นโยบายงานที่สำคัญ เร่งด่วน 5 งาน

นโยบายงานที่สำคัญเร่งด่วน 5 งาน

  1. งานควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย
  2. งานแก้ไขปัญหายาเสพติด
  3. งานส่งเสริมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง
  4. งานพัฒนาเพื่อความมั่นคง
  5. งานเสริมสร้างความเข้าใจ

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /ประชาสัมพันธ์ กองทัพภาคที่ 4

แม่ทัพภาค4 – สั่งเข้ม ด่านชายแดน …. รับมือเทศกาล ปีใหม่ พร้อมเยี่ยมลูกน้อง

พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค4/ผอ.รมน.ภาค 4 ตรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อดูขั้นตอนและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อม เน้นย้ำการปฏิบัติงานและมอบนโยบายที่สำคัญในปฏิบัติงานเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เข้มแข็ง พร้อม อวยพรปีใหม่แก่เจ้าหน้าที่ โดยมี พล.ท.สมพล ปานกุล รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ผบ.ต้น พล.ต.ศานติ ศกุนตนาค เลขาฯ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมคณะ

แม่ทัพภาค 4 กล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เข้มงวดกวดขัน การเข้า-ออก ตลอดแนวชายแดน เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิด เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยทุกภาคส่วนต้องบูรณาการร่สมกัน ทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ และเครื่องมือ นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เกิดความแม่นยำในการตรวจสอบทั้งคน และยานพาหนะเข้า-ออก ยิ่งใกล้ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จึงต้องระมัดระวังและเพิ่มความเข้มงวดให้มากยิ่งขึ้น”

แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมคณะได้ตรวจเยี่ยมชม สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองเบตง พร้อมกำชับแก่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ช่วยกันส่งเสริมและพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว ให้มีความโดดเด่นน่าสนใจ และมีความปลอดภัย เพื่อเตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว ในการมาเยือนเบตงที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องด้วยการเดินทางโดยสายการบินที่สะดวกสบาย รวดเร็ว สร้างเงินสร้างรายได้ ให้สมกับเป็นเมืองเศรษฐกิจของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความประทับใจและดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ให้มาเยือนเบตง มากขึ้น

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่) /Wassna Nanuam

คำขวัญวันเด็กประจำปี 2563 “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย”

คำขวัญวันเด็กประจำปี 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มอบว่า “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย”

ย้อนกลับไป 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มอบคำขวัญวันเด็ก ไว้ดังนี้

ปี 2558 “ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต”
ปี 2559 “เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคต”
ปี 2560 “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง”
ปี 2561 “รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี”
ปี 2562 “เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ”
.

สำหรับปีนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นว่า เด็กไทยยุคใหม่ ต้องให้ความสำคัญทั้งเรื่องของเทคโนโลยีและต้องรู้จักหน้าที่ของความเป็นพลเมืองไทยรับผิดชอบอนาคตประเทศชาติร่วมกันด้วย วันเด็กแห่งชาติ 2563 จะตรงกับวันที่ 11 มกราคม ซึ่งเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม

#nnt #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #prdrd #วันเด็ก #เยาวชนไทย

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

16 ธันวาคม “วันกีฬาแห่งชาติ”

16 ธันวาคม “วันกีฬาแห่งชาติ” เพื่อเป็นการระลึกถึงพระปรีชาสามารถของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเป็นนักกีฬาตัวแทนของชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 และเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนชาวไทยเห็นคุณค่าความสำคัญของการกีฬา

ความเป็นมาของ วันกีฬาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นตัวแทนของนักกีฬาทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ที่กรุงเทพฯ และทรงชนะเลิศได้รับเหรียญทองในการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ซึ่งถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ทางการกีฬาของประเทศไทย

นอกเหนือจากกีฬาเรือใบแล้ว แบดมินตันก็เป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงโปรดปรานมากเช่นกัน ในหอประชุมวังจิตรลดาฯ ได้ปรับแต่งเป็นสนามแบดมินตันมาตรฐาน ส่วนมากพระองค์จะทรงแบดมินตันในตอนเย็นและวันศุกร์ และเช้าวันอาทิตย์ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทางการกีฬานี้ เป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลกว่า พระองค์ทรงเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง และทรงสนับสนุนกีฬาจนเป็นที่ปรากฏชัด

