นายกรัฐมนตรี กำชับดูแลฝุ่นละออง PM 2.5 ประสานความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมดูแลความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลปีใหม่

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงแก่สื่อมวลชนถึงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองว่า รัฐบาลดำเนินการทุกอย่างเต็มที่ โดยสั่งการให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดการแก้ไขปัญหา วัสดุที่เหลือจากการเกษตรเช่น อ้อย ข้าวโพด ฯลฯ ก็ให้นำมาทำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าเกิดประโยชน์มากขึ้น หรือนำไปเป็นวัสดุเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานในโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กในชุมชน แทนการเผาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  นอกจากนี้ ใช้มาตรการและวิธีการใหม่ ๆ ที่เหมาะสม ในการดูแลจุดความร้อนหรือฮอตสปอตในพื้นที่ต่าง ๆ รวมไปถึงการขอความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีปัญหาเรื่องดังกล่าวเช่นกัน

สำหรับการใช้รถขนส่งสาธารณะ ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า รวมทั้งการก่อสร้างก็มีความก้าวหน้าโดยลำดับ หลายเส้นทางก็ได้มีการเปิดใช้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการใช้รถส่วนตัวลงได้บ้าง เพื่อผลดีต่อการจราจร นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความเข้าใจว่า บางกรณีก็มีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวในการรับส่งลูกหลานไปโรงเรียน แต่ขอความร่วมมือในส่วนของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หากไม่มีความจำเป็นมากนัก ก็ให้หันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะบ้าง เพราะที่ผ่านมารัฐบาลพยายามดูแลและส่งเสริมรถบริการสาธารณะให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น พร้อมๆ ไปกับการเร่งดำเนินการโครงสร้างพื้นฐาน ถนน เส้นทางต่าง ๆ ทั้งเส้นทางถนนปกติและทางด่วนพิเศษที่ต้องจ่ายเงิน เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้เข้าถึงบริการและรับความสะดวกอย่างทั่วถึงตามศักยภาพของแต่ละบุคคล

จากนั้น นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่บางพื้นที่ไม่มีน้ำทำนาปลังว่า  จะต้องหาวิธีการเพาะปลูกพืชแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับพื้นที่และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่ออุปโภคบริโภคของประชาชน  โดยขอความร่วมมือประชาชนทุกคนใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะต้องลดปริมาณการใช้น้ำสำหรับการทำการเกษตรลงให้ได้มากที่สุด เพราะมีบางประเทศมีการใช้น้ำทำการเกษตรน้อยกว่าประเทศไทย ซึ่งได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาวิธีการและแนวทางดังกล่าวเพื่อนำมาปรับใช้กับประเทศไทย นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมบริหารจัดการการให้ใช้น้ำบาดาลมากขึ้น เพื่อเตรียมรองรับแก้ไขปัญหากรณีน้ำอุปโภคบริโภคขาดแคลนน้ำที่และบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชน

ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงมาตรดูแลความปลอดภัยประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีการประชุมและออกมาตรการและสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งการกวดขันบังคับใช้กฎหมาย การอำนวยความสะดวก การจารจร อาชญากรรม ฯลฯ ส่วนการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ขณะนี้ได้มีการเพิ่มมาตรการเชิงรุกมากขึ้น โดยดำเนินการเป็นไปตามกติกาสากล ในการปฏิบัติหน้าที่ก็ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐระมัดระวังดูแลตนเองให้ดี รวมถึงการดูแลประชาชนให้ได้รับปลอดภัย พร้อมขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

“แม่ทัพหนุ่ย”ตรวจความพร้อมรบหน่วยเคลื่อนที่เร็ว RDF กองทัพภาคที่ 1

“แม่ทัพหนุ่ย”ตรวจความพร้อมรบหน่วยเคลื่อนที่เร็ว RDF กองทัพภาคที่ 1

พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของ กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ โดยมี พล.ต.ฐกัด หลอดศิริ ผบ.พล.ร.9 ให้การต้อนรับ พร้อมฟังบรรยายสรุปก่อนเปิดสนามฝึกการปฏิบัติการทางน้ำและชมการสาธิตปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำของชุดปฏิบัติการทางน้ำ กองพลทหารราบที่ 9

จากนั้นไปตรวจความพร้อมหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว RDF (Rapid Deployment Force)โดยกรมทหารราบที่ 19 ด้วยการประกอบกำลังให้มีหน่วยสนับสนุน ทำให้เกิดความพร้อมสามารถปฏิบัติภารกิจในลักษณะที่มีการประสานสอดคล้องกันได้อย่างสมบูรณ์ทันสมัยทุกระบบ

ก่อนที่ พล.ท.ธรรมนูญ มอบโอวาทแก่กำลังพล โดยขอให้กำลังพลปรับตัวในขีดความสามารถที่ได้เรียนรู้ถ่ายทอดกันมา ยอมรับในสิ่งใหม่ พัฒนาการรบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสมรรถภาพร่างกายมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ผู้บังคับหน่วย ฝ่ายอำนวยการ ต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้หน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว RDF (Rapid Deployment Force) กองทัพภาคที่ 1 ตอบสนองภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มขีดความสามารถ

