือ สีฟ้า สีแดง สีเหลือง และสีชมพู พร้อมด้วยการแสดงเต้นแอโรบิคของนัก เรียนคลองใหญ่วิทยาคม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมชมและเชียร์ได้ชมกันด้วย ก่อนจะเริ่มการแข่งขันกีฬาสีต่างๆซึ่งจัดให้มีการแข่งขันกีฬาฟุตบอล วอลเล่ย์บอล กรีฑา และกีฬาพื้นบ้าน

การแข่งขันดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพอนามัยแข็งแรง ได้แสดงออกทางด้านกีฬา. รักการออกกําลังกาย ฝึกการเป็นผู้นํา ผู้ตามที่ดีมีนํ้าใจเป็นนักกีฬา รู้จักการทํางานเป็นหมู่คณะ มีนํ้าใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้จักชนะ รู้จักอภัย รู้จักการวางแผนการทํางาน รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีในหมูคณะและให้นักเรียนห่างไกลจากยาเสพติดเป็นต้นด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ทัพไตรกีฬา ทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมลงสนาม ลุยความแข็งแกร่งในไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ ซีซั่น 2 นครพนม

ทัพไตรกีฬาทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมลงสนามลุยความแข็งแกร่งในไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ ซีซั่น 2 นครพนม

ในวันนี้ 13 ธ.ค.62 ทีมนักไตรกีฬาทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี เดินทางถึงจังหวัดนครพนม เป็นที่เรียบร้อยแล้วพร้อมร่วมทำการแข่งขันไตรกีฬานาวี เฉลิมพระเกียรติ ซีซั่น 2 รายการ “อรุณเบิกฟ้า ปวงประชา และราชนาวี รวมใจภักดิ์ดี” ครั้งที่ 1 ในวันที่ 14 ธันวาคม 2562 ที่จังหวัดนครพนม ภายใต้รหัสชื่อ “ถิ่นน้ำสองสี เหล่าราชนาวีเทิดจักรีวงศ์” โดยมีหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำเเม่น้ำโขง (นรข.) เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวว่า ได้ให้การสนับสนุนทีมนักไตรกีฬาของทัพเรือภาคที่ 1 อย่างเต็มที่ โดยมอบหมายให้ พลเรือตรี ภิญโญ โตเลี้ยง รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นหัวหน้าทีมฯ พลเรือตรี จรัญวีร์ ญาดี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 อีกท่านหนึ่ง นำทัพนักไตรกีฬาทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมทำการแข่งขันฯ และในทันทีที่เดินทางถึงสถานที่จัดการแข่งขัน ได้ลงฝึกซ้อมเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศของจังหวัดนครพนม ที่ค่อนข้างหนาวเย็น พร้อมกับสำรวจเส้นทางที่ใช้ในแข่งขันฯ เพื่อเตรียมความพร้อมครั้งสุดท้าย ก่อนลงทำการแข่งขันฯจริง ในวันรุ่งขึ้น และในวันนี้ได้นำทัพนักไตรกีฬาทัพเรือภาคที่ 1 ลงทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ สถานที่จัดการแข่งขันฯ ก่อนจะเข้าพักที่โรงเเรมรับพรอินท์ จังหวัดนครพนม และยืนยันว่า ทัพนักไตรกีฬาทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อแสดง ออกถึงความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจแบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ “ผู้บัญชา การทัพเรือภาคที่ 1 ได้กล่าวในตอนท้าย”

ภาพ/ข่าว กองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

จันทบุรี – ประมงจังหวัดเปิดให้บริการชาวประมงพื้นบ้าน ขึ้นทะเบียนเรือ ที่สำนักงานประมง ไม่เว้นวันหยุด ถึง 27 ธ.ค.นี้

ชาวประมงพื้นบ้านในจังหวัดจันทบุรีเดินทางมาขอขึ้นทะเบียนเรือที่สำนักงานประมงจังหวัดจันทบุรีอย่างต่อเนื่อง คาดมีไม่น้อยกว่า 1,200 ราย โดยประมงจังหวัดเปิดให้บริการไม่เว้นวันหยุดถึง 27 ธ.ค.นี้