ดังนั้นในการประชุมใหญ่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ครั้งที่ 29 ที่เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยมีนายฮวน อันโตนีโอ ซามาร้านซ์ ประธานคณะโอลิมปิกสากล เป็นประธานการประชุมพร้อมทั้งสมาชิกเข้าร่วมประชุมอีก 87 ประเทศ ได้มีมติเอกฉันท์ให้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญดุษฎีกิตติมศักดิ์ของโอลิมปิกสากล คือ “อิสรยาภรณ์โอลิมปิกชั้นสูงสุด” (ทอง) แด่องค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2530 ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลก ที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญโอลิมปิกชั้นสูง สมควรที่นักกีฬาและประชาชนชาวไทยจะเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท อันจะเป็นโอกาสให้สามารถนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติและวงศ์ตระกูล

เพื่อเป็นการระลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเป็นนักกีฬาตัวแทนของชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 และเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนชาวไทย เห็นคุณค่าความสำคัญของการกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย จึงได้มีมตินำเสนอคณะรัฐมนตรีลงความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2529 กำหนดให้วันที่ 16 ธันวาคมของทุกปีเป็น “วันกีฬาแห่งชาติ”

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม /ศูนย์ประชาสัมพันธืกองทัพบก Army PR Center /ประชาสัมพันธ์ กองทัพภาคที่ 4

แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมชุดปฏิบัติการ รปภ. ครู สภ.เทพา อ.เทพา จ.สงขลา

วันนี้ ( 15 ธ.ค.62 ) ที่ ตึกเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เข้าเยี่ยมกำลังพลผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบวางระเบิด ชุดปฏิบัติการ รักษาความปลอดภัยครู สถานีตำรวจภูธรเทพา อ.เทพา จ.สงขลา ขณะเดินทางกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยครูโรงเรียนบ้านป่ากอ อ.เทพา จ.สงขลา  บริเวณบนถนนสาย 4085 เทพา- ลำไพล บ้านปากอ หมู่ที่ 5 ต.เทพา อ.เทพา จ.สงขลาแรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 นาย คือ

  1. พ.ต.ท.ไพศาล แสงอรุณ
  2. ด.ต.สัญญา จันทร์แก้ว
  3. ด.ต. ประคอง ช่วยนุกุล
  4. ด.ต.สุกรี หะยีตาเห
  5. ด.ต.ศุภชัย รักนุ่น

ทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ สถานีตำรวจภูธรเทพา กองกำลังตำรวจจังหวัดสงขลา กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุเกิดเทื่อวันที่ 12 ธ.ค. 62 ที่ผ่านมา

โดย แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว 2 นาย คือ พ.ต.ท.ไพศาล แสงอรุณ และ ด.ต.สัญญา จันทร์แก้ว พร้อมปลอบขวัญให้กำลังใจ และมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นร่วมกันปฏิบัติงาน มีขวัญกำลังใจที่ดี เพื่อรักษาความปลอดภัย ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างสุดกำลังความสามารถ เพื่อสร้างความมั่นคงให้เกิดในพื้นที่ต่อไป

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /southpeace /issoc4news /ข่าวทหาร ทภ.4

นนทบุรี – นอภ.บางใหญ่ ชวนเที่ยวงานสมโภชพระเจ้าตากสินมหาราช ประจำปี 2562 รวม 9 วัน 9 คืน

เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 16 ธ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ว่าการอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นายชุ้น ณัฐเดช กังสุกุล นายอำเภอบางใหญ่ ได้จัดงาน ”เฉลิมฉลองในการอัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” มาประดิษฐาน ณ ที่ว่าการอำเภอบางใหญ่ โดยวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ได้ทรงกู้บ้านสร้างเมือง ป้องกันรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลานได้อยู่กินด้วยความสมบูรณ์ มีอิสรภาพ มีเกียรติมีศักดิ์ศรีในฐานะประเทศเอกราชอันยาวนานจวบจนทุกวันนี้ อีกทั้งยังส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามัคคี รักชาติ และพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเพื่อเป็นสถานที่ศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวอำเภอบางใหญ่