จากนั้นพล.ท.ธรรมนูญ ไปตรวจเยี่ยมชุดปฏิบัติการพิเศษ กองพลทหารราบที่ 9 ณ สนามฝึกทางยุทธวิธี กองพลทหารราบที่ 9 (สนามอินทรียทอง กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 19) เป็นการจำลองภูมิประเทศพื้นที่ยากลำบาก โดยใช้กระสุนจริง พร้อมยุทโธปกรณ์ อาทิ อากาศยานเฮลิคอปเตอร์ รถสายพานลำเลียงพล เข้าตีฐานที่ตั้งผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อต้องการให้หมวดปืนเล็กและชุดปฏิบัติการพิเศษ กองพลทหารราบที่ 9 เข้าช่วยเหลือตัวประกันได้อย่างปลอดภัย ตามภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย

ก่อนจะตรวจเยี่ยมให้กำลังใจทหารใหม่ พร้อมร่วมรับประทานอาหารกับทหารใหม่ รวมถึงได้เน้นย้ำผู้บังคับหน่วยในการดูแลคุณภาพชีวิตให้กับทหารกองประจำการที่เข้ารับการฝึก การดูแลเอาใจใส่ โดยให้ถือว่า “เราคือครอบครัวเดียวกัน”

/////

“ผบ.ทอ.” เปิดการแข่งขัน การปฏิบัติการทางอากาศ ยุทธวิธี ประจำปี 63 พร้อมการแสดงการสาธิตการใช้กำลังทางอากาศ

“ผบ.ทอ.” เปิดการแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี ประจำปี 63 พร้อมการแสดงการสาธิตการใช้กำลังทางอากาศ

ที่สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จังหวัดลพบุรีพล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี ประจำปี 2563 กองทัพอากาศได้จัดการแสดงการสาธิตการใช้กำลังทางอากาศ เพื่อแสดงถึงศักยภาพของกำลังทางอากาศ และจำลองการแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธีประเภทต่าง ๆ ที่สำคัญให้ผู้ร่วมงานได้รับชม นอกจากนี้ยังได้จัดหน่วยมิตรประชากองทัพอากาศ ออกให้บริการทางการแพทย์ มอบอุปกรณ์การเรียนการสอน และเครื่องห่มกันหนาว รวมทั้งจัดกิจกรรมสันทนาการ ให้แก่นักเรียนและพี่น้องประชาชนในบริเวณพื้นที่สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาลอีกด้วย

ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พุทธศักราช 2551 ได้ระบุภาระหน้าที่ของกองทัพอากาศ ไว้ว่า “กองทัพอากาศมีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพอากาศในการป้องกันราชอาณาจักร และดำเนินการที่เกี่ยวกับการใช้กำลังกองทัพอากาศ ตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม มีผู้บัญชาการทหารอากาศเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ”

กองทัพอากาศ ได้ตระหนักถึงภาระหน้าที่ดังกล่าว จึงได้เตรียมกำลังทางอากาศให้มีความพร้อมต่อการปฏิบัติภารกิจทั้งปวงอยู่เสมอ รวมถึงได้มีการพัฒนากองทัพอากาศให้มีความทันสมัย และฝึกฝนกำลังพลให้มีคุณภาพก้าวทันเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา โดยการฝึกใช้กำลังทางอากาศนั้น กองทัพอากาศได้จัดให้มีการฝึกในรูปแบบต่างๆ ทั้งการฝึกตามแผนการฝึกของกองทัพอากาศ การฝึกร่วมกับต่างเหล่าทัพ และการฝึกผสมกับกองทัพอากาศมิตรประเทศ โดยหนึ่งในยุทธวิธีการฝึกนักรบทางอากาศให้มีผลสัมฤทธิ์สูงสุด คือ การแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี ซึ่งกองทัพอากาศได้จัดให้มีการแข่งขันขึ้นเป็นประจำทุกปี

สำหรับการแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี เปรียบเสมือนเป็นเวทีประกวดฝีมือของนักบิน เจ้าหน้าที่สนับสนุนการบิน และเจ้าหน้าที่ต่อสู้อากาศยาน โดยกองทัพอากาศกำหนดให้หน่วยที่ใช้กำลังทางอากาศทุกหน่วย รวมถึงหน่วยต่อสู้อากาศยาน จะต้องมีความพร้อมในการส่งกำลังพล อากาศยาน รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าร่วมการแข่งขัน เพราะฉะนั้น จะมีอากาศยานเกือบทุกแบบของกองทัพอากาศ จากทุกฝูงบินทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งจะทำให้กำลังพลที่เกี่ยวข้องในทุกๆ ภาคส่วนได้ฝึกฝน เพิ่มพูนประสบการณ์ บูรณาการการปฏิบัติร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

เนื่องด้วยกองทัพอากาศ มีภารกิจในการใช้กำลังทางอากาศ ทั้งด้านการป้องกันประเทศและการพัฒนาประเทศ การแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี จึงได้แบ่งประเภทการแข่งขันออกเป็นประเภทต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ๒ ประเภทการแข่งขัน ๑๓ ชนิดการแข่งขัน ดังนี้

ประเภทการแข่งขันทั่วไป จำนวน 8 ชนิดการแข่งขัน ได้แก่
1.การใช้อาวุธแบบกระสวนขั้นมูลฐาน
2.การใช้อาวุธทางอากาศยุทธวิธีประเภทระเบิด
3.การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด
4.การบินค้นหา และช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ
5.การบินลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศ
6.การบินรับ – ส่งข่าวสาร
7.การปฏิบัติภารกิจรับ – ส่งบุคคลสำคัญ
8.การประเมินค่าเจ้าหน้าที่สนับสนุนการบิน