วันนี้ ( 13 ธ.ค.62 ) ที่สำนักงานประมงจังหวัดจันทบุรี มีชาวประมงพื้นบ้านจำนวนมาก มารอคิวขอขึ้นทะเบียนเรือประมงพื้นบ้านที่มีขนาดไม่ถึง 10 ตัน เพื่อจดทะเบียนเรือไทยตามนโยบายของรัฐบาล และเป็นการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลตามมาตรการ IUU โดยสำนักงานประมงจังหวัดจันทบุรี คาดจะมีชาวประมงพื้นบ้านมาขอจดทะเบียนเรือไทยไม่น้อยกว่า 1,200 ราย

ทั้งนี้เจ้าของเรือผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือผู้ครอบครองเรือ หรือผู้รับมอบอำนาจ ดำเนินการยื่นคำขอ ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบเรือ และทำเครื่องหมายที่แสดงอัตลักษณ์เรือ ที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค จังหวัดจันทบุรีภายในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ ส่วนสำนักงานประมงจังหวัดจันทบุรีจะเปิดให้บริการยื่นขอหนังสือรับรองจากกรมประมง เพื่อนำไปประกอบการจดทะเบียนเรือไทย สำหรับเรือประมงพื้นบ้าน ทุกวันไม่เว้นวันหยุด จนถึงวันศุกร์ที่ 27 ธันวาคมนี้ โดยหลักฐานที่ใช้ประกอบการขอขึ้นทะเบียนเรือไทย ต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน ( ตัวจริง )พร้อมรูปถ่ายเรือแบบเต็มลำ ด้านซ้าย และด้านขวา อย่างละ 1 ภาพ มายื่นประกอบคำขอ

ซึ่งนายนิยม กำพล ชาวประมงพื้นบ้าน ต.พังราด อ.แกลง ที่มาขอจดทะเบียนที่สำนักงานประมงจังหวัดจันทบุรี กล่าวเห็นด้วยกับมาตรการดังกล่า วเพื่อการประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืนในอนาคต ขณะที่นายวิจักร กลมเกลี้ยง ชาวประมงพื้นบ้าน ต.วันยาว อ.ขลุง จ.จันทบุรี เห็นว่ามาตรการดังกล่าวมีผลดีต่อทรัพยากรธรรมชาติ และอาชีพชาวประมงพื้นบ้าน ที่จะมีความชัดเจนในขอบเขตการประกอบอาชีพ แต่อยากให้ลดขั้นตอนการตรวจสอบที่ซับซ้อน ยุ่งยาก ทำให้เสียเวลาหลายรอบ ถ้าเป็นไปได้อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบบูรณาการให้บริการแบบศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุดอาลัย “เฮียตี๋ รถยก” ยอดจิตอาสา อดีตหัวหน้ากู้ภัยฮุก.31 โคราช หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