นายชุ้น ณัฐเดช กังสุกุล นายอำเภอบางใหญ่ กล่าวว่า ตามที่ได้มีพิธีอัญเชิญพระเจ้าตากสินมหาราช มายังแท่นประทับใหม่ที่หน้าอำเภอเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น เพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้เข้าถึงประวัติศาสตร์ และพระบารมีของพระองค์ท่าน ผมขอถือโอกาสนี้เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบางใหญ่และใกล้เคียงมาเที่ยวชมงานในครั้งนี้ อยากให้มากันเยอะๆนะครับเพราะในงานเราจัดให้มีการจำลองป้อมค่าย ป้อมเมืองจำลองสมัยอยุธยาประดับไฟโดยรอบอย่างสวยงาม

นอกจากนี้นายสมพล สุระสัจจะ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และ สมาชิก อส.ร้อย. อส.อ.บางใหญ่ที่ 6 ได้แต่งกายในชุดทหารย้อนยุคของพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งมีประชา ชนให้การสนใจและขอถ่ายภาพกันอย่างมากมาย อีกทั้งยังมีการแสดงของเด็กๆอีกคับคั่ง และที่สำคัญเรามีการจัดจำหน่ายมหกรรมสินค้าราคาถูกมากกว่า 100 ร้าน และชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรมาออกร้านขายของแบบบ้านๆในราคากันเองไว้จำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอีกด้วย การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นตั้งเเต่วันที่ 16 ถึง 24 ธ.ค.นี้

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

นนทบุรี – ตร.จับทันควัน โจรปีนตึกลักทรัพย์

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 16 ธ.ค.62 ร.ต.อ.พงศศักดิ์ จูมแพง รอง สวป.สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ออกตรวจพื้นที่อยู่ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายปีนตึกอาคารพานิชย์ 4 ชั้น เข้าไปก่อนเหตุลักทรัพย์คนร้ายยังอยู่บนชั้นดาดฟ้า เลขที่ 68/278 หมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ หมู่ 6 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังตำรวจสายตรวจ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพานิชย์ 4 ชั้น จึงได้ขึ้นไปตรวจสอบไม่พบตัวคนร้ายพบเพียงรอยเท้า ได้ตรวจสอบจนมาพบตัวคนร้ายปีนหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ตึกห่างออกไป 3 ห้อง ได้จับกุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวนที่โรงพัก ทราบชื่อคนร้ายคือนายนาคิน เรศสันเที๊ยะ อายุ 42 ปี อายุ อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 12 ต.ยางราก อ.โคกเจริญ จ.ลพบุรี ให้การรับสารภาพว่าได้ปีนเข้าไปเพื่อลักทรัพย์หาเงินไปใช้หนี แต่ผู้เสียหายมาเจอตนอยู่บนดาดฟ้า ตนจึงได้หลบหนีมาตึกใกล้กัน ก่อนถูกตำรวจจับกุมตัวได้

ด้านนายสารัตน์ สิทธิภูมิมงคล 33 ปี ผู้เสียหาย กล่าวว่า ที่ตึกเปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้ามือสอง คาดว่าคนร้ายแอบปีนเข้ามาทางดาดฟ้าเมื่อกลางดึก แล้วลงมาลักทรัพย์ได้โทรศัพท์และเสื้อผ้าไป แต่ได้ย้อนกลับมาเพื่อจะลักทรัพย์อีก จนมาพบคนร้ายอยู่บนดาดฟ้า ได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาจับกุมตัวได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.บางใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

นนทบุรี – สาววัย 30 ปี เมาหลับในรถ ถูกโจรปลดกระดุมกางเกง-ลักเงิน สูญกว่า 4 พันบาท