ประเภทการแข่งขันภายใน จำนวน 5 ชนิดการแข่งขัน ได้แก่
1.การบินลำเลียงทางอากาศยุทธวิธี
2.การบินควบคุมไฟป่า
3.การประเมินค่าเจ้าหน้าที่ต่อสู้อากาศยาน
4.การประเมินค่าชุดควบคุมการรบ
5.การปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับยุทธวิธี

โดยการแข่งขันทุกประเภทจะมุ่งเน้นให้นักบินและเจ้าหน้าที่สนับสนุนการบินได้ฝึกการวางแผน และฝึกปฏิบัติในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์การรบจริง มุ่งเน้นให้นักบินใช้ความรู้ความสามารถในการประยุกต์ใช้ยุทธวิธีที่เหมาะสมกับสมรรถนะและขีดความสามารถของอากาศยาน เพื่อทำลายเป้าหมายพร้อมกับหลบหลีกการตรวจจับและต่อต้านของข้าศึก ตลอดจนจะต้องมีความร่วมมือร่วมใจกันภายในทีมของตนเอง เพื่อให้ภารกิจประสบความสำเร็จ

การแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธีจะสามารถนำผลการแข่งขันมาประเมิน วิเคราะห์ถึงพัฒนาการของกำลังทางอากาศได้ รวมถึงจะได้รับทราบถึงจุดด้อย จุดแข็ง เพื่อนำมาพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพอากาศ นอกจากนี้ยังจะทำให้กำลังพลได้มีโอกาสฝึกฝนการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ อยู่เสมอจนเกิดความชำนาญ นำมาซึ่งความมั่นใจ การตัดสินใจที่ถูกต้องในการปฏิบัติภารกิจ ทั้งที่เป็นในเรื่องของการรบและที่ไม่ใช่การรบ

เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่พี่น้องประชาชนในขีดความสามารถของกำลังทางอากาศ กองทัพอากาศจึงได้จัดให้มีการสาธิตการใช้กำลังทางอากาศ ในพิธีเปิดการแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี ประจำปี ๒๕๖๓ ซึ่งการสาธิตการใช้กำลังทางอากาศครั้งนี้ กองทัพอากาศได้นำอากาศยาน ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย ทำการแสดงศักยภาพและจำลองการแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธีประเภทต่าง ๆ ที่สำคัญให้ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตรความมั่นคง สถาบันการศึกษาทางทหาร สื่อมวลชน รวมถึงประชาชนที่สนใจได้รับชม นอกจากนี้ กองทัพอากาศยังได้จัดหน่วยมิตรประชากอง ทัพอากาศ เพื่อเยี่ยมเยียนและสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างกองทัพอากาศกับพี่น้องประชาชนในบริเวณพื้นที่สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาลอีกด้วย

//////////////

นนทบุรี – หนุ่มวัย 40 ปี ป่วยไบโพล่า ฉุนหนุ่มแกร๊ปไบค์ขับรถจยย.ท่อดัง คว้ามีดจ้วงแทงดับ 1 เจ็บ1

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 18 ธ.ค.62 ร.ต.อ.สุธน จิตตภูมิภักดี รอง สว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุแทงกันมีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย หญิงบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดภาย ในหมู่บ้านพาร์ควิลเลจ หมู่ที่4 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.ท.วรทัศน์ วัฒนชัยนันท์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.วรรณสิน พูนเดช รอง ผกก.ป. และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จากนั้นจึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือนายอีดรีส หม่อมดา อายุ 24 ปี อาชีพพนักงานส่งอาหาร (แกร๊ปไบค์) บ้านเลขที่ 29/112 หมู่4 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี สภาพศพนอนหงายสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขายาวสีดำ นอนจมกองเลือดอยู่กลางถนนเส้นหลักของหมู่บ้านดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีกรายทราบชื่อคือ น.ส.พิชญานิน เจตนา อายุ 25 ปี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณมือข้างขวา ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายชลธี คุณวุฒิ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29/113 ม.4 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังจากก่อเหตุได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอนซ์ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับหลบหนีไปทางถนนหมายเลข9

จากการสอบถาม น.ส.พิชญานิน แฟนสาวเล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ขณะที่ตนกับแฟนขับขี่รถ จยย.กำลังจะกลับเข้าบ้าน เมื่อมาถึงบริเวณป้อมยามหน้าหมู่บ้าน พบผู้ก่อเหตุ คุยกับเจ้าหน้าที่ รปภ.อยู่ที่หน้าป้อมยาม แฟนตนก็ขับรถผ่านมา จากนั้นผู้ก่อเหตุขับรถยนต์ตามมา บีบแตรและเรียกให้จอดรถ พร้อมกับถามว่ามองหน้าทำไม โดยคนร้ายขับรถยนต์ตามมาจนถึงบริเวณกลางซอย แฟนของตนจึงจอดรถ และได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เดินลงมาจากรถและใช้อาวุธมีดที่เตรียมมาแทงเข้าบริเวณลำคอและลำตัวหลายครั้ง จนแฟนล้มลง ตนเข้าไปห้ามกับถูกผู้ก่อเหตุจึงใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่มือขวา 1 แผล แล้วขับรถหลบหนีไป