วันที่ 12 ธันวาคม​ 2562​ เวลา 08.30 น.: พ.ต.ท.มงคล คุปติศิริรัตน์ พนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตที่ร้าน “ตี๋ไดนาโม” ตั้งอยู่ริมทางหลวง 304 ถนนราชสีมา-ปักธงชัย ฝั่งตรงข้ามสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 5 เขตเทศบาลตำบล (ทต.) ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา​ จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นสิ่งปลูกสร้างชั้นเดียวอยู่ข้าง สภ.โพธิ์กลาง ไม่มีเลขที่ ดัดแปลงด้านหน้าเป็นจุดให้บริการประชาชนของอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฮุก.31 นครราชสีมา และเป็นสถานที่ติดต่อประสานธุรกิจ “สาครรถยก” บนโซฟาด้านในพบร่างชายไทยรูปร้างอ้วนท้วมนอนเสียชีวิตในสภาพห่มผ้านวม ทราบชื่อคือนายนิพนธ์ ลาภวิบูลย์สุข หรือ “เฮียตี๋ รถยก” อายุ 58 ปี เจ้าของกิจการดังกล่าว ข้างๆ ศพมีนางสาคร ลาภวิบูลย์สุข หัวหน้าอาสาสมัครฯ จุดข้าง สภ.โพธิ์กลาง นั่งกอดร่างนายวิบูลย์ฯ ผู้เป็นสามี เจ้าหน้าที่จึงให้ญาติคอยติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดเกรงอาการเสียใจกะทันหันอาจทำให้เกิดอาการช็อก หมดสติและขอตรวจสอบตามกระบวน การนิติวิทยาศาสตร์ เบื้องต้นไม่พบร่องรอยใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตประกอบกับญาติไม่ติดใจสงสัยแต่อย่างใด จึงอนุญาตให้นำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่า นายนิพนธ์ หรือเฮียตี๋ ไดนาโม ผู้เสียชีวิตประกอบอาชีพเป็นช่างซ่อมไดนาโม​ และรับยกรถยนต์รวมทั้งใช้เวลาว่างเป็นจิตอาสาปฏิบัติหน้าที่เป็นอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฮุก.31 นานกว่า 20 ปี ด้วยความซื่อสัตย์และออกช่วยเหลือประชาชนอย่างสม่ำ เสมอ ทำให้นายนิพนธ์ฯ เป็นที่รู้จักในกลุ่มอาสาสมัครกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ จนได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าจุด ต่อมามีปัญหาเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ แพทย์ได้นัดเตรียมผ่าตัดรวมทั้งให้พักผ่อนมากๆ นายนิพนธ์ฯ จึงให้นางสาครฯ ผู้เป็นเมียปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าจุดข้าง สภ.โพธิ์กลางฯ แทน

ด้วยภารกิจกู้ภัยที่ค่อนข้างมาก แม้นให้นางสาครฯ และนายวิบูลย์ฯ ภรรยาและลูกชายทำหน้าที่แทน บางครั้งก็ไม่ทันต่อเหตุการณ์ หากมีการแจ้งทางวิทยุสื่อสารขอกำลังสนับสนุน นายนิพนธ์ฯ ก็ออกมาทำหน้าที่ทั้งๆยังมีอาการเจ็บป่วยอยู่ จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา หลังนางสาครฯ​ กลับมาจากการส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลเทพรัตน์ เห็นสามีนอนตื่นสายผิดปกติ จึงปลุกแต่ไม่ตื่น เมื่อตรวจสอบพบร่างไม่มีชีพจรแล้ว คาดสาเหตุเกิดจากสภาพอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ส่งผลให้มีปัญหาต่อการเต้นของหัวใจจนหยุดเต้นแบบเฉียบพลัน สร้างความโศกเศร้าและเสียดายการเป็นจิตอาสาที่ทำหน้าที่โดยไม่หวังผลตอบแทน

ตุ๋ย-อาชญากรรม-นครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“เลขาฯ กช.” หารือแม่ทัพภาค 4 นำสภาสันติสุขตำบล ร่วมพัฒนาการศึกษาเอกชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ดร.อรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) กล่าวภายหลังการเป็นประธานในพิธีประกาศ นโยบาย 5 ส ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ว่า จากการหารือร่วมกับ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เกี่ยวกับการจัดการศึกษาเอกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นว่าจะใช้กลไกการทำงานของสภาสันติสุขตำบล มาเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาในส่วนของการจัดการศึกษาเอกชน

ซึ่งสภาสันติสุขตำบลนั้น จัดตั้งขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผนึกกำลังร่วมกันในทุก ๆ ภาคส่วน ทั้งส่วนราชการ ผู้นำท้องที่, ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำศาสนา, ผู้นำทางศรัทธา และประชาชนในพื้นที่ระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล ได้บูรณาการการมีส่วนร่วมในการสะท้อนแก้ไขปัญหา ให้เกิดการพัฒนาที่แท้จริงตรงตามความต้องการของคนในพื้นที่ และร่วมขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาสร้างสังคมที่สงบสุข โดยปราศจากเงื่อนไขที่เอื้อต่อการใช้ความรุนแรง ให้มีบรรยากาศเกื้อกูลต่อการพัฒนาและสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน

ถือเป็นโครงการหนึ่งที่เป็นความหวังของประชาชนในพื้นที่ ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อ หรือปรัชญาในการแก้ไขปัญหาว่า ควรจะเป็นเรื่องที่ประชาชนมีบทบาทที่สุดในการแก้ไขปัญหา เพราะประชาชนในพื้นที่เข้าใจ รู้สภาพ รู้บุคคล รู้สถานที่ น่าจะดีกว่าบุคคลที่อยู่นอกพื้นที่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่บุคคลในพื้นที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และบุคคลที่มีความสำคัญ คือ ผู้นำศาสนา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการทุกหน่วยงาน ที่ทำหน้าที่ในตำบล และภาคประชาชน ซึ่งอาจจะมาจากโต๊ะครู สถาบันปอเนาะ หรือเจ้าของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเยาวชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ดร.อรรถพล กล่าวต่อไปอีกว่า ในส่วนของแนวทางการพัฒนาด้านการศึกษาเอกชนจะสามารถ บูรณาการไปพร้อมกับการทำงานของสภาสันติสุขตำบลได้ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือ และการขับเคลื่อนของหลายๆ ภาคส่วนไปพร้อมกัน เพราะนโยบายการทำงานของสภาสันติสุขตำบลก็มีแนวทางการทำงานที่สอดรับกับนโยบายการดำเนินงานของ สช. ในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย งานแก้ไขปัญหายาเสพติด และการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เพื่อเป็นการสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

โดยได้น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทานเป็นหัวใจหลักในการแก้ไขปัญหา และดำเนินการปฏิบัติงานตามแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจําปี 2562 และในปัจจุบันสภาสันติสุขตำบล มีจำนวนทั้งสิ้น 290 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส และมีแผนการดำเนินงานที่จะขยายให้ครอบคลุมไปยังจังหวัดสตูล ซึ่งจะสามารถทำให้เข้าถึงการพัฒนาการการศึกษาเอกชนได้อย่างครอบคลุม

ทั้งนี้ ในวันที่ 24 ธ.ค.62​ นี้ สช.จะได้ร่วมประชุมหารือกับตัวแทนของสภาสันติสุขตำบล เพื่อหารือเกี่ยวกับการวางระบบ และกำหนดทิศทางเกี่ยวกับการจัดการศึกษาเอกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีเป้าหมายคือ ร่วมกันพัฒนาให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งต่อไป ดร.อรรถพล กล่าวทิ้งท้าย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รายงานเหตุระเบิด ชุด รปภ. ครูเบื้องต้น

เมื่อ 12 ธ.ค.62 เวลา 15.44 น. สภ.เทพา รับแจ้งเหตุว่า มีคนร้ายยังไม่ทราบชื่อและจำนวนลอบวางระเบิด ชุด รปภ.ครู จนท.ตร.สภ.เทพา เบื้องต้นมี จนท.ตร.สภ.เทพา ได้รับบาดเจ็บที่อยู่ในรถยนต์ของทางราชการ ทราบชื่อ

  1. พ.ต.ท.ไพศาลแสงอรุณ
  2. ด.ต.ศุภชัย รักนุ่น
  3. ด.ต.สัญญา จันทร์แก้ว
  4. ด.ต.ประคอง ช่วยนุกุล
  5. ด.ต.สุกรี หะยีตาเห

ทั้งหมดถูกนำส่ง รพ.เทพา และรถยนต์ของทางราชการได้รับความเสียหาย รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบ ***เหตุเกิด บริเวณถนนสายเทพา-ลำไพล ม.5 บ.ป่ากอ ต./อ.เทพา จว.สงขลา

  • พื้นที่รับผิดชอบ สภ.เทพา จว.สงขลา โทร. 074-376-445
  • สว.(สอบสวน) พ.ต.ท.บัญชา ผาดไธสง โทร. 089-514-9255
  • ศูนย์วิทยุสื่อสารและเฝ้าฟัง ศปก.ตร.สน. โทร. 073-203-690-1.

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี/ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้ #สำนักข่าวความมั่นคง.