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 16 ธ.ค.62 ที่สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ น.ส.กันทิมา(สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน ชาว จ.นนทบุรี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.อายุ เบ็นอับดุลเลาะ สารวัตรสอบสวน สภ.บางใหญ่ เพื่อนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจร กรณีถูกคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี ทำอนาจารและลักทรัพย์ภายในปั๊มแก๊สแห่งหนึ่งบริเวณทางเข้าตลาดกลางบางใหญ่ ติดถนนกาญจนาภิเษก ขาออก มุ่งหน้าสถานีรถไฟฟ้าคลองบางไผ่

ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพผู้ต้องสังสัยเป็นชายรูปร่างผอมสูง สวมเสื้อยืดเเขนยาว กางเกงยีนส์ขายาว เดินเข้าทางด้านหน้าปั๊มและเดินตรงไปที่รถยนต์ของผู้เสียหาย โดยใช้เวลาในการก่อเหตุประมาณ 10 นาที จากนั้นผู้ต้องสงสัยได้เดินไปขับขี่รถจยย.ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับขี่หลบหนีไปทางถนนกาญจนาภิเษกขาออก มุ่งหน้าอำเภอบางบัวทอง

ทางด้าน น.ส.กันทิมา เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้นั่งดื่มกินอยู่ที่งานเลี้ยงของบริษัทที่ตนทำ งานอยู่ หลังจบจากงานเลี้ยง ตนได้มาเที่ยวกันต่อที่สถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านอำเภอบางใหญ่ ซึ่งอยู่ติดกับปั๊มแก๊สดังกล่าว โดยตนมากับแฟนพร้อมเพื่อนรวมทั้งหมด 7 คน เมื่อถึงเวลาประมาณ 03.00 น.ตนรู้สึกเวียนหัวและง่วงนอน แต่เพื่อนยังไม่อยากกลับ ตนจึงเอากุญแจรถที่แฟนเพื่อที่จะไปนอนรออยู่ในรถยนต์ที่ขับมา ซึ่งทุกครั้งที่ตนเริ่มมีอาการมึนเมา ตนก็จะขอตัวไปนอนที่รถก่อนทุกครั้ง และเมื่อถึงรถตนได้ขึ้นไปนอนตรงเบาะด้านซ้ายข้างคนขับ และเปิดกระจกทั้ง4 บานไว้ประมาณ1ฝ่ามือ ด้วยความที่ตนนั้นง่วงนอนมาก จึงทำให้ลืมล็อคประตูรถ จากนั้นได้เผลอหลับไป มารู้สึกตัวอีกทีเหมือนมีคนเอามือมาปลดกระดุมกางเกงที่ตนใส่อยู่ เมื่อลืมตามาดู ปรากฎว่าพบชายรูปร่างผอม ขึ้นมานั่งอยู่ที่เบาะด้านขวาหลังคนขับ ขณะที่ตนลืมตามาพบ คนร้ายยังยื่นมือมาหยิบบุหรี่ที่วางอยู่ตรงหน้าคอลโซลโดยที่ไม่มีท่าทางตกใจแต่อย่างใด เมื่อหยิบซองบุหรี่เสร็จคนร้ายได้เปิดประตูรถเเละเดินออกไปอย่างใจเย็น ตอนนั้นตนตกใจมาก พอตั้งสติได้จึงตรวจสอบทรัพย์สินภายในรถ พบว่าเงินสดที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์หายไปจำนวน 4,000 บาท จากนั้นจึงโทรศัพท์บอกแฟน เเละก็เดินทางมาเเจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ น.ส.กันทิมา ยังกล่าวต่ออีกว่า กินได้ เที่ยวได้ แต่ต้องระวังตัวเองให้ดี ก่อนนอนให้ล็อครถให้ดีเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวคุณเอง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะเดินตามผู้เสียหายมาจากสถานบันเทิง โดยที่ตัวผู้เสียหายนั้นไม่ทันได้ระวังตัว ซึ่งหลังจากคนร้ายก่อเหตุได้ขับรถ จยย.หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามตอนนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางใหญ่ กำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียงและเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี คาดว่าน่าจะได้ตัวคนก่อเหตุมาดำเนินดคีในเร็วๆนี้