ขณะเดียวกัน น.ส.สุนิสา มีสีผ่อง อายุ 45 ปี เเม่ของผู้ตาย เล่าว่า ผู้ก่อเหตุและลูกชายอาศัยอยู่บ้านใกล้กัน ก่อนหน้านี้ เคยมีปากเสียงกันเรื่องที่ลูกชายตนของตน ขับรถจยย.ท่อเสียงดังมาเเล้วหลายครั้ง ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจ จนกระทั่งวันนี้เกิดการท้าทายกัน ผู้ก่อเหตุจึงใช้อาวุธมีดที่เตรียมมาแทงลูกชายตนจนกระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว

ทางด้าน พ.ต.อ.สิริภพ ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า เบื้องต้นรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้วว่าเป็นใคร ตอนนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามตัวอยู่ ส่วนสาเหตุในการก่อเหตุในครั้งนี้มาจากที่ทั้ง 2 ฝ่าย เคยมีปากเสียงกันมาแล้วหลายครั้ง เรื่องที่ผู้ตายขับขี่รถจยย.ท่อดัง ทำให้คนร้ายเกิดความไม่พอใจ จนกระทั่งวันนี้เจอกันโดยบังเอิญที่หน้าหมู่บ้าน จึงเกิดการท้าทายกัน จากนั้นคนร้ายจึงใช้อาวุธมีดที่เตรียมมาแทงไปที่ผู้ตายหลายครั้ง และหลบหนีไป นอก จากนี้ยังพบว่าผู้ก่อเหตุป่วยเป็นโรคไบโพล่า บางครั้งจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องทำการสอบปากคำผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นมอบร่างผู้เสียชีวิตให้กับเจ้าหน้าที่กูภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตร ต่อไป

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

“ป่อเต็กตึ๊ง” มอบผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัยหนาว​ ชาวนครพนม

วันที่​ 17 ธันวาคม 2562​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แผนกสังคมสงเคราะห์​ ในโครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว นำโดยนายพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่แผนกสังคมฯ ร่วมกับสมาคมพ่อค้าจังหวัดนครพนม ทำพิธีมอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวมจำนวน 1,000 ชุด แก่ผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ บริเวณที่ว่าการอำเภอโพนสวรรค์ 400 ชุด บริเวณที่ว่าการอำเภอนาหว้า 300 ชุด และบริเวณ อบต.ป่าปาก 300 ชุด จ.นครพนม คิดเป็นมูลค่า 500,000 บาท​ (ห้าแสนบาทถ้วน) โดยได้รับเกียรติจากนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธี พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธี

โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ประจำปี 2562 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบผ้าห่มกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ และภาคอีสาน รวมทั้งสิ้น 43 จังหวัด รวมมูลค่าการดำเนินงานในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน)

#ภาคอีสาน #จังหวัดนครพนม #มูลนิธิป่อเต็กตึีง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ตร.ภ.3” แถลงผลการจับกุม​ “คิดเดอะริปเปอร์” ฆาตกรต่อเนื่องสารภาพ 3 วิธีฆ่า 6 ศพสุดโหดเหี้ยม

https://youtu.be/rk6DsAk38T8

วันที่ 18 ธันวาคม 2562 เวลา 14.00 น.ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา : พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) พร้อมด้วย พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก., พล.ต. ต. อัครเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองบังคับการปราบ, พล.ต.ต. ปวริศ บุญสุทธิ ผบก.สส.ภ.3, พล.ต.ต.สุจินต์ นิลพานิชย์ ผบก.ภ.นครราชสีมา และนายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายสมคิด พุ่มพวง ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง

โดยเมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 18 ธันวาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟสถานีปากช่อง รวม 10 นายวางแผน เข้าควบคุมตัวนายสมคิด พุ่มพวง ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง คาตู้รถไฟ ขบวนที่ ข.234 กรุงเทพ-สุรินทร์ พบนายสมคิดฯ อยู่ภายในตู้โดยสารที่ 2 สภาพแต่งกายปิดอำพรางตัวมิดชิด สวมใส่รองเท้ากีฬาสีแดง นั่งปะปนอยู่กับผู้โดยสารทั่วไป จนกระทั่งมีประชาชนสังเกตเห็นบุคคลมีลักษณะคล้ายผู้ต้องหา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและควบคุมตัว

จากนั้นได้ควบคุมตัวเดินทางไปยังศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 โดย ผบช.ภ.3, รอง ผบช. ภ.3 เวลา 12.00 น.ได้ร่วมกันทำการสอบสวนด้วยตัวเอง 2-3 รอบนานกว่า 1 ชม.ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจร่องรอยการต่อสู้ตามร่างกาย โดยมีแพทย์ทำการตรวจเช็คสภาพร่างกายเนื่องจากนายสมคิดฯ​ มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ชุดสืบสวนได้ทำการตรวจค้นกระเป๋าเป้คล้ายเป้ทหารมีเพียงเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เสื่อ ล็อตเตอรี่และเต็นท์

ทั้งนี้ ขณะเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายสมคิดฯ​ มีอาการเรียบเฉย สีหน้าเคร่งเครียด แต่ไม่ได้แสดงอาการตกใจแต่อย่างใด โดยทราบเบื้องต้นว่า นายสมคิดฯ ตีตั๋วรถไฟจากบุรีรัมย์ ประมาณเวลา 06.00 น. ปลายทางพระนครศรีอยุธยา ในเวลา 12.00 น.