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิมิภาค จ.นนทบุรี

วช. ร่วมกับ จ.อุตรดิตถ์ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคการเกษตรด้วยถ่านชีวภาพ

วช. ร่วมกับ จ.อุตรดิตถ์ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคการเกษตรด้วยถ่านชีวภาพ

วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562 เวลา​ 13.30​ น.​ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี​ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์​ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)​ ร่วมกับ จังหวัดอุตรดิตถ์ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของเกษตรกรโดยการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย ในการปรับปรุงบำรุงดินด้วยถ่านชีวภาพร่วมกับสารชีวภัณฑ์ในพื้นที่วนเกษตรไม้ผล จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้แก่ สวนทุเรียน, ลองกอง, มะขาม และมะม่วง หิมพานต์ โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้เตาถ่านชีวภาพ​ (Biochar) ในการนำวัสดุทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์เพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน สร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในครั้งนี้ นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์, ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ประยูร ลิ้มสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ร่วมมอบเตาถ่านชีวภาพ (Biochar) ให้แก่เกษตรกรต้นแบบ ซึ่งเป็นตัวแทนของเกษตรกรไม้ผลของจังหวัดอุตรดิตถ์ (ทุเรียน, ลองกอง, มะขามหวาน และมะม่วงหิมพานต์) ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ

ทั้งนี้ ในปี 2562 วช.ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อการจัดการความรู้จากการวิจัย แก่โครงการการปรับปรุงบำรุงดินด้วยถ่านชีวภาพกับสารชีวภัณฑ์ในพื้นที่วนเกษตรไม้ผลจังหวัดอุตรดิตถ์ ด้วยกระบวนการ วทน. โดยมี ผศ.ดร.จันทร์เพ็ญ ชุมแสง ผู้อำนวยการศูนย์วิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เป็นหัวหน้าโครงการ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“PMU” พบประชาคมวิจัยภูมิภาค : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

“PMU พบประชาคมวิจัย” เป็นการเปิดเวทีทำความเข้าใจระหว่างหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (PMU) เกี่ยวกับภาพรวมในการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมในบริบทของประเทศ การดำเนินงานและรายละเอียดการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมปี 2563-2564 และขอบข่ายการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของ PMU รวมถึงการตอบประเด็นชักถามต่าง ๆ ของประชาคมวิจัย

สืบเนื่องมาจากระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้มีการออกแบบแนวทางการสนับสนุนงบประมาณวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศที่สอดรับกับ “นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม พ.ศ.2563–2570” เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยในปี พ.ศ. 2563 และ 2564 ได้กำหนดให้มี 4 แพลตฟอร์ม ได้แก่

  1. การพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้​
  2. การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม
  3. การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน
  4. การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ

ตลอดจนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) และมี 16 โปรแกรม ผ่านกลไกสำคัญในการบริหารงบประมาณวิจัยโดยมีหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (Program Management Unit, PMU) ประกอบด้วย

  1. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
  2. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.)
  3. สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.)
  4. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
  5. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)
  6. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประทศ (บพข.)
  7. หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

ซึ่งทั้ง 7 หน่วยได้เห็นควรให้มีการประชุมชี้แจงเพื่อร่วมกันในการสร้างความเข้าใจในการดำเนินงานและกลไกการบริหารจัดการทุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (PMU) ทั้งนี้ ได้มีการจัดกิจกรรม PMU พบประชาคมวิจัย ครั้งที่ 1 ไปแล้วที่กรุงเทพ มหานคร และเพื่อให้ประชาคมในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือรับทราบรายละเอียดการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมปี 2563-2564 และขอบข่ายการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของ PMบ รวมถึงการตอบประเด็นชักถามต่างๆ ของประชาคมวิจัย

วช. จึงได้จัดประชุมชี้แจง “PMU พบประชาคมวิจัยภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ในครั้งนี้ เพื่อให้ประชาคมวิจัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าใจในการดำเนินงานและกลไกการบริหารจัดการทุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม และสามารถดำเนินการตามแผนงาน / โครงการสำคัญให้บรรลุเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์สำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​