พล.ต.ท.พูลทรัพย์ฯ กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีมีความกังวล​ และห่วงใยประชาชนในคดีที่เกิดขึ้นจึงได้สั่งการให้ทุกฝ่ายช่วยกันติดตามจับกุมผู้ต้องหาให้ได้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ. ตร. มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนสืบสวนติดตามจับกุมให้ได้โดยเร็ว โดยเฉพาะหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ ตร.ภ.3 และ ตร.ภ.4 และกองบัญชาการสอบสวนกลาง โดยผู้บังคับการกองปราบปราม​ นำกำลังติดตามในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา

จนกระทั่งวันนี้ประสบความสำเร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝ่าย เจ้าหน้าฝ่ายปกครองและทหารได้ร่วมกันจับกุมนายสมคิดฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน จับได้ในขณะที่โดยสารรถไฟ ขึ้นที่สถานีรถไฟ จ.บุรีรัมย์ เดินทางมากับขบวนรถไฟจนถึงสถานีรถไฟอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง, กองปราบปราม, ตร.รถไฟ, ฝ่ายปกครอง และทหาร​ ได้สนธิกำลังขึ้นตรวจค้นจนกระทั่งพบตัวนายสมคิดฯ ที่พยายามอำพรางตัวนั่งมาในขบวนรถไฟเมื่อตรวจสอบแล้วใช่บุคคลเดียวกันตรามหมายรับตัวจริงและยอมรับสารภาพจึงได้จับกุมตัวมาดำเนินคดี

คดีนี้ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะสุภาพสตรีคลายความกังวลไปในระดับหนึ่งว่า ไม่ปล่อยให้บุคคล ซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาชนอยู่ในพื้นที่สังคมเรา ขณะที่เป็นที่สบายใจได้ ซึ่งการก่อเหตุครั้งนี้ผู้ต้องหาอ้างว่าทะเลาะกันก่อน” พล.ต.ท.พูลทรัพย์ฯ กล่าว

พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า คดีนี้นายสมคิดฯ ได้ก่อเหตุฆาตกรรมในพื้นที่ สภ.คะนวน จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2562 หลังจากฆ่าโดยการบีบคอแล้วได้เอารถจักรยานยนต์ของกลางของผู้เสียชีวิตขับขี่หลบหนี โดยเป็นเส้นทางการหลบหนีไปยัง จ.มหาสารคาม นอนค้าง 1 คืน ต่อไป จ.ร้อยเอ็ด และคืนที่ 2 นอนค้างคืนที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ เพื่อป้องกันถูกจับกุม โดยจอดจักรยานยนต์ของคุณฝ้าย ทิ้งไว้ แล้วขึ้นรถไฟหลบหนีไป จ.พระนครศรีอยุธยา

พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองบังคับการปราบ กล่าวว่า ผู้ต้องหาออกจากเรือนจำมาตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 และใช้ชีวิตปรกติ จากการให้การทราบว่าผู้ต้องหาได้จีบผู้หญิงรายแรกทางเฟสบุ๊กจนได้เป็นแฟนกัน จากนั้นมีการทะเลาะเบาะแว้งกันจนเกิดความโมโหก็เลยฆ่าเสียชีวิต ตามที่ให้การไม่ได้เตรียมการมาก่อนเป็นการบันดาลโทสะการก่อเหตุมีความใกล้เคียงกับ 5 คดีที่ผ่านมา และทั้งหมด 6 ครั้งที่ลงมือฆ่ามีวิธีฆ่า 3 วิธี คือ การเอาหัวกดน้ำ, การใช้มือบีบคอ และผ้ารัดคอ นายสมคิดฯ รู้จักกับผู้ตายประมาณ 1 เดือน สายชาร์ทแบตที่รัดคอก็เป็นอุปกรณ์ที่หาในบ้าน และหลังจากฆ่าแล้วเอาศพไว้ใต้เตียงเป็นการอำพรางศพ ส่วนการเสพยาเบื้องต้นยังตรวจไม่พบ ซึ่งเราคงต้องสอบสวนกันต่อไป

ผู้สื่อข่ายรายงานว่า เจ้าหน้าที่ที่เข้าจับกุมตัวนายสมคิดฯ ครั้งนี้คือกำลังชุดสืบสวน ตร.สภ. ปากช่อง โดยการนำของ พ.ต.อ.มานพ ภุชชงค์ ผกก.สภ.ปากช่อง จำนวน 10 นายนอกเครื่องแบบปะปนกับผู้โดยสารอื่นๆ ร่วมกับตำรวจรถไฟอีก 2 นายที่ทำท่าทางตรวจตั๋วโดยสารตามปรกติ โดยวางแผนสนธิกำลังแบ่งเป็น 6 นายเดินจากหัวขบวนรถไฟ และอีก 6 นายเดินจากท้ายขบวนรถไฟ บีบเข้าหาไปยังตู้โบกี้ที่ 2 ซึ่งเป็นขบวนรถไฟชั้น 3 เมื่อถึงโบกี้ที่ 2 ชุดสืบสวนและตำรวจรถไฟทั้ง 12 นายได้ประกบล้อมที่นั่งและตะครุบตัวได้ โดยไม่มีการต่อสู้หรือขัดขืนแต่อย่างใด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จันทบุรี – สมาคมการค้าชายแดน เตรียมพร้อม ป้องกันผลกระทบ หลังจีนเริ่มใช้ GAP ตรวจวัดคุณภาพผลไม้ไทย ที่ส่งออก

สมาคมการค้าชายแดน จันทบุรี เตรียมพร้อมป้องกันผลกระทบ หลังจีนเริ่มใช้ GAP ตรวจวัดคุณภาพผลไม้ไทยที่ส่งออก ประเดิมที่ลำไยนอกฤดู เกษตรกรชาวสวนต้องเร่งปรับตัว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความรู้พัฒนาคุณภาพ สวพ.6 ออกหน่วยเคลื่อนที่เร็วให้บริการ

วันนี้ ( 18 ธ.ค.62 ) ที่ห้องประชุมสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย กัมพูชา จ.จันทบุรี จุดผ่านแดนถาวรตลาดบ้านแหลม ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน นายพีรณัฐ รัตนวรโอภาส นายอำเภอโป่งน้ำร้อน / ด็อกเตอร์รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย กัมพูชา / ผู้แทนสมาคมชาวสวนลำไย จ.จันทบุรี และผู้ประกอบการรับซื้อผลไม้ไทย หรือล้ง จำนวนกว่า 50 ล้ง ได้ร่วมประชุม ทำความเข้าใจกรณีประเทศจีนกำหนดมาตรฐานการซื้อสินค้าเกษตรจากไทย หรือกำหนด “ GAP ” โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของผลไม้ที่ไม่มีสารตกค้าง การขายให้จีน เกษตรกรไทยต้องจัดการเพาะปลูกอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่เริ่มเพาะปลูกจนถึงการเก็บผลิตผล

เกษตรกรรายใดไม่ได้ขึ้นทะเบียน GAP กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย จะไม่รับซื้อสินค้าเกษตรจากเกษตรรายนั้นเด็ดขาด ทำให้จำเป็นต้องเร่งทำความเข้าใจเรื่องนี้ ระหว่างล้ง กับชาวสวนผลไม้ จ.จันทบุรี อย่างเร่งด่วน เนื่องจาก จ.จันทบุรี เป็นจังหวัดที่มีผลไม้ ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกองและลำไย ตลอดจนผลไม้อื่น ๆ ส่งออกไปขายต่างประเทศมากที่สุด โดยเฉพาะประเทศจีน นำรายได้เข้าสู่ประเทศจากการส่งออกผลไม้มากที่สุดด้วยเช่นกัน ในที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ทั้งนายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย กัมพูชา จ.จันทบุรี ซึ่งห่วงว่าชาวสวนผลไม้อีกจำนวนหนึ่งจะไปขึ้นทะเบียนจีเอพี ทันต่อการขายผลผลิตที่กำลังจะออกสู่ตลาดภายในเร็ว ๆ นี้ ห่วงเรื่องความเป็นธรรมในการซื้อขายผลไม้ระหว่างชาวสวนกับล้ง จึงได้ร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยว ข้อง รวมไปถึงล้งและชาวสวน กำหนดสัญญากลางขึ้นมา เพื่อความเป็นธรรมของชาวสวนและล้ง ขณะที่ล้งได้สะท้อนปัญหาความไม่สบายใจที่ให้ทุนต่าง ๆ ทั้งปุ๋ย เคมีเกษตร และเงินทุนแก่ชาวสวนลำไย แต่มีชาวสวนบางรายใช้ทุนผิดวัตถุประสงค์ รวมทั้งปัญหาด้านราคาที่รับซื้อลำไยจากชาวสวนด้วย ซึ่งทั้งหมดทุกฝ่ายจะร่วมมือกันค่อย ๆ แก้ปัญหาต่อไป ด้าน สวพ.6 ได้จัดเจ้าหน้าที่ออกหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการจดทะเบียน ตรวจคุณภาพผลผลิต แก่เกษตรกรป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

ภายหลังการประชุม ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชาย แดนจันทบุรี เปิดเผยว่า เรื่องการใช้ GAP กับผลไม้ไทยปีนี้ จีนจะกำหนดใช้อย่างเข้มข้น ในส่วนของ อ.สอยดาว กับ อ.โป่งน้ำร้อน เพาะปลูกลำไยกันมาก ส่งออกไปจีนปีละ 8,500 – 9,000 ล้านบาท มูลค่าส่งออกมากเป็นอันดับสอง รองจากทุเรียนและขณะนี้เริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องนี้พ่อค้าปลายทางจากจีนกำหนดขึ้นมา เพราะต้องการความปลอดภัยและคุณภาพของผลไม้ไทย เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ถ้าชาวสวนรายใดไม่มีหนังสือขึ้นทะเบียนจีเอพี จะไม่สามารถขายผลผลิตได้ เพราะล้งจะไม่รับซื้อ แต่ชาวสวนลำไย จ.จันทบุรี แต่ จ.จันทบุรี ได้เร่งทำจีเอพีไปแล้วกว่า 200,000 ไร่ ซึ่งจะต้องเร่งทำให้เรื่องนี้ให้ครบทุกรายให้เร็วที่สุด

ทั้งนี้ปีนี้เป็นปีแรกที่จีนกำหนดใช้เรื่องนี้อย่างเข้มงวด คิดว่าคงจะมีผลกระทบกับชาวสวนผลไม้ในจังหวัดจันทบุรีบ้าง เนื่องจากขณะนี้ต่างพากันไปรุมขอทำอย่างล้นหลามพร้อม ๆ กัน ทั้งๆ ที่ทางราชการเปิดให้ทำมานานแล้ว นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย กัมพูชา จ.จันทบุรี เปิดเผยอีกว่า ในส่วนของการรับซื้อผลไม้ โดยเฉพาะลำไย เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมเรื่องซื้อขาย ระหว่างล้งกับชาวสวน หลายฝ่ายรวมทั้งสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชาวแดนไทย กัมพูชา จ.จันทบุรี, สมาคมชาวสวนลำไย จ.จันทบุรี ชาวสวนและล้ง จึงได้กำหนดสัญญากลางขึ้นมา เพื่อให้การซื้อขายเกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุดต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี – จัดโครงการคลินิกเกษตร เคลื่อนที่

จังหวัดจันทบุรีจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ จังหวัดเคลื่อนที่อำนวยความสะดวกประชาชนและเกษตรกรในการพัฒนาอาชีพ แก้ปัญหาเกษตรกร

วันนี้ (18 ธ.ค.62 ) ที่สนามกีฬาหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเปริด หมู่ที่ 2 ตำบลเกาะเปริด อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานนำส่วนราชการทุกส่วนราชการ, หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, เหล่ากาชาดจังหวัด, หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, และองค์กรภาคเอกชนออกให้บริการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ และจังหวัดเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกเกษตรกรและประชาชนในท้องถิ่น ให้เข้าถึงบริการของหน่วยงานภาครัฐอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และครบวงจร รวมทั้งแก้ปัญหาความต้องการของเกษตรกรให้ตรงตามที่เกษตรกรแต่ละแห่งประสบปัญหาในการปลูกพืช หรือเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งการประกอบอาชีพเสริมสร้างรายได้

และโอกาสเดียวกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรภาคเอกชน ออกให้บริการโครงการจังหวัดเคลื่อนที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ในพื้นที่ท้องถิ่นชนบทให้ได้ รับความสะดวกในการขอรับบริการจากหน่วยงานภาครัฐ มีการออกให้บริการแก่ประชาชนของทุกหน่วยงาน สำนักงานเหล่ากาชาดมอบรถจักรยานตามโครงการเรียนดี มอบถุงยังชีพแก่ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย, มอบทุนอุปการะเด็กกองทุนในพระราชูปถัมภ์ฯ, ทุนการศึกษาของสมาคมกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน, และโรงพยาบาลสิริเวช บริการตรวจวัดสายตาและแจกแว่นสายตาฟรีแก่ผู้สูงอายุและผู้ประสบปัญหาทางสายตา, แจกเมล็ดพันธุ์พืชและกล้าไม้

ซึ่งการออกหน่วยฯ ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเกษตรกร และ ประชาชนในพื้นที่มาขอรับบริการเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีได้นำหัวหน้าส่วนราชการออกเยี่ยมให้กำลังใจ ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจน ผู้ป่วยติดเตียง ในพื้นที่อำเภอแหลมสิงห์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจโดยแบ่งการเยี่ยมให้กำลังใจออกเป็น 2 สาย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ แนะแนวการศึกษา เปิดบ้านวิชาการ THAI-AUSTRAIN TECH 2019

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.62 ดร.สะถิระ เผือกประพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 จังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน THAI – AUSTRAIN TECH 2019 เปิดบ้านวิชาการ เพื่อแนะแนวการศึกษาให้แก่นักเรียนนักศึกษา ที่มีความประสงค์ที่จะศึกษาต่อด้านวิชาชีพ เพื่อประชาสัมพันธ์ความก้าวหน้าในการจัดการด้านอาชีวศึกษานวัตกรรม เทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่ โดยมีนายสุนทร เรืองวัฒนานนท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ พร้อมคณะครู อาจารย์ และนักศึกษา เข้าร่วมในพิธี ณ โดมอเนกประสงค์ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดยนายสุนทร เรืองวัฒนานนท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นการเปิดบ้านทางวิชาการเพื่อเผยแพร่และประชาสัม พันธ์การดำเนินงานของวิทยาลัยฯ การจัดการเรียนการสอนในวิทยาลัย เพื่อให้สังคมและชุมชนได้รับทราบความเคลื่อนไหวและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพิ่มจำนวนผู้เรียนตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักคณะกรรมการการอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบสามารถเพิ่มจำนวนนักเรียนนักศึกษาได้ตรงตามเป้าหมายทุกปี เนื่องจากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบไม่เคยหยุดนิ่งต่อการพัฒนาการจัดการศึกษา

โดยในช่วงระยะเวลา 3-4 ปี ที่ผ่านมาวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ได้มีการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนระบบปกติและระบบทวิภาคีรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่าสัตหีบโมเดล ซึ่งการจัดการศึกษารูปแบบนี้เป็นการศึกษาตรงตามความต้องการของทั้งผู้เรียน สถานประกอบการและสถานศึก ษาโดยผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษาจะเป็นผู้มีคุณภาพมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ สามารถปฏิบัติงานได้จริงและมีความก้าวหน้าทางอาชีพ อีกทั้งระหว่างที่นักเรียน-นักศึกษา เรียนยังมีรายได้ที่สามารถแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองได้อีกด้วย การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 25 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแนะแนวการศึกษาให้แก่ นักเรียน – นัก ศึกษา ที่มีความประสงค์ที่จะศึกษาต่อด้านวิชาชีพ เพื่อประชาสัมพันธ์ความก้าวหน้าในการจัดการด้านอาชีวศึกษานวัตกรรม เทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของวิทยาลัยและเพื่อแสดงความสามัคคีของบุคลากรทุกฝ่ายในสถานศึกษา ดังนั้นการจัดงานนี้ จึงเปรียบเสมือนการเปิดประตูบ้านให้บุคคลภายนอก เข้าเยี่ยมชมบ้านของเราและเป็นการเริ่มต้นการรับนักเรียนนักศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา

ดร.สะถิระ เผือกประพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ความสำเร็จและความก้าวหน้าของวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ที่วิทยาลัยได้สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของสถานประกอบการและชุมชน ขึ้นมารับใช้สังคมและประเทศชาติ จนปรากฏชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของสถานประกอบการ ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนชุมชนและสังคม การจัดงาน THAI – AUSTRAIN TECH 2019 ในครั้งนี้ เป็นการเริ่มต้นการรับนักเรียนนักศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2563 ของวิทยาลัยเทค นิคสัตหีบ ที่เปิดรับสมัครนักศึกษาทั้งระบบปกติและระบบทวิภาคี รูปแบบสัตหีบ Model ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง

นอกจากนี้การจัดงานยังแสดงถึงโครงการทางวิชาการที่ส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษาได้แสดงความรู้ความสามารถทางวิชาการและวิชาชีพรวมถึงวัฒนธรรมต่างๆซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมที่ควรส่งเสริมและสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง และยังเป็นแหล่งผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดชลบุรี เพื่อเตรียมกำลังคนให้รองรับอุตสา หกรรม เป้าหมายในพื้นที่ EEC ด้วย

าพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชื่นมื่น ทัพเรือไทย-กัมพูชา ประชุม เพื่อรักษาความมั่นคงและแก้ไขปัญหาทางทะเล ร่วมกัน

ชื่นมื่น ทัพเรือไทย-กัมพูชา ประชุมเพื่อรักษาความมั่นคงและแก้ไขปัญหาทางทะเลร่วมกัน

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.62 พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 พร้อม รองผู้บัญชาการฯ เสนาธิการฯ และคณะฝ่ายอำนวยการ ทัพเรือภาคที่ 1 ให้การต้อนรับและร่วมปรึกษาข้อราชการในเบื้องต้นกับ พลเรือเอกเตีย โซ๊ะคา รองผู้บัญชาการทหารเรือกัมพูชา/ผู้บัญชา การกองบัญชาการทางยุทธวิธี เลขาธิ การคณะกรรมการความมั่นคงทางทะเลแห่งชาติราชอาณาจักรกัมพูชา ในโอกาสนำคณะเยือน ทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือไทย อย่างเป็นทางการ ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

จากนั้นได้นำคณะเข้าร่วมประชุมประสานข่าวสารทางทะเล ครั้งที่ 11 ระหว่างทัพเรือภาคที่ 1 และกองทัพเรือกัมพูชา เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ในการพัฒนาช่องทางการสื่อสาร และส่งเสริมความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ณ ห้องประชุมกองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1ระหว่างวันที่ 18-19 ธ.ค.62

พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ กล่าวว่า การประชุมของกองทัพเรือทั้ง 2 ประเทศในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 11 มีนโยบายแนวทางร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้พื้นที่ทางทะเลของทั้ง 2 ประเทศเกิดความสงบเรียบร้อย ภายใต้ความเข้าใจที่ดีระหว่างกัน มีการมุ่งเน้นการป้องกัน และปราบปรามการนำเข้าและส่งออกสินค้าที่ยังไม่ได้ผ่านพิธี การศุลกากร เพื่อให้การค้าระหว่างกันในพื้นที่ติดต่อกันทางทะเลเป็นไปตามกรอบกระบวนการที่ถูกต้อง และส่งเสริมการค้าตามช่องทางที่กฎหมายกำหนดไว้

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งถือเป็นการบ่อนทำลายชาติและบุคลา กร โดยมีการป้องกันที่เข้มงวดในทะเล และลำน้ำรอยต่อชายแดน ทั้งนี้ เพื่อให้เขตติดต่อระหว่างกันเกิดความปลอดภัย และป้องกันไม่ให้ขบวน การค้ายาเสพติดใช้ทะเลลุ่มน้ำแนวเขตชายแดนเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดเข้ามาแพร่ระบาดภายในของทั้ง 2 ประ เทศ หรือส่งต่อไปยังประเทศเป้าหมายปลายทางได้ ด้วยการแลกเปลี่ยนข่าว สารระหว่างกันที่ฉับไว เชื่อมั่น และแม่น ยำสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำมาซึ่งความมั่นคงทางทะเลของทั้ง 2 ประเทศได้อย่างยั่งยืน รวมถึงกระชับและรักษาความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ให้แน่นแฟ้นและมั่นคงสืบไป

ภาพ/ข่าวจาก กองกิจการพลเรือนทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน